‘POW’ ส่งเพลงใหม่ ‘Gimme Love’ เพลงรักจากหัวใจในเดือนแห่งความรัก

‘POW’ ส่งเพลงใหม่ ‘Gimme Love’  เพลงรักจากหัวใจในเดือนแห่งความรัก

‘POW’ ส่งเพลงใหม่ ‘Gimme Love’ เพลงรักจากหัวใจในเดือนแห่งความรัก

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมหัวใจของเหล่า “POWER” (ชื่อแฟนคลับ) ให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น เพราะสมาชิกมากความสามารถทั้ง 5 คนของวง “POW” (พาว) กลับมาพร้อมกับซิงเกิ้ลพิเศษที่เต็มไปด้วยความรักและการขอบคุณ

“POW” (พาว) บอยกรุ๊ปผู้เปล่งประกายจากค่าย GRIDENTERTAINMENT พวกเขาเป็นที่รู้จักด้วยเสน่ห์และความสามารถที่หลากหลาย โดยสมาชิกทั้ง 5 คนประกอบด้วย ยอร์ช (Yorch), ฮยอนบิน (Hyunbin), จองบิน (Jungbin), ดงยอน (Dongyeon) และ ฮง (Hong) หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับซิงเกิ้ลที่แล้ว “Boyfriend” ไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดพวกเขาทั้ง 5 คน กลับมาในเดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์ 2025 นี้พร้อมกับเพลงรักอบอุ่นหัวใจเพื่อฉลองเทศกาลแห่งความโรแมนติก “Gimme Love” ดิจิทัลซิงเกิ้ลล่าสุดจากวง “POW” เป็นการผสมผสานที่สวยงามของอะคูสติก ป๊อป และอาร์แอนด์บี นำเสนอด้วยเสียงกีตาร์ที่นุ่มนวลและร่วมสร้างสรรค์กับคอร์ดอะคูสติกแสนอบอุ่น เพลงนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องที่ไพเราะนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของวง “POW” กับทำนองที่เรียบง่าย ทำให้เพลงนี้เป็นที่น่าจดจำนอกจากนี้ เพลง “Gimme Love” ยังเป็นการขอบคุณจากหัวใจต่อแฟนๆ ของพวกเขา สำหรับการสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงที่พวกเขาได้รับมาตลอดนับตั้งแต่เดบิวต์ ทั้ง 5 หนุ่มจึงตั้งใจทำเพลงนี้เพื่อตอบแทนความรักที่มีต่อเหล่าPOWER ด้วยทั้งหมดจากหัวใจ และเซอร์ไพรส์พิเศษจาก “POW” กับของขวัญสุดพิเศษ “Gimme Love” เวอร์ชั่นภาษาไทย เพื่อแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ โดยเพลงนี้ แต่งขึ้นโดย ยอร์ช และ จองบิน พวกเขาจึงได้เตรียมแสดงโชว์เวอร์ชั่นภาษาไทยบนเวที “Rabbit to the Moon” เป็นครั้งแรกอีกด้วย รับรองว่าเมื่อ POWER ชาวไทย ได้ฟังเพลงนี้จะรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไปด้วยความรักและความขอบคุณจากหนุ่มๆ ทั้ง 5 คน ทำให้เดือนกุมภาพันธ์นี้มีความพิเศษและเป็นที่จดจำของแฟนๆ อย่างมากมาย

‘แกรมมี่โกลด์’เปิดตัว‘มายอายส์’เกิร์ลกรุ๊ปลูกทุ่งยุคใหม่ 4 สาวสวยเสียงใสซิงเกิ้ลแรก‘มักบ่าวไทบ้าน’

‘แกรมมี่โกลด์’เปิดตัว‘มายอายส์’เกิร์ลกรุ๊ปลูกทุ่งยุคใหม่  4 สาวสวยเสียงใสซิงเกิ้ลแรก‘มักบ่าวไทบ้าน’

‘แกรมมี่โกลด์’เปิดตัว‘มายอายส์’เกิร์ลกรุ๊ปลูกทุ่งยุคใหม่ 4 สาวสวยเสียงใสซิงเกิ้ลแรก‘มักบ่าวไทบ้าน’

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แกรมมี่โกลด์ พร้อมเปลี่ยนภาพจำของลูกทุ่งไทย! ให้สดใสกว่าเดิมด้วยการผสานเสน่ห์ของเพลงไทย วัฒนธรรม และศิลปะเข้ากับความสดใส สนุกสนาน และความทันสมัย แต่ยังคงรากเหง้าไว้ ก้าวสู่ยุคใหม่“ลูกทุ่งเดิร์น” ที่เข้าถึงทุกเจเนอเรชั่นกับเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ “มายอายส์” ประกอบไปด้วยสมาชิกสาวสวยเสียงดี 4 คน ข้าวแกง-พรินพร ดิษฐบรรจงสาวเท่ Introvert ผู้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเสียงเพลง, นัท-ภคนัทปพันธ์นพ สาวบริหารสุดโก๊ะกับเสียงหวานจับใจ, เจนนี่-กัญวรรธน์ธนวัตไพสิฐ ยัยฝรั่งน้อยผู้มีเสียงอีสานโมเดิร์นที่ไม่เหมือนใคร! และนิ้ง-สุพรรษา เจียมบรรจง น้องเล็กของวงกับความสามารถสุดปัง!ภายใต้การดูแลของ อั๋น-ประพัฒน์ คูศิริวานิชกร Vice president-Promoter ที่พร้อมจะถ่ายทอดเสน่ห์ของไทยทั้งในด้านเพลง วัฒนธรรมและความสนุกผ่านเสียงเพลงของพวกเธอพร้อมกับคอนเซ็ปต์“ลูกทุ่งเดิร์น” ที่มีนิยามว่า “สำเนียงติดนา กิริยาติดแกรม” ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยดั้งเดิมกับความทันสมัยในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความสนุกและเสน่ห์ของเพลงไทยในแบบที่ไม่เหมือนใคร

ซิงเกิ้ลแรก “มักบ่าวไทบ้าน” เพลงความเป็นลูกทุ่งแท้ๆ ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่มีพลังถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ชัดเจน เป็นการบอกเล่าความรู้สึกของหญิงสาวที่จากบ้านเกิดไปเผชิญโลกภายนอกแต่ต้องพบกับความยากลำบาก โดนเหยียดหยามและหลอกลวงจากผู้คนในเมืองใหญ่แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เธอโหยหาคือความรักแท้จาก“ผู้บ่าวไทบ้าน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความจริงใจ ความอบอุ่น และความมั่นคงทางจิตใจ “มักบ่าวไทบ้าน” เป็นเพลงที่สะท้อนตัวตนของมายอายส์ “ลูกทุ่งเดิร์น” เนื่องจากเพลงลูกทุ่งยุคใหม่ที่มีทั้งความสดใส สนุกสนานและเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกับคนที่เคยจากบ้านมาเผชิญชีวิตในเมืองใหญ่ ในส่วนของ MV “มักบ่าวไทบ้าน” จะเน้นการถ่ายทอดวิถีชีวิตจริงของเหล่าผู้บ่าวไทบ้านผ่านบรรยากาศที่อบอุ่น และเรียบง่ายโดยไปถ่ายทำถึงหมู่บ้านจริงที่ยังคงมีเสน่ห์ของชนบทไทยแท้ๆ ถ่ายทอดภาพตั้งแต่การเลี้ยงสัตว์, ทำอาหาร ไปจนถึงการใช้ชีวิต นำเสนอออกมาด้วยภาพที่เน้นโทนสีอบอุ่น เน้นแสงธรรมชาติและภาพวิวชนบทที่บรรยากาศ Soft & Happy ให้ความรู้สึกสดใส สนุก และอบอุ่นใจ

PARADOX ส่งความสนุก สดใสในซิงเกิ้ลใหม่ ‘8 นาฬิกา (Good Time)’

PARADOX ส่งความสนุก สดใสในซิงเกิ้ลใหม่  ‘8 นาฬิกา (Good Time)’

PARADOX ส่งความสนุก สดใสในซิงเกิ้ลใหม่ ‘8 นาฬิกา (Good Time)’

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาสร้างความฮือฮาและชวนแฟนเพลงคึกคักตั้งแต่เช้า เมื่อวงดนตรีร็อกที่ยืนหนึ่งเรื่องครีเอทีฟไอเดียผ่านการนำเสนอสุดแฟนตาซีอย่าง PARADOX (พาราด็อกซ์) จากค่าย genie records (จีนี่ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่“8 นาฬิกา (Good Time)” เพลงรักสุดสดใสที่แฟนเพลงรอคอย โดยเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลา 8 โมงเช้าพอดี เมื่อวันที่18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา

ต้า PARADOX เล่าถึงการทำงานในเพลงนี้ว่า … “เพลงนี้เกิดจากไอเดียของผมที่อยากจะทำเพลงภาคต่อจากเพลง “8 โมงเช้าวันอังคาร” ของ palmy เลยอยากเล่าเรื่องราวภาคต่อจากเพลงนั้นที่ผ่านกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน พร้อมกับชื่อเพลง “8 นาฬิกา (Good Time)” คือเป็นช่วงเวลาที่ต่างคนต่างทำใจได้แล้ว เหลือไว้ซึ่งมิตรภาพที่ดีต่อกัน มีความสดใสกลับมาสู่ชีวิตอีกครั้ง ใครเจออะไรดีๆ ในช่วงเวลากู๊ดไทม์ ก็จะนึกถึงกัน อยากจะโทรหากัน อยากแบ่งปันช่วงเวลาดีดี ที่มีความสุข ให้แก่กัน ซึ่งดนตรีเพลงนี้เราทำให้มีจังหวะสนุกสนาน ย้อนยุคไปในช่วงยุค 60 มีความเป็น rockabilly และมีซ่อนท่อนพิเศษที่เราใส่เสียงของ palmy ลงไปเป็นเซอร์ไพรส์ในเพลงนี้ด้วย ลองติดตามฟังกันครับ” และนอกจากตัวเพลงจะมีความสนุก สดใสแล้ว ตัวมิวสิกวีดีโอก็ให้ความรู้สึกฟีลกู๊ดไปกับเรื่องราวความรักวัยรุ่นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดีๆ ซึ่งงานนี้เรายังได้เห็นวง PARADOXปรากฏตัวในลุค Rockabilly สุดเท่ที่มาชวนทุกคนขยับไปกับดนตรีร็อกแอนด์โรลพร้อมท่าเต้นสุดเก๋ ที่ได้ “พัดชา ชนุดม” เจ้าของท่าเต้นเทพ 3 ตา มาช่วย ดีไซน์ออกแบบความสนุกในมิวสิกวีดีโอนี้

‘จา สิงห์ชัย’ชวน‘หนามเตย’ฟีทเจอริ่ง ‘โสดอีกแล้ว’เพลงใหม่อกหักแบบน่ารัก

‘จา สิงห์ชัย’ชวน‘หนามเตย’ฟีทเจอริ่ง  ‘โสดอีกแล้ว’เพลงใหม่อกหักแบบน่ารัก

‘จา สิงห์ชัย’ชวน‘หนามเตย’ฟีทเจอริ่ง ‘โสดอีกแล้ว’เพลงใหม่อกหักแบบน่ารัก

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากปล่อยเพลง มาเด้อขวัญอ้าย ล่าสุด จา สิงห์ชัย ได้ชวน หนามเตย มา ฟีทเจอริ่งเพลงใหม่ “โสดอีกแล้ว” ซึ่งเป็นเพลงอกหักที่ “น่ารัก” ที่สุดในอัลบั้ม “ความฮักของบักดิน” เพลงนี้เป็นเพลงจังหวะมีเดียมสดใส แต่ก็ยังคงเนื้อหาและอารมณ์เพลงที่อกหักในแบบฉบับคนโสดเช่นเคย คำร้อง-ทำนอง โดยศิลปิน “หนามเตย”ด้านดนตรีได้ อ.จินนี่ ภูไท มาเรียบเรียงให้ และ อ.เต้ย-ปิยะวุฒิ ณ บางช้าง มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ให้อีกด้วย แม้เพลงจะน่ารักสดใสฮีลใจคนอกหัก แต่ด้านการร้องไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทั้ง “หนามเตย และ จา สิงห์ชัย” ก็ต้องปรับการร้องให้เข้ากันมากที่สุด ซึ่งถือเป็นงานหินไม่น้อยเลยทีเดียว

ส่วนพาร์ทของ MV นั้นเป็นเรื่องราวของเพื่อนรัก “จา และ หนาม” 2 หนุ่มโสด ที่ตามหาความรัก ได้มามูขอรักแท้ที่สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งจนได้มาเจอกับสาวสวย 2 คน “น้องเนย นฤมล” ติ๊กต็อกเกอร์ มีผู้ติดตามกว่า 2.4 ล้าน และนักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ “น้องมิกกี้” มาร่วมแสดงคู่กับ “หนามเตย” ทั้งสองหนุ่มตามจีบสาวๆไปพร้อมกับการทำภารกิจพิชิตความรักไปด้วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้มารู้ความจริงว่าตัวเองต้องอกหักอีกแล้ว เมื่อเรื่องมาเฉลยว่า สาวๆ ทั้งสองคนเขาเป็นแฟนกัน ทำให้ “จา และหนาม” ต้องเดินคอตกกลับบ้านมา เรื่องราวภารกิจพิชิตความรักที่สองหนุ่มได้ทำนั้น มีอะไรบ้างท่านสามารถหาคำตอบได้แล้ววันนี้ ทางช่อง YouTubeGRAMMY GOLD OFFICIAL

หนามเตย กล่าวว่า “หนาม” ขอบคุณ และดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับ “พี่จา” เป็นพี่ชายให้ความรู้สึกอบอุ่นและสนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมงาน ขอฝากแฟนเพลงทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจให้เราสองคนด้วยนะครับ

จา สิงห์ชัย กล่าวว่า เพลงนี้ต้องขอบคุณ“น้องหนามเตย” มากเลยที่แต่งเพลง “โสดอีกแล้ว” เป็นเนื้อหาที่โดนใจผมมากๆ เลยครับ ถือโอกาสชวน “น้องหนามเตย” มาฟีทเจอริ่งกันเพลงนี้ถ่ายทำท่ามกลางบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่นสุดท้ายผมขอฝากผลงานเพลง “โสดอีกแล้ว” และรับชม MV กดไลค์ กดแชร์ กดติดตามและเป็นกำลังใจให้ “จา สิงห์ชัย” ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

‘ยูโร-มุกดา’ ขอบคุณแฟน ‘ไฟน้ำค้าง’ ปิดฉากหวาน โกยเรตติ้งสวย แรงส่งท้าย 3.7

‘ยูโร-มุกดา’ ขอบคุณแฟน ‘ไฟน้ำค้าง’  ปิดฉากหวาน โกยเรตติ้งสวย แรงส่งท้าย 3.7

‘ยูโร-มุกดา’ ขอบคุณแฟน ‘ไฟน้ำค้าง’ ปิดฉากหวาน โกยเรตติ้งสวย แรงส่งท้าย 3.7

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไปแล้ว สำหรับละครโรแมนติกดราม่าเรื่องไฟน้ำค้าง ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอนำแสดงโดย ยูโร ยศวรรธน์ และ มุกดา นรินทร์รักษ์ โดย EP สุดท้ายคว้าเรตติ้ง 15+ ทั่วประเทศ พุ่งไป 3.7 (ข้อมูลวันที่18 กุมภาพันธ์ 2568) โดย “ยูโร-มุกดา” พร้อมใจกันขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามชมละครมาอย่างต่อเนื่องโดย ยูโร ได้เผยว่า

“อย่างแรกเลย ผมขอขอบคุณแฟนละครทุกคนมากๆ นะครับ ที่ติดตามชมละคร ไฟน้ำค้าง มาด้วยกัน ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งวันนี้ละครจบแล้ว สำหรับผมไฟน้ำค้าง เป็นละครที่สนุกมากในด้านการแสดงครับ เพราะตัวละคร ภีม เป็นหนึ่งในบทบาทที่ผมชอบนะ คาแร็กเตอร์ของภีมทำให้ผมได้พัฒนาด้านการแสดงเพิ่มขึ้น ด้วยคาแร็กเตอร์ของคนที่มีปมในชีวิตและยังมาเจอกับความผิดหวังเรื่องความรัก ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนก่อกว่าทุกอย่างในชีวิตของเขาจะเดินมาจนถึงบทสรุป เขาต้องผ่านอะไรเยอะมากๆ เลย ผมดีใจนะครับที่แฟนๆ ติดตามละครและชอบในเรื่องราวของ ไฟน้ำค้าง ผมอยากขอบคุณผู้กำกับ ทีมงานทุกคน และนักแสดงทุกคนด้วย เพราะการทำงานละครเรื่องนี้ทุกคนเต็มที่ บรรยากาศการทำงานก็สนุกมากๆ ครับ ส่วนผลงานของผม ตอนนี้ก็อยากชวนทุกคนติดตามบทบาทใหม่ของผมในการเป็นพิธีกรรายการออนไลน์ TALK TO U ทุกวันศุกร์สัปดาห์ที่ 2 และ สัปดาห์ที่ 4 ของทุกเดือน ทาง YouTube : Ch7HD Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Drama Society ครับ นอกจากนี้ ยังมีละครใหม่เรื่อง ลวง ที่แสดงคู่กับกานต์ (ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์) ออกอากาศเมื่อไหร่ฝากซัพพอร์ตด้วยนะครับ”

ด้าน มุกดา เผยว่า “ตอนนี้ละครจบแล้ว มุกรู้สึกดีใจกับกระแสตอบรับที่ได้จากทุกคนมากๆ ค่ะ เพราะบทของพลับพลา ในละครไฟน้ำค้าง ก็เป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ๆ ที่มุกคิดว่าทุกคนน่าจะชื่นชอบ และอยากขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนจบเลย เป็นกำลังใจที่ดี ฟีดแบ๊กที่ดีขอบคุณมากๆ เลยนะคะ เพราะมุกเองก็มีความประทับใจตั้งแต่ตอนที่เราทำงานกันบรรยากาศของกองละครไฟน้ำค้างดีมากค่ะ ระหว่างการถ่ายทำก็มีแต่ความทรงจำดีๆ ความสนุกสนาน การได้อยู่ร่วมกัน อย่างที่บอกไปค่ะว่า หลังจากนี้มุกขอฝากให้ทุกคนรอติดตามผลงานต่อๆ ไป ของมุกด้วยนะคะ” เตรียมพบกับละครเรื่องใหม่ “ฟ้าพยับ” รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35 ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มออกอากาศตอนแรกวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOWติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD DramaSociety (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘แหม่ม สุริวิภา’ เผยโฉมยกหน้าใหม่ ในวัย 58 หน้าเด็กลงมาก

'แหม่ม สุริวิภา' เผยโฉมยกหน้าใหม่ ในวัย 58 หน้าเด็กลงมาก

‘แหม่ม สุริวิภา’ เผยโฉมยกหน้าใหม่ ในวัย 58 หน้าเด็กลงมาก

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 21.02 น.

แหม่ม สุริวิภา เผยโฉมยกหน้าใหม่ในวัย 58 หน้าเด็กลงมาก

ต้องบอกว่าตื่นเต้นสุดๆ หลังจากที่ แหม่ม สุริวิภา บินลัดฟ้าขึ้นเขียงศัลยกรรมที่เกาหลีย้อนวัย ขณะนี้ผ่านไป 14 วันแล้ว เจ้าตัวยังต้องพักฟื้นให้ใบหน้าเข้าที่ โดยล่าสุด แหม่ม ได้อัปเดตภาพเทียบก่อน-หลังศัลยกรรม พร้อมข้อความว่า 

“หมอคะ….??? หมออยู่กับmommy ตอนสาวๆ ตอนวัยรุ่นใช่ป่ะ …? หมอเคยเห็นmommy ใช่ป่ะ ??? พูดค่ะ …มือ ฝีเย็บและรสนิยมล้วนๆ…ทั้งคุณหมอและคุณเอ๋ค่ะ…

#รีวิวศัลยกรรม #รีวิวศัลยกรรมเกาหลี #สวยให้สุดแล้วหยุดที่นานะ #เกาหลีเกาใจ #รีวิวเกาหลี #โรงพยาบาลศัลยกรรมนานะ #โรงพยาบาลนานะ #nanahospital #14วันเองค่ะ ” 

โดยมีเพื่อนๆในวงการและนอกวงการเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โหววววว สวยปังเลยครับพี่! , ต่อไปนี้ไม่เรียกพี่หนูแหม่มแล้วค่ะ ต้องเรียกพี่น้องแหม่ม , สวยและเด็กมากกกคร่า , ช้ำน้อยมากเลยแม่ , หน้าเด็กมากค้าบบบบพี่แหม่ม , ขอโทษด้วยนะคะถ้าเจอกันแล้วหนูคงต้องเรียกว่าน้องแหม่ม 

ปิดตำนาน กงยูเมืองไทย? 'มาดามบูลนี่'เผยเหตุผลแต่งหญิง ไม่ปิดกั้นเรื่องรัก คุยได้กับทุกเพศ

ปิดตำนาน กงยูเมืองไทย? ‘มาดามบูลนี่’เผยเหตุผลแต่งหญิง ไม่ปิดกั้นเรื่องรัก คุยได้กับทุกเพศ

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.32 น.

ปิดตำนาน กงยูเมืองไทย พร้อมเปิดตำนานบทใหม่เป็น มาดามบูลนี่ สำหรับ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ที่วันนี้จะมาตอบกระแสหลังเจ้าตัวสลัดลุคหนุ่มก้ามปู มาแต่งหญิง จนฮือฮาไปทั้งโลกออนไลน์ พร้อมเคลียร์ใจโดนชาวเน็ตแซะ โสดจนสติแตก อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวสุดช้ำที่ทำธุรกิจเจ๋ง สูญเงินหลายล้าน แถมยังเจอคนรอบข้างทักครูไพบูลย์โดนทำของใส่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ในโลกออนไลน์เรียกเราเราชื่ออะไรบ้าง ?

ครูไพบูลย์ : มีเยอะเลย มาดามบูลนี่, เจ๊บูลย์ ตอนนี้เค้าลืมกงยูไปแล้ว

จากหนุ่มก้ามปูทำไมมาเป็นสาวหวานได้?

ครูไพบูลย์ : มันเกิดจากเพื่อนสาวของแม่เอง ให้ไปลองชุดถ่ายดูหน่อยเผื่อสวย แล้วชุดที่ใส่เป็นชุดผู้หญิง พอใส่ทำไมดูแปลกๆ เวลาใส่เข้าไปทำไมเดินตูดบิด

มันเป็นเองโดยธรรมชาติใช่ไหม ?

ครูไพบูลย์ : ใช่ค่ะ มันก็เลยรู้สึกว่าหรือเราต้องเป็นแบบนี้หรือเปล่า ยิ่งได้ทาเครื่องสำอาง แต่งหน้า มันเริ่มชัดขึ้นมาแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าถ้าฉันแต่งแบบนี้ ฉันก็สวยอยู่นะ อีกอย่างมันสนุกดี เราได้ผ่อนคลายด้วย ได้แต่งตัว หรือเรารู้สึกเป็นผู้หญิงหรือเปล่า รู้สึกว่าฉันสวย

แต่งผู้หญิงครั้งแรกมีความเขินไหม ?

ครูไพบูลย์ : ครั้งแรกจะเขิน ไม่กล้า เพราะตอนที่เราใส่ช่วงแรก เราไม่ได้แต่งหน้าด้วย หน้ายังดำกระด้าง ยังเป็นผู้ชายอยู่ พอใส่ชุดผู้หญิงมันจะแมตช์กันไหม แต่พอแต่งหน้าด้วยมันก็เข้ากันดี

แค่กี่ครั้งที่เรารู้สึกว่าเขิน ?

ครูไพบูลย์ : ประมาณ 2-3 ครั้ง 

ครั้งแรกที่เราแต่งเป็นผู้หญิง แล้วออกไปเจอผู้คนเป็นยังไงบ้าง?

ครูไพบูลย์ : ก็มีนิดหน่อย แต่พอมีคนชม เมื่อก่อนไม่ชอบเลยเป็นผู้ชาย ดูแอค แต่พอเปลี่ยนเป็นผู้หญิงดูอ่อนโยน แล้วสวยด้วย จริตเริ่มได้ เราเลยรู้สึกมีกำลังใจในการใช้ชีวิตในโซเชียลแบบนี้

มีคนชมไหมว่าเราแต่งตัวแบบนี้ ดูเป็นลุคสาย ฝ.

ครูไพบูลย์ : มีค่ะ ตอนที่ไปพัทยา ไปถ่ายงาน แล้วมีชุดดำที่เป็นทูพีซ คนบอกมาสายมาดาม สาย ฝ.

ติดใจไหม ?

ครูไพบูลย์ : เริ่มละเริ่มจะติดใจ

เห็นว่าพอมาสายนี้ให้คนละมุมตา  แต่ก็ไม่ว่ายังโดนบลูลี่?

ครูไพบูลย์ : ยังมีๆ บางคนบอกว่า สติแตกหรอ โดนเมียทิ้งหรอถึงเป็นแบบนี้ ถึงว่าแหละเมียถึงทิ้ง แต่เราไม่ได้สนใจตรงนั้น คำบลูลี่มันไม่ได้หายหรอก ก็เหมือนคำชื่นชม มีมาเดี๋ยวก็ไป เราพัฒนาตัวเองดีกว่า ไม่ต้องสนใจ

เรารับมือกับมันยังไง ไม่ว่าร่างไหน ลุคไหน ก็มีคนมาบลูลี่ตลอด?

ครูไพบูลย์ : มีคนถามผมตลอดนะว่าเคยอ่านคอมเมนต์ไหม ผมอ่านนะ บางทีก็อยากรู้คนที่ด่าเราคือใคร ผมก็เข้าไปดูเลย ผมก็ขี้เสือกเหมือนกัน เธอเป็นใครหรอ คุณภาพชีวิตเธอเป็นยังไง บางคนเพิ่งเลิกกับผัวมา บางคนเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ไม่ฉันไม่โต้ตอบ ฉันให้เธอด่าเลย แล้วทุกวันนี้ มันมีบางคนที่ผมเอากลับมาเป็น fc ผมเยอะ 

มีน้อยใจไหม  เวลาเราเปลี่ยน หรือทำอะไรมันก็ดูผิดไปหมด คนไม่ชอบมันก็ไม่ชอบเรา?

ครูไพบูลย์ : มีครับ เคยท้อมากๆ ดาวน์มาก จนผมไม่ทำอะไรนานหลายเดือนเลย ช่วงที่เลิกรากันใหม่ๆ ทำอะไรไม่ได้ งานมันไม่ดี ไม่ได้มีเงินมากถึงขนาดนั้น ช่วงที่ผมออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส คือช่วงนั้นไม่มีงานเลย ก็ดื่ม เที่ยว ไม่มีรายได้เลย แต่สุดท้ายก็ดึงตัวเองกลับมา โชคดีที่มีเพื่อนที่ทำธุรกิจออนไลน์

มีอะไรอยากบอกคนที่ยังบลูลี่เราจนถึงทุกวันนี้ ?

ครูไพบูลย์ : คืออยากจะบอกว่าขอบคุณ ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณที่ดูพัฒนาการของผม ผมจะทำให้คุณเห็น เมื่อก่อนกับสิ่งที่เป็นอนาคต ฉันจะพัฒนาตัวฉันเอง คุณไม่ต้องพัฒนาก็ได้ รอดูอยู่ที่เดิม แล้วฉันจะขอบคุณที่รอดูฉัน

เจตนาที่เราเปลี่ยนลุคมันก็คือคอนเทนท์หนึ่ง ?

ครูไพบูลย์ : ใช่ครับ มีคนบอกว่าชอบ ครูไพบูลย์ลุคนี้ ดูอ่อนโยน สร้างสีสัน ผมไม่ได้มีเจตนาเอาคอนเทนท์ของเพศที่สาม มาล้อเลียน หรือมาเล่น ฉันคบเพื่อนแบบนี้ฉันมีความสุข ฉันก็เลยอยากนำเสนอแบบนี้

ก่อนหน้านี้ทำหมอน ต้าวบูลย์ ออกมา ตอนนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว? 

ครูไพบูลย์ : เราทำมาให้มันเป็นรุ่นแรก และรุ่นเดียว ทำออกมาไม่เยอะ 2-3 พันใบ

ขายหมดไหม ?

ครูไพบูลย์  : ช่วงขายไม่ถึงเดือนก็หมดครับ

พอเรามาเป็นลุคมาดาม  ปิดตำนานกรงยูเมืองไทยเลยไหม?

ครูไพบูลย์ : ถามว่าปิดตำนานไหม มันอยู่ที่ผู้ดูผู้ชมมากกว่า ว่าอยากให้ผมเป็นอะไรในความสุขของเขา เขาเยอะกว่าเรา เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อคนหมู่มาก

เมื่อก่อนมีแต่สาวๆ ทักเข้ามา แต่พอมาเป็นลุคมาดามมีหนุ่มๆ ทักมาด้วย?

ครูไพบูลย์  : เยอะเลยค่ะ มีแบบว่า.. ขออนุญาต เสวมากเลย บางคนทักมาอยากโดนครู…มากเลย แต่เป็นผู้ชายนะ

มีส่งภาพแปลก ๆ มาด้วยไหม?

ครูไพบูลย์  : มีครับ บางคนมีเหลืองๆ มาด้วย ซึ่งผู้หญิงก็มีแต่บอกว่าขอเป็นลูกสาวแม่ได้ไหม ชอบ

แบบนี้จะเปิดใจให้เพศอื่น ๆ ไหม ในการเปิดใจคุยกัน?

ครูไพบูลย์ : ผมเป็นคนชอบทุกเพศอยู่แล้วครับ ผมอยู่กับคุณทุกเจน ทุกเพศ ทุกวัย เราก็อยู่กับสภาพจิตใจตัวเอง ได้ถามตัวเองมาแล้ว เราเข้มแข็งกับตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเราก็สามารถอ่อนโยนกับคนอื่นได้เช่นกัน

แสดงว่าไม่ได้ปิดกั้นเรื่องของความรัก เปิดใจคบได้ ไม่เกี่ยวเรืองเพศ  ?

ครูไพบูลย์ : คุยได้ด้วย คุยแล้วมันใช่ก็ไปต่อ

สถานะหัวใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?

ครูไพบูลย์  : ยังโสดอยู่ครับ แต่ก็มีคนเข้ามาคุยเรื่อยๆ แต่เราเองแทบจะไม่มีเวลาคุยกับใคร เพราะช่วงนี้เราทำงานหนักมาก แต่งตัววันนึงก็ปาไป 2-3 ชั่วโมงแล้ว แล้วมันยากตรงใส่ชุด ใส่ยังไงให้เข้ากับเราได้ สรีระเรายังไม่ตอบรับโจทย์ของความเป็นผู้หญิง

อย่างชุดวันนี้ใครเป็นคนเลือกให้ ?

ครูไพบูลย์ : เพื่อนครับ การออกแบบดีไซน์ก็เป็นเพื่อนทั้งหมด ตอนนี้คอนเทนท์ที่นำเสนอจะเป็นแนวสนุกมากกว่า แต่งหน้าจริงแต่ก็จะสนุก ให้คนดูไม่เครียด

เรื่องของหัวใจจริงๆ ก็อยากมีสาวๆ เข้ามาคุย แต่ข่าวเราก่อนหน้านี้ ทำให้สาวๆ กลัวที่จะเข้ามาหาเราเหมือนกัน?

ครูไพบูลย์ : เยอะเลย ผมว่าเกิน 80% เพราะคนคิดว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง เพราะเราเคยมีแฟน อายุก็ไม่ได้ห่างกันเยอะนะ แต่ดูเหมือนว่าเขาชอบเด็กหรือเปล่า เขามีปัญหากันมันจบหรือยัง ผู้หญิงคนใหม่ที่จะเข้ามา เขาเลยมองว่าฉันควรจะเข้าไปดีไหม ก็มีมองๆ มา แล้วมีหลายคนอยากคุยด้วย แต่เราก็ให้โอกาสทุกคน รวมถึงให้โอกาสตัวเองด้วย

เหงาไหม?

ครูไพบูลย์ : เหงาครับ แต่มันเหมือนมาแป๊บเดียวแล้วก็ไป บางวันแทบลืมไปเลยว่า เราโสด เราเหงา เพราะในชีวิตกิจกรรมเราเยอะมาก ถ่ายงาน ตื่นเช้ามาถ้ามีกำลังก็ไปเข้ายิม แล้วทำงาน อยู่กับเพื่อน เพื่อนผมไม่ค่อยชอบนอน นั่งคุยกันยันสว่าง ตื่นขึ้นมาก็ชวนทำงาน

ช่วงวาเลนไทน์เห็นเขามีคู่ ให้ดอกไม้กัน มันมีจี๊ดหัวใจบ้างไหม?

ครูไพบูลย์ : ผมเฉยๆ เพราะตอนที่ผมมีแฟน ผมอาจจะแย่ในมุมนี้ก็ได้ อาจจะไม่ได้เซอร์ไพรส์ดีมาก หรือไม่ให้ความสำคัญ 100% แต่ถามว่ามีดอกไม้ให้ไหม ก็มี แต่ไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้ถือเป็นวันพิเศษมากๆ ผมกลับมองว่าทุกๆ วัน ของผมคือวันวาเลนไทน์ มันพิเศษที่สุด ก็เลยทำให้มันดีที่สุด ช่วงที่ผ่านมาเลยกลายเป็นคอนเทนท์ในโซเชียลไปเลย คนที่มีแฟนสมน้ำหน้า ไม่มีอิสระในการเลือก 

ก่อนหน้านี้ก็ทำลูกชิ้นมีหู ตอนนี้ยังมีอยู่ไหม?

ครูไพบูลย์ : ยังอยู่ แต่เราพักไว้ก่อน ต้นทุนมันสูง แล้วการขนส่งมีปัญหา เพราะมันเป็นของสด ต้องแช่ฟิต ใส่โฟม ใส่น้ำแข็ง เยอะแยะมากมาย เลยพักไว้ก่อน มาทำอะไรที่มันง่าย

ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจ สูญเงินไป 5,000,000 ?

ครูไพบูลย์ : เราลงทุนทำร้านอาหารกึ่งผับ ที่ประเทศลาว เรามีเพื่อน มีพี่ เป็นคนในพื้นที่ตรงนั้น ตอนแรกทำ 3-4 คน เพราะมันเป็นร้านไม่ใหญ่ แต่จะเป็นสองชั้น สไตล์คนลาวเขาชอบ 

ลงทุนไปแล้วเป็นรูปเป็นร่างไหม หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย?

ครูไพบูลย์ : ทำเสร็จ ทำอยู่ประมาณเกือบหนึ่งปี เพิ่งเลิกทำเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว

ก็เหมือนจะไปได้สวย ?

ครูไพบูลย์ : ช่วงแรกก็เหมือนได้ ช่วง 3-4 เดือนมันได้ แต่พอหลังๆ มา ผมเห็นค่าใช้จ่ายมากขึ้น แล้วค่าใช้จ่ายที่ผมลงทุนไปผมเอากลับมาไม่ได้แล้ว ของที่ซื้อไว้ก็เอากลับมาไม่ได้

ก็เจ๋งเลย ?

ครูไพบูลย์ : ตอนแรกปล่อยให้คนมาเซ้ง ก็ไม่มีใครเอา เพราะยอดมันสูง เราลงทุนไป 4-5 ล้าน ใครเขาจะมาเซ้งราคานี้

เครียดไหม?

ครูไพบูลย์ : เครียด เราไม่มีความรู้ด้วย แต่ด้วยความที่เราอยากทำ มีความฝันว่าฉันอยากทำผับนะ แต่พอทำไปจริงๆ มันไม่ใช่ มันซับซ้อน รายละเอียดมันเยอะ ผมเลยยอม

ถ้าหลังจากนี้มีคนมาชวนทำเกี่ยวกับร้านอาหารอีกจะทำไหม ?

ครูไพบูลย์ : ก็ต้องดูก่อน เพราะยังชอบอยู่ ยังไม่ได้ให้คำตอบตัวเองว่าฉันยอมแพ้แล้ว ยังอยากทำอยู่ แต่ขอทำที่มันชัวร์กว่านี้ ที่เราถนัดมากกว่านี้

ที่สูญเงินไป 4-5 ล้าน ตอนนี้ทำยังไง ผ่านมันไปได้ยังไง?

ครูไพบูลย์ : ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ คิดซะว่าเราซื้อหวยไม่ถูก เราใช้ชีวิตแบบเสเพล ก็เหมือนเป็นการซื้อเวลาชีวิตตัวเองในการที่ดาวน์ ถือเป็นบทเรียนของชีวิตและมีสติ

ตอนนั้นเครียดขนาดไหน?

ครูไพบูลย์ : เครียดถึงขั้นผมไม่ทำอะไร คือมันช่วงเดียวกันเลย ช่วงดราม่า ร้านอาหารก็ปิด ผมมี 2 ร้าน ที่ไทยก็มี อยู่ที่บ้านต่างจังหวัด เป็นคาเฟ่ ผมก็ได้ปิดปรับปรุงเหมือนกัน แต่เป็นการปิดปรับปรุงแบบถาวร

มีแว๊บนึงที่มันดิ่งสุดไหม ?

ครูไพบูลย์ : เคยครับ เคยคิดเครียดแค้นด้วยนะ คือหมายความว่าใครทำให้เราเป็นแบบนี้ คือโทษคนอื่นด้วย แล้วก็โทษตัวเองด้วย เคยคิดว่าชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตเลยนะ ชีวิตผมอยู่ดีๆ ก็มาพัวพันเรื่องคดีความ เรื่องคนใส่ความนู่นนั่นนี่ เป็นดราม่าไม่จบ ไม่สิ้น ก็คิดว่ามันต้องจบแบบไหน

แล้วผ่านมาได้ยังไง ?

ครูไพบูลย์ : ลูกครับ ผมกลับไปหาลูก ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนี้จะรีบกลับไปหาลูกก่อน ไปอยู่กับเขา เพราะนี่คือความหวังของเรา แล้วเราคือความหวังของเขา ถ้าเราพลาดไปมากกว่านี้ คือเราแย่มากเลยนะ เราทิ้งเขาเลยนะ มันไม่มีความเป็นพ่อเลย ก็เลยดึงตัวเองกลับมา ใช้ชีวิตให้มีความสุข และให้เขาเห็นเราในมุมที่ดีที่สุด ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ แล้วทำทุกอย่างเพื่อเขา

จะแต่งตัวยังไงจะทำอะไร  ขอให้มีรายได้เข้ามา เพื่อลูก?

ครูไพบูลย์ : ใช่ ผมไม่มีรายได้มาหนึ่งปี ธุรกิจที่ลาวก็เจ๊ง ค่ายเพลงก็ไม่มีคนดัง เลิกกับแฟน ผมไม่มีรายได้ ดาวน์มาก แต่รายจ่ายผมยังเท่าเดิม ผมต้องดิ้นรนทุกอย่าง บางทีผมไปกู้เครดิตไม่ผ่านบ้าง เพราะเราไม่เคยกู้ ไม่เคยเป็นหนี้ เราไม่มีเครดิตในแบงก์ต่างๆ เราซื้อสดตลอด ตอนที่เราหาเงินได้ พอเราจะกู้เราทำไม่ได้ มันเครียดมาก เลยมาเจอเพื่อนนี่แหละเมื่อปีที่แล้ว เขาพาเราทำออนไลน์

เห็นว่ากว่าจะผ่านมาได้ ไม่รู้ช่วงไหน เห็นว่าเคยเกิดเรื่องเฉียดตาย?

ครูไพบูลย์  : อันนี้คือตอนไปคอนเสิร์ตกับน้อง ตรงนั้นมันเป็นพื้นที่ชายแดน ไปเล่นคอนเสิร์ตกัน ตอนเล่นมันก็ดีอยู่ จังหวะสนุก เหมือนงานอีกครึ่งชั่วโมงจะเลิก วัยรุ่นเริ่มรู้งานแล้ว ก็ตีกัน แรกๆ ใช้มือ หลังๆ มา เริ่มได้ยินเสียงระเบิด มีเสียงปืนด้วย ตอนแรกเราก็คิดว่าจุดประทัดกันหรือเปล่า แต่มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนสงครามเลย

แล้วตอนนั้นครูอยู่ตรงไหน ?

ครูไพบูลย์ : ตอนนั้นคนเริ่มวุ่นวายแล้ว เรารีบกระโดดลงจากเวที และรถเราจอดอยู่หลังเวที ผมพาน้องๆ ขึ้นไปอยู่บนรถ จะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่เราอยู่ในรถก่อน ตอนนั้นเสียงน่ากลัวมาก มันเป็นประสบการณ์ครั้งใหญ่ที่ไปคอนเสิร์ตแล้วมีการตีกันแบบรุนแรง แต่ก็รอดมาได้

โดนทำของใส่มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

ครูไพบูลย์ : เมื่อปีที่แล้ว

ใครทำเรารู้ตัวไหม ?

ครูไพบูลย์ : ไม่รู้ คือเรารู้ตัวแต่เพื่อนบอกว่า เธอเป็นอะไร หน้าเธอนับวันยิ่งคล้ำ ผอม แล้วดำลงเรื่อยๆ ไม่มีความสุขเลย แล้วแววตาเธอเศร้าตลอดเวลา เป็นอะไร ลูกน้องที่ทำงานก็เหมือนกัน ทักว่าเป็นอะไร ถูกของใคร ทำไมหน้าเศร้าตลอดเวลา แล้วทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องอยู่ในบ้าน

ตัวเราเองรู้สึกไหมว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไป ?

ครูไพบูลย์ : ผมรู้สึกแค่ว่าทำไมทำอะไรยากจัง หาเงินยากมาก ทำอะไรก็ยังไม่ดี เหนื่อย แล้วไม่อยากทำอะไรเลย มีแต่อยากไปเที่ยว อยากดื่ม

เห็นว่าตอนแรกคนทักอะไรก็ไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองเป็นช่วงดิ่ง?

ครูไพบูลย์ : ใช่

แต่มีประโยคที่เพื่อนทักทำให้รู้สึกว่าต้องไปถอนของคืออะไร ?

ครูไพบูลย์ : เธอเชื่อไหมว่าทำอะไรมันก็จะไม่ดีขึ้น เพราะเธอโดนของด้วยการครอบเอาไว้ เราก็มาคิด มันก็ใช่นะ รู้สึกว่าทำอะไรก็เจ๊ง ดาวน์มาตลอด จะทำอาหารเสริมมาขาย ก็เจ๊งอีก

พอเชื่อแล้วไปแก้ยังไง ?

ครูไพบูลย์  : ก็มีการสวด อาบน้ำมนต์ ฝังตะกรุด

แล้วพอถอนปุ๊บเป็นยังไง ?

ครูไพบูลย์  : ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น คือมันเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วที่ได้รู้จักเพื่อน ก็เริ่มวางแผนเดี๋ยวเธอต้องเข้าโรงงานนี้นะ เพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่

ครูรู้ว่าใครเป็นคนทำของใส่ ?

ครูไพบูลย์ : ไม่รู้เลยเพราะเราเจอคนเยอะ แต่เขาบอกว่าเป็นผู้หญิง ตอนไปแก้ก็มีทั้งพระ พราหมณ์ ทุกอย่างทัก เพื่อนพาไปแทบทุกที่ และเป็นการทำให้เราสบายใจ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘น้ำตาล ชลิตา’ปล่อยลุคแซ่บ ชุดพระเครื่องแนบเนื้อ ซูมดีๆสำนักพุทธอย่าดราม่า

'น้ำตาล ชลิตา'ปล่อยลุคแซ่บ ชุดพระเครื่องแนบเนื้อ ซูมดีๆสำนักพุทธอย่าดราม่า

‘น้ำตาล ชลิตา’ปล่อยลุคแซ่บ ชุดพระเครื่องแนบเนื้อ ซูมดีๆสำนักพุทธอย่าดราม่า

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.06 น.

น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ปล่อยลุคแซ่บ ชุดพระเครื่องแนบเนื้อ แต่ซูมดีๆ สำนักพุทธอย่าดราม่า

สาธุ 99 กันแบบทันควัน เมื่อ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ปล่อยลุคแซ่บในชุดพระเครื่องแบบแนบเนื้อ โดยเจ้าตัวได้โพสต์แคปชั่นว่า ” สาธุ99 ซีซั่นนี้ผีดุเลยต้องพกพระมาด้วยคืนนี้เจอกัน!! #นางร้ายไทยแลนด์ss2 #queenmasternamtan ” 

ขณะที่มีคอมเมนต์เข้าไปบอกว่า แม่!! เดี๋ยวสำนักพุทธก็ดราม่า ด้านน้ำตาลก็รีบตอบกลับว่า ซูมๆๆๆ ไม่ใช่พระ ซึ่งเมื่อซูมดูชัดๆจะเห็นว่าเป็นเพียงโครงโลหะทำเลียนแบบคล้ายวัตถุมงคลสร้างความเก๋แปลกใหม่เรียกเสียงฮือฮาเลยทีเดียว

ขอบคุณ IG : namtanlitaa

SONY PICTURES ชักธง ลั่นกลองรบ!เปิดรอบปฐมทัศน์’มังกรหยก’อย่างยิ่งใหญ่

SONY PICTURES ชักธง ลั่นกลองรบ!เปิดรอบปฐมทัศน์'มังกรหยก'อย่างยิ่งใหญ่

SONY PICTURES ชักธง ลั่นกลองรบ!เปิดรอบปฐมทัศน์’มังกรหยก’อย่างยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.10 น.

โซนี่ พิคเจอร์ส ประเทศไทย เปิดรอบปฐมทัศน์ “LEGENDS of THE CONDOR HEROES : THE GALLANTS มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ภาพยนตร์ที่จะนำตำนานอันยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง

“คุณรชต ธีระบุตร” กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย “คุณดุจดาว  พรหโมบล” ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด  โซนี่ พิคเจอร์สฯ (ประเทศไทย) 2 ผู้บริหารได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชน เพจภาพยนตร์คอหนังกำลังภายใน แฟนๆ ตัวจริงเสียงจริงที่มากันอย่างล้นหลาม  และที่ขาดไม่ได้เลยกับทีมนักพากย์ “พันธมิตร”  ซึ่งได้ถือโอกาสที่ดีจากโซนี่ พิคเจอร์ส ในการพากย์เสียงไทยให้กับ “มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” และเป็นการบอกลา 33 ปี ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์งานการพากย์เสียงที่ทรงคุณค่าให้กับวงการหนังในนามพันธมิตรอีกด้วย

นำโดย “โต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์” และอีกกว่า 20 ท่านที่พากย์เสียงในหนัง พร้อมใจมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติเต็มพื้นที่โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีเนเพล็กซ์  รวมถึงผู้จัด-ผู้กำกับ ดารา-นักแสดง อาทิ อาตู่ นพพล, หน่อง อรุโณชา, เชษฐ์ ฮันเตอร์ เบิร์ก, มอส พิเชษฐ์(เดอะเฟส), น้ำใส BNK48, เกรน อรรถพันธ์, โจเซฟ สิรภัทร, พอตเตอร์ ออฟิศชายแท้, ทาเคชิ ชนะศักดิ์ และอีกมากมาย สื่อมวลชน แฟนๆของสุดยอดผู้กำกับระดับเอเชียและระดับโลกอย่าง “ฉีเคอะ” แฟนๆ “เซียวจ้าน” ซุปเปอร์สตาร์เบอร์ต้นของจีนแผ่นดินใหญ่  และ ”จวงต๋าเฟย” นางเอกสาวดาวรุ่งที่พร้อมใจกันแต่งชุดจีนจอมยุทธ์หญิง-ชาย มาสร้างเสริมเพิ่มเติมให้งานครั้งสำคัญของค่ำคืนนี้มีสีสันยิ่งขึ้น  ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีเนเพล็กซ์ เมื่อวันก่อน

มหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นกำลังภายในฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับ  “ฉีเคอะ” วัย 75  (ที่หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นผลงานทิ้งทวนก็เป็นไปได้) โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากนิยายกำลังภายในอมตะฝีมือ “กิมย้ง” เรื่อง “มังกรหยก” เรื่องราวของความแค้นเคืองและความเกลียดชังในยุคสงครามที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งอำนาจ   ก๊วยเจ๋ง (รับบทโดย เซียวจ้าน) จากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองและได้รับพลังยุทธมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงโชคชะตา แม้ว่าเขาจะได้รับการเชิดชูจากปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดคัมภีร์ยุทธ “เก้าอิม” และ “18 ฝ่ามือพิชิตมังกร” ที่ไร้เทียมทานให้  ผู้คนทุกฝักฝ่ายกลับต่างริษยาในตัวเขาจนทำให้เขาตกเป็นที่ครหาของชาวยุทธ ก๊วยเจ๋ง และ อึ้งย้ง (รับบทโดย จวงต๋าเฟย)  จึงจะต้องพลิกสถานการณ์และป้องกันพรมแดนของราชวงศ์ซ่งใต้ ท่ามกลางลูกธนูที่ระดมยิงมาราวกับห่าฝนให้ได้ด้วยจิตวิญญาณของวีรบุรุษ

“LEGENDS OF THE CONDOR HEROES: THE GALLANTS มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่”  มหากาพย์ภาพยนตร์ แอ็คชั่น แฟนตาซี วันนี้ในโรงภาพยนตร์

014

ต้อนรับ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ลงจอ แฟนคลับ ‘เพื่อน คณิน’ เหมามัทฉะแจก

ต้อนรับ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ลงจอ แฟนคลับ ‘เพื่อน คณิน’ เหมามัทฉะแจก

ต้อนรับ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ลงจอ แฟนคลับ ‘เพื่อน คณิน’ เหมามัทฉะแจก

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.05 น.

เตรียมลงจอให้ได้รับชมกันแล้วสำหรับละครฟีลกู๊ดสายฮา “อีบัวกับไอ้ขวัญ” ที่ได้คู่พระนาง“เพื่อน คณิน” ประกบคู่ “เดนิส เจลีลชา” มาเสิร์ฟเคมีใหม่กับความรักของ “นังบัว” และ “ไอ้ขวัญ” สุดชุลมุนวุ่นไปทั้งทุ่งบางกะปิ

สำหรับวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ “อีบัวกับไอ้ขวัญ” จะออกอากาศเป็นตอนแรก แฟนคลับของหนุ่มฮอต เพื่อน คณิน จึงได้เหมามัทฉะจากร้าน B YAH > matcha คาเฟ่ชาเขียวย่านเกษตร-นวมินทร์ที่หนุ่มเพื่อนลงทุนควักกระเป๋าเปิดร้านด้วยตนเอง มาแจกให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ พนักงานช่อง 3 พร้อมชวนก๊วนนักแสดงอย่างนางเอกสาว เดนิส เจลีลชา,  ยูโด ธรรม์ธัช และ พริกขิง สุรีย์ญะเรศ ร่วมเสิร์ฟชาเขียวด้วย ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มัทฉะหอมหวาน อร่อยโดนใจ เริ่ดไม่ไหว!!

ดื่มชาเขียวอร่อย ๆ แล้วอย่าลืมมาดูละคร “อีบัวกับไอ้ขวัญ” ที่การันตีได้ว่า หวาน ฮา ซึ้ง ครบทุกรสชาติแน่นอน!! ห้ามพลาด ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3