‘BOYNEXTDOOR’ กระแสแรงเกินต้าน บัตร SOLD OUT อย่างรวดเร็ว!!

‘BOYNEXTDOOR’ กระแสแรงเกินต้าน บัตร SOLD OUT อย่างรวดเร็ว!!

‘BOYNEXTDOOR’ กระแสแรงเกินต้าน บัตร SOLD OUT อย่างรวดเร็ว!!

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.40 น.

6 หนุ่มบอยกรุ๊ปสุดฮอต BOYNEXTDOOR ทั้ง “ซองโฮ (SUNGHO), รีอู (RIWOO), แจฮยอน (JAEHYUN), แทชาน (TAESAN), อีฮัน (LEEHAN)” และ “อุนฮัก (WOONHAK)” เตรียมขึ้นเวทีในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย กับงาน “BOYNEXTDOOR TOUR ‘KNOCK ON Vol.1’ IN BANGKOK” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

หลังจากที่เปิดจำหน่ายบัตรทั้งรอบเมมเบอร์ และรอบปกติไปเมื่อวันที่ 18-19 มกราคมที่ผ่านมา กระแสตอบรับจากเหล่า “ONEDOOR” (วันดอร์ – ชื่อแฟนคลับ) ก็แรงเกินคาด เพราะบัตรคอนเสิร์ตทุกที่นั่งถูกจับจองหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว! การันตีความฮอตของทั้ง 6 หนุ่มที่ได้รับความรักอย่างล้นหลามจากแฟนคลับชาวไทย

งานนี้หนุ่มๆ BOYNEXTDOOR ที่ได้รับการตอบรับอันอบอุ่นจากแฟนๆ ชาวไทย ตื่นเต้น และซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากพวกเขาสัญญาว่าจะเตรียมโชว์สุดพิเศษมาให้สมกับที่ทุกคนตั้งตารอ รับรองว่างานนี้สนุก พร้อมโมเมนต์สุดประทับใจที่จะเกิดขึ้นบนเวทีนี้อย่างแน่นอน!

ด้านผู้จัด “ไอมี่ไทยแลนด์” (iMe Thailand) ก็เตรียมจัดเต็มแสง สี เสียง พร้อมสร้างประสบการณ์คอนเสิร์ตที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับทั้งศิลปิน และแฟนๆ ทุกคน งานนี้ใครที่มีบัตรไว้ในครอบครองแล้ว เก็บบัตรของคุณไว้ให้ดี แล้วเตรียมนับถอยหลังสู่ค่ำคืนสุดมันส์ ที่จะเต็มไปด้วยความสนุก ที่หนุ่มๆ กำลังซุ่มซ้อมเตรียมมามอบให้แฟนๆ ที่รักทุกคน รวมทั้งโมเมนต์ความประทับใจที่จะไม่มีวันลืมอีกด้วย!!

ติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง Facebook @imethailand, IG และ Twitter @ime_th

-015-

หวั่นมีปัญหา! ‘แก็ป’ประกาศขอลาออก ยุติหน้าที่ซาวด์เอ็นจิเนียร์ให้วงTilly Birds

หวั่นมีปัญหา! 'แก็ป'ประกาศขอลาออก ยุติหน้าที่ซาวด์เอ็นจิเนียร์ให้วงTilly Birds

หวั่นมีปัญหา! ‘แก็ป’ประกาศขอลาออก ยุติหน้าที่ซาวด์เอ็นจิเนียร์ให้วงTilly Birds

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.27 น.

จากกรณี กระแสข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่าง “แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” นักร้องชื่อดัง กับคู่กรณีคือ “แจม” และ “แก๊ป” แฟนหนุ่มซาวด์เอ็นจิเนียร์ tilly birds  (อ่านข่าว : ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ย้ำมีชู้จริง โอดถูกแคนเซิลงานเกลี้ยง ) 

ล่าสุดหลังจบรายการโหนกระแส แก๊ป ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมประกาศลาออกจากการทำงานให้วง Tilly Birds ระบุว่า ” จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจนถึงขณะนี้
ผมได้ตระหนักดีว่าในฐานะที่ต้องติดตามวงไปทำงาน อาจนำพาความยุ่งยากและปัญหามาให้วง ผมจึงขอลาออกจากการทำงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอโทษที่ทำให้เรื่องส่วนตัวมีผลกระทบครับ  ” 

ขอบคุณภาพจากรายการโหนกระแส

ขอบคุณภาพจากรายการโหนกระแส

IG : gapjirapat

IG : gapjirapat

IG : gapjirapat

IG : gapjirapat

IG : gapjirapat

เตรียมพบกับงานยักษ์ที่รวมศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังกว่า 40 เบอร์ทั่วโลก

เตรียมพบกับงานยักษ์ที่รวมศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังกว่า 40 เบอร์ทั่วโลก

เตรียมพบกับงานยักษ์ที่รวมศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังกว่า 40 เบอร์ทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เตรียมจัดงาน Jungceylon Phuket Toytopia International” มหกรรมของเล่นอาร์ตทอยนานาชาติ ครั้งแรกในภาคใต้ เอาใจคอมมูนิตี้อาร์ตทอยเลิฟเวอร์ นำเสนอโลกของเล่นศิลปะร่วมกับศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังกว่า 40 ศิลปินจากทั่วโลกกว่า 10 ประเทศ อาทิ เกาหลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, จีน, ฮ่องกง, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และไทย เป็นต้น โดยภายในงานพบกับไฮไลท์พิเศษกับอาร์ตทอยขนาดใหญ่ ที่หาชมได้ยาก และผลงานไอเท็มลับ ไอเท็มหายากที่เหล่านักสะสมตามหา พร้อมเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่ครั้งแรกภายในงาน นอกจากนั้นสนุกกับกิจกรรมเวิร์กชอปและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับศิลปิน “Artist Talks” และร่วมลุ้นรับของรางวัลพิเศษตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

“จังซีลอน” ขอเชิญชวนร่วมงาน “Jungceylon Phuket Toytopia International” มหกรรมของเล่นอาร์ตทอยนานาชาติ ครั้งแรกในภาคใต้ โดยจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 3 ก.พ. 68 ณ ชั้นโซนเดอะโบทานิกา ฮอลล์ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/PhuketToytopiaOfficial หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 076-600-111 งานนี้คนรักอาร์ตทอยไม่ควรพลาด!!

‘ทนายเดชา’ชี้ พ่อคู่กรณี ‘แสตมป์’ ไม่เคยขู่ ม.112 อาจมีแจ้งบางการกระทำหมิ่นเหม่

'ทนายเดชา'ชี้ พ่อคู่กรณี 'แสตมป์' ไม่เคยขู่ ม.112 อาจมีแจ้งบางการกระทำหมิ่นเหม่

‘ทนายเดชา’ชี้ พ่อคู่กรณี ‘แสตมป์’ ไม่เคยขู่ ม.112 อาจมีแจ้งบางการกระทำหมิ่นเหม่

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

วันที่ 20 มกราคม 2568 กรณีดราม่าของ “แสตมป์ อภิวัชร์” นักร้องชื่อดัง ล่าสุด แสตมป์ ออกมายอมรับว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้น มาจากการนอกใจ ขณะที่สาวคู่กรณี ยืนยันผ่านรายการโหนกระแสเช่นกันว่า ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการคบหากับนักร้องหนุ่ม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายเดชา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้คู่กรณีของนักร้องหนุ่มจะแถลงถึงเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ แต่ยกเลิกไป เนื่องจากพอใจในโพสต์คำแถลงขอโทษของแสตมป์ 

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ฝั่งคู่กรณีของ “แสตมป์” มาปรึกษาเรื่องคดีความ เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับคู่กรณีและครอบครัวแล้ว หลังได้เห็นข้อความยอมรับผิดและขอโทษที่ “แสตมป์” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งคู่กรณีและครอบครัวก็รู้สึกพอใจ และไม่ติดใจดำเนินคดีแล้ว ขอยุติเรื่องทั้งหมด ยกเว้นเรื่องคดีหมิ่นสถาบัน ที่นอกเหนือการจัดการของคู่กรณี เพราะเรื่องนี้คู่กรณีและครอบครัวได้ไปให้ข้อมูลกับการกองทัพบกแล้ว และเป็นหน้าที่ของกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ในการพิจารณาดำเนินการกับ “แสตมป์” หรือไม่ โดยครอบครัวคู่กรณียืนยันว่าไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการที่พ่อคู่กรณีแจ้งว่าการกระทำของ “แสตมป์” ที่แชทพูดคุยกับสาวคู่กรณีก่อนหน้านี้นั้น มีพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่  พ่อคู่กรณีจึงมีการพูดเพื่อปกป้องสถาบัน แต่ไม่ใช่การข่มขู่ และมีหลักฐานเป็นแชทสนทนาทั้งหมด

ส่วนคดีที่คู่กรณีถูกฟ้องร้องมีทั้งหมด 4 คดี ได้แก่ คดีหมิ่นประมาทที่ศาลจังหวัดนนทบุรี, คดีหมิ่นประมาทที่ศาลแขวงดุสิต, คดีหมิ่นประมาทที่ศาลแพ่งเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท โดยทั้ง 3 คดีหมิ่นประมาท “แสตมป์” ได้ถอนฟ้องไปแล้ว

ส่วนคดีละเมิดที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรียกค่าทดแทน 10 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ศาลสั่งจ่ายเงินทดแทน 1 ล้านบาท โดยที่คู่กรณียอมจ่าย เพราะศาลไกล่เกลี่ยและถูกกดดันจากคู่กรณี จึงยอมจ่ายให้เรื่องจบไป แต่ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นชู้กับ “แสตมป์” และหลังจากคดีจบ พ่อของคู่กรณี ก็ยืนยันว่าไม่เคยตามไปข่มขู่คุกคามที่บ้านใดๆ ไม่เคยเจอ “แสตมป์” ด้วย และสงสัยว่าคดีจบไปนานแล้ว เหตุใดจึงไปขึ้นคอนเสิร์ตเช่นนั้น

ดังนั้นแม้จะพอใจกับคำขอโทษที่ “แสตมป์” โพสต์เมื่อเช้า แต่หากหลังจากนี้มีการไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กระทบคู่กรณีและครอบครัวให้ได้รับความเสียหาย ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่หากหยุด คู่กรณีก็จะหยุดเช่นกัน ส่วนโพสต์ดังกล่าวของ “แสตมป์” ที่ยอมรับว่านอกใจภรรยา มาคบกับคู่กรณีนั้น ทนายเดชาก็ยอมรับว่ากระทบกับคู่กรณี แต่ก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวคู่กรณีจะดำเนินการหรือไม่ ดังนั้นหลังจากนี้ “แสตมป์” ควรอยู่เฉยๆ ดีกว่า ส่วนเรื่องคบกันจริงหรือไม่นั้น ให้เป็นเรื่องส่วนตัวของคู่กรณีออกมาพูดเอง ไม่สามารถตอบแทนได้

ส่วนที่มีหลายคนตั้งคำถามว่าการนำคำพิพากษามาโพสต์ลงโซเชียลฯ ลักษณะนี้ จะไม่มีความผิด ทนายเดชายืนยันว่าไม่มีความผิด เพราะคนที่โพสต์เป็นแฟนคู่ความ เสมือนเป็นผู้รับมอบอำนาจ เมื่อโดนกล่าวหาให้เสียหาย ก็ต้องชี้แจง

หัวจะปวด! ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ย้ำมีชู้จริง โอดถูกแคนเซิลงานเกลี้ยง

หัวจะปวด! 'แสตมป์ อภิวัชร์'ย้ำมีชู้จริง โอดถูกแคนเซิลงานเกลี้ยง

หัวจะปวด! ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ย้ำมีชู้จริง โอดถูกแคนเซิลงานเกลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

จากกรณี กระแสข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่าง “แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” นักร้องชื่อดัง กับคู่กรณีคือ “แจม” และ “แก๊ป” แฟนหนุ่มซาวด์เอ็นจิเนียร์ tilly birds ซึ่งภายหลัง แสตมป์ ออกมาโพสต์ขอโทษเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะที่ไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นนอกใจภรรยา จนทำให้เกิดผลกระทบกับหลายฝ่าย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในรายการ โหนกระแส โดยพิธีกร หนุ่ม กรรชัย กำเหนิดพลอย ได้เชิญ แก๊ป และ ทนายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว มาพูดคุยในรายการ โดย หนุ่ม กรรชัย  ได้ต่อสายพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์กับ แสตมป์ อภิวัชร์ และ นิว ภรรยาของ แสตมป์ โดยฝ่ายนักร้องชื่อดังเปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษอย่างเป็นทางการ ที่ผมพูดไม่หมด โดยเฉพาะในเรื่องนอกใจซึ่งขอยอมรับผิดและขอโทษภรรยาด้วย ซึ่งตอนนี้ได้เดินหน้าต่อแล้ว

หนุ่มกรรชัย ถามว่า ทำไม แสตมป์ ถึงเอาเรื่องนี้มาพูด แสตมป์ กล่าวว่า เป็นเพราะ แจม สัญญากับ นิว ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า แต่ แจม กลับไม่ยอมว่าคบหากับผม ทำให้คนเข้าใจผิดว่า นิว กลายเป็นคนบ้า ทั้งที่ ผมออกมาพูดแล้วก็มีแต่เรื่องเสียหาย ทำไมผมจะต้องโกหกเวลาที่ นิว ไปไหนมาไหน เพราะคนจะมอง นิว ไม่ดีเหมือนเราไปหาเรื่องเขาทั้งที่ นิว ไม่ได้ทำ เรื่องที่ แก๊ป เจอมาตรงกันข้ามกันหมดกับเรื่องที่พวกผมเจอ และยืนยันว่าเป็นหนังคนละม้วน

หนุ่มกรรชัย ได้ถามในประเด็นคดีความซึ่ง แสตมป์ เล่าให้ฟังว่า เรื่องมาถึงการสืบพยาน มีการพูดถึงกันในศาล ซึ่งแก๊ปไม่อยู่ในศาลในคดีชู้ โดยทั้งสองไกล่เกลี่ยกัน มีการลดจาก 10 ล้านเหลือ 1 ล้าน มีข้อแม้ว่า แจม จะต้องบอกว่า แจม เคยคบหากับ แสตมป์ เพราะที่ นิว ฟ้องก็เพราะเหตุนี้ ส่วนเรื่องไฟท์บินเป็นเรื่องที่ก่อนจะคบหากันนั้น เพราะต้องการจะสื่อว่า เขามีการติดตามผมและเข้าหาผมในเวลานั้นจริง สำหรับเรื่องชู้สาวที่บอกว่าเขาเป็น สไตล์ลิส เป็นเรื่องที่ผมทำผิดเพราะอุปโลกเขาขึ้นมาให้ทำงานร่วมกันเพื่อให้ นิว ตายใจ มีการดึง แจม เข้ากลุ่มไลน์ เพื่อจ่ายเงิน 3 หมื่นบาทให้เอาไว้เป็นหลักฐานในการอ้างว่าเป็น “สไตล์ลิส”

ด้าน ทนายแก้ว ถามว่า แล้วไมต้องถอนฟ้องอาญากับแพ่งถอนแบบจำเลยไม่ได้จ่ายอะไรเลย คดีที่ 3 ฟ้อง 10 ล้านจ่าย 1 ล้าน ทำไมถึงต้องยอม นักร้องหนุ่มระบุว่า คือผมผิดต่อ นิว มาก ๆ คดีทั้งสองผมฟ้องจริง และผมกลัวเรื่อง 112 กลัวเข้าคุกครับ แต่ในส่วนของ นิว ซึ่งเขาเป็นโจทก์ฟ้องเป็นคดีฟ้องชู้ ตรงนี้มีการตกลงกันว่าจะจ่ายอย่างไร โดยเรื่องทั้งหมดที่ผมออกมาเปิดเผย เพียงเพราะต้องการให้แก๊ปอยู่ในโลกของความจริง เพราะ นิว เดือดร้อนจริง คนเขาใจผิดและทำงานในวงการเพลงไม่ได้ ส่วนเรื่องที่บอกว่า ตนพยายามให้คนอื่นไล่แก๊ปออกจากงาน ตรงนี้เคยติดต่อไปยังทีมงานว่า เราร่วมงานกันไม่ได้ เพราะเคยมีการปะทะกัน และไม่อยากมีเรื่องเท่านั้น ตนต้องการให้ แจม พูดความจริง เพราะคนอื่นบอกว่า ตนเป็นชู้กับ แจม แล้วให้ เมีย มาฟ้อง

หนุ่ม กรรชัย และทนายแก้ว ถามว่า แสตมป์ มีหลักฐานหรือไม่ว่าเคยไปคบหากับ แจม นักร้องหนุ่มกล่าวว่า ในสำนวนที่นิวฟ้อง มีอยู่ประมาณ 500 หน้า ที่ตนยอมทำลายชื่อเสียงตัวเอง เพียงเพราะต้องการให้ นิว ไม่โดนกล่าวหาว่าบ้า สิ่งที่ผมเคยคิดไม่ดีกับ นิว ผมรับว่าคิดไม่ดีจริง และมีหลักฐานจน พี่ป้อง เอาผมไปแขวน จึงอยากให้ทุกคนมองว่า ว่าเขาบริสุทธิ์ แต่สำหรับผมวงการเพลงมันจบแล้ว ตอนนี้ทุกงานแคลเซิลหมดแล้ว อาจจะเป็นเพราะที่ไปพูดในงานและปิดเรื่องนอกใจภรรยา สำหรับวงอื่น ๆ ผมขอโทษทุกคนจริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะลามทุ่งขนาดนี้ จนไปแชร์และล่าแม่มดกัน ผมอยากจะบอกว่า นิว ชนะคดี จากในสิ่งที่ผมทำและผมทำผิดจริง

หนุ่มกรรชัย กล่าวว่า มีหลาย ๆ คนในวงดนตรีชื่อดัง เขาคุยกับตนแล้ว พบว่าสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยได้ยินเลยก็คือ แสตมป์ ไม่เคยบอกว่ามีการคุกคามจากอีกฝ่าย หรือมีการเอาเรื่อง 112 มาอ้าง ซึ่งหากพวกเขารู้เขาจะเทคแอ๊กชั่นตั้งแต่แรกเลย เพราะการเอาคน ๆ หนึ่งออกจากงานมันเป็นสิ่งไม่ยุติธรรม ทั้่งนี้
 นิว ได้ยืนยันว่าการฟ้องเป็นเหตุสุจริต

หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ในมุมของ แจม และ แก๊ป มองว่าการจ่าย 1 ล้าน เพื่อตัดปัญหา แต่ในมุมกฎหมาย การจ่าย 1 ล้านคือ ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายจริง จึงได้ยอมจ่าย 1 ล้านบาท โดยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง ก่อนจะทำสัญญาประณีประนอม

ทนายแก้ว ถามว่า ทำไมแก๊ป ถึงไม่ใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย หากกรณีโดนอีกฝ่ายคุกคาม เพราะที่ผ่านมาไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด อีกทั้งคุณพ่อของแจม ที่เป็นทหารก็น่าจะทราบเรื่องเหล่านี้ดี แต่กลับไม่มีการแจ้งความใด ๆ ด้วย ตรงนี้ทาง แก๊ป ยอมรับว่าตนไม่ทราบจริง ๆ และไม่เคยไปแจ้งความจริง ๆ

“….เรื่องทั้งหมดเป็นมุมมองของคน 4 คน มุมของแสตมป์ ผิด 100% มุมของ นิว น่าสงสาร สามีนอกจากแล้วยังโดนกล่าวหาว่าเป็นบ้า ขณะที่ แก๊ป ก็มีมุมที่โดนกระทำจนอาจต้องออกจากงาน ส่วนมุมของ แจม ยืนยันว่าไม่เคยไปคบหาคู่กรณี แต่ก็ยอมจ่ายเงิน 1 ล้านเพื่อให้จบ แต่เรื่องนี้่ ความจริงมีหนึ่งเดียว เพราะต้องมีคนหนึ่งที่โกหกและไม่บอกใคร…” หนุ่ม กรรชัย กล่าว

มอบของขวัญให้กับเด็กด้อยโอกาส ผ่านโครงการ ‘M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ’

มอบของขวัญให้กับเด็กด้อยโอกาส ผ่านโครงการ 'M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ'

มอบของขวัญให้กับเด็กด้อยโอกาส ผ่านโครงการ ‘M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมสร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน ส่งมอบของขวัญภายใต้โครงการ “M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ” ให้แก่เด็กผู้ด้อยโอกาสในสถานรองรับเด็ก 31 แห่ง ภายใต้ความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี  วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้แทนในการรับมอบ พร้อมพาน้องๆชมภาพยนตร์ โดราเอมอน ตอน“โลกซิมโฟนี่ของโนบิตะ” และอิ่ม อร่อย กับอาหารมื้อพิเศษ

เพื่อให้เด็กๆด้อยโอกาสได้มีรอยยิ้มและมีโอกาสสัมผัสกับเทศกาล “ปีใหม่” และ “วันเด็ก” ด้วยการได้รับของขวัญเฉกเช่นเดียวกับเด็กในสังคมทั่วไป ภายใต้กิจกรรม The Mall Lifestore Joy of Giving ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ซึ่งเป็นการฉลองเทศกาลปีใหม่ได้จัดให้มีโครงการ M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ ที่เกิดจากแนวคิดให้เด็กด้อยโอกาสได้มีรอยยิ้มกับของขวัญปีใหม่

คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า  “โครงการ M SMILING BOX “กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ” เกิดขึ้นจากความตั้งใจสร้างรอยยิ้มให้เด็กด้อยโอกาสในสถานสงเคราะห์ได้มีโอกาสรับของขวัญปีใหม่ และวันเด็ก สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆด้วยการแบ่งปันความรู้สึกที่ไม่ถูกทอดทิ้งจากพี่ๆผู้ใหญ่ในสังคม”

สำหรับโครงการ M SMILING BOX กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ เป็นโครงการความร่วมมือของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ท่านวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จํากัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , บริษัท แบงคอกเมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด , บริษัท เดโม พาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท โอเอ็มจี โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท แอคมีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท แบล็ค สวอน อินฟินิท จำกัด , บริษัท เอสเอที บิลบอร์ด (2014) จำกัด ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ร่วมเป็นสื่อกลางส่งมอบของขวัญให้เด็กๆผ่านกล่องรับบริจาค M SMILING BOX รณรงค์ให้ลูกค้าภายในศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดทำชุดของขวัญอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กในแต่ละช่วงวัย ส่งมอบให้เด็กๆ 3,800 คน  ภายใต้การดูแลของสถานรองรับเด็ก 31 โดยได้รับเงินบริจาคจากพันธมิตรและลูกค้ารวมกว่า 2 ล้านบาท

และเพื่อส่งมอบของขวัญให้เด็กๆ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ได้จัดพิธีส่งมอบ“โครงการ M SMILING BOX “กล่องสร้างยิ้ม อิ่มหัวใจ” ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีเด็กๆจากสถานสงเคราะห์กว่า 100 คน มาร่วมรับมอบ และงานนี้ กลุ่มผู้ใหญ่ใจดียังได้จัดให้เด็กๆได้ชมภาพยนตร์เรื่อง โดราเอมอน ตอน “โลกซิมโฟนี่ของโนบิตะ” ณ โรงภาพยนตร์ Kids Cinema บางกะปิ ซีนีเพล็กซ์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ และพาเด็กๆร่วมประทานอาหารมื้อพิเศษ ซึ่งเด็กๆต่างดีใจและมีความสุขกับการได้ร่วมกิจกรรมและรับของขวัญในวันนี้

ตัวแทนเยาวชนจากสถานรับเลี้ยงเด็กภายใต้ความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หนึ่งในเด็กที่มารับของขวัญและได้ร่วมกิจกรรม กล่าวว่า  “หนูและเพื่อนๆ รู้สึกดีใจ ที่ได้รับของขวัญและมาดูหนัง กินข้าวกับเพื่อนๆ ทำให้ปีใหม่และวันเด็กปีนี้ของหนูและเพื่อนๆมีความสุขมากค่ะ หนูเฝ้ารอที่จะให้ถึงวันนี้เพื่อรับความสุขจากการแบ่งปันของพี่ๆและผู้ใหญ่ในสังคมที่คิดถึงหนูค่ะ”

ทั้งนี้ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจรีเทลชั้นนำของประเทศไทย มีเจตจำนงค์ในการร่วมพัฒนาสังคมไทยให้แข็งแรงในทุกมิติ ผู้สนใจร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมในโครงการภายใต้การดำเนินการของเดอะมอลล์ กรุ๊ป และเครือข่ายภาครัฐ เอกชน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.themall.co.th/th/pr-csr

014

‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย’ สร้างประสบการณ์ ประกวดวงดนตรี

‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย’ สร้างประสบการณ์ ประกวดวงดนตรี

‘เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย’ สร้างประสบการณ์ ประกวดวงดนตรี

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมโชว์ศักยภาพทางดนตรี สร้างประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิต กับการประกวดวงดนตรี โครงการ Frasers Property presents “We Play Together…ร้องด้วยกันเล่นด้วยกัน อบอุ่นไปด้วยกัน” เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับมหาวิทยาลัย โชว์ความสามารถกับโจทย์เพลง “อบอุ่น” ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท* และโอกาสในการร่วมประสบการณ์พัฒนาทักษะกับศิลปินชั้นนำของเมืองไทย เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึง 15 กุมภาพันธ์ ศกนี้

นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ได้ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคนผ่านการสร้างสรรค์เพลง “อบอุ่น” ที่ได้ร่วมกับศิลปินชื่อดังอย่าง ตู่ ภพธร และ แทน ลิปตา ถ่ายทอดความสุขและความอบอุ่นของการอยู่อาศัยในบ้านที่มีฟังก์ชันครบครันจาก เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจเนอเรชั่น รวมถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด ภายใต้เจตนารมย์ของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์พื้นที่ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ (Inspiring experiences, creating places for good.)

 “เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากบทเพลงดังกล่าว และสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านการใช้ “ดนตรี”เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความหลงใหลในดนตรี และมองหาโอกาสในการแสดงออกถึงความสามารถ ผ่านการร้องและการเล่นดนตรีร่วมกัน ในปีนี้ เราจึงได้จัดการประกวดวงดนตรีสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ขึ้น ภายใต้โครงการ Frasers Property presents “We Play Together…ร้องด้วยกัน เล่นด้วยกัน อบอุ่นไปด้วยกัน” เพื่อมุ่งหวังในการส่งเสริมศักยภาพทางด้านดนตรีของคนรุ่นใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ
เพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถทางด้านดนตรี และเป็น “พื้นที่” ให้น้อง ๆ ที่มีใจรักในเสียงดนตรีได้ปล่อยพลังความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ผ่านเสียงเพลงในแบบของคุณ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากศิลปินชั้นนำ โดยการประกวดฯ นี้ไม่ได้เพียงแค่เป็นเวทีการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มาสร้างประสบการณ์ และมอบความสุขผ่านการเล่นดนตรีร่วมกันในบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความสุข

 โครงการ Frasers Property presents “We Play Together…ร้องด้วยกัน เล่นด้วยกัน อบอุ่นไปด้วยกัน” เป็นโครงการประกวดวงดนตรีสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในเสียงดนตรี ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ร่วมแสดงความสามารถทางด้านดนตรีผ่านเสียงเพลงในแบบของคุณ พร้อมชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท* และโอกาสในการร่วมประสบการณ์สุดพิเศษกับศิลปินชั้นนำของเมืองไทย โดยจะแบ่งการประกวดออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น High School Class – มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า  และรุ่น University Class – มหาวิทยาลัย / อุดมศึกษา หรือเทียบเท่า ซึ่งเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น โดยจะประกาศผลผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Audition จำนวน 20 วง (รุ่นละ 10 วง) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อทำการแสดงต่อหน้าคณะกรรมการผู้คร่ำวอดในแวดวงดนตรีระดับประเทศที่ให้เกียรติมาร่วมตัดสินในโครงการนี้ อาทิ คุณหนึ่ง – จักรวาล เสาธงยุติธรรม,  คุณแมว – จิรศักดิ์ ปานพุ่มคุณฮอล – ชัชชนท อาภาสโชคทวี และ ผู้เชี่ยวชาญจากกองดุริยางค์ทหารอากาศ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ และรอบ Final กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์  

โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ทางโครงการประกวดฯ เตรียมไว้ในครั้งนี้ คือการนำ 3 ศิลปินชั้นนำของเมืองไทย ได้แก่ คุณคัตโตะ นักร้องนำจากวงลิปตาคุณมีน มือกีต้าร์จากวงไททศมิตร และ คุณเอก นักร้องนำจากวง Season Five มาร่วมให้คำแนะนำ และเทคนิคต่าง ๆ จากประสบการณ์จริง เพื่อให้น้องๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการแสดงดนตรี ทั้งด้านการร้องเพลงและการเล่นเครื่องดนตรี ซึ่งมั่นใจว่าน้อง ๆ ทั้ง 10 ทีมสุดท้าย (รุ่นละ 5 ทีม) ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ และได้รับความรู้กลับไปอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

 “ขอเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในด้านดนตรี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการประกวดวงดนตรีฯ ในครั้งนี้กันเยอะๆ เพราะนี่คือโอกาสที่ไม่เพียงแต่จะได้แสดงความสามารถทางด้านดนตรี แต่ยังได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากศิลปินมืออาชีพที่มีประสบการณ์จริง เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำตามความฝันของทุกคน นอกจากนี้ในอนาคต บริษัทฯ ยังเตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และสร้างการมีส่วนร่วมในหลากหลายด้านมากยิ่งขึ้น เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์พื้นที่ ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ (Inspiring experiences, creating places for good.) พร้อมทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชั่นได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ” นายสมบูรณ์ กล่าว

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Frasers Property presents “We Play Together…ร้องด้วยกันเล่นด้วยกัน อบอุ่นไปด้วยกัน” พร้อมส่งใบสมัครและผลงานได้ที่ weplaytogethermusiccontest@gmail.com ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์นี้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/FPTFamilyClub

014

‘คุ้ย-ทวีวัฒน์’ เปิด ’13 สตูดิโอ’ ยิ่งใหญ่ ไลน์อัพหนังบิ๊กโปรเจค-ดึงดาราเอลิสต์ร่วมงาน 7 เรื่อง 7 สไตล์

'คุ้ย-ทวีวัฒน์' เปิด '13 สตูดิโอ' ยิ่งใหญ่ ไลน์อัพหนังบิ๊กโปรเจค-ดึงดาราเอลิสต์ร่วมงาน 7 เรื่อง 7 สไตล์

‘คุ้ย-ทวีวัฒน์’ เปิด ’13 สตูดิโอ’ ยิ่งใหญ่ ไลน์อัพหนังบิ๊กโปรเจค-ดึงดาราเอลิสต์ร่วมงาน 7 เรื่อง 7 สไตล์

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

หลังสร้างปรากฎการณ์กำกับภาพยนตร์ “ธี่หยด” ทั้ง 2 ภาคจนกวาดรายได้รวมกันทะลุไปกว่า 1,200 ล้านบาท ล่าสุดผู้กำกับตัวพ่อหนังสยองขวัญ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา หรือ ต้อนรับศักราชปี 2568 ประกาศเปิดตัว บริษัท เธอทีน สตูดิโอ จำกัด หรือ “13 สตูดิโอ” พร้อมนั่งแท่นประเดิมงานบริหารในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งค่ายหนังน้องใหม่ค่ายนี้มีคาแร็คเตอร์ชัดเจน เน้นผลิตแต่หนังระทึกขวัญและสยองขวัญเข้าสู่ตลาดหนังไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากจะเปิดตัวค่ายหนังแล้ว “13 สตูดิโอ” ยังประกาศเปิดไลน์อัพหนังในงาน Knock Knock 13 Thirteen Studio” อัดแน่นไปด้วยภาพยนตร์สยองขวัญ 7 เรื่อง 7 สไตล์ จากผู้กำกับมากฝีมือ ได้แก่ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา, บรรจง สินธนมงคลกุล, แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล, ป้อ-ณภัทร จิตวีรภัทร และ ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ พร้อมขนทัพนักแสดงดาวรุ่งมาร่วมงานเพียบ ได้แก่ อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ, ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์ ทองคำ, เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, สตางค์-ตริษา ปรีชาตั้งกิจ,แบงค์ ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ, ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี, น้องนีน่า-ณัฐชา นีน่า เจสซิกา พาโดวัน, ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ, Yorch (POW), โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล, กัญจ์ ภักดีวิจิตร และ ปั๋ง-ประกาศิต โบสุวรรณ

ประเดิมเรื่องแรก Attack วิญญาณเลขที่ 13” การันตีความระทึกขวัญด้วยฝีมือการกำกับของ คุ้ย-ทวีวัฒน์ ที่หยิบปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนมาใส่ความสยองขวัญสไตล์โอลด์ สคูล จนกลายเป็นความเฮี้ยนแบบนอลสต็อป นำแสดงโดย  อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ, ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์ ทองคำ, เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, สตางค์-ตริษา ปรีชาตั้งกิจ,แบงค์ ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ และ ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี โดยเปิดให้ชมตัวอย่างแรกให้แขกผู้มีเกียรติและสื่อที่มาร่วมงานได้ชมก่อนใคร พร้อมประกาศวันเข้าฉาย 27 มีนาคมนี้

First Camping…เฟิร์ส แคมปิ้ง” หนังสยองขวัญแนวกวน ๆ จะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศเข้าค่ายในวัยเยาว์ เล่าผ่านจินตนาการของเด็กเคล้ากลิ่นอายคอมเมดี้ แต่ก็มีความดุดันด้วย กำกับโดย บรรจง สินธนมงคลกุล นำแสดงโดยซูเปอร์สตาร์เด็กอย่าง น้องนีน่า-ณัฐชา นีน่า เจสซิกา พาโดวัน

“สแคร์รั่ว มูฟวี่” หนังสยองขวัญรสชาติสนุกที่จะดึงฉากเด็ดฉากดังในหนังไทยมายำรวมใส่มุกตลกของ 2 ผู้กำกับ แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล และ ป้อ-ณภัทร จิตวีรภัทร นำแสดงโดย พระเอกมาดเซอร์ ณัฏฐ์ กิจจริต และนางเอกสาว ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ

“กฤษดา พาราไดซ์” ภาพยนตร์สยองขวัญที่ดึง 2 นักแสดงวัยรุ่น เอ-ลิสต์ อย่าง Yorch (POW) และ โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล พร้อมด้วยแก๊งวัยรุ่นชาย ได้แก่ เซน-จตุรวิชญ์ เชี่ยวประสิทธิ์, กาโตว์-ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ, เตย-วรพัช ภัคภัทรพร และ ไจ๋ไจ๋-สรธร เฉลิมลาภ ไปตะลุยและผจญความสะพรึงในสวนสนุกร้างในสไตล์ของ  ไมค์-ณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ผู้กำกับสายแฟรนไชส์จักรวาล “พี่นาค” ทั้ง 4 ภาคที่กวาดรายได้เกือบ 500 ล้านบาท

ปิดท้ายด้วยบิ๊กโปรเจ็คยักษ์ 3 เรื่อง ของ คุ้ย-ทวีวัฒน์ ได้แก่ “แร้งวัดสระเกศเปรตวัดสุทัศน์” ที่ประกาศโปรเจคไปต้นปี 2567 ด้วยการปล่อยภาพเฟิร์สลุคส์ก็สร้างความฮือฮาให้กับคอหนังสยองขวัญกันไปแล้ว ด้วยชื่อเสียงของผู้กำกับการันตีความขนหัวลุกถึงใจแน่นอน

 ต่อด้วย “สมิงที่เสิงสาง” ภาพยนตร์ที่แฟน ๆ เรียกร้องอยากชมหนังที่เล่าถึงความน่าสะพรึงของเเสือสมิง มีกลิ่นของป่าดงดิบ จะถูกยกยอดทั้งหมดมาอยู่ในเรื่องนี้ พร้อมดารา เอ-ลิสต์ อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ สุดยอดของมีมในเฟสบุ๊คและโซเชียล พี่แฉะ-องอาจ และจอมปิ้งไก่ในตำนาน กอลฟ์-กัญจ์ ภักดีวิจิตร รวมถึง ปั๋ง-ประกาศิต

 สุดท้ายกับ Home Sweet Home Return…โฮม สวีท โฮม รีเทิร์น” เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง 13 สตูดิโอ และ อิกดราซิล กรุ๊ป (Yggdrazil Group) ในงานนี้ คุ้ย-ทวีวัฒน์ ได้เซ็น MOU ร่วมกับ คุณธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร และ คุณศรุต ทับลอย ประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ อิกดราซิล กรุ๊ป โดยอิกดราซิลมีแผนทำเกม Home Sweet Home Return และด้วย Gerne หนังของ 13 สตูดิโอที่แข็งแรงและไดเรคชั่นชัดเจน จึงเกิดความร่วมมือโดย คุ้ย-ทวีวัฒน์  รับหน้าที่กำกับเกม ขณะเดียวกันทาง 13 สตูดิโอ ได้ IP มาสร้างภาพยนตร์ “โฮม สวีท โฮม รีเทิร์น”

จากนั้นพิธีกรเชิญทีมผู้บริหารจาก 13 สตูดิโอ นำทีมโดย คุณธนพล ธนารุ่งโรจน์ ผู้ก่อตั้ง, คุณทวีวัฒน์ วันทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณทวีพัฒน์ ธนารุ่งโรจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณถนิต ธนารุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน, คุณพลวัฒน์ ธนารุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศและลิขสิทธิ์ภาพยนตร์, คุณวรวงศ์ ธนารุ่งโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศและลิขสิทธิ์ภาพยนตร์,  คุณอภินันท์ มูลเชื้อ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ, คุณสกก์บงกช ขันทอง ผู้จัดการฝ่ายสื่อประชาสัมพันธ์ และ คุณก้องภพ โกมลทัต ผู้จัดการฝ่ายผลิตภาพยนตร์, คุณธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร และ คุณศรุต ทับลอย ประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ อิกดราซิล กรุ๊ป และ ร่วมด้วยทีมผู้กำกับและนักแสดงทั้งหมด ขึ้นเวทีเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน

คุณคุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 13 สตูดิโอ เปิดเผยว่า “การเปิดบริษัทผลิตหนังเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจ ผมชอบบริหารจัดงาน ชอบงานไอเดีย เราชอบที่จะพัฒนางานสักโปรเจคหนึ่งที่เดาล่วงหน้าปีหนึ่ง กว่าจะเสร็จงานเทรนด์มันจะเป็นยังไง เรารู้สึกสนุกกับตรงนี้มาก และผมรู้จักผู้กำกับและคนเขียนบทเก่ง ๆ เยอะ ผมจึงอยากดึงศักยภาพคนเหล่านี้มาใช้อย่างเต็มที่ คิดว่า ถามว่าผมต้องการปั้นทีมใหม่ ๆ ด้วยไหม ส่วนหนึ่งก็เป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ กลุ่มคนเหล่านี้เขามีความสามารถอยู่แล้ว  เราไม่จำเป็นต้องปั้นอะไร เราแค่นำศักยภาพของพวกเขามาสร้างสรรค์งานมากกว่าครับ ผมแค่ put The right man on the right job  ครับ”

“13 สตูดิโอ เป็นบริษัทที่ผลิตหนังสยองขวัญที่ขายไอเดียและมีหลากหลายอารมณ์ เราจะคัดหนังที่ไอเดียสดใหม่ ตามเทรนด์ของหนัง ไม่ใช่เฉพาะแค่ในไทย แต่เราต้องมองเทรนด์โลก เราไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศ แต่ต้องไปตลาดต่างประเทศได้ด้วย เราพยายามทำให้หนังเราเป็นภาษาสากลมากที่สุด เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของงาน ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยบริษัท 13 สตูดิโอ  ภายใต้การดูแลของผม  ผมจะดูแลตั้งแต่บรรทัดแรกจนจบก็อปปี้ A ครับ ถามว่าทำไมถึงมองตลาดหนังต่างประเทศด้วย หนังไทยมีชื่อเสียงด้านหนังแอ็คชั่น, สยองขวัญ และตอนนี้เริ่มมีหนังดราม่ามากขึ้นเป็นคัลเจอร์แล้ว แต่สิ่งที่ผมมองว่าแมสที่สุดคือหนังสยองขวัญ ถ้าเราไปดูการซื้อขายตลาดหนังต่างประเทศ หนังสยองขวัญจะติดอันดับต้น ๆ เป็นซอฟท์ พาวเวอร์ได้ ข้อดีของหนังสยองขวัญคือ ขายจังหวะและเรื่องราวของหนังครับ ก็อยากจะชวนทุกคนสนับสนุกค่ายหนังสยองขวัญน้องใหม่ด้วยนะครับ ฟีลหนังของ 13 สตูดิโอ เป็นฟีลขึ้นรถไฟเหาะเข้าบ้านผีสิงนะครับ น่าจะถูกใจคอหนังสยองขวัญแน่นอนครับ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

#13studio #THIRTEENSTUDIO
#หนังผี #หนังสยองขวัญ #HorrorMovie

รักโรแมนติก ‘Why We Love เพราะรักต้องมี’เอาใจคอหนังรัก

รักโรแมนติก 'Why We Love เพราะรักต้องมี'เอาใจคอหนังรัก

รักโรแมนติก ‘Why We Love เพราะรักต้องมี’เอาใจคอหนังรัก

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

เตรียมตัวหวานซึ้งและอบอุ่นใจไปกับหนังรักโรแมนติกเรื่องแรกของค่ายบลูแซมพิคเจอร์ ค่ายหนังน้องใหม่ที่จะเตรียมส่งหนังรักโรแมนติก เรื่อง “Why We Love เพราะรักต้องมี” อำนวยการสร้างโดย คุณณัฐธนาวรรณ เพ็ญชาญวัฒนกิจ (เจ๊ใหญ่) และการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ สำรวย รักชาติ โดยมี ดร.วโรดม ศิริสุข รับหน้าที่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและโปรโมชั่น และได้ เกียรติศักดิ์ ศรีราษฏร์โนนสูง รับหน้าที่ โปรดิวเซอร์ ซึ่งได้ฤกษ์ดีลงโรงฉายในเดือนแห่งความรัก ปลายเดือนกุมภาฯ นี้

“Why We Love เพราะรักต้องมี” การพบกันครั้งแรกของพระนางเคมีใหม่ เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล และ หลิน-มาลิน ชระอนันต์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์2024 “นางเอกป้ายแดง” ที่จะมาตกแฟนๆ ให้หลงรักเขาและเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้!!! 

 “Why We Love เพราะรักต้องมี” นอกจากจะมีพระนางเคมีใหม่แล้ว ยังมีนักแสดงมากฝีมือมาร่วมประชันบทบาท อาทิ นีโน่-เมทะนี บุรณศิริ กับการกลับมาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งในรอบหลายปี ร่วมด้วย พลรัตน์ รอดรักษา, ญาณวี คุปตะเวทิน, กิมจุ้ย-เอื้ออังกูร เพ็ญชาญวัฒนกิจ, หยก-พชรพร พงษ์สุวรรณ, เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย, บิว-ลลิฉัตร์ วราวิโรจน์พล, ก๊อต-สุทธิรักษ์ ศรีทองกุล, แซน-ปรานต์ จันทนา, นินิว-อนุธิดา สาระธนะ, ทอฝัน-ไอณัฐชา นภสวัสดิรังสี และ ลาเต้ กฤษดา ธนากร เป็นต้น  

 “Why We Love เพราะรักต้องมี” เรื่องราวของ น้ำแข็ง (หลิน-มาลิน) หญิงสาวอัจฉริยะที่จบ ป.โท วิทยาศาสตร์ด้านชีวภาพ เธอฉลาด และเก่ง แต่ไม่เก่งเรื่องความรัก จนเธอได้มาพบ มีน (เข้ม-หัสวีร์) หนุ่มโปรแกรมเมอร์ที่มีปูมหลังด้านครอบครัว เมื่อทั้งคู่ถูกนัดหมายให้เจอกันจากการวางแผนของเพื่อนๆ เพื่อจับคู่ และการพบกันครั้งแรกก็ไม่ค่อยประทับใจกันสักเท่าไหร่ น้ำแข็ง ต้องดูแลหลานสาวกำพร้า เพราะพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และนั่นทำให้เขาและเธอได้พบกันอีกครั้ง ไปร่วมลุ้นความรักของเขาและเธอว่าจะลงเอยอย่างไร?

คุณณัฐธนาวรรณ เพ็ญชาญวัฒนกิจ (เจ๊ใหญ่) ผู้อำนวยการสร้าง เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้ว่า

“แรงบันดาลใจก็คือความรักค่ะ เพราะเป็นคนมองโลกในแง่บวก แล้วก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นเด็กๆ  เค้าไปเล่นหรือทำกิจกรรมกับครอบครัว  คือเด็กแต่ละช่วงวัยพัฒนาการเค้าจะมีความน่ารักในตัวเอง  เพียงแต่ว่าบางครั้งด้วยสังคมและโลก ณ ปัจจุบันนี้ ทำให้คิดว่าการมีเด็ก หรือการมีลูกมีหลานเป็นภาระ แต่ความจริงถ้าเรามามองดีๆ แล้วมันไม่ใช่ มันคือการเติมเต็มความรักความอบอุ่นภายในครอบครัว ซึ่งตรงนี้เอาความคิดส่วนตัวเลย เป็นคนแบบชอบเลี้ยงเด็กมาก เด็กจะกรีดร้องหรืออะไรทุกอย่าง มันคือเหตุผลของเค้า ส่วนใหญ่คนจะมองปัญหาที่ปลายเหตุ  เราต้องกลับมามองปัญหาที่ต้นเหตุ ว่าทำไมเด็กร้อง ร้องเนื่องจากอะไร รวมๆ คือเป็นคนคิดบวกมากๆ แล้วมันทำให้เรามีความสุขค่ะ”

และการได้มาร่วมงานกับพี่สำรวย รักชาติ คิดว่าน่าจะถึงจังหวะของชีวิต เป็นคนเชื่อว่า วัฏจักรของชีวิต มันสามารถเดินไปตามช่วงเวลา จน ณ เวลาหนึ่ง มันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะต้องมาลองจับธุรกิจทางด้านนี้ บวกกับเราได้รู้จักกับพี่สำรวย โดยส่วนตัวมาระยะหนึ่ง แล้วก็ดูอุปนิสัยใจคอ ดูการทำงาน มาคุยโปรเจ็กต์กันเรื่องนี้ ปรากฎว่ามันตรงกัน จริตตรงกัน โจทย์ตรงกัน  เสร็จแล้วเราก็โอเคเลย ไม่คิดมาก ไม่คิดเยอะ เพราะว่าทุกอย่างมันคือเรื่องบวกค่ะ”

ด้านผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ กับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก!!!

“เราอิ่มตัวจากการทำละคร แล้วมันได้เรื่องดีๆ ได้ผู้อำนวยการสร้างดีๆ จังหวะมันพอดี  แล้วช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีใครทำหนังรักด้วย เราก็ได้แรงบันดาลใจ ได้โจทย์ตรงนี้มา ซึ่งจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ เราได้บทได้พล็อตเรื่องมาว่า ปัจจุบันนี้คนทั่วโลกไม่ค่อยอยากมีลูก เราก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง โดยไม่ได้ไปยัดเยียดให้คนดูหนังจบ แล้วอยากมีลูก มีครอบครัว แค่จะเป็นจุดเล็กๆ ให้มีความรัก หรือดูแล้วคิดอยากจะมีลูกก็ได้ หรือการอยู่คนเดียวโดยไม่มีญาติสุดท้ายตาย ก็ต้องอยู่คนเดียว เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งเติมเต็มส่วนเล็กๆ ตรงนี้ให้กับคนดูครับ”

 “Why We Love เพราะรักต้องมี” หนังรักโรแมนติกที่จะสร้างความอบอุ่นในหัวใจ และเติมเต็มส่วนที่ขาดไปพร้อมกับเขาและเธอ เตรียมลงโรงฉาย 27 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์

014

‘แอน สิเรียม’สร้างปรากฏการณ์ ท้าทายความสามารถนักแสดงมากฝีมือ

'แอน สิเรียม'สร้างปรากฏการณ์ ท้าทายความสามารถนักแสดงมากฝีมือ

‘แอน สิเรียม’สร้างปรากฏการณ์ ท้าทายความสามารถนักแสดงมากฝีมือ

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

“แอน สิเรียม” กลับมาสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ อีกครั้งในบทบาท พลอยแสง” ละครเรื่อง “แม่เลี้ยง” ซึ่งเป็นบทบาทที่ท้าทายและซับซ้อนอย่างมาก ตัวละครพลอยแสงต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในใจระหว่างความรักและหน้าที่ ความดีและความชั่ว ทำให้แอนต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังใจในการถ่ายทอดอารมณ์ที่หลากหลายออกมาได้อย่างน่าทึ่ง 

ความสามารถในการแสดงที่ยอดเยี่ยมของแอนทำให้เราได้เห็นถึงมิติใหม่ของตัวละครพลอยแสงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แอนสามารถถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวด ความเสียใจ และความหวังของตัวละครออกมาได้อย่างสมจริง ทำให้ผู้ชมอินไปกับเรื่องราวและลุ้นไปกับทุกบทบาทของเธอ

นอกจากนี้ ความสวยออร่าของสาวแอนยังเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้ละครเรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจ แม้เธอจะต้องรับบทที่ท้าทายแค่ไหน หรือแม้จะมีประสบการณ์ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปีในฐานะนักแสดง แต่สาวแอนก็ยังคงดูสวยและสดใสไม่เปลี่ยนแปลง กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้จริงๆ เพราะความสวยของเธอยังคงตราตรึงในใจผู้ชมได้เสมอ

การแสดงของแอน สิเรียมใน “แม่เลี้ยง” ทำให้ผู้ชมเห็นถึงความทุ่มเทและความสามารถทางการแสดงที่ไม่มีที่ติ ทำให้เธอยังคงเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับความนิยมและคำชมจากแฟนๆ อย่างต่อเนื่องการ
กลับมาครั้งนี้ของแอน สิเรียม ในบทบาทพลอยแสง ถือเป็นการตอกย้ำความสามารถในฐานะนักแสดงมากฝีมือของเธอ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

สามารถรับชมทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 เริ่มตอนแรก 20 มกราคม นี้

014