‘วุธ อัษฎาวุธ’ พาครอบครัวผ่านมรสุมชีวิต แบกหนี้หลักล้าน

‘วุธ อัษฎาวุธ’ พาครอบครัวผ่านมรสุมชีวิต แบกหนี้หลักล้าน

‘วุธ อัษฎาวุธ’ พาครอบครัวผ่านมรสุมชีวิต แบกหนี้หลักล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.03 น.

“วุธ อัษฎาวุธ” เปิดใจหัวอกคนเป็นพ่อ รายการ Club Friday Show  ในฐานะที่เคยอยู่ในวงการมาก่อนแอบห่วงลูกสาว “สิงห์ เหลืองสุนทร” จะรับมือกับการเป็นคนดังได้มั้ยยังไม่ทันไรก็โดนดราม่าชนะการประกวดเพราะใช้เส้นพ่อ ลูกฮอตจนพ่อหวงพ่อวุธจะทำอย่างไรเมื่อมีคนมาจีบ “น้องสิงห์”  

ครอบครัวต้องแบกหนี้หลักล้านจากวิกฤตโควิด “วุธ อัษฎาวุธ” พาครอบครัวผ่านมรสุมชีวิตช่วงนั้นมาได้อย่างไร เมื่อถูกตั้งคำถามทำไมถึงเลี้ยงลูกเป็นสาวห้าว เตรียมฟังคำตอบเของพ่อวุธ

ด้านน้องสิงห์เปิดใจอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีพ่อ แม้จะเป็นคนเข้มแข็งแต่ก็เป็นคนเสียน้ำตาได้ง่ายถ้าเป็นเรื่องครอบครัว และน้องสิงห์ เผยอยู่ด้อม พี่อ้อยพี่ฉอด พร้อมคำถามที่อยากจะปรึกษาพี่ๆถ้าเพื่อนติดแฟนจะทำยังไง ??

ล่าสุดน้องไปได้รางวัลชนะเลิศ Thailand School Star 2024 ซึ่งคุณพ่อเองก็แอบห่วงนิดหน่อยว่าถ้าลูกเป็นคนดังลูกจะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ไหมในฐานะที่คุณพ่อก็อยู่ในวงการมาก่อน

วุธ อัษฎาวุธ : พอประกาศผลว่าสิงห์ เหลืองสุนทร ในใจอีกใจหนึ่งดีใจไหมดีใจ แต่ในใจอีกใจสบถ เวรแล้ว

แต่พอชนะดราม่ามีจนได้ใช้เส้นพ่อชนะเพราะ เหลืองสุนทร ไง

วุธ อัษฎาวุธ : …. ???

คำถามนี้คุณพ่อต้องอยู่นิ่งๆเวลาที่น้องสิงห์เริ่มเป็นไวรัลแล้วมีคนเข้ามาจีบเยอะไหม

สิงห์ : ตอนนั้นหนูไปตึกแดงกับพ่อเห็นเขาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขามองๆอยู่แต่เราก็ไม่ได้สนใจเขานะ เขาก็เดินมาบอกว่าขอ IG ได้ไหมเมื่อกี้เห็นแม่ยืนอยู่เลยไม่กล้าขอ แต่ตอนที่เขาเดินเข้ามาขอมีทั้งแม่ทั้งพ่ออยู่

ชีวิตของวุธเองก็มีโอกาสดได้ไปสัมผัสกับเส้นที่รู้สึกว่าชีวิตมันโหดกับเราเหมือนกันนะ

วุธ อัษฎาวุธ : แย่เลยครับ

ช่วงนั้นก็เป็นเหมือนกันหมดเลยนะคะ โดยเฉพาะวงการบันเทิงละครถ่ายไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้หมดเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราต้องแบกภาระ

วุธ อัษฎาวุธ : นั้นคือสิ่งที่เสียใจมากที่สุดเลยครับ ต้องไปลดเงินจากที่เขาต้องได้จาก 100 เปอร์เซ็นต์ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์

ถาม ตอนนั้นวุธเองก็ต้องขายรถ ขายที่เป็นภาระหนี้หลายล้านมาก

วุธ อัษฎาวุธ : มีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบล้านครับ

ถาม ในตอนนั้นที่น้องสิงห์ประกวดอันนั้น ประกวดอันนี้ เป็นส่วนหนึ่งด้วยหรือเปล่าที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

สิงห์ : …. ??

น้องสิงห์คิดว่ามีอะไรที่เหมือนคุณพ่อบ้าง

สิงห์ : น่าจะหน้ามั้งคะ พ่อเค้าเป็นคนสอนมาแอตติจูดในหลายๆเรื่องก็น่าจะคล้ายกัน การแต่งตัวก็แอบก็อบๆมาบ้าง ชอบเอาเสื้อของป๋ากับแม่ไปใส่ หนูชอบการแต่งตัวของพี่เจฟ ซาเตอร์ มากเลย

ถาม น้องสิงห์เป็นสาวเท่ห์ ก็เลยเป็นภาพที่กลับมาหาคุณพ่อมันมีเรื่องคำถามว่า คุณวุธ รู้สึกอย่างไรกับคำที่บอกว่าคุณพ่อคนนี้สอนให้ลูกเป็นสาวห้าว

วุธ อัษฎาวุธ : อย่างที่บอกว่ามีความห้าวและมีความหวานอยู่ในตัวเองเราก็เลยเฉยๆกับการที่คนจะตัดสินจากสิ่งที่เห็นเขาจากข้างนอก

ถาม เห็นดูหนักแน่นเข้มแข็งขนาดนี้เป็นคนน้ำตาไหลง่ายเหมือนกันถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องของครอบครัว

สิงห์ : พ่อชอบพูดแบบถ้าป๋าไม่อยู่แล้วต้องดูแลตัวเองให้ได้นะ หนูก็อะไรเนี่ย

ถาม ถ้าเกิดเราคิดถึงภาพนั้นขึ้นมาจริงๆ

สิงห์ : ก็น่าจะอยู่ไม่ค่อยได้เท่าไหร่

คนนี้เป็นหนึ่งในด้อมพี่อ้อยพี่ฉอด

สิงห์ : คือ หนูเห็นตามโซเชียลมีเดียเวลาพี่ไปโรงเรียนต่างๆ

พี่อ้อย : แสดงว่าน้องสิงห์มีเรื่องปรึกษาใช่ไหมคะ

สิงห์ :  ถ้าเพื่อนติดแฟนควรทำอย่างไรดี

พี่อ้อย : วัยหนึ่งก็จะทุกข์เรื่องหนึ่ง พอถึงวัยหนึ่งก็คือก็จะทุกข์อีกเรื่อง ก็ถ้าจะบอกว่าต้องทำอย่างไร เอาง่ายๆเลยค่ะ คงต้องทำใจเพราะเพื่อนหาง่าย ผู้ชายหายากจะตายหนู

ติดตามความน่ารักของครอบครัว “เหลืองสุนทร” ได้ในรายการ Club Friday Show

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 ทางช่องวัน31

‘อแมนด้า’รับตกใจ! ‘แอนชิลี’ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 3.7 ล้าน

'อแมนด้า'รับตกใจ! 'แอนชิลี'ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 3.7 ล้าน

‘อแมนด้า’รับตกใจ! ‘แอนชิลี’ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 3.7 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.33 น.

หลังจากที่มีข่าวว่า อดีตนางงาม อ. ดีกรีมิสยูนิเวิร์ส ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินไป 3.7 ล้านบาท ทำเอาคนอยากรู้ว่าใครกันที่โดนหลอก หนึ่งในนั้น นางงาม-นางเอกสาว “อแมนด้า ออบดัม”ก็ถูกถามเช่นกันว่าเป็นตนรึเปล่า ก่อนจะมารู้ภายหลังว่าเป็นนางงามรุ่นน้อง “แอนชิลี สก๊อต – เคมมิส”

“อ. เรียงกันมาเลย นางงาม อ. อุ้ย เราก็ อ. แต่ก็มาคิดว่าคนคงไม่คิดว่าเป็นเรา ปรากฎคนมาถามผู้จัดการเต็มเลยว่าใช่อแมนด้าหรือเปล่า ซึ่งเราเองไม่ได้เช็กด้วยว่าคือ อ. ไหน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ที่ไม่ได้เช็กเพราะไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงเวลาเราไปเจอเพื่อนๆ ตามงานต่างๆ ก็ไม่ได้มีการถูกพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ก็เลยคิดว่าไม่มีใครโดน คงเป็นแค่ข่าวลือ”

ตกใจพอรู้ว่า อ. คือ “แอนชิลี” บอกที่ผ่านมาเจอกันเขาปกติ เริ่มเสียวสันหลังคนใกล้ตัวมาเจอเรื่องแบบนี้แล้ว
“ก็ตกใจค่ะ รู้สึกว่ามันเริ่มน่ากลัวแล้ว มันยิ่งใกล้ตัวไปทุกทีแล้ว ยิ่งต้องรีเช็กบัญชีธนาคารเอยอะไรเอยบ่อยๆ ก็ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับน้อง เอาจริงๆ เราไม่รู้ด้วยว่าเขาโอเคหรือเปล่ากับเรื่องนี้ เขาอาจจะอยากเก็บไว้หรือเปล่า ก็ไม่รู้เพราะไม่ได้คุย ที่เจอกันคือเขาปกติ ก่อนข่าวจะออกก็มีโทร.ไปหาเขา ตอนนี้ก็ให้เวลาน้องก่อน ยังไงก็จะโทร.หาน้องอยู่แล้ว มันเสียวสันหลังเลย อู้ว ยิ่งต้องเช็ก ให้รอบคอบไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามก็จะใช้สติเยอะๆ ก็เห็นว่าโดนกันเยอะ มันสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ ก็ต้องระวังตัวกัน”

‘ใหม่ ดาวิกา’ปล่อยโฮ! เล่าปัญหาเรื่องพ่อ เผยคนใกล้ตัวเป็นคนปล่อยข่าว

'ใหม่ ดาวิกา'ปล่อยโฮ! เล่าปัญหาเรื่องพ่อ เผยคนใกล้ตัวเป็นคนปล่อยข่าว

‘ใหม่ ดาวิกา’ปล่อยโฮ! เล่าปัญหาเรื่องพ่อ เผยคนใกล้ตัวเป็นคนปล่อยข่าว

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.30 น.

จากกรณีเพจเพจหนึ่งออกมาแฉนางเอกอักษรย่อ มดวก ว่าไม่เลี้ยงดูพ่อ ทอดทิ้งพ่อจนป่วย ซึ่งคำใบ้ดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ นางเอกมากฝีมือ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” จากนั้นนางเอกสาวคนดังได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวถึงปัญหาครอบครัว พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทิ้งพ่ออย่างที่โดนกล่าวหา เวลาพ่อป่วยบินกลับไปรักษาตัวที่ต่างประเทศก็เป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ ทั้งยังซื้อรถ ซื้อบ้านให้ ส่งเงินให้ทุกเดือน แต่พ่อติดเหล้า เวลาคุยกันทีไรก็มักจะพูดแต่เรื่องเงินจนคนเป็นลูกอย่างตนเสียความรู้สึก จึงเลือกที่จะส่งเงินให้อย่างเดียว

ล่าสุดวานนี้ (5 ก.พ.68) ใหม่ เปิดใจถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ให้สัมภาษณ์เจ้าตัวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมากลางวงสัมภาษณ์ ก่อนจะเดินกลับออกไปเพราะไม่สามารถให้สัมภาษณ์ต่อได้

“ที่จริงแล้วเรื่องครอบครัวใหม่ไม่ได้อยากออกมาพูดเพราะมันกระทบกระเทือนทุกๆคนและมันจะเจ็บหลายฝ่ายโดยเฉพาะคุณแม่ที่เสียใจมากๆ ใหม่ไม่อยากพูดแต่รู้ว่าสักวันมันต้องเกิด เราก็ทำได้แค่อธิบายตามที่เราพิมพ์ไปตามนั้น เรื่องราวทั้งหมดตอนแรกเพจนึงได้มีการโพสต์เรื่องราวนั้นและหนูก็ได้เห็น

ซักพักนึงพี่เจ้าของเพจเขาก็ติดต่อมาถามหนูเป็นการส่วนตัว ทางนั้นได้มีการบอกข้อมูลว่าใครเป็นคนส่งมา เค้าแคปมาให้ใหม่หมดทุกอย่าง ก็ต้องขอบคุณมากๆอย่างน้อยเค้าก็ทักมาและส่งข้อมูลทุกๆอย่างให้ มันเป็นประโยชน์ ทำให้เราได้รู้ข้อมูลหลายๆอย่าง

เอาเป็นว่าคนที่ส่งข้อมูลนี้ไปให้เพจดังกล่าวไม่ใช่คุณพ่อแต่เป็นคนใกล้ตัวของพ่อ ใหม่รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มาอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่เอามากดดันฝั่งใหม่และแม่มาตั้งนานแล้ว เราทำได้แค่บอกในส่วนของเราเท่านั้น เรื่องของเจตนาที่เค้าทำแบบนั้นใหม่ยังไม่ได้คุยไม่แน่ใจว่าเจตนาคืออะไร ทุกอย่างเป็นตามที่ทุกคนเห็น

แต่ก็ต้องขอบคุณที่ไม่ได้ปล่อยออกมาหมดเพราะมันมีอีกหลายอย่างมากๆ อย่างเช่นรูปพ่อ ตอนป่วยมากๆ เป็นรูปที่มีเลือดก็ไม่ควร หนูไม่รู้ว่าพ่อถูกแอบถ่ายหรือเปล่า ยังไม่มีโอกาสได้คุยใหม่ไม่รู้อะไรเลย พ่ออาการหนักมากหนูเป็นคนนอกหมายถึงว่าหนูไม่ได้เป็นครอบครัวของเขาหนูช่วยเท่าที่หนูช่วยได้จริงๆ(ร้องไห้)”

‘แอนน่า-เมฆ’ กับชุดไทยย้อนยุค ในละคร ‘เล่ห์มยุรา’

‘แอนน่า-เมฆ’ กับชุดไทยย้อนยุค ในละคร ‘เล่ห์มยุรา’

‘แอนน่า-เมฆ’ กับชุดไทยย้อนยุค ในละคร ‘เล่ห์มยุรา’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาทุกอรรถรส ครบจบในเรื่องเดียวแถมเกรียวกราวน่าดูสำหรับละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” โดยผู้จัด อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา จาก ค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับการแสดงโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน ล่าสุดเราเก็บภาพเบื้องหลังซีนที่สองนักแสดงมากความสามารถ “แอนน่า กลึคส์” และ “เมฆ จุติ” กับการแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดไทยย้อนยุค หน้าผมมาแบบจัดเต็ม

ซึ่งเป็นฉากที่ แอนน่า และ เมฆ ยอมจำนนเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์โดยการแต่งชุดไทยเพื่อโปรโมทเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเข้าพักที่โรงแรม งานนี้แรกๆ ทั้งสองคนเขินกันไปมา ไม่คุ้นชินกับการแต่งแนวนี้สักเท่าไหร่นัก แต่สักพักสกิลขั้นเทพมารัวๆ เมื่อพี่หนึ่ง ผู้กำกับขอให้ทั้งสองคนเริ่มแอ๊กชั่นท่าทางตามบทที่ได้รับ เรียกว่าหลายเสียงพอเห็นจริตของทั้งสองคนในชุดไทย เอ่ยปากว่าน่าจะต้องจัดละครพีเรียดคู่กันสักหนึ่งยก งานนี้เราเลยอดใจไม่ไหวในการเก็บภาพเบื้องหลังที่น่ารัก น่าเอ็นดูมาฝากกันติดตามภาพเบื้องหน้าของซีนนี้ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 20.30 น.ทางช่อง 7HD กด 35

ติดตามชมการเชือดเฉือนอารมณ์ ด้วยเล่ห์ ไฟแค้น และกลลวง กับละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” โดยผู้จัด อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา จาก ค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับการแสดงโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน บทประพันธ์ชื่อดังของ ชูวงศ์ ฉายะจินดา นำแสดงโดย กิตตน์ก้อง ขำกฤษ,ฮาน่า ลีวิส, แอนน่า กลึคส์, จุติ จำเริญเกตุประทีป พร้อมทัพนักแสดงชื่อดังมากฝีมือมาประชันบทบาททางการแสดงกันเพียบ อาทิ ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ, นิคิต้า กรรณเกต, แอนด์ดรูว์ กรเศก, ศิริพิชญ์ วิมลโนช,ภารดี วงษ์สวัสดิ์, นฤมล พงษ์สุภาพ, สุเชาว์ พงษ์วิไล, เบญจสิริ วัฒนา,สมมาตร ไพรหิรัญ, จิรกิตติ์ สุวรรณภาพฯลฯ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.ชมสด ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น!

ปักหมุดรอเชียร์ ‘คิน ธนชัย’ ลงแข่งฮอกกี้น้ำแข็ง ‘Asian Winter Games Harbin 2025’

ปักหมุดรอเชียร์ ‘คิน ธนชัย’ ลงแข่งฮอกกี้น้ำแข็ง ‘Asian Winter Games Harbin 2025’

ปักหมุดรอเชียร์ ‘คิน ธนชัย’ ลงแข่งฮอกกี้น้ำแข็ง ‘Asian Winter Games Harbin 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกว่าเก่งรอบด้านจริงๆ สำหรับศิลปินหนุ่ม “คิน-ธนชัย ศักดิ์ชัยเจริญกุล” ที่นอกเหนือจากการจับไมค์ร้องเพลงออกซิงเกิ้ลแล้ว เขายังมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ทีมชาติไทยอีกด้วย ซึ่งล่าสุดหนุ่ม“คิน ธนชัย” พร้อมเพื่อนๆ นักกีฬาทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง เตรียมลงแข่งขันไอซ์ฮอกกี้ในรายการสุดยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย “Asian Winter Games Harbin 2025” หรือ“เอเชี่ยนเกมส์ฤดูหนาว 2025” ที่ครั้งนี้จัดขึ้นณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่วันนี้ถึง14 กุมภาพันธ์ 2025

โดยทางศิลปินหนุ่ม “คิน ธนชัย” ได้เผยว่า สำหรับการแข่งขัน “Asian Winter Games Harbin 2025” ถือเป็นการลงแข่งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรกของผมดีใจและตื่นเต้นมากๆ เลยครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผมและนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนักและทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อการแข่งขันครั้งนี้ เพราะถือเป็นหนึ่งในรายการที่ใหญ่มากๆ หลายประเทศที่ลงแข่งก็มีดีกรีระดับโลกกันทั้งนั้นแต่ทีมไอซ์ฮอกกี้ของเราก็จะขอทำอย่างเต็มที่ในทุกแมทช์ที่ลงแข่งขัน ฝากทุกคนคอยเชียร์และให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทยกันเยอะๆ เลยนะครับ ร่วมส่งใจเชียร์นักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬา “Asian Winter Games Harbin 2025” ได้ทาง AIS PLAY ทุกช่องทางที่พร้อมถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ชมกันอย่างจุใจ ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2025

‘เล่ห์ร้ายเกมลวง’ ลาจอ เข้มข้น ถึงใจ ‘ฐิสา-เปรี้ยว’ ขอบคุณแฟนๆ พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้าย

‘เล่ห์ร้ายเกมลวง’ ลาจอ เข้มข้น ถึงใจ  ‘ฐิสา-เปรี้ยว’ ขอบคุณแฟนๆ พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้าย

‘เล่ห์ร้ายเกมลวง’ ลาจอ เข้มข้น ถึงใจ ‘ฐิสา-เปรี้ยว’ ขอบคุณแฟนๆ พร้อมฝากข้อคิดทิ้งท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลาจอไปอย่างเข้มข้นสนุกโดนใจ สำหรับละครดราม่า เล่ห์ร้ายเกมลวง ของค่าย มงคลดี โปรดักชั่นที่มี ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร, เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช, โดนัท-ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ และ เบน-สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ นำทีมเหล่านักแสดงคุณภาพ เดินเกมฟาดฟันเชือดเฉือนบทบาท แผนซ้อนแผน ทั้งพลิก และพีค สมชื่อละครแบบคาดไม่ถึงทุกอีพี

โดยในช่วงโค้งสุดท้าย ไปจนถึงตอนจบ พัชณิน (ฐิสา วริฏฐิสา) กับ อิงดาว (เปรี้ยว ทัศนียา) เปลี่ยนจากศัตรูคู่อาฆาต ที่ฟาดกันมาทุกตอน พลิกมาเป็นเพื่อนหญิงพลังหญิง เอาคืน
ตัวร้ายอย่าง ทวีรัฐ (เบน สันติราษฎร์) ได้แบบสะใจคนดู แถมยังมีคู่จิ้น “ยู-พิ้งค์” ยูโร ยศวรรธน์ กับ พิ้งค์พลอย-ปภาวดี ชาญสมอน มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษในตอนสุดท้าย ให้แฟนๆ ได้เซอร์ไพรส์ เรียกว่าจบไปอย่างครบรส ถึงใจแฟนละคร ช่อง 7HD จริงๆ งานนี้ 2 สาว “ฐิสา-เปรี้ยว” เลยควงกันมาขอบคุณแฟนละคร พร้อมฝากข้อคิดส่งท้ายให้แฟนๆ

ฐิสา “ละครจบไปแล้ว ใจหายเหมือนกันค่ะ เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ตั้งแต่แรกๆ ว่า ละครเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทบาท ที่ค่อนข้างท้าทาย แฟนๆ ไม่ค่อยได้เห็นฐิสาเล่นบทแบบนี้ แล้วเนื้อเรื่องก็สนุก น่าติดตาม พลิกไปพลิกมาเยอะมาก การถ่ายทำค่อนข้างแข่งกับเวลา แต่ทั้งทีมงาน และนักแสดงทุกคน เป็นทีมเวิร์กมากค่ะ ตั้งแต่ละครออกอากาศ จนถึงตอนจบ กระแสตอบรับจากแฟนละคร ช่อง 7HD อบอุ่นเลยทีเดียว ฐิสาอยากบอกว่าละครเรื่องนี้มีข้อคิดเยอะมาก ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว พ่อลูก และความสัมพันธ์ของเพื่อน แล้วก็ความสัมพันธ์ในเชิงสามีภรรยา นอกจากเรื่องความสัมพันธ์แล้ว จะมีการนำเสนอในเรื่องการทำงานเบื้องหลังของวงการบันเทิงด้วย อยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ติดตามนะคะ”

เปรี้ยว “ขอบคุณแฟนละคร ช่อง 7HD ที่ติดตามชม เล่ห์ร้ายเกมลวงมาตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ ละครเรื่องนี้นอกจากความสนุกแล้ว ยังให้ข้อคิดหลายแง่มากจริงๆ ค่ะ สำหรับเปรี้ยว เป็นละครที่ทำให้เห็นความจริงในโลกใบนี้ว่าทุกๆ คน ไม่ใช่จะมีด้านที่ดี แล้วไม่เคยมีด้านร้ายเลย ไม่มีใครซ้ายสุด หรือขวาสุด เปรี้ยวเชื่อว่าทุกคน ต่างก็มีความดีของตัวเอง แล้วก็มีด้านไม่ดีของตัวเอง มนุษย์คนหนึ่งจะมีด้านเทาๆ ของตัวเองอยู่แล้วค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราเจอสิ่งเร้าอะไรมา แล้วทำให้เราเอาด้านไหนออกมาใช้อะไรที่ไม่ดี อยากให้เก็บไว้ในใจ รู้ตัวมีสติ และเลือกทำในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องนะคะ นี่คือข้อคิดส่งท้ายละครเรื่องนี้ที่เปรี้ยวอยากจะฝากไว้ให้กับแฟนๆได้จดจำพวกเราค่ะ” ติดตามชมละคร “เล่ห์ร้ายเกมลวง” ย้อนหลังได้ทาง NETFLIX และแฟนๆ สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘Patinda’ คัมแบ๊ก! ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘LIKE THAT I LIKE YOU’

‘Patinda’ คัมแบ๊ก! ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘LIKE THAT I LIKE YOU’

‘Patinda’ คัมแบ๊ก! ส่งซิงเกิ้ลใหม่ ‘LIKE THAT I LIKE YOU’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Patinda (พาทินดา)” หรือ “ออเร้นจ์” (พาทินดา ฟูเจริญ) ศิลปินสาวอินดี้ป๊อปจากบ้าน MILK! BKK (MILK! Artist Service Platform) หนึ่งในศิลปินน่าจับตามอง เจ้าของผลงานเพลง “CRASH MY BIKE”, “WHAT YOU THINK OF” และ EP อัลบั้มเพลงสากลครั้งแรก “WHAT HAPPENED IN BETWEEN(?)” ที่ได้หยิบเรื่องราวของเธอ
ในช่วง gap year มาถ่ายทอดเป็น EP อัลบั้มให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น

“Patinda” กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด “LIKE THAT I LIKE YOU” ที่พูดถึงเรื่องราวช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายรู้สึกสนุกกับการถูกสนใจ เขาแค่รู้สึกดีเวลาที่มีคนมาชอบ แตที่จริงแล้วเขาไม่ได้จริงจังกับความสัมพันธ์นี้เลย โดยซิงเกิ้ลนี้ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์แบบ “red flag” ผ่านดนตรีจังหวะกรูฟให้แฟนเพลงได้สนุกไปด้วยกัน ในส่วนของมิวสิกวีดีโอ ยังคงมู้ดความสดใสตามแบบฉบับความรักวัยรุ่น ซึ่งถือเป็น MV ที่มีสตอรี่ครั้งแรกของเธอ อีกทั้งยังได้ “jeffy (เจฟฟี่)” หรือ “เจฟ” (จักษวัชร ทรงเพ็ชรมงคล) ศิลปิน Gen Z แนวเพลง R&B น่าจับตามองจากค่ายน้องใหม่อย่าง “SAUCE BKK”  นั่งแท่นพระเอก MV อีกด้วย

เตรียมฟิน เมื่อ ‘ภณ ณวัสน์’ แอบปีนขึ้นห้อง ‘โบว์ เมลดา’

เตรียมฟิน เมื่อ ‘ภณ ณวัสน์’ แอบปีนขึ้นห้อง ‘โบว์ เมลดา’

เตรียมฟิน เมื่อ ‘ภณ ณวัสน์’ แอบปีนขึ้นห้อง ‘โบว์ เมลดา’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตั้งตารอมาหลายอีพี สำหรับละคร “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ทางช่อง 3 ว่าเมื่อไหร่จะมีฉากพระเอก ภณ ณวัสน์ กับนางเอก โบว์ เมลดา ให้ได้ฟินจิกหมอนแบบเต็มๆ กันสักที งานนี้สมใจคุณผู้ชมแล้วเจ้าค่ะ เพราะผู้กำกับ-ผู้จัดฯ “ป้าแจ๋ว” ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ไม่ทำให้ผิดหวังชีจัดเสิร์ฟให้แฟนทันที

สัปดาห์นี้แฟนละครเตรียมตัวฟินได้เลย เมื่อ หลวงทุกขราษฎร์ (ภณ) รู้ข่าวว่า แม่บุญตา (โบว์) ไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วงเลยอยากจะมาดูอาการสักหน่อย แต่จะเข้าไปซึ่งๆ หน้าก็ไม่ได้ เพราะกลัวแม่แฟง(จอย รินลณี) จะเห็น จึงตัดสินใจปีนขึ้นห้องนอนของบุญตามันซะเลยบอกเลยว่าการมาเยี่ยมไข้ของคุณหลวงครั้งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ชวนใจหวิวขั้นสุดเพราะเกิดเหตุผีผ้าห่มไปอีก มารู้สึกตัวอีกทีคุณหลวงกับบุญตาก็นอนกอดกันกลมดิ๊กเลย แถมอาการของบุญตาก็ดีขึ้นเหมือนได้ยาดี เล่นนอนซบอกคุณหลวงหลับปุ๋ยอุ่นสบาย จนสุดท้ายมีคนห้ามใจไม่อยู่แอบจุ๊บหน้าผากสาวไปหนึ่งที แต่จะมีอะไรมากไปกว่านี้หรือไม่ต้องรอติดตามกันต่อ อีพี5 และ อีพี6 ในละคร “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” คืนวันพุธ-พฤหัสบดีนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

PERSES (เพอร์เซส) ร่วมโชว์ในรายการพิเศษ ‘Melody of Spring 2025’

PERSES (เพอร์เซส) ร่วมโชว์ในรายการพิเศษ  ‘Melody of Spring 2025’

PERSES (เพอร์เซส) ร่วมโชว์ในรายการพิเศษ ‘Melody of Spring 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

PERSES ศิลปิน บอยกรุ๊ป จากค่าย G’NEST ภายใต้ GMM MUSIC ได้รับเชิญในฐานะ ตัวแทนศิลปิน T-POP เข้าร่วมถ่ายรายการพิเศษ “Melody of Spring 2025” Transnational Spring Festival Gala เทศกาลตรุษจีนระดับนานาชาติ ครั้งที่ 18 จัดขึ้น โดยสำนักงานข่าวสารรัฐบาลประชาชนเทศบาลนครหนานหนิง สำนักงานด้านการต่างประเทศเมืองหนานหนิง และ ศูนย์การสื่อสารระหว่างประเทศแห่งหนานหนิง

งานนี้นับว่าเป็นงานสานสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างจีน และ นานาชาติ เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในแง่มุมที่หลากหลาย โดยหนุ่มๆ PERSES ได้นำเพลง BODYGUARD ไปแสดงในรายการนี้ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยงานนี้ PERSES ทั้ง 5 คนยังได้รับเกียรติ พูดคุยกับ นางสาวเบญจมาศ ตันเวทยานนท์กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ที่มาเยี่ยมชมการถ่ายทำ พร้อมให้กำลังใจหนุ่มๆ ในการแสดงครั้งสำคัญนี้ด้วย ซึ่งนอกจากโชว์จาก T-POP แล้ว ยังมีการแสดงจากนานาชาติ กว่า 10 ประเทศ อย่าง เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย สหรัฐอเมริกาแคนาดา ที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นเดียวกันโดยรายการ “Melody of Spring · 2025” Transnational Spring Festival Gala ได้ออกอากาศทางช่องทางต่างๆ กว่า150 ประเทศ ในภูมิภาคทั่วโลก นอกจากนี้ PERSES ได้เก็บภาพบรรยากาศ การถ่ายทำและการท่องเที่ยวในหนานหนิง มาฝาก สามารถเข้าชมได้ทาง LINK : https://youtu.be/zKJYLOrN6-0?si=j0x4h3sr_eLjFbN0 คลิปนี้จะได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำในรายการ และ ความสวยงามของธรรมชาติของ Qingxiu Mountain และเที่ยวชมเมืองหนานหนิง แบบสายชิลล่องเรือ Yongjiang Night Tour Minsheng Pier Cruise รวมถึงอาหารที่หนุ่มๆ พาไปลิ้มลอง ที่ Old Nanning Three Streets And Two Alleys ซึ่งมีแต่คำว่า อร่อย

‘เจจินตัย’ ควงภรรยา-ลูกสาว เปิดใจเหตุย้ายกลับมาอยู่ไทยถาวร

'เจจินตัย' ควงภรรยา-ลูกสาว เปิดใจเหตุย้ายกลับมาอยู่ไทยถาวร

‘เจจินตัย’ ควงภรรยา-ลูกสาว เปิดใจเหตุย้ายกลับมาอยู่ไทยถาวร

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.34 น.

“เจจินตัย” ควงภรรยา-ลูกสาว เผยสาเหตุย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร?! เปิดใจโดนหมอเก๊โกงเงินมากกว่า 3 ล้านบาท!! 

เจจินตัย วันนี้ขอควงภรรยาสาวคนสวย บี อิสราวรรณและลูกสาวน้องพลอยเจ ที่ตอนนี้ทั้งครอบครัวกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้ว พร้อมเปิดชีวิตครอบครัวหลังไปตั้งรกรากใช้ชีวิตที่อเมริกานานกว่า 2 ปี บอกเลยว่าเกือบทำให้ชีวิตครอบครัวไปไม่รอด เผยสาเหตุอะไรที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทย เคลียร์เรื่องราวที่กำลังเป็นข่าวหลังโดนคุณหมอเก๊โกงเงินสูญไปกว่า 3 ล้านบาท ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกร 

ครอบครัวนี้อยู่มาวันหนึ่งตัดสินใจย้ายจากเมืองไทยไปอยู่อเมริกา เกิดเหตุการณ์อะไรถึงไปทั้งครอบครัว ?

เจจินตัย : เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรื่องแรกคือโควิด

บี : ตอนนั้นลูกเรียนออนไลน์อย่างเดียวอยู่บ้านมากกว่า 6 เดือน มันนานจังเลยสงสารลูก

เจจินตัย : พออยู่ในออนไลน์เขาไม่มีสมาธิที่จะเรียนออนไลน์ เพื่อนที่อยู่อเมริกาก็เลยแนะนำว่าไม่ลองให้มาเรียนที่อเมริกา เพราะที่อมเริกามันผ่านช่วงพีคของโควิดมาแล้ว เด็กๆที่เรียนที่นั่นสามารถไปโรงเรียนได้แล้ว แต่ที่ไทยกำลังพีคเลย เราก็คุยกันว่าเราจะไปลงทุนทำอะไรได้บ้าง เราเคยทำร้านอาหารอยู่แล้ยวงั้นเราไปลงทุนที่นั่นเราสามารถใช้วีซ่า E-2 ลูกก็จะไปเรียนที่นั่นได้ ก็เลยตัดสินใจไป

เริ่มแรกเลยคือการศึกษาของพลอยเจก่อน ?

เจจินตัย : ใช่ เขาไม่สามารถที่จะอยู่กับจอได้ เขาไม่มีสามาธิที่จะเรียนออนไลน์ได้ จากเรียนออนไลน์เป็นออกนอกบ้านไม่ได้แล้ว ห้างปิด สวนสาธารณะปิด เราไม่มีกิจกรรมอะไร แล้วงานก็ถูกระงับไปเรื่อยๆ

วางแผน ณ ตอนนั้นเห็นว่ามีละครค้างอยู่ ?

เจจินตัย : ตอนนั้นถ่ายอยู่ 8 เรื่อง เราแจ้งทางผู้จัดหมดเลยว่าผมมีเวลาอีก 10 เดือน ผมจะบินวันที่ 15 พฤศจิกายน นะ ให้เวลา 10 เดือนเลย เพราะช่วงนั้นพอเริ่มถ่ายกองก็ทำงานกันไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวก็มีนักแสดงคนนี้ติดคนนั้นติด พอติดก็ต้องกักตัว 14 วัน เราก็ต้องมีไทม์ไลน์ที่ต้องเดินทางก็เลยแจ้ง สุดท้ายเขาก็ปรับบทให้ผมตายหมดเลย  6 เรื่อง เรื่องนึงตกตึก อีกเรื่องเป็นบู๊โดนไม้แทงอก อีกเรื่องโดนยิง อีกเรื่องรถชน 

ตอนนั้นอยากไปมั้ย ?

พลอยเจ : อยากไปค่ะ หนูอยากไปเจอเพื่อนหนูแล้วก็อยากขึ้นเครื่องบิน 

พอขึ้นเครื่องบิน 24 ชั่วโมง เป็นยังไง ?

พลอยเจ : ไม่สนุกแล้วค่ะ

ก่อนจะไปก็ต้องเริ่มวางแผน เริ่มขายของ ขายอะไรบ้าง ?

เจจินตัย : ตอนนั้นขายรถ ขายที่ ขายคอนโด

บี : ขายทุกอย่างเลยเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราต้องย้ายจะไม่มีใครดูทรัพย์สินให้เรา เพราะว่าทางคุณแม่ก็อายุเยอะแล้ว เราต้องเคลียร์ตัวเองก่อนที่จะไป เพราะเราคิดว่าเราคงไม่ได้กลับมาแล้ว 

ณ วันที่จะไปกะว่ารันยาวแล้ว ?

บี : ใช่ค่ะ ต้องยาวเลย เพราะเหมือนเราทิ้งทุกอย่าที่นี่แล้ว เราตัดสินใจแล้วว่าเราทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อลูกได้ไปเรียนที่นู่น เป็นการติดสินใจครั้งใหญ่มาก

มีเวลาเตรียมตัวกันนานขนาดไหน ?

เจเจินตัย : คิดกันเป็นปีเหมือนกัน

บี : ถ้ามีแพลนเป็นปี แต่ตัดสินใจเลยต้องแล้ว ประมาณไม่ถึงสองเดือนดีประมาณเดือนกว่าๆเท่านั้นเอง 

เจเจินตัย : คาราคาซังมาเรื่อยๆ เตรียมตัว คาราคาซังแล้วก็วางแผน เตรียมตัว พอถึงเวลามันโช๊ะเลย

บี : มันเป็นช่วงโควิดหนักๆพอดี โอเคต้องไปแล้ว

ณ ตอนที่เราจะไปเราฝันว่าจะเป็นยังไง แล้วพอไปถึงมันเป็นอย่างที่เราฝันมั้ย ?

บี : คือก่อนที่เราจะไปอยู่จริงๆเราก็ลองไปอยู่ซักเดือนนึง อารมณ์เหมือนไปเที่ยวไปลองอยู่

เจเจินตัย : ไปเซอร์เวย์ก่อนแล้วก็ไปดูว่าเราจะอยู่อย่างนี้นะ โรงเรียนจะเป็นอย่างนี้ แต่เราไปสั้นประมาณเดือนนึง 

บี : ตอนไปเซอร์เวย์เราอยู่ได้นะคือยังไงมันก็ไม่เหมือนอยู่จริงเนอะแต่เราไม่รู้ว่ายังไง แต่พอเราไปอยู่จริงมันไม่เหมือนเลย มันแย่มากๆนะ ความที่เราต้องปรับตัวหลายๆอย่าง ทั้งตัวเราเองด้วย ทั้งลูกด้วย สิ่งแวดล้อม สังคม 

ตอนไปตอนแรกบ้านยังไม่มี ต้องไปแชร์เขาอยู่ด้วย ?

เจเจินตัย : ใช่ แต่ว่าแชร์แชร์ในองค์กรเพราะว่าร้านอาหารจะมีหลายสาขา เราม่ีอยู่สองสาขาที่เราไปลงทุนใหม่ ตรงนั้นเป็นสำนักงานใหญ่แล้วเราก็แชร์กับพาร์ทเนอร์ก็คือไปอยู่รวมก่อน ซื้อบ้านที่โน่นไม่ง่ายมันต้องมีพ้อยท์ มีเครดิตสกอร์ ไม่สามารถที่จะเอาเงินสดไปซื้อ ไม่ได้

บ้านไปแชร์กับเขาแล้ว รถก็ต้องดาวน์ 50% ก่อน ?

บี : เรามีเงินที่พอจะซื้อได้ แต่ซื้อไม่ได้

เจเจินตัย : เขาไม่ให้ซื้อสดด้วยนะ เขาให้เราซื้อเพื่อให้เราทำสกอร์ให้เราสร้างเครดิตขึ้นมาก่อนเพื่อที่จะปูตัวเอง 

บี : ที่สำคัญวีซ่าด้วยถ้าเราไม่ใช่พลเมืองของเขาจริงๆหรือเป็นนักลงทุนที่มีระยะเวลาอยู่เขาก็ไม่ให้อะไรที่เป็นทรัพย์สมบัติเลย

เจเจินตัย : เพราะว่าตัววีซ่าที่ผมใช้ผมเป็น E-2 เป็นนักลงทุนมันอยู่ได้ 2 ปี เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปซื้อรถเขามองว่าถ้า 2 ปี มันไม่ได้ต่อวีซ่าเขาจะทำยังไง ก็เลยต้องสร้างเครดิตสกอร์ขึ้น

หนีโควิดจากไทยถึงโน่นติดโควิดทั้งครอบครัวเลย ?

เจเจินตัย : ใช่ครับ ที่นี่แกร่งมากครับ ที่นี่ไม่มีปัญหา รอด เป็นผู้ชนะ ขึ้นเครื่องดีใจมาก ไปติดที่โน่นหนักเลย

ที่โน่นอย่าหวังว่าจะได้ไโรงพยาบาล ต้องรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน ?

บี : ใช่ค่ะ ไม่ได้ไปโรงพยาบาล เรื่องการแพทย์ไม่ว่าจะอาการเล็กอาการน้อยอาการใหญ่ติดต่อแพทย์ยากมาก 

เจเจินตัย : ไม่เหมือนเมืองไทยเลยนะที่ไหนใครก็รักษา

แล้วที่ปรับตัวหนักสุดคือพลอยเจ ?

พลอยเจ : เขาบอกว่าเป็นเด็กไทยเขาก็เลยไม่เล่นด้วย เริ่มมาผลักหนู แล้วก็เหมือนมาแกล้ง หนูก็อยู่เฉยๆ 

บี : เหมือนบูลลี่เอเชีย 

คุณพ่อคุณแม่ก็ไปโรงเรียนไปคุยกับคุณครูแต่ก็ไม่เกิดผล ?

เจเจินตัย : เขาก็รับเรื่องไว้ ก็เป็นการติดต่อยาก จะไปเจอครูก็ต้องมีอีเมล์เป็นการนัดหมายล่วงหน้า ไม่สามารถจะเดินไปแบบที่ไทยว่าคุณครูครับเรามีปัญหาอันนี้แล้วเคลียร์กันได้เลย 

โดนแกล้งอะไรบ้างพลอยเจ ?

พลอยเจ : บางทีเขาก็เอากระดาษมาแปะกระเป๋าหนู เริ่มทำเกินไป แล้วกหนูก็ร้องไห้หนูก็ไม่ชอบ เป็นอยู่ประมาณเดือนนึง 

พ่อแม่ทำยังไง ?

เจเจินตัย : ได้แต่ไปเจอครู อีเมล์นัดเจอ พอนัดเจอก็บอกว่ามีปัญหาแบบนี้เขาก็บอกว่าจะดูให้ เขาบอกว่าแรกอย่างนี้แหละ เวลาเด็กทุกคนมาก็ปรับตัวแบบนี้แหละอาจจะยังไม่ชินกับที่นี่ 

ชีวิตคู่ก็ยากเหลือเกิน ไม่พูดกันเกือบครึ่งปี ?

เจเจินตัย :  กดดันหลายๆอย่าง มันเหมือนอยู่กันแค่ 3 คน อยู่ที่นี่ยังช่วยเหลือกันได้ มีเพื่อนผม เราเครียดเรื่องลูก เรื่องงาน เรื่องวัฒนธรรม เรื่องสภาพแวดล้อมที่มันเปลี่ยนหมดเลย มันก็เลยตึงกันไปแล้วก็ไม่ได้คุย 

อยู่ๆก็ตื่นเช้ามาวันนี้ไม่คุยกันดีกว่า ก็ไม่คุยกันยาว 6 เดือน ?

เจเจินตัย : เรารู้อยู่แล้วว่ามันมีอะไรที่มันกดดันเราอยู่บ้าง มันหลายๆอย่างมาก ที่มันรู้สึกว่าไม่คุยกันดีกว่า

เป็นเพราะความเครียดมมั้ยก่อนที่เราจะไปเราวาดฝันคิดว่าจะเป็นแบบนึง ?

บี : ใช่ค่ะ พอไปถึงแล้วมันไม่เหมือนเลย

เจเจินตัย : ชีวิตจริงมันคนละเรื่องหมดเลย มันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดพลิกแพลง มันเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องมันเกิดขึ้น แต่ก็เป็นประสบการณ์

6 เดือนพูดกันให้น้อยที่สุด ทำยังไง ?

เจเจินตัย : จะเหลือแค่การสนทนาเกี่ยวกับลูก ไม่ใช่ไม่พูดกันเลย

บี : เหลือแค่สนทนาว่าใครจะดูลูกยังไง ใครจะไปรับไปส่ง เพราะว่าต้องสลับกันตลอดเพราะควาที่ทำงานหนักกันทั้งคู่อยู่ที่โน่นต้องช่วยกันทำงาน ซื้ออะไร ลูกทานข้าวอะไร แค่นั้น 

ก็เกือบจะพังเหมือนกันนะ ?

เจจินตัย : เกือบครับ ผมไม่เคยร้าวรานนานขนาดนั้นเลย

พลอยเจรู้มั้ยว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่คุยกัน ?

พลอยเจ : รู้ค่ะ 

พลอยเจทำยังไงให้คุณพ่อคุณแม่คุยกัน ?

พลอยเจ : หนูก็เอามือพ่อกับมือแม่มาจับกันค่ะ หนูบอกว่าให้หม่ามี๊บอกไปเลิฟยูแดดดี๊ ให้แดดดี๊บอกไอเลิฟยูหม่ามี๊ 

บี : เขาจะคอยมาถามว่าหม่ามี๊รักแดดดี๊มั้ย เขาจะพยายามเป็นกาวตลอด หรือบางทีเจอผู้ชาย หม่ามี๊คนนี้หล่อมั้ย เราก้บอกว่าหล่อ เขาก็จะโกรธเรามาก หล่อได้ยังไงหม่ามี๊ แดดดี๊หล่อกว่าตั้งเยอะ เขาก็จะเป็นกาวใจอยากให้รักกัน

พลอยเจรู้ได้ยังไงว่าทำแบบนี้แล้วหม่ามี๊กับแดดดี๊จะดีกัน ?

พลอยเจ : หนูทำได้ที่หนูจะทำได้ที่สุดเพื่อให้หม่ามี๊กับแดดดี๊มารักกันค่ะ

เจเจินตัย : เราก็เลยทบทวนตัวเองใหม่เพราะว่าผมกับบีก็แยะแยะแหละ สุดท้ายก็ต้องประคองเพราะว่าคนท่ีเจ็บปวดที่สุดคือลูก เราก็ลดกำแพงลง เข้าไปกอดไม่ต้องพูดอะไรเลย ทำตัวใหม่ ไม่มีมาคุยกันนะไม่ต้องความรู้สึกมันชัดมาก

การกลับมาครั้งนี้มันทำให้เรารู้สึกว่ารักและแน่นแฟ้นกว่าเดิมมั้ย ?

เจเจินตัย : รักครับ รักเลยครับ เมื่อไหร่มันก็มีแค่เรา 3 คนที่ไปเจอประสายการณ์ครั้งนี้ ไม่มีใครรู้ดีเท่าเราสองคน ไม่รู้จะคุยกับใครแล้วเข้าใจเท่ากับเราสองคน มันแน่นแฟ้น เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนจะเป็นคนที่อะไรก็ได้ง่ายๆให้อภัยได้ ตอนนนี้ก็คือไม่ใช่ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ มันทำให้เราตเองถูกต้องในทุกเรื่องอย่าไปอ่อนแอจนเกินไป มันไม่มีจริงในความหวังดีที่เราคิด 

บี : มันสอนอะไรเราเยอะมาก เช่น ตอนบีไปเราเป็นผู้หญิงเนอะเรารู้สึกเจ็บปวดมากเลย เหมือนเราย้ายครอบครัวมา เอาลูกมา ต้องประคองลูก ตัวเองก็ร้าวรานเหมือนกัน ในขณะที่ลูกเราต้องทำเหมือนไม่เป็นอะไร เขาก็รู้ยังไงก็ปิดเขาไม่มิดเพราะเขาโตแล้ว มันเป็นความเจ็บปวดที่ทรมาน ทั้งที่ตอนอยู่ไทยเราไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ครอบครัวเราปกติมาก มันคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไง สุดท้ายผ่านมาแล้วมันทำให้เรารียนรู้นะ สุดท้ายแล้วเป็นครอบครัวกันเราต้องฟังกันเยอะๆเราต้องคุยกัน เราจะเห็นคนอื่น มองคนอื่น หรือแม้กระทั่งอะไรก็แล้วแต่อย่างน้อยเขาก็เรียนรู้ว่าครอบครัวสำคัญที่สุด 

2 ปี ผ่านอุปสรรคเยอะแยะมากมาย  2 ปีที่อยู่มuโมเม้นท์ที่กลับไทยดีกว่า มีมั้ย ?

เจเจินตัย : คิดครับ แต่รู้สึกว่ากำลังเรียนรู้ กำลังทำทุกอย่างเองเป็นแล้ว กำลังรู้โลเคชั่นต่างๆ เราก็บู๊กันหมดไปทำใบขับขี่เอง ทำไอดีเปิดบัญชี ทุกอย่างที่เป็นธุรกรรมเราพยายามที่จะศึกษาเองเพื่อที่ให้เข้าใจได้ไว ตอนที่ไม่กลับมาเพราะรู้สึกว่าถ้ากลับมามันจะขาดช่วง เราก็เลยลากเต็มสองปีโดยที่ไม่กลับไทยเลย เราเข้าใจระบบการใช้ชีวิตแล้ว ได้เวลากลับมาซัมเมอร์แล้ว เขาปิดเทอมใหญ่ก็กลับมาหาแม่กัน

จะกลับมาอยู่เลยหรือจะกลับมาแค่ซัมเมอร์เฉยๆ ?

เจเจินตัย : ตอนแรกตั้งใจมาซัมเมอร์เฉยๆ สุดท้ายแม่ผมได้ยินจากน้องมาเรื่อยๆว่าไม่สบาย บีก็มีแม่คนเดียว เราก็มาตัดสินใจกันว่าเอายังไงดี ถ้าไปรอบนี้อย่างที่บอกมันต้องไปยาว เราเป็นพาร์ทเนอร์กับหุ้นส่วนอื่นๆ ตั้งใจว่าเราอยากจะมีร้านมีธุรกิจของเราแบบ 100% ซึ่งขั้นต่ำในการอยู่ต้องมี 5 ปี ต้องตัดสินใจคิดว่าเอายังไงดี พอมาถามพลอยเจ พลอยเจไม่อยากไปแล้วอยากอยู่นี่ งั้นก็จบเลย 

บี : พอกลับมาเจอครอบครัว เจอคุณยาย คุณย่า เขาคงอบอุ่น เขาคงมีความสุข มีเพื่อนที่นี่ ไม่อยากกลับไปแล้ว 

พลอยเจเพราะอะไรถึงไม่อยากกลับไปที่โน่น ?

พลอยเจ : หนูไม่อยากโดนเพื่อนแกล้งค่ะ

เลยตัดสินใจบินกลับอเมริกาแล้วเคีลยร์ทุกอย่าง ?

เจเจินตัย : ไม่ได้กลับเลย เพื่อยเขาส่งของมาชิปปิ้งมา อลังการเยอะแยะไปหมด

คุณไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรที่ต้องเก็บ หรือให้เพื่อนโกยให้หมด?

เจเจินตัย : เก็บมาเยอะมาก

บี : เยอะมาก กล่องประมาณ XXL ประมาณ 10 กล่องใหญ่มาก หลายเดือนกว่าจะส่งหมด คือเราตัดใจแล้วเรารู้ว่าที่โน่นเราไม่มีความสุข เหมือนเรารู้สึกว่าเราอยู่ที่โน่นเหมือนเราอยู่เพราะหน้าที่ เราไม่มีความสนุขเลย เราไม่ได้ใช้ชีวิตเลย เรารู้สึกว่าเราอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว นี่กลับมาที่ไทยก็ไม่มีอะไรนะ แต่เราก็โอเค เรายังรู้สึกว่าที่นี่ทำใหม่ได้ 

ตอนโควิดย้ายไปอเมริกาโละขายหมดทุกอย่าง กลับมาก็ต้องเริ่มใหม่ เห็นว่ากลับมาเล็งว่าจะทำคลีนิคเสริมความงาม ?

บี : ใช่ค่ะ คือตอนแรกกลับมาก็คือมีรุ่นพี่คนนึ่งเป็นคุณหมอก็คุยกันว่าเขาอยากจะเปิดคลีนิคเพิ่ม 10 สาขา เพราะตัวเขาอยู่โรงพยาบาลใหญ่อยู่แล้ว เราก็วิ่งหาดูที่คลีนิคไปเรื่อยๆ กลับมาอีกทีประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้วค่ะมิจฉาชีพเยอะมาก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือเจอหมอปลอม ?

บี : ใช่ค่ะ

ไปเจอเขาได้ยังไงแล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาปลอม ?

บี : ความที่เราวิ่งหาคลีนิคก็เจอ เขาก็วิ่งหาคลีนิคเหมือนกันแล้วเขาก็แนะนำว่าเขาเป็นหมอ

เจจินตัย : เจอที่ตึกพอดีครับ แล้วเขาก็บอกว่าทำด้วยกันมั้ย เขาก็ชวนเลย เราก็รู้สึกว่าเราถนัดพวกมาร์เก็ตติ้งเราถนัดหน้าบ้าน บีบริหาร เราไม่มีหมอ เขาบอกเขาถนัดหมอแต่ไม่มีหน้าบ้านมาจอยกันมั้ยห้าสิบห้าสิบก็เลยเปิดบริษัทร่วมกัน ด้วยโปรไฟล์เขานั่งรถตู้ใส่ปาเต๊ะ 16 ล้าน โปรไฟล์ดีมาก สรุปของเก๊หมดเลย รถก็เช่ามา

บี : ตอนแรกเขาก็เอาใบ ว.แพทย์มา เอามาก็คือปลอมมาซึ่งเราก็ไม่รู้ เราก็บอกว่าทำไมไม่ค่อยเหมือน เขาก็บอกว่าเขาศัลยกรรมมาหมดเลยนะก็จะไม่เหมือน

เจเจินตัย : เขาหนักประมาณ 130 แล้วไปผ่ากระเพาะตัวแบนเหลือ 70 แล้วมันไม่เหมือน 

เริ่มระแคะระคายได้ยังไง ?

เจเจินตัย : ไม่เคยออกเงินเลย ลงเงินเท่าไหร่เขาก็บอกว่าพี่บีออกให้หนูก่อนนะ แรกๆก็ลงเครื่องมือมาประมาณล้านนึงนะคะ ต้องซื้อของมาตุน แต่พี่บีออกให้ก่อนนะ บีโอนให้ พอโอนให้เสร็จอีกวันนึงไปเช่ารถ 911 สีเหลืองมาแบบอลังการให้เรารู้สึกว่าน่าเชื่อถือ ทีนี้พอมาถึงเรื่องค่าเช่าพี่บีออกให้อีกนะ ทีนี้เราก็ไปตรวจหาชื่อเขาในแพทยสภา

บี : เรารู้ชื่อจริงเขาก็ไปตรวจในแพทยสภาไม่ใช่ไม่มีชื่อในแพทยสภาก็คือไม่มีหมอแล้ว เข้าใจเลยว่าจะล้มทั้งยืนเป็นยังไง นอนไม่หลับตลอดเลย 

เจเจินตัย : มีอีกดอกนึงเขาบอกว่าเขาทำจากคลีนิคมาจากอีกที่นึง เขาบอกว่าเขาผ่ามาวันละ 9 คน 11 คน ได้เดือนละ 4-5 ล้าน จากการ DF40% เขาเปิดให้ดูหมดเลย แล้วเขาบอกว่าถ้าพี่ทำกับผมนะ ผมมีลูกค้าตามมากับผมอีก 40 คนรออยู่ ต้องการใช้สถานที่ที่มีห้องผ่าตัดเราก็เทคตึกนั้น แล้วเขาก็บอกว่าเขามีลูกค้าแต่บอกว่าต้องใช้เป็นเคสรีวิวนะพี่บี แต่จริงๆรับเงินก้อนมาแล้ว  เราเช็คไปที่คลีนิคเดิม คลีนิคเดิมขึ้นโพสต์ว่าระวังแก้งค์มิจฉาชีพ ผมก็เลยโทรหาพี่ท่านนั้นที่คลีนิคว่าเขาชื่อนี้ใช่มั้ย เขาบอกใช่ โอ้โหล้มทั้งยืนเลย 

บี : สุดท้ายพอได้ชื่อเขาไปเช็คนอกจากไม่เป็นแพทย์แล้วก็มิจฉาชีพเลย มีคดีความเพียบ 

สูญเสียเงินไปเท่าไหร่ ?

บี : 3 ล้านกว่า

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama