‘เข้ม-หัสวีร์’ เผยตัวละคร ‘มีน’ ในหนัง ‘Why We Love เพราะรักต้องมี’

‘เข้ม-หัสวีร์’ เผยตัวละคร ‘มีน’  ในหนัง ‘Why We Love เพราะรักต้องมี’

‘เข้ม-หัสวีร์’ เผยตัวละคร ‘มีน’ ในหนัง ‘Why We Love เพราะรักต้องมี’

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้จะผ่านบทบาทด้านการแสดงในละครเรื่องต่างๆ มามากมาย แต่สำหรับบทบาทในภาพยนตร์รักโรแมนติก เรื่อง “Why We Love เพราะรักต้องมี” ของค่ายบลูแซม พิคเจอร์ อำนวยการสร้าง โดย ณัฐธนาวรรน เพ็ญชาญวัฒนกิจ(เจ๊ใหญ่) กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ ทำเอานักแสดงหนุ่มมากความสามารถอย่าง เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ถึงกับออกปากว่า ต้องปรับจังหวะในการเล่น แถมคาแร็กเตอร์ในหนังเรื่องนี้ทำให้มุมมองในชีวิตเปลี่ยนไปด้วย โดย หนุ่มเข้ม เผยว่า

“เรื่องนี้ผมรับบทเป็น มีนคาแร็กเตอร์ค่อนข้างจะมีความธรรมชาติในตัว แล้วก็เก่งในเรื่องเทคโนโลยีมากๆ แล้วก็มีความฝันในเรื่องของการอยากมีลูก ซึ่งความยากของมันก็คือ ธรรมชาติเลยครับ ความธรรมชาติมันสามารถปรุงแต่งได้ยาก เราถนัดในรื่องของการถ่ายละครมา พอมาเล่นหนังมันต้องปรับในเรื่องของความเรียล ความธรรมชาติในตัว จังหวะการเล่นจะยากขึ้น ตัวมีนจะใกล้เคียงกับเข้มในเรื่องของอายุ ส่วนเรื่องงาน เรื่องมุมมองต่างๆ ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมาก เพราะว่าตัวเข้ม จะไม่ได้มองในเรื่องของการมีบุตรหรือมีลูก เพราะว่าจริงๆ เข้มเชื่อว่าวัยรุ่นสมัยนี้หลายๆ คนอาจจะตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง นี่คือมุมมองเข้ม เข้มไม่อยากจะมีครอบครัว ไม่อยากมีลูก แต่ว่าสามารถแต่งงานได้นะ เรารู้สึกไม่อยากมีบุตร เนื่องจากปัจจัยของยุคปัจจุบัน อย่าง PM ต่างๆ เราไม่อยากให้ลูกต้องมาเจอสภาวะแบบนี้ แต่พอได้มาสัมผัสตัวละครของมีน มันทำให้มุมมองเปลี่ยนไป ถ้าหากว่าเรามีลูกในวัยที่เราสามารถดูแลเลี้ยงดูเค้าได้ หรืออยู่ในช่วงที่เราสามารถสร้างเค้าในรูปแบบที่เราดูแลเค้าได้เต็มที่ เราก็อยากจะมีเหมือนกันครับ ส่วนเรื่องความยาก มันค่อนข้างยากแทบจะทุกฉากเลย พอมันเป็นอะไรที่เหมือนตัวละครทุกตัว มันมีชีวิตจริงๆ การเดินเรื่องหรืออะไรก็แล้วแต่ เหมือนเค้ามีตัวตน และเราอยู่ในตัวตนของเค้า มันก็เลยยาก มันเป็นภาพยนตร์ร่วมสมัย ทำให้เรารู้สึกได้ง่าย ตรงกับความรู้สึกของวัยรุ่นหลายๆ คน วัยที่อยากจะเริ่มสร้างครอบครัว เก็บตังค์ หาเงินเพื่อสร้างครอบครัว มันจะตรงกับหลายๆ ครอบครัวที่อยู่ในช่วงวัยนี้ได้ดีมากๆ เลยครับ” ไปสัมผัสความเป็น “มีน” ของหนุ่มเข้มได้ใน “Why We Love เพราะรักต้องมี” หนังรักโรแมนติกที่จะสร้างความอบอุ่นในหัวใจ และเติมเต็มส่วนที่ขาดไปพร้อมกับเขาและเธอ 27 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

เปิดใจ ‘บอย ปกรณ์’ กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญกับค่ายหนังดัง

เปิดใจ ‘บอย ปกรณ์’ กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญกับค่ายหนังดัง

เปิดใจ ‘บอย ปกรณ์’ กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญกับค่ายหนังดัง

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฝากผลงานการแสดงจนเป็นที่จดจำของคนดูมาแล้วหลายเรื่อง แต่เป็นครั้งแรกที่นักแสดงมากฝีมือ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ได้มาลงชิมลางในภาพยนตร์ “Drama Coming of Age – แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า” จาก GDH ซึ่งงานนี้เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นความท้าทายที่รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ และพร้อมปรับตัวเป็นดินเหนียวให้ผู้กำกับฯ “แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน” ได้ปั้นแต่งชีวิตเป็นตัวละครที่สร้างอรรถรสให้กับผู้ชม

“บอย ปกรณ์” เผยว่า “หลายคนจะคิดว่าผมเคยเล่นหนังมาแล้ว แต่แฟลตเกิร์ลเป็นหนังเรื่องแรกเลยครับที่ผมเล่น ทั้งตื่นเต้น แล้วก็ดีใจมากครั้งแรกที่ทาง GDH ติดต่อมาคือรับตอบตกลงรับเล่นทันทีเลย เพราะเป็นศาสตร์ทางการแสดงที่ผมอยากเล่นแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองทำ”

-ในหนังเรื่องนี้บทคาแร็กเตอร์แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างมาก

คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้พลิกบทบาทที่ผมเคยได้รับมาบ่อยๆ แบบสุดขั้ว เพราะส่วนใหญ่คนดูจะชินตากับบทบาทที่ผมเล่นคอมเมดี้มากกว่าพอเรื่องนี้ต้องมารับพลิกบทบาท รับบทเป็น อาตองนายตำรวจชั้นผู้น้อยที่ซื่อตรง จิตใจดี แต่ตัวละครกลับมีปมลึกลับในชีวิต ทำให้ท้าทายมากครับเวลาเล่น การแสดงที่คงไว้ซึ่งความซื่อตรงภายนอก แต่ภายในเต็มไปด้วยความอึดอัดและเจ็บปวด เป็นการแสดงที่มีมิติมากๆ

-รู้สึกอย่างไรบ้างกับการได้มาร่วมงานในโปรเจกท์เรื่องนี้

ต้องขอขอบคุณแคลร์ผู้กำกับที่มาช่วยตีความตัวละครต้องให้ผมได้เข้าถึงอารมณ์ ผมดีใจมากนะที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกท์หนังเรื่องนี้ เพราะแฟลตเกิร์ล ไม่ได้ให้แค่ความสนุก แต่ยังสอดแทรกมุมมองความคิดของคนแต่ละช่วงวัยไว้อยู่เยอะมาก

-คนดูจะได้อะไรบ้างจากหนังเรื่องนี้

คนดูจะได้เรียนรู้เติบโตตามสถานการณ์ความคิดในแบบที่ตัวละครต้องเจอ ผมว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์แน่นอนครับ แล้วคนดูก็ได้สัมผัสถึงความสัมพันธ์มิตรภาพที่มันเกิดขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมันไม่จําเป็นจะต้องดูดีสวยงามแต่ผมว่ามันอิ่มในความรู้สึก แล้วพบกัน 6 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ครับ

‘หนุ่ม กรรชัย’ตอบชัดหลังโพสต์ภาพ’ทุบปู’ ลั่นประโยคเด็ด’เวลาติดคุกทนายไม่ได้ติด’

'หนุ่ม กรรชัย'ตอบชัดหลังโพสต์ภาพ'ทุบปู' ลั่นประโยคเด็ด'เวลาติดคุกทนายไม่ได้ติด'

‘หนุ่ม กรรชัย’ตอบชัดหลังโพสต์ภาพ’ทุบปู’ ลั่นประโยคเด็ด’เวลาติดคุกทนายไม่ได้ติด’

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 21.00 น.

4 มกราคม 2568 จากกรณีที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้โพสต์ภาพ ‘ทุบปู’ ผ่านทางแพลตฟอร์มส่วนตัว ทำเอาชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่นโลกโซเชียล (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลื่อนไหวแล้ว! ‘หนุ่ม กรรชัย’โพสต์ภาพเด็ด’ทุบปู’ หลังโดน’ปู มัณฑนา’แจ้งหมิ่นประมาท )

ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดย’หนุ่ม กรรชัย’ ได้บอกว่า  แค่อยากกินปู เพราะเป็นคนชอบกินอาหารทะเลอยู่แล้ว พร้อมบอกต้องแยกกันนะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกรณี ‘ปู มัณฑนา’ แจ้งความหมิ่นประมาท ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิทธิ์ของ’ปู มัณฑนา’

‘หนุ่ม กรรชัย’ กล่าวต่ออีกว่า “แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากถามนักกฎหมายไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะไปสนับสนุนหรือหมิ่นประมาท ผมยืนอยู่ข้างคุณปูด้วยซ้ำ ถามทนายแก้วให้ในรายการ และถ้าพิสูจน์ไม่ได้หมิ่นประมาทคุณ ผมก็คงไม่ใจดีด้วย ก็คงดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ ลองเปิดข้อกฎหมายดีๆหรือถามทนายคุณดู เวลาติดคุกทนายไม่ได้ติด ทำอะไรคิดให้ดีๆ”

‘ลีน่า ลลินา’เผยเส้นทางชีวิตในวงการ 10 ปี เรื่องรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

'ลีน่า ลลินา'เผยเส้นทางชีวิตในวงการ 10 ปี เรื่องรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

‘ลีน่า ลลินา’เผยเส้นทางชีวิตในวงการ 10 ปี เรื่องรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.40 น.

ลีน่า ลลินา เผยเส้นทางชีวิตในวงการ 10 ปี เคยท้อ-คิดว่าอาจจะไม่ใช่ที่ของเรา ส่วนเรื่องรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

นักแสดงสาวสวยที่มาแรงในตอนนี้  ลีน่า ลลินา วันนี้จะมาเปิดใจเรื่องราวชีวิตตลอด 10 ปี ที่อยู่ในวงการบันเทิง จากเด็กสาวเมืองเชียงใหม่ เข้ามาแคสงานในกรุงเทพ เคยท้อ อยากยอมแพ้ จนวันนี้กลายมาเป็นนักแสดงสาวสวยมากความสามารถ ที่กำลังมาแรงสุดๆ พร้อมเล่าความฝันเจ้าที่ที่บ้านสั่งให้ไล่แม่บ้านออก รวมถึงเรื่องหัวใจที่เธอยอมรับแบบตรงๆ ว่า เคยมีผู้หญิงมาจีบ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เอส กันตพงศ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการบันเทิงคืออะไร ?

ลีน่า : ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตอนหนูอยู่ประมาณ ม.2 เกรด 8 เดินอยู่ที่โรงเรียนที่เชียงใหม่ หนูเป็นเด็กเชียงใหม่ เกิดและโตที่เชียงใหม่ แล้วก็มีแมวมองไปเจอเราที่เชียงใหม่ เขาก็เดินเข้ามาถามว่าสนใจไปแคสงานการแสดง งานละครไหม 

เป็นแมวมองชื่อดังไหม ?

ลีน่า : ไม่แน่ใจ ตอนนั้นหนูไม่รู้จักเขา

ตอนนั้นกลัวไหมว่าจะมาหลอกหรือเปล่า?

ลีน่า : ไม่กลัวนะคะ รู้สึกว่าน่าสนใจดี หนูเป็นเด็กที่ว่าถ้าโอกาสไหนเข้ามาหนูไม่ค่อยปฏิเสธ ก็คิดว่าน่าสนใจ น่าลองจังเลย

แล้วมีความคิดที่อยากจะเข้าวงการอยู่แล้วไหม ?

ลีน่า : ไม่เคยเลยค่ะ ไม่เคยมีความคิดว่าตัวเองอยากเป็นดารา คิดว่าตัวเองไม่สวยด้วยซ้ำ แต่จำได้ว่าเวลาไปเดินตลาด แม่ค้าชอบบอกว่าไปประกวดนางงามสิ หน้าได้ แต่หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยจะเป็นดาราได้

น้องบอกไม่มีความคิดอยากจะเข้าวงการ แบบนี้ตัดสินใจนานไหมกว่าจะมาแคสงาน?

ลีน่า  : หนูก็ลองดู เพราะว่าโอกาสเข้ามาแล้ว ก็บินมากรุงเทพกับคุณแม่ แล้วก็ได้มาแคสจริงๆ รู้สึกว่าท้าทายดี แล้วปรากฏว่าแคสได้ด้วย ก็เลยเฮ้ย…หรือว่าเราจะมาทางนี้เลยดีไหม

งานชิ้นแรกที่แคสคืออะไร ?

ลีน่า : เป็นงานละคร และเป็นละครที่หนูเคยดูตั้งแต่เด็กๆ ด้วย แล้วเล่นเป็นบทนางเอก

พอแคสแล้วได้เลยเป็นยังไงบ้าง ?

ลีน่า : ก็ตื่นเต้นนะคะ เราไม่คิดว่าจะทำมันได้ เราแค่รู้สึกว่ามีโอกาสเข้ามาก็ลองดู

ตอนนั้นเห็นว่าแคสได้ทั้ง 2 ที่ 2 ช่อง?

ลีน่า : ใช่ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว ว่าเราจะต้องอยู่ที่นี่อะไรทำนองนั้น ก็เลยเลือกที่นั่น

พอได้งานแล้วจากเชียงใหม่มากรุงเทพ ทำยังไงย้ายบ้านเลยไหม?

ลีน่า : คือครอบครัวหนูมี 4 คน แล้วก่อนที่จะมีแมวมองมาจะย้ายไปต่างประเทศทั้งครอบครัวแล้ว เพราะเหมือนพี่สาวต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยมีแพลนว่าจะย้ายไปทั้งครอบครัวเลย ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นเลย แต่ว่ามีโอกาสนี้เข้ามาก็เลยย้ายมากับคุณแม่ 2 คนที่กรุงเทพ ส่วนพี่สาวก็ไปเรียนต่อที่แคนาดา ก็เหมือนแยกทางกันประมาณนึง

พอเราเลือกวงการบันเทิงย้ายมาเลยไหม ?

ลีน่า : ย้ายมาเลยค่ะ พอเราเซ็นสัญญาปุ๊บ เราก็ย้ายมาเลย แล้วก็มาหาโรงเรียนที่นี่

การปรับตัวเป็นยังไงบ้าง ?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่าพอเรามาตั้งแต่ยังเด็ก การปรับตัวมันไม่ยากมาก เพราะว่าเรายังพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา อาจจะมีแค่ว่า จากเมืองเล็กๆ ที่เราไม่ต้องระแวงอะไร แล้วเรารู้ทุกซอก ทุกมุม ของจังหวัดเชียงใหม่ พอมากรุงเทพฯมันเหมือนเป็นที่แปลกใหม่สำหรับเรา เราไม่ได้รู้ถนนนี้ สถานที่นี้ หรือความอันตรายของเมืองใหญ่ คุณแม่ก็ค่อนข้างเป็นห่วง จะอยู่อยู่กับเราตลอดเวลา

แล้วเรื่องเพื่อนพอย้ายมาแล้วคิดถึงไหม ?

ลีน่า : มีค่ะตอนหนูย้ายมาแล้ว หนูก็มีบินกลับเชียงใหม่บ่อยๆ ไปเจอเพื่อน เจอคุณพ่อ เจอครอบครัวปกติอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ายากที่เราตัดสินใจมา

เป็นยังไงบ้างทีนี้ทั้งเรียนและทำงานไปด้วย ?

ลีน่า : ตอนนั้นมากรุงเทพฯ ก็คือขึ้น ม.3 แล้วเป็นช่วงที่เรามูฟไปไฮสคูล แล้วตอนนั้นถ่ายละคร 2 เรื่อง คือ 7 วันการละคร ก็เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ… หรือว่าเราจะเปลี่ยนเป้าหมาย แบบโฟกัสที่การเข้ามหาวิทยาลัยเลย หมายความว่าออกจากโรงเรียนแล้วมาสอบเทียบ และหลังจากนั้นก็ติวเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเลยดีกว่าไหม ก็เลยเป็นการตัดสินใจ เรียนจบม.3 ก็ออกจากโรงเรียน แล้วก็มาสอบเทียบ เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นมีเป้าหมายว่าต้องเข้าจุฬาให้ได้ ตอนนั้นบอกแม่เลยถ้าหนูสอบไม่ติดจุฬา หนูจะไม่เรียนหนังสือเลย

สรุปได้เข้าจุฬาสำเร็จไหม ?

ลีน่า : ได้เข้าค่ะ เรียนจบแล้วค่ะ แต่เราก็เสียดายที่ไม่ได้มีชีวิตในไฮสคูลนะคะ แต่เหมือนชีวิตเรามาทางนี้แล้ว ก็เต็มที่กับมัน

มันยากไหมกับการที่เราถ่ายละคร 2 เรื่อง แล้วเตรียมตัวสอบเทียบเข้านิเทศ จุฬา?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่ามีพี่ดาราที่เป็นนางเอกดังเขาทำได้ เรารู้สึกว่าขนาดเราไม่ได้ดังเท่าเขา เราก็ต้องทำได้สิ หนูว่ามันไม่มีอะไรที่ยากเกิน ถ้าเรามีความพยายามมากเพียงพอ เลยรู้สึกว่ายังไงเราก็ต้องทำให้ได้ คิดแค่นั้นเลย

ตอนที่เข้าเรียน ปี1 อายุเท่าไหร่?

ลีน่า : อายุ 18 ตามเกณฑ์เลย คือหนูมีความฝันว่าอยากเป็นดัมเมเยอร์ของจุฬา แล้วพี่ภัทร ฉัตรบริรักษ์ หนูเคยเล่นละครกับเขา เขาบอกว่าลีน่าสอบเข้าจุฬาให้ได้นะ แล้วเป็นจุฬาคฑากรให้ได้ พอเข้าปี1 ก็สมัครเลยแล้วกัน แล้วก็ได้ตามที่หวังไว้

ทำหลายอย่างแบบนี้แบ่งเวลายังไง ?

ลีน่า : คือเราต้องจัดการเวลาเก่งมากเลย เพราะว่าเราเรียน 8 โมง – 4 โมง แล้วเราต้องซ้อม 5 โมงเย็นเป๊ะ จนถึงประมาณเที่ยงคืนทุกวัน เป็นเวลา 4 เดือน เพราะเราทำกันเป็นหมู่คณะ 8 คน แล้วทุกอย่างต้องพร้อมเพรียงกันมากๆ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาทำให้ทุกอย่างมันพร้อมกัน

ทราบมาว่าซ้อมหนักจนน้องท้อ ?

ลีน่า : ใช่ค่ะ คือหนูไม่เคยซ้อมอะไรหนักขนาดนี้ งานละครก็ไม่หนักเท่านี้ แต่ว่ามันเป็นการฝึกอีกมุมนึงในชีวิตเรา

ได้อะไรจากการที่ซ้อมหนักจนท้อ แล้วนำไปปรับใช้ในชีวิตตัวเอง?

ลีน่า : เราได้เพื่อนที่เป็นมิตรภาพที่ดีมากๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังคบกัน รักกันมากๆ เพราะว่าพวกเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การควงคฑาเฉยๆ แต่มันเป็นความรู้สึกทางใจ และความสัมพันธ์ที่เราได้จากคนรอบข้างในกลุ่มเพื่อนเราด้วย

ตอนนี้เท่ากับเราอยู่ในวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว?

ลีน่า : 10 ปีค่ะ เพราะตอนนี้หนูอายุ 25 

ตลอดเวลา 10 ปี มีบทบาทอะไรที่ผู้ใหญ่เสนอมาเราก็ไม่เคยปฏิเสธเลย?

ลีน่า : ใช่ค่ะ อย่างที่บอกหนูรู้สึกว่าไม่ว่าโอกาสไหนที่เข้ามามันมีผลกับชีวิตเราเสมอ ไม่ว่าโอกาสจะเล็ก จะใหญ่ มันก็ทำให้เราได้พัฒนาอะไรสักอย่างในตัวเอง ก็เลยไม่เคยปฏิเสธสักบท

แล้วในเรื่องของความรู้สึก มีในแง่บวก หรือแง่ลบอะไรไหมในวงการบันเทิง?

ลีน่า : อาจจะมีบ้างที่เรารู้สึกว่า หรือตรงนี้อาจจะไม่ใช่ที่ของเรา หรือว่าเราจะไม่เหมาะกับวงการบันเทิง

อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้น ?

ลีน่า : อาจจะด้วยระยะเวลาด้วย

ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนที่เราทำงานในวงการมากี่ปี ?

ลีน่า  : ก็หลังเรียนจบมหาลัย ก่อนเข้ามหาลัยหรือช่วงมหาลัยหนูรู้สึกว่าทำไปเรื่อยๆ เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่เราต้องโฟกัสจุดใดจุดนึง แต่พอเรียนจบก็มานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง หรือว่าเราจะไปเวอื่นดี เพราะว่าตอนที่เรียนก็มีอะไรหลายอย่างเข้ามาในหัว แล้วรู้สึกว่าเราสนใจ เช่น การทำธุรกิจ หรือการไปเรียนต่อต่างประเทศ

แล้วเราผ่านโมเมนต์นั้นมายังไง ?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่าทุกคนน่าจะมีเวลาเป็นของตัวเอง หนูคิดไว้เสมอว่ามันยังถึงเวลาของเรา ก็มีความเชื่อเสมอว่าสักวันต้องเป็นวันของเราสิ แต่มันก็มีท้ออยู่เรื่อยๆ หรือว่าเราไม่เหมาะกับตรงนี้ หรือว่าหน้าเราไม่ขึ้นกล้อง 

ทุกวันนี้ความท้อนั้นยังอยู่หรือเปล่า ?

ลีน่า : ก็ไม่แล้วค่ะ ก็อาจจะด้วยงานที่เข้ามาเรื่อยๆ ก็คิดว่าลองฮึบสู้อีกรอบหนึ่ง อาจถึงเวลาของเราแล้วหรือเปล่า

คุณแม่ให้กำลังใจยังไงบ้าง ?

ลีน่า : คุณแม่ให้เราตัดสินใจเอง ถ้าอยากอยู่ก็อยู่ แต่ถ้าอยากทำอย่างอื่นก็ลองหาวิธีดู เขาไม่ได้บังคับว่าจะต้องอยู่นะ หรือจะต้องไปนะ เขาให้อิสระในความคิดเรา

การเป็นดาว TikTok เพื่อไปสานต่อวงการนี้หรือเปล่า?

ลีน่า : จริงๆ การเล่น TikTok ของหนูไม่ได้มีโกอะไรเลย แค่ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด ปี 2020 รู้สึกเบื่อๆ ลองเต้น TikTok แล้วหนูเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เล่น แล้วมันมีคลิปนึงที่คนดูเกือบ 10 ล้าน กลายเป็นทุกคนเรียกหนูว่า ดาว TikTok ตั้งแต่ตอนนั้นเลย ซึ่งหนูก็เต้นแบบสไตล์หนู ไม่ใช่นักเต้นอะไรขนาดนั้น

ตอนนี้ TikTok มีคนติดตามเท่าไหร่ ?

ลีน่า : 1.7 ล้าน

เป็นเพราะ TikTok หรือเปล่าที่ทำให้มีงานต่างๆ ติดต่อเข้ามา?

ลีนา : ใช่ค่ะ อย่างช่วงโควิด เป็นช่วงที่หลายคนพบเจอปัญหา แต่หนูสวนทาง เพราะงานรีวิวเข้ามาเยอะมาก ช่วงนั้นก็เลยได้ทำงานอยู่ที่บ้าน

พอกลับมาถ่ายละครยังเล่น TikTok อยู่ไหม ?

ลีน่า : ยังเล่นอยู่เรื่อยๆ ค่ะ มันเป็นที่ที่เรารู้สึกว่าแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้ ในละครเราก็ต้องเป็นตัวละคร แต่อันนี้มันเป็นการโชว์ไลฟ์สไตล์ของเรา โชว์ความเป็นตัวตนของเรา

ตอนนี้เทรนของ TikTok  ปี 2025 ไปในทางไหน?

ลีน่า : ก็จะเป็นเพลง แล้วแต่ช่วงว่าเพลงไหนมาก็เต้นเพลงนั้น

ตอนนี้ละครก็เยอะ  โฆษณาก็เยอะ รีวิวก็เยอะ แล้วเป็นดาว TikTok ด้วย แพลนในวงการวางไว้ยังไงบ้าง?

ลีน่า : หนูว่าวงการบันเทิง เป็นอะไรที่เราแพลนค่อนข้างยาก ด้วยปัจจัยภายนอก มันมีผลกับเราเยอะมาก เราก็ดูทิศทางก่อนว่าปีนี้และปีหน้าเป็นยังไง หนูว่าทำหน้าที่ ณ วันนี้ให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งปีนี้ก็มีละครอ่อนแออยู่ เรื่อง แม่เลี้ยง ปลายปีจะมีซีรีส์ยูริ 

น้องอยู่วงการบันเทิงมานานแล้ว มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับวงการบันเทิงบ้าง?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่ามันเป็นวงการที่น่าสนใจนะคะ เราได้เจอคนเยอะมาก หนูเข้ามาตั้งแต่เด็ก เจอคนเยอะและเจอหลายแบบมากๆ มันทำให้เราได้เรียนรู้คนตั้งแต่วัยเด็กเลย อันนี้คือข้อดีที่หนูสัมผัสได้ ส่วนในการเป็นนักแสดง หนูรู้สึกว่าเราต้องทำการบ้านยังไง ให้เราเป็นมนุษย์อีกคนนึงได้ อันนี้เป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ เวลาที่เราได้เข้าซีนแล้วตัวละครอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งโมเมนต์นี้มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกซีนด้วย มันอาจจะมาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่พอมันเกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกว่าแบบเฮ้ย… กลับบ้านแล้วมีความสุข แล้ววันนั้นก็จะกลายเป็นวันที่ดีมากๆ เลย แต่วันที่ผิดหวังในตัวเองมันก็เกิดขึ้นบ่อยมากด้วยในช่วงแรกๆ 

ไอดอลในการแสดงคือใคร?

ลีน่า : หนูเคยร่วมงานกับพี่ณิชา รู้สึกว่าพี่เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมาก แล้วเราสนิทกัน เวลาหนูมีเรื่องที่จะปรึกษาในเรื่องของการแสดง ก็จะยกหูหาเขาเลย ก็เลยเห็นพี่เขาเป็นไอดอล แล้วเขามีแพชชั่นกับสิ่งนี้มากๆ มันทำให้เรามีแพชชั่นไปด้วย

ตอนนี้อายุ 25 เราเป็นลูกครึ่งมีความเชื่อเรื่องเบญจเพศไหม?

ลีน่า : มีค่ะ เพราะกลุ่มเพื่อนก็คุยกัน ปีนี้พวกเรา 25 แล้วนะ ระวังตัวด้วย แต่หนูรู้สึกว่าน่าจะเป็นเบญจเพศที่ดีสำหรับหนู

หมอดูทักว่าปีนี้ดวงพุ่งมาก ?

ลีน่า : ใช่ค่ะ ทักตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าปีนี้เราจะดวงดีมาก ดวงการงานจะดีมากๆ 

แล้วเรื่องดวงความรักล่ะ ?

ลีน่า : อันนี้หมอดูไม่ได้พูดถึง หนูก็เลยบอกว่างั้นหนูเอางานก่อนก็ได้ค่ะ พอหมอดูไม่พูดเลย เราก็ไม่ถามแล้วกัน

รู้สึกว่าเหมือนมีเจ้าที่  เจ้าทาง เข้าฝัน?

ลีน่า : ใช่ค่ะ ตอนนั้นย้อนไปประมาณหนู ป.3 เด็กมาก ฝันว่ามีเจ้าที่ที่บ้าน เป็นคุณยายคนแก่เขาใส่ชุดไทย มาบอกกับหนูในฝัน เขาชี้ไปที่แม่บ้าน ตอนนั้นหนูมีแม่บ้านคนนึงที่หนูรักมาก แล้วเขาก็ดูแลหนูดีมาก แล้วเหมือนเจ้าที่คนนั้นชี้ไปที่แม่บ้านแล้วบอกว่าให้เอาผู้หญิงคนนี้ออกไป เขาพูดประมาณ 3 ครั้ง ดุมาก เหมือนตั้งใจมาบอกอะไรเราสักอย่าง หลังจากนั้นเราก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้ เพราะหนูเป็นคนไม่มีเซ้นและไม่เคยเกิดเรื่องราวแบบนี้ในชีวิต ก็เลยไปบอกคุณแม่ว่าฝันแบบนี้ คุณแม่เหมือนเป็นคนมีเซ้น แล้วเขาเหมือนรู้ประมาณนึงว่าจะมีอะไรสักอย่าง เหมือนบ้านหลังนี้มีเจ้าที่คอยปกปักรักษาอยู่ แต่คุณแม่ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก เพราะเขาก็ดูแลบ้าน แต่หลังจากนั้นประมาณ 3 อาทิตย์ แม่บ้านคนนั้นมาบอกกับคุณแม่ว่าตั้งท้อง แล้วเขาไปเอาเด็กออก คุณแม่ก็เลยแบบเหมือนคุ้นๆ เหมือนมันไปลิงก์กับฝันที่เราฝัน เหมือนเขาไปทำอะไรไม่ดีมา แล้วเจ้าที่มาเตือน ว่าให้เอาแม่บ้านคนนี้ออกไป เพราะเขาไปทำอะไรไม่ดีมา

มีสถานที่ไหน ที่คุณแม่ไปแล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้นไหม?

ลีน่า : เคยมีครั้งนึง ไปถ่ายละครด้วยกัน เหมือนที่ถ่ายละครเขาจะมีตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระ ก็เลยพากันขึ้นไปไหว้ จะได้รู้สึกดี เพราะว่าไปสักแป๊บ คุณแม่ก็เหมือนเกิดอาการสั่น แล้วก็น้ำตาใหลไม่หยุดเลย หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ก็เลยลงไปตามทีมงานกองถ่าย บอกพี่มาช่วยหน่อยหนูไม่รู้จะหยุดได้ยังไง เขาก็ค่อยๆ ให้คุณแม่หายใจ ให้มีสติ ณ ปัจจุบัน ก็เลยดีขึ้น

สวยแบบนี้สถานะเป็นยังไง ?

ลีน่า : โสดสนิทเลยค่ะ

หรือเราไม่พร้อมเปิดใจหรือยังไง ?

ลีน่า : ก็มีบ้าง

หรือว่าอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่ ?

ลีน่า : อาจจะด้วย เรารู้สึกว่าพอเราทำงานเยอะ เวลามันไปทุ่มกับการงานเยอะ ก็เลยรู้สึกว่าการที่เราจะต้องมานั่งศึกษาใครสักคน ณ เวลานี้ อาจจะไม่ใช่เงลาที่ถูกต้อง ก็เลยรู้สึกว่างั้นพักไว้ก่อน

มีคนเข้ามาจีบบ้าง  มีสุภาพสตรีด้วยที่เข้ามาจีบ ?

ลีน่า : ใช่ค่ะ เคยมีผู้หญิงมาจีบหนู แต่ ณ เวลาน้้นหนูมอ

แหนแล้ว ซึ่งคนนี้เป็นผู้ผญิงที่สวยมาก เซ็กซี่ เลย มาจีบ เขาอยากคุยด้วย ชอบเรา อยากศึกษาเรา หนูไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงมาจีบหนู ตอนนั้นก็ตกใจนะ มันแอบเขิน หรือว่าเรามีอะไรดึงดูดผู้หญิงด้วยกันหรอ ก็แอบสงสัยแล้วก็เขิน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเรามีแฟนแล้ว ก็เลยไม่ได้คุยกัน

แล้วถ้าสมมติตอนนั้นไม่มีแฟน ?

ลีน่า  : ก็อาจจะลองคุยนะคะ เพราะความจริงเขาก็ตกสเปคอยู่ คือหนูชอบมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่

เป็นคนในวงการบันเทิงเหมือนกันไหม ?

ลีน่า : ไม่ใช่ค่ะ เป็นคนนอกวงการ

แบบนี้ปิดกั้นเรื่องเพศไหม ?

ลีน่า : ไม่ปิดกั้นค่ะ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มันทำให้เรารู้เลยว่าเราก็อยากคุยกับเพศเดียวกันเหมือนกัน เพราะเราก็มองเขาสวย มีเสน่ห์มากๆ ก็เลยรู้สึกว่า ถ้า ณ เวลานั้นเราไม่มีแฟน เราก็คงคุยกับเขาแหละ 

ทำไมถึงชอบผู้หญิงสวย ?

ลีน่า : ก็ชอบมองผู้หญิงสวยอ่ะ ไม่รู้เหมือนกันบอกไม่ถูก แต่หนูชอบมอง

ระหว่างผู้หญิงสวยกับผู้ชายหล่อชอบมองอะไรมากกว่ากัน ?

ลีน่า : ผู้หญิงสวยค่ะ

สมมติมีผู้ชายเข้ามาสเปคที่ชอบเป็นแบบไหน?

ลีน่า : หนูไม่ค่อยดูรูปลักษณ์ภายนอก หนูค่อนข้างดูบุคลิกเป็นหลัก เวลาเราเจอกันเฟิร์สอิมเพรสชั่นครั้งแรกสำคัญกับหนูมาก แต่ถ้าทัก DM มาจีบ หนูจะไม่เลย เพราะหนูจะตัดสินในครั้งแรกว่าจะสปาร์คหรือเปล่า

แล้วผู้หญิง นอกจากความสวย ความเซ็กซี่?

ลีน่า : ก็อาจจะต้องเข้าใจเรา หนูรู้สึกว่าความรักคือการเสียสละ ไม่ว่าจะเพศหญิงหรือเพศชาย มันคือการเสียสละจริงๆ เวลาที่คบกันเป็นแฟน เสียสละความเป็นส่วนตัว หรือว่าความคิดบางอย่างที่เราอาจจะยึดติดกับมันมาก เราอาจจะลองเปลี่ยนเพื่อเขาบ้างสักนิดนึง

ช่วงนี้อยากจะให้น้ำหนักไปเรื่องความรักหรืองานมากกว่า?

ลีน่า : งานแน่นอนเลยค่ะ ถามว่าใช้เวลานานไหม คือไม่แน่ใจ อาจจะเพราะคนที่เข้ามาเรายังไม่เจอคนที่ถูกใจด้วย ก็เลยอาจจะยังไม่ได้สานสัมพันธ์กับใคร

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เปิดศักราชด้วยความมัน ‘กัปตันอเมริกา’ ปะทะ ‘เรด ฮัลค์’

เปิดศักราชด้วยความมัน ‘กัปตันอเมริกา’ ปะทะ ‘เรด ฮัลค์’

เปิดศักราชด้วยความมัน ‘กัปตันอเมริกา’ ปะทะ ‘เรด ฮัลค์’

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.26 น.

แฟนเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนเปิดศักราชด้วยความมันทะลุขีดจำกัด กับศึกครั้งสำคัญ ในภาพยนตร์แอ็กชันซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ “Marvel Studios’ Captain America: Brave New World กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่” ซึ่งจะฉายให้ชมเป็นครั้งแรกก่อนใครใน Thailand Gala Premiere พร้อมพบกับ “กัปตันอเมริกา” และ “เรด ฮัลค์” ขนาดเท่าจริงที่จะโชว์พลังให้แฟน ๆ ได้เก็บภาพอย่างใกล้ชิด โดยมีสองหนุ่ม ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ จอส-เวอาห์ แสงเงิน มาร่วมเชียร์ #ทีมกัปตันอเมริกา และ #ทีมเรดฮัลค์ 

หนุ่มๆ ‘The Boyz’ อ้อนเดอะบี ‘รักนะครับ’ ให้มาเจอกันงาน K-Pop Masterz 2025 in Bangkok

หนุ่มๆ ‘The Boyz’  อ้อนเดอะบี ‘รักนะครับ’  ให้มาเจอกันงาน K-Pop Masterz 2025 in Bangkok

หนุ่มๆ ‘The Boyz’ อ้อนเดอะบี ‘รักนะครับ’ ให้มาเจอกันงาน K-Pop Masterz 2025 in Bangkok

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.10 น.

“The Boyz” อ้อนเดอะบีชาวไทยให้มาเจอกันในงาน K-POP Masterz 2025 in Bangkok หนุ่มๆ ทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่จะได้กลับมาพบเดอะบีชาวไทยอีกครั้ง แถมยังหยอดเดอะบีชาวไทยอีกด้วยว่า “รักนะครับ”

เมื่อหนุ่มๆ “The Boyz” โดยมีสมาชิกอย่าง ซังยอนเจคอบ, ยองฮุน, ฮยอนแจ, จูยอน, เควิน, นิว, คิว, จูฮักนยอน, ซอนอู และ เอริค ส่งคลิปตรงถึงเหล่าเดอะบีชาวไทย “สวัสดีครับ The Boyz ครับ เพราะว่าได้รับความรักดีๆ และแรงเชียร์จากทุกคนมาตลอด วันวาเลนไทน์นี้พวกเราจะไปหาเดอะบีชาวไทยครับ มาเจอกันในงาน K-POP Masterz 2025 in Bangkok ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ Impact Arena นะครับ จะเปิดจองบัตรที่ Thai Ticketmajor เร็วๆ นี้ ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ พวกเรารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้กลับไปพบกับแฟนๆ ชาวไทยทุกคนอีกครั้งครับ เพื่อที่จะสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกับแฟนๆ ทุกคน พวกเราตั้งใจอย่างมากสำหรับโชว์ที่ดี ฝากทุกคนตั้งตารอด้วยนะครับ วาเลนไทน์ปีนี้มาสนุกและร่วมสร้างเวลาที่หอมหวานไปกับพวกเรานะครับ เจอกันที่ไทยครับ “รักนะครับ”

สำหรับหนุ่มซังยอน ได้มีการเปิดเผยว่า มีกำหนดเข้ารับใช้ชาติ ในวันที่ 17 มีนาคม นี้ หนุ่มซังยอน จะได้โชว์กับสมาชิกในวง ในงาน K-POP Masterz 2025 in Bangkok วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เป็นการโชว์ครั้งสุดท้ายก่อนเข้ากรม

เตรียมวอร์มนิ้วให้พร้อมจับจองบัตรในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ทาง https://www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 6,500 / 5,900 / 5,500 / 4,500 / 2,800 บาท

มาร่วมสนุก ความทรงจำดีๆ และโชว์ดีๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ไปพร้อมกับหนุ่มๆ “The Boyz” ในงาน “K-Pop Masterz 2025 in Bangkok” ในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เพราะความรักจากอากาเซ่! ‘ยูคยอม’ ตื่นเต้นรอเจอกันที่ไทยอีกครั้ง

เพราะความรักจากอากาเซ่! ‘ยูคยอม’ ตื่นเต้นรอเจอกันที่ไทยอีกครั้ง

เพราะความรักจากอากาเซ่! ‘ยูคยอม’ ตื่นเต้นรอเจอกันที่ไทยอีกครั้ง

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.54 น.

หากมีการจัดอันดับหรือมอบรางวัลศิลปินคนโปรดที่แสนดีและเห็นคุณค่าการมีอยู่ของแฟนคลับ เชื่อเลยว่าหนุ่มหล่อมากความสามารถ ALL-ROUNDER แห่งวงการ K-POP และ K-HIPHOP อย่าง คิมยูคยอม (KIM YUGYEOM) หรือ ยูคยอม GOT7 ต้องมีชื่อติดอันดับเข้าชิงแน่นอน เพราะทุกคำพูดและการกระทำที่ผ่านมาล้วนพิสูจน์หัวใจของหนุ่มคนนี้ได้อย่างชัดเจนสุดๆ คู่ควรกับความรักที่เหล่าไอก็อตเซเว่น (IGOT7 ชื่อแฟนคลับของวง GOT7 หรือที่แฟนๆ นิยมเรียกว่าอากาเซ่) มอบให้แบบไม่ค้านสายตาเลยจริงๆ

ล่าสุด ยูคยอม ยังทำเอาแม่ๆ และนูน่าชาวไทย ต้องฮ็อบกลั้นความฟินไปกับคลิปที่เจ้าตัวส่งมาอ้อนอุ่นเครื่องก่อนเปิดจองบัตรคอนเสิร์ต 2025 ยูคยอม ทัวร์ [ทรัสตี้] อังกอร์ อิน แบงคอก” (2025 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] ENCORE IN BANGKOK) #2025TRUSTY_ENCORE_IN_BANGKOK ซึ่งผู้จัด โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) ของ กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ จับมือต้นสังกัด เอโอเอ็มจี (AOMG) และ วันเดอร์ (WONDER) ประเทศเกาหลีใต้ ปักคิวอังกอร์พบกันอะเกนในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 18:00 น. ณ ไบเทค ไลฟ์ (BITEC Live) นั่นเอง

“สวัสดีครับ ยูคยอมครับ อากาเซ่ชาวไทยของผม สบายดีกันใช่ไหมครับ ทุกคนยังจำที่ผมไปแสดงคอนเสิร์ตในปี 2024 ได้อยู่ไหมครับ มันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ สำหรับผม ทั้งสมองและหัวใจของผมก็เลยยังจำได้อย่างดีเลยครับ และด้วยความรักอันร้อนแรงและการสนับสนุนของอากาเซ่ ทำให้ผมได้จัด Encore Tour ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ที่ BITEC Live ครับ 2025 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] ENCORE IN BANGKOK แค่คิดว่าจะได้เจอกับอากาเซ่ชาวไทยอีกครั้งผมก็ตื่นเต้นมากๆ แล้วก็จะซ้อมเยอะๆ เลยก่อนไปหา ทุกคนตั้งตารอด้วยนะครับ Ready to Trust Me? เจอกันที่กรุงเทพฯ นะครับ บ๊ายบาย” ชมคลิปได้ทาง https://youtu.be/JfQ_f-ylm5M

ได้เวลาจองบัตรคอนเสิร์ต 2025 ยูคยอม ทัวร์ [ทรัสตี้] อังกอร์ อิน แบงคอก” (2025 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] ENCORE IN BANGKOK) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดีๆ ระหว่าง อากาเซ่ กับ ยูคยอม ที่ประเทศไทยอีกครั้งแล้ว!

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ผู้จัด โฟร์วันวันฯ จะเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ของไทยทิคเก็ตเมเจอร์ www.thaiticketmajor.com/concert/2025-yugyeom-tour-trusty-encore-in-bangkok.html (เริ่มรันระบบคิวจองบัตรตั้งแต่เวลา 9:00 น.) บัตรราคา 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 (นั่งและยืน) / 6,900 และ 7,900 บาท (นั่งและยืน) จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป สามารถจองบัตรได้ทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และทางออนไลน์ (ไม่มีระบบคิว)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘หนุ่ม กรรชัย’โพสต์ภาพเด็ด’ทุบปู’ หลังโดน’ปู มัณฑนา’แจ้งหมิ่นประมาท

เคลื่อนไหวแล้ว! 'หนุ่ม กรรชัย'โพสต์ภาพเด็ด'ทุบปู' หลังโดน'ปู มัณฑนา'แจ้งหมิ่นประมาท

เคลื่อนไหวแล้ว! ‘หนุ่ม กรรชัย’โพสต์ภาพเด็ด’ทุบปู’ หลังโดน’ปู มัณฑนา’แจ้งหมิ่นประมาท

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.42 น.

หลังจากที่ดารารุ่นใหญ่ ปู มัณฑนา หิมะทองคำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 14:30 น. นางมัณฑนา หิมะทองคำ ผู้เสียหาย ได้มาร้องขอความเป็นธรรมต่อสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อและแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท. เปรม ชำนาญดู รอง สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ / พนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี แก่ 

1.นาย มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว (ผู้ต้องหาที่ 1)

2.นาย ภูดิท กำเนิดพลอย หรือ หนุ่มกรรชัยพิธีกรชื่อดัง (ผู้ต้องหาที่ 2 )

3. บริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด (ผู้ต้องหาที่ 3 ) และกับพวก

ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา (อ่านข่าวต่อที่นี่ : ‘ปู มัณฑนา’ขึ้นโรงพัก! แจ้งความ’หนุ่ม กรรชัย-ทนายแก้ว’หมิ่นประมาท )

ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพคนกำลังทุบก้ามปู ซึ่งหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก เช่น มาแล้วววว,อย่าล้อเล่นกับระบบ ,พ่อน่ากลัวมาก

หลังจากที่  ‘หนุ่ม กรรชัย’ โพสต์ก็ได้มีเพื่อนพ้องในวงการเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น แทค ภรัณยู , กันจอมพลัง , นาฟ ฉัฐนันท์

‘เพชร สหรัตน์’ลงภาพคู่ฝรั่งสุดหล่อ พร้อมแคปชั่น ‘ขอเป็นคนเคียงข้างไปตลอดชีวิต’

'เพชร สหรัตน์'ลงภาพคู่ฝรั่งสุดหล่อ พร้อมแคปชั่น 'ขอเป็นคนเคียงข้างไปตลอดชีวิต'

‘เพชร สหรัตน์’ลงภาพคู่ฝรั่งสุดหล่อ พร้อมแคปชั่น ‘ขอเป็นคนเคียงข้างไปตลอดชีวิต’

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.12 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ทำคนแตกตื่นไม่น้อย เมื่อ “เพชร สหรัตน์” นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์ภาพคู่กับหนุ่มฝรั่งสุดหล่อ ตาสีน้ำข้าวละมุนใจ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแคปชั่นที่อ่านแล้วทำให้คนมีความสงสัยกับข้อความที่เจ้าตัวโพสต์ลงไป ซึ่งข้อความที่เพชรเขียนไว้มีดังนี้ “สลักชื่อไว้ในใจใครได้บ้าง ว่าขอเป็นคนเคียงข้างไปตลอดชีวิต”

ทำเอาชาวเน็ตแห่กดไลก์และคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังจากเจ้าตัวก่อน.

‘ลอย (Loy)’ บทเพลงแห่งความรักและคำสัญญา!!

‘ลอย (Loy)’ บทเพลงแห่งความรักและคำสัญญา!!

‘ลอย (Loy)’ บทเพลงแห่งความรักและคำสัญญา!!

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.51 น.

หลังจากส่งเพลง “เลย” ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มใหม่ BOYdPOD//OST ได้กระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ความคิดถึงในดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ 2 ศิลปินคุณภาพบอย โกสิยพงษ์ และ  ป๊อด-ธนชัย อุชชิน ได้กลับมาสร้างความสุขให้แฟนๆ อีกครั้งในรอบ 16 ปี หลายคนยกให้ “เลย” เป็นเหมือน Time Machine ที่พาย้อนกลับไปสัมผัสกลิ่นอายของยุคทองแห่งดนตรี ล่าสุด BOYdPOD  ส่งซิงเกิลที่ 2  “ลอย (Loy)” ยังคงสานต่อหน้าที่นั้น ด้วยการนำพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุคปลาย 80 ถึงต้น 90  ซึ่งเป็นช่วงที่ดนตรี funk soul และ smooth jazz เฟื่องฟูที่สุด เพลงนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานเสน่ห์จากยุคนั้นเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

“ลอย (Loy)” บอกเล่าเรื่องราวความรักในอุดมคติ ผ่านบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความแฟนตาซี โดยได้รับแรงบันดาลใจจากฉากโรแมนติกในภาพยนตร์ Superman (1987) ที่ Superman พา Lois Lane บินลอยขึ้นเหนือฟากฟ้าอย่างงดงาม เพลงนี้จึงเหมือนบทกวีแห่งความรักที่เชิญชวนผู้ฟังให้ดื่มด่ำไปกับความฝันและความโรแมนติก   โดยความพิเศษในงานดนตรี  ได้รวมทีมดนตรีระดับโลกมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็น Michael O’Neill มือกีต้าร์คู่ใจของ George Benson ที่มาสร้างซาวด์ในสไตล์ smooth jazz อันอบอุ่นและละเมียดละไม, Lands Richard มือกลองที่เคยร่วมงานกับศิลปินระดับตำนานอย่าง Stevie Wonder, George Benson และ Gladys Knight , พร้อมด้วย J.V. Jervonny Collier มือเบสที่ได้รับการยกย่องในวงการ soul music  และทีมเครื่องเป่าระดับตำนานจากวง The Jacksons, Ray Charles และ Bobby Caldwell อย่าง Jeff Lewis, Daniel Weinstein, และ Christ  ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้สร้าง rhythm section อันทรงพลังขับเคลื่อนบทเพลงให้พาผู้ฟัง “ล่องลอย” ไปในบรรยากาศโรแมนติกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด   บวกกับน้ำเสียงนุ่มลึกและลึกซึ้งของ ป๊อด ทำให้เพลง “ลอย (Loy)” เหมาะอย่างยิ่งที่จะมอบให้คนที่คุณรัก เพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกและคำสัญญาที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป  

นอกจากนี้เพื่อเป็นการฉลองเทศกาลแห่งความรัก BOYdPOD ขอเชิญชวนแฟนๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน Music Video พิเศษของเพลง “ลอย” โดยส่งคลิปสั้นที่ถ่ายทอดความรักของคุณและคู่รัก พร้อมประกอบเพลง “ลอย (Loy)”  แล้วโพสต์ลงบน Tiktok, Youtube Reels หรือ Shorts พร้อมติด #boydpodost #boydpodลอย #บอยป๊อด โดยทีมงานจะคัดเลือกคลิปที่เหมาะสมมาร้อยเรียงเป็น MV สุดพิเศษที่จะเปิดตัวในวันวาเลนไทน์นี้ แล้วมาร่วมเฉลิมฉลองความรักที่แสนหวานไปพร้อมกัน

“ลอย (Loy)”  ไม่เพียงแค่บทเพลงแห่งความรัก แต่ยังเป็นบทบันทึกของความทรงจำที่ล่องลอยข้ามกาลเวลา  ตามฟังและชม OFFICIAL MV ได้ทาง https://youtu.be/zcKDvz_Rqtc