กรมวิทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค

กรมวิทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค

กรมวิทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค พร้อมเผยผลทดสอบความไวของสายพันธุ์เชื้ออหิวาตกโรคต่อยาปฏิชีวนะ พบว่ายาที่แพทย์ใช้รักษายังใช้ได้ผลดี

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์อหิวาตกโรคในประเทศไทยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจพบเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O1, serotype Ogawa ในผู้ป่วยที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนแม่สอดเข้าสู่ประเทศไทย(imported cases) ในช่วงสิ้นปี 2567 ผลการทดสอบความไวต่อยา พบว่า เชื้อไวต่อยา Tetracycline (เตตราไซคลิน) ซึ่งยาในกลุ่มเตตราไซคลิน เช่น Doxycycline (ด็อกซีไซคลิน)เป็นยากลุ่มแรกที่แพทย์เลือกใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยอหิวาตกโรค และจากการทดสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่ายาดังกล่าวยังใช้ได้ผลดีนอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังได้ดำเนินการทดสอบลำดับเบสเพื่อวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อ Vibrio cholerae ที่แยกได้จากผู้ป่วยเพื่อศึกษาเชิงระบาดวิทยาอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงการแพร่กระจายของเชื้อ สามารถระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน รวมถึงช่วยในการระบุสายพันธุ์ที่อาจมีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับสนับสนุนการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยใช้เทคนิคมาตรฐาน รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ การเพาะแยกเชื้อและจำแนกชนิด การตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคนิค PCR การทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการให้ยารักษา และการตรวจวิเคราะห์จีโนมเชิงลึกเพื่อติดตามการกลายพันธุ์และวิเคราะห์เชิงระบาดวิทยา โดยดำเนินงานร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประชาชนขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อก่อโรคอหิวาตกโรค ตามหลักสุขอนามัย เช่น การล้างมือ การบริโภคอาหารปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันพื้นฐานสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีปัญหาสุขภาพพื้นฐานควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องเสียรุนแรง อาเจียน และมีอาการขาดน้ำ

‘ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน’เปิด 5 เกร็ดประวัติตรุษจีนที่อ่านจบภายใน 5 นาที

‘ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน’เปิด 5 เกร็ดประวัติตรุษจีนที่อ่านจบภายใน 5 นาที

‘ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน’เปิด 5 เกร็ดประวัติตรุษจีนที่อ่านจบภายใน 5 นาที

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทศกาลตรุษจีน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของโลก และขุมทรัพย์แห่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการจับจ่ายทุกไตรมาส แต่นอกจากในแง่มุมของประเพณี พิธีกรรม และการเฉลิมฉลองอันเลื่องชื่อของโลกนี้ คุณรู้จัก “ตรุษจีน”ดีแค่ไหน? ท็อปส์ จึงจับมือกับดร.วิทย์ สิทธิเวคิน หรือ เฮียวิทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของแคมเปญ TOPS THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 พาคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปยังช่วงก่อกำเนิดวัฒนธรรมจีน มาดูกันว่าเทศกาลตรุษจีนมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และหลากหลายกิจกรรมที่นิยมทำกันในวันตรุษจีนแฝงความหมายสำคัญเอาไว้อย่างไร?

เปิดที่มาของ “ตรุษจีน”เทศกาลแห่งความกตัญญูกตเวที

“ในอดีตโลกมนุษย์ของเราอิงกับฤดูกาลมาตลอด และสังคมส่วนมากก็เป็นสังคมเกษตรกรรม สังคมจีนก็เช่นเดียวกัน ตรุษจีนถือกำเนิดขึ้นโดยเชื่อมโยงกับฤดูกาลเพาะปลูก หรือวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันแรกของปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เชื่อมโยงกับความเป็นสิริมงคล คำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรล่ะที่จะแสดงถึงความเป็นสิริมงคล? คงต้องย้อนกลับไปมองที่ปรัชญาในการใช้ชีวิตของชาวจีนอย่างหลักขงจื๊อ หรือที่ภาษาจีนเรียกว่าหยูเจีย (儒家) โดยหนึ่งในค่านิยมของปรัชญาขงจื๊อ ก็คือการแสดงความกตัญญูกตเวที ชาวจีนจึงถือว่าการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เป็นสิ่งมงคลที่ต้องทำในวันตรุษจีน และนอกเหนือจากการแสดงความเคารพต่อบุพการี ยังต้องเสริมความมั่งมีศรีสุขให้กับชีวิตด้วย จึงมีการกราบไหว้เทพเจ้าเพิ่มเข้าไป ซึ่งเทพเจ้าที่คนจีนนิยมสักการะกันมากในเทศกาล ก็คือเทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย(财神爷) เทพเจ้าแห่งโชคลาภนั่นเอง”

ถอดรหัส “ของไหว้” สิ่งที่ขาดไม่ได้ในวันตรุษจีน

“พูดถึงการเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้าแล้ว อีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ “ของไหว้” หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าคนจีนมีวิธีการเลือกของเซ่นไหว้อย่างไร คำตอบก็คือวิธีคิดเชิงกุศโลบายที่ซ่อนอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น เป็นต้นว่า สิ่งใดก็ตามที่ลักษณะแสดงถึงความเป็นมงคล เช่น ตำลึงเงิน ตำลึงทอง หรือสิ่งใดก็ตามที่แสดงถึงความยืนยาว เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ก็จะถูกนำมาใช้เป็นของไหว้ และนอกจากลักษณะภายนอกแล้วชาวจีนยังมีการใช้คำพ้องเสียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลเช่นกัน เช่น ส้ม ภาษาจีนเรียกว่า เฉิง (橙) พ้องเสียงกับคำว่า เฉิงกง (成功)ที่แปลว่าสำเร็จ ปลา ภาษาจีนเรียกว่ายวี๋ (鱼) พ้องเสียงกับคำว่า ยวี๋ (余) ที่แปลว่าเหลือกิน เหลือใช้ หรือ แอปเปิ้ล ภาษาจีนเรียกว่า ผิงกั่ว (苹果)ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ผิงอัน (平安)ที่แปลว่าปลอดภัย เป็นต้น”

“อั่งเปา” สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง พร้อมกับความหมายที่ซ่อนอยู่

“เมื่อพูดถึงวันตรุษจีน สิ่งแรกที่คนจะนึกถึงเลยก็คือการให้อั่งเปา เพราะนอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (มนุษย์กับฤดูใบไม้ผลิ) แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองด้วย วิธีคิดที่มาคู่กับความกตัญญูกตเวที ก็คือการจุนเจือบริวาร คนที่เป็นผู้ใหญ่ สามารถหารายได้ด้วยตัวเองได้แล้ว จึงนิยมมอบอั่งเปาให้กับบริวาร อาจเป็นลูกหลาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเป็นจรรโลงจิตใจให้ลดความตระหนี่ อย่างไรก็ดี กุศโลบายคำพ้องเสียงสะท้อนความเป็นมงคลก็ถูกนำมาใช้กับการให้อั่งเปาเช่นกัน ชาวจีนจึงไม่นิยมให้อั่งเปาตามจำนวนเงินที่มีเลข 4 เนื่องจากในภาษาจีน คำว่า ซื่อ (四)ที่แปลว่า 4 ออกเสียงคล้ายคำว่าสื่อ (死)ซึ่งมีความหมายไม่เป็นมงคล นอกจากนี้ชาวจีนยังเชื่อในเลขคู่ทำอะไรให้ทำเป็นคู่เวลาให้อั่งเปาจึงนิยมให้เป็นเลขคู่”

เปิดตำราส่องเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทย

“องค์ประกอบต่างๆ ในเทศกาลตรุษจีน ทั้งการกราบไหว้บรรพบุรุษการบูชาเทพเจ้า ของไหว้ และอั่งเปา ล้วนเป็นแนวปฏิบัติดั้งเดิมที่มาจากชาวจีน ที่ถูกส่งต่อมายังประเทศไทย เนื่องจากแผ่นดินของเราโอบรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม และมีสัดส่วนของ หัวเฉียว(华侨)หรือชาวจีนโพ้นทะเลที่กระจายไปอยู่ตามประเทศต่างๆหลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งจีนแต้จิ๋วจีนกวางตุ้ง จีนฮกเกี้ยน และไหหลำ ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ใดก็ตาม พวกเขาก็ยังคงยึดถือในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม ทั้งนี้ ด้วยความที่ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ เรามีพืชพรรณธัญญาหารมากมาย คนเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในไทยจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับการเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน โดยนิยมไหว้หมู เห็ด เป็ด ไก่ พร้อมด้วยผลไม้และของมงคลต่าง ๆ อย่างเต็มที่ การเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในไทยจึงยิ่งใหญ่ และเป็นที่นิยมไม่แพ้ต้นอารยธรรมอย่างจีนแผ่นดินใหญ่เลยทีเดียว”

ตรุษจีนวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ในมุมมองของ ดร.วิทย์

“จุดเริ่มต้นของเทศกาลตรุษจีน มาจากการเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งการเพาะปลูก ก่อนเติมเต็มด้วยความเชื่อและค่านิยมมากมาย จนกลายเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ดังนั้นหากจะถามว่าตรุษจีนวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าเทศกาลนี้จะยังคงมีอยู่ต่อไป แต่อาจมีวิวัฒนาการเพิ่มเติมไปตามยุคสมัย เช่น บางคนไม่ทานเนื้อสัตว์ ในอนาคตอาจมีคนคิดทำชุดของไหว้แบบมังสวิรัติ หรือบางคนก็เริ่มคิดในเชิง Practical มากขึ้น ว่าของไหว้ที่ถวายเทพเจ้าไปแล้วจะนำไปใช้ทำอะไรต่อ ของไหว้ก็อาจจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นของที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากขึ้น แต่ไม่ว่าในวันข้างหน้า วิวัฒนาการของตรุษจีนจะเป็นอย่างไร แก่นสารของเทศกาลตรุษจีนก็ยังคงเป็นเช่นเดิม คือการแสดงความเคารพต่อธรรมชาติและบรรพบุรุษ และแม้ปัจจุบัน จีนจะส่งจรวดไปสำรวจดาวอังคารได้แล้ว แต่ชาวจีนก็ยังให้ความสำคัญกับรากเหง้าของตน และยังคงประกาศว่าวันหยุดแห่งชาติคือเทศกาลตรุษจีนดังเช่นในอดีตครับ”

ทั้งหมดนี้ คือเกร็ดความรู้น่าสนใจจาก ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ที่จะทำให้คุณรู้จักกับตรุษจีนในมุมใหม่ และเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น คราวนี้ก็ถึงเวลาเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีงูไฟ ด้วยสินค้าเสริมสิริมงคลสุดพิเศษจากท็อปส์แบบครบครัน อาทิ ชุดเครื่องไหว้เซตมงคลอาหารทะเลพรีเมียม รวม 5 ชนิดกุ้งล็อบสเตอร์ หอยเป๋าฮื้อ ปลากะพงแดงปลาหมึกทาโกะ และกุ้ง มีจำหน่ายเฉพาะที่ท็อปส์ เซตไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษผลไม้สดใหม่ที่แฝงความหมายลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นส้ม แอปเปิ้ล สาลี่ เมล่อนสลักอักษรมงคล ฯลฯ และขนมมงคล อาทิ มายชอยส์ปุยฝ้าย ซิ้วท้อมงคล ขนมเข่งเทียน และขนมเข่ง รวมถึงของตกแต่งตามเทศกาลอีกมากมาย พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เพียงสั่งจองสินค้าล่วงหน้าสำหรับไหว้ตรุษจีน ตั้งแต่วันนี้-24 มกราคม 2568 นอกจากนี้ ลูกค้าที่มียอดจับจ่ายสินค้าตรุษจีนสูงสุด (Top Spenders) รับสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วม เอ็กซ์คลูซีฟทริป กับ ดร.วิทย์ สิทธิเวคินพรีเซ็นเตอร์ประจำแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2025 ที่จะพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านไปดื่มด่ำกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของตรุษจีน ตลอดทริป

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชั่นไลน์ @TopsThailand

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานมูลนิธิฯ, จันทรา อินทรทูต, ขรรค์ ประจวบเหมาะ, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม., พล.ต.อ.เพิ่มพูนชิดชอบ รมว.ศธ., ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม., โชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พม., พาสินี ลิ่มอติบูลย์,ดร.ประสงค์ สุบรรณพงษ์ ผอ.รร.สอนคนตาบอดกรุงเทพ, จรัสศรี ศรีมณี ผอ.สำนักบริหารมูลนิธิฯ และ อรวรรณ คราประยูร

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงเปิดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) :แสงสว่างสู่ทางฝัน” เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2568 ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถีเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน”เพื่อเผยแพร่พันธกิจและกิจกรรมสร้างสรรค์ของมูลนิธิที่สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความเข้าใจในชีวิตของผู้พิการทางการเห็น ผ่านศูนย์การเรียนรู้ที่มองเห็นด้วยตาสัมผัสได้ด้วยใจ

ทอดพระเนตรการฝึกทักษะของนักเรียนผู้พิการทางสายตา ด้วยบอร์ดเกมที่สามารถเล่นร่วมกับผู้มีสายตาปกติได้

เมื่อเสด็จฯถึงมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ จันทรา อินทรทูต, ขรรค์ ประจวบเหมาะ,คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, วราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนนักเรียนตาบอด และครูผู้ดูแล เฝ้าฯ รับเสด็จ โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทอดพระเนตรวีดิทัศน์ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิฯ และพระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ แล้วเสด็จฯ ไปยังศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ทอดพระเนตรการแสดงสภาพสภาวะอากาศ Hot room, Green room, Game room และภาพวาดจากฝีมือศิลปินและศิษย์ รวมทั้งการทำกิจกรรมศิลปะและดนตรีของนักเรียน

ทอดพระเนตรการฝึกทักษะอาชีพของนักเรียน

ในการนี้ ทอดพระเนตรห้อง Liblouis เครื่องแปลภาษาอักษรเบรลล์ภาษาไทยสำหรับการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ จัดการอักษรเบรลล์ และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิ ฯ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” จัดในรูปแบบคาร์นิวัล ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น.ภายในงานจะมีการแสดงของนักเรียนปัจจุบันและศิษย์เก่า มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกผลงานของคนตาบอดจากส่วนงานฝึกอาชีพ ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิ รวมทั้งการแสดง ศิลปกรรม การนวดผ่อนคลาย และเทคโนโลยีฝีมือคนตาบอด ฯลฯ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.blind.or.th และเฟซบุ๊ก :มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

นักเรียนผู้พิการทางสายตาที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี

นักเรียนผู้พิการทางสายตาที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม., พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม., พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน

อรวรรณ คราประยูร, จันทรา อินทรทูต, ขรรค์
ประจวบเหมาะ, เสาวณี สุวรรณชีพ, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,จรัสศรี ศรีมณี และ ดร.ประสงค์ สุบรรณพงษ์

อรวรรณ คราประยูร, จันทรา อินทรทูต, ขรรค์ ประจวบเหมาะ, เสาวณี สุวรรณชีพ, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,จรัสศรี ศรีมณี และ ดร.ประสงค์ สุบรรณพงษ์

รมว.พม. วราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วยคุณครูธนาพันธ์ เค้าสิม ผู้มีส่วนในการ
พัฒนาระบบ Liblouis และ เทวพงษ์ พวงเพชร นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ

รมว.พม. วราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วยคุณครูธนาพันธ์ เค้าสิม ผู้มีส่วนในการ พัฒนาระบบ Liblouis และ เทวพงษ์ พวงเพชร นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ

Air New Zealand ชวนนักวาดภาพสาวไทย ‘ปั๋น Riety’ เปิดโลกศิลปะแห่งนิวซีแลนด์กับแคมเปญ ‘Soar Beyond’

Air New Zealand ชวนนักวาดภาพสาวไทย ‘ปั๋น Riety’  เปิดโลกศิลปะแห่งนิวซีแลนด์กับแคมเปญ ‘Soar Beyond’

Air New Zealand ชวนนักวาดภาพสาวไทย ‘ปั๋น Riety’ เปิดโลกศิลปะแห่งนิวซีแลนด์กับแคมเปญ ‘Soar Beyond’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Air New Zealand สายการบินของนิวซีแลนด์ เปิดตัวแคมเปญ “Soar Beyond” โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ (Tourism New Zealand) เพื่อเชิญชวนนักเดินทางก้าวข้ามประสบการณ์การเดินทางแบบเดิมๆ และค้นพบการเดินทาง เป้าหมาย และแรงบันดาลชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจที่มองหาโอกาสๆ ในการขยายธุรกิจ หรือศิลปินที่ต้องการค้นพบแรงบันดาลใจ นิวซีแลนด์ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครด้วยธรรมชาติอันงดงาม วัฒนธรรมหลากหลาย และมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว

แคมเปญ Soar Beyond นี้ Air New Zealand ได้ร่วมมือกับศิลปินวาดภาพชื่อดังปั๋น-ดริสา การพจน์ หรือ Riety ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะจากการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Musée Guimet ในกรุงปารีส คุณปั๋นเป็นทั้งศิลปินและนักเดินทางที่ผสานความคิดสร้างสรรค์มาเข้ากับการสำรวจโลกได้อย่างลงตัว เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวศิลปะอันหลากหลายผ่านมุมมองของนักท่องโลก และใช้ประสบการณ์การเดินทางจากที่ต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยความสามารถอันโดดเด่นนี้ คุณปั๋นจึงเป็นตัวแทนของศิลปิน นักธุรกิจ และนักเดินทางที่จะมาร่วมรังสรรค์ผลงานสุดพิเศษสำหรับแคมเปญนี้

ในทริปนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ นอกเหนือจากผืนผ้าใบและลายเส้นแล้ว เธอได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมเมารีอันมีชีวิตชีวาและเอกลักษณ์ พร้อมด้วยการต้อนรับอันอบอุ่นจากชาวกีวี และคงไม่มีวิธีใดจะเหมาะไปกว่าการเริ่มต้นการเดินทางในชั้น Business Premier ของ Air New Zealand เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจในทริปนี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอก้าวขึ้นเครื่อง ได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายเหนือระดับ เพลิดเพลินกับมื้ออาหารรสเลิศที่จับคู่กับไวน์ชั้นเยี่ยมจากนิวซีแลนด์ และผ่อนคลายบนเตียงหนังนุ่มปรับเอนที่มาพร้อมเมมโมรี่โฟมและหมอนใบใหญ่ ทุกองค์ประกอบนี้เปรียบเสมือนการเริ่มต้นการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะไปพบกับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่รอเธออยู่ในดินแดนนิวซีแลนด์

หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ โอ๊คแลนด์ คือสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด! เมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งนี้ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และความงดงามไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแกลเลอรีร่วมสมัย งานสตรีทอาร์ต หรือวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ หนึ่งในไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินเล่นบนถนน Karangahape ซึมซับบรรยากาศสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และไร้ขอบเขต ในทริปนี้ ปั๋น บอกเล่าประสบการณ์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเธอให้พุ่งไกลเกินกว่าที่เคย

หากคุณต้องการสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนพื้นเมืองนิวซีแลนด์ หมู่บ้านเท ปา ทูเมารี (Te Pā Tū Māori Village) ในเมืองโรโตรัว คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้จะพาคุณเปิดประสบการณ์ใหม่ เรียนรู้เกี่ยวกับมรดกอันล้ำค่าของชาวเมารี ผ่านเรื่องราวศิลปะ และประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเปี่ยมเสน่ห์ โดย ปั๋นได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีฮองงิการทักทายแบบดั้งเดิมของชาวเมารี ซึ่งแสดงออกผ่านการสัมผัสจมูกและหน้าผาก เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวและมิตรไมตรี คล้ายกับการไหว้ของคนไทย นอกจากนี้ เธอยังได้เรียนรู้ปรัชญาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของชาวเมารีรวมถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับบทบาทของวัฒนธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะของเธอได้อย่างลึกซึ้ง

การเดินทางค้นหาแรงบันดาลใจของ ปั๋น Riety ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวแท็กกระเป๋า (Luggage Tag) และซองใส่พาสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ด ซึ่งเป็นผลงานสุดพิเศษร่วมกับ Air New Zealand โดยเธอเล่าว่า “ผลงานทั้งสองชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ความงดงามของธรรมชาติ เสน่ห์ของวัฒนธรรมเมารี ความเชื่อมโยงของผู้คนท้องถิ่น ไปจนถึงความหลากหลายอันน่าทึ่งของสิ่งมีชีวิตในดินแดนนี้”

แรงบันดาลใจจากการเดินทางในครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและธรรมชาติของนิวซีแลนด์ เธอได้นำลวดลายรอยสักแบบดั้งเดิมของชาวเมารีมาใช้ เพื่อแสดงถึงศิลปะของคนโบราณ พร้อมด้วยภาพหญิงสาวที่กำลังเต้นระบำโรปปอยอย่างอ่อนช้อยผสมผสานเข้ากับพรรณไม้และสัตว์เฉพาะถิ่นของนิวซีแลนด์อย่างผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยสีน้ำในโทนสีธรรมชาติที่สงบ ถ่ายทอดความงดงามอันเงียบสงบและความอบอุ่นเป็นมิตร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากสัมผัสความงดงามของประเทศนิวซีแลนด์ สายการบิน Air New Zealand พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายจากกรุงเทพฯ สู่โอ๊คแลนด์ด้วยเส้นทางแบบเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์เที่ยวบิน SIN-AKL ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน เริ่มต้นการเดินทางด้วยเที่ยวบินสั้นๆ จากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สู่สนามบินชางงี สิงคโปร์ ก่อนต่อเที่ยวบินตรงของ Air New Zealand สู่โอ๊คแลนด์ จองตั๋วได้แล้ววันนี้ที่ https://www.airnewzealand.com.sg/

คุณแหน : 16 มกราคม 2568

คุณแหน : 16 มกราคม 2568

คุณแหน : 16 มกราคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 เพื่อทรงพระราชอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ด้วยทรงอนุสรณ์คำนึงถึงพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นบ้านเมืองที่เป็นปึกแผ่นร่มเย็น ทรงเป็นนักรบที่เข้มแข็งและนักปกครองที่ชาญฉลาด ป้องกันขอบขัณฑสีมาเพื่อธำรงรักษาเอกราชของชาติไทย ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงตระหนักว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหนึ่งเดียวกันกับชาติและประชาชน ทรงสร้างเครื่องราชกกุธภัณฑ์และเครื่องราชูปโภค ซึ่งแสดงถึงความเจริญมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยตั้งมั่นเป็นเอกราช ทรงฟื้นฟูราชประเพณีและประเพณีต่างๆ และทรงสร้างเครื่องประกอบพิธีเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปะ อีกทั้งทรงเอาพระราชหฤทัยใส่และทรงให้ความสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนในด้านต่างๆ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่อาณาราษฎร และนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมือง เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทรงแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อสมเด็จพระบรมราชบุพการีอยู่เสมอ ทรงทำนุบำรุงศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ทรงห่วงใยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข จึงทำให้พระราชวงศ์จักรียั่งยืนมั่นคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน…

●● ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ ประธานชมรม วปรอ.4010 ชวนเพื่อนๆ พร้อมคู่สมรส ท่องเที่ยวรับพรปีใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แวะพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ต.เกาะเกิด บางปะอิน กราบสักการะพระพุทธนิมิต พระคันธารราฐ หลวงพ่อขาว ที่วัดหน้าพระเมรุชมนิทรรศการเครื่องทองอยุธยา ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา และ อาทิตย์อัสดง ที่อโยธยา ลิงค์ของ ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์..

●●“รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์” (SiPH) มอบเงินกำไรจากการดำเนินงานปี 2567 เป็นเงิน 1,365 ล้านบาทให้กับ รพ.ศิริราช ผู้ใช้บริการตรวจรักษาที่ “SiPH”เท่ากับร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญที่นำไปใช้กับผู้ป่วยที่ “ศิริราช” ต่อไป..

●● เชิญชมนิทรรศการศิลปะนานาชาติ “รวมพลศิลปินสีน้ำระดับโลก” ซึ่ง คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีพันธมิตร จัดในโอกาสครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ The CMU 60th anniversary World Mastercolor Exposition, “Lanna Landscape” สะท้อนความงามของภูมิทัศน์และวัฒนธรรมล้านนาผ่านสีน้ำ ฝีมือศิลปินสีน้ำชาวไทยและต่างประเทศที่มีชื่อเสียง นำผลงานมาร่วมจัดแสดงกว่า 300 ชิ้น โดย ชวน หลีกภัยอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานโดยจะจัดแสดงถึง 31 ม.ค. ที่ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่..

●●พลเอกสายหยุด เกิดผล อดีตผบ.สูงสุด ปีนี้จะครบ 103 ปี แต่ความจำยังดีเลิศแม้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็จำได้..

●● เพื่อนๆ ที่รู้จัก ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ทราบดีว่าคุณเจี๊ยบเป็นผู้ที่เลื่อมใสพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารวมทั้งทุ่มเทการทำงานเพื่อสังคมมากมาย ล่าสุดร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระพุทธมนต์ พระบรมสารีริกธาตุพระเขี้ยวแก้วที่สนามหลวง 2 วัน ฝากเรียนเชิญญาติมิตรร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์…

●● งานฉลองครบรอบแต่งงาน 54 ปี “เคียงข้าง ยั่งยืน มั่นคง เพื่อสังคม” ของ โชติ-ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช…แขกที่ไปร่วมงาน เห็นพ้องต้องกันกับสโลแกนซึ่งเป็นบทสรุปของทั้งสองท่าน Support ซึ่งกันและกันได้อย่างพิเศษสุด น่ายกย่องยิ่งนัก…●●

น้อง

แอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในไทย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

แอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในไทย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

แอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในไทย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แอสตร้าเซนเนก้า ลงนาม MOU กับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขับเคลื่อนการวิจัยทางคลินิกในไทย

บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) เพื่อร่วมกันพัฒนาการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทยผ่านนวัตกรรมของแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ของนักวิจัยชาวไทยและขยายขอบเขตการวิจัยสำหรับพัฒนายารักษาโรคในประเทศไทย ทั้งนี้ การนำรูปแบบการวิจัยทางคลินิกของแอสตร้าเซนเนก้ามาประยุกต์ใช้ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพงานวิจัยด้านยารักษาโรคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มุ่งยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือฯ ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุลคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ลงนามฯ ร่วมกับนายโรมัน รามอส ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าประเทศไทย

โรมัน รามอส

นายโรมัน รามอส ประธานบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และ Frontier Markets เปิดเผยว่า “ที่แอสตร้าเซนเนก้าเราให้ความสำคัญกับการวิจัยทางคลินิกเพื่อพัฒนายารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ป่วย ปัจจุบันขอบเขตการวิจัยของเราครอบคลุมกลุ่มโรคที่หลากหลาย ทั้งมะเร็งวิทยา, โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตและโรคเมตาบอลิซึม, โรคทางเดินหายใจและภูมิคุ้มกันวิทยา, การพัฒนาวัคซีนและภูมิคุ้มกันบำบัด, รวมถึงโรคหายาก การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้จะเปิดโอกาสให้แอสตร้าเซนเนก้านำทรัพยากรด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่ทันสมัย พร้อมความเชี่ยวชาญในการวิจัยทางคลินิกมาแบ่งปันสู่นักวิจัยชาวไทย เพื่อเป้าหมายในพัฒนายารักษาโรคร้ายให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย”

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และแอสตร้าเซนเนก้าถือเป็นก้าวสำคัญในพันธกิจร่วมกันของเราในการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ให้ก้าวหน้า ด้วยการรวมความเชี่ยวชาญอันล้ำสมัยของแอสตร้าเซนเนก้า ในการพัฒนายาเข้ากับความเป็นเลิศในการวิจัยทางคลินิกของศิริราช เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ๆ และทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นำมาซึ่งความหวังในการมีสุขภาพที่ดีขึ้นในอนาคต”

ด้าน รศ.นพ. วินัย รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (SICRES) กล่าวว่า “บทบาทสำคัญของ SICRES คือการเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการวิจัยทางคลินิกในหลากหลายโรค โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทยและภูมิภาค ความร่วมมือกับแอสตร้าเซนเนก้าในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้บุคลากรด้านการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทยได้มีโอกาสพัฒนาทักษะเพิ่มขึ้นผ่านเครือข่ายองค์ความรู้ในระดับนานาชาติและนวัตกรรมของแอสตร้าเซนเนก้า การทำงานร่วมกันในห้องปฏิบัติการส่วนกลางระหว่างนักวิจัยชาวไทยและพาร์ทเนอร์ จะช่วยสนับสนุนการขยายขอบเขตงานวิจัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการวิจัยเพื่อพัฒนายารุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยในอนาคต การร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับแอสตร้าเซนเนก้าครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงยารักษาโรคและวิธีการรักษาใหม่ๆ เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิต และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ซีพีแรมร่วมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ทางอาหารเพื่อสุขภาพ

ซีพีแรมร่วมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ทางอาหารเพื่อสุขภาพ

ซีพีแรมร่วมเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ทางอาหารเพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ร่วมจัดงาน “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2568 โดยออกบูธกิจกรรมและเวิร์กช็อปความรู้ทางอาหารมากมาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ทางอาหาร รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ในการนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 พร้อมเยี่ยมชมบูธซีพีแรม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีความสุข Smart Kids, Happy Future” เพื่อส่งมอบความสุข ปลุกความคิดสร้างสรรค์มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเป็นคนเก่ง คนดี สามัคคี กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเอง ตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม มีความสามัคคี เป็นกำลังสำคัญของชาติ สอดรับกับคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2568 “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” ณ กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ซีพีแรม ให้ความใส่ใจต่อการพัฒนาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ ที่มีรสชาติอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมศักยภาพของผู้คนในเมืองไทย โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้แก่เยาวชน ซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ที่เน้นเรื่องการเรียนรู้และปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเองได้อย่างมั่นใจ ซึ่งบูธกิจกรรมของเรามุ่งสนับสนุนการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ผ่านเวิร์กช็อปต่างๆ ที่เด็กๆ สามารถเลือกทำกิจกรรมได้ตามใจชอบ เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในอนาคต

บูธกิจกรรมซีพีแรม ณ ทำเนียบรัฐบาล ในปีนี้ ประกอบด้วยโซนเวิร์กช็อปเพ้นท์ถุงผ้ารักษ์โลก เพื่อกระตุ้นแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยน้องๆ สามารถนำถุงผ้าฝีมือของตนเองกลับบ้านไปใช้ที่บ้านได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่งถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในการเริ่มต้นใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมของเด็กๆ

นอกจากนี้ ยังมีโซนเวิร์กช็อปแต่งหน้าคัพเค้ก ซึ่งน้องๆ สามารถปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ผ่านการตกแต่งหน้าคัพเค้กกล้วยหอมเลอแปง ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากซีพีแรม ให้เด็กๆ มาร่วมแต่งแต้มสีสันเพิ่มความสวยงาม โดยมีพนักงานซีพีแรมคอยดูแล ให้คำแนะนำ และสอนการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันอย่างสนุกสนาน ณ ลานหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ

Guan Xiao Tong เปล่งประกายไปกับ FRED Jewelry ในแคมเปญตรุษจีนปีมะเส็ง

Guan Xiao Tong เปล่งประกายไปกับ FRED Jewelry ในแคมเปญตรุษจีนปีมะเส็ง

Guan Xiao Tong เปล่งประกายไปกับ FRED Jewelry ในแคมเปญตรุษจีนปีมะเส็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ เมซง FRED ร่วมเฉลิมฉลองความเปล่งประกายของชีวิต ความรัก และการเริ่มต้นใหม่ไปกับเทศกาลตรุษจีน โดย กวนเสี่ยวถง Global Brand Ambassador ได้นำแสงสว่างและความสดใสมาเติมเต็มให้กับแคมเปญของ FRED พร้อมถ่ายทอดความอบอุ่นของแสงตะวันและความสุขของการเริ่มต้นใหม่ ความมีชีวิตชีวาและเสน่ห์ของเธอทำให้จิวเวลรี่ของเมซงเปล่งประกายโดดเด่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเจิดจ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Freddie เพื่อร่วมฉลองความสุขร่วมกันและจินตนาการถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยอนาคตอันสดใส

ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในปีใหม่นี้ช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวันได้ถ่ายทอดแก่นแท้ของความสุขและความสง่างามที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณเปล่งประกายในทุกช่วงเวลาของชีวิตไปพร้อมกับเครื่องประดับร่วมสมัยจากเมซง และช่วงเวลานี้ยังเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวและผองเพื่อน เพื่อเก็บช่วงเวลาอันอบอุ่นและน่าประทับใจที่เต็มไปด้วยความสุขไว้ในความทรงจำตลอดไป

คอลเลคชั่นของ FRED สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเมซงในการออกแบบที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานกับความทันสมัยและความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ โดยในตรุษจีนปีนี้กวนเสี่ยวถง Global Brand Ambassador ได้นำแสงสว่างและความสดใสมาเติมเต็มให้กับแคมเปญของ FRED พร้อมถ่ายทอดความอบอุ่นของแสงตะวันและความสุขของการเริ่มต้นใหม่ ความมีชีวิตชีวาและเสน่ห์ของเธอทำให้จิวเวลรี่ของเมซงเปล่งประกายโดดเด่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเจิดจ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Freddie เพื่อร่วมฉลองความสุขร่วมกันและจินตนาการถึงการผจญภัยครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยอนาคตอันสดใส

ดื่มด่ำไปกับความมีชีวิตชีวาของคอลเลคชั่น Force 10 ที่โดดเด่นด้วยสายเคเบิลสีแดงสด เชื่อมกับบักเคิลสีทอง สื่อถึงโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองเปล่งประกายดุจแสงตะวัน สร้างความอบอุ่นให้กับช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งสร้อยข้อมือและสร้อยคอ Force 10 มีให้เลือกหลากหลายขนาด เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นเครื่องประดับที่เติมเต็มลุคปีใหม่ได้อย่างโดดเด่นและลงตัว เพื่อสวมใส่เป็นสัญลักษณ์เตือนใจถึงโอกาสที่อยู่ข้างหน้า และพร้อมให้คุณเจิดจรัสเพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนอย่างสง่างาม

ค้นพบเสน่ห์อันน่าหลงใหลของคอลเลคชั่น Chance Infinie ที่มาพร้อมรูปทรงอินฟินิตี้ “∞” การออกแบบอันประณีตนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเลขนำโชค “8” สำหรับปีใหม่นี้ ทางเมซงได้นำเสนอรุ่นพิเศษซึ่งประดับด้วยทับทิมอย่างสง่างาม แสดงถึงโชคลาภและความรุ่งเรืองที่กำลังจะมาถึง โดยคอลเลคชั่นนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณสร้างโอกาสด้วยตัวเอง โอบรับศักยภาพและความหวังที่รออยู่ข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมีเสน่ห์อันน่าทึ่งของคอลเลคชั่น Pretty Woman ที่ยากจะมองข้าม ด้วยดีไซน์ “หัวใจซ้อนหัวใจ” อันโดดเด่น ประดับเพชรระยิบระยับอย่างประณีต เพื่อฉลองความรักในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นความรักจากพ่อแม่ คนรัก หรือมิตรภาพอันงดงาม โดยสำหรับปีใหม่นี้ เมซงได้เลือกสร้อยคอ Multi Hearts มานำเสนอเป็นพิเศษ ด้วยเพราะเหมาะสำหรับเป็นของขวัญแทนความรักอันบริสุทธิ์และมั่นคง ดุจแสงแดดอันอบอุ่นที่มอบให้แก่คนที่คุณรัก

ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีมะเส็งพร้อมกับเมซง FRED ในปีแห่งความเปล่งประกาย ความเจิดจ้า และโอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมทั้งฉลองให้กับความงดงามของการอยู่ร่วมกันและความรุ่งโรจน์ที่ส่องแสงภายในตัวเราทุกคน ปลดปล่อยให้จิตวิญญาณของคุณเต็มไปด้วยความสุข!

Show Sneak Peek มาแล้ว! เปิดประสบการณ์ Immersive‘เจ้าชายน้อย’เต็มรูปแบบในไทย

Show Sneak Peek มาแล้ว! เปิดประสบการณ์ Immersive‘เจ้าชายน้อย’เต็มรูปแบบในไทย

Show Sneak Peek มาแล้ว! เปิดประสบการณ์ Immersive‘เจ้าชายน้อย’เต็มรูปแบบในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฯพณฯ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ ออท.ฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ มร.นิโกลา เดลซาล มึน ร่วมเปิดงาน

แม๊ด โมชั่น (Mad Motion) กลุ่มนักสร้างสรรค์ประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจในรูปแบบ Immersive Experience Creations เปิดประสบการณ์ในรูปแบบ Immersive ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจกับเรื่องราวของ “The Little Prince” หรือ“เจ้าชายน้อย” สุดยอดวรรณกรรมที่คนทั้งโลกหลงรัก ในงาน “The Little Prince Universe – An Immersive Journey” โดยได้จัดงานแถลงข่าวรอต้อนรับ “เจ้าชายน้อย”กับงานสร้างสรรค์อันงดงามที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานในแบบที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ ที่ ไอคอนสยาม โดยมี ฯพณฯ ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ มร.นิโกลา เดลซาล มึน (Nicolas DELSALLE-MUN) Delegate General of the Antoine de Saint Exupéry Youth Foundation ร่วมกล่าวเปิดงาน

แคทรีน อมตวิวัฒน์

แคทรีน อมตวิวัฒน์ Managing Partner & Head of Creations จาก แม๊ด โมชั่น กล่าวว่า “เราเลือกที่จะทำให้การเล่าเรื่องของเจ้าชายน้อยเป็นแบบ Immersive Journey เป็นครั้งแรก ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เข้าไปอยู่ในโลกของเจ้าชายน้อยจริงๆ ผ่านการใช้เทคโนโลยี แสง สี เสียง และการออกแบบสถานที่ที่สวยงาม เราต้องการให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่สุดพิเศษนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ และครั้งนี้ยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยด้วย จึงถือว่าเป็นโอกาสพิเศษสำหรับแฟนๆ ที่จะได้สัมผัสอะไรที่ใหม่และไม่เหมือนใคร

ภายในงาน The Little Prince Universe -An Immersive Journey จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกว่า 15 ประสบการณ์ บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตรณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ซึ่งจะพาออกเดินทางไปผจญภัยพร้อมกันในจักรวาลของเจ้าชายน้อย โดยไฮไลท์ที่อยากแนะนำ ได้แก่ โซน Asteroid B612 : ดวงดาวบ้านเกิดของเจ้าชายน้อย, Travel the Planets : เดินทางผ่านดวงดาวต่างๆ ของตัวละครในเรื่อง, Hello Earth : ห้องที่สะท้อนความงามของโลก, Walk with the Roses : ห้องดอกกุหลาบแบบอินฟินิตี้, The Farewell and Stargazing Hall : ห้องที่เต็มไปด้วยความประทับใจและการมองดูดวงดาว และ Play Zone : พื้นที่กิจกรรมที่เหมาะสำหรับทุกวัย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กๆ อีกมากมาย”

นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าวยังมี มร.ฌอง มาร์ค พรอบ (Jean-Marc Probst) ผู้ก่อตั้ง Jean-Marc Probst for The Little Prince Foundation, ปิลันธนี สุวรรณบุบผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มาร่วมกล่าวเปิดตัวแสตมป์ชุดพิเศษของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ ผู้ก่อตั้ง The Little Prince in Thai Dialects Project เจ้าของโครงการเจ้าน้อยภาษาถิ่นและหนังสือเจ้าชายน้อยภาษามอแกน และ น้องนุช ลิขิตสุวรรณกูล Licensing Director จาก Medialink Group Limited ร่วมงานด้วย

และที่ขาดไม่ได้คือ เหล่าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกท์ครั้งสำคัญนี้ได้แก่ อรฉัตร วุฒิชัยพรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ จาก Grab Thailand,ระริน ธรรมวัฒนะ Co-founder จาก คราฟต์ไอศกรีม Guss Damn Good, เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (Mc JEANS),ปิยณัฏฐ์ สิงหกันต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด แบรนด์ Mc JEANS, กมลณิชาโสภณเตชะวณิช จากแบรนด์ Sunday Morning by Somjai, ธัชพล ทองสุข Brand Representativeร้านชานมไข่มุก BEARHOUSE และ Duni ผู้นำด้านกระดาษและบรรจุภัณฑ์ทางด้านอาหารที่พากันมาเตรียมเซอร์ไพรส์ ทั้งงานสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นมากมายกันอย่างเต็มที่

บอกเลยว่าครั้งนี้คือประสบการณ์ครั้งสำคัญที่เจ้าชายน้อยเลิฟเวอร์และซูเปอร์แฟนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ควรพลาด! สร้างสรรค์โดย แม๊ด โมชั่น สตูดิโอ (MAD MOTION Studio) จัดเต็มทั้งความสวยงาม สนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจและให้ความประทับใจไม่รู้ลืมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อตั๋วเข้าชม ได้ที่บริเวณจุดจำหน่ายบัตร Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยามตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2568 จนถึงวันที่11 พฤษภาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Mad Motion-The LittlePrince Universe พร้อมจองบัตรได้แล้ววันนี้ที่Ticketmelon คลิกที่ : https://www.ticketmelon.com/madmotionstudio/the-little-prince-univers

อาหารสำหรับคนวัยทองที่ควรทานหรือหลีกเลี่ยง

อาหารสำหรับคนวัยทองที่ควรทานหรือหลีกเลี่ยง

อาหารสำหรับคนวัยทองที่ควรทานหรือหลีกเลี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเข้าสู่วัยทองหรือช่วงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ร่างกายก็เริ่มผลิตฮอร์โมนทางเพศได้ไม่เหมือนเดิม นำมาซึ่งอาการผิดปกติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนอนหลับยากรู้สึกร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าวิตกกังวล อีกทั้ง ในผู้หญิงยังมีภาวะช่องคลอดแห้ง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับคู่ชีวิตได้ แล้วจะมีวิธีดูแลอย่างไรเมื่อเกิดภาวะเช่นนั้น

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ความรู้ว่า ในช่วงวัยทอง นอกจากความแปรปรวนของฮอร์โมนที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตแล้ว ระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งระบบโครงกระดูก ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบประสาท ก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัยด้วย

ดังนั้น เพื่อรับมือกับอาการวัยทอง การเลือกรับประทานอาหารนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ล้วนมีสารอาหารซึ่งจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทั้งยังบรรเทาอาการวัยทอง แต่ถ้าเลือกไม่ดีก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ แล้วคนวัยทองควรทานอะไร และมีอาหารประเภทใดที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารสำหรับวัยทองที่ควรรับประทาน

ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลีข้าวไรย์ เนื่องจากเป็นอาหารสำหรับวัยทองที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ และวิตามินบี รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ถั่วและธัญพืชต่างๆ จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ที่มีส่วนช่วยในการลดความวิตกกังวล และความแปรปรวนของอารมณ์ได้ อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมกา 3 ที่ช่วยลดการสูญเสียของมวลกระดูกได้

ปลาแซลมอน เป็นปลาที่มีโปรตีนสูง ทั้งยังมีกรดไขมันโอเมกา 3, วิตามินบี 12,วิตามินบี 6, วิตามินดี จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงร่างกาย สายตา สมอง รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง 

ช็อกโกแลต ไข่ เป็นอาหารสำหรับวัยทองที่มีสารทริปโตเฟนสูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายสร้างเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยลดความหงุดหงิด กังวลใจ ช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้น   

ผักใบเขียวและผลไม้ต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ที่ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนวัยทอง ที่ต้องการสารอาหารไปบำรุงการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น 

นมหรือโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำ อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินดีและวิตามินเค ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ทดแทนมวลกระดูกที่เสื่อมสภาพลง ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยในกรณีที่คนวัยทอง
ไม่สามารถรับประทานอาหารประเภทนี้ เนื่องจากมีอาการแพ้หรืออื่นๆ สามารถเลือกรับประทานในรูปแบบของแคลเซียมเม็ดหรือ Probiotics ทดแทนได้เช่นกัน

เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารสำหรับวัยทองที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนอาร์จินีน อันมีส่วนช่วยสำคัญในการกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน และยังปรับระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนให้ลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกับโพรเจสเทอโรน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ ลดความเครียด และปรับสภาพอารมณ์ที่แปรปรวน ซึ่งเป็นอาการของคนวัยทองได้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ อาหารที่มีไขมันสูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดไขมันสะสมมากเกินไปจนกลายเป็นโรคอ้วน และโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อาหารแปรรูปต่างๆ ซึ่งมีรสชาติที่หวานจัด จนกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือมีรสชาติที่เค็มจัด เนื่องจากมีส่วนผสมที่เป็นโซเดียมในปริมาณสูง ทำให้มวลความหนาแน่นของกระดูกลดลง 

หลักการเลือกรับประทานอาหารง่ายๆ สำหรับวัยทอง

ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยให้เลือกรับประทานแบบหลากหลาย ไม่ซ้ำเมนูเดิม หรือไม่กินแต่อาหารชนิดเดียวทุกวัน เนื่องจากเสี่ยงที่จะทำให้ขาดสารอาหารได้ สำหรับวัยทองที่มีภาวะของโรคเบาหวาน ควรแบ่งการรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ทุกๆ 3-4 ชั่วโมงในระหว่างวันเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนวัยทองที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วนควรลดการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ปลาหมึก มันกุ้ง ไข่แดง และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจากสัตว์ หรือกะทิในการปรุงอาหาร อีกทั้งยังต้องลดความถี่ในการบริโภคเนื้อหมู เนื้อวัว หนังไก่ หนังเป็ด ด้วยเช่นกัน

การเลือกรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยรับมือกับวัยทองได้ แต่หากใครที่ต้องการบรรเทาอาการฮอร์โมนไม่ปกติ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านฮอร์โมนทดแทนเพื่อดูแลสุขภาพที่ถูกวิธี