ยืนสงบนิ่ง 1 นาที! ​‘สว.’ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว

ยืนสงบนิ่ง 1 นาที! ​‘สว.’ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว

ยืนสงบนิ่ง 1 นาที! ​‘สว.’ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

“สว.”ยืนไว้อาลัย ผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว แจ้งผลตรวจสอบอาคาร”มั่นคง-ปลอดภัย”แต่พบรอยร้าว ไม่กระทบโครงสร้าง จัดอุปกรณ์ความปลอดภัย เตรียมพร้อมให้สมาชิกใช้ หากมีอพยพเมื่อมีภัยพิบัติ ขอตระหนักการซ้อมอพยพ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 เป็นประธานการประชุมได้แจ้งถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา และรับรู้ได้ถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย โดยในนามของ สว.ขอส่งความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบและแสดงวามเสียใจสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ สว.ร่วมยืนไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต 1 นาที

นายบุญส่ง กล่าวว่า หลังจากเกิดสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 มี.ค.ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้นำทีมวิศวกรจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรมโยธิาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบพื้นที่เมื่อ 29 มี.ค.และผลการตรวจสอบยืนยันมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย และเปิดทำการได้ตามปกติ และเมื่อวันที่ 30 มี.ค.นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำ สว. , ผู้บริหาร และบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภา ซักซ้อมแผนอพยพเพื่อความปลอดภัย และนำอุปกรณ์เเพื่อความปลอดภัย คือ หมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง นกหวีด เพื่อเตรียมความพร้อม

ขณะที่ นายนพดล อินนา สว.ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา ได้รายงานถึงการร่วมตรวจพื้นที่อาคารวุฒิสภา ซึ่งได้สวมหมวกนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง ประกอบการอภิปราย ด้วยว่า ในวันเกิดเหตุการณ์ตนอยู่ที่อาคารรัฐสภา และเตรียมประชุมกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ที่ชั้น 4 ฝั่งตึกสภาฯ ซึ่งพบมีการสั่นไหว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเวียนหัวเหมือนจะเป็นลม แต่ตนฐานะวิศวกร รู้สึกเร็วและแจ้งว่าไม่ใช่อาการเวียนหัว จึงบอกว่าแผ่นดินไหว และให้เจ้าหน้าที่วิ่งตามตนออกจากพื้นที่

“ผมเป็น สว.ไม่คุ้นเคยกับอาคารฝั่ง สส.ทำให้ไม่รู้ว่าประตูหนีไฟที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางไหน แต่มีเจ้าหน้าที่ที่รับราชการฝั่ง สส.ที่รู้จุดได้บอกให้คนที่อยู่ชั้น 3 นั้นวิ่งตามออกไป ลงมาชั้นหนึ่งได้ แต่เนื่องจากอาคารกว้างขวาง ไม่รู้ว่าจุดรวมพลอยู่ตรงไหน และประตูไหนที่ใกล้ที่สุด” นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 30 มี.ค.ได้มีการประชุมและให้วิศวกรที่เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย มาตรวจสอบ ซึ่งวิศวกรที่มาตรวจเคยเป็นวิศวกรที่ควบคุมงานก่อสร้างรัฐสภา จึงแจ้งว่าระบบก่อสร้างมั่นคง เพราะเจาะเข็มลึก 64 – 65 เมตร และจากการตรวจสอบตั้งแต่ชั้นใต้ดินบีสอง ถึงชั้นสอง ห้องประชุมจันทรา โดยวิศวกรได้เดินตรวจสอบเสา คาน พื้น ผนัง โครงสร้าง และกล่องลิฟท์อย่างละเอียด ไม่พบรอยร้าวในระดับวิกฤต ส่วนใหญ่ที่พบเป็นพื้นผิวปูนฉาบ วิศวกรยืนยืนว่าไม่ร้าวถึงโครงสร้าง

นายนพดล กล่าวด้วยว่า ส่วนสะพานเชื่อมระหว่าง 2 อาคาร ผลการตรวจสอบทั้งหมดไม่พบข้อบ่งชี้ที่มีปัญหา แต่มีข้อเสียหายบ้างเล็กน้อยจากปูนฉาบ ที่ร่วมไม่ถึง 1 ตารางเมตร บริเวณจุดจอดรถจักรยานยนต์ ชั้นบีหนึ่ง สั่งกั้นพื้นที่ไม่ให้เกิดอันตราย ขณะที่ฝั่งสภาฯ ทราบว่าได้ส่งทีมวิศวกรตรวจสอบ ทราบเบื้องต้นว่า โครงสร้างฝั่ง สส.และ สว.ปลอดภัย ใช้งานได้

“ผมเห็นว่าต้องสร้างความตระหนักในการซ้อมแผนอพยพเพื่อมีเหตุภัยพิบัติ หากไม่ซ้อม จะไม่รู้ว่าทางหนีไฟจากห้องประชุมไปสู่ภายนอก จุดไหนใกล้และปลอดภัยที่สุด เมื่อถึงชั้นล่างจะไปทางจุดรวมพลได้อย่างไร ดังนั้น การซ้อมจึงจำเป็น ส่วนการแจ้งภัยเมื่อมีเหตุ ต้องส่งข้อความผ่านกลุ่มไลน์ สว.ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบจากแผ่นดินไหวอีกระยะหนึ่ง ต้องใส่ใจดูสิ่งต่างๆ รอยแยกมมากขึ้นหรือไม่” นายนพดล กล่าว

ขณะที่ นายรุ่งธรรม เปรมมางกูร รองเลขาธิการวุฒิสภา ชี้แจงต่อมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่วุฒิสภา และมีการซ้อมเจ้าหน้าที่ที่ถือธงนำให้ออกไปจากห้องประชุมเมื่อมีเหตุภัยพิบัติ ดังนั้น ให้ไววางใจสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่จะดูแลความปลอดภัยเต็มที่

– 006

ระทึก!!! ‘ก.แรงงาน-ประกันสังคมดินแดง-ศาลอาญา’สั่งอพยพปชช.

ระทึก!!! 'ก.แรงงาน-ประกันสังคมดินแดง-ศาลอาญา'สั่งอพยพปชช.

ระทึก!!! ‘ก.แรงงาน-ประกันสังคมดินแดง-ศาลอาญา’สั่งอพยพปชช.

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.53 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ที่กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร รวมทั้งตึกประกันสังคมดินแดง และศาลอาญาถนนรัชดา ได้มีการสั่งอพยพประชาชนออกจากตึกด่วน คาดว่าจะเป็นผลพวงจากเหตุแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ หลังจากที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรือศูนย์ราชการอาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศงดเข้าใช้อาคาร โดย รปภ.แจ้งว่าฝั่งศาลล้มละลายทรุด และเอียงลงมา ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยงานราชการสำคัญหลายหน่วยงาน อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลแขวงดอนเมือง ศาลล้มละลายกลาง กรมคุมประพฤติ กรมบังคับคดี และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บางส่วน รวมทั้งหน่วยงานราชการอื่นๆ ซึ่งหลายหน่วยงาน

ระทึก! อาคาร A ศูนย์ราชการฯ ทรุด สั่งอพยพด่วน

ระทึก! อาคาร A ศูนย์ราชการฯ ทรุด สั่งอพยพด่วน

ระทึก! อาคาร A ศูนย์ราชการฯ ทรุด สั่งอพยพด่วน

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

เอฟเฟกต์ เช้านี้ข้าราชการหลายสำนักงาน DSI และศาลรธน.ระทึก!!อาคาร A ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ทรุดเอียง สั่งคนออกจากตึกทันที หลังเกิดเสียงดัง เศษปูนร่วง

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรือ ศูนย์ราชการอาคาร A ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ขณะนี้ ได้ประกาศงดเข้าใช้อาคาร โดย รปภ. แจ้งว่าฝั่งศาลล้มละลายทรุด และเอียงลงมา ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยงานราชการสำคัญหลายหน่วยงาน อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลแขวงดอนเมือง ศาลล้มละลายกลาง กรมคุมประพฤติ กรมบังคับคดีและดีเอสไอบางส่วน รวมทั้งหน่วยงานราชการอื่น ๆ ซึ่งหลายหน่วยงาน

โดย ศาลรธน. สั่งคนออกจากตึกทันที หลังเกิดเสียงดัง แกร๊ก เศษปูนร่วง และอีกหลายหน่วยงานได้สั่งให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน หรือ เวิร์ค ฟอร์ม โฮม หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งยังคงมีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่กลับเข้ามาทำงาน กลับพบว่า บางจุดของตัวอาคารเกิดเสียงดัง “แกร๊ก” พร้อมกับมีเศษปูนร่วงลงมา จึงมีประกาศเสียงตามสายให้ทุกคนออกจากตัวอาคารทั้งหมด ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

-004

‘รัฐบาล’แนะ 8 วิธีแก้อาการ’โรคสมองเมาแผ่นดินไหว’ พร้อมช่องทางขอคำปรึกษา

'รัฐบาล'แนะ 8 วิธีแก้อาการ'โรคสมองเมาแผ่นดินไหว' พร้อมช่องทางขอคำปรึกษา

‘รัฐบาล’แนะ 8 วิธีแก้อาการ’โรคสมองเมาแผ่นดินไหว’ พร้อมช่องทางขอคำปรึกษา

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.15 น.

‘รัฐบาล’แนะ 8 วิธีแก้อาการ’โรคสมองเมาแผ่นดินไหว’ชี้ขอคำปรึกษาผ่าน http://here2healproject.com หรือโทรสายด่วน 1323 ได้

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหว ไม่เพียงแค่ผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างเสียหาย แต่ยังทำให้พี่น้องประชาชนทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเผชิญกับภาวะโรค ที่มีชื่อว่า “เมาแผ่นดินไหว” หรือ “โรคเวียนหัวหลังแผ่นดินไหว” ทำให้รู้สึกเหมือนตนเองกำลังโคลงเคลงหรือเคลื่อนไหวอยู่  ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากการรบกวนในระบบการทรงตัวของมนุษย์

นายอนุกูล กล่าวว่า การเผชิญกับภาวะโรคสมองเมาแผ่นดินไหว ในบางรายอาจมีผลกระทบที่รุนแรง และอาจกินระยะเวลาหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เป็นโรควิตกกังวล และโรคไมเกรน ซึ่งจะมีแนวโน้มและอาการมากกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ตามหากมีอาการดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข แนะนำวิธีการบรรเทาโรคสมองเมาแผ่นดินไหว และวิธีจัดการความเครียด ดังต่อไปนี้ 

1. สูดหายใจเข้า-ออก ลึกๆ ช้าๆ เหมือนการทำสมาธิ จะช่วยให้ผ่อนคลาย และระบบการทรงตัวจะค่อย ๆ เริ่มกลับมาทำงานอย่างปกติ

2. ดื่มน้ำเปล่าสะอาด หรือน้ำขิง และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน

3. พักสายตาจากหน้าจอมือถือ หยุดการเพ่งหรือจ้องมองหน้าจอเป็นเวลานานๆ รวมถึงการไถฟีดข่าว เพราะสายตาจะเห็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

4. มองไปที่จุดไกลๆ ภาพที่ผ่อนคลายสบายตา เช่น เส้นขอบฟ้า ผืนนา และภาพธรรมชาติต่างๆ หรือนอนราบลงจะช่วยทำให้อาการดีขึ้น

5. พูดคุยกับผู้อื่น เกี่ยวกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้รู้สึกว่ามีเพื่อนที่เข้าใจและผ่านเหตุการณ์เดียวกันมา

6. หลีกเลี่ยงการติดตามข่าวเกี่ยวกับการสูญเสีย หรือจำกัดเวลาในการติดตามข่าว เพราะจะเป็นการกระตุ้นความเครียดได้ง่าย

7. หาที่พักที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หากยังรู้สึกตื่นตระหนกอยู่ ควรไปนอนพักที่ในสถานที่รู้สึกปลอดภัยก่อน

8. สามารถกินยาแก้เมารถ เพื่อรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ หากใครที่ปวดหัวหลังแผ่นดินไหว ก็สามารถกินยาแก้ปวดรักษาตามอาการได้ ทั้งนี้ประชาชน   สามารถขอคำปรึกษาผ่าน http://here2healproject.com  ซึ่งเป็นโครงการระบบบริการปรึกษาด้านสุขภาพจิตออนไลน์ผ่านข้อความแชท  เพื่อให้เข้าถึงการบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต โดยจะมีข้อแนะนำการดูแลจิตใจตนเองในเบื้องต้น

โดยหากยังมีอาการไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที  หรือหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปที่สายด่วน เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 หรือสายด่วนสุขภาพจิต โทร 1323 

กางดัชนีการเมือง! ‘แพทองธาร’เรตติ้งร่วง ‘เท้ง’ขยับแซง หลังศึกซักฟอก

กางดัชนีการเมือง! ‘แพทองธาร’เรตติ้งร่วง ‘เท้ง’ขยับแซง หลังศึกซักฟอก

กางดัชนีการเมือง! ‘แพทองธาร’เรตติ้งร่วง ‘เท้ง’ขยับแซง หลังศึกซักฟอก

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.35 น.

กางดัชนีการเมือง! ‘แพทองธาร’เรตติ้งร่วง ‘เท้ง’ขยับแซง หลังศึกซักฟอก

31 มีนาคม 2568 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมีนาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,141 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 24-28 มีนาคม 2568 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้

1. “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนมีนาคม 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.95 คะแนน (เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ได้ 5.02 คะแนน)

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า คะแนนดัชนีการเมืองไทยเดือนมีนาคมลดลงต่ำกว่า 5 คะแนนอีกครั้ง หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เห็นชัดจากคะแนนผลงานฝ่ายค้านที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับคะแนนผลงานรัฐบาลที่ลดลงไปอยู่อันดับที่ 11 และผลงานนายกรัฐมนตรีไปอยู่อันดับที่ 14 แม้มีผลงานคืบหน้าแจกเงินหมื่นกลุ่มวัยรุ่นแต่ก็ยังไม่เพียงพอให้ประชาชนรู้สึกเชื่อมั่นจากการตอบคำถามในสภา แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เห็นการพัฒนาด้านการเมืองที่ชัดเจนขึ้นของตัวนายกรัฐมนตรี

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนมีนาคม 2568 ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นทางการเมืองของคนไทยที่ลดลง ทั้งนี้ในบรรดาตัวชี้วัดทั้ง 25 ตัว มีเพียง 6 ตัวชี้วัด ที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาทิ ผลงานของฝ่ายค้าน การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ การประพฤติตนและพฤติกรรมของนักการเมือง การแก้ปัญหาการว่างงาน ผู้มีอิทธิพลและยาเสพติด แต่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญคือ เรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส โดยได้ 4.70 คะแนน เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ได้เพียง 4.61 คะแนน ขณะที่ผลงานของนายกรัฐมนตรีนั้น ได้คะแนนลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มีคะแนนความนิยมเหนือนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กว่า 10%

อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะต้องไม่ลืมว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่ผลโพลชี้ว่าการแก้ปัญหาความยากจนและราคาสินค้าได้รับคะแนนลดลงมากที่สุดซึ่งเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีควรให้ความใส่ใจมากกว่าการรับฟังข้อมูลจากผู้ใต้บังคับบัญชา โดยปราศจากความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง

ถอดรหัสผลโพล! ‘พรรคส้ม’ต้องเปลี่ยนหัวหน้า ‘อนุรักษ์นิยม’ต้องตั้งพรรคใหม่ สู้เลือกตั้งปี70

ถอดรหัสผลโพล! ‘พรรคส้ม’ต้องเปลี่ยนหัวหน้า ‘อนุรักษ์นิยม’ต้องตั้งพรรคใหม่ สู้เลือกตั้งปี70

ถอดรหัสผลโพล! ‘พรรคส้ม’ต้องเปลี่ยนหัวหน้า ‘อนุรักษ์นิยม’ต้องตั้งพรรคใหม่ สู้เลือกตั้งปี70

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.36 น.

ถอดรหัสผลโพล! ‘พรรคส้ม’ต้องเปลี่ยนหัวหน้า ‘อนุรักษ์นิยม’ต้องตั้งพรรคใหม่ สู้เลือกตั้งปี70

31 มีนาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “พรรคส้ม ต้องปรับปรุงหัวหน้าพรรค อนุรักษ์นิยม ต้องตั้งพรรคใหม่” ระบุว่า…

พรรคส้ม ต้องปรับปรุงหัวหน้าพรรค

อนุรักษ์นิยม ต้องตั้งพรรคใหม่

ขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2568” ได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นที่อยู่ในช่วงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งผลการสำรวจน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย

เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1  นางสาวแพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 30.90%

อันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 25.80%

อันดับ 3 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 23.70%

อันดับ 4  นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 8.45%

อันดับ 5  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 3.90%

อันดับ 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 2.85%

เรื่องตัวบุคคลจะพบว่า นายณัฐพงษ์ยังไม่โดดเด่นพอที่จะเอาชนะนางสาวแพทองธารได้ ซึ่งพรรคประชาชน จะต้องนำไปพิจารณาหาเหตุผลว่า ทำไมคะแนนนิยมในตัวหัวหน้าพรรค ต่ำกว่าคะแนนนิยมของพรรค ทั้งที่ในช่วงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐพงษ์ทำหน้าที่ได้ดีกว่านางสาวแพทองธาร แต่คะแนนนิยมในตัวของนางสาวแพทองธาร กลับสูงกว่า และสูงกว่าคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย ส่วนที่น่าสังเกตก็คือ คะแนนที่ยังหาตัวผู้เหมาะสมไม่ได้ สูงถึง 23.70% ซึ่งเป็นคะแนนของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่ยังไม่มีตัวแทนที่โดดเด่นพอจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1  พรรคประชาชน 37.10%

อันดับ 2  พรรคเพื่อไทย 28.05%

อันดับ 3 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 13.75%

อันดับ 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ 8.75%

อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 3.65%

อันดับ 6  พรรคภูมิใจไทย 3.35%

อับดับ 7  พรรคไทยสร้างไทย 2.00%

อับดับ 8 พรรคพลังประชารัฐ 1.85%

ในส่วนของพรรคการเมืองแสดงให้เห็นว่า ประชาชนได้ตัดสินใจสนับสนุนพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเดิมไปแล้ว คือพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย สูงถึง 65.15% ในขณะที่พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม 4 พรรค มีคะแนนนิยมเพียง 15.75% เท่านั้น ทำให้เห็นว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยม ต้องการมีพรรคการเมืองใหม่ 13.75% ใกล้เคียงกับคะแนนรวมของพรรคอนุรักษ์นิยมที่มีอยู่ในขณะนี้

บทสรุป

1.พรรคประชาชนต้องปรับบทบาทหัวหน้าพรรค หรือเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่

2.ฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องมีพรรคการเมืองใหม่ และผู้นำใหม่ มาเป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์นิยม สู้กับพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งปี 2570

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เช็กเรตติ้งการเมือง! ‘นิด้าโพล’กางลิสต์วันนี้ปชช.เชียร์‘พรรค’ไหน อยากได้ใครเป็น‘นายกฯ’ 

‘นายกฯอิ๊งค์’แจงลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’ เหตุคุมพื้นที่ได้แล้ว คืนอำนาจผู้ว่าฯบริหาร

‘นายกฯอิ๊งค์’แจงลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’ เหตุคุมพื้นที่ได้แล้ว คืนอำนาจผู้ว่าฯบริหาร

‘นายกฯอิ๊งค์’แจงลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’ เหตุคุมพื้นที่ได้แล้ว คืนอำนาจผู้ว่าฯบริหาร

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.17 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’แจงลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’ เหตุคุมพื้นที่ได้แล้ว คืนอำนาจผู้ว่าฯบริหาร

31 มีนาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Ing Shinawatra เรื่อง แผ่นดินไหว ปภ. ประกาศลดระดับความรุนแรงจากระดับ 3 ลงเป็นระดับ 2 เนื้อหาระบุว่า…

#แผ่นดินไหว ปภ. ประกาศลดระดับความรุนแรงจากระดับ 3 ลงเป็นระดับ 2

วันที่ 30 มีนาคม มีประกาศจาก ปภ. เรื่องการประเมินความรุนแรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้ง 18 จังหวัด และ กทม. พบว่าความรุนแรงไม่ขยายวงกว้าง สามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้วค่ะ

รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงได้ลดระดับความรุนแรงของสาธารณภัยจากขนาด 3 (การจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่) ลงเป็นระดับ 2 (การจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง) คืนอำนาจให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เพื่อประสานงานและจัดการในพื้นที่ตัวเองต่อไป

แต่ปภ. จะยังคงเป็นผู้ประสานงาน ติดตาม และสนับสนุนการทำงานของทุกพื้นที่ต่อไป เพื่อการปฏิบัติการที่ต่อเนื่องของทุกจังหวัด  ให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติโดยเร็วค่ะ

‘มท.1’ประกาศลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’เหลือระดับ 2

‘มท.1’ประกาศลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’เหลือระดับ 2

‘มท.1’ประกาศลดระดับสาธารณภัย‘แผ่นดินไหว’เหลือระดับ 2

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.36 น.

สถานการณ์‘แผ่นดินไหว’คลี่คลาย! ‘มท.1’ประกาศลดระดับการจัดการ‘สาธารณภัย’ลงมาเป็นขนาดกลาง‘ระดับ2’ มอบ‘ผู้ว่าฯ’ทั่วประเทศบริหารจัดการ

30 มีนาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งขาติ(ผบ.บกปภ.ช.) ได้ลงนามในประกาศกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเรื่อง การลดระดับการจัดการสาธารณภัย

ตามที่ มีเนื้อหาระบุว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติได้ประกาศยกระดับการ จัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เมื่อวันที่ 28มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ละติจุด 21.682 องศาเหนือ และลองจิจูด 96.121 องศาตะวันออก บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กิโลเมตร สถานการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรง สร้างความเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายทรัพย์สินของประชาชนเป็นบริเวณกว้างนั้น

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าสถานการณ์ได้คลี่คลาย อีกทั้งผลกระทบต่อประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้รับการแก้ไขระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเส้นทางคมนาคม รวมถึงความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติและการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงมีการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้ในศักยภาพของพื้นที่ ในการนี้ ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

พิจารณาแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ประกอบแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564-2570

จึงให้ลดระดับการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2) ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564-2570 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด และผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้สั่งการ ควบคุม และบัญชาการในพื้นที่จังหวัดและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกมิติที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะยังคงดำรงการกำกับ ติดตาม ประสาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564-2570 เพื่อเร่งฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

‘สตง.’โผล่แล้ว ยันสร้างตึกถูกต้อง-ไม่มีลดสเปก มท.1ตั้งกก.สอบรู้ผลภายใน7วัน

‘สตง.’โผล่แล้ว ยันสร้างตึกถูกต้อง-ไม่มีลดสเปก  มท.1ตั้งกก.สอบรู้ผลภายใน7วัน

‘สตง.’โผล่แล้ว ยันสร้างตึกถูกต้อง-ไม่มีลดสเปก มท.1ตั้งกก.สอบรู้ผลภายใน7วัน

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.45 น.

“มท.1” เปิดชื่อทีมสอบ “ตึกสตง.” ถล่มจากแผ่นดินไหว ยัน 7 วันต้องรู้สาเหตุ ยันวิธีการค้นหา-กู้ภัยของไทยดำเนินการมาตรฐานอยู่แล้ว ลั่นใน 72 ชั่วโมง ต้องหาช่วยผู้รอดชีวิตให้ได้มากที่สุด เผย “โทลล์เวย์ดินแดง” เปิดให้บริการ 31 มีนาคม

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2568ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของจีน โดยใช้เวลาเวลาหารือประมาณ 1ชั่วโมงว่า ทางการจีนส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยแผ่นดินไหวเข้ามา และติดต่อประสานงานมาเมื่อคืนนี้ จึงเห็นว่า เป็นเรื่องมีประโยชน์จึงนัดมาพบในวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้ดูหน้างานแล้ว บอกว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้ทำตอนนี้คือการกู้ภัยที่เป็นมาตรฐานและความชำนาญ จึงไม่ต้องให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพราะใกล้ 48 ชั่วโมงแล้ว จะเปลี่ยนวิธีการไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร แต่ต้องใช้ทุกทีจากนี้ใน 72 ชั่วโมงเร่งหาผู้รอดชีวิตให้ และบุคคลที่มาเป็นผู้เชี่ยวชาญ หลังจากได้ประเมินสถานการณ์ แจ้งไปว่าเมื่อพ้น 72ชั่วโมงไปแล้วต้องลุยเข้าไปหาและเคลียร์พื้นที่โดยเร็วที่สุดเพราะยังหวังว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ หากเลยช่วงเวลาดังกล่าวไปคาดว่าจะไม่มีผู้รอดชีวิต และต้องเคลียร์พื้นที่ไซต์งานให้เห็นชัดว่าไม่เหลืออะไรแล้ว ส่วนเรื่องผู้รับเหมาก่อสร้าง เราทำได้เพียงรับฟัง แต่ไม่สามารถเข้าไปในหน่วยงานได้เพราะเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาจากบริษัทจีน จึงแจ้งให้รับทราบไป แต่เข้าพบวันนี้ ทางการจีนไม่ได้มาพบในฐานะผู้รับเหมา แต่มาในฐานะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ได้มาค้นหาความจริง

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะจากจีนที่เป็นประโยชน์กับไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ที่คุยกัน ทางจีนแจ้งว่าไทยทำตามมาตรการอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ซึ่งทีมวิศวกรชุดนี้เคยมาช่วยตอนที่อุโมงค์ถล่มที่จังหวัดนครนครราชสีมามาแล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัย หากจะมุ่งแต่เข้าไปค้นหาผู้รอดชีวิต แต่ไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของชุดกู้ภัยอาจจะทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีชายใส่ชุดดำขนแฟ้มเอกสาร ในที่เกิดเหตุขึ้นรถกระบะ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องของการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่ม โดยมีวิศวกรใหญ่จากกรมโยธาธิการและผู้เชี่ยวชาญ ที่เชื่อถือได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ดังนั้นไม่ว่าจะหอบแฟ้มอะไรไปก็แล้วแต่ ผลจะออกมาอย่างไร แบบก่อสร้างเอกสารการประมูลงานในสัญญาต่างๆยังมีที่ สตง. แม้จะหอบเอกสารใดออกไปก็หนีไม่พ้น ไม่ต้องหาข้อมูลในวงกว้างเพราะอาคารดังกล่าวเป็นอาคารราชการ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กทม.มีการอนุมัติให้ก่อสร้างได้อย่างไร โดยข้อเท็จจริงแค่แจ้งเพื่อทราบให้หน่วยงานเจ้าของงานทำการประมูลและจ้างผู้คุมงาน ส่วนแบบก่อสร้างผู้ออกแบบต้องเซ็นรับรอง ตอนนี้เน้นการสอบไปที่ผู้ออกแบบผู้คุมงานและผู้ก่อสร้าง ที่บอกว่าเป็นบริษัทจีนยังไม่ทราบในข้อเท็จจริง เพราะในสัญญาเขียนว่าJV บริษัทไทยและจีนร่วมค้ากันความรับผิดชอบ เรียกว่ารับผิดชอบร่วมกัน ถ้าบริษัทไทยไม่สามารถรับผิดชอบก็ต้องไล่บี้กับผู้รับเหมาจีน หากผู้รับเหมาจีนไม่มีความรับผิดชอบก็ต้องบี้กับผู้รับเหมาไทยต้องรับผิดชอบทั้งคู่ ไม่ต้องกังวล

“กรรมการชุดนี้มีวิศวกรใหญ่จากกรมโยธาธิการ มี ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT) และผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกรร่วมอยู่ด้วย 7วันจะรู้สาเหตุเบื้องต้นแน่นอน แผ่นดินไหวครั้งนี้แรงสั่นสะเทือนถึงขนาด 7.8 แต่พบว่ามีอาคารมากกว่า 95% ยังคงยืนอยู่ได้ แต่ส่วนที่มีความเสียหายถึงขั้นถล่มมีเพียงอาคาร สตง. เชื่อว่าจะสามารถหาข้อบกพร่องได้อย่างแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวในฐานะที่เคยทำงานด้านนี้มาว่า สาเหตุของการที่ตึกถล่ม การออกแบบเป็นตึกใหม่ ออกแบบหลังมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่คำนึงถึงปัจจัยแรงต้านแผ่นดินไหว เหตุใดถึงถล่มได้ จะอ้างว่าเพิ่งก่อสร้าง ปูนไม่เซ็ตตัวไม่ได้ ต้องตั้งข้อสงสัยเรื่องการออกแบบ ถ้าแบบออกถูกต้องหมด ซึ่งสามารถเช็คได้ ก็จะต้องรู้ว่าการก่อสร้างหากแบบออกถูกต้อง อาจหมายความว่าผิดพลาดที่วิธีการก่อสร้าง ต้องหาข้อบกพร่องให้เจอ เมื่อถามว่า หนึ่งในผู้รับเหมาใช้นอมีนีคนไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เพราะใช้คู่สัญญาไชน่าเรียลเวย์ กับ เจวี ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองเรื่องการถือหุ้น แต่หากมีความผิดจุดใดต้องรับผิดชอบเต็มทั้งคู่ จนกว่าจะได้รับคืนความเสียหายกลับมาทั้งหมด เพราะสิ่งที่เสียไปคือโอกาส และ สตง. ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งถือว่าโชคดีหากตึกเสร็จก่อนแล้วเข้าไป ทำงานในสภาพที่ไม่แข็งแรง ก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ส่วนการชดใช้ความเสียหายระบุในสัญญาอยู่แล้ว

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงวิศวกรอาสาที่เข้าตรวจสอบตึกสูงในพื้นที่ต่างจังหวัดว่า มีโยธาธิการจังหวัด ที่จะเข้าไปตรวจอาคารสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล สวนการตรวจสอบอาคารในกรุงเทพมหานคร อาคารชุด อาคารสำนักงานจะมีวงรอบการตรวจทุกปีอยู่แล้ว เชื่อว่านิติบุคคลอาคารต่างๆต้องดำเนินการอยู่แล้วเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย ส่วนในวันพรุ่งนี้(31มี.ค.) ทางด่วนดินแดงในจุดที่เครนหล่น จะสามารถเปิดให้บริการได้

วิปรบ.นัด31มี.ค. ถกพรบ.กาสิโน รอชงเข้าสภาฯ

วิปรบ.นัด31มี.ค. ถกพรบ.กาสิโน รอชงเข้าสภาฯ

วิปรบ.นัด31มี.ค. ถกพรบ.กาสิโน รอชงเข้าสภาฯ

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.35 น.

วิปรบ.นัด31มี.ค. ถกพรบ.กาสิโน รอชงเข้าสภาฯ พท.ยันต้องจบ

“เลขาฯวิปรัฐบาล” เผย ร่างก.ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ถึงมือแล้ว จ่อวางวาระสภาฯ สัปดาห์หน้าประเมินกรอบเวลาทันผ่านวาระแรกสมัยประชุมนี้

เมื่อวันที่ 30มี.ค.2568 นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ส่งรายละเอียดและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… (เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์) มายังวิปรัฐบาลแล้ว โดยวิปรัฐบาลได้นัดประชุมวันที่ 31 มีนาคม เพื่อพิจารณารายละเอียด อย่างไรก็ดีเบื้องต้นคาดว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากวาระการประชุม วันที่ 2-3เม.ย.ได้กำหนดไว้แล้ว

เมื่อถามว่าสำหรับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จะให้เวลามากเป็นพิเศษ เช่น 2 วันหรือไม่ นายศรัณย์ กล่าวว่า ต้องหารือกันในวิปอีกครั้งและขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดขนาดนั้น

เมื่อถามว่าสำหรับการขอเสียงพรรคร่วมรัฐบาลต้องเน้นเอกภาพและทิศทางเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ นายศรัณย์ กล่าวว่า ต้องคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นเมื่อผ่าน ครม.แล้ว เชื่อว่าจะทำความเข้าใจร่วมกันมาแล้ว

เมื่อถามว่าสำหรับสส.ร่วมรัฐบาลที่นับถือศาสนามุสลิมจะต้องพูดหรือขอเสียงอย่างไรหรือไม่ เลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า เบื้องต้นจะหารือในวิปรัฐบาล และสอบถามไปยัง สส.ด้วยว่า ในเนื้อหานั้นสามารถร่วมพิจารณาได้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าร่างกฎหมายการประกอบสถานบันเทิงครบวงจรจะผ่านวาระแรกได้ในสมัยประชุมนี้ นายศรัณย์กล่าวว่า “ตามกรอบเวลาเป็นไปได้”

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องดังกล่าวต้องทำให้ทันสมัยประชุมนี้

เมื่อถามว่า มองว่าจะทันในสมัยประชุมนี้ใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทัน ทำให้มันทัน อะไรไม่ทันต้องทัน เมื่อถามว่า หากมีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 9-10 เมษายน แล้วสมาชิกสนใจเยอะจะทันหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า สนใจก็ให้พูดไป เราเอาจนจบ จะจบกี่โมงก็ได้ กฎหมายหรือว่าอะไรที่ค้างก็จะพยายามพิจารณาให้ได้มากที่สุด โดยจะไม่ถึงขั้นที่ต้องเพิ่มวันประชุม

เมื่อถามว่า มองว่าจะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกมากน้อยแค่ไหน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “รัฐบาลเอาหมด” ต่อข้อถามว่า ได้มีการคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า ครม.เห็นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไม่ต้องรอการท่องเที่ยวตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกว่า 8 หมื่นราย ซึ่ง 80% เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ต่อจากนี้ยังมีอีกหลายกระบวนการ เมื่อ ครม.เห็นชอบจะส่งต่อมายังสภาฯเพื่อพิจารณา สัดส่วน90% ของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ความจุ 5 หมื่นคน และอินดอร์สเตเดียม ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีสถานที่รองรับกิจกรรม อีเว้นท์ คอนเสิร์ตใหญ่ขนาดนั้นได้

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นยังมีสวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร มีกาสิโนไม่เกิน 10% คาดว่าจะสร้างรายได้ 119,000-238,000ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 12,000-39,000 ล้านบาทต่อปี และเก็บภาษีจากธุรกิจอื่น 8,000-35,000 ล้านบาทต่อปี ภาษีของกาสิโนขั้นต่ำ 3,264 ล้านบาทต่อปี มีการจ้างงานและเกิดอาชีพใหม่ๆในประเทศเพิ่มขึ้น ที่สำคัญรัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษี เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ จะมีกฎหมายควบคุมป้องกันการติดการพนันและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ยังมีอีกหลายขั้นตอน เมื่อ ครม.เห็นชอบแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังสภาฯเพื่อพิจารณา ซึ่งขอให้มั่นใจว่าสภาจะทำหน้าที่พิจารณาโดยยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

“เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสใหญ่และโอกาสใหม่ของประเทศ ต้องมองให้เห็นภาพใหญ่ ไม่ใช่เจาะจงเฉพาะกาสิโน ที่มีเพียงไม่เกิน 10%” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าถ้า ร่างพรบ.ดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นเอกสิทธิ์ของสส. แต่โดยหลักแล้ว เมื่อผ่านความเห็นชอบวาระแรก จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา แล้วไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ

เมื่อถามว่าขณะนี้ ยังมีเสียงต้านเรื่อง กฎหมายดังกล่าวจะชี้แจงอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เสียงต้านต่างๆ เราได้นำไปประกอบระหว่างการยกร่าง และเป็นร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปออกมา จึงเชื่อว่าร่างนี้มีความชอบธรรมตามกฎหมายและได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว