‘ครีม เปรมสินี’เล่าเหตุการณ์ผิดใจกับ ‘หนิง ปณิตา’ ถึงขั้นไม่คุยกันนานเกือบ 5 ปี

'ครีม เปรมสินี'เล่าเหตุการณ์ผิดใจกับ 'หนิง ปณิตา' ถึงขั้นไม่คุยกันนานเกือบ 5 ปี

‘ครีม เปรมสินี’เล่าเหตุการณ์ผิดใจกับ ‘หนิง ปณิตา’ ถึงขั้นไม่คุยกันนานเกือบ 5 ปี

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.33 น.

 ที่แรก ครีม เปรมสินี เล่าเหตุการณ์ผิดใจกับ หนิง ปณิตา ไม่คุยนานเกือบ 5 ปี เผยโมเมนต์ปลดล็อค ทำน้ำตาแตกทั้งคู่ !! 

ครีม เปรมสินี ขอเปิดใจครั้งแรกหลังกลับมาคืนดีกับเพื่อนสาวรุ่นพี่อย่าง หนิง ปณิตา ในรอบ 5 ปี  พร้อมเปิดสถานะหัวใจตอนนี้โสดจริงหรือว่าเข็ดกับความรักแล้ว ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร 

มีประเด็นดราม่ากันจำไม่ได่ว่าตีกันเรื่องอะไร วันนี้คืนดีกันแล้ว ขอย้อนไทม์ไลน์นิดนึงว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ?

หนิง : ปัญหาไม่เคยถูกพูดถึงในหน้าสื่อว่าเรามีปัญหาอะไร แต่มันเป็นข่าวออกมาที่ถูกบอกว่าเราสองคนมีปัญหา แต่เราขอไม่พูดถึงต้นตอของปัญหาคืออะไร แต่ต้องบอกว่าปัญหา ณ วันนั้นหนิงผิด

ครีม : จริงๆพี่หนิงไม่ได้อะไรหรอก แต่นางเล่นใหญ่ไง เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรหรอกพอนางเล่นใหญ่เราก็เลยรู้สึกว่าเรายังไม่อยากที่จะพูดตอนนั้น เพราะถ้ายิ่งพูดก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เราก็เลยปล่อยระยะเวลาให้ผ่านพ้นซัก 4-5 ปีแล้วค่อยกลับมาคุยกัน

เท่าที่ฟังเหมือนเรื่องมันนิดเดียว ?

หนิง : เรื่องไม่มีอะไรเลย

ครีม : ก็งอนแหละ เรารู้จักกันมานานก่อนพี่หนิงแต่งงานอีก จริงๆมันก็มีเรื่องราวในชีวิตเรามากมาย ความรู้สึกเรานะเขาก็เหมือนพี่เราคนนึง ซึ่งเขาก็คิดว่าเราเป็นน้อง ซึ่งเป็นน้องฉันสามารถที่จะพูดอะไรกับเธอก็ได้ ฉันรู้สึกอย่างนี้ ฉันแสดงออกกับเธออย่างนี้แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันทำร้ายจิตใจเรานิดๆหน่อยๆ แต่จริงๆในใจเขา เขาคิดว่าสนิทกับเรามากอาจจะคิดแค่ว่าเขาพูดได้ เขาเตือนได้แค่นั้นเอง

แล้วทำไมถึงต้องปล่อยให้เวลาเนิ่นนาน 4-5 ปี  แอบติดตามผลงานซึ่งกันและกันบ้างมั้ย?

หนิง : ตลอดเวลา 4-5 ปี พอระลึกได้ว่าเล่นใหญ่ไป หนิงพยายามโทรและไลน์หานาง

โทรไปแล้วเป็นยังไง ?

ครีม : ตอนนั้นหรอ เชิ่ดใส่(หัวเราะ) ตอนนั้นความรู้สึกเรานะมันยังไม่ถึงเวลา มองว่าเพื่อนกันมันเหมือนแฟนมีโกรธกันได้ ทะเลาะกันได้ แต่บางทีเราแค่รู้สึกว่าเวลาอาจจะช่วยทำให้อะไรดีขึ้น เราก็รู้สึกว่ายังไม่รับแล้วกันบางทีก็ลืมด้วยอะไรด้วย เปลี่ยนเบอร์ด้วย สุดท้ายก็ไม่ได้คุยกัน แล้วก็มาถึงวันที่ต้องเจอกันเลยทำให้ได้คุยกัน เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เจอกันเลย เหมือนตอนเราแต่งงานเราก็ไปใช้ชีวิตของเราไม่ทำงานในวงการ แต่พี่หนิงยังทำ ความที่จะมาเจอกันมันยากค่ะ 

ได้ติดตามเรื่องราวของกันและกันมั้ย ?

หนิง : แอบตามตลอดผ่านคุณเมย์ พิชญ์นาฏ คือพุฒจะถามพี่ว่าได้ตามเรื่องที่น้องเลิกกับสามีมั้ย แต่ไม่กล้าถามพี่ใช่มั้ย(หัวเราะ)

ตอนนั้นที่พี่ครีมเลิกกับอดีตสามี ตัวพี่หนิงเองรู้เรื่องมั้ย ทักไปให้กำลังใจหรือพูดคุยมั้ย ?

หนิง : รู้เรื่อง แอบตกใจ ติดตามเรื่องเขาผ่านทางเจ้าเมย์ ช่วงหลังที่พี่อาจจะโทรถี่หน่อย หรือไลน์ถี่หน่อยคือแอบเป็นห่วงเรื่องนี้ แต่เวลาที่ไลน์จะไม่กล้าเขียนเรื่องเข้าไป เดี๋ยวมันกลายเป็นว่าเรายังไม่ได้เคลียร์เรื่องเก่าเรา แล้วเราไปเขียนเรื่องใหม่ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเราอยากจะไปยุ่งเรื่องน้องหรือเปล่า แต่เป็นห่วงตลอด จริงๆต้องบอกว่าเป็นห่วงตั้งแต่ก่อนแต่ง

ครีม : เมย์มาถามค่ะ ตอนที่เลิกกับสามีเก่า เมย์ก็ถามว่าพี่หนิงถามว่าโอเคหรือเปล่า เราบอกเราโอเคไม่ต้องเป็นห่วง แต่เรื่องเขาเราก็รู้นะ เพราะว่าเขาก็เป็นข่าวตลอดเวลา แต่มันเหมือนมันยังไม่ได้มีจุดที่คลิ๊ก ไม่รู้เราจะเข้าไปยังไง

แล้วจุดไหนที่ทำให้เราทั้งสองคนต้องกลับมาคุย กลับมาคืนดี กลับมาเจอหน้ากันแล้ว ?

ครีม : งานแต่ง เมย์ พิชญ์นาฏ คือเมย์แต่งงานเมื่อปี 2566 แล้วเขาก็พูดตั้งแต่แรกเลยว่างานนี้เพื่อนเจ้าสาวมีใครบ้าง พอเรารู้ปุ๊ปฉันก็เตรียมใจเลยว่างานนี้ฉันต้องเจอ คุณหนิง ปณิตา แน่นอน เลี่ยงไม่ได้แล้วก็คือต้องเจอ เราก็โอเค ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะว่าเวลามันผ่านไปเราไม่ได้สนใจ เราลืมไปแล้ว ก็ตั้งตารอเลยว่าวันนั้นต้องเจอนางแน่ๆ 

เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมประโยคที่จะพูดคุยอย่างไร ?

ครีม : เจอกันก็ต้องเข้าไปสวัสดีอยู่แล้วเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา เราเป็นเด็ก เนื้อเรื่องกลับตาลปัตรและช็อคมาก ปีนั้นนางเข้าโรงพยาบาล เราก็เอาไม่มาแล้วหรอ จริงๆอยากเจอมากนะ ทำไมไม่มา รออยู่

ฝั่งพี่หนิงพอรู้ว่าพี่เมย์จะแต่งงานแล้วต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย ?

หนิง : จริงๆก่อนที่เมย์จะแต่งงานได้คุยกันแล้วนะ อย่างที่บอกว่าหนิงพยายามไลน์ไปหาน้อง พยายามโทรไปหา แล้วมีอยู่วันหนึ่งนางก็รับ เวลาโทรไปหานางจะโทรแค่ 2 ครั้ง ถ้านางไม่รับคือเราจะรู้นิสัยน้อง ถ้าน้องไม่พร้อมน้องก็จะไม่รับ ทิ้งระยะเวลาไปอีกซักพักมันจะมีโมเม้นท์นึกถึง แล้วก็ชอบแอบส่อง IG นาง รูปเวลานางโพสต์หรือข้อความเวลานางเขียนด้วยความที่เราอยู่กับนางมานานเราจะรู้ว่าอันนี้มันไม่ปกติ แต่ต่อให้คนอื่นดูเป็นปกติเราก็จะรู้ว่ามันไม่ปกติเราก็จะทักไป จนวันนึงนางรับโทรศัพท์ 

ครีม : พอถึงจุดเรารู้สึกว่าเราไม่ได้คิดอะไรแล้ว เราพร้อมแล้ว เราก็รับแต่รับแบบงงๆนะ ประโยคแรกเลย “รับโทรศัพท์กูได้แล้วหรอ” เชื่อมั้ยประโยคแค่นี้จากที่ไม่ได้คุยกันนาน มันขำอ่ะ แล้วเราก็ปลดล็อค มันรู้สึกว่าเหมือนเดิมไม่ว่าเราจะเป็นยังไงก็ตามแต่สุดท้ายก็คือคำพูดแค่นี้ มันไม่ต้องพูดเลย 

หนิง : เชื่อมั้ยว่าก็ยังขอโทษเขาอยู่ จนวันนี้ล่าสุดก็ยังเขียนขอโทษเขาอยู่ 

ครีม : แต่อันนี้เราก็ชื่นชมในพี่หนิง ด้วยความที่เขาเป็นพี่เรารู้สึกว่าบางทีจริงๆเขาอาจจะไม่ไต้องพูดก็ได้ ณ วันนั้นถ้าเขาไม่พูดเราไม่ได้คิดอะไรแล้ว พอเขาขอโทษเรารู้สึกจริงๆว่าสิ่งที่เขาพูด เขารู้สีกจริงๆ พูดกับเขาบอกว่าพี่หนิงที่ผ่านมาไม่ต้องพูดแล้วเราข้ามหมดแล้ว เราแค่รู้สึกว่า ณ วันนี้เราโตแล้วคือ ณ วันนี้มองว่าอาจจะเด็กด้วย พอวันนี้เราผ่านอะไรมามันไม่ใช่เรื่องอะไรขนาดนั้นที่เราจะข้ามไม่ได้ แล้วเราจะกลับมาคุยกับพี่เราไม่ได้ เราก็เลยบอกเขาไม่ต้องพูดแล้ววันนี้หนูขอให้พี่มีความสุข แล้วเราเขาเรารู้สึกว่าเขาเจอปัญหาในชีวิตเยอะมาก ช่วงนั้นเขาก็หนักจริงๆเพราะมันมีข่าวตลอดเวลา เราแค่รู้สึกว่าเราไม่อยากจะเอาปัญหานี้ทำให้เขาปวดหัวอีกเราแค่มองว่าวันที่เขาคุยกับเรา เราถึงบอกว่าพี่ไม่ต้องพูดแล้ว หนูอยากให้พี่มีความสุข เราพูดแค่นี้ 

ในวันงานแต่งพี่เมย์ ครีมเขาวิ่งหาพี่หนิงในงานด้วย ก่อนจะรู้ว่าพี่ป่วย พี่รู้มั้ย?

ครีม : ก็ถามทุกคนเลยว่าพี่หนิงไม่มาหรอ เพราะตอนนั้นนางนั่งรถเข็นด้วย คิดว่าถ้านางนั่งรถเข็นมาฉันจะต้องเดินไปรับนางแล้ว แต่ทุกคนก็บอกว่านางไม่มา แล้วก็เจอน้องสาวพี่หนิงเขาก็บอกว่าพี่หนิงไม่มา

หนิง : ถ้าจำไม่ผิดหลังจากฟิ้นแล้วก็โทรหาครีมเหมือนกัน เพราะว่าเมย์ก็จะโทรว่าพี่หนิงโอเคมั้ย ช่วงที่มีงานเมย์อาจจะไม่ได้โทรเพราะว่าอาจจะวุ่นๆกับงาน เมย์รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหนิงในวันแต่งงานเขาแล้วไปไม่ได้ เมย์ก็ตกใจแล้วโทรมาก็คุยกันเยอะ แล้วก็พูดถึงครีมว่าพี่หนิงรู้มั้ยว่าครีมตามหาพี่หนิงในงานนะ พอเราฟื้นแล้วเราก็โทรไปหาน้อง 

ครีม : นิสัยเราสองคนเหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆเราจะทำไม่ได้ เราเป็นคนถ้าไม่โอเคจริงๆเราก็จะไม่ยุ่งเลยแต่ ณ วันนี้เราข้ามไปแล้วจริงๆ แล้วเราก็เชื่อว่าเขาก็ข้ามแล้วจริงๆ

แล้วพี่หนิงอะไรเป็นตัวปลดล็อกทำให้เราตัดสินใจขอโทษน้อง กลับมาคุยกับน้อง ?

หนิง : จริงๆมันรู้สึกผิดตั้งแต่วันแรกที่ทำลงไปแล้วนะ มันเป็นอารมณ์น้อยใจ แล้วพอทำลงไปเสร็จแล้วมานั่งถามตัวเองว่าทำไปทำไม เราควรจะเชื่อใจน้องเราเยอะๆมากกว่านี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน มันรู้จักกันในวันที่เรามีปัญหาทั้งคู่ แล้วเราไม่ได้เริ่มรู้จักกันในมุมโลกสวยงาม เรารู้จักันในวันที่เรามีปัญหาแล้วเราแย่ทั้งคู่ แล้วเราก็ไปอยู่ในสถานการณ์ไปช่วยกันแก้ปัญหา พอวันที่เด็กคนหนึ่งที่มันรับรู้ปัญหาของเราแล้วเรารับรู้ปัญหาของมันทำไมเราถึงไม่เชื่อใจมัน ทำไมเราถึงไปฟังคนอื่น แค่ว่าคนอื่นเอาใจเรามากกว่าแค่นั้นหรอ ในมุมเป็นพี่เรารู้สึกเราอยากจะขอโทษเขาตลอดเวลา เพราะเรารู้เลยว่าเขาก็ต้องเสียใจมากที่ทำไมมึงไม่เชื่อกูวะ มึงไปฟังคนอื่นทำไม

ครีม : เล่นใหญ่ไง บอกแล้ววันนั้นเล่นใหญ่(หัวเราะ) 

หลังจากที่คุยกันวันนั้นมีได้เจอกันมั้ย ?

ครีม : ได้เจอบ้านเมย์ครั้งนึงแต่เจอแบบแว๊บๆ ไม่ได้เจอเยอะ แล้วมาเจอจังๆอีกทีคืองานแต่งคุณวุ้นเส้นก็คืออีกปีนึงเลยนะ

หนิง : วันนั้นที่บ้านเมย์คือหนิงเชื่อว่าเขาก็ตั้งใจจะมาเพราะเขาก็ยุ่งแล้วเขามาแว๊บเดียวเขาก็ต้องรีบไปต่ออีกงานนึง ตัวหนิงเองวันนั้นแทบไม่ได้คุยกับเขาเลยเพราะหนิงติดสายเรื่องงาน นั่งเคลียร์ปัญหาวุ่นวายมาก อยู่ๆเขาเดินเข้ามาทักเรามันไม่มีฟีลเคอะเขินเลยนะเพราะว่ามันติด

ครีม : เราข้ามแล้วจริงๆไง นางนั่งอยู่กับแก้งใหญ่เลย เราเลยรู้สึกว่าต้องเดินไปสวัสดีหน่อยมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นจะไม่ไปสวัสดีได้ยังไง

วันนั้นคุยอะไรกันบ้าง ?

ครีม : คุยกันว่าอิจฉาคุณวุ้นเส้นมากที่ได้สามีหล่อก็แซวกันแหละ แล้วก็คุยกันว่าพี่ว่าเราจะมีวันนี้เหมือนเขาบ้างมั้ย 

หนิง : แล้วครีมก็บอกว่าพี่หนิงเชื่อหนู 

ครีม : รักนิรันดร์ไม่มีอยู่จริง(หัวเราะ) ประสบการณ์เราสองคนมันสอนให้เราต้องคิดเยอะนิดนึง รักแท้ก็มีอย่างพุฒกับจุ๋ยไง แต่เราอาจจะโชคไม่ดีเรื่องนี้ไงแค่พอเห็นคนอื่นมีความสุขเราก็คุยกันสองคนว่าพี่ว่าเราจะมีวันนี้เหมือนเขาอีกมั้ย 

ณ ตอนนี้ที่นั่งคุยในรายการเราคิดว่าจะมีโมเม้นท์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับเราอีกมั้ย ?

ครีม : พูดจริงๆเราไม่ได้อยากแต่งงานใหม่คือถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าเราเจอคนที่เราอยากจะแต่งจริงๆ เพราะวันนี้เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าถามว่ามีคนคุยมีเพื่อนถ้ามันเข้าใจกันเราคิดว่าเราโอเค เพราะเราก็มานั่งคิดแล้วว่าจริงๆการแต่งงานมันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย พอแต่งงานชีวิตจริงมันหลังจากนั้น แต่งงานมันก็คือแค่จบไปถ้าเราหาคนที่เข้าใจเราและรักเราจริงๆได้จะโอเคตรงนั้น

มีอะไรอยากจะบอกซึ่งกันและกันมั้ย ?

หนิง : ถ้าในส่วนตัวหนิงยังอยากพูดเหมือนเดิมว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่เกิดขึ้นถ้าเรามีสติมากขึ้นและเชื่อใจกันมากๆ เพื่อนกันมันต้องเชื่อใจกัน ห่วงทุเรื่องแบบเดิมทุกประการเหมือนเดิมทุกประการ เอาเป็นว่าหนิงห่วงเขาแล้วเขาก็รู้ว่าหนิงห่วงเขาเรื่องอะไร เขาเป็นคนดีมากๆคนหนึ่งดูเหมือนจะแข็งๆแต่ข้างในเราไม่ต่างกันเราเป็นคนอ่อนแอมาก เราก็อยากจะให้ประสบการณ์ในชีวิตอะไรที่มันเกิดขึ้นแค่ทำให้มันดีขึ้น ชีวิตหลังจากนี้มันจะมีความสุข ไม่ต้องเพื่อนเยอะ ไม่ต้องคบคนเยอะเอาแค่คนที่เข้าใจกัน วันที่เลวสุดก็ยังก็ยังเข้าใจ แล้วก็รัก 

มีอะไรจะบอกพี่สาวคนนี้ ?

ครีม : ก็เป็นห่วงเขาแหละ แค่อยากจะบอกว่าพี่เลิกคิดโทษตัวเองได้แล้ว ครีมพูดกับเขาตลอดเวลาว่าหนูอยากให้พี่มีความสุข ครีมเชื่อว่าเขาทุกข์มาเยอะเจอปัญหามาเยอะแล้วเรื่องเขาหนักกว่าเรื่องเรามาก เขาอยู่ตรงนี้ได้ผ่านมาได้ขนาดนี้คือเขาเข้มแข็งมาก คืออยากจะบอกว่าอะไรที่พี่มีความสุขพี่ทำเลยพี่ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ความรู้สึกเราก็เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาหันมาเราก็ยังเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม

มีเป็นห่วงบอะไรเเพิ่มเติมพี่สาวคนนี้มั้ย ?

ครีม : เขารู้ว่าเขาต้องจัดการตัวเองอะไรยังไง แค่เป็นห่วงบจิตใจเขา เราสองคนมันเหมือนกันข้างนอกแข็งแต่ข้างในเราเซ้นซิทีฟมาก เราอยากให้เขามีกำลังใจที่ดีเจอเรื่องดีๆแล้วต่อจากนี้ขอให้เขามีความสุข

บทเรียนความรักในอดีต สอนอะไรให้เป็น ครีม เปรมสินี ในวันนี้ ?

ครีม : ก็สอนเยอะนะ เมื่อก่อนมองว่าตอนที่เราจะแต่งงานเรา 30 กว่า เราใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทุกคนเตือนหมด พี่สาวก็เตือน(หนิง ปณิตา) 

หนิง : พูดกับครีมว่าห้ามแต่ง 

ครีม : ฉันก็พูดกับเขาตอนเขาแต่งงานว่าจะดีหรอ ห้ามกันไปมาแล้วเขาเชื่อเรามั้ย เขาก็ไม่เชื่อไง สุดท้ายถ้าพี่เรารักเราก็ซัพพอร์ต อย่างอันนี้เราก็เชื่อว่าเขาก็รู้ว่าเราโอเคเราแฮปปี้ก็ซัพพอร์ตเราแหละ ทุกคนเตือนมั้ย ทุกคนก็เตือน แต่ว่า ณ เวลานั้นมันด้วยวัย ความคิดที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ เราก็รู้สึกว่าเราใช้ใจตัดสินอย่างเดียวก็ฉันชอบ ฉันจะแต่ง ฉันรัก สุดท้ายมันแต่งไปแล้วเรามาเรียนรู้ว่าความรักอย่างเดียวมันไม่พอมันต้องมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นด้วยที่มันจะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้มั้ย

ตอนนั้นก่อนแต่งงานคบกันกี่ปี ?

ครีม : คบตั้ง 5-6 ปี แล้วก็แต่งงานได้ประมาณ 2 ปีกว่าเองแล้วก็เลิก สุดท้ายครีมมองว่าคนเราไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ถ้ายังรักกันไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรแล้วเราพร้อมจะจับมือแล้วแก้ปัญหาด้วยกันครีมเชื่อว่าปัญหานั้นจะผ่านได้ แต่ถ้า ณ วันนึงที่เรารู้สึกว่าเราเจอปัญหาแล้วคู่ของเราไม่ร่วมแก้ปัญหาแล้วเขาปล่อยมือเราไว้กลางทาง มันก็ไม่เวิร์คแล้วสำหรับชีวิตคู่ เพราะฉะนั้นเรารู้สึกว่าถ้ามันไม่ร่วมกันแล้วฝ่าฟันไปด้วยกันมันก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราก็รู้สึกว่ายุติความสัมพันธ์ดีกว่า

ตอนที่เขายุติความสัมพันธ์พี่หนิงว่ายังไงบ้าง ?

ครีม : ตอนนั้นไม่ได้คุยกันไง

หนิง : ไม่ได้คุยกันแต่รับรู้เรื่องราวมาตลอด แล้วหนิงเองรู้สึกสบายใจ ตัวเรามีประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง แล้วพอรู้ว่าน้องได้ยุติความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเรารู้สึกว่าสบายใจ น้องเราจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ จริงๆหนิงเป็นปัญหานี้ตั้งแต่ก่อนเขาจะแต่งงาน 

พี่หนิงเห็นอะไร พี่หนิงเตือนอะไร ?

หนิง : หนิงจะเตือนน้องเสมอว่าเวลาที่เราจะคบกับใครซักคนนึงจนเราจะเลือกว่าเขาคือคู่ชีวิตเรา ขอให้ดูให้นานๆ เขาก็จะเถียงหนิงว่าก็ดูมา 5-6 ปีแล้วพี่ หนิงก็บอกว่า 5-6 ปีมันดูด้วยอารมณ์หรือเปล่า คือเราพลาดมาก่อนเราเอาประสบการณ์สอนเขาว่าดูให้นานๆ คิดจะใช้คู่ชีวิตกับมครมันต้องดูไปจนถึงคนรอบข้างเขาเป็นยังไง ครอบครัวเขาเป็นยังไง เขาเข้ากับเราได้หรือเปล่า 

วันที่พี่หนิงพูดเชื่อว่ายังไม่เข้าใจ ?

ครีม :  ไม่เข้าใจ วันนี้เข้าใจแล้ว เข้าใจดีเลยค่ะ เข้าใจดีมาก(ยิ้ม)

ตอนนี้โสดมากี่ปี ?

ครีม : 4 ปีค่ะ

เข็ดกับความรักมั้ย ?

ครีม : ไม่เข็ด เพราะว่าเราไม่เอาใครตัดสินกันอยู่แล้ว ผู้ชายไม่เหมือนกันอยู่แล้ว 

ช่วงเวลาที่ 4 ปีมีใครมาจีบบ้างมั้ย ?

ครีม : มันก็ต้องมีบ้าง เราก็ไม่ได้หน้าขี้ริ้วขี้เหร่ 

แล้วตอนนี้คุยอยู่มั้ย ?

ครีม : ไม่คุย ไม่คบ ยังไม่มีแฟนนะคะ 

ที่เข้ามาจีบระดับพระเอกใช่มั้ย ?

ครีม : ไม่ตอบอันนี้ แต่เราเป็นนเพื่อนกันแล้ว ขอเล่าก่อนเดี๋ยวจะเข้าใจผิด คือมีคนมาทำความรู้จักเราแหละ แต่พอสุดท้ายมันก็มีหลายคนนะใน 4 ปีนี้ แต่ที่เรายังไม่เลือกใครสักคนนึง เราแค่รู้สึกว่ามันยังไม่มีใครที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรารักมากพอหรือที่เราจะตัดสินใจหรือบอกว่าเขาคือแฟน แต่พอหลังๆคุยกันเราก็เริ่มรู้สึก พอเรามีประสบการณ์เราก็คิดเยอะขึ้น บางทีมันไม่ใช่เราหรอกมันก็คือเขาด้วย เขาอาจจะต้องการแบบนี้แต่ว่าถ้ามันไม่เข้ากัน มุมมองในอนาคตเรารู้สึกว่างั้นเราก็ยุติแล้วก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า ซึ่ง ณ วันนี้ที่ยังโอเคและยังรู้สึกกับคนบางคนที่เคยมาคุยกับเรา ถ้าวันนึงเราไปต่อไม่ได้ ณ วันนี้เรายังมีความเป็นเพื่อน 

สถานะตอนนี้ก็คือ ?

ครีม : โสดค่ะ ก็มีคุยบ้าง ก็จะมีทักมาบ้าง 

สเปค ณ เวลานี้เป็นยังไง ?

ครีม : แซ่บ(หัวเราะ) เราไม่ได้รู้สึกว่าอายุมันจะมีผลเพราะว่ากับคนบางคนอายุเยอะแล้วคิดไม่ได้ก็มี แรงไปมั้ย เด็กสมัยนี้รู้สึกว่าความคิดความอ่านเขาดี บางทีเราคุยกับคนอายุน้อยกว่าเรารู้สึกว่าบางทีเขาก็ให้แง่คิดเรา เขาก็มีมุมมองมีพลังดีๆ มากกว่าเราด้วยซ้ำ 

สเปคหนุ่มคนต่อไปที่จะเข้ามาในชีวิตจริงๆ แล้วเราโอเคคนนี้ผ่าน แล้วประกาศเป็นแฟนต่อหน้าเพื่อนๆทุกคนได้ คนๆนั้นต้องเป็นแบบไหน ?

ครีม : เราแค่รู้สึกว่าเราต้องการความสบายใจอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่ต้องมานั่งเครียด ไม่ต้องมานั่งคิดแทนเขา เรารู้สึกว่ามันต้องเป็นคู่ที่ซัพพอร์ตกัน พากันไปในทางที่ดี อายุขนาดนี้เราไม่ต้องการเล่นเกมส์ เราเหนื่อย เรารู้สึกว่าเราต้องการความสงบต้องการความจริงใจและความรักจริงๆ แค่นั้นแหละ เมื่อก่อนเราคาดหวังเยอะพอเราไม่ได้เราก็ผิดหวัง ณ วันนี้ถึงบอกว่ามันคือความรู้สึกถ้าคุณใช่สำหรับเราก็คือจบ

กลับมาเล่นละครด้วยบทแม่ ?

ครีม : มันก็ตามวัยแหละ แต่แม่สมัยนี้วัยรุ่นไง เราก็ไม่ได้เป็นแม่แก่ แล้วเราก็ดูหน้าตาลูกเป็นหลัก ถ้าลูกหล่อปุ๊ปเราก็รับเลย กลับมารับละครแล้วปีที่แล้วเล่น 3 เรื่อง 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ภ.‘ปีนเกลียว’ (Slum Dragon) จัดแถลงข่าวรอบ First Screening เชิดชูคิวบู๊ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก

ภ.‘ปีนเกลียว’ (Slum Dragon) จัดแถลงข่าวรอบ First Screening  เชิดชูคิวบู๊ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก

ภ.‘ปีนเกลียว’ (Slum Dragon) จัดแถลงข่าวรอบ First Screening เชิดชูคิวบู๊ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการสำหรับภาพยนตร์ “ปีนเกลียว” (Slum Dragon) รอบ First Screening ภาพยนตร์แนวดราม่า แอ๊กชั่น นับเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของบรมครูคิวบู๊เมืองไทยในตำนานอย่าง “อาจารย์พันนา ฤทธิไกร”ผู้บุกเบิกและผู้สร้างให้ภาพยนตร์แนวบู๊ไทยให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและยังเป็นการยกย่องถึงความสำคัญของเหล่าทีมงานสตันท์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์แอ๊กชั่นไทย นำกลับมาสร้างใหม่ให้เร้าใจกว่าเดิมโดยบริษัท Hollywood(Thailand) ร่วมกับค่ายPeripheral Pictures ณ MajorCineplex Sukhumvit (เมเจอร์ ซินิเพล็กซ์ สุขุมวิท

สำหรับ “ปีนเกลียว” (Slum Dragon)นำแสดงโดยนักแสดงเลือดใหม่ของวงการ ตรี-ธิฐิธรรมแสงมณี, เมษา-พลอยปภัส คุณพรหม, เบิร์น-นฤพนธิ์ ฉิมพลีนภานนท์ และนักแสดงสมทบมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ ป๋อง-กฤตภาส จันทนะโพธิเบิร์น, ว่าว-ศราวุธ ศิริเพชร, เจเจ-จักรกฤษณ์ กนกพจนานนท์ กำกับโดยผู้กำกับไฟแรง “อาเธอร์บุญเบญจกุล” นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง “ปีนเกลียว”(Slum Dragon) ยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมในด้านซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อเผยแพร่ผลงานฝีมือคนไทยสู่ระดับสากล รวมถึงเพิ่มมูลค่าเศรษฐและยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลกซึ่งภายในงานแถลงข่าวยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ นางสาวจริมา ทองสวัสดิ์ผู้อำนวยการกองภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ก็ได้ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานด้วย

โดย “อาเธอร์บุญ เบญจกุล” ผู้กำกับก็ได้กล่าวว่า “ที่ผมหยิบบทประพันธ์เรื่องปีนเกลียวขึ้นมาทำใหม่ในครั้งนี้เพราะผมรู้สึกว่ามันโดนใจผมมันเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในสังคมไทยสังคมบ้านเรา และในเรื่องนี้เราได้สอดแทรกวัฒนธรรมของเราเข้าไปได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย หรือศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งในการแคสนักแสดงในเรื่องผมก็มองจากความเหมาะสมความเป็นตัวตนของแต่ละคน เราปรับมุมมองของทุกคนในเรื่องแบบเท่าเทียมกัน เราไม่ได้หาดาราเบอร์ใหญ่แต่เลือกคนที่ตรงกับบทจริงๆ เรามองจากศักยภาพของคนที่ต้องมารับบทนั้นจริงๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าพอมันเป็นรีเมคตามธรรมชาติมันก็คงไม่พ้นเรื่องของการถูกเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเก่า มาถึงยุคปัจจุบันผมมองว่าสิ่งที่คนดูต้องการมันเปลี่ยนไป แต่หัวใจหลักของปีนเกลียวมันยังคงอยู่ มันมีความเป็นวัฒนธรรมเก่าและใหม่มันจะมาเจอกันและผสมผสานกันออกมาเป็นยังไง มันเป็นการตีความที่แตกต่างกัน และเรื่องนี้การที่เราได้มีกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาสนับสนุนมันก็ยิ่งทำให้วงการหนังไทยมันโตและพัฒนาได้เร็วขึ้น โดยไม่โดนข้อจำกัดของการทำหนังจากเหล่ามาร์เก็ตติ้ง หรืออะไรก็แล้วแต่ เราสามารถที่จะทำหนังออกมาได้ตรงตามที่เราวางไว้มากที่สุด คาดหวังว่าจะทำให้หนังแอ๊กชั่นมันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

ตอง-กฤษณะ ลาดพันนา จากทีมสตันท์พันนา กล่าวต่อว่า “อยากจะกลับมาทำให้หนังบู๊ไทยแอ๊กชั่นไทยให้มันได้กลับมาอีก ครั้งนี้มันอาจจะเป็นการนำเสนอที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่องหรือการดำเนินเรื่อง ก็เรียกว่าตื่นเต้นมากเพราะเราเคยดูอันที่เป็นเวอร์ชั่นเก่าของคุณพ่อ (อาจารย์พันนา ฤทธิไกร) ครั้งนี้พี่อาเธอร์เอากลับมาทำ มันจะเป็นการถ่ายทอดอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเราอยากเห็นมากๆ และผมก็อยากให้แฟนคลับของคุณพ่อที่เคยประทับใจหนังปีนเกลียวของคุณพ่อมาก่อนลองมาเปิดใจแล้วดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันครับ”

เมษา-พลอยปภัส คุณพรหม ก็ได้กล่าวปิดท้ายด้วยว่า “ตั้งแต่ได้รับเสนอให้มารับเรื่องนี้ ซึ่งเมเองยอมรับว่าไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อน แล้วก็เลยได้ไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่เรานับถือคือ คุณชายอดัม (ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล) ท่านก็ออกปากเลยว่าเรื่องนี้ควรรับเพราะเป็นบทประพันธ์ของอาจารย์พันนา ฤทธิไกร เมษาก็เลยลองไปหาข้อมูลและก็ได้รับเล่นเรื่องนี้ ส่วนตัวมองว่าการทำงานกับกองนี้มันรู้สึกดีมาก ทุกคนเท่าเทียม ไม่ได้มีการแบ่งแยกว่า คุณเป็นดารา คุณเป็นสตันท์ คุณเป็นเอ็กซ์ตร้า หรือคุณเป็นทีมงาน ทุกคนทำงานและให้เกียรติกันมากๆ ตอนแรกบอกเลยว่าแอบกดดันไม่กล้าเรียกว่าเป็นนางเอก เพราะได้แสดงนำเป็นเรื่องแรก เราก็ต้องปล่อยว่าความกดดันนั้นลงด้วยการที่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นนางเอก แต่ตัวเราเป็นอ้นเราต้องปลดล็อกและก็ต้องทำหน้าที่ในบทของอ้นให้มันดีที่สุดก็เท่านั้นค่ะ”

สยามเซ็นเตอร์มอบความสุข ฉลองไปกับ Friendof Siam Center

สยามเซ็นเตอร์มอบความสุข ฉลองไปกับ Friendof Siam Center

สยามเซ็นเตอร์มอบความสุข ฉลองไปกับ Friendof Siam Center

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ มอบความสุขส่งท้ายปลายปีกับงาน The Magical Art (of) Toy Celebration ในธีมอาร์ททอยเดสติเนชั่น รวมเหล่าอาร์ททอยไว้จำนวนมากที่สุดจากนานาค่ายดังทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การตกแต่งบรรยากาศทั่วศูนย์ให้เป็นการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยเหล่าอาร์ททอย และได้เติมเต็มบรรยากาศเฟสทีฟด้วยกิจกรรมเอนเตอร์เทนเมนต์หลากหลายรูปแบบพร้อม FriendofSiamCenter ศิลปิน ไอดอลมาร่วมมอบความสุขตลอดทั้งเดือน ที่บริเวณดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า

สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ที่เหล่าFriendof Siam Center จะมาร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีอย่างคึกคัก โดยในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาได้ KENG &NAMPING จาก Domundi มาร่วมกิจกรรมให้แฟนๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และช่วงอุ่นเครื่องหัวค่ำคืนเคาท์ดาวน์ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 พบกับ D-NA และ ALMOND & PROGRESS จากLOVESICK 2024 มาปิดท้ายเวทีแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ด้วยรอยยิ้มและความสดใสงาน The Magical Art (of) Toy Celebration ที่สยามเซ็นเตอร์ ยังคงเปิดพื้นที่แห่งความสุขพร้อมกิจกรรมมากมายในบรรยากาศเฟสทีฟ ต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้- 2 กุมภาพันธ์ 2568

‘จังซีลอน’ ขอเชิญชวนคุณน้องๆ หนูๆ มาร่วมงานวันเด็ก ‘มหกรรมเจ้าตูบยักษ์พบผองเพื่อน’

‘จังซีลอน’ ขอเชิญชวนคุณน้องๆ หนูๆ มาร่วมงานวันเด็ก  ‘มหกรรมเจ้าตูบยักษ์พบผองเพื่อน’

‘จังซีลอน’ ขอเชิญชวนคุณน้องๆ หนูๆ มาร่วมงานวันเด็ก ‘มหกรรมเจ้าตูบยักษ์พบผองเพื่อน’

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตองภูเก็ต เตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับวันเด็ก ในงาน “Jungceylon Kids Day 2025 x Giant Dog” มหกรรมเจ้าตูบยักษ์พบผองเพื่อน พบกับไฮไลท์ของงานกับเจ้าตูบยักษ์ใจดีหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ นิวฟาวด์แลนด์ (Newfoundland),คอเคเซียน เชพเพิร์ด (CaucasianShepherd) และ อลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskanmalamute) เป็นต้น

พร้อมรับชมการแสดงความสามารถจากแก๊งเจ้าตูบสุดป่วน “Dog Talents” นอกจากนั้นยังเอาใจสายคอนเทนต์กับคาเฟ่น้องปอมเมอเรเนียน(Pomeranian) ตัวเล็กสุดน่ารักที่มารอต้อนรับเด็กๆ กว่า 20 ตัว อีกด้วยและเหล่าแฟชั่นนิสต้าไม่ควรพลาด! กับ “Dog Cart” ชวนช้อปแฟชั่นเสื้อผ้าของใช้น้องหมา และแอคเซสซอรี่สุดคิวท์ได้ระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2568 ณ โซนเดอะจังเกิ้ลพิเศษ! เฉพาะวันที่ 11 ม.ค. 2568 เท่านั้น ร่วมสนุกกับกิจกรรม “Kids Day

SPECIAL” ชวนน้องๆ หนูๆ มาร่วมสนุกกับ“Puppy Game” ชิงของรางวัลมากมายภายในงานแบบจุใจ ขอเชิญชวนน้องๆ หนูๆ และครอบครัวร่วมในงาน “Jungceylon Kids Day 2025 x Giant Dog” มหกรรมเจ้าตูบยักษ์พบผองเพื่อนที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ณ โซนเดอะจังเกิ้ลศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/JungceylonFanpageหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร.076-600111

Thailand Music Countdown ต้อนรับปีใหม่แบบจัดเต็ม คว้าศิลปิน J-Pop ระดับโลก

Thailand Music Countdown ต้อนรับปีใหม่แบบจัดเต็ม คว้าศิลปิน J-Pop ระดับโลก

Thailand Music Countdown ต้อนรับปีใหม่แบบจัดเต็ม คว้าศิลปิน J-Pop ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Thailand Music Countdown ต้อนรับศักราชใหม่แบบเล่นใหญ่ คว้าตัว “PSYCHIC FEVER” ศิลปิน J-Pop ชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงทั่วทุกมุมโลก เตรียมส่งโชว์สุดอลังการเซอร์ไพรส์เอาใจแฟนๆ ชาวไทย ผ่านซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด ที่ได้ “TAMP” ศิลปินหนุ่มฮิปฮอป-อาร์ แอนด์ บี ที่กำลังมาแรง ร่วม Feat.ในผลงานครั้งนี้ด้วย สำหรับชาว TMC ห้ามพลาด เตรียมพบกับความสนุกสุดเร้าใจได้พร้อมกันวันอาทิตย์นี้เสริมทัพความสนุกด้วยโชว์จาก CDGuntee ft.Nara, GUYGEEGEE & SIRPOPPA ที่เตรียมเซอร์ไพรส์โชว์แบบจัดเต็ม พร้อมเพลิดเพลินไปกับโชว์จากศิลปินประจำสัปดาห์ อาทิ THE WHITE HAIR CUT หนุ่มมาดเซอร์ที่หลงรักในเสียงดนตรี, AYLA’s ปิดท้ายด้วย ClockworkMotionless

สามารถติดตามชมรายการThailand Music Countdown Presentedby PEPSI ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30-18.20 น. ทางช่อง 3และสามารถรับชมคลิปการแสดงทางออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของรายการ โดยจะได้พบกับเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ต่างๆ มากมายที่มีเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น สามารถรับชมทางออนไลน์และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของรายการ Thailand Music CountdownPresented by PEPSI ได้ที่ : YouTube :Thailand Music Countdown, TikTok : tmccountdown, Facebook :Thailand Music Countdown,Instagram : tmccountdown และ X :@TMCcountdown

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ที่ตรงนี้ยังมีหัวใจ (All We Imagine as Light)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ที่ตรงนี้ยังมีหัวใจ  (All We Imagine as Light)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ที่ตรงนี้ยังมีหัวใจ (All We Imagine as Light)

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังยาวชิ้นแรกของผู้กำกับหญิง ปายาล คาปาเดีย และเป็นหนังที่คว้ารางวัลกรังด์ปรีซ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุด (ครั้งแรกในรอบ 30 ปี ของหนังอินเดียกับรางวัลนี้) ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ หลายคนยกย่องว่านี่คือหนังที่พูดถึง “ความเหงาในเมืองใหญ่”ได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก หนังได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ 2 สาขา คือ ผู้กำกับยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถูกส่งเป็นตัวแทนหนังอินเดียเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาหนังต่างประเทศ แค่เหตุผลง่ายๆ อินเดียมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนหนังยุโรปไม่ใช่หนังอินเดียแท้ๆ ล่าสุด Laapataa Ladies เรื่องที่ถูกส่ง ตกรอบแรกไปเรียบร้อยแล้ว

หนังอินเดียที่ฉีกรูปแบบหนังอินเดียที่คุ้นๆ กัน ไม่มีเรื่องราวประโลมโลกตัวละครดูติดดิน ดารานำหน้าตาธรรมดาดูบ้านๆ ไม่สวยไม่หล่อ ไม่มีฉากเต้นรำ เต้นระบำ เพลงดนตรีประกอบ ฉากวิจิตรมโหฬาร เป็นเรื่องราวความรัก ความโหยหา ความโดดเดี่ยว ความเหงาของสามสาวในเมืองมุมไบ พยาบาลสาวชาวมลยาฬัมสองคนกับเพื่อนสาวใหญ่ที่กำลังเผชิญกับความซับซ้อนในชีวิต ความสัมพันธ์และการแก้ปมปัญหาส่วนตัว

หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ ค่อยๆ พาไปรู้จักเบื้องหน้าเบื้องหลัง นิสัยใจคอ ชีวิตประจำวัน ในบรรยากาศสังคมอันวุ่นวายของเมืองใหญ่ที่ดูอึดอัด ก่อนจะผ่อนคลายเปลี่ยนในช่วงท้ายที่เมืองชายทะเลผ่านสามตัวละครหลัก ตัวหนังสะท้อนภาพชีวิตสังคม สภาพความเป็นอยู่ของคนในมุมไบออกมาได้ดี เน้นๆ ไปที่คนชั้นกลาง การต่อสู้ดิ้นรน ความอยู่รอด เมืองที่ตัวใครตัวมัน โดยนำเสนอในรูปแบบดราม่ากึ่งๆ สารคดี ก่อนที่ครึ่งหลังจะพาไปสู่สังคมชนบท เมืองชายทะเลสู่ธรรมชาติที่ทุกคนเป็นมิตร เติมเต็มอิสรภาพ การปลดปล่อย ทางเลือก ที่มีมากกว่าเดิม 

หนังขยี้ความรู้สึกในหลายๆ รูปแบบผ่านภาพ การจัดแสง ดนตรีเพลงประกอบที่ไพเราะ เสียงพูดถึงมุมไบของหลากหลายผู้คนที่อาศัยอยู่ในมุมไบ เรื่องส่วนใหญ่เกิดขึ้นในยามค่ำคืน สะท้อนความมืดมิดปมปัญหาต่างๆ ที่ถาโหม

นักแสดงหลักๆ เล่นได้ดีดูเป็นธรรมชาติ ดึงให้เข้าไปอยู่กับหนังได้ตลอดเรื่อง

กานิ คุสรัตติ รับบท ปราภา ที่ดูมีปม เก็บทุกอย่างในใจ สีหน้าแววตาเพิกเฉย น่าเบื่อ แต่ใจดีพร้อมที่จะช่วยคนรอบข้าง หาทนายช่วยปาร์วาตีเรียกค่าชดเชยบ้านหรือออกค่าเช่าห้องให้ อนุ ที่รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ดิฟยา พราบา ในบท อนุ สาวรุ่นมุ่งแต่ความรักของตัวเอง ที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หาที่แสดงความรักแฟนหนุ่ม มีโชว์หน้าอกหน้าใจ เนื้อหนังมังสา เลิฟซีนในหลายๆ ที่ ชายา กาดัม รับบท ปาร์วาตี สาวบ้านๆ ที่ยังไงก็ได้ที่กำลังประสบปัญหาในเมืองที่ที่ดินเป็นเงินเป็นทอง 

ฮิรดู ฮารุณ รับบท ชิแอซ คนรักของ อนุ ดูอารมณ์ดีดูไม่มีอะไร แต่ช่วยเติมในส่วนเรื่องรักของหนัง  อาซีส เนดูมันกัด รับบท ดร.มาโนช หมอหนุ่มที่เข้ามาในชีวิต ปราภา แต่เหมือนไม่เริ่มต้นไม่พัฒนา เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่กำลังจะจากไป

ที่ตรงนี้ยังมีหัวใจ (All We Imagine as Light) หนังอินเดียที่ละเมียดละไมในบรรยากาศเหงาๆ ในเมืองใหญ่ ที่น่าจะโดนใจคอหนังที่ชอบสไตล์หนังแนวนี้ นึกไปถึงบางคนที่อยากดูหนังอินเดียที่ฉีกจากแนวเดิมๆ “ความสว่างไสวที่พวกเรานึกฝัน” พาให้ชอบในระดับ 8/10 คะแนน

‘มิกค์-ฐิสา-เกรซ-พิ้งค์พลอย’ นำทีม ‘ส่งสุขปีใหม่จากใจ ช่อง 7HD’ แจกปฏิทิน ช่อง 7HD ปี 2568 สุดคึกคัก

‘มิกค์-ฐิสา-เกรซ-พิ้งค์พลอย’ นำทีม ‘ส่งสุขปีใหม่จากใจ ช่อง 7HD’  แจกปฏิทิน ช่อง 7HD ปี 2568 สุดคึกคัก

‘มิกค์-ฐิสา-เกรซ-พิ้งค์พลอย’ นำทีม ‘ส่งสุขปีใหม่จากใจ ช่อง 7HD’ แจกปฏิทิน ช่อง 7HD ปี 2568 สุดคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สุขสุดๆ กับช่วงเวลาต้อนรับปีใหม่ช่อง 7HD ขอมอบของขวัญให้กับแฟนๆ ด้วยกิจกรรม ส่งสุขปีใหม่จากใจช่อง 7HD ขนทัพนักแสดงมาร่วมส่งความสุขผ่านปฏิทินช่อง 7HD ปี 2568 พร้อมร่วมอวยพรให้สุขใจและฟินกันทั่วหน้า ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำทีมโดย มิกค์ ทองระย้า, ฐิสา-วริฏฐิสา, เกรซ-พัชร์สิตา, พิ้งค์พลอย-ปภาวดี, ปูเป้-เกศรินทร์, ชิงชิง-คริษฐา, มิ้นชิ-เสฏฐนันท์, แทน-บุรันช์รัตน์ พร้อมด้วย2 หนุ่มจาก TSM Management ดีแลนด์-เดโชชัย และ ชาย-สมชาย บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยแฟนคลับช่อง 7HD และประชาชนทั่วไป ที่ให้ความสนใจเข้ารับปฏิทินพร้อมกระทบไหล่นักแสดงคนโปรดกันอย่างคับคั่ง

มิกค์ ทองระย้า เป็นตัวแทนนักแสดงเล่าถึงความประทับใจพร้อมอวยพรปีใหม่แฟนๆ ว่า “ในทุกปี ช่อง7HD เตรียมของขวัญสุดพิเศษ ปฏิทินช่อง 7HD มามอบให้กับแฟนๆ โดยปีนี้เป็นภาพโปสเตอร์ละครสุดเก๋ มาเสิร์ฟให้แฟนละครได้เก็บเป็นที่ระลึกแบบจัดเต็ม ขอชวนแฟนๆ รอเชียร์และติดตามชมละครดังจากพวกเราด้วยนะครับ และสำหรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนา ร่ำรวยเงินทองตลอดทั้งปี สำหรับผู้ที่เดินทางกลับต่างจังหวัดขอให้เดินทางขับขี่ปลอดภัยนะครับ และอย่าพลาดติดตามละคร รายการ และคอนเทนต์ดีๆ ของช่อง 7HD ตลอดไป สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของปฏิทินปีใหม่จากใจช่อง 7HD เตรียมปักหมุดรอรับปฏิทินกันได้เลย วันที่ 4 มกราคม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย และวันที่ 5 มกราคมที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกตนะครับ”

ฐิสา วริฏฐิสา กล่าวเสริม “พวกเราดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมส่งความสุขเติมรอยยิ้มให้แฟน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พร้อมกับทุกๆ คน ขอขอบคุณแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจร่วมรับปฏิทิน ขอลายเซ็น พร้อมถ่ายรูปกับพวกเรากันคึกคัก สร้างรอยยิ้มและความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับหวังว่าแฟนๆ จะชอบกันนะคะ และขอฝากติดตามละคร “เล่ห์ร้ายเกมลวง” ตอนใหม่วันที่ 11 มกราคม รับรองว่าเข้มข้นแบบพลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ”

ปี 2568 เตรียมปักหมุดฟินต่อเนื่องรับปฏิทินจากนักแสดงคนโปรดสุดฮอต สลับสับเปลี่ยนรอพบกับแฟนๆ สามารถไปรับกันได้วันที่ 4 มกราคม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย และในวันที่ 5 มกราคมที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยทั้งสองแห่งเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปและพิเศษเพื่อแฟนๆ ที่พลาดโอกาสสามารถดาวน์โหลดปฏิทินปีใหม่ ช่อง 7HDได้ที่ https://www.ch7.com/ch7hdcalendar2025 สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HDดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook,IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD News (Facebook, IG, TikTok, YouTube)และเว็บไซต์ www.ch7.com

มิกค์ ทองระย้า

มิกค์ ทองระย้า

ฐิสา วริฏฐิสา

ฐิสา วริฏฐิสา

เกรซ พัชร์สิตา

เกรซ พัชร์สิตา

มิกค์  ฐิสา

มิกค์ ฐิสา

พิ้งค์พลอย ปภาวดี

พิ้งค์พลอย ปภาวดี

ปูเป้ เกศรินทร์

ปูเป้ เกศรินทร์

แทน บุรันช์รัตน์

แทน บุรันช์รัตน์

ชิงชิง คริษฐา

ชิงชิง คริษฐา

มิ้นซิ เสฏฐนันท์

มิ้นซิ เสฏฐนันท์

ดีแนด์-ชาย

ดีแนด์-ชาย

ศิลปินดีเจกว่า 100 ชีวิต ร่วมมอบความสุขใน ‘มหานครคัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้ 2025’

ศิลปินดีเจกว่า 100 ชีวิต ร่วมมอบความสุขใน ‘มหานครคัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้ 2025’

ศิลปินดีเจกว่า 100 ชีวิต ร่วมมอบความสุขใน ‘มหานครคัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้ 2025’

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คลื่นลูกทุ่งมหานคร LTM FM95 คลื่นวิทยุเพลงลูกทุ่งอันดับ 1 ของประเทศไทย ระเบิดฟรีคอนเสิร์ต มอบความสุข ของขวัญ ของรางวัลอีกเพียบ ให้กับแฟนรายการและผู้ที่เข้ามาร่วมงาน ณ ลานอเนกประสงค์ บมจ.อสมท

ลูกทุ่งมหานคร LTM FM95 เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปีให้แฟนคลับ ด้วยฟรีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “มหานครคัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้ 2025” ปาร์ตี้แห่งสีสัน จัดเต็ม เวที แสง สี เสียง การแสดงจากพาเหรดทัพศิลปินลูกทุ่งสุดฮิต ที่มาสร้างความสนุกสนานล้นเวที หญิงลี ศรีจุมพล, แมน มณีวรรณ, กุ้ง สุธิราช วงศ์เทวัญ, น้องวาคิณ วงศ์เทวัญ, กัน นภัทร, แอ้ม ชลธิชา, เพชรคทาวุธ คู่แฝด โอ-เอ, บิว กัลยาณี, นุช วิลาวัลย์,จา สิงห์ชัย, ชอยบอย อาร์ลยาม, หนิง ปัทมา, แบงค์ รัชนนท์ อาร์สยาม, กล้วย คลองหอยโข่ง,สาวแย้ เจติยา, เจเน็ต เขียว, ปีเตอร์ โพดิฟาย,โจนัส แอนเดอร์สัน, พจน์ สุวรรณพันธ์, กำภู-รัชนีย์,กานต์ ทศน, แคท อารียา, วงมิสเตอร์เบียร์,ไข่มุก เพ็ญสินี, กุหลาบ ร้อยรัศมี, หนวด สะตอ,ฟิวส์ กิติกร ไหทองคำ, วี พนมภูไท สิงห์มิวสิค,สายแนน สิงห์มิวสิค, แฟ้ม บุญมา, เนย พิชญา ทัพเจริญ, ดวงดี ศรีวิชัย, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, ผิงผิง สรวีย์, จอย บียอนด์, อิสร์ อิสรพงศ์, สาวน้อยสินาไล และศิลปินสาวสวยสุดฮอตเจ้าของเพลงฮิตเมียผ่อน 50 จากกัมพูชา จันทร์เสยมา   

นอกจากทัพศิลปินแล้ว ยังมีนักจัดรายการ อาทิ วาสุ เลิศจรรยา, หมี คณัชชัย, โอ๊ต คณิต,ศิรินทรา นิยากร, สลักจิต ดวงจันทร์,อ้อย กะท้อน, พิมดา มหานคร, อุ้ม กศิญา, ลูกตาลชลธิชาศ์, กำภู-รัชนีย์, ศุภรัตน์ นาคบุญนำ,อ.ไมตรี นิยมแสง, ลุงเข้ม ซานต้า, ทนายวินัย, อ.ประยงค์, หมอนพพร, จันทร์แรม สัมพันธ์วิวัฒน์,ศิวิลัย สมทรง, หญิงหนุ่ย นงลักษณ์, เพชร พุ่มพวง, จามร กิจเสาวภาคย์, ปู ยุวดี เรืองฉายและ เมย์ ธิชา เป็นต้น ที่มาร่วมอบความสุขความสนุกภายในงาน ไม่เพียงเท่านี้ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกสนานมากมาย และอิ่มอร่อยกับบูธอาหารเครื่องดื่มครบครัน และยังมีของรางวัลให้ได้ลุ้นตลอดทั้งงาน และสร้างสีสันปาร์ตี้ด้วยการประกวดแต่งกายในธีม “คัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้” มหานครคัลเลอร์ฟูลปาร์ตี้ 2025 ไม่ใช่แค่ฟรีคอนเสิร์ตธรรมดา แต่คือเทศกาลแห่งความสุขความสนุกสนาน และมิตรภาพ ที่ศิลปิน นักจัดรายการและแฟนคลับ มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว

‘รุ่ง นครพนม’ส่งเพลงใหม่สุดเศร้า‘คาตา’ตอกยํ้าความรักที่โดนนอกใจ

‘รุ่ง นครพนม’ส่งเพลงใหม่สุดเศร้า‘คาตา’ตอกยํ้าความรักที่โดนนอกใจ

‘รุ่ง นครพนม’ส่งเพลงใหม่สุดเศร้า‘คาตา’ตอกยํ้าความรักที่โดนนอกใจ

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รุ่ง นครพนม ไทดอลมิวสิค ล่าสุดปล่อยเพลงใหม่สุดเศร้า ที่มีชื่อว่า “คาตา” เป็นเพลงที่ตอกย้ำความรักที่โดนนอกใจเพราะหลักฐานมันเห็นคาตา เนื้อหาของเพลง “คาตา” เล่าถึงความรักที่โดนคนรักหักหลังโดยการนอกใจต่อหน้าต่อตา ตั้งรับใจไม่ทันกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น โดยผ่านเสียงร้องและเมโลดี้ที่เข้มข้นและเนื้อเพลงสุดบาดใจ สื่อสารความทรมานของการใช้ชีวิตต่อ คอยตอกย้ำให้ไม่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ได้สักที เหมือนต้องติดอยู่ในวังวนของความเจ็บปวดเดิมๆ ซ้ำๆ“รุ่ง นครพนม” ถ่ายทอดส่งอารมณ์เสียงร้อง สื่อสารความหม่นของอารมณ์เพลงได้เป็นอย่างดีโดยได้นักแต่งคำร้อง/ทำนอง ดิว พีรพล เรียบเรียงบิ๊ก ชัชวาล และโปรดิวเซอร์คู่ใจ อ.จินนี่ ภูไท หรือสุจินต์ กุลชนะรงค์ ในส่วน MV เป็นเรื่องราวความรักของอีกฝ่ายที่ทุ่มเทเพื่อให้คนรักมีความสุขแต่อีกฝ่ายก็พร้อมหักหลังโดยการนอกใจ โดยทีมนักแสดงก็เล่นสุดฝีมือ สุดท้ายเรื่องราวความรักจะสุดเศร้าเจ็บปวดหรือสมหวังอย่างไร ท่านสามารถรับชม MV “คาตา” ได้แล้ววันนี้ทางช่อง GRAMMY GOLD OFFICIAL

“รุ่ง นครพนม” ได้กล่าวว่า เพลง “คาตา”เป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ ครับ พอเห็นเนื้อเพลงผมก็นำไปเสนอ อ.จินนี่ ภูไท ซึ่งทาง อ.จินนี่ก็เห็นด้วย จึงหยิบผลงานเพลงนี้เป็นผลงานส่งท้ายปี ยิ่งท่อนเพลงที่ผมชอบมากๆ เวลาได้ร้องรู้สึกว่ามันเจ็บช้ำน้ำใจและตอบโจทย์คนที่โดนหักหลังหลายๆ คน เช่น คำว่า “ไปบ่อเป็นกะย้อนมาเห็นคาตา” ถ้าผมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นคงล้าไปหมดและไม่มีหนทางที่จะไปได้เลยเพราะรักเขามากๆ ครับ

‘คยูฮยอน’ ส่งคลิปชวนฉลอง 10 ปี กิจกรรมโซโล่ Anniversary Asia Tour ‘COLORS’ in BANGKOK

‘คยูฮยอน’ ส่งคลิปชวนฉลอง 10 ปี กิจกรรมโซโล่ Anniversary Asia Tour ‘COLORS’ in BANGKOK

‘คยูฮยอน’ ส่งคลิปชวนฉลอง 10 ปี กิจกรรมโซโล่ Anniversary Asia Tour ‘COLORS’ in BANGKOK

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ได้เวลา KYUpiter & E.L.F ไทยเฮ! ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีกิจกรรมโซโล่ของเจ้าชายเพลงบัลลาด KYUHYUN (คยูฮยอน) แห่งวง SUPER JUNIOR

ซึ่งเจ้าของคอนเสิร์ตเตรียมโชว์มาอย่างดีเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ และแบ่งปันช่วงเวลาที่พิเศษด้วยเซอร์ไพรส์อีกมากมาย แถมส่งคลิปมาเชิญชวนมาสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันด้วยตัวเอง กับงานKYUHYUN 10th AnniversaryAsia Tour “COLORS” in BANGKOKวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ

จำหน่ายบัตรวันเสาร์ที่ 4 มกราคม 2568 เวลา 12.00 น.ราคา 6,500 / 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,500 บาท ทาง www.Ticketmelon.com

“ผมรอฉลอง 10 ปีกับทุกคนอยู่นะครับ” รีบกดบัตร แล้วมาเจอคยูฮยอนกัน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Grand Star Connext, X : @GrandStarCon