‘Daredevil : Born Again’ พร้อมปลุกตำนาน! Matt Murdock ปะทะ Wilson Fisk

‘Daredevil : Born Again’ พร้อมปลุกตำนาน! Matt Murdock ปะทะ Wilson Fisk

‘Daredevil : Born Again’ พร้อมปลุกตำนาน! Matt Murdock ปะทะ Wilson Fisk

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Matt Murdock และ Wilson Fisk กลับมาประจันหน้ากันอีกครั้งในซีรี่ส์เรื่องใหม่ล่าสุดจาก Marvel Television’s “Daredevil : Born Again” ที่มีกำหนดสตรีมบน Disney+ Hotstar ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ทั้งซับไทยและพากย์ไทย เตรียมตัวให้พร้อมด้วยการรับชมตัวอย่างสุดเข้มข้นพร้อมดาวน์โหลดภาพโปรโมทได้แล้ววันนี้ แล้วอย่าลืมแชร์ความตื่นเต้นให้คนรอบตัวได้มาร่วมสนุกด้วยกัน!

“Daredevil : Born Again” Matt Murdock ทนายตาบอดผู้มีประสาทสัมผัสอันเฉียบคม ยังคงลุยต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในสำนักงานกฎหมายวุ่นๆ ของเขาในขณะที่อดีตเจ้าพ่อมาเฟีย Wilson Fisk (รับบทโดย Vincent D’Onofrio) กำลังมุ่งหน้าผลักดันสู่เป้าหมายทางการเมืองของเขาในนครนิวยอร์ก แต่เนื่องด้วยอดีตที่ไม่ลงรอยของพวกเขาทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองต้องพบกับเส้นทางที่ต้องปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซีรี่ส์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมสร้างความประทับใจ อาทิ Margarita Levieva, Deborah Ann Woll, Elden Henson, Wilson Bethel, Zabryna Guevara, Nikki M. James, Genneya Walton, Arty Froushan, Clark Johnson,Michael Gandolfini รวมถึง Ayelet Zurer และ Jon Bernthal โดยมี Dario Scardapane เป็นโชว์รันเนอร์ กำกับตอนต่างๆ โดย Justin Benson และ Aaron Moorhead, Michael Cuesta, Jeffrey Nachmanoff และ David Boyd พร้อมทีมผู้อำนวยการสร้าง นำโดย Kevin Feige, Louis D’Esposito,Brad Winderbaum, Sana Amanat, Chris Gary, Dario Scardapane, Matt Corman และ Chris Ord รวมถึง Justin Benson และ Aaron Moorhead

‘บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล’ เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกะทันหัน!

‘บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล’ เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกะทันหัน!

‘บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล’ เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกะทันหัน!

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กอล์ฟ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ นักเขียนบท

BeOnCloud ตัดสินใจเลื่อนเปิดกล้อง บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล จากเดิมที่จะเปิดกล้องปลายเดือนมกราคมนี้ล่าสุด! เลื่อนไปอีกสองเดือนเพื่อปรับทัพและเปลี่ยนกลยุทธ โดยดึง “กอล์ฟ สรรัตน์จิรบวรวิสุทธิ์” นักเขียนบทมือทองจากภาพยนตร์ ธี่หยด 1, ธี่หยด 2 และ บทละครนาคี มาเสริมทัพปลุกความเฮี้ยน เติมความหลอนให้ บุปผาราตรี มาลีรัตติกาลที่กำกับโดย พิง ลำพระเพลิง เวอร์ชั่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจขึ้นไปอีก แค่เริ่มก็มาก็เปลี่ยนขนาดนี้ เดาทางตามยากจริงๆ แถมครั้งนี้ พิง ลำพระเพลิง ได้กำลังเสริมจากปอนด์ กฤษดา ผู้กำกับ คินน์พอร์ชเดอะซีรี่ส์ ซีรี่ส์วายที่เรียกได้ว่าถูกพูดถึงมากๆในระดับโลก และยังมี 2 รางวัลสุพรรณหงส์จากภาพยนตร์ แมนสรวง มาเป็นผู้กำกับร่วมอีกด้วย การเดินเกมแบบนี่บอกได้คำเดียวว่าน่าจะเฮี้ยน ! เพราะแค่คิดภาพตาม เรื่องการเลื่อนถ่ายต่างๆ เพื่อปรับทุกอย่างใหม่ทั้งหมดก็นับเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลแล้ว ยังไม่รวมตอนเริ่มถ่ายจริงอีกงบมันจะไปสุดที่ไหนกัน ก็คงต้องยอมรับจริงๆ ว่าการเข้ามาลงทุนในภาพยนตร์เรื่องนี้ของ BeOnCloud แค่สองเดือนที่ผ่านมาดูเสริมพลังให้โปรเจกท์นี้ได้ดีเลยทีเดียว

ปอนด์ กฤษดา เเละ พิง ลำพระเพลิง

น่าจะเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างน่าสนใจ บทของกอล์ฟ สรรัตน์ พร้อมกับการร่วมกำกับของผู้บริหารค่ายรอบนี้ ที่ค่อนข้างกล้า บ้าบิ่น อยากเดาตามก็คงยากหน่อย ซึ่งครั้งนี้น่าจะปลุกความเฮี้ยน แสบ ฮา ของบุปผาราตรี ในปี 2025 ได้อย่างสุดปัง คาดว่าร้อยล้านทะลุได้ไม่ยาก ค่ายเหนือเมฆเค้าขึ้นชื่อเรื่องทุ่มทุน จัดเต็มมาเสมอ แถมฐานแฟนๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศก็แข็งแรงสุดๆ ดูจากการสามารถส่งออกศิลปินในค่ายไปงานระดับโลกได้ตลอดตั้งแต่เปิดค่ายมาแค่ไม่กี่ปี ยอมรับว่าตื่นเต้นและรอเชียร์มากๆ ขอให้เฮี้ยนสมใจทะลุร้อยล้านไปเลย “โลกมันเปลี่ยนไปไกลมาก เราไม่สามารถสร้างงานแบบ ข้ามาคนเดียวได้อีกต่อไปแล้ว การได้พันธมิตรที่ดี ย่อมทำให้เรามีโอกาสชนะได้มากขึ้น ผมรู้สึกขอบคุณพี่ปอนด์ และ BeOnCloud มาก ที่เขาเสี่ยงเอาทหารบาดเจ็บอย่างผมเข้าร่วมทีมด้วย ทัพอย่าง BeOnCloud เขาจะเอานักรบรับจ้างที่เก่งขนาดไหนก็ได้ แต่เขาให้เราร่วมสู้ไปด้วยกัน ถือว่าเป็นเกียรติครับ” พิง ลําพระเพลิง กล่าว

‘ที แอนด์ บี’ จับมือ ภาครัฐและภาคเอกชน ส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทย

‘ที แอนด์ บี’ จับมือ ภาครัฐและภาคเอกชน  ส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทย

‘ที แอนด์ บี’ จับมือ ภาครัฐและภาคเอกชน ส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด (“T&B”) จับมือ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือกันในการจัดกิจกรรมประกวดเขียนโครงเรื่องภาคต่อของแอนิเมชั่น “Out of The Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ในชื่อ “เจี๊ยบ The Next Gen”

โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมทักษะและการพัฒนาแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ด้านการเขียน การคิดเชิงวิเคราะห์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถทางภาษาไทยที่สามารถนำไปใช้ในสายอาชีพด้านการเขียนบทและการสร้างสรรค์สื่อบันเทิงให้กับนักเรียน นักศึกษาและเยาวชนไทย รวมทั้งสร้างโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทยสู่ระดับโลกผ่านไปยังสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา โดยเจี๊ยบ The Next Gen จะเป็นโปรเจกท์นำร่องในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยหลังจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ที่จะตามมา อาทิ Shelldon, Food Truckers, FriendZSpace และสติมา เป็นต้น ซึ่งจะเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทยให้เติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับโลก

‘วู้ดดี้-โอ๊ต’ จากงานลับ สู่การจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ!

‘วู้ดดี้-โอ๊ต’ จากงานลับ  สู่การจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ!

‘วู้ดดี้-โอ๊ต’ จากงานลับ สู่การจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ!

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บทพิสูจน์รักแท้ที่ไม่จำกัดเพศอย่างแท้จริง! ของ วู้ดดี้-วุฒิธรมิลินทจินดา และ โอ๊ต-อัครพล จับจิตรใจดล หลังจากที่เฝ้ารอมานาน ล่าสุด ได้จูงมือคู่ชีวิตเข้าพิธีจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายทะเบียนจากสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการจดทะเบียนสมรส ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ยืนหยัดเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติแรกของอาเซียนที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมรองรับสิทธิเสรีภาพให้กับคนทุกเพศ โดยมี เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะทำงานจากหลายภาคส่วนที่ช่วยผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์,นายดนุพร ปุณณกันต์, นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร, อรรณว์ ชุมาพร (วาดดาว)มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนๆ เหล่าเซเลปดาราชื่อดัง ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต-อัครพล จับจิตรใจดล กล่าวว่า …วันนี้รู้สึกอิ่มใจมาก คนที่เรารักก็มารวมกันอยู่ตรงนี้ ความรักได้กระจายตัวออกไป ได้เป็นเราแบบ 100% มันไม่ใช่แค่เรื่องของเพศสภาพ มันเป็นความสมบรูณ์แบบของการสร้างครอบครัว สมรสเท่าเทียมเราใช้เวลาเดินทางมา 10 กว่าปี เรามาไกลมาก จากนี้ไปมันก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ความเหมาะสม มนุษย์ทุกคนในประเทศไทยวันนี้มีความเท่าเทียมกันหมดแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ทั้งโลกต้องมีคือการให้เกียรติ ยอมรับ และเข้าใจ

โชว์ลีลาขับรถตุ๊กตุ๊กครั้งแรก ฉลองกระแส ‘เพลงพยัคฆ์’

โชว์ลีลาขับรถตุ๊กตุ๊กครั้งแรก ฉลองกระแส ‘เพลงพยัคฆ์’

โชว์ลีลาขับรถตุ๊กตุ๊กครั้งแรก ฉลองกระแส ‘เพลงพยัคฆ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปังๆ รับตรุษจีนจริงๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม“เด่นคุณ งามเนตร” ที่ตอนนี้สวมบทบาทฝาแฝดครั้งแรกในละคร “เพลงพยัคฆ์” ผลงานของผู้จัด จริยา แอนโฟเน่ แห่ง บริษัท เจ เจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นละครค่ำที่มาแรงสุดๆ ทั้งกระแสและเรตติ้งก็ปังแบบฉุดไม่อยู่ แถมแฟนคลับยังจัดเซอร์ไพรส์หนุ่มเด่นคุณต่อเนื่อง ด้วยโปรเจกท์ทำป้ายโปรโมทละครติดรถตุ๊กตุ๊กให้ทันที!!

งานนี้ “เด่นคุณ” ได้ชวนทีมนักแสดง เพลงพยัคฆ์ ไม่ว่าจะเป็น นางเอกสาว นิ้ง ศรัณยา พร้อมด้วย แซ็ค ชุมแพ และ ฮาย ชุติมา ร่วมถ่ายรูปกับรถตุ๊กตุ๊ก แต่ที่ทำเอาแฟนคลับต้องตะลึงไปตาม ๆ กันก็คือหนุ่มเด่นคุณได้ขอพี่โชเฟอร์ลองขับรถตุ๊กตุ๊กครั้งแรกในชีวิต โชว์ลีลาการขับได้คล่องจนทุกคนประหลาดใจขับวนรอบช่อง 3 ไปเลย!! ท้ายที่สุด เด่นคุณถึงกับเอ่ยปากว่า อยากซื้อรถตุ๊กตุ๊กไปไว้ที่บ้านกันเลยทีเดียว!

สำหรับแฟนละครเพลงพยัคฆ์ซึ่งตอนนี้กำลังเข้มข้นสุดๆ เมื่อฝาแฝดที่พลัดพรากได้พบเจอกันแล้ว เตรียมเริ่มแผนที่ให้พยัคฆ์สวมรอยเป็นเพลงจะโป๊ะหรือปังต้องห้ามพลาดกับ “เพลงพยัคฆ์” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3

บียอนเซ่อีสาน! ‘ใหม่ พัชรี’เปิดใจจุดเริ่มต้นพบรักสาวหล่อ ขอแต่งงานเอง

บียอนเซ่อีสาน! 'ใหม่ พัชรี'เปิดใจจุดเริ่มต้นพบรักสาวหล่อ ขอแต่งงานเอง

บียอนเซ่อีสาน! ‘ใหม่ พัชรี’เปิดใจจุดเริ่มต้นพบรักสาวหล่อ ขอแต่งงานเอง

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.43 น.

“ใหม่ พัชรี” บียอนเซ่อีสาน เปิดใจที่แรก เบื้องหลังความสำเร็จ เผยจุดเริ่มต้นพบรักสาวหล่อ ขอแต่งงานเอง 

“ใหม่ พัชรี” เจ้าของฉายาบียอนเซ่อีสาน หมอลำซิ่งสาวที่มาแรงแถวหน้าของประเทศไทย วันนี้ขอเปิดใจหลังเป็นกระแสเป็นหมอลำที่หยาบคาย เล่าเหตุการณ์เคยโดนดูถูกจนของขึ้น พร้อมเปิดสถานะหัวใจ ตอนนี้มีแฟนเป็นสาวหล่อ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เบนซ์พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

นี่คือรายการแรกที่เลือกมาออกรายการและเปิดใจถึงฉายาบียอนเซ่อีสาน ทำไมเลือกรายการนี้ที่แรก?

“จริงๆ คนติดต่อเยอะ แต่ไม่มีเวลา เพราะมีงานทุกวัน ทำงานทุกวัน ดูแลวงด้วย งานส่วนมากอยู่ภาคอีสาน ก็จะเดินทางลำบากนิดนึง มาวันนี้ก็หลง (หัวเราะ) วันนี้มีงานอยู่ปทุมฯ เต็มวงค่ะ”

ภูมิใจฉายาบียอนเซ่อีสาน?

“ดีใจค่ะ เอาจริงๆ ก็ต้องมีสักอย่างที่ทำให้คนรู้จักเราเป็นภาพจำ ก็ดีใจและภูมิใจมากๆ วันนั้นได้มีโอกาสไปร่วมงานกับพี่ก้อง ห้วยไร่ งานเฟสติวัลพี่ก้อง ตอนแรกไม่รู้เรื่อง เพราะคุณเบลล์แฟนพี่ก้องทักมาคุยกับผู้จัดการ เขาไม่ให้บอกเรา แอบเซอร์ไพรส์ เราคุยกับผู้จัดการว่าถ้าเราไม่ได้ไป เราไปเที่ยวกันนะ พอเขาบอกว่าเราได้ไปก็ดีใจมาก แอบตื่นเต้น” 

ตอนแรกไม่กล้าไป กลัวคนไม่รู้จัก?

“ใช่ เพราะเราคิดว่าเราเป็นแค่หมอลำซิ่ง ดังแค่นี้เอง กลัวว่างานใหญ่ระดับนี้ ระดับประเทศ ไปแล้วคนจะรู้จักเรามั้ย ก็เลยแอบทักพี่ก้องไปว่าหนูแอบกังวลว่าหนูไปงานจะสมงานพี่มั้ย แกบอกว่าไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวล ให้เป็นตัวของตัวเอง ทำให้เต็มที่ ผลออกมายังไงก็ดีที่สุดแล้ว” 

คาแรกเตอร์ใหม่ชัดเจน ทุกคนเห็นแล้วจำ รู้มั้ยคาแรกเตอร์ชัดมา?

“รู้ตัว ตอนแรกไม่กล้าขายแบบนี้ แล้วมาคุยกับผู้จัดการ เขาบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนสวย อย่าขายสวย ก็เออ มันก็ใช่ คาแรกเตอร์ที่คนชอบมากๆ จะเป็นการดื่มกับแฟนเพลง ด่าแฟนเพลง (หัวเราะ) ตอนแรกไม่ใช่คาแรกเตอร์แบบนี้ พอด่าแฟนเพลงมันจะเป็นการเล่นมากกว่า  มีคนเข้าใจและไม่เข้าใจ หาว่าเราหยาบคาย ทั้งสองทาง แต่เอาจริงๆ เราห้ามความคิดคนไม่ได้ เราเอาคนหน้าเวทีก่อน สคริปต์เราทุกวันจะไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่คนมาด่าเรา มาว่าเรา จะเห็นแค่ไม่กี่วิ ก็จะตัดสินเราแล้ว” 

ที่โดนเยอะมากคือหมอลำขี้เมา หยาบคาย ก้าวร้าว เสียใจมั้ย?

“ไม่ค่ะ เป็นอย่างที่ทุกคนพูดเลย (หัวเราะ) เรามาสายนี้ จะเดินออกไปสวยๆ ถ้าเราไปคอนเสิร์ต เขาเอามาให้เรากิน แก้วละ 3-4 หมื่น เคยได้เป็นแสนก็มี เราก็ต้องเอา ปกติเราซื้อกินอยู่แล้ว อันนี้คนจ้างเรากิน ทำไมจะไม่เอาล่ะคะ (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นงานโรงเรียนจะสุภาพ ไม่มีการดื่ม รู้จักกาลเทศะว่าเป็นยังไง แต่ภาพลักษณ์ที่ออกไปจะเป็นแบบนี้มากกว่า ถ้าเราโพสต์นิ่มๆ ธรรมดา คนไม่ชอบ ชอบให้เราด่า(หัวเราะ)” 

ทำไมด่าคนดู เขาแกล้งเรา?

“เราเลือกด้วยนะคะ ไม่ใช่เอะอะก็ด่า เราเลือกว่าสมควรมั้ย ต้องเล่นมั้ย หรือบางครั้งต้องหยอกมั้ย ดูสถานการณ์ว่ามันไปได้หรือเปล่า บางทีคนดูก็ด่าเราเหมือนกัน ล่าสุดเป็นคำหยาบคายเลยค่ะ มีทั้งแบบสัตว์หลายๆ ประเภทมารวมกัน เยอะมาก ยืนด่าเราหน้าเวที คือด่าจนเรารู้สึกว่ามันไม่โอเค เขาด่าจริงๆ มันเหมือนปนๆ กันไปว่าเมาหรือเปล่า วันนั้นเขาก็ด่าเยอะ”

แล้วทำยังไง?

“ด่ารอบแรกไม่เป็นไร ด่าไม่หยุดจนเรารู้สึกว่าไม่โอเค คุณแม่เจ้าภาพก็ไปห้ามเขาว่าอย่าด่าน้องนะ แกก็ผลักแม่เจ้าภาพเหมือนไม่ให้เกียรติด้วย เราก็เลยบอกว่าทุกคนหยุดก่อน ถ้าคนนี้ไม่ออกไปจากหน้าเวทีฉันจะไม่เล่น” 

หน้าเวทีคนตีกันมั้ย?

“เกือบทุกงาน ก็จะหยุดก่อน บอกว่าอย่าตีกันนะ มันเจ็บ บางครั้งก็รำใส่ เป็นจังได๋น้ออ้าย คือตีกันให้คนตื่น ทุกคนก็จะหยุด มีบางครั้งถ้าตีกันก็ตีไปโลด ฉันจะกินเบียร์รอ แล้วแต่สถานการณ์” 

เป็นสาวเซ็กซี่คนนึง เคยโดนลวนลามมั้ย?

“โดนค่ะ ตอนนั้นอยู่วงประถมบันเทิงศิลป์ วงเก่า เวทีจะเตี้ยหน่อย เราไปจับมือ เขามึนเมานิดนึง ดึงมือเราไปแล้วกำหน้าอก ตอนนั้นสั่งให้หยุดก่อน เราเสียใจ เด็กด้วย ไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง ก็ร้องไห้มาหลังเวที ทางผู้ใหญ่ก็รู้จักคนนั้น ก็เรียกมาขอโทษ หลังจากนั้นก็ตั้งเกราะตัวเอง ต้องสู้แล้ว ตอนหลังด่าเลยค่ะ เรามีไมค์ยังไงต้องดังกว่าเขาอยู่แล้ว ให้เขาหยุดเลย” 

ชีวิตวัยเด็กลำบากมาก?

“จนที่สุดเลยก็ว่าได้ ทีวีต้องไปดูบ้านคนอื่น พัดลมก็ไม่มี อาหารการกิน หรือการเป็นอยู่ ต้องกินตามท้องไร่ท้องนา พี่น้อง 4 คนเป็นคนสุดท้องค่ะ เรียนถึงม.3 มีแววร้องเพลง เพราะงานโรงเรียนก็ร้องเพลงมาตลอด เพราะคุณแม่เป็นหมอลำเก่า เราก็ได้แววมาด้วย เวลามีงาน มีกิจกรรม ตัวเองก็กล้าแสดงออกนิดนึงก็ติดมาจากตรงนั้นเลย” 

ไม่มีเงินมากๆ มีแรงอยากให้ออกไปจากตรงนี้?

“ใช่ค่ะ อดีตทำให้เราลุกขึ้นสู้ และเราจะไม่จมอยู่กับอดีต ทำให้เรามีแรงผลักดันค่ะ”

พอจนมากๆ จนที่สุดในหมู่บ้าน พอลุกมาทำอะไรที่เฉิดฉาย โดนบูลลี่มั้ย?

“ก็มีค่ะ แต่เราไม่ได้แคร์”

ไม่ได้เป็นนักร้องนำเลยนะครั้งแรกที่เข้าวงการทำอะไร?

“ตอนนั้นคุณพ่อไหมไทย หัวใจศิลป์ แกตั้งวงพอดี เหมือนเราเป็นญาติห่างๆ แก แกก็เดินสายหาแดนเซอร์ หานักร้อง หาหมอลำที่จะไปร่วมวงกับแก ทีนี้เราเสียคุณพ่อไป คุณแม่เลยบอกว่าไม่ต้องเรียนต่อหรอก แม่ไม่มีเงินส่งแล้ว แกก็เลยบอกว่าไปเรียนกับพ่อไหมไทยไหม ไปหาเงินมาส่งทางบ้าน ก็เลยไม่ได้เรียนต่อ ไปอยู่กับพ่อไหมไทย เรียนร้อง เรียนรำกับแก แกก็เอาไปฝึกฝน ปั้นจนให้ได้ดีค่ะ เข้าไปครั้งแรกเต้นก่อน แล้วบอกแกว่าหนูร้องเพลงได้นะ หนูเสียงดี ก็เลยไปร้องเพลง พอนางเอกขาด เราก็เป็นนางเอกให้ นักร้องขาดเราก็ไปเป็นนักร้องให้ แดนเซอร์ขาดก็ไปเป็นแดนเซอร์ให้”

ค่อยๆ กระเถิบ ไม่เหมือนยุคนี้ กว่าจะถึงตรงนี้ได้คุณครูที่ดีสอนทุกด้าน ระหว่างทางมีท้อมั้ย อยากเป็นนักร้องแต่ไปไม่ถึงจุดนั้นสักที?

“ก็ใช้เวลาประมาณ 10 กว่าปีกว่าจะถึงจุดนี้ได้ แต่ตอนนั้นไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าฉันต้องเป็นนักร้องดัง เราแค่ต้องการไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องการเป็นแค่เสาหลักให้ทุกคนแค่นั้นเอง”

ท้อที่สุดในชีวิต ท้อเรื่องอะไรมากที่สุด?

“น่าจะเป็นเรื่องครอบครัวค่ะ”

ผ่านวงแรกมาแล้ว วงไหมไทย วงที่สองคือวงอะไร?

“อยู่กับคุณพ่อไหมไทย รู้สึกว่าไม่สร้างชื่อเท่าไหร่ แต่ที่มีคนรู้จักเยอะๆ คือวงคำขุนร่วมมิตร รำเรื่องรักข้ามโขง ตอนนั้นเป็นนางร้าย ตัวโกง ดังมากในโลกหมอลำ ทุกคนอยากมาดูเรื่องนี้ อยากติดตาม ว่าใครคือใหม่ พัชรี อยู่ปีนึงก็รู้สึกว่าอยากหาประสบการณ์ให้ได้เยอะกว่านี้ ก็เลยย้ายมาอยู่วงประถมบันเทิงศิลป์ ประมาณ 3-4 ปีค่ะ”

ตอนนี้ทำวงเอง ผู้หญิงเป็นหัวหน้าวงน้อยมากนะ?

“ไม่ค่อยมีค่ะ ตอนแรกก็ไม่มั่นใจ เราเจอผู้จัดการเขาเป็นทุกอย่างให้เราเลยค่ะ”

ผู้จัดการหรือแฟน?

“ผู้จัดการของใหม่ พัชรี ย่อมาจาก ผัวจัดการค่ะ(หัวเราะ)”

เป็นอีกคนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ?

“ใช่ค่ะ เขาจะเติมไฟให้เรา ทำให้เรารู้สึกว่ามีพลัง”

ผัวจัดการของคุณผู้หญิงหรือผู้ชาย?

“ผู้หญิงค่ะ” 

ชื่อพี่ตุ๊กติ๊กน้อย ตอนนี้มีแฟนคลับมากกว่าเราแล้วเหรอ?

“ใช่ค่ะ เขาเป็นขวัญใจวัยชรา ตอนนี้ผู้เฒ่าบ้านเราเบิ่งโซเชียลติดโทรศัพท์ หน้าเวทีจะมีคนแก่ วัยรุ่นที่ไม่ได้วัยรุ่นเยอะ วัยกลางคน เขาจะชอบพี่ตุ๊กติ๊กน้อยมาก”

เป็นแฟนกันได้ไง?

ใหม่ : “ตอนนั้นอยู่ประถมบันเทิงศิลป์ แล้วตัวเองอ้วนมากเลยค่ะ”

ตุ๊กติ๊กน้อย : “ไม่ๆ ตัวเองหลอกเขามา ตอนแรกทำอาหารเสริมแล้วเราก็ต้องหาแบรนด์ตลาดล่าง จะไปยังไง เราเป็นคนอีสานก็ต้องบุกอีสาน เพราะคุยกันรู้เรื่อง เจาะง่าย คุยง่าย คนที่มาทำงานกับเราเป็นคนอีสานเหมือนกัน ก็ถามว่าหนูรู้จักใครเจาะแบรนด์อีสาน เขาเลยแนะนำมาเจอ เพราะคนนี้ร่างใหญ่ เป็นแบรนด์ลดน้ำหนักสมัยนั้นนะคะ พอคุยกันไปคุยกันมา ความสามารถเยอะ น่าจะทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ก็เลยบอกว่างั้นเราไปทำวงเอง การเอ็นเตอร์เทนเขาเก่ง เขาเอาคนหน้าเวทีอยู่ บอกให้หยุดก็หยุด บอกให้นั่งก็นั่ง” 

มาเป็นแฟนกันยังไง?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “บนเวทีเป็นอีกคน ข้างล่างเป็นอีกแบบ ถ้าไม่ถามก็ไม่พูด เป็นคนเงียบๆ”

ประทับใจ และหลอกล่อให้เขาเป็นแฟนยังไง?

ใหม่ : “ตอนแรกที่เห็นแกนัดเจอกันที่บึงกาฬ เดินเข้ามาแล้วแบบ เฮ้ย เพลงขึ้นเลย “ใช่เลย ตรงใจฉันเลย” คือสเปกเลย ชอบแบบนี้ ตรงทุกอย่างเลย แต่สายตาเขามองเราแบบ คนนี้เป็นใคร ทำไมขี้เหร่จังเลย”

ตุ๊กติ๊กน้อย : “มันไม่ตรงปก เพราะตามบิลบอร์ดที่เจอสวย เป็นอีกคนนึง แต่พอเดินหาเขา หาไม่เจอ เพราะไม่ตรงปก (หัวเราะ)” 

ใหม่ : “วันนั้นไม่ได้ใส่ฟีลเตอร์”

ตุ๊กติ๊กน้อย : “เขาก็นั่งมองเรา เราก็หาๆ แล้วก็ไปถามว่าคนไหนคือใหม่ พัชรี เขาบอกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านั่นแหละ”

ตกหลุมรักใหม่ได้ยังไง?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “เขาเป็นคนจริงใจ พูดคำไหนคำนั้น บนเวทีอีกแบบนึง ข้างล่างอีกแบบนึง เขาเป็นคนนิสัยดีคนนึง ก็เลยคุยกัน” 

ตอนออกมาเปิดวงแรกๆ เจอโดนดูถูกว่ายังไงก็ไปไม่รอด เขาบอกว่าคุณหลงผัว?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “หนึ่งตุ๊กเป็นผู้หญิง สองเราไม่รู้เรื่องหมอลำ แต่เรารู้สึกว่าคนนี้ไปได้ไกล การเอ็นเตอร์เทนของเขาการอะไร คุณเก่งหมอลำ เราเก่งเรื่องบริหาร ก็เลยเอามามิกซ์กัน ตอนนั้นเฟซหรือโซเชียลกำลังมา เขาคนกำลังตามเยอะ เราก็เลยโพสต์หน้าเวทีว่าเรายกขันขอขมาลาไหว้กับวงเดิมแล้วนะ เรารับงานเอง“ 

พอเปิดตัวทำวง มันก็แรงนะสำหรับวงการหมอลำ ออกจากที่เดิมมาทำเอง คบสาวหล่อ แฟนเพลงคุณรับได้เหรอ?

ใหม่ : “รับได้ค่ะ เราชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว เราบอกว่าเราคบตุ๊กติ๊กน้อยตั้งแต่เรายังไม่มีอะไร แล้วไม่มีชื่อเสียง เราก็ไหลมาเรื่อยๆ เวลาถ่ายคลิปก็ให้เขาออกตลอด ทุกคนจะเห็นมาเรื่อยๆ เวลาสื่ออะไรคนจะรู้จักหมดว่าตุ๊กติ๊กน้อยคือใคร เราชัดเจนกับความรู้สึก”

เวลาเจอหนุ่มๆ ลวนลามหน้าเวทีทำไง?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “มันคือการแสดง แต่ไหวพริบเขาดี เขาน่าจะเจอประสบการณ์มาเยอะ เวลาเอาตัวรอดทัน”

สาวๆ ชอบเขาทำไง?

ใหม่ : “ชอบเลยค่ะไม่เป็นไร มีแต่บอกว่าหลอกเอาเงินมาเลย เงินคนแก่เดือนละ 800 (หัวเราะ) ส่วนมากมีแต่คนมาเอ็นดู ไม่มีชู้สาว”

ตุ๊กติ๊กน้อย : “ส่วนใหญ่จะเอ็นดูเราสองคนค่ะ” 

คาแรกเตอร์ไปคนละทาง แต่คนมา 8 ปีแล้ว คิดมั้ยเรื่องสมรสเท่าเทียม?

ตุ๊กติ๊กน้อย :   “คิดค่ะ ดีใจมากค่ะ เราคุยกันตั้งแต่ยังไม่มีประกาศ แค่มีมาแว่วๆ ตอนนั้นไปคอนเสิร์ตที่ออสเตรเลีย เขาก็ไปขอหมั้นที่ตึกที่ออสเตรเลีย ประมาณคุณไม่ต้องหรอก ฉันทำเอง (หัวเราะ) ก็คิดจดทะเบียนเป็นเรื่องเป็นราว”

ไม่ตกใจเหรอ เขาขอแต่งงาน?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “วันนั้นเขาไปเตรียมดอกไม้ เตรียมแหวน แล้วอยู่ดีๆ ก็มา ตัวเองหันมาหน่อย นั่งลงเหมือนในทีวีเลย”

วางแผนนานมั้ยไปขอเขา?

ใหม่ : “วางแผนตั้งแต่รู้ว่าจะได้ไปคอนเสิร์ตที่ออสเตรเลีย วางแผนไว้เลยว่าเราต้องทำยังไง มีอะไรมั้ย พาไปเที่ยวหน่อย มีอะไรที่น่าจดจำหรือเปล่า เขาก็อบกว่าที่นี่คือหอคอยที่สูงที่สุดของซิดนีย์ ทุกคนมีความทรงจำตรงนั้นเยอะ ก็เลยจัดการเลย”

ไม่สงสัยเลยเหรอ?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “เราทำงานปกติ ไม่ได้คิดอะไร เพราะตัวติดกันตลอด ไม่คิดว่าเขาจะไปคุยกับน้องอีกคนที่อยู่ฝั่งซิดนีย์เอาไว้”

คิดขอเขากลับมั้ย?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “ไม่ได้คิด เขารู้ว่าเราอยู่ด้วยกันตลอด เราทำเพื่อเขาตลอด ตั้งแต่แรกแล้วที่เราตกลงไปด้วยกันแล้วนะ ตกลงเดินไปด้วยกัน เขารู้ว่าตุ๊กจับวางว่าตัวเองไปแบบนี้นะ เขาอยู่ข้างหลัง เขาก็จะเป็นแบบว่าตัวเองพูดแบบไหนเขาก็จะทำตาม”

ใหม่ : “จะมีหน้าเวทีเวลาเกินไป เขาก็จะบอกว่าตัวเองลดอันนี้ลง อย่าเล่นเยอะ บอกกันได้ คุยกันได้ตลอด”

ไม่ดื้อบางคนพอดังจะมีองค์เตือนไม่ได้?

ใหม่ :  “จะถามตลอดว่าโอเคมั้ย ได้มั้ย กลัวคนมองไม่ดี”

ดูแลความรักยังไง 8 ปี?

ใหม่ : “ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตกลงคุยกัน เขาก็จะมีบ้างเหมือนระแวงเราว่าจะนอกลู่นอกทางไปมีคนอื่นมั้ย ก็พูดกับเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ และตกลงร่วมกันว่าความซื่อสัตย์ ความรัก และความจริงใจตัวเองจะได้จากเขาไปโดยที่ตัวเองไม่ต้องร้องขอ โดยไม่ต้องคิดว่าเขาจะมีคนอื่น ณ ตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน สร้างชีวิต สร้างครอบครัวด้วยกัน ที่ผ่านมาเรารู้หมดแล้วว่าเป็นยังไง ตอนนี้เราพยายามทำชีวิตให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด”  

ทำไมระแวงเขา?

ตุ๊กติ๊กน้อย : “เคยมีแผล น้องเขาเคยผ่านการมีครอบครัวมา การอยู่บนเวที การเป็นศิลปิน คนเข้าหาเยอะ เวลาอยู่กับแฟนเพลงแต่ก่อนเขาอาจวางตัวไม่ค่อยถูกว่าคุยลักษณะแบบไหน คุยเพื่อให้แฟนเพลงมาติดมาชื่นชมเรา เขาเป็นแบบไหน บางครั้งคุยเหมือนไม่ใช่แฟนเพลง คุยเพื่อให้เขามารักเรา ตุ๊กเลยบอกว่าแบบนี้ไม่ได้ จะคุยต้องเว้นระยะระหว่างตัวเองกับแฟนเพลงนะ มันมีการคุยหลายแบบ คุยแบบไหนที่เขารักแบบแฟนเพลง คุยแบบไหนที่จะเอาแฟนเพลงมาเป็นแฟนตัวเอง ตุ๊กเลยบอกว่าแบบนี้ไม่ได้ พอเขาเข้าใจ เราก็เข้าใจกัน เลยอยู่กันได้มานานแบบนี้ เราเคลียร์กันในเรื่องนั้นๆ เลย ไม่ปล่อยค้าง” 

ชีวิตไม่ง่าย เคยเจอคนเอาปืนมาขู่เฉียดตายมาแล้ว?

ใหม่ : “ตอนนั้นเราอยู่วงคุณพ่อไหมไทย การเป็นหมอลำต้องนอนกลางดิน กินกลางทรายอยู่แล้ว เราแสดงเสร็จก็จะไปอาบน้ำตามโรงเรียน ตามวัด แล้วมีแก๊งวัยรุ่นเข้ามาพยายามหาเรื่อง เอาปืนมาขู่ว่ามาทำอะไรตรงนี้ ตรงนี้เป็นบริเวณของกู ถ้าไม่ออกพวกมึงได้ตายกันหมด เขารู้ว่าเราเป็นใคร ก็บอกว่าพวกหนูมาขออาบน้ำหน่อยจ้า เราเป็นหมอลำ ไม่ได้จะไปปะทะอะไร ให้อาบน้ำหน่อย ถ้าไม่ให้อาบก็ไม่เป็นไรค่ะ แล้วก็พากันกลับ เขามากันเป็นแก๊งใหญ่เลย” 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

โดนอีกคน! ‘ออม กรณ์นภัส’ถูกคนสะกดรอยตาม ต้นสังกัดเตือนถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

โดนอีกคน! 'ออม กรณ์นภัส'ถูกคนสะกดรอยตาม ต้นสังกัดเตือนถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

โดนอีกคน! ‘ออม กรณ์นภัส’ถูกคนสะกดรอยตาม ต้นสังกัดเตือนถ้าไม่หยุดจะดำเนินคดี

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 20.03 น.

ทำเอาแฟนๆ ต่างเป็นห่วงความปลอดภัยของนักแสดงสาวชื่อดัง ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ที่ถูกบุคคลบางกลุ่มละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยการสะกดรอยตามไปยังสถานที่ต่างๆ นอกเวลางาน

โดยต้นสังกัดอย่างช่อง 3 ต้องโพสต์จดหมายเตือนกลุ่มคนดังกล่าวให้หยุดพฤติกรรมคุกคามต่อสิทธินักแสดง ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

“กรณีนักแสดงในสังกัดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 คุณออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ถูกบุคคลบางกลุ่มสะกดรอยตามและขับรถตามไปยังสถานที่ต่าง ๆ อันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง สร้างความวิตกกังวลถึงความไม่ปลอดภัยและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อตัวนักแสดงได้

สถานีฯ จึงขอให้ท่านยุติพฤติกรรมดังกล่าว หรือการกระทำใดๆ ที่แสดงออกถึงการคุกคามต่อสิทธิของนักแสดงโดยทันที หากพบว่ายังมีการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ สถานีฯ จะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของนักแสดงต่อไป

ทั้งนี้ทางสถานีฯ ขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่มอบความรักและให้การสนับสนุนต่อ คุณออม กรณ์นภัส และนักแสดงของสถานีฯ มาโดยตลอด ทางสถานีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะให้ความรักและการสนับสนุนนักแสดงต่อไปด้วยความเคารพในสิทธิส่วนบุคคล

จึงประกาศมาเพื่อทราบ

ฝ่ายกฎหมาย
สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3”

‘Bedroom Audio’ เปลี่ยนลุคใน ‘ลาลารัก’ รสชาติใหม่ สไตล์วินเทจ

‘Bedroom Audio’ เปลี่ยนลุคใน ‘ลาลารัก’ รสชาติใหม่ สไตล์วินเทจ

‘Bedroom Audio’ เปลี่ยนลุคใน ‘ลาลารัก’ รสชาติใหม่ สไตล์วินเทจ

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

“ลาลารัก”  ซิงเกิลใหม่ต้อนรับศักราชใหม่ จาก Bedroom Audio (เบดรูม ออดิโอ) ค่าย  Tero Music หลังจากปล่อยคลิปรีแอคชั่นเหล่าพี่น้องศิลปินที่ได้ฟังเพลงใหม่ก่อนใครเรียกน้ำย่อย ก็ทำเอาแฟนๆ ตื่นเต้นกับเพลงใหม่ว่าเพลงจะออกมาแบบไหน?   โดย “ลาลารัก” เป็นซิงเกิลที่3 จากอัลบั้มที่3 “ Unlocked ‘n’ Roll” เป็นแนวเพลงแบบใหม่ที่วงไม่เคยทำมาก่อน เพลงมีความวินเทจในสไตล์ Rock N Roll ด้วยกลิ่นอายของเมโลดี้และเนื้อหาเพลงยังคงถ่ายทอดความรู้สึกซับซ้อนอย่างลึกซึ้งที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Bedroom Audio โดยมาพร้อมลุคใหม่ในชุดสูทสไตล์วินเทจเอิร์ทโทน เท่ละมุน แปลกตาไปจากเดิม ส่วนเนื้อเพลงเล่าถึงความเจ็บปวดจากความรักที่ไม่สมหวัง และการตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ที่ทำให้เสียใจ แม้จะเคยพยายามฝืนทนและให้โอกาสซ้ำ ๆ แต่กลับยิ่งเจ็บจนหัวใจอ่อนล้า สุดท้ายจึงเลือกปล่อยวางและจดจำความผิดหวังนี้ไว้

สำหรับมิวสิกวิดีโอ เล่าถึงบรรยากาศของการหวนอดีตของชายคนนึงที่มีความทรงจำกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตผ่านเสียงเพลงอยู่ใน Vinyl Bar ที่ได้เจอหญิงสาวที่รักและได้กลับมาเต้นรำด้วยกัน โดยเป็นการตัดภาพทั้งในอดีตและปัจจุบันสลับกัน ในท่าเต้นเดียวกัน ทำให้นึกถึงวันวานแห่งความทรงจำที่ได้เต้นรำด้วยกัน หวนนึกถึงอดีตสมัยในวัยหนุ่มสาวที่มีความสุข  ซึ่งมิวสิกวิดีโอก็ได้นักแสดงดาวรุ่งสุดโซคิ้วท์  อย่าง  “ใบปอ ธิติยา จิระพรศิลป์”  และ “ลีออง- พชร ส่องแสงเจริญ”  มาร่วมถ่ายทอดความทรงจำบนฟลอร์เต้นรําเป็นครั้งแรก

โดย “Bedroom Audio”  เล่าว่า  “ลาลารัก” เป็นเพลงที่พูดถึงความรักครับ  พี่แม่นเขียนได้ท่อนหนึ่งแล้วเอาไปให้เพื่อนๆในวงฟัง นำเสนอว่าเพลงนี้เพื่อนๆ สามารถเอาไปทำต่อได้หรือเปล่า เพราะมันค่อนข้างแตกต่างจากเพลงที่ฟังอยู่  มันต่างเยอะมากจากเพลงที่ทำๆกันมา  ซึ่งทุกคนในวงพอได้ฟังก็บอกว่าชอบเลย  พวกเรามองเห็นภาพได้ชัดเจน ดนตรีมันจะเป็น Rock N Roll แบบย้อนยุค มีความวินเทจ น้ำหนักในการเล่นยังเป็นร็อก ในส่วนเมโลดี้-เนื้อร้อง ยังมีความเป็นพี่แม่นก็ยังคงมีความเป็นเบดรูมออดิโออยู่ พาร์ทดนตรีเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะหน่อย แต่ถ้าฟังดีๆ ในซาวด์ทุกๆมิติ ก็ยังคงเป็นเรา ไม่ได้จะพยายามย้อนไปถึงยุคเก่าขนาดนั้น ไม่ได้ใช้การบันทึกเสียงแบบเก่า ไม่ได้ใช้เครื่องดนตรีแบบเก่า ไลน์กีต้าร์ได้กลิ่นอายทางวินเทจนิดหน่อยครับ ซาวด์ก็ยังเป็นแบบที่เราทำได้ในทางที่เราถนัด แต่วิธีเล่นมากกว่าที่เปลี่ยนให้เป็นร็อกในแบบยุคนั้น เรายังทำงานเพลงที่ลำปางกันเหมือนเดิมครับ สำหรับแฟนๆที่ไปดูโชว์ เราอยากให้ซาวด์ในบรรยากาศคอนเสิร์ตอยากให้ได้ยินซาวน์ที่คล้ายๆกับที่เราเล่นในมาสเตอร์ด้วย ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องดนตรีเยอะมาก ไม่ต้องเปลี่ยนซาวด์เยอะ จะฟังเหมือนแบบในมาสเตอร์เลยครับ สำหรับ เพลง ลาลารัก เป็นจุดที่ดีที่จะสื่อสารว่าทำไหมเราอยากจะใช้ชื่ออัลบั้มที่ 3 ว่า “ Unlocked ‘n’ Roll”  ยังไงพวกเราก็ขอฝากเพลงนี้ ฝากเอ็มวีนี้ด้วยนะครับ  

ประเดิมต้นปีกับศิลปิน 7 วง 7 สไตล์ 7 เพลง ที่ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

ประเดิมต้นปีกับศิลปิน 7 วง 7 สไตล์ 7 เพลง ที่ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

ประเดิมต้นปีกับศิลปิน 7 วง 7 สไตล์ 7 เพลง ที่ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.26 น.

เป็นโปรเจกต์พิเศษผลักดันวงดนตรีรุ่นใหม่ ได้ขึ้นเวทีโชว์ความสามารถเชือดเฉือนฝีมือในการแข่งขันประกวดวงดนตรีใน  Tero Music X The Mall Lifestore Music Audition 2024 ตอน วงเล็กอยากเล่น (ห้าง)ใหญ่”  เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา   จนได้วงดนตรีคุณภาพเข้าตากรรมการ  ล่าสุดประเดิมต้นปี 2025   ค่าย เทโร มิวสิค  จึงต่อยอดพร้อมเปิดโอกาสผลักดัน 7 ศิลปิน  7 สไตล์ อย่าง  SUNDAY NIGHTS (ซันเดย์ไนท์)  , Bluekisses (บลูคิสเซส), 2000 (Twothousand),  Leave Rules (ลีฟรูล) , Mr.Misfortune (มิสเตอร์มิสฟอจูน) , RAINCOVTS และ Fauvis(โฟวิส) กับการลงมือทำวงละ 1 เพลง จนได้ 7 บทเพลง ที่อัดแน่นไปด้วยตัวตนและคุณภาพลงในอัลบั้ม   “Birth Come See Wow (เบิร์ท คัม ซี ว้าว)”  อัลบั้มที่พร้อมแจ้งเกิดทั้ง  7 ศิลปินที่แฟนๆ ฟังแล้วจะต้องร้องว้าว!!!  

เริ่มต้นด้วย 4 หนุ่ม วง  SUNDAY NIGHTS (ซันเดย์ไนท์)  แน็ค, ต่อ, ซอ, เอิร์ธ วงดนตรีรสจัดจ้าน มากับซาวน์ดนตรีที่ใหม่และโมเดิร์น  จัดเต็มเพลง แค่นี้ใช่ไหม (Just Say it) เนื้อหาที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ แต่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน ก็ยิ่งเกิดคำถามในใจ ว่าเค้าอยากจบความสัมพันธ์กับเราแค่นี้ใช่ไหม?!?

3  หนุ่มวง  Bluekisses (บลูคิสเซส)  นำโดย อ๋อง, ต้า, ต้า วงดนตรีป็อบ Synthwave ที่มีกลิ่นอายเพลงยุคเก่าและการเล่าเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ความรักและความหวัง วงส่งซิงเกิล “ตื่นตื่นตื่น (2meetyou)” ผ่านแนวเพลง Electronic Pop, Hip Hop ผสมซาวน์ยุค 80s พูดถึงผู้ชายขี้เหงาที่ต้องการให้คนรักอยู่ใกล้ๆ ไม่อยากให้ไปไหน อยากตื่นขึ้นมาเจอคนรักทุกวัน  เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของเรา

วง  2000 (Twothousand) (ทูเทาว์ซั่น) 3 หนุ่ม นนท์, กิต, เบนซ์  ศิลปินแนว Post Modern Alternative Pop  สไตล์ที่วงสร้างขึ้นมา โดยตั้งใจให้ผู้ฟังตีความว่า 2000(Twothousand)  คือวงดนตรีป็อบทางเลือกที่มีแนวคิดอิสระ      ครั้งนี้มาในเพลง  “ลืมสักที(Rope)” เพลงเศร้าสไตล์ Pop ผสมผสาน Ballad Rock  ที่เล่าถึงความทุกข์ทรมาน  เหมือนปมเชือกที่ผูกมัดและเหนี่ยวรั้งไว้ไม่ให้หลุดพ้น  ให้ต้องทนกับความเจ็บปวดทรมานต่อไป 

ต่อกันที่ 5 หนุ่มคลื่นลูกใหม่ มิว,ฟัด,เบนโจ,ไนซ์,ปั๊ม จากวง  Leave Rules (ลีฟรูล) วงดนตรีที่จัดจ้านในดนตรีแบบซาวน์ดีไซน์และหนีออกจากกฎเกณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร กับบทเพลง ”ไม่เชื่อก็ลองดู (Must Try!)” ได้  แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Must Try! ป้ายร้านอาหารแห่งหนึ่งที่แฝงความท้าทาย  ว่าอยากให้ทุกคนลองเข้ามาชิม จนเกิดเป็นไอเดียหยิบคำนี้มาใช้ เปรียบเพลงนี้เป็นอาหารจานใหม่ ที่วงต้องการให้แฟนๆ เปิดใจเข้ามาลองฟัง

วง  Mr.Misfortune (มิสเตอร์มิสฟอจูน)  3 หนุ่มวัยใส จื้อ,กัน,บิว  ทำสร้างสรรค์งานเพลงเพื่อคนที่เจอกับความโชคร้าย แต่ยังเดินหน้าต่อ เพราะหลังความโชคร้าย จะตามมาด้วยเรื่องราวที่ดีที่สุดเสมอ สำหรับซิงเกิลในอัลบั้มนี้   “Dr.Dancin’”  เพลงที่ผสมผสานหลายแนวดนตรี  ด้วยท่อนริฟที่รวดเร็ว ดุดัน ในทำนองกรันจ์ สลับจังหวะหมอลำและเรกเก้  เนื้อหาเพลงที่ไม่ซับซ้อน  อยากให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตอิสระในแบบที่ตัวเองอยากเป็น

มาถึง 3 หนุ่ม วงร็อกมากฝีมือ RAINCOVTS (เรนโคทส์) ต้น, มีน, ตาร์ แชมป์จากเวที Tero Music X The Mall Lifestore Music Audition 2024  กับซิงเกิล “ตัวอันตราย” สไตล์ดนตรีที่เข้มข้นและหนักหน่วง ได้อิทธิพลของดนตรีแนว Nu-metal, Metalcore  ในคอนเซ็ปต์คำว่าตัวอันตรายที่กล่าวถึงบุคคลที่ทำตัว Toxic ไม่ว่าจะด้วยการทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ซึ่งวงได้ไอเดียมาจากเหตุการณ์ที่เจอในชีวิตจริง!!

ปิดท้ายที่วง  Fauvis (โฟวิส) 3 หนุ่ม ฮาร์ท, ฮิ้ว, โพส  วงดนตรีแนว Alternative ที่มีสไตล์การทําเพลงรสจัดจ้าน แปลกใหม่  กับเพลง “ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ แต่ในหัวใจยังมีเธอ”  เพลงเร็ว จังหวะกระแทกกระทั้น มาในดนตรีซาวน์ดีไซน์   ถ่ายทอดเรื่องราวการให้กำลังใจ ไม่สิ้นหวังในชีวิต  ถึงแม้จะเจอเรื่องที่แย่มาก็ตาม.. “เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น  ความหวังของฉันเลือนหาย จนเมื่อมันตกลง ฉันกลับมีความหวังอีกครั้ง ที่บ้านหลังนี้ ด้วยพลังของเธอ”

ติดตามฟังผลงาน 7 ซิงเกิล 7 ศิลปิน จากอัลบั้มแจ้งเกิด Birth Come See Wow (เบิร์ท คัม ซี ว้าว)”  จาก  SUNDAY NIGHTS, Bluekisses, 2000 (Twothousand), Leave Rules,  Mr.Misfortune, RAINCOVTS และ Fauvis   ได้แล้วทุกสตรีมมิ่งทาง  https://lnk.to/BIRTH_COME_SEE_WOW พร้อมรับชมมิวสิกได้ทาง  https://www.youtube.com/playlist?list=PLnWGy390dq6QqC0sNUDAsTqKROcaPkTDf

ซิงเกิลใหม่ชวนตั้งคำถามจาก ‘INSTINCT’

ซิงเกิลใหม่ชวนตั้งคำถามจาก ‘INSTINCT’

ซิงเกิลใหม่ชวนตั้งคำถามจาก ‘INSTINCT’

วันพุธ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

“ถ้ามี ‘เพื่อนรัก‘ เป็นความเจ็บ คุณจะทำยังไง? ” ประโยคคำถามที่จะพาทุกคนไปหาคำตอบในซิงเกิลใหม่ล่าสุดของ INSTINCT ที่ประกอบไปด้วย  ‘ปาล์ม’ ปรียวิศว์ นิลจุลกะ (นักร้องนำ) และ ‘ปอ’ อนุกานต์ จันทร์อุไร (คีย์บอร์ด/เปียโน) จากค่าย genie records ในเครือ GMM MUSIC ที่กลับมารอบนี้ พวกเขามาพร้อมกับเพื่อนคนสนิทที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก กับเพื่อนที่ชื่อว่า ‘ความเจ็บปวด’ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ‘เพื่อนรัก’ คนนี้ก็ยังคงอยู่เคียงข้างเราเสมอไม่เคยจากไปไหน 

เพลง ’เพื่อนรัก‘ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาแนวการประชดประชันถึงความเบื่อหน่ายจากการผิดหวังในความรัก ไม่ว่าจะเริ่มต้นกี่ครั้ง มันก็มักพบเจอความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าความเจ็บปวดนี้…มันรักเราซะเหลือเกิน 

โดยไอเดียเพลงนี้เกิดจากคำพูดในวงสนทนาของเพื่อนปาล์ม INSTINCT ที่เวลามีความรักก็มักจะไม่สมหวัง แต่กับต้องเจอกับความเจ็บปวดบ่อยๆ จึงทำให้วง INSTINCT ต่อยอดเป็นเพลง ‘เพื่อนรัก’ ซึ่งหยิบเอาความรู้สึกที่ผิดหวังของเพื่อนคนนั้นมาทำเป็นเพลง โดยได้พี่กบ Big Ass มาเป็นคนเขียนเนื้อร้องให้ เป็นการกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในรอบ 25 ปี 

“เพลงนี้เริ่มจากการที่เรามีคอนเซ็ปต์ก่อน คำว่า “มีความเจ็บปวดเป็นเพื่อนรัก” เหมือนเวลาเราพูดประชดใครบางคน เพื่อนรักมานู่นแล้ว แต่จริงๆ ก็ไม่ได้รักกันหรอก ออกแนวไม่ชอบด้วยซ้ำ แล้วพอพี่กบ Big Ass มาช่วยเขียนเนื้อร้อง รู้สึกเพลงมันสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ออกแนวจิ๊กโก๋หน่อยๆ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เหมือนเราคุยกับเพื่อนจริงๆ ซึ่งพวกเราชอบมาก เป็นคำที่ถ้าเป็นเราคงนึกไม่ถึง แล้วมันตอบโจทย์ตามที่เราต้องการจะสื่อเลย” INSTINCT กล่าว 

ปาล์ม – ปรียวิศว์ นิลจุลกะ (นักร้องนำ) 

ปอ – อนุกานต์ จันทร์อุไร (คีย์บอร์ด/เปียโน)