‘แจ็ค’ลุยหนังเรื่องที่ 2 ควบตำแหน่ง โปรดิวเซอร์-ผู้กำกับ’Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง’

'แจ็ค'ลุยหนังเรื่องที่ 2 ควบตำแหน่ง โปรดิวเซอร์-ผู้กำกับ'Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง'

‘แจ็ค’ลุยหนังเรื่องที่ 2 ควบตำแหน่ง โปรดิวเซอร์-ผู้กำกับ’Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.08 น.

หลังจากที่เมื่อ 3 ปีก่อนเคยประสบความสำเร็จกำกับภาพยนตร์ “แดงพระโขนง” ร่วมกับเพื่อนสนิท  เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ โกยรายได้ไป 70 ล้านบาท ล่าสุดตลกพ่อลูกอ่อน แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์  ขึ้นแท่นโปรดิวเซอร์และผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ในชีวิตอย่าง “Food Truck รัก(ลัก) หมูเด้ง” เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แม็คโก กรุ๊ป ลิมิเต็ด จำกัด, บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด  โดยมี บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด จัดจำหน่าย

งานนี้ผู้กำกับ แจ็ค-เฉลิมพล  ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท คุณแม่แจ็ค จำกัด และ คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด ถือฤกษ์งามยามดี เวลา 8.49 น. ร่วมทำพิธีบวงสรวง ณ วัดชินวรารามวรวิหาร ปทุมธานี พร้อมเปิดตัวนักแสดงระดับซุป’ตาร์ ได้แก่ มาริโอ้ เมาเร่อ, แจ๊ส ชวนชื่น, หม่ำ จ๊กม๊ก และนักแสดงเด็กอย่าง น้องโทลเวย์-ด.ช.วราวิชญ์ จันทะเมนชัย, น้องชุณห์-ด.ช.ปัชชุน หิรัญประทีป และ น้องดีดี-ด.ญ.ดีดีด์ เปี่ยมวิริยะกุล สำหรับ “Food Truck รัก (ลัก) หมูเด้ง” เป็นโปรเจกต์ที่หนุ่มแจ็คลุยปั้นเองด้วย 2 มือจริง ๆ เพราะไหว้วานขอให้ 2 เพื่อนรักอย่าง พระเอกชื่อดัง มาริโอ้ เมาเร่อ และซุป’ตาร์ตลกชื่อดัง แจ๊ส ชวนชื่น และ หม่ำ จ๊กม๊ก มาแสดงนำในหนังเรื่องนี้ แถมยังได้ผู้กำกับที่ตัดสายสะดือในวงการบันเทิงของแจ็คอย่าง บอล-วิทยา ทองอยู่ยง มาเป็น Co-Producer ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 22 ปี และได้ผู้กำกับเพื่อนซี้อย่าง เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ร่วมกำกับด้วยเช่นเดิม

014

‘ทอย ปฐมพงศ์’เปิดใจชีวิตเปลี่ยนไปหลังบวช เขินหน้าแดง ซุ่มคบสาวนอกวงการ 4 เดือน

'ทอย ปฐมพงศ์'เปิดใจชีวิตเปลี่ยนไปหลังบวช เขินหน้าแดง ซุ่มคบสาวนอกวงการ 4 เดือน

‘ทอย ปฐมพงศ์’เปิดใจชีวิตเปลี่ยนไปหลังบวช เขินหน้าแดง ซุ่มคบสาวนอกวงการ 4 เดือน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.01 น.

“ทอย ปฐมพงศ์” พระเอกสุดหล่อหน้าใสจากช่องวัน 31 วันนี้ขอเปิดใจหลังสึกจากบวชเป็นพระ ที่เจ้าตัวบอกว่าการบวชครั้งนี้เหมือนเปลี่ยนชีวิต พร้อมเล่าเส้นทางในวงการกว่า 10 ปี ที่เกือบไม่ได้เป็นนักแสดงแล้วเพราะกลัวโดนหลอก  และเปิดสถานะหัวใจเป็นที่แรก ยอมรับว่าตอนนี้หัวใจไม่ว่างแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 

สึกมาสดๆ ร้อนๆ เดือนเดียวที่เพิ่งสึกออกมา หนึ่งเดือนเป็นยังไงบ้าง?

ทอย : “ก็ดีครับ ก่อนคิดจะบวช เราก็ไม่รู้ว่าเราต้องการอะไร เราไม่เคยบวชมาก่อน เหมือนเป็นจุดเช็กพอยท์ในชีวิตเฉยๆ ว่าเราก็อยากบวช เพราะเราเรียนจบแล้ว เราแค่อยากบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ก็ไปด้วยความรู้สึกแค่นี้เอง แต่ไปถึงก็อยากหาความสงบ” 

จากตอนแรกตั้งใจไว้ 15 วัน ทำไมเลยมาเป็น 20 วัน?

ทอย : “เราเพิ่งเจอความสงบเมื่อผ่านไป 10 กว่าวัน ก็เลยรู้สึกว่าเราอยากอยู่ต่ออีกหน่อย”

ความสงบคืออะไร?

ทอย : “พอเป็นคนธรรมดาปกติ ไม่มีงานเราก็เล่นมือถือ หรือมีงานก็มีคนโทรตามอยู่แล้ว พออยู่ในวัดไม่มีใครตามเราได้ เพราะเราออกจากวัดไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ในหัวคิดแค่ว่าวันนี้ต้องเรียนอะไร เวลาคุยกับพระในวัดเขาก็จะคุยเรื่องธรรมะปนชีวิตไปด้วย”

โซเชียลเบรกไปเลยมั้ย?

ทอย : “สิบวันแรกผมแตะมือถือน้อยมาก พยายามจะห่าง เพราะจุดประสงค์ที่ไปบวชเราอยากห่างจากโซเชียลด้วย เราเป็นคนติดมือถือมาก”

จริงๆ อยากบวชเป็นเดือน แต่ติดภารกิจ วงการเรียกตัวกลับมา?

ทอย : “จริงๆ เหมือนวัดในคณะผม เขาจะมีการขิงว่าคนนี้บวชเท่าไหร่ บวชนานก็เป็นเรื่องที่ดี ขิงกันไปขิงกันมา เราก็เลยคิดว่าเฮ้ย เราอยากบวชเดือนนึง บวชสักเดือนก็คงดีมั้ง แต่ว่างานเราด้วย ผมก็ไม่เคยบวช เพิ่งรู้ว่ามีวันโกน พระต้องโกนผมเรื่อยๆ กลายเป็นว่าผมก็ยิ่งห่างจากงานไปเรื่อยๆ ก็เลยคิดว่าสักประมาณี้กำลังดี ผมเจอวันโกนไปแล้วรอบนึง”

ห่างโซเชียลแล้วเป็นยังไง?

ทอย : “ดีนะ ผมไม่ต้องมานั่งคาดหวัง ไม่ต้องมานั่งคิดอะไร ได้อยู่กับตัวเอง นอกจากเราสงบกายแล้ว เราก็สงบใจ ไม่ต้องมานั่งลงรูป ปล่อยใจตัวเองให้อยู่นิ่งๆ ตอนที่ไม่ได้บวช เวลาว่างเราก็อยากมีอะไรทำ พอบวชมันกลายเป็นว่าพอว่างก็ไม่ได้อยากทำอะไร เราอยู่กับตัวเองได้ สามารถยืนมองต้นไม้ มองนกไปเรื่อยๆ สงบขึ้น”

ฉายาทางธรรมปฐมวํโส แปลว่าอะไร?

ทอย : “จริงๆ ตรงกับชื่อผม ผมชื่อปฐมพงศ์ ประมาณคนแรกของวงศ์ตระกูล อันดับหนึ่ง ชื่อตรงกับฉายา เพราะชื่อจริงๆ ผมก็เป็นพระตั้ง มันก็เลยไปทางนี้”

อยากบวชวัดป่า ทำไมมาเป็นวัดบวรฯ?

ทอย : “อย่างที่บอกผมโฟกัสความสงบอย่างเดียว ก็เลยตั้งต้นว่าอยากจะบวชวัดป่า แต่พอไปปรึกษาพี่นุ้ย สุจิรา เขาบอกว่าไม่เผื่อคนอื่นมาหาเลยเหรอเวลาบวช บวชกรุงเทพฯ ก่อนมั้ย(หัวเราะ) ไหนๆ บวชทั้งที บวชวัดหลวงไปเลย พอไปบวชเราต้องมีเรียนก่อนอย่างน้อย 15 วัน  เราเลยไปไหนไม่ได้ พอบวช 15 วันไปแล้ว ก็ฟังประสบการณ์จากพี่ๆ ที่บวชไปก่อนหน้าเรา เป็นวัดป่า ก็เป็นประสบการณ์ที่ลี้ลับมาก เลยตัดสินใจไม่ไปไหนดีกว่า (หัวเราะ) เราได้ยินมาตลอดเวลาบวช อาจารย์จะถามว่าเจอผีมั้ย พระใหม่บุญเยอะ คืนแรกบวชไปผมนอนไม่ได้เลย ไม่ได้เจอนะ กังวลกลัวเจอ ปกติเรานอนที่บ้านจะเป็นสถานที่เดิมๆ ยิ่งม่านก็จะปิดทึบแทบมองไม่เห็นอะไรเลย แต่กุฏิเขาจะมีช่องแอร์ ช่องไฟ เวลาพลิกตัวขึ้นมา เอ๊ะ มีหรือเปล่าวะ เราก็กังวล (หัวเราะ) ขนาดอยู่ในเมืองยังขนาดนี้ ผมอยู่ด้วยความกังวลไปแล้ว เหมือนผ่านเวลาไป มีพระไปวัดป่า เป็นรอบๆ วนไปวนมา เราก็ยังอยากไปอยู่นะ เขาก็บอกว่าไปเลย ดีมาก วันแรกก็ผีมาเลย ผมก็เลยไม่ไปแล้ว เปลี่ยนใจ จากนั้นเลยไม่ไปแล้ว”

กลัวผีเหรอ?

ทอย : “กลัวผีมาก แต่ชอบดูหนังผีนะ ชีวิตจริงหลังๆ เจอผี เห็นเป็นคนยืนอยู่ เหมือนในหนัง กระพริบตาหันไปอีกทีก็ไม่มีแล้ว ผมเจอก่อนบวชเมื่อไม่นาน ผมเพิ่งมาเห็นปีท้ายๆ นี่เอง”

ช่วงแรกปรับตัวยาก ยังไง?

ทอย : “พอเป็นพระ ก็ปฏิบัติไม่เหมือนเรา หลักๆ ไม่กินข้าวเย็น เป็นเรื่องความหิวตอนเย็น และหลักๆ คือเรื่องความสำรวม เราเป็นพระใหม่ บางทีเข้าไปเราก็ยังคุยเล่นกับพระพี่เลี้ยง ซึ่งเสียงดัง มันต้องสำรวม พอบิณฑบาต เจอคนรู้จัก เราหันไปยักคิ้วอะไรแบบนี้ซึ่งมันไม่ได้ มันไม่งาม ไม่สำรวม เราต้องเคร่งมองบาตร เอาผ้าปิด มองแค่ระยะพื้น”

หลุดทำมั้ย?

ทอย : “โชคดีที่เราเป็นนักแสดง (หัวเราะ) แต่ในใจก็อยากทักว่ามาเช้านะ ปกติไม่เห็นตื่นเช้า อยากแซว แต่มันทำไม่ได้”  

กิจวัตรพระใหม่ที่บวชแต่ละวันทำอะไรบ้าง?

ทอย : “ทำวัตรเช้าและทำวัตรค่ำ ที่วัดผมไม่มีทำวัตรเย็น ทำวัตรค่ำเลยแล้วนั่งสมาธิ ตอนกลางวันถ้าพระใหม่ก็จะมีเรียนธรรมะ แต่เป็นธรรมะเหมือนประยุกต์ คนบวช 15 วันเขารู้อยู่แล้ว ต้องกลับไปใช้ชีวิตปกติ บางวิชาก็ประยุกต์เพื่อออกไปแล้ว ใช้ชีวิตยังไงต่อ เหมือนเอาธรรมะสอดแทรกกับชีวิตปัจจุบันมากกว่า เหมือนคนทั่วไปไปฟังธรรมะเขาไม่ได้สอนแบบลงลึกขนาดบาลี แค่ฟังเทศน์”

เราได้อะไรจากการเป็นพระ?

ทอย : “หลักๆ ผมได้ความสงบ ใจเย็น พอใจเย็นทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น อย่างน้อยที่สึกมา 1 เดือน รู้สึกตัวเองใจเย็นขึ้น นิ่งขึ้น เจออะไรเราก็ใจเย็น เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้ใจร้อนขนาดนั้นเรามีสติมากขึ้น ผมว่าหลักๆ ต่อให้ถามพระ พระท่านก็บอกว่าสติสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรือเจอเรื่องอะไร มันก็จะง่ายขึ้น”

บวชหาความสงบ และบวชทดแทนคุณ คุณพ่อคุณแม่ด้วย วันแรกคุณพ่อคุณแม่มาตักบาตรรู้สึกยังไงบ้าง?

ทอย : “เป็นเรื่องน่าแปลกมาก ตั้งแต่ผมบวชวันแรก ผ่านไปเป็นอาทิตย์ เวลาเจอคนมาใส่บาตร ไม่ได้รวมแค่พ่อแม่ รวมคนอื่นๆ ด้วย ผมจะรู้สึกตื้นตันแบบบอกไม่ถูก หนึ่งเป็นคนรอบตัวที่เรารู้จักอยู่แล้ว อย่างบางคนที่อยากจะแซวเพราะเขาไม่เคยตื่นเช้าเลยนะ อย่างพ่อแม่ผม ไม่ได้ตื่นเช้าขนาดใส่บาตร พ่อตื่นเช้าแต่ไม่ได้ตื่นมาใส่บาตร แม่ก็ตื่นสายๆ หน่อย แต่นี่เขามาเกือบทุกวัน บ้านผมกับวัดก็ไม่ได้ใกล้กันด้วย เราเลยรู้สึกว่าเราตื้นตัน” 

ตอนเปลี่ยนชุดบวชพระครั้งแรกแล้วพ่อแม่มากราบรู้สึกยังไง?

ทอย : “ทำตัวไม่ถูก มันตื้นตัน เหมือนเราอยากจะร้องไห้ออกมา แม่ก็น้ำตาคลอ พอบอกว่าทดแทนบุญคุณพ่อแม่ เราก็ไม่รู้ว่ามันต้องจับต้องยังไง จนเห็นจริงๆ วันที่เรานุ่งผ้าเหลืองแล้ว เรารู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำสิ่งนี้”

อนาคตอยากบวชอีกมั้ย?

ทอย : “จริงๆ พระที่วัดก็ชวนไปบวชอีกรอบ บวชให้เข้าพรรษาเลย 3 เดือน แต่ตอนนี้เรามีหน้าที่การงาน ผมเองก็เป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย เราต้องทำพาร์ตนี้ให้ดีก่อน เราไม่รู้ว่าอนาคตจะอยากบวชอีกหรือเปล่า แต่ตอนนี้ที่เราได้คือเราอยากทำบุญมากขึ้น เราสบายใจในการไปวัดมากขึ้น”

งานในวงการ เคยทำงานกับดีเจพุฒ?

ทอย : “นานมาก น่าจะ 8-9 ปี”

ดีเจพุฒ : “เจอน้องครั้งแรกตอนประมาณ 20 ตอนนี้น้องน่าจะ 30 ต้นๆ”

ทอย : “เจอเรื่องคลับฟรายเดย์ ไม่ใช่แค่ผมเด็กนะ พี่พุฒก็เด็กมาก (หัวเราะ)”

ตอนนั้นกับตอนนี้นิสัยเหมือนกันมั้ย?

ดีเจพุฒ : “เขาก็เจนโลกมากขึ้น มีชีวิตมีกราฟขึ้นลงมากขึ้น เจอครั้งแรกเป็นเด็กที่ใสมาก น่ารักมาก คนในกองเรียกเขาหมูหวาน” 

ทอย : “เป็นฉายาผมตั้งแต่เรียนมัธยม ผมอ้วนมาก่อน แล้วหน้าหวาน เขาก็เรียกผมหมูหวาน”

ดีเจพุฒ : “เป็นคนเรียบร้อยมาก มากับคุณแม่ คนมีความสุขที่สุดคือผู้กำกับ พี่กู่ เอกสิทธิ์ เขาจะมีความสุขมาก ทอยดีมาก อีพุฒขอตรงนี้อีกทีนะ เล่นให้มันดีๆ หน่อย (หัวเราะ)”

ทอย :   “ตอนนี้ผมเริ่มไปยืนแทนที่พี่แล้ว (หัวเราะ) พี่พุฒก็เหมือนเดิม เป็นพี่ที่น่ารัก ทำให้รีแลกซ์” 

พูดความจริงได้นะ?

ทอย : “มันออนแอร์อยู่ครับ (หัวเราะ)” 

ดีเจพุฒ :   “ทอยจะแลกอะไร ทอยต้องคิดดีๆ นะ(หัวเราะ)” 

 ทอย : “ไม่กล้าแลกด้วยสิ น่ารักครับ พี่พุฒน่ารักมากครับ (หัวเราะ)”

 ดีเจพุฒ : “ความลับเยอะซะด้วยสิ”

 ก่อนเข้าวงการ มีความกลัวอะไร?

ทอย : “ไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น จริงๆ แม่อยากให้เข้าวงการ จุดเริ่มต้นมาอยู่แกรมมี่ ต้อยย้อนกลับไปสิบปีที่แล้ว อินสตาแกรมทุกคนไม่ได้เชี่ยวชาญหรือชัดเจนแบบนี้ ว่าคนนี้เป็นออฟฟิเชียลหรืออะไร เป็นเพจแกรมมี่นี่แหละทักไปว่าช่วยมาเก็บโปรโฟล์ได้มั้ย เผื่อมีงานจะได้ส่งแคส แต่ก่อนเหมือนกึ่งดูแลศิลปิน ไม่ได้เป็นช่องขนาดนี้ ผมก็เปิดไอจีไปแล้วคิดว่าปลอมแน่เลยว่ะ ไม่ตอบ กลัวโดนหลอก อ่านแล้วไม่ตอบ เมินเขาไปเลย ผมก็หายไปเลย เขาก็บอกผ่านเพื่อนมหาวิทยาลัยมาอีกที ที่เคยไปเก็บโปรไฟล์ว่าเป็นของจริงนะ ช่วยมาบอกผมหน่อยว่าเขาของจริงนะ นั่นคือจุดเริ่มต้นได้เข้าสู่จีเอ็มเอ็มแกรมมี่”

งานชิ้นแรกที่ได้ทำ?

ทอย : “รายการเรียลลิตี้ ที่เป็นผู้ชาย 8 คน พี่เอกกี้เป็นพิธีกร สมัยเมื่อนานมาแล้ว เริ่มเปิดช่องใหม่ๆ เหมือนเอาพวกผม 8 คนมาทำเรียลลิตี้โนสคริปต์ เหมือนเอาหนูปล่อยเข้าไปแล้วทุกคนคาแรกเตอร์ก็จะออกไปคนละแบบ บังเอิญ 8 คนคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกันเลย ทำให้คนดูชื่นชอบ คาแรกเตอร์ผม คนชอบมองว่าผมเป็นคนหน้าตาเรียบร้อย เนี้ยบๆ หน่อย ตอนนั้นอายุ 19 ครับ”

ผันตัวมาอยู่ในละครได้ไง?

ทอย : “พอได้ทำรายการนี้ เราเป็นเด็กสังกัดช่อง เขาก็มีงานให้เราทำ ถ้าจำไม่ผิด ผลงานแรกเป็นคลับฟรายเดย์ เพื่อนรักเพื่อนร้าย พี่กิ๊บซี่ พี่สายป่าน พอเราเล่นปุ๊บ ก็มีคนจำเราได้จากตรงนั้น แล้วก็ได้เล่นละครยาวไปเลย” 

ขึ้นมาเป็นพระเอกช่องวันเต็มตัว บทบาทไหนที่อยากเล่น?

ทอย : “อยากเล่นซิตคอม ส่วนใหญ่บทที่ได้เป็นดรามา อยากเปลี่ยนคาแรกเตอร์บ้าง ถ้าบทซิตคอมไหนว่างก็ว่างนะครับ อยากร่าเริงบ้าง (หัวเราะ)” 

ตอนเด็กแสบมั้ย?

ทอย : “เป็นเด็กกิจกรรม ไม่ใช่เด็กเรียนแน่นอน เราก็จอยๆ กับเพื่อน เป็นเด็กปกติทั่วไป ไม่ได้เกเรสุด มีโดดเรียนบ้าง”

ตอนเด็กๆ อ้วนมาก?

ทอย : “ใช่ครับ เราทำกิจกรรมกลางแจ้งเยอะ ทั้งอ้วนและผิวคล้ำ เพื่อนเลยแซวว่าหมูหวาน แต่โชคดีไม่มีใครบูลลี่ผม เราเป็นเด็กกลางๆ ไม่มีใครบูลลี่เราได้ เพราะเราแกล้งเขาก่อน (หัวเราะ)” 

ตอนนั้นไปจีบสาว เป็นไง จีบติดมั้ย?

ทอย : “จีบไม่ติดครับ เป็นเรื่องปกติ เราอ้วนไง คนก็ไม่ได้ชอบเราขนาดนั้น” 

ความรักเป็นอย่างไร? 

ทอย : “สถานะตอนนี้ก็ยังปกติอยู่ แต่ก็มีคนคุยบ้าง”

ในหรือนอกวงการ?

ทอย : “นอกวงการครับ อายุไล่ๆ กัน”

ชอบเขาที่อะไร?

ทอย : “ขอไม่ตอบครับ (หัวเราะ) พอโตขึ้นเราอยากโฟกัสเรื่องแบบ.. งานก็ส่วนนึง แต่คนที่เข้าใจกันและซัปพอร์ตกันมากกว่า ไม่ต้องหวือหวา” 

เข็ดกับคนในวงการ?

ทอย :   “ไม่เกี่ยวครับ ความรักผมไม่เคยโฟกัสว่าจะนอกหรือใน เราโฟกัสคนที่เข้าใจเรา เวลาด้วย เพราะการทำงานของเรามันไม่เป็นเวลา บางทีเราทำงานไม่เป็นเวลา เราทำงานเหนื่อย เราเจอบทละคร ดรามา เราต้องการคนเข้าใจมากกว่า”

คุยกันนานหรือยัง?

ทอย : “ประมาณ 3-4 เดือนครับ”

 หวานแค่ไหน?

ทอย : “ไม่ค่อยหวาน ฟีลเป็นเพื่อนกันมากกว่า อย่างที่บอกเราต้องการคนเข้าใจและซัปพอร์ตกัน มันก็จะมาในรูปแบบเพื่อนนั่นแหละ”

ประทับใจอะไรเขา?

ทอย : “ประทับใจที่เหมือนมาเป็นความเข้าใจกัน เป็นความสบายใจกัน ไม่มีอะไรต้องพิเศษเลยครับ พี่พุฒยังไม่เคยเจอ”

เมื่อไหร่เจอ?

ทอย : “นัดเลยพรุ่งนี้ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้เปิดไม่ได้ปิด ถ้าคนเจอผมตามสถานที่ต่างๆ ก็ไปด้วยกันอยู่แล้ว แต่เหมือนให้เวลากับทุกๆ อย่าง”

สเปกของทอยเป็นยังไง?

ทอย : “ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไง (เขินหน้าแดง) เบรกก่อนครับ (หัวเราะ)”

 เรือนโชนแสง เล่นละครเป็นคุณเกื้อ บทเป็นยังไง?

ทอย : “ดีครับ เป็นแนวพีเรียด ตัวเกื้อกึ่งๆ คล้ายผม รักความถูกต้องและรักครอบครัว”

ต้องเจอนักแสดงมากฝีมือเยอะมาก?

ทอย : “ใช่ครับ มีพี่กิ๊ก สุวัจนี พี่หญิง รฐา พี่โฬม พี่ปูเป้ พี่กระติ๊บเยอะมาก พี่นุ๊ก สุทธิดา เล่นเป็นแม่ผมด้วย พี่ๆ  ทุกท่านเราดูมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เขาเป็นรุ่นใหญ่มากๆ เหมือนบางทีคุยเล่นกับเขา เรามองว่าเขาแสดงอยู่หรือเปล่า (หัวเราะ) เหมือนเราติดตามเขามานาน เหมือนหลุดจากทีวีมาคุยเล่นกับเรา แต่ดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคน เราติดตามผลงานของพี่ๆ เขาอยู่แล้ว เราได้แง่มุมใหม่ๆ ของการแสดง ได้รู้อีกฟีลนึงของการแสดงว่าเป็นยังไง” 

เกร็งมั้ย?

ทอย : “แรกๆ เกร็งครับ อย่างพี่กิ๊ก เรารู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นนางร้ายปากคว่ำ แต่ตัวจริงเขาน่ารักมาก เขาเป็นคนซนๆ คนนึงไม่รู้เลยคาแรกเตอร์เขาจะเป็นแนวนี้ พี่ๆ ก็จะคุยเล่นกันมากกว่า” 

 น้องลิลลี่เป็นไงบ้าง?

ทอย : “เขาจะหน้าฝรั่งๆ เฟียสๆ หน่อย แต่ตัวจริงจะมีความโก๊ะๆ เปิ่นๆ ขัดกับคาแรกเตอร์เขา คิดอะไรก็พูดออกมา บางทีในกองก็ขำเขา ฮาๆ ดี ไม่แย่”

ในกองสนิทกับใคร?

ทอย : “สนิทที่สุดคือแก๊งเด็กๆ เราก็จะคุยเล่น ชวนกันไปแฮงก์เอาท์”

ยากมั้ยละครพีเรียด?

ทอย : “ละครพีเรียดก็ยาก แต่เขาอยากให้ถ่ายทอดแบบสมัยใหม่หน่อย เพราะคนดูเป็นคนสมัยใหม่ อยากให้เข้าใจง่าย โจทย์ยาก จนเราเก็ตว่าเราต้องเล่นให้เป็นปกติ แค่เรื่องราวย้อนยุคแค่นั้นเอง” 

014

โยนทิ้งแทบไม่ทัน! ‘ดัง พันกร’ซื้อแห้วกินเจอชาวต่างชาติตะโกนลั่น’แห้วมีพิษ’สุดท้ายคดีพลิก

โยนทิ้งแทบไม่ทัน! 'ดัง พันกร'ซื้อแห้วกินเจอชาวต่างชาติตะโกนลั่น'แห้วมีพิษ'สุดท้ายคดีพลิก

โยนทิ้งแทบไม่ทัน! ‘ดัง พันกร’ซื้อแห้วกินเจอชาวต่างชาติตะโกนลั่น’แห้วมีพิษ’สุดท้ายคดีพลิก

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.40 น.

25 กุมภาพันธ์ 2568 ทำเอาโซเชียลแตกตื่นเมื่อนักร้องหนุ่ม ‘ดัง’ พันกร บุณยะจินดา ออกมาโพสต์เรื่องราวสุดพีก หลังที่เจ้าตัวไปออกกำลังกายและว่ายน้ำที่สปอร์ตคลับแห่งหนึ่ง เรียกว่าหลังจากโพสต์เรื่องราวดังกล่าวไปทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์กันจนกลายเป็นไวรัล 

ดัง พันกร ได้เล่าว่า “ปกติจะไปว่ายน้ำทุกวันอาทิตย์ อาทิตย์นี้ก็เช่นกัน เป็นสปอร์ตคลับแห่งนึงย่านสุขุมวิท เปิดมานานแล้ว เก่าแก่ เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ คนไทยก็พอจะมีมาใช้บริการ แต่ไม่มาก ด้านหน้าของสปอร์ตคลับมันก็จะเป็นถนน มีพวกรถซาเล้งสามล้อ มาจอดขายไอติมบ้าง ขายผลไม้บ้าง เป็นผลไม้แช่เย็นฉ่ำ ๆ ทุกครั้งที่มา เราจะหยุดที่รถผลไม้ก่อนเลย ซื้อแห้วแช่เย็นที่เป็นถุง ๆ ชอบทานแห้วเพราะมันมีเส้นใยสูง ให้พลังงานดี

ซื้อเสร็จก็เดินเข้าสปอร์ตคลับ ระหว่างเดิน เราก็กะจะจิ้มแห้วทานไปด้วย มันมีไม้ให้มา น่าจะเป็นไม้เสียบลูกชิ้นสะดวกดีในการทานเแบบเร่งด่วน จังหวะจิ้มแห้วไป เดินไป เป็นระยะที่เดินผ่านสระว่ายน้ำพอดี ขณะกำลังจะเอาแห้วเข้าปาก ได้ยินเสียงเป็นผู้ชายชาวต่างชาติ แต่ไม่รู้ว่าชาติอะไร ตะโกนเสียงดัง ๆ มาว่า “แห้วมีพิษ แห้วมีพิษ แห้วมีพิษษษษ” เราตกใจมาก รีบโยนถุงแห้วทิ้งทันที ! (ดีนะยังไม่ทันกัดเข้าไป) ก่อนจะหันไปตามเสียงเตือน กะว่าจะขอบคุณชาวต่างชาติคนนั้น แต่ไม่เห็นเขาแล้ว เห็นแค่ส่วนหัวแว๊บๆ กำลังดำน้ำลงไป เลยยังไม่ได้มีโอกาสขอบคุณ ประทับใจมาก มิตรภาพดีๆ ที่สปอร์ตคลับ #ดังพันกร #dkofficial #dunkphunkorn”

หลังจากที่โพสต์ข้อความนี้ออกไปชาวโซเชียลเข้ามากดอีโมจิขำกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งคอมเมนต์สนั่น อาทิเช่น อ่านตั้งนานแบบตั้งใจ , Help me please = แห้วมีพิษ , ขออนุญาตสอบถามฝรั่งคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหมคะ

‘ฟาง’ตอบชัดเลิก’ว่าน ธนกฤต’ แฮปปี้ชีวิตโสด-บินฮ่องกงลิสต์สเปกขอให้เจอคนที่ดี

'ฟาง'ตอบชัดเลิก'ว่าน ธนกฤต' แฮปปี้ชีวิตโสด-บินฮ่องกงลิสต์สเปกขอให้เจอคนที่ดี

‘ฟาง’ตอบชัดเลิก’ว่าน ธนกฤต’ แฮปปี้ชีวิตโสด-บินฮ่องกงลิสต์สเปกขอให้เจอคนที่ดี

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.03 น.

25 กุมภาพันธ์ 2568 เรียกได้ว่ากลายเป็นเรื่องราวคาใจของชาวเน็ต สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างนักร้องหนุ่ม ‘ว่าน ธนกฤต’ กับนักร้องสาว ‘ฟาง ธนันต์ธรญ์’ หลังจากที่มีข่าวลือออกมาเป็นระลอกสำหรับการเลิกรากันของทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีใครออกมาพูดเรื่องของความสัมพันธ์ 

ล่าสุด สาวฟาง ธนันต์ธรณ์ ได้มาร่วมงาน Let’s celebrate 20 years of SPICYDISC ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เคลียร์สถานะกับหนุ่มว่าน ธนกฤต เปิดเผยว่า วาเลนไทน์ที่ผ่านมาอยู่กับเพื่อน ไปเที่ยวฮ่องกง ตอนนี้โสด เราโฟกัสแต่เรื่องงาน ให้เวลากับเพื่อนๆ ครอบครัวและตัวเอง โสดมาสักพักแล้ว เราไปถึงฮ่องกงก็ต้องไหว้พระขอพร ก็ขอพรหมดทุกเรื่อง ส่วนเบื้องบนเค้าจะให้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระดับฟางขอเรื่องความรักด้วยเหรอ “ขอสิ ทุกคนมีโอกาสก็ต้องขอ ขอฟรีไม่เสียตังค์ก็ขอไว้ก่อน เราก็มีลิสต์สเปกไว้ ส่วนเค้าจะให้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่โดยรวมๆ ขอให้เจอคนที่ดี ขอให้สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต สิ่งที่ไม่ดีขอให้ออกไปทุกอย่าง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ การงาน ผู้คนรอบข้าง เราก็เอาทุกทางไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ฟางไม่ได้ปิดตัวเอง ถามว่าตัวเองตอนนี้เราไม่ได้โฟกัสความรักเลย โฟกัสไปที่เรื่องอื่นมากกว่าไม่ได้เป็นอันดับที่สำคัญในชีวิต ถ้าเจอที่ใช่และในเวลาที่มันโอเคก็ดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้ายังไม่ใช่ก็ไม่ได้รีบค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า”

ได้ติดตามเรื่องว่านอะไรบ้างไหม? “ก็ทราบเท่าที่ทุกคนทราบ ฟางยินดีกับทุกความสัมพันธ์ทุกความรักอยู่แล้ว แต่รายละเอียดขอไม่พูดดีกว่า วันนี้พี่เขาก็มา ให้เจ้าตัวเป็นคนอธิบายเรื่องราวของตนเองดีกว่า เราก็ทักทายกันตามปกติอย่างที่เห็นว่าในงานเราก็นั่งอยู่ข้างบนตลอดไม่ได้มีโอกาสพูดคุยมาก หลายคนงงกับความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ก็ไม่น่างง ชัดเจนแล้วเรียบร้อย เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเป็นพี่เป็นน้องที่ดีต่อกัน ร่วมงานกันได้ปกติ อยู่ค่ายเดียวกันต้องเจอกันอยู่แล้ว สถานะตอนนี้เป็นพี่เป็นน้อง ยินดีกับพี่เขาด้วย หนูก็รอยินดีกับตัวเอง”

ฟาง ธนันต์ธรณ์ เปิดเผยต่ออีกว่า ที่บ้านก็ห่วงขึ้น เค้าก็รู้สึกว่ามีความหวังว่าเราจะอยู่กับเค้าตลอดไป คุณแม่ก็ไม่ได้อะไร เค้าก็ดูอยู่ห่างๆ แล้วเขาก็คอยเป็นกำลังใจให้เราหมดทุกเรื่อง ทุกความสัมพันธ์มันมีเรื่องที่ดีอยู่แล้ว ไม่ได้กลัวอะไร แต่ตอนนี้ขอโฟกัสงานก่อนเพราะปีที่แล้วแทบไม่ได้ทำงานเลย ปีนี้ได้เห็นผลงานแน่นอน ฝากโปรเจกต์ในปีนี้ด้วยค่ะ

‘ลิซ่า’เขย่าวงการ! เตรียมขึ้นโชว์เพลง’Born Again’บนเวทีประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่97

'ลิซ่า'เขย่าวงการ! เตรียมขึ้นโชว์เพลง'Born Again'บนเวทีประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่97

‘ลิซ่า’เขย่าวงการ! เตรียมขึ้นโชว์เพลง’Born Again’บนเวทีประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่97

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 08.28 น.

25 กุมภาพันธ์ 2568  ดิ อะคาเดมี่ อวอร์ดส ผู้จัดงานประกาศรางวัลออสการ์ เวทีมอบรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประกาศว่า ซูเปอร์สตาร์สาวระดับโลกชาวไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล  ควงแขน Doja Cat (โดจา แคท) และ RAYE (เรย์)  ศิลปินสุดฮอตเจ้าของเพลงดัง Born Again เตรียยมขึ้นแสดงในงานประกาศรางวัลออสการ์ 2025 ซึ่งเพลง Born Again เป็นเพลงประกอบซีรีส์  The White Lotus ซีซั่น 3 ที่ลิซ่านำแสดง โดยเธอได้ร่วมร้องเพลงนี้กับ Doja Cat และ RAYE นักร้องสาวชาวอังกฤษซึ่งเป็นผู้แต่งและโปรดิวซ์เพลงนี้อีกด้วย

นอกจากโชว์พิเศษจาก’ลิซ่า’แล้ว ทางออสการ์ยังคอนเฟิร์มแล้วว่าผู้ชมจะได้ดื่มด่ำไปกับบทเพลงจากภาพยนตร์  Wicked โดยนักร้องนักแสดงนำของเรื่อง ซินเธีย เอริโว่ และ อารีอานา กรานเด รวมถึงโชว์ครั้งสำคัญของศิลปินหญิงระดับตำนาน ควีน ลาติฟาห์ อีกด้วย

ปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เวทีออสการ์ไม่มีการแสดงสดของเพลงที่เข้าชิงรางวัล Best Original Song โดยทางผู้จัดงานเลือกนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังการสร้างสรรค์บทเพลง ผ่านมุมมองของทีมแต่งเพลงและศิลปิน แทนการแสดงสดบนเวที

อีกหนึ่งไฮไลต์ของปีนี้คือการยกย่อง ลอสแอนเจลิส ในฐานะเมืองแห่งความฝัน พร้อมนำเสนอความงดงามและความเข้มแข็งของเมือง หลังจากต้องเผชิญกับเหตุไฟป่าครั้งใหญ่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

พิธีกรประกาศรางวัลในปีนี้ได้ นิค ออฟเฟอร์แมน ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย และมีเหล่าดาราชั้นนำร่วมเป็นผู้มอบรางวัล อาทิ คิลเลียน เมอร์ฟี, เอ็มมา สโตน, โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และ ดาไวน์ จอย แรนดอล์ฟ ซึ่งเป็นผู้ชนะรางวัลสาขาการแสดงจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมี โจ อัลวิน, อนา เดอ อาร์มาส, ฮัลลี เบอร์รี, เพเนโลเป ครูซ, วิลเลม เดโฟ, เซเลนา โกเมซ, สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน, โอปราห์ วินฟรีย์ และอีกมากมาย  โดยการถ่ายทอดสดงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 เช้าวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม เริ่ม 6.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

https://twitter.com/TheAcademy/status/1894085041669489033?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1894085041669489033%7Ctwgr%5E6c404401dbd221a5a8789e7a4fb3a01edb074a84%7Ctwcon%5Es1_&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F864192

‘ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน’ ถ่ายทอดหลากสีสันของฤดูกาลแห่งชีวิตโดย ‘ไอยู-พัคโบกอม’

‘ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน’ ถ่ายทอดหลากสีสันของฤดูกาลแห่งชีวิตโดย ‘ไอยู-พัคโบกอม’

‘ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน’ ถ่ายทอดหลากสีสันของฤดูกาลแห่งชีวิตโดย ‘ไอยู-พัคโบกอม’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซีรี่ส์จาก Netflix ที่แฟนๆ รอคอยอย่าง ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน (When Life Gives You Tangerines) นำแสดงโดย ไอยู และ พัคโบกอม ปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการ ซึ่งเผยให้เห็นโลกอันสดใสของแอซุนและกวานชิก โดยซีรี่ส์จะถ่ายทอดเส้นทางชีวิตและเรื่องราวทั้งสุขและทุกข์ที่คนทั้งสองได้เผชิญ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นบนเกาะเชจูในทศวรรษ 1960 ไปจนถึงที่กรุงโซลในปี 2025 ผู้ชมจะได้เห็นทั้งแง่มุมที่อบอุ่นประทับใจเรื่องราวที่รู้สึกเชื่อมโยงกับตนเองได้ และความดราม่าที่แสนสะเทือนอารมณ์

ตัวอย่างที่เผยออกมานี้ถ่ายทอดภาพการเปลี่ยนแปลงของฤดูแห่งชีวิตซึ่งขณะเดียวกันก็อบอวลไปด้วยเคมีความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละครหลักโดยที่ไอยูได้ถ่ายทอดบทบาทของตัวละคร “แอซุน” หญิงสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นกวี ให้ผู้ชมได้เห็นถึงบุคลิกที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น กล้าคิดกล้าฝัน ขณะที่พัคโบกอมก็ถ่ายทอดตัวละคร “กวานชิก” ออกมาได้เป็นอย่างดีในฐานะผู้ชายที่เอาใจใส่ ยืนหยัดเผชิญอุปสรรคด้วยใจเด็ดเดี่ยว และสุภาพอ่อนโยน นอกจากนี้ ยังได้มุนโซรีและพัคแฮจุนมารับบทเป็นแอซุนและกวานชิกในวัยผู้ใหญ่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและความสัมพันธ์ในแบบฉบับของผู้ใหญ่ ในวันที่ทั้งสองได้เติบโต ปรับตัวได้ และมีใจที่แข็งแกร่ง

ขณะที่วันเวลาผ่านพ้นไปในแต่ละปีผู้ชมจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแอซุนนับตั้งแต่วัยเยาว์ไปสู่หญิงสาวหัวขบถที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น พร้อมๆ ไปกับพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกวานชิก ดังที่อาจจะพอเดาได้จากรูปภาพเซตใหม่ที่เผยออกมาพร้อมกัน โดยรูปภาพเซตนี้ยังเผยให้เห็นตัวละครอีกมากมายที่เป็นส่วนสำคัญบนเส้นทางชีวิตของแอซุนและกวานชิก ไม่ว่าจะเป็น คิมยงลิมที่รับบทเป็น มักชอน, นามุนฮี รับบทเป็น ชุนอ๊ก, ยอมฮเยรัน และ โอมินแอ ที่รับบท เป็นแม่ของแอซุน และแม่ของกวานชิกตามลำดับ, ชเวแดฮุน และ ชางฮเยจิน ที่มาเพิ่มสีสันในบทบาทของ ซังกิล และ ยองรัน, ชามีกยอง อีซูมี และแพคจีวอน ที่มาสร้างบรรยากาศสุดอบอุ่นในบทบาทของชองซู ยางอิม และกยองจา นอกจากนี้ยังได้นักแสดงอย่างจองแฮคยุน โอจองเซ และออมจีวอน มาเสริมทัพถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตที่สีสันสดใสและตราตรึงในหัวใจผ่านซีรี่ส์เรื่องนี้

เตรียมสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของฤดูแห่งชีวิตที่ถ่ายทอดผ่านความสัมพันธ์แสนอบอุ่นประทับใจได้ในซีรี่ส์เรื่อง ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน (When Life Gives You Tangerines) สตรีมพร้อมกันทั่วโลก 7 มีนาคมนี้ ที่ Netflix

bodyslam ปล่อยเอ็มวีตัวเต็ม ‘ฉันอยากเห็นเธอยังยิ้มได้อยู่’

bodyslam ปล่อยเอ็มวีตัวเต็ม ‘ฉันอยากเห็นเธอยังยิ้มได้อยู่’

bodyslam ปล่อยเอ็มวีตัวเต็ม ‘ฉันอยากเห็นเธอยังยิ้มได้อยู่’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากปล่อยอัลบั้ม Sunny Side Up สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 8 จากวง bodyslam ให้ได้ฟังกันไปแล้ว ผลสำรวจจาก genie records โพลล์ชี้ให้เห็นว่า แทร็คสุดท้ายอย่างเพลง “ฉันอยากเห็นเธอยังยิ้มได้อยู่” ได้รับการพูดถึงอย่างหนาหู ทางค่ายฯเลยหยิบเพลงนี้มาทำเป็นมิวสิกวีดีโอเพื่อขยายความรู้สึกให้ชัดยิ่งขึ้น ถ้าเราทำทุกวันให้มีความหมาย ความทรงจำเหล่านั้นจะเป็นพลังและกำลังใจให้คนที่เรารักต่อไป ตูน บอดี้สแลม เล่าว่า

“เพลงนี้เป็นความนึกคิดและความรู้สึกในปัจจุบันของผมที่สุด อย่างที่ทุกคนเห็น ผมมีคนที่รักและก็เป็นห่วง ถ้าถึงเวลาที่จะไม่ได้อยู่กับเขาจริงๆ ก็อยากจะมีข้อความสื่อสารถึงเขาว่าไม่ต้องห่วง ในเมื่อช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เราได้ใช้มันอย่างเต็มที่และมีคุณค่าที่สุดแล้ว ในวันที่น่าจะเสียใจที่สุดก็ยังอยากให้เขามีรอยยิ้ม อยากเห็นเขายังยิ้มได้อยู่และเดินหน้าทำตามความฝันของเขาให้สำเร็จ คิดถึงกันในมุมที่ส่งกำลังใจ ก็บอกพี่อ๊อฟกับพี่กบ บิ๊กแอส ว่าอยากมีเพลงแบบนี้ครับ ส่วนทำนองผมแต่งไว้นานมากแล้วเพิ่งได้มาประกอบร่างจริงๆ จังๆ ซักที ก็เรียบง่ายครับ พอทำเพลงนี้เสร็จ ในความรู้สึกผมนะ ผมว่าอัลบั้มนี้สมบูรณ์แล้ว มิวสิกวีดีโอกำกับโดย พี่กิ๊ม ธนรัมร์ เปรมบุญ ก็เป็นอีกมุมที่สวยงาม ถ้าฟังแล้วดูแล้วทำให้ทุกคนอยากกลับไปทำให้ทุกๆวันของตัวเอง ทั้งความรักหรือความสัมพันธ์มีความหมายขึ้น น่าจะดีมากเลยครับ”

พ่อวี-วีระพงษ์ ‘ศิลปินภูไท’ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่ 2

พ่อวี-วีระพงษ์ ‘ศิลปินภูไท’ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่ 2

พ่อวี-วีระพงษ์ ‘ศิลปินภูไท’ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ใบที่ 2

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นเกียรติอย่างสูงกับหมอลำรุ่นใหญ่ พ่อวี-วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ จากวงหมอลำ “ศิลปินภูไท” เมื่อสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อนุมัติให้มีชื่อเข้ารับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2565-2566ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ประจำปีการศึกษา 2565-2566 วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568 ณ อาคารกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นับได้ว่าเป็นใบที่สองที่จะได้เข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โดยในส่วนของใบแรก ได้เข้ารับพระราชทาน ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีการศึกษา 2566

งานนี้เจ้าตัวปลาบปลื้มใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์อันทรงคุณค่าในครั้งนี้ “พ่อรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรอันทรงคุณค่านี้ ต้องขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ คณาจารย์ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เล็งเห็นคุณค่าของหมอลำและให้การยกย่องในสิ่งที่พ่อได้อุทิศตนมาตลอดชีวิต หมอลำเป็นทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของพ่อ พ่อจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดศิลปะนี้ให้คงอยู่ต่อไป เพราะเชื่อว่าวัฒนธรรมของเรามีรากที่แข็งแกร่งและสามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัยได้ พ่อไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อศิลปะอันเป็นมรดกของลูกหลานอีสาน ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนหมอลำ ศิลปิน เพื่อนร่วมวงการ และผู้ที่สนับสนุนวัฒนธรรมไทยทุกคน รางวัลนี้ไม่ใช่เพียงของพ่อคนเดียว แต่เป็นของทุกคนที่ช่วยกันสืบสานศิลปะการแสดงของเราให้ก้าวไปข้างหน้า ท้ายที่สุดนี้ พ่อหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ให้เห็นว่าการอุทิศตนเพื่อศิลปวัฒนธรรมไม่ได้สูญเปล่า และขอให้พวกเราร่วมกันรักษาและต่อยอดหมอลำให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน” พ่อวี-วีระพงษ์ กล่าว

ฮือฮาไม่พัก! ช่อง 7HD ปล่อยทีเซอร์สะเทือนวงการซีรี่ส์ ‘เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ’

ฮือฮาไม่พัก! ช่อง 7HD  ปล่อยทีเซอร์สะเทือนวงการซีรี่ส์  ‘เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ’

ฮือฮาไม่พัก! ช่อง 7HD ปล่อยทีเซอร์สะเทือนวงการซีรี่ส์ ‘เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปังแบบตะโกน ช่อง 7HD ปล่อยทีเซอร์ซีรี่ส์จบในตอน “เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ” ทำฮือฮา “โอริเวอร์” ผู้ผลิต เผยกระแสดีมาก ถูกจับตามอง เหตุเนื้อเรื่องแปลกใหม่ เริ่ม EPแรก วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม เวลา 18.00 น.

กระหึ่มไม่หยุด หลังช่อง ช่อง 7HD ปล่อยทีเซอร์ซีรี่ส์จบในตอน “เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ” ต่อเนื่อง ทั้งหน้าจอทีวี ออนไลน์ รวมถึงป้าย LED กลางกรุงแยกสามเหลี่ยมดินแดงก็ปลุกกระแสร้อนฉ่าจากแฟนๆ ละครช่อง 7HD โดยเฉพาะในโลกโซเชียล คนดูต่างคอมเมนต์ว่าปักหมุดตั้งตารอชม เรียกว่านับนิ้วรอเลยทีเดียว “เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ” ผลงานจากค่าย “9 บีเวอร์ ฟิล์มส์” ผลิตและกำกับการแสดงโดย โอริเวอร์ บีเวอร์ กำกับร่วมโดย จิตาพัชร์ อธิชัยธนารุจน์ ซีรี่ส์สะท้อนสังคมที่จำลองจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคม นำแสดงโดย เบน-สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ นอกจากนี้ยังเสริมทัพความมันด้วยนักแสดงฝีมือดี เติร์ก-ณัฐชนน ภูวนนท์, อั้ม-ถิร ชุติกุล, ทศ-รวิศชา ปัญจวิชญ์ และ กิมจุ้ย-เอื้ออังกูร เพ็ญชาญวัฒนกิจ โดย โอริเวอร์ ที่พ่วงหลายตำแหน่ง ทั้งผลิต กำกับ และยังร่วมแสดงด้วย ได้กล่าวถึงกระแสตอบรับที่ฮือฮาสุดๆ ว่า

“ต้องขอบคุณมากจริงๆ เพราะหลังจากทีเซอร์ออกไป ก็ได้รับการตอบรับแบบฮือฮามากคงเป็นเพราะมันเป็นเรื่องใหม่ เนื้อเรื่องมันแปลก แล้วก็คงบวกกับกระแสต่างๆ ที่หลายคนเคยเห็นมาก่อนในสื่อโซเชียล เกี่ยวกับบุคคลที่เป็นต้นแบบก่อนที่ทางเราจะถอดออกมาอยู่ในจอทีวี ก็เลยถูกจับตามอง แต่ผมแค่อยากจะสะกิด และโค้งคำนับสักนิดหนึ่งว่า อย่าเพิ่งคาดหวังเรื่องระเบิดกันขนาดนั้นนะครับ เพราะเรื่องนี้มันจะเป็นอีกแนวหนึ่งที่เราอยากจะนำเสนอ ซึ่งต้องบอกว่า เรื่องราวที่เกี่ยวกับสืบนครบาล จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองกรุง เรื่องนี้จะเป็นซีรี่ส์ในรูปแบบเน้นการสืบสวน จนนำไปจับคนร้าย จะเสนอแง่หนึ่งมุมหนึ่งให้คนดูได้ดูได้รู้ว่า มันจะมีคนร้ายในรูปแบบลักษณะนี้ ดูเพื่อให้เกิดสาระและนำไปปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพต่างๆ ที่นำเสนอตาม ep แล้วก็ไปบอกกล่าวกับคนที่สนิท ญาติพี่น้องว่าพึงระวัง เพราะวันนี้ปัญหาสังคมเราก็คือภัยมิจฉาชีพ ทุกเรื่องที่นำมาทำคือ เรื่องจริง เป็นคดีที่เกิดขึ้นจริง อยากให้รอชมว่าจะมีคดีอะไรบ้าง” จะมีเหตุการณ์จริงเรื่องไหน คดีใดที่ถูกหยิบมาทำเป็นซีรี่ส์บ้าง มาลุ้นไปพร้อมๆ กัน สนุกทุกเรื่องราวทุกตอนแน่นอน ติดตามชมซีรี่ส์ “เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ” ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 18.00 น. เริ่มดีเดย์ความสนุก EP แรกวันจันทร์ที่ 3 มีนาคมนี้ ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 เว็บไซต์ www.ch7.com ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘สันต์ ศรีแก้วหล่อ’นำทีมบวงสรวงละคร‘โนห์รา’

‘สันต์ ศรีแก้วหล่อ’นำทีมบวงสรวงละคร‘โนห์รา’

‘สันต์ ศรีแก้วหล่อ’นำทีมบวงสรวงละคร‘โนห์รา’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถือฤกษ์ดีวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. เวลามงคล 09.39 น. สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้จัด และ เอ๋-ธชศา แสงจันทร์ ผู้กำกับ นำทีมนักแสดงบวงสรวงละครพีเรียดสุดเข้มข้น “โนห์รา”ที่ถ่ายทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้นำโดยพระ-นาง เพชร โบราณินทร์ และเพลงขวัญ-นัตยา ทองเสน ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ, เคลลี่ ธนะพัฒน์, น้ำฝน-สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ, อาร์-อาณัตพล ศิริชุมแสง, บี-เสถียรพงษ์ ชมภูพลอย, พิมพ์-พิมพ์ลภัส จึงสุระ, สน-สนธยา ชิตมณี, หน่อย-ณัฐนี สิทธิสมาน ฯลฯ เข้าร่วมพิธีบวงสรวง โดยบรรยากาศเหล่านักแสดงต่างตั้งใจส่งจิตอธิษฐานกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะจบงานด้วยความอิ่มอก อิ่มใจ และราบรื่นไปด้วยดี ณ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส