ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.03 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และทีม เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เข้าร่วมฝึกการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย ในสถานีศูนย์ประสานงานนานาชาติ และสถานีการกู้ภัยทางน้ำ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ณ  ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ส่องแฟชั่นสุดปังของนักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

ส่องแฟชั่นสุดปังของนักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

ส่องแฟชั่นสุดปังของนักกอล์ฟสตรีระดับโลก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025’

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.52 น.

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี จบลงอย่างตื่นเต้นและประทับใจท่ามกลางผู้ชมกว่า 50,000 คนใน 4 วันของการแข่งขัน โดย แองเจิล หยิน นักกอล์ฟมืออันดับ 17 ของโลกจากสหรัฐอเมริกาคว้า แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ไปครอง

การแข่งขันกอล์ฟ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประชันวงสวิงของสุดยอดนักกอล์ฟระดับโลก ที่ผู้ชมจะได้สัมผัสกับการแข่งขันที่เข้มข้นเร้าใจเท่านั้น แต่ยังเป็นรันเวย์แฟชั่นที่เหล่านักกอล์ฟได้นำเสนอตัวตนผ่านสไตล์การแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้ชมได้เพลิดเพลินไปกับแฟชั่นที่โดดเด่น จากดีไซน์และสีสันที่สะกดทุกสายตาตลอด 4 วันของการแข่งขัน

กอล์ฟไม่ใช่แค่กีฬาแต่คือรันเวย์แฟชั่น

ปัจจุบันแฟชั่นเครื่องแต่งกายกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกีฬาทุกชนิด โดยเฉพาะกอล์ฟอาชีพ ซึ่งมีจุดเด่นด้านสไตล์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละทัวร์นาเม้นท์และภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศ นักกอล์ฟจากโซนยุโรปจะให้ความสำคัญกับสไตล์การแต่งตัวที่เรียบหรู คลาสสิก และสุภาพ โทนสีที่นิยมจะเน้นสีขาว ดำ กรมท่า เทา และกากี ซึ่งให้ภาพรวมของการแต่งกายดูสง่างามเหนือกาลเวลา ส่วนใหญ่เป็นเสื้อโปโลหรือเสื้อแขนยาวแบบสลิมฟิต แมตซ์กับกางเกงขายาวหรือกระโปรงทรงยาวแค่เข่า สวมรองเท้ากอล์ฟหนังสไตล์คลาสสิก เสริมด้วยหมวก ผ้าพันคอ หรือผ้าคลุมไหล่ ซึ่งลุคเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นไฮเอนด์และสไตล์ British Country Club ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของกีฬากอล์ฟที่มีต้นกำเนิดจากสกอตแลนด์

จารวี บุญจันทร์

ด้าน เอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งกีฬากอล์ฟเป็นที่นิยมอย่างมาก นักกอล์ฟส่วนใหญ่นำเสนอสไตล์น่ารักสดใส และอ่อนหวานแบบเอเชีย นิยมโทนสีพาสเทล นีออน หรือเอิร์ธโทน มักเลือกเสื้อเข้ารูปที่มีดีไซน์โมเดิร์น หรือเสื้อคอเต่าใส่ซ้อนเป็นเลเยอร์ กระโปรงสั้นเหนือเข่า กางเกงเข้ารูป รองเท้ากอล์ฟทรงเพรียวบาง สวมหมวกทรงบักเก็ต Visor หรือผ้าปิดหน้า UV  นอกจากนี้ นักกอล์ฟชาวเอเชียยังให้ความสำคัญกับเทรนด์แฟชั่นในทุกมิติ ตั้งแต่การแต่งหน้าไปจนถึงการทำเล็บสีสันสดใส

จินยอง โค

สำหรับโซน อเมริกา มีการปรับสไตล์การแต่งกายให้ดูโมเดิร์นขึ้น เน้นคล่องตัวและลำลองมากขึ้น โดดเด่นด้วยการใช้สีสดใส โทนพาสเทล หรือสีพื้นแบบสบายๆ เสื้อโปโลแขนสั้นหรือแขนกุดมักมาพร้อมลวดลายกราฟิกเพิ่มความสนุกสนาน จับคู่กับกางเกงขาสั้นแบบเบอร์มิวดา (Bermuda Shorts) หรือกระโปรงกางเกง (Skort) รองเท้ากอล์ฟสไตล์สนีกเกอร์ที่เน้นความสบาย มีเครื่องประดับเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น หมวกแก๊ป และแว่นกันแดด สไตล์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวสปอร์ตแวร์ ผสมผสานกับเทรนด์ Athleisure ที่เน้นกีฬาและความสบายไปพร้อมกัน

นักกอล์ฟสาวกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์

ลองมาตามติดสไตล์การแต่งกายของนักกอล์ฟในการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025  ปีนี้ว่ามีใครน่าสนใจบ้าง คนแรกนักกอล์ฟสาวไทยอย่าง แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์เมเจอร์และเจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ เลือกสวมชุดโทนสีเข้ม ซึ่งช่วยเสริมบุคลิกสุขุม น่าเกรงขาม และสะท้อนถึงสมาธิที่แน่วแน่ในเกมการแข่งขัน และในการแข่งขันรอบสุดท้ายในประเทศไทยเธอเลือกสวมเสื้อสีแดงสด และกระโปรงสีชาวซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจและความละมุนมากขึ้น

โปรชาวญี่ปุ่น ฮินาโกะ ชิบุโนะ อีกหนึ่งแชมป์เมเจอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การแต่งตัวสุดเนี้ยบ ไม่ว่าจะเป็นชุดกระโปรงหรือกางเกง ทุกลุคของเธอได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับบุคลิกได้อย่างลงตัวโดยผู้สนับสนุนหลักของเธอเอง มาดูแฟชั่นของ ลิน กรานท์ จากสวีเดน เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ โดดเด่นด้วยสไตล์เรียบหรู ชุดของเธอมักเป็นสีล้วน ไม่มีลวดลายกราฟิก จับคู่กับกระโปรงสั้นทรงเข้ารูป หรือกางเกงทั้งขาสั้นและขายาว ส่วนแชมป์เมเจอร์ชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งมาพร้อมกับความน่ารักสดใสอย่าง อายากะ ฟูรุเอะ ซิกเนเจอร์ของเธอคือ ชุดสีสันฉูดฉาด แบบสีนีออน ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นบนสนาม และดึงดูดทุกสายตาได้อย่างยอดเยี่ยม

จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล

ส่วนนักกอล์ฟไทยตัวแทนแห่งสไตล์ที่ผสมผสานความมั่นใจและสมาร์ทลุค จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล อดีตมือ 1 ของโลก และแชมป์แอลพีจีเอ 4 รายการ มาพร้อมแนวการแต่งตัวที่แสดงถึงความทะมัดทะแมง ทั้งกางเกงขาสั้นและขายาว พร้อมเสื้อเข้ารูปโดยใช้สีเสื้อโทนหวานในการแข่งขันครั้งนี้ที่ช่วยเสริมบุคลิกของเธอให้ดูเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ แต่ไม่แข็งกร้าวจนเกินไป

แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ

นักกอล์ฟสาวดีกรีแชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ สวยอย่างมีสไตล์ไม่แพ้ใคร บางวันเธอดูเป็นสาวหวานด้วยเสื้อและกระโปรงสีหวานเข้าชุด บางวันดูเป็นสาวเปรี้ยวด้วยชุดแซกเข้ารูปที่เน้นความเป็นตัวตนของนักกีฬาแบบสมส่วน มัดผมไว้อย่างเรียบร้อย สวมหมวกใบเก่งเข้ากับใบหน้าและยังมีตัวตุ๊กตาคลุมหัวไม้สุดน่ารักเป็นที่จดจำของแฟนๆ

เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ

หันมาส่องแฟชั่นของนักกอล์ฟจากฝั่งสหรัฐอเมริกากันบ้าง เยลิมี โนห์ เจ้าของแชมป์ แอลพีจีเอแรก ฟาวน์เดอร์ส คัพ ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสีสันและลวดลายที่สะท้อนบุคลิก ทั้งดูเป็นมืออาชีพแต่สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งความรักในกีฬากอล์ฟ เสื้อผ้าของเธอเน้นความคล่องตัวและสวมใส่สบาย ทรงผมถักเปียหรือมัดเป็นคลื่นที่ดูเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยหมวกเปิดด้านหลังที่ช่วยให้ลุคของเธอโดดเด่นบนแฟร์เวย์ ถือเป็นการผสานแฟชั่นเข้ากับความเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพได้อย่างลงตัว

จินยอง โค เจ้าของสถิติครองมือ 1 ของโลกยาวนานที่สุด 163 สัปดาห์ และแชมป์เมเจอร์จากเกาหลีใต้ ปีนี้ เธอปรับการแต่งตัวให้ออกแนวพาสเทลมากขึ้น โดยเน้นสวมใส่กระโปรงสองแบบทั้งแบบสั้นและแบบสั้นปลายบานพร้อมสวมถุงเท้ายาว แต่เอกลักษณ์ของเธอซึ่งเป็นที่จดจำคือการสวมชุดสีขาวล้วนแบบออลไวท์ในการแข่งขันในวันสุดท้ายเสมอ

เยลิมี โนห์

มาดูแฟชั่นจาก ฮโย จู คิม นักกอล์ฟชาวเกาหลีใต้ซึ่งมีดีกรีแชมป์เมเจอร์อีกคน มักปรากฏตัวในชุดกางเกงขายาวที่ดูเรียบร้อยพร้อมทั้งหมวกและแว่นกันแดดสุดเท่ตลอดการแข่งขันซึ่งทำให้กลายเป็นสไตล์ประจำตัวของเธอที่แฟน ๆ กอล์ฟจดจำได้เป็นอย่างดี

ริโอะ ทากาเดะ

ลิน กรานท์

อายากะ ฟูรุเอะ

แอนนาเบล ดิมม็อค

ฮินาโกะ ชิบุโนะ

สำหรับ แอนนาเบล ดิมม็อค นักกอล์ฟสาวมั่นจากสหราชอาณาจักรก็เป็นที่จดจำในชุดเครื่องแต่งกายที่เน้นแนวสุภาพ ใช้เสื้อแขนยาวสีโทนดำ เทา ขาว น้ำเงิน เข้าชุดกับกางเกงขาสั้นหรือกระโปรง ดูงามสง่าตามสไตล์แฟชั่นจากเมืองผู้ดี

นอกเหนือจากนักกอล์ฟที่ยกตัวอย่างมาบางส่วนแล้ว การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ในปีนี้ ยังมีนักกอล์ฟชั้นนำจากหลายประเทศรวมทั้งหมด 72 คนมาดวลวงสวิงสุดเร้าใจ พร้อมนำเทรนด์แฟชั่นมาอวดโฉมแก่บรรดาแฟนกอล์ฟให้ได้ชมกันอีกด้วย นอกจากผู้ชมจะได้ลุ้นเกมกอล์ฟที่ตื่นเต้นเร้าใจและกิจกรรมสนุกในแฟนวิลเลจแล้ว ยังได้เพลิดเพลินกับแฟชั่นสุดชิคของบรรดานักกอล์ฟระดับโลกในการแข่งขัน  ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่ผ่านมาอย่างจุใจ

ลูอิส แฮมิลตัน แอมบาสเดอร์คนใหม่ของแบรนด์ lululemon

ลูอิส แฮมิลตัน แอมบาสเดอร์คนใหม่ของแบรนด์ lululemon

ลูอิส แฮมิลตัน แอมบาสเดอร์คนใหม่ของแบรนด์ lululemon

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.29 น.

lululemon  ประกาศเปิดตัว ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก Formula 1™ 7 สมัย ในฐานะแอมบาสเดอร์คนใหม่ของแบรนด์ โดย lululemon จะเป็นผู้สนับสนุนความต้องการในด้านการฝึกซ้อม การฟื้นฟูร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของลูอิสด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในคลาส ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบในอนาคต และร่วมกันทำงานเพื่อสังคมในระดับโลก

“ผลิตภัณฑ์ของ lululemon มีคุณภาพสูง สวมใส่แล้วดูดี และมีประสิทธิภาพตามที่ผมต้องการ” ลูอิสกล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่ใช้แนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราอยากร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจให้คอมมูนิตี้ของเราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”

ลูอิสโด่งดังในเรื่องความสำเร็จที่ไม่มีใครทัดเทียมบนสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการครองชัยชนะมากที่สุดในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ การขึ้นโพเดียมมากที่สุด และการได้ตำแหน่งในการออกตัวเป็นคันแรกมากที่สุด อีกทั้งยังมีสถิติเทียบเท่ากับการเป็นแชมป์โลก 7 สมัย นอกเหนือจากความสามารถด้านการแข่งรถแล้ว ลูอิสยังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านสไตล์การแต่งตัว และได้รับการยอมรับในเรื่องตัวเลือกด้านแฟชั่นที่กล้าหาญและมีอิทธิพลต่อวงการการออกแบบ นอกสนามแข่ง ลูอิสมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ทั้งเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยกในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตและอื่น ๆ ไปจนถึงความยุติธรรมทางสังคมทั่วโลก

“เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ต้อนรับลูอิสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ lululemon ในฐานะแอมบาสเดอร์คนใหม่ของเรา ลูอิสเป็นผู้พลิกเกมในทุกความหมายของคำนี้ ความมุ่งมั่นที่ไม่ลดละของเขาต่อการประสบความสำเร็จ การมีสุขภาวะที่ดี และการสร้างผลกระทบนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ lululemon ยึดมั่นอย่างแท้จริง” นิกกี้ นูเบอร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ lululemon กล่าว “เราตื่นเต้นที่จะได้เป็นพันธมิตรกับลูอิสเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก”

ในฐานะแอมบาสเดอร์ ลูอิสจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมวิจัยและพัฒนาของ lululemon เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยจะให้ข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคอลเลกชันเสื้อผ้ากีฬาและไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ศูนย์เพื่อการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมของ lululemon จะจับมือเป็นพันธมิตรกับ Mission 44 มูลนิธิระดับโลกของลูอิส เพื่อผนวกประสบการณ์ด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพจิตเข้ากับความพยายามในการสร้างอนาคตที่เท่าเทียมมากขึ้นให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่านการศึกษา การจ้างงาน และการส่งเสริมความสามารถ

ลูอิสจะได้รับการโปรโมตในแคมเปญระดับโลกที่กำลังจะมาถึงของ lululemon ที่ชื่อว่า “No Holding Back” แคมเปญนี้จะเน้นย้ำถึงความทุ่มเทที่จำเป็นในการเป็นแชมป์ ผ่านการฝึกฝนร่างกายและจิตใจอย่างเข้มงวดทุกวัน โดยมีไฮไลท์เป็นเสื้อผ้าเทรนนิ่งรุ่นล่าสุดสำหรับผู้ชายของ lululemon รวมถึงแฟรนไชส์ Metal Vent Tech อันเป็นที่รักของแบรนด์

สร้างชื่อระดับนานาชาติ 4 ผลงานสร้างสรรค์ในงาน BDW 2025 คว้ารางวัลจาก EPDA

สร้างชื่อระดับนานาชาติ 4 ผลงานสร้างสรรค์ในงาน BDW  2025 คว้ารางวัลจาก EPDA

สร้างชื่อระดับนานาชาติ 4 ผลงานสร้างสรรค์ในงาน BDW 2025 คว้ารางวัลจาก EPDA

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.27 น.

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 (Bangkok Design Week 2025) ที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการออกแบบไทยอีกครั้ง เมื่อ 4 ผลงานสร้างสรรค์ภายในเทศกาลฯ ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ‘The Best of Bangkok Design Week 2025’ จาก European Product Design Award (EPDA) ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์และส่งผลกระทบในเชิงบวก

ผลงานที่คว้ารางวัล ได้แก่ Sansiri Good Mood Pavilion จาก แสนสิริ พาวิลเลียนที่จำลองแนวคิดการออกแบบของแสนสิริ ผ่านดีไซน์ที่สะท้อนความใส่ใจในทุกมิติของชีวิต Pavilion แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจและพลังบวก ผ่านการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และผลงานของผู้ชนะโครงการ Artizen ที่รวบรวม 40 นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ใน 4 สาขาดีไซน์ ได้แก่ Photography, Illustration, Music Composition และ Product Design

Sansiri Good Mood Pavilion จาก แสนสิริ

 Tyvek® สร้างความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด จาก DuPont™ Tyvek®  วัสดุสิ่งทอจากเส้นใย HDPE ที่เป็นตัวเลือกใหม่สำหรับวงการออกแบบไทย ด้วยจุดเด่นเรื่องความเหนียว ทนทาน น้ำหนักเบา และสามารถรีไซเคิลได้ 100% Tyvek® ไม่เพียงช่วยลดขยะหลังจบเทศกาล แต่ยังเปิดโอกาสให้เหล่านักสร้างสรรค์นำไปต่อยอดในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่แฟชั่น บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงงานศิลปะ

Tyvek® สร้างความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด จาก DuPont™ Tyvek®

 500 Cubic Meters of Wind: The Art and Power of Designจาก HATARI x HABITS นิทรรศการที่มอบประสบการณ์แบบ immersive โดยความร่วมมือระหว่าง Hatari และ Habits Design Studio ที่นำเสนอแนวคิดการออกแบบที่ผสานฟังก์ชันและอารมณ์ ผ่านพลังของลมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการออกแบบที่ไม่เพียงแค่สร้างความงาม แต่ยังมอบประสบการณ์เชิงลึกที่เชื่อมโยงกับผู้ชมในทุกมิติ

500 Cubic Meters of Wind: The Art and Power of Designจาก HATARI x HABITS

หย่อมป่า: เชื่อมพื้นที่ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน จาก AP Thailand  นำเสนอโครงการ “หย่อมป่า” เพื่อคืนความสมดุลให้ธรรมชาติในกรุงเทพฯ พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมโยงนกและสัตว์นานาพันธุ์ให้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาพื้นที่สีเขียวที่ส่งเสริมชีวิตที่ดีกว่า

หย่อมป่า เชื่อมพื้นที่ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน จาก AP Thailand

ทั้งนี้ รางวัล ‘The Best of Bangkok Design Week 2025’ มีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย European Product Design Award (EPDA) ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ เพื่อยกย่องบุคคลหรือองค์กรที่รังสรรค์ผลงานการออกแบบที่โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พร้อมถ่ายทอดแนวคิดที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างน่าสนใจ

รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ในการเป็นผู้นำจัดเทศกาลสร้างสรรค์นานาชาติประภูมิภาคที่ใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งรางวัลดังกล่าวคัดเลือกจากองค์กรที่ร่วมแสดงผลงานกว่า 200 แห่ง นับเป็นเกียรติยศอันทรงคุณค่า ที่ช่วยขับเคลื่อนวงการออกแบบไทยให้เติบโตและขยายไปสู่วงกว้าง พร้อมเปิดโอกาสให้นักออกแบบทั้งรุ่นใหม่และผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมได้แสดงศักยภาพในระดับโลก

เทศกาลออกแบบกรุงเทพ 2568 (Bangkok Design Week 2025) จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” มุ่งเน้นการสร้างพลังบวกผ่านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองและเปิดโอกาสใหม่ในทุกมิติอย่างไร้ขีดจำกัด ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพในด้านสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกปัจจุบัน โดยในปีนี้เทศกาลฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ครอบคลุมพื้นที่สร้างสรรค์กว่า 7 ย่านหลัก ได้แก่ เจริญกรุง – ตลาดน้อย, เยาวราช – ทรงวาด, ปากคลองตลาด, พระนคร, ข้าวสาร – บางลำพู, บางโพ และหัวลำโพง รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าชมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 300,000 คน ตลอดระยะเวลา 16 วันของการจัดเทศกาลฯ

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: www.bangkokdesignweek.comFacebook/Instagram: bangkokdesignweekTwitter: @BKKDesignWeek, Line: @bangkokdesignweek

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

ดวงใจอาสา 200 ชีวิต ช่วยกันมอบชีวิตใหม่ ให้หัวใจอ่อนล้า 200 ดวง

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.15 น.

นับเป็นคอนเสิร์ตการกุศลที่แท้จริง คอนเสิร์ตการกุศล  Open Box for Open Heart  ทุกคนที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นผู้จัด ผู้ชม ผู้เล่น มีดวงใจดวงเดียว คือ “ดวงใจอาสา”กว่า 200 คน บรรลุเป้าหมายหาทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจผ่าตัดเร่งด่วน 200 ชีวิต

พญ.ปีนัชนี ชาติบุรุษ ประธานมูลนิธิดวงใจใหม่ พร้อมด้วย ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ ,นพ.จินดา โรจนเมธินทร์,อัญชลี จงคดีกิจ,ศรีวรา อิสสระ,ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณ และ วรรณวิไล อิงคสุวรรณ

พี่หมอบี๋ของน้องๆ และพี่ปุ๊ อัญชลี กับทีมดวงใจอาสา

ลักขณา นะวิโรจน์ ,ศจ.ดร.แพง ชินพงศ์ ,วิวรรณ กรรณสูต,ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์,พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์

2 อดีตนายก สวว. ดร.ณฤดี เคียงศิริ และ ชลลกา เก่งระดมยิง นัดมาชมคอนเสิร์ต พร้อมพี่ๆ เพื่อนๆวัฒนา เอิบจิต วิชยานนท์,ปองสม เรืองสวัสดิพงศ์ ,มณฑิรา โมชดารา ,ปรียา จุลกะรัตน์,วนิตา ยุกตะนันท์ และ พล.ร.ต.กมลา แสงไชย

“ดวงใจอาสา” ดวงแรกเริ่มจาก พญ.ปีนัชนี ชาติบุรุษ ประธานมูลนิธิดวงใจใหม่ ในฐานะนำทีมศัลยแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลราชวิถี ทนเห็นการรอคอยคิวผ่าตัดไม่ไหว ชักชวนเพื่อนร่วมอาชีพ บุคคลากรวิชาชีพ ทีมผ่าตัดหัวใจใช้เวลานอกเวลาราชการมาช่วยผู้ป่วยเร่งด่วนด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว  จากทุนทรัพย์ส่วนตัวสู่การเรี่ยไรเงินจากเพื่อนสนิทจากพี่น้องเพื่อนๆโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย  จากกองทุนช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจของคุณหมอจากผู้มีจิตศรัทธาโตขึ้น เป็นมูลนิธิดวงใจใหม่ เติบโตไวด้วยอาสาสมัครรุ่นน้อง นพพร อนันตสิน, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, จิตติมา สันทัดค้า และ วลัยพรรณ เพ็ญชาติ ชักชวนเพื่อนๆ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่

น้องๆ วัฒนารุ่น 105

คณะทำงานดวงใจอาสา

ทีม ธ.ยูโอบี ศันสนีย์ ตั้งกอบลาภ ,วนา พูนผล,จรัสศรี ศริ,วรรณวิไล  อิงคสุวรรณ และ รัชดา ตั้งหะรัฐ

งานคอนเสิร์ตการกุศลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ มีเหล่าศิลปิน คือ “ดวงใจอาสาสร้างความสุข” อัญชลี จงคดีกิจ ,ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณ ,วงศกร รัศมิทัต ,ป๊อด ธนชัย , จันทนีย์ อูนากูล และอีกหลายคน มีความสุขที่เป็นผู้ให้ทุกท่านยินดีและเต็มใจ นักดนตรีอาสาร้อยกว่าคน นำโดย วรรณวิไล อิงคสุวรรณ และ ธัญญา กิตตินันท์ วาทยากรระดับมือรางวัล 3 ท่าน จากวงดนตรี Open Box Orchestra ได้สนุกตื่นเต้นและสุขใจที่ได้เล่นเพลงยอดนิยม ในรูปแบบออเคสตร้า กับบทเพลง “หนึ่งเดียวคนนี้” ,“ปาฏิหาริย์”, “ใจสยิว”, “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด”, “สายชล ลองรัก” ,“Let it go” และเพลง “ใจ” เพลงที่ รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ ส่งต่อการให้แบบแยบยลผ่านความสุขจาก เสียงดนตรีและความจริงใจ แก่ผู้เยาว์

อัญชลี จงคดีกิจ และ วงศกร รัศมิทัต รับของที่ระลึกจากประธานมูลนิธิฯ และประธานที่ปรึกษา

จันทนีย์ อูนากูล  และ ผิงผิง สรวีย์ รับของที่ระลึก

ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณ และ ป๊อด ธนชัย รับของที่ระลึก

ผู้ชมทุกท่านและอีกหลายท่าน คือ อีกหนึ่ง “ดวงใจเมตตา” ที่สนับสนุนเงินบริจาคมากมาย มอบอาหาร น้ำดื่ม ห้างร้าน บริษัท บมจ. ธนาคาร ผู้บริจาคส่วนตัว ผู้ปกครองนักเรียน สิ่งที่ได้รับกลับไปวันนั้น คือ สิ่งเดียวกันคือความอิ่มเอมใจจากความสุขจาก “การให้”   เพื่อให้มูลนิธิดวงใจใหม่ช่วยผู้ป่วยมากกว่า 200 คนต่อไป  สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 021-265-450-7 

Maison Berger Paris คอลเลคชันเครื่องหอมบ้าน สร้างบรรยากาศความหอมแห่งรัก

Maison Berger Paris คอลเลคชันเครื่องหอมบ้าน สร้างบรรยากาศความหอมแห่งรัก

Maison Berger Paris คอลเลคชันเครื่องหอมบ้าน สร้างบรรยากาศความหอมแห่งรัก

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.05 น.

Maison Berger Paris (เมซอง แบร์เช่ ปารีส) ชวนมาสร้างบรรยากาศแห่งความรักภายในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วย 3-Selected Items คอลเลกชันเครื่องหอมสำหรับบ้านใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรักภายในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมดีไซน์ โทนสี และกลิ่นหอมที่สัมผัสถึงความโรแมนติกได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นชุดตะเกียงน้ำหอม ก้านกระจายความหอม เครื่องกระจายความหอมอัตโนมัติ

เครื่องกระจายความหอมอัตโนมัติ คอลเลคชัน EVANESCENCE พร้อมน้ำหอมกลิ่น Mystic Leather โดดเด่นด้วยดีไซน์ลวดลายพิมพ์บนตัวเครื่อง และฝาครอบสลักเงินให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย เติมเต็มทุกมุมบ้านด้วยความหอมและความสง่างาม ใช้งานสะดวกสบาย เสริมบรรยากาศหรูหราและบริสุทธิ์

ก้านกระจายความหอม คอลเลคชัน GEODE แนะนำสี Paprika พร้อมน้ำหอมกลิ่น Land of Spices มีความเผ็ดและสดชื่น ผสานอย่างลงตัวกับความอ่อนโยนและนุ่มนวลของโน้ตหนังกลับ มีกลิ่นดอกกุหลาบที่เข้มข้น เสริมด้วยลูกพลัม   

ชุดตะเกียงน้ำหอม คอลเลคชัน TERRA แนะนำสี Rouge สุดโมเดิร์นด้วยรูปทรงสามเหลี่ยมกลับหัว พร้อมน้ำหอมกลิ่น Black Angelica แสนลึกลับของดอกไม้เปี่ยมเสน่ห์    

เปิดประสบการณ์เครื่องหอมบ้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Maison Berger Paris ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ พร้อมเติมเต็มทุกบ้านด้วยกลิ่นหอมพร้อมโปรโมชันมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ร้าน Maison Berger Paris และช่องทางออนไลน์ Facebook: MaisonBergerThailand, LINE: @maisonbergerthai, IG: maisonbergerthailand, http://www.maisonbergerthailand.com, Lazada, Shopee, ShopSabuy และ Tiktok หรือ โทร. 02-672-2088

บิสก็อตติ ต้อนรับเชฟ Giuseppe Bonura พร้อมเสิร์ฟอิตาเลียนร่วมสมัย

บิสก็อตติ ต้อนรับเชฟ Giuseppe Bonura พร้อมเสิร์ฟอิตาเลียนร่วมสมัย

บิสก็อตติ ต้อนรับเชฟ Giuseppe Bonura พร้อมเสิร์ฟอิตาเลียนร่วมสมัย

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.58 น.

บิสก็อตติ (Biscotti) ร้านอาหารอิตาเลียนระดับตำนานกว่า 40 ปี ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ  ต้อนรับ เชฟจูเซปเป โบนูร่า (Giuseppe Bonura) หัวหน้าพ่อครัวชาวอิตาเลียนคนล่าสุด พร้อมรังสรรค์เมนูอิตาเลียนร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นอิตาเลียนแบบดั้งเดิม ผสานด้วยวัตถุดิบจากฟาร์มในเมืองไทย เพื่อความหลากหลายและความยั่งยืนของอาหาร

เชฟจูเซปเป โบนูร่า (Giuseppe Bonura)

เชฟจูเซปเป โบนูร่า เคยทำงานที่ร้านอาหาร San Pietro Ristorante Italiano & Pizzeria และ Bistrotheque ลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงโรงแรมระดับหรูอย่าง Rosewood London และ Rosewood Phuket ซึ่งเชฟสะสมประสบการณ์ทั้งด้านเทคนิคและการปรุงอาหารอิตาเลียนมาอย่างดี และพร้อมนำเสนอให้กับนักชิมได้ลิ้มรสความอร่อยที่บิสก็อตติแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากเชฟจูเซปเป โบนูร่า จะโดดเด่นในด้านการทำโฮมเมดพาสต้ารสชาติแบบต้นตำรับ ที่มีเส้นให้เลือกหลาหลายแล้ว ยังสร้างสรรค์เมนูซีฟู้ดเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัมผัสกับรสชาติของแคว้นซิซิลีบ้านเกิดอีกด้วย นอกจากนี้ ยังคัดสรรวัตถุดิบจากโฟาร์มชั้นนำในประเทศไทย อาทิ “ฟาร์ม คุณตา” (KhunTa Farm) เนื้อวัวออร์แกนิกคุณภาพระดับพรีมียมคัดพิเศษทั้งของไทยรวมทั้งนำเข้าจากอิตาลี เช่น เมนู Beef Tartare ท็อปด้วยทรัฟเฟิล และครีมบูร์ราต้า เป็นต้น

เมนูใหม่ในช่วงเปิดตัวเชฟจูเซปเป โบนูร่า ต้องห้ามพลาดคือ Panzanella Alla Siciliana สลัดมะเขือเทศออร์แกนิกสไตล์ซิซิเลียน เสิร์ฟพร้อมอัลมอนด์ครีมและหอมแดงบัลซามิก เน้นความสดชื่น, Risotto AI Branzino รีซอตโต ท็อปด้วยปลากระพงย่าง, Gnocchi Ai Funghi Selvatici โฮมเมดญ็อกกี้ เมนูในความทรงจำวัยเด็กของเชฟ เพิ่มรสชาติด้วยเห็ดป่า โรยพาร์มีซานชีส ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีของหวานยอดนิยมจากแคว้นซิซิลีอย่าง Mandarin Cannolo แคนโนลีกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้รีคอตต้ารส้มสด, เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมเฮเซลนัท และไอศกรีมรสโยเกิร์ต อีกด้วย

ห้องอาหารอิตาเลียน บิสก็อตติ (Biscotti) โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เปิดให่บริการมื้อกลางวัน เวลา 12:00-14:30 น. และมื้อเย็น เวลา 18:00-22:30 น. สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร.0-2431-9497

FENDI Mamma Baguette โฉมใหม่ บนรันเวย์ Spring/Summer 2025

FENDI Mamma Baguette โฉมใหม่ บนรันเวย์ Spring/Summer 2025

FENDI Mamma Baguette โฉมใหม่ บนรันเวย์ Spring/Summer 2025

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.55 น.

FENDI เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Mamma Baguette อีกครั้ง บนรันเวย์ของคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 ถูกปรับโฉมในรูปแบบใหม่ให้มีความนุ่มนวลและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการแสดงออกถึงมรดกอันยาวนานของเมซง และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวในครั้งนี้ทางเมซงได้ร่วมมือกับศิลปินป๊อปสตาร์สาวชาวบริติชอย่าง Jade Thirlwall (เจด เธิร์ลวอลล์) ผู้ซึ่งนำพลังอันเปี่ยมล้นของเธอมาสู่แคมเปญ โดยถ่ายทำและกำกับโดยคู่หูดูโออย่าง Scandebergs พร้อมทั้งนำเสนอเพลงใหม่ล่าสุดอันน่าตื่นตาตื่นใจของ Jade (เจด) ซึ่งถือเป็นการพรีวิวเพลงใหม่ของเธอในแคมเปญนี้ของ FENDI โดยเฉพาะ

039

AVALON X ANETA GAJOS เชื่อมโยงศิลปะไทย – โปแลนด์ หนุนจิวเวลลี่ไทยสู่เวทีโลก

AVALON X ANETA GAJOS เชื่อมโยงศิลปะไทย - โปแลนด์ หนุนจิวเวลลี่ไทยสู่เวทีโลก

AVALON X ANETA GAJOS เชื่อมโยงศิลปะไทย – โปแลนด์ หนุนจิวเวลลี่ไทยสู่เวทีโลก

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.52 น.

ธันยพล คงวิทยากิจจ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มณีมงคล เจมส์ แฟคตอรี่ จำกัด เจ้าของแบรนด์จิวเวลลี่สัญชาติไทย AVALON ร่วมกับ ANETA GAJOS ศิลปินระดับนานาชาติจากโปแลนด์ จัดเวิร์กช็อป “One Line Drawing & Art Jewelry” ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ตอกย้ำแนวคิดการเชื่อมโยงศิลปะกับเครื่องประดับไทยในระดับนานาชาติ

ธันยพล คงวิทยากิจจ์, ANETA GAJOS, สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ รอง ผอ. GIT และ ธิดารัตน์ คงวิทยากิจจ์

ธันยพล คงวิทยากิจจ์ CEO AVALON

ANETA GAJOS แชร์เทคนิคการวาดลายเส้นเพื่อการออกแบบที่สวยงาม

เวิร์กช็อปนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง AVALON และ ANETA GAJOS ศิลปินระดับนานาชาติจากโปแลนด์ ที่นำเทคนิค One Line Drawing ซึ่งเป็นศิลปะการวาดเส้นต่อเนื่องที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมพลัง มาผสานเข้ากับแรงบันดาลใจจาก ดอกพิกุล ดอกไม้ไทยโบราณที่เป็นสัญลักษณ์แห่ง ความมั่นคง ความรุ่งเรือง และความงามเหนือกาลเวลา เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยที่สามารถเข้าถึงได้ในระดับสากล

Black – Spring Body คอลเลคชั่นที่ใช้เทคนิคลิโนคัทในสไตล์อาร์ตนูโว ถ่ายทอดความงามและพลังของผู้หญิงผ่านเส้นสายศิลปะที่ประณีต

ผลงานของวิทยากร ANETA GAJOS

ความสำเร็จของเวิร์กช็อปนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ที่เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของเครื่องประดับไทย

เวิร์กช็อปนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริม Soft Power ไทย ในการเผยแพร่ เครื่องประดับไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านการผสมผสานศิลปะไทยเข้ากับมุมมองร่วมสมัยระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ AVALON ที่มุ่งเน้นการ เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และเครื่องประดับไทย เข้ากับศิลปินระดับโลก เพื่อนำเสนอผลงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง

AVALON ยังคงเดินหน้าพัฒนากิจกรรมและคอลเลกชันที่สะท้อนถึงความงดงามของศิลปะไทย พร้อมขับเคลื่อนเครื่องประดับไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการออกแบบ

ติดตามกิจกรรมและผลงานของ AVALON ได้ที่ www.avalonjewel.com และ Facebook: AVALON Jewelry

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 07.15 น.

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผยหากมีอาการปวดคอร่วมกับอาการปวดร้าวลงแขน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เร่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย รักษาช้าไม่ตรงจุด เสี่ยงพิการถาวร

นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระดับคอมีการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติ และทำให้เกิดการกดเบียดเส้นประสาท หมอนรองกระดูกคอมีโอกาสเสื่อมก่อนวัยได้ จากการใช้งานคอหนักๆทั้งการก้มเงยแบบสุดๆ หรือการโยกคอแรงๆ หรือการก้มหน้าทำงานในยุคปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นการใช้งานหมอนรองกระดูกคออย่างหนักทั้งสิ้น

หากคุณรู้สึกตึงๆ ที่หลังคอ ปวดหัวบริเวณท้ายทอย ปวดที่บริเวณสะบักร้าวลงแขน ชาที่นิ้วมือ หรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต มืออ่อนแรง ติดกระดุมไม่ได้ ทานยามานานเกินกว่า 1 เดือน แล้วไม่หาย นี่คือสัญญาณเสี่ยงของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หากปล่อยให้เกิดการกดทับไว้นานเท่าไหร่ จะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของแขนและเสียการทรงตัวได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และประเมินหาแนวทางรักษา

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากอุบัติเหตุการกระแทกรุนแรง หรือเกิดจากการเดิน ยืนนั่งที่ผิดท่า หรือการเล่นกีฬาผิดวิธี การนั่งทำงานหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งการก้มเงยศีรษะ หันหรือบิดคออย่างรวดเร็วรุนแรงจะทำให้เกิดแรงกดไปยังหมอนรองกระดูกคอมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักมาก และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย

สำหรับการวินิจฉัย หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยานานกว่า 1 เดือน แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคอและระบบประสาทส่วนคอ ร่วมกับการวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยการทำ X-RAY ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้แพทย์จะตรวจระบบประสาทส่วนคอด้วยการทำ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ปัจจุบันมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัยและช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.อาการไม่รุนแรงมาก อันดับแรกหากมีอาการปวดให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะใช้ยาแก้ปวดร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาการอาจจะดีขึ้นตามลำดับภายในไม่กี่สัปดาห์

2.ผู้ป่วยที่มีข้อบงชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน รักษาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขน ชาหรืออ่อนแรง ที่มือและแขน ที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาท หรือ ไขสันหลังส่วนคอ

การผ่าตัดมีหลายวิธี แต่วิธีใหม่แบบ Minimally lnvasive Spine Surgery หรือ MIS Spine คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อขยายช่องกระดูกสันหลังส่วนคอ และทำการนำกล้องเอ็นโดสโคป ที่มีความละเอียดสูงเข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา และขยายโพรงเส้นประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ลดการกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วผู้ป่วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัด ของแพทย์เพื่อการหายอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหมอนกระดูกสันหลังส่วนคอ ด้วยเทคนิคแบบ PSCD ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นจึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางควบคู่ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลาย และจะพบได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่รักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร.02-0340808