‘ทิสโชต์'(Tissot)อวดโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นประจำปี2025

'ทิสโชต์'(Tissot)อวดโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นประจำปี2025

‘ทิสโชต์'(Tissot)อวดโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นประจำปี2025

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.58 น.

แบรนด์เรือนเวลาสัญชาติสวิส “ทิสโชต์” (Tissot) เอาใจเหล่านักสะสมและคนรักความเร็ว เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นสุดพิเศษกับ 2 ดีไซน์ล่าสุดในกลุ่มคอลเลกชั่นที-เรซ (T-Race) ได้แก่  “ที-เรซ โมโตจีพี ออโตเมติก โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Automatic Chronograph Limited Edition 2025) และ “ที-เรซ โมโตจีพี ควอตซ์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Quartz Chronograph Limited Edition 2025) เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์ในการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ถ่ายทอดสู่นาฬิกาดีไซน์สปอร์ตสุดโดดเด่น พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวเรือนเวลารุ่นเสริมกับ “ที-เรซ ควอตซ์ โครโนกราฟ เอ็กเทนชั่น” (T-Race Quartz Chronograph Extension) เรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์สุดแม่นยำ สามารถสวมใส่ในหลากหลายโอกาส

“ทิสโซต์” (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่ความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด

แบรนด์นาฬิกา “ทิสโซต์” (Tissot) เป็นที่ยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) มาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและการบันทึกช่วงเวลาที่ตื่นเต้นเร้าใจ การแสวงหาสมรรถนะที่เป็นเลิศยังคงดำเนินต่อไปกับคอลเลกชั่น “ที-เรซ” (T-Race) โดยล่าสุดได้นำความเร้าใจของการแข่งขันมาประดับบนข้อมือด้วยนาฬิการุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจการออกแบบจากเครื่องจักรกลและความเร็วของการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ถ่ายทอดสู่เรือนเวลาที่มีดีไซน์สปอร์ตทันสมัย โดยคอลเลกชั่นลิมิเต็ด อิดิชั่นประกอบด้วยนาฬิการุ่นอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกวัลชู (Valjoux) และรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ โครโนกราฟ (Quartz Chronograph) โดยทั้งสองรุ่นล้วนถ่ายทอดดีเอ็นเอของโมโตจีพี (MotoGP) พร้อมองค์ประกอบการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งขันนี้ โดยรุ่นดีไซน์สุดพิเศษ “ที-เรซ โมโตจีพี ออโตเมติก โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Automatic Chronograph Limited Edition 2025) มาในตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มม. ถือเป็นรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงกลไกที่ขับเคลื่อนโดยกลไกอัตโนมัติวัลชู (Valjoux A05.951) ที่สามารถมองเห็นการทำงานผ่านหน้าปัดนาฬิกาได้อย่างชัดเจน บริเวณหน้าปัดตัวเรือนถูกแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินสุดเท่บนเข็มวินาทีและมาตรวัดความเร็ว Tachymeter โดยกรอบหน้าปัดนาฬิกาถูกดีไซน์ให้มีลักษณะคล้ายขอบจานดิสก์เบรก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นนี้ พร้อมการออกแบบบริเวณด้านข้างตัวเรือนที่ได้แรงบันดาลใจจากครีบระบายความร้อนเครื่องยนต์ นับเป็นการตอกย้ำการออกแบบที่แสดงถึงสมรรถนะสูง ในขณะที่พื้นผิวของสายนาฬิกายางมีลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากส่วนประกอบของเครื่องยนต์เช่นกัน ช่วยรับประกันความสบายและความทนทาน โดยตัวเรือนสามารถสำรองพลังงานสูงสุดได้อย่างน่าประทับใจถึง 68 ชั่วโมง โดยเสริมความแข็งแรงของกลไกด้วยบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron) นาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างมาเพื่อความทนทานที่ไม่ต่างจากเครื่องยนต์ที่ผลักดันขีดจำกัดบนสนามแข่ง โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 2,025 ชิ้น บรรจุในกล่องทรงหมวกกันน็อค เพื่อเป็นการเชิดชู MotoGP™ และทุกครั้งที่เข็มนาฬิกาเดินเป็นดั่งเสียงสะท้อนจากพื้นถนนและเสียงคำรามของเครื่องยนต์ในสนามแข่งขัน ขณะที่อีกหนึ่งดีไซน์รุ่นพิเศษได้แก่ “ที-เรซ โมโตจีพี ควอตซ์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Quartz Chronograph Limited Edition 2025) การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันโมโตจีพี ( MotoGP™) ถ่ายทอดสู่ตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่มีหน้าปัดแต่งแต้มด้วยสีแดงตัวแทนของสีแห่งการแข่งขัน บริเวณกรอบหน้าปัดสะท้อนถึงดีไซน์ของดิสก์เบรกเชื่อมโยงถึงการแข่งขันโมโตจีพี  (MotoGP™) ในขณะที่หมุดบอกเวลาตกแต่งด้วยดีไซน์ของสกรูข้อเหวี่ยง พร้อมการตกแต่งมาตรวัดความเร็วบนหน้าปัดตัวเรือนที่ถือเป็นการเชิดชูการทำสถิติความเร็ว MotoGP แห่งปี 2023 หัวใจของนาฬิการุ่นนี้คือการขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์โครโนกราฟที่มีความแม่นยำสูง รับประกันความแม่นยำในระดับเสี้ยววินาที โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 8,000 ชิ้นเท่านั้น บรรจุในกล่องทรงหมวกกันน็อค ทุกองค์ประกอบของนาฬิกาเรือนนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของการแข่งขันโมโตจีพี  (MotoGP™)

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเรือนเวลารุ่นเสริมในกลุ่มคอลเลกชั่นที-เรซ (T-Race) กับรุ่น “ที-เรซ ควอตซ์  โครโนกราฟ เอ็กเทนชั่น” (T-Race Quartz Chronograph Extension) ตัวเรือนดีไซน์สปอร์ตที่มาพร้อมกับสีสัน โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มม. รายละเอียดการตกแต่งยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ที่มีกรอบหน้าปัดตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำเข้ม ตกแต่งด้วยดีไซน์ดิสก์เบรก และบริเวณด้านข้างตัวเรือนแต่งตกแต่งคล้ายครีบระบายความร้อนเครื่องยนต์ มาพร้อมกับ 2 โทนสีสดใส ได้แก่ สีเขียวเทอร์ควอยซ์ และสีส้ม โดยสีสันที่ถูกแต่งแต้มถูกนำเสนอในรายละเอียดของหน้าปัดและสายนาฬิกายางได้อย่างงดงาม พร้อมการขับเคลื่อนกลไกด้วยระบบควอตซ์โครโนกราฟที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำ

ด้าน “ทิสโซต์” (Tissot) ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกนาฬิกาตามไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ ซึ่งแน่นอนว่าการเลือกนาฬิกาข้อมือไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่น แต่ยังต้องคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่เหมาะกับตัวเอง สำหรับหนุ่มสาวสายลุย ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกนาฬิกาที่มีความทนทาน กันน้ำ และกันกระแทกได้ดี พร้อมฟังก์ชันที่ควรมองหาอย่างการจับเวลาหรือมาตรวัดความเร็ว ส่วนสายนาฬิกาควรเลือกที่เป็นยางหรือซิลิโคนเพื่อความทนทานและกันน้ำและเหงื่อ หรือหนุ่มสาวสายแฟชั่น ชื่นชอบการแต่งตัว อาจเลือกนาฬิกาที่มีดีไซน์โดดเด่น โดยเน้นไปที่สีสันของตัวนาฬิกาที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวในแต่ละวัน พร้อมกันนี้สามารถเลือกที่มีฟังก์ชันพื้นฐานและมีน้ำหนักเบาสวมใส่สบาย

และเนื่องในโอกาสสุดพิเศษของการจัดการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ หรือการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2025 ทางแบรนด์ “ทิสโซต์” (Tissot) ได้วางจำหน่ายเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นเป็นที่แรกของโลก ที่บูธ  “ทิสโซต์” (Tissot) ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ แห่งนี้ด้วย และสำหรับท่านที่ซื้อนาฬิกาที่บูธในวันงาน จะได้รับสิทธิ์ร่วมปลดล็อคเซฟ Crack the Code ลุ้นรับเรือนเวลา “ที-เรซ โมโตจีพี ควอตซ์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Quartz Chronograph Limited Edition 2025) มูลค่า 23,800 บาท จำนวน 1 เรือน นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น 20 ท่านแรก จะได้เข้าร่วมงาน Exclusive meet & greet กับ คิงคองก้อง หรือ ก้อง-สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยคนแรกในการแข่งขัน MotoGP เวลา 1 ทุ่ม วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมนี้ ภายหลังจากการจบการแข่งขัน

และหลังจากนั้นยังสามารถเลือกสรรเรือนเวลาดีไซน์สุดพิเศษจากแบรนด์ “ทิสโซต์” (Tissot) ในคอลเลกชั่นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ประจำปี 2025 กับ  “ที-เรซ โมโตจีพี ออโตเมติก โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Automatic Chronograph Limited Edition 2025) และ “ที-เรซ โมโตจีพี ควอตซ์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น 2025” (T-Race MotoGP Quartz Chronograph Limited Edition 2025) พร้อมเรือนเวลารุ่นเสริมในจากคอลเลกชั่นที-เรซ (T-Race) กับ “ที-เรซ ควอตซ์ โครโนกราฟ เอ็กเทนชั่น” (T-Race Quartz Chronograph Extension) ได้ที่เคาน์เตอร์ “ทิสโซต์” (Tissot) ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ทาง Official Website:https://www.tissotwatches.com/th-th, Shopee:https://shp.ee/xip2up6, Lazada:https://s.lazada.co.th/s.efbXj,   Central Online: https://www.central.co.th/th/tissot และ Line Official  Account: @Tissot_TH

@tissot_official เอาใจเหล่านักสะสมและคนรักความเร็ว เปิดตัวนาฬิกาดีไซน์สุดพิเศษ กับคอลเลกชั่น T-Race MotoGP Automatic & Quartz Limited Edition 2025 เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชิ้นส่วนยนตรกรรมในการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ถ่ายทอดสู่นาฬิกาดีไซน์สปอร์ตที่มีให้เลือกทั้งกลไกออโตเมติกและควอตซ์ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวเรือนเวลารุ่นเสริมในคอลเลกชั่นที-เรซ (T-Race) กับ “T-Race Quartz Chronograph Extension” เรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์สุดแม่นยำ ให้เหล่าหนุ่มสาวได้เลือกสรรสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส พร้อมกันนี้สำหรับลูกค้าที่ช้อปนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น จากบูธ Tissot ในการแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP™) ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 20 ท่านแรก จะได้ร่วมงาน Exclusive meet & greet กับนักบิดไทยคนแรกในการแข่งขัน MotoGP อย่าง ก้อง-สมเกียรติ จันทรา @somkiatchantra ในวันที่ 2 มีนาคม เวลา 1 ทุ่ม นี้@tissot_official @somkiatchantra #Tissot #TissotThailand #TRace #MotoGP #OfficialTimeKeeper #SC35  

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ ไอคอนสยาม ยกระดับความอร่อยกับงาน ‘Food Truck Fair’ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ ไอคอนสยาม ยกระดับความอร่อยกับงาน ‘Food Truck Fair’ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ ไอคอนสยาม ยกระดับความอร่อยกับงาน ‘Food Truck Fair’ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.38 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือกับ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดงาน ‘Food Truck Fair’ เปิดพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้อนรับ ผู้ประกอบการ Food Truck กว่า 100 คัน เสิร์ฟเมนูเด็ดให้นักชิมชาวไทยและนักท่องเที่ยว พร้อมมีสถาบันการเงิน 4 ราย เข้าร่วมให้คำปรึกษาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยหลักประกันทางธุรกิจ อีกทั้ง สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยมาร่วมให้คำปรึกษาการประเมินมูลค่าทรัพย์สินฟรี คาดเงินสะพัดตลอดงานกว่า 4 ล้านบาท และสร้างสีสันให้การท่องเที่ยวไทยเป็นที่บอกต่อกับชาวต่างชาติได้ไม่รู้จบ ตั้งแต่วันนี้ – 2 มีนาคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 – 2 มีนาคม 2568 โดยมี ฟู้ดทรัคอาหารและเครื่องดื่มหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาจำหน่ายกว่า 100 ร้าน (วันละ 20 ร้าน) มีครบทั้งอาหารคาว ขนมหวาน เครื่องดื่ม และของทานเล่น อาทิ *แพนด้าคาเฟ่ *Super Black Burger *ติมเรโท *ดำน้อย *ฮาวาเคบับ *ยำเยอะจัง *สิทกิว เป็นต้น

นอกจากนี้ กิจกรรมสำคัญภายในงานยังมีสถาบันการเงิน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาให้ความรู้ความเข้าใจ รวมถึงคำปรึกษาด้านการเงิน ประกอบกับเตรียมความพร้อมและขั้นตอนสำหรับขอสินเชื่อ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยมาร่วมให้คำปรึกษาการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ฟรี!  ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่สนใจลงทุนหรือผู้ประกอบธุรกิจฟู้ดทรัคสามารถเข้าถึงเงินทุนสำหรับเริ่มต้นธุรกิจหรือต่อยอดกิจการได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสถาบันการเงินยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับผู้ประกอบธุรกิจฟู้ดทรัคที่เข้าร่วมภายในงานให้สามารถนำกิจการมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจได้ต่อไป

งานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากไอคอนสยามที่เปิดพื้นที่ทำเลทองให้ผู้ประกอบธุรกิจฟู้ดทรัคได้สร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและพบกับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายทางการค้าและเชื่อมโยงธุรกิจกับผู้ค้ารายอื่นๆ ได้เกิดการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจฟู้ดทรัค และการแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นในธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ โดยกระทรวงพาณิชย์จะได้รับทราบความต้องการของธุรกิจและนำไปปรับแนวทางการส่งเสริมต่อไป

นภินทร ศรีสรรพางค์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า   กิจกรรมครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าทางการค้าตลอด 5 วัน ได้กว่า 4 ล้านบาท หรือ วันละประมาณ 800,000 บาท ผ่านผู้เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน สำหรับธุรกิจฟู้ดทรัคยังคงเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่ชอบลองสิ่งใหม่ๆ ชอบความสะดวกสบาย ลดการเดินทางออกจากที่พัก ซึ่งฟู้ดทรัคสามารถเข้าถึงแหล่งชุมชนที่มีผู้อาศัยจำนวนมากได้อย่างคอนโดมิเนียม อีกทั้ง ยังสามารถเคลื่อนย้ายร้านไปรับออกงานยังสถานที่ต่างๆ ได้ สร้างสีสันให้กับการจัดเลี้ยงได้เป็นอย่างดี

กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญชวนนักชิมและผู้สนใจประกอบธุรกิจฟู้ดทรัค เข้าร่วมกิจกรรม Food Truck Fair ได้ตั้งแต่วันนี้ – 2 มีนาคม 2568 ระหว่างเวลา 15.00 – 20.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม  อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆ ริมน้ำ ดื่มด่ำกับเสียงดนตรีไพเราะ มองดูพระอาทิตย์ตก ช่วยสร้างสุนทรีในการรับประทานอาหาร รวมถึงช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการไทยและการท่องเที่ยวให้คึกคักในสายตาชาวต่างชาติอีกด้วย

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 02 547 4939 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เสด็จฯทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯทรงเปิดงานและทรงเยี่ยมร้าน ‘งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58’

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.26 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการภาพถ่าย “20 ปี มหัศจรรย์แห่งการให้ ณ สยามพารากอน” และทรงเยี่ยมร้าน   “งานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 58” โดยมี นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย, นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, มาดาม ปรัชญา ซิงห์ ภริยาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย ประจำประเทศไทย และประธานคณะกรรมการจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2568 และนางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 มหกรรมสินค้านานาชาติเพื่อการกุศลแห่งปี จัดขึ้นโดย Donation Hub สภากาชาดไทย ร่วมกับคณะภริยาทูตประจำประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์แห่งการให้…ไม่หยุดชอป” (Miracle of Giving) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 รวม 4 วัน ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org เพื่อนำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย สนับสนุนการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทยต่อไป

การจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 มีสถานทูตจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมออกร้านทั้งสิ้น 56 ประเทศ กว่า 246 บูธ สถานทูตได้คัดสรรผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและสินค้ายอดนิยมของแต่ละประเทศ มาจัดแสดงและจำหน่ายในราคาพิเศษ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, อาหารนานาชาติ, ของตกแต่งบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ วัตถุดิบปรุงอาหารจากอิตาลี, ชีสหลากประเภท จากประเทศต่างๆ, ปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์, เมล็ดกาแฟ ชา จากบราซิล เยอรมัน และชิลี, ซูเปอร์ฟู้ดจากเปรู, ขนมขบเคี้ยว อาหารว่าง และเครื่องดื่มหลากหลายประเภท จากมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงช็อคโกแลตจากเบลเยี่ยม สวิสเซอร์แลนด์, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากกุหลาบบัลแกเรีย, เจลอาบน้ำ โลชั่นยอดนิยมจากสเปน, อาร์แกนออยล์บริสุทธิ์จากโมรอคโค, ผ้าแคชเมียร์ เสื้อ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เครื่องหนังจากมองโกเลีย, เครื่องแก้วจากสาธารณรัฐเช็ก, สินค้าพื้นเมืองจากปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา เม็กซิโก มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน รวมถึงสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์ อาทิ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปภัมภ์,ร้านอุปนายิกา,มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า,มูลนิธิโครงการหลวง,มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ,ร้านภูฟ้า,มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ สภากาชาดไทยได้จัดทำสินค้าที่ระลึกมาจำหน่าย เป็นกระเป๋าสะพายอเนกประสงค์ โดยมีความพิเศษของลวดลายบนกระเป๋าเป็นภาพวาดของ อาเรียนน่า คาโรลี (Arianna Caroli) ศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวอิตาเลียน ผู้หลงใหลในพลังของดอกไม้ มอบลิขสิทธิ์ภาพวาดเพื่อนำมาจัดทำเป็นกระเป๋าสะพายและกระเป๋าล้อลาก เป็นสินค้า Limited Edition เฉพาะงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 เท่านั้น โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคเงิน 2,000 บาท รับกระเป๋าผ้า 1 ใบ พร้อมใบเสร็จรับเงินบริจาค และร่วมซื้อกระเป๋าล้อลาก จำหน่ายราคา ใบละ 990 บาท ได้ภายในงาน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสลากงานออกร้านคณะภริยาทูต ราคาใบละ 50 บาท ร่วมลุ้นราลวัลมากมาย อาทิ สร้อยคอทองคำ,บัตรโดยสารเครื่องบิน, บัตรกำนัล Central, บัตรที่พักจากโรงแรม ชั้นนำในประเทศ ฯลฯ ประกาศผลรางวัลในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org หรือร่วมบริจาคเงินออนไลน์ในโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Donation Hub สภากาชาดไทย และคณะภริยาทูตประจำประเทศไทย จึงขอเชิญชวนผู้สนใจมาชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นานาชาติในงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.iredcross.org     

“ITALY FAIR 2025” ขนวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศอิตาลี ลิ้มรสความอร่อยสไตล์อิตาเลียนแท้

“ITALY FAIR 2025” ขนวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศอิตาลี ลิ้มรสความอร่อยสไตล์อิตาเลียนแท้

“ITALY FAIR 2025” ขนวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศอิตาลี ลิ้มรสความอร่อยสไตล์อิตาเลียนแท้

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.42 น.

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กก.ผจญ.บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี  พร้อมด้วย เปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมพิธีเปิดงาน “ITALY FAIR 2025” ขนทัพผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ส่งตรงจากประเทศอิตาลี รวมกว่า 300 รายการให้ผู้บริโภคลิ้มรสความอร่อยสไตล์อิตาเลียนแท้ พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุด 30 % และสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 10 สาขาที่ร่วมรายการและช่องทางออนไลน์ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พระ ราม 4

ซีพี ออลล์ สร้างทักษะ ‘ผู้ประกอบการจิ๋ว’ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาผลิต ‘ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง’

ซีพี ออลล์ สร้างทักษะ ‘ผู้ประกอบการจิ๋ว’ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาผลิต ‘ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง’

ซีพี ออลล์ สร้างทักษะ ‘ผู้ประกอบการจิ๋ว’ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาผลิต ‘ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง’

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.40 น.

ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง แบรนด์ “เรืองไพร โปรดักส์” จากโรงเรียนวังไพรวิทยาคม จ.สระแก้ว ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น งานทำมือที่ใส่ใจทุกขั้นตอน โดดเด่นด้วยสีเหลืองนวลธรรมชาติจาก “ดอกดาวเรือง” ดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่ชอบซื้อเป็นของขวัญของฝาก โดย ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เลือกเป็นโรงเรียนนำร่องในโครงการผู้ประกอบการจิ๋ว โรงเรียนภายใต้ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED)เฟสที่ 6 เพื่อพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งร่วมกับซีพี ออลล์ ตั้งเป้าพัฒนาสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทางธุรกิจในกลุ่มซีพี ออลล์

ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์

ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่นและเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า จากการเดินหน้าโครงการผู้ประกอบการจิ๋ว ซึ่งเป็นแผนงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนภายใต้ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) เฟสที่ 6 ของซีพี ออลล์ โดย โรงเรียนวังไพรวิทยาคม อ.วังสมบูรณ์  จ.สระแก้ว เป็นหนึ่งในโรงเรียนนำร่องในโซนภาคตะวันออก ที่ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการรวมถึงปัญหาและอุปสรรค จนล่าสุดโรงเรียนได้จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง” รวมถึงเป็นแหล่งผลิตและจำหน่าย “เรืองไพร โปรดักส์” สินค้าผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง อาทิ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อ ชุดสูท ชุดเดรส ฯลฯ

คุณครูอัมพร สุคนเขตร์ และ วรรณวนา พิทักษ์สงคราม

ศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง ตั้งอยู่ที่โรงเรียนวังไพรวิทยาคม ถือเป็นแหล่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับรายได้ของเศรษฐกิจในชุมชน และเป็นพื้นที่ให้นักเรียนได้ยกระดับทักษะการเป็นผู้ประกอบการจิ๋ว ด้วยพื้นฐานอาชีพหลักของชาวตำบลวังใหม่คือ อาชีพเกษตรกรปลูกดาวเรือง จึงคิดสร้างสรรค์สกัดสีจากดาวเรืองมาทำเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าจากผ้ามัดย้อม โดยใช้ “ใบไม้” มาเป็นลวดลายหลักที่ไม่ซ้ำใคร เนื่องจากสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ จัดเป็นสินค้าแรร์ไอเทม ของโรงเรียนเลยทีเดียว” ยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

รร.วังไพรวิทยาคม สร้างสรรค์ภูมิปัญญาผลิต “ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง”

วรรณวนา พิทักษ์สงคราม ผู้อำนวยการโรงเรียนวังไพรวิทยาคม จ.สระแก้ว ผู้บริหารโรงเรียนนำร่องโมเดลผู้ประกอบการจิ๋ว เจ้าของผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากซีพี ออลล์ ภายใต้โครงการ CONNEXT ED เฟสแรกๆ จึงได้บูรณาการทักษะที่เกี่ยวข้องกับการปลูกดอกดาวเรืองไปจนถึงทักษะการทำผลิตภัณฑ์จากสีดอกดาวเรืองอย่างผ้ามัดย้อม เข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตั้งแต่ กระบวนการปลูก การแปรรูป การตลาด การจัดการบัญชีและการออกแบบแพ็คเกจจิ้ง รวมถึงทักษะการขายออนไลน์บนช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมทั้งนำความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจนครูในโรงเรียนที่จบด้านวิทยาศาสตร์อาหาร และด้านศิลปะมาถ่ายทอดให้กับนักเรียน จนเด็กนักเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากสีดอกดาวเรืองและใบไม้ในท้องถิ่น

ซีพี ออลล์ สร้างทักษะ “ผู้ประกอบการจิ๋ว” ต่อเนื่อง รร.วังไพรวิทยาคม

คุณครูอัมพร สุคนเขตร์ ครูชำนาญการพิเศษวิทยาลัยชุมชนสระแก้ว ผู้รับผิดชอบโครงการการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 เดือนในการอบรมหลักสูตรนี้ เด็กๆ จะได้เก็บเกี่ยวความรู้มากมายผ่านการปฏิบัติจริงสู่การสร้างงานสร้างอาชีพได้ในอนาคต หลักสูตรประกอบด้วย 6 รายวิชา ได้แก่ การเพาะปลูกดาวเรือง ,การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นของใช้,การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นอาหารว่าง และเครื่องดื่ม,การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นผ้ามัดย้อมและผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ (Eco Print),หลักการบริหารธุรกิจ และการบริหารจัดการตลาดสมัยใหม่ ภูมิใจมากๆ ค่ะที่ได้เห็นเด็กๆ ช่วยการพัฒนาสินค้าด้วยสมองสองมือกันด้วยความตั้งใจ

เรืองไพร โปรดักส์ สินค้าผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง

ด้านตัวแทนผู้ประกอบการจิ๋ว “น้องลูกปลา” แก้วตา เต็งมิ่ง นักเรียนชั้นม.5 ตอบด้วยรอยยิ้มว่าหนูชอบรายวิชาการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นผ้ามัดย้อมและผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ (Eco Print) ตั้งแต่การปลูก ตัด ตากแห้งดอกดาวเรือง ไปจนถึงกระบวนการมัดย้อมค่ะ ที่ชอบเนื่องจากเราได้ออกแบบจินตนาการลายเองจากใบไม้ที่หาได้ในโรงเรียน ซึ่งแต่ละชิ้นที่ออกมาลายจะไม่ซ้ำกัน เห็นผลงานแล้วรู้สึกภูมิใจค่ะ

น้องลูกปลา และ น้องปันปัน

“น้องปันปัน”  วีรชน มีบุญมาก นักเรียนชั้นม.6 เผยว่าชอบรายวิชาการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นอาหารว่างและเครื่องดื่ม ส่วนตัวเป็นคนชอบทำอาหาร ยิ่งพอได้มีโอกาสทำเบเกอรี่และข้าวเกรียบจากดอกดาวเรืองก็ยิ่งสนุก พอลองชิมดูสรุปรสชาติอร่อยครับ เหมาะกับการเป็นอาหารว่างมากๆ ส่วนเครื่องดื่มก็มีการสกัดดอกดาวเรืองมาทำเป็นน้ำดาวเรืองผสมน้ำผึ้งมะนาวโซดา รสชาติหอมอร่อยกลมกล่อม ดื่มแล้วสดชื่นมากครับ

ผลิตภัณฑ์จากดาวเรืองเป็นของใช้ สบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิว

บรรยากาศสวนดอกดาวเรือง

เรืองไพร โปรดักส์ สินค้าผ้ามัดย้อมจากดอกดาวเรือง

ปัจจุบันสินค้าได้รับการตอบรับจากคุณครู แพทย์ พยาบาล มียอดสั่งซื้อสูงในช่วงงานเกษียณ งานปีใหม่ สร้างรายได้กลับสู่นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน การบูรณาการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับทักษะวิชาการ ช่วยให้เด็กๆ หลายคนมีองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างอาชีพให้ทางบ้านและเกิดรายได้จริง หากต้องการอุดหนุนสินค้าสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทาง ที่โรงเรียนวังไพรวิทยาคม เข้ามาชมสินค้าหรือศึกษาชมงานได้ตลอดในเวลาราชการ ,งานแสดงสินค้า งานอีเว้นต์ หรืองานนิทรรศการต่างๆ และช่องทางออนไลน์ กดติดตามได้ที่ Facebook : Rueang Prai – เรืองไพร โปรดักส์ และในอนาคตซีพี ออลล์ ตั้งเป้าพัฒนาสินค้าเพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทางธุรกิจในกลุ่มซีพี ออลล์เสริมแกร่งสร้างรายได้ยั่งยืน

ก้าวข้ามแนวคิดเก่า ปส. เสริมพลังครูไทย เข้าใจนิวเคลียร์อย่างถูกต้อง

ก้าวข้ามแนวคิดเก่า ปส. เสริมพลังครูไทย เข้าใจนิวเคลียร์อย่างถูกต้อง

ก้าวข้ามแนวคิดเก่า ปส. เสริมพลังครูไทย เข้าใจนิวเคลียร์อย่างถูกต้อง

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.28 น.

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำร่องสงขลา เดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์และรังสีแก่บุคลากรทางการศึกษา ผ่านโครงการ “Nuclear Knowledge Boost: ครูไทยกับการสร้างสรรค์วิทยาศาสตร์นิวเคลียร์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นรุ่นแรกเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรมบุรีศรีภู บูติก โฮเต็ล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับครูไทย สร้างเครือข่ายครูพันธมิตร พัฒนาองค์ความรู้สู่นักเรียนไทยทั่วประเทศ

กรรณิกา มณีวรรณ์ เลขานุการกรม ปส. ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ปส. เป็นประธานเปิดโครงการฯ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของครูในการสร้างรากฐานความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์ให้กับเยาวชน โดยกล่าวว่า “พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หากเราเข้าใจอย่างถูกต้อง เราจะเห็นถึงโอกาสมหาศาลที่เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างให้กับประเทศของเรา ครูคือกำลังสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดนี้ให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทย การที่เยาวชนไทยจะเข้าใจพลังงานนิวเคลียร์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ที่ห้องเรียนของทุกท่าน”

พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก นฤนันท์ เพชรสุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ที่ร่วมกล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษาในการผลักดันองค์ความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์สู่ระบบการเรียนการสอนของไทย

โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองและเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนเข้าใจผิด ครู อาจารย์ และบุคลากรทางศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปถ่ายทอดแก่เยาวชน พร้อมปูพื้นฐานให้สังคมไทยพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองระหว่างครูและนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้า

นอกจากการให้ความรู้แล้ว โครงการฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายครูพันธมิตรด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อการพัฒนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอนให้ทันสมัย และช่วยเพิ่มขีดความสา มารถในการถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์ให้เข้าถึงเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย  เพื่อขยายโอกาสให้กับครูและบุคลากรด้านการศึกษาทั่วประเทศ ปส. เตรียมเดินหน้าจัดโครงการดังกล่าวอีก 4 ครั้ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ราชบุรี นครศรีธรรมราช และอุดรธานี โดยมุ่งหวังให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการอบรมอย่างทั่วถึง และสร้างเครือข่ายครูด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และต่อเนื่องในปีต่อๆ ไปจนทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร. 02-596-7600 ต่อ 1110 และ 1120

เปิดค่ายธรรมะ… ทรูปลูกปัญญา เตรียมเฟ้นหา 12 ว่าที่สามเณรปลูกปัญญาธรรมปี 11

เปิดค่ายธรรมะ… ทรูปลูกปัญญา เตรียมเฟ้นหา 12 ว่าที่สามเณรปลูกปัญญาธรรมปี 11

เปิดค่ายธรรมะ… ทรูปลูกปัญญา เตรียมเฟ้นหา 12 ว่าที่สามเณรปลูกปัญญาธรรมปี 11

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.12 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดค่ายปลูกปัญญาธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 11 เรียลลิตี้ธรรมะถ่ายทอดสดแห่งแรกในเมืองไทย โดยปีนี้ จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “กตัญญูคู่ความดี” ซึ่งจากผู้สมัครทั้งหมดกว่า 6,000 คนทั่วประเทศ ได้คัดเลือกตัวแทนเยาวชนชาย อายุ 7 – 12 ปี จำนวน 30 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรมจริยธรรม และกิจกรรมสันทนาการ พร้อมผู้ปกครอง ณ วัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

สำหรับค่ายปลูกปัญญาธรรมครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระเทพปวรเมธี ,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ มาร่วมให้โอวาทแก่เยาวชนและผู้ปกครองที่เข้าร่วมอบรม และในโอกาสนี้ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและด้านการศึกษา และผู้อำนวยการโครงการสามเณรปลูก ปัญญาธรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมแนะนำและชี้แจงรายละเอียดของโครงการฯ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครอง

ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ของค่ายปลูกปัญญาธรรม ตัวแทนเยาวชนทั้ง 30 คน ได้ร่วมกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรมจริยธรรม จำลองสถานการณ์เสมือนเป็นสามเณร อาทิ ถือศีล ตื่นเช้า ทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ เรียนธรรมะจากพระอาจารย์ รวมถึงงดมื้อเย็น โดยผู้ปกครองทั้ง 30 ครอบครัวยังได้ร่วมรับฟังคำแนะนำวิธีการเลี้ยงลูกจากผู้เชี่ยวชาญและนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น นอกจากนี้ เยาวชนทุกคน ได้เข้าสัมภาษณ์กับคณะกรรมการเพื่อสอบถามถึงความตั้งใจที่จะบรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้ง หลังได้ทดลองกิจวัตรเสมือนสามเณรตลอด 3 วัน 2 คืน เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบสุดท้าย ได้เป็น 12 สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 11 ซึ่งจะบรรพชาเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ณ สถานปฏิบัติธรรมธวีธรรม (ไร่แสงงาม) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เริ่มการถ่ายทอดสดวันที่ 20 เมษายน – 18 พฤษภาคม 2568 โดยสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่องทรูปลูกปัญญา ทรูวิชั่นส์  37 และ 111 ทรูวิชั่นส์ ช่องเรียลลิตี้ HD 119, HD 333 แอปพลิเคชันสามเณรปลูกปัญญาธรรม และทรูไอดี โดยจะเผยโฉมหน้า 12 ว่าที่สามเณรในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ผ่านทาง True ID, เว็บไซต์ www.truelittlemonk.comwww.facebook.com/truelittlemonkthailand และ https://www.tiktok.com/@truelittlemonk

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี สะท้อนความสำเร็จเยาวชนไฟ-ฟ้า จุดประกายการเปลี่ยนแปลงให้สังคม ผ่านนิทรรศการศิลปะ

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี สะท้อนความสำเร็จเยาวชนไฟ-ฟ้า  จุดประกายการเปลี่ยนแปลงให้สังคม ผ่านนิทรรศการศิลปะ

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี สะท้อนความสำเร็จเยาวชนไฟ-ฟ้า จุดประกายการเปลี่ยนแปลงให้สังคม ผ่านนิทรรศการศิลปะ

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาริสา จงคงคาวุฒิ 

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี กิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนจากมูลนิธิทีทีบี เดินหน้าสร้างความสำเร็จ จุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับสังคม ผ่านนิทรรศการศิลปะ “fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising” พลังเยาวชน จุดประกายการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกับแนวคิดของ Bangkok
Design Week 2025 ถ่ายทอดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความหวัง และการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชนซึ่งจัดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากมาย โดยมีผู้เข้าชมนิทรรศการกว่า 1,000 คนเข้าชมผลงานศิลปะกว่า 80 ชิ้น จากเด็กๆ คลาสศิลปะจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ตอกย้ำแนวคิด “เด็กธรรมดา…คือสิ่งที่สวยงาม”

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “ความสำเร็จของนิทรรศการ “fai-fah Art Exhibition : Youth + Uprising” ไม่ใช่แค่การร่วมมือกับทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อนำผลงานของเด็กๆ ออกมาจัดแสดงให้คนทั่วไปเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพและส่งต่อความคิดสร้างสรรค์สู่สังคม เราเชื่อว่าเสียงเล็กๆ ของเด็กๆ จากงานนี้ จะเป็นพลังที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น โดยตลอดการจัดงานในครั้งนี้ เราได้เห็นรอยยิ้มและแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของเด็กๆ ทุกคน ที่ได้เห็นผลงานของตัวเองกว่า 80 ชิ้น ถูกนำมาจัดแสดงในพื้นที่ที่เปิดกว้างขึ้น ซึ่งเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและได้รับความสนใจอย่างดีจากผู้เข้าชม เป็นโอกาสที่เด็กๆ ได้ส่งต่อพลังแห่งการสร้างสรรค์ไปยังสังคมในวงกว้าง ต้องขอขอบคุณ ทรู ดิจิทัล พาร์คที่เอื้อเฟื้อสถานที่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ อย่างเด็กๆไฟ-ฟ้าได้มาใช้พื้นที่แห่งนี้ ”

ผู้บริหาร พร้อมเด็กๆ จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า

นอกจากนี้ ความสำเร็จของงานยังถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราวและความสุขของศิลปินรุ่นเยาว์มากมาย อาทินางสาวศราวณีย์ ยี่สวัสดิ์ (น้องแจม) จากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ ผู้สร้างสรรค์ผลงาน “กระต่ายในโลกกว้าง” เล่าว่า “หนูอยากให้คนที่มาดูภาพของหนูรู้สึกสบายตาสบายใจที่ได้มองภาพกระต่ายน่ารักๆ ที่เป็นตัวแทนของความรักและความโชคดีที่หนูตั้งใจอยากจะส่งต่อความรู้สึกนี้ให้ถึงทุกคน แม้ว่าภาพของหนูจะไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากมาย แต่สิ่งสำคัญคืออยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ อย่าปิดกั้นตัวเองเพียงเพราะคิดว่าทำไม่ได้”

ด้าน นายณัฐวัฒน์ เจริญวนันท์ (น้องวีโก้) ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ เจ้าของผลงาน “Sea Frame” เผยว่า“แม้การลงสีแสงเงาที่กระทบผิวน้ำจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ได้คุณครูในคลาสศิลปะที่ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า มาคอยแนะนำเทคนิคมากมาย จนได้ออกมาเป็นภาพผลงานที่สื่อถึงอิสระที่อยู่ในกรอบของความเป็นจริง ช่วยให้สามารถถ่ายทอดความคิดของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และดีใจแทนน้องๆ ทุกคนที่ได้มีโอกาสเติบโตและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ”

นายอธีนา ธรรมศักดิ์ (น้องเอเธนส์) ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าจันทน์ เจ้าของภาพ “วัวน้อยตาม่วง” ร่วมเล่าถึงความรู้สึกว่า “การได้มาจัดแสดงผลงานที่นี่เป็นเรื่องที่หนูไม่เคยคาดคิดมาก่อน และเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้หนูเชื่อว่าหากเรามีฝันและไม่ยอมแพ้ สักวันหนึ่งเราจะมีวันที่สดใสเป็นของตัวเองแน่นอน”

ปิดท้ายที่ นายธราธิป แสงวิเชียร (น้องมูนิต) ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า จันทน์ เจ้าของภาพ “Flower of Love” เล่าว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ผลงานของตัวเองได้นำมาจัดแสดงในงานนี้ เพราะเป็นผลงานที่สะท้อนถึงตัวตนของตัวเอง รวมทั้งยังได้ใช้ประสบการณ์ความรู้ที่ได้จากคลาสศิลปะมาใช้จริง ซึ่งหวังว่าทุกภาพในงานนี้ของพวกเราเด็กไฟ-ฟ้า จะเป็นการจุดประกายฝันในหัวใจของทุกคน ให้ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ชอบ ไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ไม่เสียดายเวลาที่ผ่านมา”

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี กิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนจากมูลนิธิทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดีๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย  ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

‘ลิซ่า’ สมมง Queen of Soft Power ไทย ยอมรับเต็มปาก ‘ยาดมมังกรทอง’ ไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้!!

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์ไทยที่เตรียมดังทะลุโลกอีกหนึ่ง เพราะ “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” หรือ “ลิซ่า BLACKPINK” ตัวแม่แห่งวงการ Sold Out ชีเสิร์ฟความปังไม่หยุด!ล่าสุดในคลิปเปิดกระเป๋ากับช่อง Vogue (Global) ลิซ่าก็ทำเรื่องให้แบรนด์ไทยใจฟูสุดๆ เพราะเธอหยิบ “ยาดมตรามังกรทอง” กระปุกสีน้ำเงิน ของอ้วยอันโอสถ ขึ้นมาโชว์และสูดดมเข้าเต็มปอดระหว่างให้สัมภาษณ์ แถมยังบอกอีกว่าเป็นไอเทมลับจากประเทศไทยที่ขาดไม่ได้ !

“เวลาที่ลิซ่ารู้สึกเหนื่อยๆ หรือเครียดๆ ก็จะหยิบยาดมขึ้นมาดมค่ะ มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมากๆ เลย” พร้อมยังบอกอีกว่า “I can’t live without this! (ฉันขาดสิ่งนี้ไม่ได้!)”

ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกต้องร้องกรี๊ด เพราะนี่คือไอเทมลับจากประเทศไทย สมมงเจ้าแม่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยแลนด์แดนยาดมสมุนไพร!สุดจึ้ง งานนี้ทำเอาเหล่าลิลลี่ถึงกับต้องรีบไปหาซื้อ “ยาดมมังกรทอง”มาใช้ตามกันให้ไว เพราะของมันต้องมี!แถมยังแอบแซวอีกว่า เป็นไอเทมเดียวในกระเป๋าที่มีเหมือนลิซ่าได้ บอกได้เลยว่า งานนี้ “ยาดมมังกรทอง” เตรียมหมดแผง!

“ยาดมตรามังกรทอง”ไม่ได้มีดีแค่กลิ่นหอมเย็นสดชื่นเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและอาการคัดจมูกได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ ที่ไม่มีไม่ได้แล้ว

การที่ ลิซ่า เลือกใช้ยาดมมังกรทอง เป็นการตอกย้ำว่า ยาดมสมุนไพรไทยไม่ได้มีดีแค่ในประเทศ แต่ดังไกลระดับโลก! ต้องขอบคุณ ลิซ่าที่ช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ของคนไทยอย่าง อ้วยอันโอสถ รวมถึงแบรนด์ไทยอื่นๆ ที่เธอช่วยผลักดันมาโดยตลอด สำหรับอ้วยอันโอสถ เป็นแบรนด์สมุนไพรไทยที่มีสินค้าจากสมุนไพรเพื่อสุขภาพกว่า 100 ชนิดเป็นตัวจริงเรื่องสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 77 ปี

ไม่อยากตกเทรนด์ รีบไปหาซื้อ “ยาดมตรามังกรทอง” กระปุกสีน้ำเงินมาใช้กันได้เลย ทั้งในเซเว่น ร้านค้าทั่วไป และช่องทางออนไลน์ของอ้วยอันโอสถ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไม ลิซ่า ถึงขาดไอเทมนี้ไม่ได้ !!

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2568

คุณแหน : 28 กุมภาพันธ์ 2568

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปประทานรางวัลบีซีซี ดีเด่น(รางวัลอารีย์เสมประสาท)และรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ฯประจำปี พ.ศ.2567 ณ หอธรรม รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 1 มี.ค. เวลา 13.00 น. ..

ll จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ เป็นประธานเปิดงานเดิน-วิ่ง แล โขง ชมตะวัน พร้อมต้อนรับนักวิ่งที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย ภายใต้ ชื่อ“วิ่ง ไม่ เหงา วิ่งกับเราที่บึงกาฬ”ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกและมีผู้ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก..

ll ชาว LSP#2 ยินดีกับ วารุณี ปรีดานนท์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับตลาดทุน(ก.ต.ท.)..

ll กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดตัวกิจกรรม“พัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอวกาศ”ร่วมกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม(DPAI)และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อสนับสนุนการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม มุ่งนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาปรับใช้ในการทำเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.กิตติโชติศุภกำเนิด,ศศิวิมล สุทธิเลิศ,กำพล โชคสุนทสุทธิ์,ศุภอัชฌ์ ชาตรูปะวณิช,ดร.ฉกาจ วิสัย,ศรายุทธ ศรีบัญยรานนท์ ร่วมด้วย..

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ มงคล วิมลรัตน์ ที่ได้เป็นว่าที่ อธิบดีกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา..

ll มิตรสหายปลื้มใจกับชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีสรับเบอร์(NER)ที่ประกาศข่าวดี NERยอดขายปี 2567 กำไร 1,652 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.36 บาทรวม 665.20 ล้านบาท คิดเป็นจ่ายเงินปันผล 40.26% ของกำไรสุทธิ พร้อมเผยว่าปีนี้ (2568) เดินหน้ารุกธุรกิจพร้อมดันยอดผลิตและขายสินค้าสู่ 500,000 ตัน คิดเป็นรายได้ประมาณ 34,000 ล้านบาท หรือเติบโต 24%..

ll ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล ชวนเพื่อนๆมาสังสรรค์ งานนี้ กูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา,ศศิธร จันทรสมบูรณ์,ไพศาล พิสุทธิ์วัชระ,บุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล,กชพรรณ นุ่มฤทธิ์,ดร.อลิสาเลิศเดชเดชา,รสริน เธียรนุกุล,อมรรัตน์ตันติโชติ ไม่พลาด..

ll ชาว Net Zero CEO#1 ร่วมยินดีกับ เชอรี่-เข็มอัปสร ได้รับรางวัล“สตรีทำงานดีเด่น”เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในสาขานักแสดง(ศิลปินสตรีดีเด่น)..

ll ธานินทร์ พานิชชีวะ ชวนเพื่อนๆ รุ่น Digital CEO#6 มาร่วมงานสังสรรค์อัปเดตชีวิต งานนี้ นิติ เมฆหมอก,รังสรรค์ พวงปราง,เกศนรี จองโชติศิริกุล,อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล,ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย,ณัฐพลสืบอ่ำ,ยอดฤดี สันตติกุล, ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์,ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์,นวลศิริ เมธาวิวัฒน์,อรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร,อติพร ประทีปมงคล,วสวัต ชวลิตธำรง,มณฑล นุ่นละออง ไม่พลาด..

ll วรเศรษฐ์ องค์สรานนท์ วันเกิดปีนี้ไปญี่ปุ่นฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..

ll พัทณี พิทักษ์อรรณพ และมนัสชนก ลิ้มจำรูญ ชวนกันไปตะลุยไหว้พระไหว้เจ้ารับตรุษจีนที่ฮ่องกง 6 วัด..

ll ข่าวดี FC ของ ผศ.ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ ที่หนังสือเล่มใหม่ Digital Twin Execution :Digital Transformation for Building,Infrastructure and City Managementได้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารองค์กรนักพัฒนาเมือง ผู้พัฒนาโครงการ และผู้ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี Digital Twin ที่ใช้กับการพัฒนาและบริหารจัดการอาคาร โครงสร้างสาธารณูปโภค และเมือง..ll

น้องใหม่