‘แอมเวย์ เอ็กซ์โป 2568’ มหกรรมสุขภาพสู่การมี Healthspan ที่ยืนยาว

‘แอมเวย์ เอ็กซ์โป 2568’ มหกรรมสุขภาพสู่การมี Healthspan ที่ยืนยาว

‘แอมเวย์ เอ็กซ์โป 2568’ มหกรรมสุขภาพสู่การมี Healthspan ที่ยืนยาว

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.01 น.

แอมเวย์ประเทศไทย จัดอีเวนต์ใหญ่ชวนผู้สนใจมาสัมผัสประสบการณ์ผลิตภัณฑ์สุขภาพพร้อมดีลสุดคุ้ม ในงาน “แอมเวย์ เอ็กซ์โป 2568” (AMWAY EXPO 2025) เปิดเส้นทางสู่ “สุข” ทุกมิติ ด้วยแนวทางการสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีเพื่อนำไปสู่การมี Healthspan ที่ยืนยาว ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เต็มอิ่มกับความรู้ด้านสุขภาพและกิจกรรมในโซนต่าง ๆ อาทิ โซนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ กับกิจกรรม Health Check-in ประเมินสุขภาพโดยรวมจากการรับประทาน กิจกรรมแชะแล้วแชร์กับน้อง Good Morning Mascot สุดน่ารัก โซนโปรแกรมผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักและโปรแกรมฟิตเนสเอ็กซ์เอส กับกิจกรรมตรวจวัดองค์ประกอบและทดสอบสมรรถภาพทางกาย โซนผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี กับกิจกรรมสอนแต่งหน้าแบบ Day & Night Look โซนเครื่องกรองน้ำอีสปริงและเครื่องกรองอากาศแอทโมสเฟียร์ กับสาธิตการกรองน้ำและการกรองอากาศที่สะอาดมีคุณภาพ และอีกมากมาย

ห้ามพลาดกับงานมหกรรมสุขภาพที่แอมเวย์ยกทัพเสิร์ฟการมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health & Wellbeing) ให้คุณแบบจุใจ ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 9.00-16.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00-17.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amway.co.th/amway-expo-2025

‘แบลคมอร์ส’ ประเทศไทย ฉลอง 30 ปี ‘ธรรมชาติคือคำตอบของสุขภาพ’

‘แบลคมอร์ส’ ประเทศไทย ฉลอง 30 ปี ‘ธรรมชาติคือคำตอบของสุขภาพ’

‘แบลคมอร์ส’ ประเทศไทย ฉลอง 30 ปี ‘ธรรมชาติคือคำตอบของสุขภาพ’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลีย แบรนด์อาหารเสริมอันดับ ของประเทศไทย จัดงานครบรอบ 30 ปี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “30th Anniversary Blackmores Thailand, Better you Brighter tomorrow” ตอกย้ำความสำเร็จของแบลคมอร์สตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้ามอบสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยด้วยวิถีธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติคือคำตอบของสุขภาพ” ที่สยามพารากอน

ปรีติ ฮาไล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า “แบลคมอร์ส” เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศออสเตรเลีย ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์สุขภาพของคนไทยมาอย่างยาวนาน ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1932 จากปณิธานของมอริซ แบลคมอร์ ผู้ก่อตั้ง คือต้องการพัฒนาระบบสุขภาพ ด้วยหลักการทางธรรมชาติ (Naturopathic Principles) ที่มาพร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทย ตลอดเวลา 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แบลคมอร์ส ในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของประเทศออสเตรเลีย ได้เติบโตจนกลายเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกาย นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาและการตลาดผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้แนวทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นในการดูแลสุขภาพ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร และสารอาหาร การันตีด้วยการได้รับรางวัล Thailand Superbrands Award ติดต่อกัน 14 ปี (ค.ศ. 2011-2024) เป็นแบรนด์วิตามินและอาหารเสริมที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในประเทศไทย

“ในฐานะผู้นำธุรกิจวิตามินและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ บริษัทไม่เคยหยุดที่จะพัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยให้คำมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ บนพื้นฐานอ้างอิงจากข้อมูลและการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานรับรองแก่ผู้บริโภคอย่างมั่นใจ ซึ่งในกระบวนการการผลิตมีการคัดเลือกวัตถุดิบจากผู้จัดหาที่มีคุณภาพสูง และคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบได้จริง รวมถึงการผลิตตามข้อกำหนดและมาตรฐานสากล ซึ่งควบคุมโดยประเทศออสเตรเลีย ผ่านการทดสอบจากทีมคิดค้นและสรุปผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนของการผลิต ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันว่าแบลคมอร์สจะส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้”

ปัจจุบัน แบลคมอร์ส ประเทศไทย มีฐานผู้ใช้จำนวนมากในร้านขายยาและร้านค้าเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ โดยมีที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ รวมถึงสถาบันแบลคมอร์ส หน่วยงานด้านวิชาการและวิชาชีพของบริษัท ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในด้านหลักสูตรการศึกษา และการฝึกอบรมที่เป็นเลิศ โดยมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพ เพิ่มองค์ความรู้ให้แก่เภสัชกรทั่วประเทศ   

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะให้ผู้คนมีทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ดีในแต่ละวันตามวิถีธรรมชาติ เราชื่อว่านอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนนอนหลับเพียงพอ การรับสารอาหารครบถ้วน เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ที่เข้ามาเติมเต็มทำให้สุขภาพดี ช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้ปกติ ซึ่งจะทำให้ได้รับโอกาสมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน และอื่นๆ ในชีวิต สิ่งนี้เป็นเป้าหมายของแบลคมอร์ส ที่จะเข้ามาเติมเต็มสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยทุกคน ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน”  ปรีติ กล่าวทิ้งท้าย

ภายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจ 3 ตัว ได้แก่ 1. “แบลคมอร์ส ไบโอ ซี 1000 มก. เดลี ไอมู พลัส และ 2. ไบโอ ซี 500 มก. เดลี ไอมู พลัส เม็ดเคี้ยว (Blackmores Bio C 1000 mg Daily Imu+ and Bio C 500 mg Daily Imu+ Chewable) เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกให้คนรักวิตามินซี ด้วยวิตามินซี แบบเม็ดเคี้ยว อร่อย สะดวก มีประโยชน์ และยังมี 3. แพลนท์เบส โอเมก้า-3”  (Plant-based Omega-3) เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มมังสวิรัติ (Vegan) และผู้ที่แพ้อาหารทะเล หรือผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์แพลนท์เบส  พร้อมร่วมพูดคุยกับ แอน ทองประสม  อาเล็ก ธีรเดช และ ฟรีน สโรชา ในประเด็น “สุขภาพดีอย่างมีคุณภาพ ได้ทุกวัย”  

เผยผลสำรวจ ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์

เผยผลสำรวจ ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์

เผยผลสำรวจ ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.58 น.

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล เผยผลสำรวจล่าสุดจากเว็ปไซต์ Frontiers ชี้ให้เห็นว่ากว่า 67% ของผู้บริโภคชาวไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อไข่จากฟาร์มที่เลี้ยงไก่แบบปลอดกรง   พร้อมระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและจะใส่ใจกับแหล่งที่มาและส่วนผสมของอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น การเลือก “ไข่ไก่อารมณ์ดี” ที่ได้จากไก่เลี้ยงแบบปลอดกรง จึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และการเลือกซื้อไข่ไก่อารมณ์ดียังเป็นการสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์อย่างมีจริยธรรมอีกด้วย

ไข่ไก่อารมณ์ดี เกิดจากการเลี้ยงไก่ในสภาพแวดล้อมที่แม่ไก่สามารถมีอิสระ ต่างจากระบบกรงตับที่จำกัดการเคลื่อนไหวและก่อให้เกิดความเครียดแก่สัตว์ การเลี้ยงแบบปลอดกรงช่วยให้แม่ไก่ได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่าในพื้นที่กว้างขวาง สามารถเดินเล่น กางปีก และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ การเลี้ยงแบบนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนยังอีกด้วย

การก้าวสู่ระบบเลี้ยงไก่แบบปลอดกรงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต มันคือการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยจิตสำนึกที่ตื่นตัว ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากขึ้นหันมาให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิภาพของสัตว์ ผลสำรวจล่าสุดจากเว็ปไซต์ Frontiers (https://www.frontiersin.org/journals/animal-science/articles/10.3389/fanim.2022.995430/full)  ชี้ให้เห็นว่ากว่า 67% ของผู้บริโภคชาวไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อไข่จากฟาร์มที่เลี้ยงไก่แบบปลอดกรง[1]  สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอาหารที่มีจริยธรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล เป็นองค์กรพิทักษ์สัตว์สากลและผู้นำในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย องค์กรไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ในฟาร์มผ่านการวิจัยและการรณรงค์อย่างสงบ แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภคถึงความสำคัญของอาหารที่มีจริยธรรม และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคการเกษตร โดยเฉพาะการรณรงค์ให้เลี้ยงไก่แบบปลอดกรง ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ทั้งในเชิงจริยธรรมและสุขภาพของผู้บริโภค

ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า “การเลี้ยงไก่แบบปลอดกรงคือการมอบสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีต่อแม่ไก่ การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบนี้ไม่เพียงแต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของสัตว์ แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยที่ใส่ใจทั้งสวัสดิภาพสัตว์และนำไปสู่การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน”

การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเลี้ยงไก่แบบปลอดกรงไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเมตตาต่อสัตว์เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของแม่ไก่และความปลอดภัยของอาหารสำหรับผู้บริโภค การศึกษาพบว่า แม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปลอดกรงมีความเครียดน้อยลง ลดปัญหาด้านกระดูกที่ก่อให้อาการเจ็บปวดได้ การเลี้ยงไก่แบบปลอดกรงจึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่ส่งผลดีต่อทั้งสัตว์และมนุษย์ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในสัตว์แล้ว ยังเป็นการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับทุกคน

ทั้งนี้ การรณรงค์ของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ได้จุดประกายให้บริษัทชั้นนำของไทยหันมาใส่ใจสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น โดยบริษัทชั้นนำหลายแห่ง เช่น Lotus’s, Zen Group, Sukishi และ Minor Food ได้ตัดสินใจเลือกใช้ไข่จากฟาร์มที่เลี้ยงไก่แบบปลอดกรง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารไทย และสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพ จริยธรรมและความยั่งยืนมากขึ้น

“เราขอเชิญชวนให้บริษัทชั้นนำและธุรกิจอื่นๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยการนำนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงมาใช้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้เกียรติต่อสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและจริยธรรม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย

นอกจากนี้ ในฐานะผู้บริโภค พวกเราทุกคนมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ การเลือกซื้อไข่ไก่อารมณ์ดี คือการลงคะแนนเสียงสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์อย่างมีมนุษยธรรม และเป็นการส่งสัญญาณไปยังอุตสาหกรรมอาหารว่าผู้บริโภคต้องการอะไร องค์กรของเราหวังว่า พวกเราสามารถใช้พลังของผู้บริโภคในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารได้”

-(016)

แมริออท บอนวอย จัดโปรแกรมท่องเที่ยวรับสิทธิพิเศษสำหรับทุกคืนที่เข้าพัก

แมริออท บอนวอย จัดโปรแกรมท่องเที่ยวรับสิทธิพิเศษสำหรับทุกคืนที่เข้าพัก

แมริออท บอนวอย จัดโปรแกรมท่องเที่ยวรับสิทธิพิเศษสำหรับทุกคืนที่เข้าพัก

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.55 น.

รับสิทธิพิเศษสำหรับทุกคืนที่เข้าพัก: เลื่อนสถานะได้ไวขึ้น พร้อมรับคะแนนโบนัสกับโปรโมชั่นล่าสุดจากแมริออท บอนวอย รับสิทธิพิเศษนี้ได้ที่โรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมรายการทั่วโลก สมาชิกจะได้รับคะแนนโบนัสสูงสุด 77,000 คะแนน และ Elite Night Credits เป็นโบนัสเพิ่มอีก 77 เครดิต 

เบเธสดา, แมริแลนด์, 31 มกราคม 2568 – แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) โปรแกรมด้านการท่องเที่ยวชั้นนำจากแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย มอบสิทธิพิเศษเพื่อช่วยให้เหล่านักเดินทางสามารถเลื่อนสถานะเร็วขึ้นและสะสมคะแนนโบนัสผ่านโปรโมชั่นระดับโลกที่ทุกคนรอคอย โดยสมาชิกแมริออท บอนวอย ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์จะได้รับคะแนนโบนัส 1,000 คะแนน และ เครดิตคืนเข้าพัก Elite Night Credit เป็นโบนัสเพิ่มอีก 1 เครดิต สำหรับทุกคืนที่เข้าพัก (ไม่รวมคืนที่ได้พักฟรี) ในช่วงที่จัดโปรโมชั่นนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 28 เมษายน 2568 โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 เมษายน 2568 

ด้วยโปรโมชั่นนี้ สมาชิกสามารถเลื่อนสถานะ Marriott Bonvoy Elite ได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า ตัวอย่างเช่น สมาชิกทั่วไปสามารถเลื่อนสถานะเป็น Silver Elite ได้โดยใช้เพียง 5 คืนแทนที่จะเป็น 10 คืน สมาชิกอีลิท จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น เช็กเอาต์หลังเวลาที่กำหนด อัปเกรดห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดให้เป็นกรณีพิเศษ และอื่น ๆ อีกมากมาย 

นอกจากนี้ คะแนนโบนัสที่ได้รับยังช่วยให้สมาชิกเข้าใกล้ผู้คนและสถานที่ที่ชื่นชอบ รวมถึงกิจกรรมในฝัน ได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแลกคะแนนเพื่อเข้าพักกับแบรนด์กว่า 30 แบรนด์ใน 10,000 จุดหมายปลายทางของ แมริออท บอนวอย หรือการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษของแมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) 

รายละเอียดเพิ่มเติมมีดังนี้: 

●             เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้ที่นี่จนถึงวันที่ 14 เมษายน 2568 โดยโปรโมชันเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 28 เมษายน 2568 

●             การเข้าพักที่เสร็จสิ้นก่อนการลงทะเบียนจะไม่ได้รับสิทธิ์ในโปรโมชั่นนี้ สมาชิกต้องลงทะเบียนก่อนวันที่ 14 เมษายน 2568 

●             โรงแรมที่เข้าพักต้องเป็นสมาชิกของแมริออท บอนวอย ณ เวลาที่เข้าพัก จึงจะนับเป็นคืนที่มีสิทธิ์ภายใต้เงื่อนไขโปรโมชั่นนี้  

●             สมาชิกต้องจองที่พักโดยตรงกับแมริออท ผ่านเว็บไซต์ Marriott.com, แอปพลิเคชัน Marriott Bonvoy Mobile หรือศูนย์สำรองห้องพัก การจองผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์และการจองในอัตราห้องพักจากเอเจนซี่เกือบทุกแห่งจะไม่มีสิทธิ์ร่วมในโปรโมชั่นนี้ 

●             คืนที่พักในแบรนด์ BVLGARI, The Ritz-Carlton Yacht Collection, Marriott Executive Apartments® และที่พักที่เจ้าของเข้าพักเองใน Marriott Vacation Club®, Grand Residences by Marriott®, Marriott Grand Residence Club, Sheraton Vacation Club, Westin Vacation Club, The Ritz-Carlton Club, The St. Regis Residence Club และ The Luxury Collection Residence Club จะไม่ได้รับคะแนนโบนัสหรือโบนัส Elite Night Credit ในโปรโมชั่นนี้ 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมริออท บอนวอยกรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ marriottbonvoy.com 

-(016)

ปลัด วธ.เปิดงาน ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025 ฉลองสัมพันธ์มั่นคง วาระ 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย – จีน

ปลัด วธ.เปิดงาน ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025 ฉลองสัมพันธ์มั่นคง วาระ 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย - จีน

ปลัด วธ.เปิดงาน ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025 ฉลองสัมพันธ์มั่นคง วาระ 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย – จีน

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.51 น.

ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2025 ตรุษจีนมั่งคั่ง ฉลองสัมพันธ์มั่นคง วาระ 50 ปีสายสัมพันธ์ไทย – จีน” ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีมะเส็งสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการแสดงลั่นกลองเบิกฟ้ามหามงคล การเชิดสิงโต พญามังกร พญานาค รับพลังแห่งโชคลาภ และสุดยอดการแสดงนาฏมหามงคลตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเต็ม กิน เที่ยว ช็อป เสริมเฮงรับศักราชใหม่ โดยมี วรพรรณ เลิศไกร ผช.ปลัดสำนักนายกฯ,สุมา วงษ์พันธุ์,ชัชวาลย์ แสงปรีดีกรณ์ และนักแสดงชื่อดัง พฤกษ์ พานิช,ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ ร่วมงาน ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม 

สายกินห้ามพลาด! ‘ซี่โครงหมูบาร์บีคิว GOfé’ อร่อยจนผู้ประกอบการร้านอาหาร หาซื้อไปต่อยอด สร้างเมนูทำเงิน

สายกินห้ามพลาด! 'ซี่โครงหมูบาร์บีคิว GOfé' อร่อยจนผู้ประกอบการร้านอาหาร หาซื้อไปต่อยอด สร้างเมนูทำเงิน

สายกินห้ามพลาด! ‘ซี่โครงหมูบาร์บีคิว GOfé’ อร่อยจนผู้ประกอบการร้านอาหาร หาซื้อไปต่อยอด สร้างเมนูทำเงิน

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.26 น.

วันนี้ เมนู “ซี่โครงหมูบาร์บีคิว” ที่ขายใน GOfé ของ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) กำลังเป็นที่พูดถึง ไม่เฉพาะลูกค้าทั่วไปที่ติดใจรสชาติความอร่อย หากแต่ยังมี “ผู้ประกอบการร้านอาหาร” จำนวนไม่น้อย ที่ได้มาจับจอง เพื่อนำไปต่อยอดสร้างเมนูทำเงินให้กับร้านค้า เพราะเพียงแค่นำไปจัดใส่จาน เติมผักสลัดสดๆ เครื่องเคียงอีกนิดหน่อย ก็กลายเป็นเมนูสุดหรูได้ในบัดดล

แล้วอะไรทำให้ใครๆ ก็พากันติดใจ ซี่โครงหมูบาร์บีคิว” ของ GOfé?

กว่าจะได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่ขายดิบขายดีเหมือนทุกวันนี้  ต้องผ่านการคิดสร้างสรรค์กันอยู่นาน  เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ ที่ต้องเป็นซี่โครงหมูคุณภาพดี ขนาดพอเหมาะ นำมาหมักซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยชูความเป็นสูตร Western Style มีความเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานเครื่องเทศชั้นดีมีความหอมอร่อยอย่างโดดเด่น อบในอุณหภูมิพอเหมาะ หอมกลิ่นควันอันเป็นเสน่ห์ของเมนูบาร์บีคิว

อบเสร็จหอมกรุ่น ซี่โครงหมูที่ได้จะนุ่ม เนื้อร่อน รสชาติเข้าเนื้อ น้ำหนักประมาณ 800 – 900 กรัม

เรียกว่า รับประทาน 2-3 คน อิ่มกันแบบจุกๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ ในเรื่องรสชาติ และราคาที่ 259 บาท แล้ว ก็ทำให้หลายคนต้องร้องว้าว! และกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์และขึ้นเป็นที่หนึ่งในใจของหลายคนที่ได้ชิมรสชาติ

ที่สำคัญ โก โฮลเซลล์ เลือกนำเมนูนี้ มาไว้ที่ GOfé มุมคาเฟ่เล็กๆ  เรียกผู้คนให้หยุดสนใจ กลิ่นหอมฟุ้งของซี่โครงหมูบาร์บีคิว อีกหนึ่งไฮไลท์ของ GOfé นอกจาก ไก่ย่างตัวใหญ่ และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ

ไปลองแล้วจะรู้ว่า ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ของ โก โฮลเซลล์ ทำถึงมากกกกก ซึ่งปัจจุบัน GOfé มีอยู่ที่ สาขาพระราม 2, รังสิต, รามคำแหง, ราไวย์, เมืองภูเก็ต, อุดรธานี และขอนแก่น

-(016)

‘ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี’ ปักหมุดความอร่อย! เมนูขึ้นชื่อของร้านเด็ดร้านดังรวมไว้ที่เดียว

‘ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี’ ปักหมุดความอร่อย! เมนูขึ้นชื่อของร้านเด็ดร้านดังรวมไว้ที่เดียว

‘ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี’ ปักหมุดความอร่อย! เมนูขึ้นชื่อของร้านเด็ดร้านดังรวมไว้ที่เดียว

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.32 น.

หากพูดถึงเทศกาลตรุษจีนหลายคนคงนึกถึง “เยาวราช” ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนที่เดินทางมา ขอพรเทพเจ้าที่วัดและศาลเจ้าต่าง ๆ รวมไปถึงชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสบรรยากาศในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะที่ “เยาวราช” ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่พื้นที่นี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายในอดีต ทั้งด้านการค้า การเงิน การธนาคาร มีร้านภัตาคารต่างๆ ที่เป็นตำนานความอร่อยมากมาย

ตรุษจีนปีนี้ เยาวราชเพิ่มสีสันด้วยการเปิด “ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี” ที่บริเวณห้าแยกหมอ ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี  และได้รับความนิยมมากในยุคสมัยนั้น  กำลังเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “ซุ้มประตูวชิรธำรง ๗๒ พรรษา” หนึ่งในซุ้มประตูที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสครบรอบ ๗๒ พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ที่จัดสร้างขึ้นพร้อมกันกับ “ซุ้มประตูวชิรสถิต ๗๒ พรรษา” ที่ตั้งอยู่บริเวณสะพานดำรงสถิตใกล้เคียงกับเยาวราช

“ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี” เป็นพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนและเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับการเฉลิมฉลองในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเวลาที่ที่นี่มีชีวิตชีวาที่สุด ถนนเยาราชจะเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสการเดินเที่ยวชมในตลาดกลางคืน ที่สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาวจีนในเมืองไทยทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทุกคนไม่ควรพลาดในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้

ไฮไลท์ของ “ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี”  คือ ความอร่อยจากเมนูขึ้นชื่อของร้านเด็ดร้านดังที่ทุกคนไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น เฮงดี กระเพาะปลาน้ำแดง  เฮงดี ไก่ย่างลูกชิ้นย่าง หมื่นไม้หมูสะเต๊ะ  ข้าวต้มกระดูกหมูเฉลิมบุรี กุยช่ายตลาดพลู ไข่ปลาหมึกทอดเยาวราช ลอดช่องสิงคโปร์ ข้าวเหนียวมะม่วงเจ๊กี และฮ่องกงซิง่วนฮะขนมเปี๊ยะสุดอร่อยจากร้านดัง รวมไปถึงร้านสตรีทฟู้ด ร้านฟู้ดทรัคจากร้านอาหารชั้นนำและอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ที่ ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี ยังมีร้านนวดผ่อนคลาย ไว้รอบริการต้อนรับทุกคนหลังจากที่ได้เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารหรือเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าของฝากจากร้านค้าชุมชน ก็สามารถแวะไปนวดเพื่อความผ่อนคลายกันได้ที่ร้านนวดไทยและนวดตอกเส้นศรีไพร รวมไปถึงยังมีเวทีกลางที่มีศิลปินหมุนเวียนกันมามอบความสนุกอีกด้วย

ไชน่าทาวน์มาร์เก็ต เฉลิมบุรี   เปิดให้เที่ยว ชิม ฟินกับของอร่อย ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา  16.00-00.00 น. มาสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีน เดินเล่น ชิมอาหารอร่อย และเช็คอินถ่ายรูปสวย ๆ ที่แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเยาวราช การเดินทางสะดวก สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีวัดมังกร  หากสนใจจองพื้นที่และเช่าร้านค้าสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 061-0302607

-(016)

‘มาดามแป้ง’ ประธานกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จัดประชุมระดมความคิดแห่งศาสตร์ ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงศิลป์

‘มาดามแป้ง’ ประธานกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จัดประชุมระดมความคิดแห่งศาสตร์ ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงศิลป์

‘มาดามแป้ง’ ประธานกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จัดประชุมระดมความคิดแห่งศาสตร์ ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงศิลป์

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

‘มาดามแป้ง-นวลพรรณ’ ประธานกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จัดประชุมระดมความคิดแห่งศาสตร์ ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงศิลป์

กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนฯ จัดการประชุมระดมความคิดแห่งศาสตร์ ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงศิลป์ ระหว่างกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมและศิลปินแห่งชาติ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ช่วงเช้าคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประกอบด้วย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ นางนุชนาถ วสุรัตน์ และนางลักขณา คุณาวิชยานนท์ พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ จำนวน 40 ท่าน ประชุมระดมความคิดฯ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ การสร้างสรรค์ผลงาน แนวทางการเผยแพร่ การต่อยอดงานศิลปะ เสียงจากศิลปินแห่งชาติ ถึงกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ทั้งนี้  นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต้อนรับศิลปินแห่งชาติ กรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรรม และกล่าวถึงความเป็นมา เรื่องการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ การจัดสวัสดิการต่างๆ   โดยมี นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ผู้อำนวยการกลุ่ม หัวหน้าฝ่าย ข้าราชการ และพนักงานกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เข้าร่วม

ต่อมา นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนฯ กล่าวเปิดการประชุม รับชมวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประจำปี2567 และนำเสนอแนวทางการพัฒนากองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมเพื่อศิลปินแห่งชาติ ทั้งนี้ นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมงานวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่ปรึกษาประธานกรรมการกองทุนฯ เข้าร่วมในงานดังกล่าวด้วย

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนฯ กล่าวว่า “ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานด้านวัฒนธรรมของชาติประเทศไทยเรามี Soft Power หลากหลายด้าน ทั้งอาหารเครื่องแต่งกาย กีฬา ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม และสิ่งหนึ่งที่สำคัญในนั้นคือ ศิลปินทุกท่าน จากทุกสาขา ทุกแขนง ที่ช่วยเชิดชูศักดิ์ศรีและทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น แป้งขอใช้เวทีนี้เชิดชูเกียรติ ยกย่อง ศิลปินแห่งชาติ ตลอดจนผู้มีส่วนในการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมของไทยเราทุกด้าน ตลอดจนผู้ทำงานเบื้องหลังกระทรวงวัฒนธรรมทุกท่าน แป้งขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน ขอให้มีพลังกายและพลังใจ ในการสืบสาน ต่อยอด และทุ่มเทเพื่อการผลิตผลงานอันทรงคุณค่าต่อไป”

-(016)

‘ล้านทางธรรม’ พลิกชีวิตจากธุรกิจสู่ธรรมะ ความสุขยั่งยืนของ ‘นิค-พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ’

'ล้านทางธรรม' พลิกชีวิตจากธุรกิจสู่ธรรมะ ความสุขยั่งยืนของ 'นิค-พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ'

‘ล้านทางธรรม’ พลิกชีวิตจากธุรกิจสู่ธรรมะ ความสุขยั่งยืนของ ‘นิค-พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.03 น.

จากร้อยล้านทางโลก สู่การร้อยล้านทางธรรม มุมคิดพลิกชีวิตจากธุรกิจสู่ธรรมะ ความสุขยั่งยืนของ นิค-พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ สตาร์ทอัพยอดเยี่ยม 2024

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โลกธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง และธุรกิจสตาร์ทอัพก็ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ธุรกิจสตาร์ทอัพจึงไม่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นธุรกิจในเชิงนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามยุคสมัย จึงอาจกล่าวได้ไม่ผิดนักว่า…คนรุ่นใหม่นั้นมีบทบาทสำคัญมากต่อการผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโต และประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

“นิค-พงษ์ชัยวัฒน์ สอนสุภาพ” ผู้บริหารจากบริษัท นิคเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด นับเป็นหนึ่งในคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจตลาดออนไลน์ จนสามารถสร้างยอดขายให้สินค้าแบรนด์ดังในระดับร้อยล้าน และล่าสุดยังคว้ารางวัล ธุรกิจสตาร์ทอัพยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน THAILAND TOP ENTREPRENEUR AWARDS 2024 ซึ่งจัดโดย นิตยสาร BUSINESS+ ภายใต้การบริหารของบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อส่งเสริมและเชิดชูความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยอีกด้วย

“นิค” ได้พูดถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ ว่าเป็นความภาคภูมิใจในฐานะที่เขาเป็นผู้ประกอบการใหม่ และยังเป็นเจนเนอเรชั่นแรกของธุรกิจที่เขาสร้างขึ้น นั่นคือ ธุรกิจการตลาดออนไลน์ ซึ่งการได้รับรางวัลถือเป็นกำลังใจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เขาเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ความสำเร็จ” …คำ ๆ นี้ในมุมมองของธุรกิจ เราอาจจะวัดกันด้วยยอดขายหรือผลกำไร ยิ่งแตะหลักร้อยล้านพันล้านขึ้นไป ก็ยิ่งดูยิ่งใหญ่และมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อผู้นำธุรกิจยังเป็นเพียงคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ยังมีอายุน้อย  …“ความสำเร็จ”  ก็ดูเหมือนจะยิ่งมีคุณค่าใหญ่โตมากเป็นพิเศษ

ธุรกิจร้อยล้าน คือสิ่งที่หลายคนฝันถึง … “นิค” เองก็เช่นกัน

ในวันที่เขาเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ เขาเริ่มต้นจากสินค้าสุขภาพง่าย ๆ อย่าง “สบู่” แล้วเรียนรู้เทคนิคการทำตลาดทุกอย่างด้วยตนเอง ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้ เขาเปิดใจให้กับการเรียนรู้ทั้งในและนอกตำรา ค้นหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดความรู้ และนำกลับมาพัฒนาธุรกิจ จนสามารถกลายเป็นนักการตลาดออนไลน์ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดสินค้าบนแพลทฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ที่ถือเป็นแพลทฟอร์มที่สร้างชื่อให้กับเขา จนล่าสุดนิคก็ได้รับความไว้วางใจให้วางกลยุทธ์และทำตลาดออนไลน์ให้กับแบรนด์ สินค้าสุขภาพชื่อดังอย่าง “มาดามหลุยส์” ซึ่งนิคก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จนถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเขาในปี 2567 ที่ผ่านมา

แม้ยอดขายหลักร้อยล้านจะทำให้หัวใจของนิคพองโต และยังเป็นเสมือนใบเบิกทางให้ธุรกิจของเขาได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ใหญ่ขึ้น มีการเติบโตและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น … เป้าหมายใหม่ กลยุทธ์การสร้างยอดขาย แนวทางการพัฒนาธุรกิจ … สารพัดไอเดียกำลังก่อร่างขึ้นในหัวของเขา แต่ทุกอย่างกลับพลิกเปลี่ยนไปเพียงชั่วเวลาไม่กี่วินาที จากเหตุการณ์ในระหว่างที่เขาเดินทางบนเครื่องบิน

“มีวันหนึ่งที่ผมกำลังเดินทางมากรุงเทพฯ ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน จู่ ๆ ผมก็รู้สึกตัวร้อนขึ้นมา แล้วมันกระสับกระส่าย อึดอัด เหมือนจะขาดใจตายให้ได้ ตอนนั้นอยู่บนทองฟ้ามันคงไม่สามารถทำอะไรได้ ผมบอกใครไม่ได้ แต่แล้วจู่ ๆ ผมก็คิดขึ้นมา…รู้สึกขึ้นมาเลย ว่าชีวิตของผมนี้มันสั้นมากเลยนะ เราสร้างธุรกิจทำทุกสิ่งทุกอย่างไว้มาก แต่ถ้าเราตายไปตอนนี้ เราคงเสียดายชีวิตของเรามากเลย ตอนนั้นผมเลยตั้งจิตอธิษฐานถึงครูบาอาจารย์ที่ผมนับถือ ว่าถ้าผมรอดลงไปได้ ผมจะไปบวช ปรากฏว่าพอตั้งจิตอธิษฐานเสร็จ อาการที่ผมเป็นอยู่และรู้สึกว่าเหมือนกำลังใกล้จะขาดใจตายนั้น มันก็ค่อย ๆ หายกลับมาเป็นปกติ หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นผมก็ตัดสินใจหาวันบวช พออีกเดือนกว่า ๆ ถัดมาผมก็บวช นี่ก็เป็นความเชื่อและประสบการณ์ทางจิตของผมนะครับ ซึ่งหลังจากได้บวชเรียนแล้ว ความคิดความอ่าน และเป้าหมายในชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปจากเดิมเลย”

นิคเล่าว่าจากเป้าหมายที่เคยต้องการจะสร้างธุรกิจให้เติบโต ทำยอดขายหลักร้อยล้าน (ซึ่งเขาก็ทำได้แล้ว) และขยายธุรกิจของเขาให้เติบโต มีศักยภาพรองรับลูกค้าเพิ่มมากขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่ปีต่อจากนี้ ซึ่งหากเขายังมีความโลภ กระหายความสำเร็จและชัยชนะอย่างเดิม ก็คงจะทำได้ไม่ยากนัก เมื่อมองจากผลงานและแนวคิดของเขาที่ได้ปลุกปั้นธุรกิจนี้ให้เติบโตก้าวหน้ามาได้ในช่วงเวลาเพียง 5-6 ปี  แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากความกระหายที่จะสร้างยอดขายและขยายธุรกิจให้เติบโต สร้างผลกำไรหลักสิบล้านร้อยล้าน แล้วใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายที่เขาเคยคิดฝัน ก็กลับเปลี่ยนไปเป็นความคิดที่ต้องการสร้างผลกำไรบุญ และใช้ชีวิตกินอยู่ได้อย่างสบายทั้งกายและจิตมากกว่า ซึ่งเขามองว่านี่คือเป้าหมายที่จะเป็นธงของความสำเร็จที่แท้จริงในชีวิตของเขา

นิคเป็นชาวอุดรธานี เขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีทั้งความฝันและความสามารถมากพอที่จะสามารถพาตัวเองให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทางโลกอย่างที่ต้องการได้ แต่เหตุการณ์บนเครื่องบินที่ทำให้เขาระลึกได้ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ และจุดประกายให้เขาหันกลับมาสนใจในเรื่องของธรรมะ และความเชื่อที่ผูกโยงกับจิตวิญญาณ ทำให้มุมมองในชีวิตของเขาเปลี่ยนไป

ศาสนา วัฒนธรรม ตำนานและความเชื่อของคนอีสานสองฝั่งแม่น้ำโขงนั้น มีความเกี่ยวเนื่องผูกโยงกับพญานาคมาช้านาน จากประสบการณ์ทางจิตที่นิคได้พบ ทำให้เขามีความเชื่อและผูกพันกับพญานาคด้วยเช่นกัน โดยเขาเชื่อว่าด้วยสัจจะอธิษฐานและบารมีของครูบาอาจารย์ที่ช่วยเขาจากเหตุการณ์บนเครื่องบินในวันนั้น ทำให้เขาค้นพบความหมายอีกด้านของชีวิต และหันหน้าน้อมนำเข้ามาสู่ทางธรรม ผ่านความเชื่อและวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อ “พลังใจ” ของเขา และยังช่วยให้เขาได้พบกับโอกาสดี ๆ ในธุรกิจตามมาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงเกิดความศรัทธาและตัดสินใจร่วมบุญใหญ่ เพื่อตอบแทนพระคุณครูบาอาจารย์ที่นับถือ ด้วยการเป็นประธานในการก่อสร้างตำหนักเทวาลัยองค์ปู่บิโฆโพธิสัตว์นาคราช แห่งรัตนาวดีนคร ณ สำนักสงฆ์ด่านเจริญวนาราม ต.ห้วยหมากใต้ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

 “มันเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายเป็นนิมิตบอก แล้วทำให้ผมรู้ขึ้นมาเองว่าเป็นเพราะครูบาอาจารย์ท่านคอยช่วยเราอยู่ ทำให้ผมรู้ว่าจะต้องทำอะไร รวมถึงในเรื่องธุรกิจด้วย เหมือนเวลาเรายิงแอด เราจะรู้เลยว่าถ้าเรายิงแอดเท่านี้ ใช้งบเท่านี้ ก็จะได้ผลลัพธ์เท่านี้ แต่มันก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป ด้วยวิธีการเดิมแต่ผลลัพธ์กลับดีขึ้นมาก ๆ เหมือนตอนที่ผมขายสินค้า “วีทัล” แล้วมันก็ประสบความสำเร็จ เพื่อจะทำให้ผมเดินทางต่อไปได้ มันเลยเป็นเหตุให้ผมรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็ตัดสินใจมาร่วมทำบุญในการสร้างเทวาลัยเพื่อตอบแทนครูบาอาจารย์ เพราะผมรู้ว่าครูบาอาจารย์ที่นี่แหละ ที่เป็นคนไปช่วยชีวิตผมในวันนั้น”

จากพลังศรัทธาและความเชื่อ ที่เปลี่ยนแนวคิดและวิถีการดำเนินชีวิตของนิคให้น้อมเข้ามาใกล้ธรรม และทำให้เขามีความละเอียดอ่อนในความคิดมากขึ้น นิคพบว่าตัวเองมีความใจเย็นและ “นิ่ง” มากขึ้น ดูผิดไปจากนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กระหายชัยชนะคนเดิม แต่การเป็นคนที่ “นิ่ง” และมีสติมากขึ้น กลับไม่ได้ส่งผลทำให้ธุรกิจของเขาเดินช้าลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ธุรกิจของเขายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แถมยังเป็นการเติบโตที่ดูจะมั่นคงมากกว่าเดิม เพราะเขาใช้หลักธรรม โดยเฉพาะเรื่องทางสายกลางและความพอเพียงเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน และเปลี่ยนความกระหายในชัยชนะและผลกำไรมาเป็นความมุ่งมั่น ศรัทธา ที่จะทำธุรกิจให้เติบโต เพื่อจะได้มีปัจจัยนำไปต่อยอดสร้างบุญ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

“ความตั้งใจหลัก ๆ ก็คือผมอยากทำบุญกับศาสนา” นิคกล่าวยืนยัน

หนทางสู่การต่อยอดเพื่อสร้างบุญกับศาสนาตามที่นิคตั้งใจ ทำให้เป็นที่มาของการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ล่าสุดของเขา นั่นคือ “อินทร” ซึ่งเป็นแบรนด์ของกลุ่มสินค้าสุขภาพที่กำลังจะเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์กาแฟดูแลรูปร่าง และไฟเบอร์ ในเร็ว ๆ นี้

“ผมตั้งใจทำแบรนด์อินทรขึ้นมา เพื่อจะได้ดูแลศาสนาเป็นหลัก ไม่ได้จะทำเพื่อจะให้เกิดผลทางธุรกิจ ผมถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศลให้กับเราในอีกรูปแบบหนึ่ง จากวิชาชีพและความสามารถที่เราถนัดคือการตลาด ผมจึงอยากสร้างสินค้าขึ้นมา แล้วนำผลกำไรมาใช้ดูแลศาสนา สินค้าตัวนี้จึงทำมาเหมือนเพื่อจะสร้างบุญกุศล ธุรกิจตัวนี้เราตั้งใจสร้างมาเพื่อศาสนา ให้ผู้คนได้บริโภคสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งเราจะใช้คุณภาพของสินค้าเป็นตัวนำ ธุรกิจนี้เมื่อเกิดผลกำไรก็จะนำไปต่อยอดทำบุญ ผู้บริโภคสินค้านอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ก็ยังเหมือนได้ร่วมทำบุญกับศาสนาไปด้วย ความตั้งใจของเราส่วนหนึ่งก็จะนำไปร่วมสร้างเทวาลัยที่อุบล ส่งเสริมให้ตรงนั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดผู้คนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วย นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของการสนับสนุนการสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ และในอนาคตจะต่อยอดให้เป็นมูลนิธิ เพื่อจะได้มาสนับสนุนการทำงานบุญตามความตั้งใจนี้ครับ”

นิคยังเล่าถึงความคิดของเขาให้ฟังทิ้งท้ายว่า เมื่อก่อนเขาอยากทำงานที่ได้เงินเยอะ ๆ อยากมีธุรกิจที่ประสบความเร็จจนสามารถทำตัวรวยไปวัน ๆ ได้ แต่เมื่อวันหนึ่งเขาตระหนักได้ว่าชีวิตของเขามันสั้นนิดเดียว ทั้งที่เขาเพิ่งจะมีอายุเพียง 30 ต้น ๆ เป้าหมายในชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป (จากเหตุการณ์บนเครื่องบิน) จากที่เคยตั้งเป้าหมายว่าต้องการความร่ำรวย ความสุขสบายในทางโลก ก็เปลี่ยนมาเป็นความต้องการประสบความสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรมควบคู่กันไป

“ในทางโลกเราอยากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สามารถทำเงิน ทำกำไรกับการทำธุรกิจได้ แต่ในทางธรรม เราก็อยากศึกษาธรรม ช่วยเหลือทำนุบำรุงศาสนา ช่วยเหลือครูบาอาจารย์ ซึ่งการที่จะเดินไป 2 ทางได้ ทั้งทางโลกและทางธรรม เราก็ต้องทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรา ตอบโจทย์เป้าหมายของเรา เพื่อที่จะสามารถพาเราเดินไปในเส้นทางบุญได้ เพราะเรามองเห็นแล้วว่า สุดท้ายการที่เราแค่มีเงินเยอะนั้น มันยังไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง แต่การได้ช่วยเหลือทำนุบำรุงศาสนา ได้ช่วยเหลือผู้อื่นต่างหาก ที่จะทำให้เราพบความสุขที่แท้จริง”

-(016)

ทีมไทยโปโล คว้าแชมป์การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล ‘บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025’

ทีมไทยโปโล คว้าแชมป์การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล 'บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025'

ทีมไทยโปโล คว้าแชมป์การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล ‘บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

ทีมไทยโปโล (THAI POLO) คว้าแชมป์การแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล “บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025”

จบไปแล้วอย่างสวยงามสมกับเป็นการแข่งขันที่คนรักกีฬาขี่ม้าโปโลรอคอย สำหรับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศล รายการ “บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025” (B.Grimm Thai Polo Open 2025) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บี.กริม รอบชิงชนะเลิศเพื่อหาแชมป์ประจำปี 2568 ซึ่ง บี.กริม นำโดย ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนางนันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าประเทศไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยรอบชิงชนะเลิศนั้นจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

การแข่งขันขี่ม้า บี.กริม ไทย โปโล โอเพ่น 2025 ถือเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลเปิดฤดูกาล  ชั้นนำของเอเชียซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมี ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย นำทัพจัดงานท่ามกลางธรรมชาติบนสนามแข่งม้าที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้มีทีมโปโลฝีมือระดับเอเชียที่ผ่านเข้ารอบ สำหรับ 4 ทีมสุดท้ายได้แก่ 1. ทีมเจ้าภาพ ไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย 2. ทีมฟาสท์ ฟิช FAST FISH จากสาธารณรัฐประชาชนจีน 3. ทีม 22 BR จากประเทศ ฮ่องกง และ 4. ทีม AHMIBAH จากประเทศบรูไน  โดยได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้นเพื่อเก็บคะแนนในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย กับ ทีมฟาสท์ ฟิช FAST FISH จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฏว่า ทีม ไทยโปโล (THAI POLO) ประเทศไทย เป็นผู้คว้าแชมป์ คว้าถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครอง

นอกจากเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขันระดับนานาชาติเพื่อแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานฯ แล้วนั้น ยังเป็นการจัดงานเพื่อหารายได้เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ในงานยังได้จัดกิจกรรมและซุ้มการกุศลต่างๆ โดยมีบรรดาแขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ใจบุญของเมืองไทย ที่พร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมและชมการแข่งขันกันอย่างคึกคัก

-(016)