‘ไต้ฝุ่น ตากเพชร’คุย ‘เต้น ธนนท์’ เจ้าของธุรกิจ’บ้านมะขาม’

'ไต้ฝุ่น ตากเพชร'คุย 'เต้น ธนนท์' เจ้าของธุรกิจ'บ้านมะขาม'

‘ไต้ฝุ่น ตากเพชร’คุย ‘เต้น ธนนท์’ เจ้าของธุรกิจ’บ้านมะขาม’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.37 น.

“ไต้ฝุ่น ตากเพชร” ชวน “เต้น ธนนท์” นักธุรกิจดังเจ้าของ “บ้านมะขาม” แบรนด์มะขามหวานแปรรูป แชร์ทริกความสำเร็จ ทำยอดขายสุดปัง ในรายการพอดแคสต์ “ติดลมบน”  

เรียกว่าได้รับการตอบรับดีมาก ๆ  สำหรับรายการพอดแคสต์ ติดลมบน จากโปรเจ็กต์ “มหาชนTalk” ภายใต้การดูแลของ หลุยส์ เฮส ที่ดำเนินรายการโดย ไต้ฝุ่น-ตากเพชร เลขาวิจิตร รายการที่รวบรวมเรื่องราวความสำเร็จของนักธุรกิจจากหลากหลายวงการทั่วประเทศ ถ่ายทอดมุมมอง แนวคิดและกลยุทธ์ที่ช่วยผลักดันให้ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้รับชม

สัปดาห์นี้ ติดลมบน พาไปพบกับ เต้น-ธนนท์  โฆวงศ์ประเสริฐ  ทายาทรุ่นที่ 2 เจ้าของธุรกิจ  “บ้านมะขาม” แบรนด์มะขามหวานแปรรูป  ที่ครองใจทั้งคนไทยและต่างชาติ  นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่สามารถนำผลผลิตการเกษตรอย่าง ‘มะขามหวาน’ ต่อยอดสู่ธุรกิจระดับสากล ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ สร้างยอดขายกว่า 300 ล้านบาทต่อปีจากจุดเริ่มต้นธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ ในจังหวัดเพชรบูรณ์  สู่การเป็นผู้ผลิตมะขามแปรรูปชั้นนำ ของประเทศ และขยายตลาดไปสู่ระดับสากล  ที่ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าจะผ่านมาง่าย ๆ   แต่อะไรที่ทำให้ก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ มาได้ พร้อมแชร์มุมมมองไอเดียถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูปมารับแรงบันดาลใจดี ๆ พร้อมกัน ในรายการพอดแคสต์ “ติดลมบน” โปรเจ็กต์ “มหาชนTalk” เริ่มรับชมได้ตั้งแต่วันพุธที่ 26 มีนาคมนี้ เวลา 20.00 น.  ทาง YouTube Ch7HD : bit.ly/yttidlombon  ทาง Facebook Ch7HD : bit.ly/fbtidlombon  ทางเว็บไซต์ BUGABOO.TV : bit.ly/bbtidlombonและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘ดร.นก ชลิดา’แชร์สูตรย้อนวัยใช้ชีวิตให้เป็นอมตะ ?

'ดร.นก ชลิดา'แชร์สูตรย้อนวัยใช้ชีวิตให้เป็นอมตะ ?

‘ดร.นก ชลิดา’แชร์สูตรย้อนวัยใช้ชีวิตให้เป็นอมตะ ?

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.33 น.

Tuck Talk  สัปดาห์นี้พบกับ “ดร.นก ชลิดา” อดีตนางสาวไทยปี 2541 ที่เป็นคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก ศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพจนจบปริญญาเอก ปัจจุบันเป็นวิทยากรเรื่องสุขภาพและยังเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งมาแชร์ความรู้เรื่องการสร้างไลฟ์สไตล์ให้สวย “ย้อนวัย” เหมือนเป็นอมตะ หยุดฝืนนาฬิกาชีวิต ก่อนพังระบบภายใน เผยสิ่งที่เป็นตัวการแก่ไวแถมกระตุ้นมะเร็ง! อยากคงอายุเซลล์ให้อมตะต้องเลือกกิน 3 ราชาอาหารแห่งความอ่อนเยาว์ มาปรับไลฟ์สไตล์ให้สุขภาพดีแบบยั่งยืน

ไม่ได้เจอกันนานมาก ไม่น่าเชื่อเลยอายุ 50 กว่าแล้ว ยังดูไม่เปลี่ยน ?

ดร.นก : ขอบคุณค่ะ รอบนี้ก็มาแบบอิ่มเอิบขึ้นอีกสักหน่อยจากที่พี่ตั๊กเคยจำได้

เวลาไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพความงาม ส่วนมากคนจะถามเรื่องอะไรมากที่สุด ?

ดร.นก : ส่วนใหญ่คำถามแรกเลยเขาจะถามว่าคุณนกอายุเท่าไหร่แล้ว พอเขาทราบอายุ ก็จะถามว่าแล้วทำยังไง แล้วส่วนใหญ่สิ่งที่เราบอกไปเขาจะทำไม่ได้ แต่ว่าเรื่องกินจะเป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้น เพราะว่าเป็นอะไรที่คนทำได้จริงคะ  สมมุติว่าไปพูดเรื่องเทรนด์ในตอนนี้นะคะ ซึ่งนกก็กำลังพยายามทำอยู่อย่างเช่น IF การงดอาหาร 16 ชม. ทานแค่ 8 ชม. อะไรอย่างงี้ หรือหัตถการอะไรที่มันแบบไกลไปมาก แต่ว่าเรื่องการกินคนต้องทานอยู่แล้ว เช้า กลางวัน เย็น เราก็แค่แนะนำว่าปรับสิ่งที่รับประทานเข้าไป เพื่อให้มันชะลอไว แต่เดี๋ยวนี้ Reverse Aging แล้วที่มาแรงที่สุดก็คือ Longevity หรือว่าอายุยืนยาวแบบมีคุณภาพไม่ป่วยติดเตียงค่ะ

เรื่องการย้อนวัยชะลอความแก่ Reverse Aging น่าสนใจมากมันคืออะไร ?

ดร.นก : พูดถึงเรื่องของความแก่ สมัยที่เราเติบโตมาก็คิดว่าอายุ 30 เขาก็ยังมีคำว่า 30 ยังแจ๋วแล้ว สักพักก็มี 40 Is the new 30 หมายถึงว่าอายุ 40 แทนที่ 30 ยังแจ๋ว แล้วตอนนี้ 50-60 ก็ยังแข็งแรง ต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่เราต้องทำ ถ้าปล่อยตัวไปตามสายน้ำเรื่อยๆ เราก็จะเป็นอย่างสมัยก่อนที่ว่าแก่แล้วแก่เลยค่ะ แต่ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีมีการศึกษาวิจัยมีนวัตกรรมมากมายแต่เอาตรงๆ เลยนะคะ ในที่สุดแล้วมันคือไลฟ์สไตล์ค่ะ ไลฟ์สไตล์ที่ simple ไลฟ์สไตล์ที่กลับไปสู่ความเป็นธรรมชาติ

เราจะย้อนไวและมีสุขภาพแบบยั่งยืนได้ยังไง ต้องเริ่มยังไงก่อน ?

ดร.นก : เริ่มต้นที่ตระหนักรู้ก่อนว่าเราอยู่ตรงไหน คนที่มาคุยกับนกเรื่องสุขภาพส่วนใหญ่เป็นคนเมืองนะคะ แล้วก็คิดว่าตัวเองทำงาน แต่จริงๆ แล้วไลฟ์สไตล์ของเขาคือ Sedentary หรือว่านั่งกินนอนกิน หมายความว่าทั้งวันประชุมตั้งแต่ 9 เช้ายันกลางคืนแล้วก็แทบจะไม่ได้ลุกเดินไปไหน กินอาหารเร็วๆ หน้าคอมพิวเตอร์ ทำงานอยู่ แต่จริงๆ ร่างกายมันรับรู้นั่งๆ นอนหรือว่าเท่ากันกับการนั่งดูทีวี ซึ่งร่างกายเราต้องขยับ แล้วอย่ามีข้ออ้างเยอะคือถ้าอยู่ในตึกออฟฟิศเป็นทาวน์มันมีอยู่ 3 ชั้นก็เดินขึ้นลง อย่าแบบว่านั่งอยู่กับที่อย่างเดียว แล้วหวังว่าจะให้สุขภาพดีมันเป็นไปได้ยากมาก อย่างเราตื่นมาตอนเช้ามีแสงตะวันขึ้น

ร่างกายเราเห็นแสงตะวันก็ตื่นตัวพร้อมไปทำงาน แล้วพอกลางคืนตะวันตกดินฮอร์โมนที่ออกมาช่วยให้เราหลับก็เมลาโทนิน ทุกอย่างถ้าเราเคารพนาฬิกาชีวิต ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เวลาพักก็พัก ไม่ใช่นั่งเล่นมือถือ นั่งเล่นเกมอยู่ ผิดหมดเลย แล้วยังไงก็ตามการนอน ให้หลับแล้ว 4 ทุ่ม – ตี 2 มันสำคัญเสมอที่จะให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนต่างๆ ให้เราคงความอ่อนเยาว์ แต่สิ่งที่จะทำได้คือไม่เล่นมือถือหลัง 2 ทุ่มไปแล้ว อันนี้จะช่วยได้มากนะคะเพราะว่าหลายคนมีปัญหานี้มาถามเยอะมากว่า แบบจะนอนแล้วบางทีก็นอนไม่หลับ บางทีมันไม่ใช่วัยทองหรือฮอร์โมนอะไรเลยนะ

คืออย่างที่นกแบ่งปันไปว่าเวลาตะวันตกดินแสงสลัวๆ ฮอร์โมนเมลาทินก็หลั่งออกมา แต่พอเราเล่นมือถือปุ๊บแสงจากมือถือกระแทกตาร่างกายนึกว่าพระอาทิตย์ขึ้น แทนที่มันจะค่อยๆหลับ มันก็ไม่หลับสิ แล้วพอไม่หลับติดกันหลายๆ คืนก็โทรมสิคะ มันก็เลยจำเป็นที่จะต้องเลิกงานแล้วเคลียร์อะไรทุกอย่าง อาบน้ำ 3 ทุ่ม ก็พยายามนิ่งๆ ไม่ต้องไปดูอะไร อ่านหนังสือเบาๆ เล่นกับสัตว์เลี้ยงอะไรที่มันเบาๆ ไม่ตื่นเต้น มันจะได้หลับ ไม่งั้นพอมันตื่นเต้นหรือว่าแสงวาบแสงสีฟ้าใส่ตาเราก็ตื่นเต้นแล้วก็ไม่หลับสิคะ

แล้วเรื่องอาหาร ?

ดร.นก : อยากจะแนะนำว่าให้ทานเน้นพืชเป็นหลัก คนจะได้ยินคำว่า plant-based แล้วขอว่าเป็น plant-based whole food ก็คือเป็นพืชที่มาตามลักษณะของมันที่เด็ดออกจากต้น ไม่ใช่พืชที่เอาไปแปรรูปทอดกรอบ หรืออบกรอบ อันนั้นไม่ใช่ เราจะต้องคิดว่ากินเพื่ออะไร จะกินเพื่อให้สมองไม่เสื่อม กินเพื่อให้เราคงความสวยของผิวพรรณ แต่ถ้าเรายังยังดื่มสุราแอลกอฮอล์ เที่ยวหัวราน้ำ ไม่หลับไม่นอน มันจะไปสวยได้ยังไง ร่างกายมันไม่มีเวลาฟื้นฟู คือมันตั้งใจที่จะนอนเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง ตอนอายุน้อยๆทำได้แต่พอเลยเลข 3 เลข 4 ทำแบบนั้นไม่ได้

อาหารกลุ่มไหนที่มันจะทำให้ร่างกายของเราอักเสบ ?

ดร.นก : อาหารที่เรียกว่า Sad คะ ย่อมาจาก Standard American Diet คนตะวันตก คนอเมริกันน่าสงสารมากนะเพราะว่าเขากินอาหารแบบด่วน พิซซ่า เค้ก คุกกี้ เบเกอรี่ อาหารแปรรูปทั้งหมด คิดง่ายๆ เลยว่าถ้าอาหารที่มันอยู่บนชั้นวางของได้นานหลายๆ เดือนเป็นปีเรากินแล้วอายุสั้นหมดเลย แต่อะไรที่ค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติอันนั้นกินแล้วจะอายุยืน

นิสัยการกินที่ไม่ดีก็ทำให้เกิดอาการอักเสบ ถ้าแรงๆ อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ไหม ?

ดร.นก : ได้ค่ะ โรคอ้วนไขมันในเลือดสูง ดื้ออินซูลิน ก็คือเป็นเบาหวาน อัลไซเมอร์ เป็นได้หมด แล้วนอกเหนือจากอาหาร ไลฟ์สไตล์ที่อดนอน ไลฟ์สไตล์ที่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะ Secondhand smokers หรือว่าไปสูดควันที่เขาสูบบุหรี่ไว้ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าอะไรทุกอย่างทุกสิ่งเลย แล้วโดยเฉพาะ PM 2.5 ทำให้อักเสบมาก การที่เราโดนแดดเยอะๆ แดดแรงๆ ก็ทำให้เราอักเสบ แสงแดดยังเป็นตัวทำร้าย NAD สารที่หนุ่มสาวของเราด้วย ซึ่งมีอยู่ในอาหารที่เรากินนะคะ พอคนเราอายุมากขึ้น NAD ลดลง ก็จะสังเกตว่าสมองเริ่มเฉื่อยช้า นอนไม่หลับ มันก็เป็นส่วนหนึ่งกับวัย ความแก่ความเสื่อม แต่เดี๋ยวนี้ด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องชะลอไว ย้อนวัย Reverse aging อะไรก็ตาม มันมีการสอนทั้งปรับไลฟ์สไตล์ ว่าอย่าโดนแดดเยอะพักผ่อนให้พอ ต้องออกกำลังกาย แล้วก็กินอาหารที่เป็น NAD booster อย่างเช่น กุ้ง บร็อคโคลี่ แตงกวา ซึ่งจะมีสารตั้งตนที่เป็น MNM ซึ่งเป็น NAD booster ที่เป็นตัวช่วยพยุงไม่ให้ NAD มันตกลงไป

NAD คืออะไร แล้วมันมีผลยังไง ?

ดร.นก : NAD ถ้าเปรียบได้ก็เหมือนเชื้อเพลิงของเซลล์ค่ะ แล้วเชื้อเพลิงของเซลล์อันนี้มีส่วนสำคัญ เพราะมันทำให้สมองตื่นตัว ความจำดี นอนหลับเป็นปกติแบบมีชีวิตชีวา ยิ่งตอนเด็กๆ อายุน้อย NAD เยอะ แต่ว่าพออายุมากขึ้นแล้วก็ไลฟ์สไตล์บางอย่าง อย่างเช่น โดนแดดเยอะที่ทำลายสุขภาพโดยรวม ก็ทำให้ลดลง

สามารถติดตาม  Tuck Talk”  ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot  วันพฤหัสบดี (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.

‘ไผ่ พงศธร’สานฝันวัยเด็ก ขึ้นเวทีดวลกำปั้นในรอบ 30 ปี

'ไผ่ พงศธร'สานฝันวัยเด็ก ขึ้นเวทีดวลกำปั้นในรอบ 30 ปี

‘ไผ่ พงศธร’สานฝันวัยเด็ก ขึ้นเวทีดวลกำปั้นในรอบ 30 ปี

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.30 น.

จากที่เคยชกมวยตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ล่าสุด “ไผ่ พงศธร” กลับมาสานฝันในวัยเด็กอีกครั้งในรอบ 30 ปี กับการขึ้นเวทีดวลกำปั้นใน “มังกรไฟท์ ศึกมวยไทยอินฟลูไฟท์” โดยขึ้นชกกับ “บักต่วน ขี้มูกกึ๊ด(ปอบดำ)” ผลแพ้ชนะ ปรากฏว่าหนุ่มตามฝันจากบ้านไกลของเราชนะไปจ้า 

ไผ่ พงศธร ได้เล่าว่า เคยชกมวยสมัย อายุ 14 ,15 ปีเพราะเป็นอีกหนึ่งความชอบครับ  ซึ่งตอนเด็ก ได้ค่าจ้าง 150 บาท ตอนสมัยเด็กไม่มีเงิน  และตัวเราเองก็อยากกินก๋วยเตี๋ยว ,ไมโล และอยากได้เงินไปซื้อรองเท้าฟุตบอล   เหตุเกิดจากไปเตะฟุตบอล เจอพี่แสนชัย ชวนไปชกมวย “มังกรไฟท์ ศึกมวยไทยอินฟลูไฟท์” เพราะเวทีมวยนี้เป็นเวทีที่ไม่ใช่การแข่งขันกันแบบเอาจริงเอาจัง แต่เป็นการแข่งขันเอาความสนุกมากกว่า  และอีกอย่างผมก็ห่างหายจากเวทีมวยมาเกือบ 30 ปี อยากเห็นบรรยากาศเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ และ เสียงแตร

การแข่งขันมีแพ้มีชนะ แต่ไม่ได้สำคัญสำหรับไผ่ครับ แค่ได้เก็บบรรยากาศเก่าๆบนเวที และที่สำคัญได้มิตรภาพ ได้สุขภาพ กับกีฬาที่ชอบ ขอบคุณพี่แสนชัยพร้อมทีมงานหลายๆเด้อ ครับอ้าย ขอบคุณเวทีมวยเต๊นท์มังกร ที่มอบโอกาสดีๆให้กับไผ่ครับ ขอบคุณต้นฮัก(ปอบดำ)วันนี้สุดยอดมากๆๆร่างกายแข็งมากครับ ขอบคุณแฟนคลับไผ่ แฟนเพลงที่เชียร์ขอบสนามเวที ที่รับชมอยู่ทางบ้านด้วยนะครับ

014

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’เครียดหนักจน ‘หน้าดำ’นอนไม่พอต้องเข้า รพ. วงการบันเทิงโหดกว่าที่คิด!?

'เกรซ กาญจน์เกล้า'เครียดหนักจน 'หน้าดำ'นอนไม่พอต้องเข้า รพ. วงการบันเทิงโหดกว่าที่คิด!?

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’เครียดหนักจน ‘หน้าดำ’นอนไม่พอต้องเข้า รพ. วงการบันเทิงโหดกว่าที่คิด!?

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.28 น.

เปิดใจนักแสดงสาว เกรซ กาญจน์เกล้า ในรายการ Prime Cast ที่มี ปันปัน สุทัตตา รับหน้าที่เป็นพิธีกร หลังจากโลดแล่นในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน 21 ปี เข้าวงการตั้งแต่อายุ 15 ใช้ชีวิตแบบทำร้ายตัวเองเพื่อความฝัน? เคยเครียดจนหน้าดำ ต้องยกกองละคร ห่ามส่ง รพ. เพราะบ้าออกกำลังกาย? จึงหันมาให้ความสำคัญของการสร้างสมดุลในชีวิต ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ พร้อมเผยเคล็ดลับความขาวออร่า ทัศนคติเชิงบวก ความสุขจากภายใน ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดูดีและมีความสุข

อยู่วงการมา 21 ปี ตั้งแต่อายุ 15 ไม่เปลี่ยนไปเลยสวยเหมือนเดิม อยู่วงการมานาน มีช่วงโทรมไหม ?

เกรซ : ทุกวัน คือคิดว่ามันขึ้นอยู่กับช่วงที่เราได้นอนมาก ได้นอนน้อย เครียดมากเครียดน้อย ความเครียดมันทำให้เราหน้าดำได้ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มันทำให้หน้าดำได้จริงๆ คือมันไม่เกินจริงนะ คำว่าหน้าดำคร่ำเครียด มีอยู่ที่เราเรียนมา คือมันจะเป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งในร่างกาย ที่เขาบอกว่าเมื่อไหร่ที่เราเครียดมันจะดูออกมา

แล้วช่วงนั้นเรารับมือยังไง ?

เกรซ : คือตอนนั้นยังไม่ได้รู้ว่าคืออะไร เราก็เครียดไปตามเรื่องตามราว ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตฉันจะต้องไม่เครียด ใช้ชีวิตไปตามมีตามเกิดตอนนั้นน่ะ ที่แบบว่าเริ่มที่จะเล่นละคร ชีวิตเรามันถูกดำเนินด้วยความเครียด วันหนึ่ง 15-16 ถึง 20 ซีน เมื่อก่อนถ่ายเช้าจนเย็น ถ่ายไปออนไปเป็น 20 ซีน ร้องไห้ไปแล้ว 16 ซีน ตาก็บวมแล้วก็ต้องร้องไห้สลับอารมณ์ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวบ้า คือมันเป็นอะไรแบบนั้นเรียกว่าชีวิตของเรามันไม่ได้ดำเนินเรียบง่าย แต่เราก็ยังคงต้องสวย ยังคงต้องหุ่นดี ยังคงต้องมีสมองในการโฟกัส ในการจำบทและแสดงออกมา

คือก็รู้สึกว่าความยากในสมัยนั้นมันคือเราใช้ร่างกายอย่างไม่มีคำว่าถนอมและประนีประนอมเลย แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่าเริ่มมีโอกาสได้เลือกงานมากขึ้น ได้รู้ว่าจะเอาตัวเราไปวางไว้ตรงไหน เพื่อที่จะทำให้ร่างกายไม่โทรมจนเกินไป พูดง่ายๆ คือเกรซรู้สึกว่าตัวเองใช้ร่างกายมาอย่างถึกทนมากตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ 15 ปี มันเป็นชีวิตที่บางทีเราเลือกไม่ได้ แล้วมันก็เป็นงานโดยส่วนรวม เป็นสิ่งที่เป็นหน้าที่ของเราจริงๆ แล้วในจังหวะตอนนั้นด้วย มันก็เลยแบบเป็นอะไรที่แบบชีวิตค่อนข้างจะเลือกไม่ได้นิดหนึ่ง แล้วก็หนักในขณะที่ถ่ายละครอยู่แล้วบทก็มาทีละใบ หลับอยู่ตรงนั้นเลย ตี 2-3 บทมาแล้วก็ลุกขึ้นมาถ่าย เลยเป็นอีกสาเหตุที่รู้สึกว่าตัวเองร่างกายสรวนเร็วมาก แล้วต้องรีบกลับมามีบาลานซ์ที่ดีให้กับชีวิตเราไม่งั้นตายเร็วแน่

จุดทริกเกอร์ตอนนั้นก็คือเป็นช่วงที่มันโหลดมากๆ ใช่ไหม ?

เกรซ : ใช่ ในจุดที่แบบโหลดมากๆ แล้วก็ในจุดที่เราแบบไม่รู้จักบาลานซ์ด้วย เพราะว่าเรายังเด็ก แล้วคิดว่าเราไหวไง คิดว่า เหมือนตอนถ่ายละคร แล้วไปเที่ยวถึงตี 4 หลับไปแค่ครึ่งชั่วโมง ตี 5 ครึ่ง ตื่นขึ้นมาอีกไปถ่ายละคร ตอนนั้นมันไหว แต่มันจะมีจุดหนึ่งที่เราว่าไม่ได้แล้ว

แล้วหลังจากนั้นทำยังไง พอเราเริ่มหาบาลานซ์ ต้องหันมาดูแลร่างกาย ?

เกรซ : เพิ่งหาบาลานซ์ของตัวเองได้เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้วเอง ที่รู้สึกว่าพอเราออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้ว เรามีสิทธิ์เลือกมากขึ้น มีสิทธิ์เลือกบทละครที่มันไม่หนักมากแล้วก็เลือกการถ่ายทำที่มันไม่สรวนมาก

ใน 3 ปีที่แล้ว คือเป็นจุดที่ทำให้เริ่มมาดูแลสุขภาพ ?

เกรซ : ใช่ เป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่าสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รู้สึกว่าสุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องมาเป็นอย่างแรกไม่ใช่เรื่องงาน เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราจะให้เรื่องเรียนเรื่องงานเป็นอย่างแรก แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราต้องให้อะไรเพื่อความสุขในระยะยาวเพื่อที่จะไม่ให้เอาเงินที่เราตั้งหน้าตั้งตาทำมารักษาตัวเองตอนแก่ มันก็ไม่ใช่

คิดว่าในสมัยก่อน มีเรื่องสุขภาพอะไรที่เราเข้าใจผิด ?

เกรซ : เราควรออกกำลังกายทุกวันอันนี้ผิด พี่คนหนึ่งที่ไม่ออกกำลังกายทุกวัน

สมัยก่อนคิดว่าออกกำลังกายทุกวัน ?

เกรซ : ออกกำลังกายต้องออกทุกวัน แล้วสมัยตอนที่ช่วงที่ปั้นซิกแพคกับก้นใหม่ๆ จะต้องออกทุกวัน แต่ความจริงแล้วคือไม่ ร่างกายต้องได้พัก คือรู้สึกว่าเราเครียดเกินไปตอนนั้น ยังไม่รู้ว่าร่างกายคือเครียดนะการออกกำลังกายทุกวันบางที คือถ้าคุณเป็นคนที่นอนเร็ว แน่นอนคุณออกกำลังกายได้ทุกวัน วิ่งมันสามารถวิ่งได้ทุกวัน แต่ถ้าสมมุติเวทเทรนนิ่งหรือใช้อะไรที่มันแบบทำให้กล้ามเนื้อ เป็นการทำร้ายร่างกาย เช่น พวกยกเวท แล้วมันต้องมีเวลาในการ Recover ออกกำลังกายทุกวันไม่ได้ แล้วเราจะทำผิดมากคือไปถ่ายละครออนแอร์ แล้วก็เป็นช่วงที่กำลังปั้นซิกแพคเลย มีเวลาว่างในกองถ่ายประมาณ 3 ชม. ก็ไปยิม ปั้นหน้าท้อง จำได้ว่าถ่ายละครก็แบบไม่ไหวแล้วยม นอนก็น้อยเพราะถ่ายละครติดกันมา 3 วันแล้วตอนนั้นก็ยังไปออกกำลังกายอีก ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงหายใจไม่ออก เข้าโรงพยาบาลเลย ละครก็ไม่ได้ถ่ายกองถ่ายก็เสียหายจาก mindset ผิดของเรา มันทำให้คนอื่นเดือดร้อน ตั้งแต่วันนั้นคือเปลี่ยนความคิดเปลี่ยน mindset ไปเลยในเรื่องของการออกกำลังกาย ไหวแค่ไหนเอาแค่นั้น เรื่องการนอนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

ถือว่าตอนนี้ชีวิตบาลานซ์ไหมกับเรื่องเรียนตอนนี้ ?

เกรซ : ชีวิตรู้สึกว่าได้บาลานซ์ในความรู้ คือคนจะชอบถามเยอะมากว่าทำไมถึงเรียน ก็บอกเลยว่าเราอยากเป็นคนสวยที่เก่ง คือไม่ได้อยากเป็นคนสวยอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าสวยแล้วไม่มีสมองแล้วไม่ได้เรียนต่อไม่เก่งนะ แต่ว่าเราเป็นคนปากเก่ง คือสมองเราต้องเก่งเท่าปากเข้าใจไหม คือเราไม่สามารถที่จะเก่งแต่ปากได้อย่างเดียว คือนิสัยเราไม่ได้ดีอยู่แล้วแต่ว่าปากเราดี ทำไงสมองเราต้องดีด้วย มันต้องไปด้วยกัน มันต้องทำงานไปด้วยกันไม่ใช่ดีแต่ปากอย่างเดียว นิสัยก็ไม่ดีสมองก็ไม่ดีไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้เราสวยแล้วเราก็มีสมองด้วย

อยากรู้ในฐานะชาวเน็ต ทำไมผิวขาวออร่า ?

เกรซ : คนก็จะถามว่าทำไมเราไม่แก่ลงเลย จะบอกเลยนะว่าคือเกรซเป็นคนที่ไม่เครียดนาน เป็นคนมีความสุขกับชีวิตและพอใจในชีวิตตัวเองมาก แค่นี้คือสวยแล้ว วันนี้ตื่นมาอาจจะมีพุงหน่อย เพราะว่าอึไม่ออก แต่ก็โอเคก็ไม่ได้แย่นะ รู้สึกว่าเรามีความสุขกับตัวเองทุกวัน สำคัญมากนะ คือตั้งแต่ยังไม่มีเรื่องการ Manifest เลยนะ เป็นคนที่มีพลังบวกอยู่แล้ว พลังบวกในตัวเอง ทั้งเชิงลบเชิงบวก เชิงติดลบ คือเราเป็นคนมี Energy สดใสร่าเริงอยู่แล้ว คือรู้สึกพอใจกับทุกๆ ก้าวในชีวิตของตัวเอง แล้วการที่เรามีความสุขจากข้างใน มันออกมาสู่ข้างนอกจริงๆ ถามว่าเราดูแลตัวเองดีไหม เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไหม ใช่แน่นอน คนจะถามว่ากินอาหารเสริมไหม คือบอกเลยนะถ้าเราไม่กินอาหารเสริม ตายไปนานแล้ว หรืออาจจะสภาพเป็นอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จริงๆนะในช่วงเวลา 15-20 ที่เราควรจะได้เจริญเติบโตอย่างสวยงามและเต็มที่ เรากลับใช้ร่างกายตัวเองไปในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อในสิ่งที่รัก แล้วในตอนนั้นถามว่ารักจริงไหมก็ไม่ได้รู้ด้วยนะว่ารักไหม เพียงแต่ว่าโอกาสมันเข้ามา อายุ 15 เรายังไม่รู้หรอกว่าชอบอะไร ถ้าถามเคล็คลับก็คือมีความสุขจากภายใจ แล้วก็รักตัวเองจริงๆ ถ้าเรารักตัวเอง เราจะรักคนรอบข้างด้วย 

ถ้าวันหนึ่งรู้ตัวว่าเครียดมากเลย ทำไงก่อนอย่างแรก ?

เกรซ : ร้องไห้เลย เป็นคนที่ไม่รู้จะทำอะไรเวลาเครียด หรือว่าไม่ได้นอนหรือนอนน้อย รู้สึกว่าทำไมต้องอดทนหรืออะไรร้องไห้เลย แล้วก็ไม่อายด้วย แค่สงสารแฟนพี่ต้องมารับฟังว่าวันนี้เอาอีกแล้ว คืองานอย่างเราเลือกเวลาไม่ได้ ลูกค้าเป็นคนเลือกแล้วคุณลูกค้าจะรู้ไหมคะว่าเมื่อคืนหนูได้นอนตี 3 เพราะว่าจะต้องอ่านหนังสือ อีกวันหนึ่งจะต้องไปสอบ แล้ววันนี้จะต้องมาสดใสเพื่ออ่านสคริปต์เขาไม่รู้ เพราะเราเป็น Perfectionist แบบสุดๆ เมื่อก่อนเป็นหนักกว่านี้อีก ตั้งแต่ตอนยังไม่เรียนนะ แต่พอเริ่มเรียนรู้แล้ว คำว่าปล่อยกับคำว่าวางทำได้นะ ถ้าทำได้คือจะมีชีวิตที่ดี มีสุขภาพใจที่ดี และสุขภาพกายที่แข็งแรงไปอีกยาวนาน เพราะชีวิตมีสิ่งที่เราคอนโทรลได้และไม่ได้

ใช้ชีวิตอยู่กับโซเชียลมีเดียขนาดนี้ เคย Digital Detox ไหม ?

เกรซ : ยังไม่เคย เอาจริงมันเป็นสิ่งที่ดีนะ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าถ้าถามเกรซรู้สึกว่าบาลานซ์ให้ได้ทุกวันดีกว่าไม่ต้องไปหยุด ไม่ต้องไปเลิกไม่ต้องไปอะไร แต่แค่รู้สึกว่าเราบาลานซ์ในทุกวันดีกว่า Social Detox เป็นสิ่งที่ดีแล้วแต่คนแล้ว อันนี้เป็นปัจเจกมากๆ แต่สำหรับเกรซบาลานซ์ให้ได้ในทุกวันแล้วไม่ทำให้มันมาเป็นสิ่งที่ทำร้ายเราดีที่สุด เพราะจริงๆ แล้ววิจัยมันออกมาแล้วนะว่าการที่เราจับมือถือทุกวัน มันทำให้เราเป็น Anxiety พี่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครรู้สึกว่าอยากที่จะ Social Detox ก็แนะนำ แต่สำหรับเกรซรู้สึกว่าเป็นคนแฮปปี้กับตัวเอง แล้ว enjoy ที่เห็นคนอื่นมีความสุขอะไรอย่างงี้ เห็นสถานที่สวยๆ รับข่าวสารโซเชียลเป็นสิ่งที่ให้ข่าวสารกับเรา รับข้อมูลใหม่ๆ คิดว่าบาลานซ์มันก็จะดี แต่ถ้ามีช่วงที่ได้ไปพักไปต่างจังหวัดก็จะไม่เสพสื่อเลย เวลามีค่ามากกว่าที่จะไปสนใจเรื่องของคนอื่น พอโตขึ้นหวงแหนเวลาของเรามาก มีอันหนึ่งที่เกรซเพิ่งไปปฏิบัติธรรมมา เพราะรู้สึกว่าชีวิตเราต้องหาบาลานซ์ที่เขาบอกว่าอาบน้ำตัว ต้องไม่ลืมที่จะอาบน้ำใจ เราเคยได้ถามตัวเองว่าเราอาบน้ำใจบ้างหรือเปล่า คือเราอาบน้ำแต่ตัวแต่ก่อนนอนเคยได้มาชำระล้างใจไหม อะไรที่มันไม่ดีในวันนั้นยังยึดติดยังเก็บอยู่ในใจหรือเปล่า ยังติดเราไปทุกๆ วันหรือเปล่า คือเราอาจจะต้องปล่อยและต้องวางจริงๆ ดีกว่ายึดมั่นถือมั่นเอาความเจ็บปวดและความรู้สึกไม่ดีนั้นไว้กับตัว โดยที่ไม่ปล่อยมันออกมาเลย อยากให้มีสติกับตัวเองจริงๆ นะคะ เพราะว่ารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุขในระยะยาวกับสุขภาพจิตที่แข็งแรงจากข้างในของตัวเอง เครียดก็คือเครียด ยอมรับว่าเเครียดอยู่ ก็คือทุกอย่างต้องมีลง ไม่ใช่เครียดขึ้นแล้วก็ยืนอยู่อย่างนั้น เราก็ต้องนั่งลงก่อน ต้องบอกตัวเองอย่างงี้ เพราะฉะนั้นเราต้องใจดีกับตัวเองด้วย

014

‘แบงค์ แคลช’สุดจะทน โดนคุกคามถึงบ้านนาน4เดือน ทำครอบครัวผวา

'แบงค์ แคลช'สุดจะทน โดนคุกคามถึงบ้านนาน4เดือน ทำครอบครัวผวา

‘แบงค์ แคลช’สุดจะทน โดนคุกคามถึงบ้านนาน4เดือน ทำครอบครัวผวา

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.38 น.

แบงค์ ปรีติ (วงแคลช) ได้โพสต์เรื่องราวที่พบเจอมาตลอด 4 เดือน ถูกคุกคามถึงในบ้าน โดยมีชายหนุ่มปริศนาพยายามโยนสิ่งของไม่ว่าจะเป็นเอกสาร กล่องกระดาษ สิ่งของอื่นๆ เข้ามาในบ้านของตน โดยเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา แบงค์ ได้โพสต์ภาพชายหนุ่มรายนี้ อายุ 34 ปี พร้อมแจ้งเตือนครั้งที่ 1 รวมถึงสืบทราบประวัติว่ามีอาการป่วยทางจิตโดยล่าสุดแบงค์ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.พระโขนง ไว้เรียบร้อยแล้ว  

โดยล่าสุด แบงค์ได้เปิดคลิปจากกล้องวงจรปิด ถึงพฤติกรรมที่ทนมาตลอด 4 เดือน พร้อมระบุว่า 

” วันนี้เวลา 2 ทุ่ม ผมกับผู้ช่วยและทีมงาน สวนหลวง วันนี้ ได้เข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่สน.พระโขนง และมอบหลักฐานบางส่วนที่ นายจิ๊บ ชัยวัฒน์ ปละอุด ได้โยนซองเอกสารข้อความ และกล่องกระดาษเข้ามาในบ้านของผม 

ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 06:33 นาฬิกาของเช้าของวันนี้ (20/03/2568) ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายจิ๊บได้นำเป็นประเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่มาวางไว้บนรั้วบ้าน และสายตรวจได้เข้ามาช่วยตรวจสอบในช่วงบ่าย 3 โมงซึ่ง(ซึ่งไม่มีใครกล้าเปิด)

เมื่อเปิดออกพบว่าด้านในเป็นข้าวของเครื่องใช้ เสื้อทหาร กางเกงทหาร เสื้อพนักงาน 7-11 กล่องกระดาษข้อความ และที่โกนหนวด ซึ่งได้นำมามอบไว้เป็นหลักฐานไว้ที่สน.พระโขนง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานได้ทราบถึงพิกัดที่อยู่ของนายจิ๊บเรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการเข้าตักเตือนพูดคุยกับผู้ปกครอง เพื่อส่งตัวไปรักษาอย่างถูกต้องต่อไปครับ ” 

‘ดิว อริสรา’รับผิดทั้งหมด วอนอย่าโยงลูก-สามี ขอเหลือที่ยืนให้ครอบครัว

'ดิว อริสรา'รับผิดทั้งหมด วอนอย่าโยงลูก-สามี ขอเหลือที่ยืนให้ครอบครัว

‘ดิว อริสรา’รับผิดทั้งหมด วอนอย่าโยงลูก-สามี ขอเหลือที่ยืนให้ครอบครัว

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

ยังคงเป็นที่พูดถึงหนักมาก สำหรับเรื่องราวดราม่ายักยอกทรัพย์ “มาดามเมนี่” หรือ “เมย์ ดร.วาสนา อินทะแสง” ของดาราดัง “ดิว อริสรา” ที่ตอนนี้ทำเอาสังคมพากันติดตามกันอย่างมากมาย เพราะเรื่องราวไปเกี่ยวพันกับหลายๆ ฝ่ายในสังคม

ล่าสุด ดิว อริสรา ก็ได้โพสข้อความร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก Due Arisara ว่า

“ในวันนี้เรื่องจริง ดิว ยอมรับผิดทั้งหมด แต่เรื่องไหนที่ไม่จริง ตรงนี้ดิวต้องขอความเป็นธรรม ให้กับครอบครัวดิว และ ตัวดิวด้วยนะคะ

ส่วนตัวดิวที่ผ่านมาดิวไม่เคยออกมาต่อว่า โต้ตอบอะไรใดๆกับสื่อ เพจต่างๆใดๆ ทั้งเพจที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน หรือ คนที่คอมเมนต์ ด่าว่าดิวและครอบครัวอย่างรุนแรง เลยสักครั้ง ด้วยเพราะตัวดิวเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำและจุดยืนของตัวเอง อย่างตัวดิวตอนนี้ก็มีหน้าที่รับผิดชอบในปัญหาที่ดิวก่อ ดิวต้องใช้หนี้ และทำหน้าที่แม่ให้ดี ที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวันนี้ต่อลูกลูกของดิว แต่สิ่งที่ดิวอยากจะพูดตรงนี้ คือ ดิวรบกวนและขอร้องให้พี่ๆ สื่อ และเพจต่างๆ ให้ความเป็นธรรมกับดิว และครอบครัวดิวด้วย ดิวอยากขอร้องให้ทุกๆคนทำหน้าที่ของตัวเองแบบมีคุณภาพ มีข้อมูลจริง และมีจรรยาบรรณที่ถูกตามเหตุผลเรื่องราวจริง และ จุดยืนของตัวเองในพื้นฐานและแบบอย่างถูกต้องที่ถูกต้อง ดิวเคารพทุกๆคนเหมือนเดิม และไม่ขอ โกรธ โทษใคร “เพราะดิวผิดเอง” ดิวเชื่อว่าทุกๆคนอยากทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมให้กับสังคมและคนที่เดือดร้อน เช่นเดียวกันในวันนี้ดิวก็ขอความเป็นธรรม ในเรื่องราวที่ไม่จริง เหมือนกับใครต่างๆที่ต้องการความเป็นธรรม

ดิวขอขอบคุณมากๆ ที่เพจ ออกมาขอโทษจากการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดและทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลจริงแล้วในตอนนี้ และหนูอยากจะบอกพี่ๆ นักข่าว หรือ เพจต่างๆ ว่า ”พี่ค่ะหนูไม่โกรธพี่เลย ไม่ว่าพี่จะเขียนอย่างไรแต่เรื่องที่หนูผิดมันคือตัวหนู พี่อย่าดึง Seb เข้ามาเกี่ยวเพราะเค้าไม่เคยทำอะไรผิดต่อใคร หรือไม่ได้เป็นคนที่ไปทำให้ใครเดือดร้อน แบบหนู และ พี่ค่ะหนูรู้ว่าหนูผิดไปแล้ว หนูขอโทษ หนูล้มอยู่พี่ ถ้าพี่จะซํ้าเติมหนูจากเรื่องจริงของหนู หนูไม่เปนไร แต่อย่าซํ้าเติมหนูจากเรื่องไม่จริง อย่าดึงคนที่ไม่เกี่ยว มาทำร้าย หรือโจมตีเค้าเลยพี่ เค้าไม่ใช่คนในวงการบันเทิง ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นหนูก็แทบจะไม่มีใครอยู่รอบตัวหนูแล้ว หนูขอร้องพี่ และ อยากขอร้องทุกๆคนตรงนี้ ว่าอย่าดึงคนเค้าที่ไม่เกี่ยวจากการกระทำผิดของหนูมาทำให้ Seb เค้าต้องเดือดร้อนหรือไม่สบายใจเลย มันคงไม่มีใครอยากโดนแขวนจากเรื่องที่ตัวเค้าเองไม่ได้ก่อ เค้าอยู่ในฐานะคือพ่อของลูกๆหนู เหลือทางเดินให้หนูให้ยังมีที่ยืนกับครอบครัวเล็กๆของหนู หน่อยเถอะพี่”

ในวันนี้ดิว อยากบอกว่าดิวขอโทษกับทุกๆการกระทำของดิว ต่อทุกคน ต่อสังคม ต่อครอบครัว ต่อคนที่ให้โอกาส ต่อคนที่รัก ดิวขอโทษจากใจจริงๆ และ ดิวขอร้องอีกครั้ง อย่าดึงครอบครัวดิว ลูกๆดิว หรือ คนอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของดิวมาเกี่ยวเลยนะคะ อย่าเอารูปเขามาโพสต์ เอาครอบครัวเค้ามาโพสต์ หรือ เอารูปลูกหนูมาโพสต์แล้วก็แค่เบลอหน้าลูกหนูเลยนะคะ ดิวจะแก้ไขตัวเอง อะไรที่ผิดดิวจะ รับผิดชอบและแก้ไขทุกอย่างให้อย่างดีที่สุด แต่สำหรับเรื่องที่ไม่จริง เห็นใจดิวด้วยนะคะ ใช้วิจารณญาณกับหลายหลายอย่างที่ออกมา ให้โอกาส เปิดใจ และ มองดิวด้วยหลักเหตุผลที่เป็นความจริงด้วยนะคะ 

ดิวขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้
ดิวขอบคุณทุกคนที่ยังให้โอกาสและให้กำลังใจ
ดิวขอบคุณพี่ๆน้องๆที่ยื่นมือช่วยเหลือ
และขอบคุณพี่พี่น้องน้องที่ส่งข้อความเป็นกำลังใจให้ดิว ขอบคุณทุกๆคนที่ดิวกล่าวข้างต้นนี้จริงๆจากใจค่ะ

สุดท้ายดิวอยากขอโทษอีกครั้ง ที่ ดิว อริสรา คนนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผิดพลาดและทำให้ใครหลายคนผิดหวัง ดิวจะ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ดิวขอโทษจากใจจริงๆค่ะ”

ถึงกับสะดุ้ง! ‘ชัญญ่า ทามาดะ’ฟาดแรง’เกลียดคนนี้ที่ 1 ในใจ’

ถึงกับสะดุ้ง! 'ชัญญ่า ทามาดะ'ฟาดแรง'เกลียดคนนี้ที่ 1 ในใจ'

ถึงกับสะดุ้ง! ‘ชัญญ่า ทามาดะ’ฟาดแรง’เกลียดคนนี้ที่ 1 ในใจ’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

ทำเอาชาวเน็ตแห่คอมเมนต์รัวๆ กันเลยทีเดียว เมื่อไฮโซสาว “ชัญญ่า ทามาดะ” ได้โพสต์ข้อความสุดแซ่บ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chanya Tamada ถึงบุคคลปริศนาคนหนึ่งที่เจ้าตัวนั้นออกปากว่าเกลียดมาก

โดยระบุข้อความว่า “ก็เคยบอกแล้ว เตือนแล้ว ไม่มีใครฟังอ่ะ” นอกจากนี้ชัญญ่ายังคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยว่า “ไม่เคยเกลียดใครสุ่มสี่สุ่มห้าอยู่แล้ว แต่คนนี้คือที่ 1 ในใจเลย ยอมรับ”

จากนั้นยังได้โพสต์อีกข้อความที่แซ่บไม่แพ้กันว่า “โจทก์เป็นร้อยคนจากตาสีตาสายันลูกนักการเมือง ไม่มีใครเอานางลง สรุปแพ้ภัยตัวเองเฉย งงนะ”

‘ดิว อริสรา’เคลื่อนไหวล่าสุด แชร์โพสต์เจ้าของรถยัน’เซบาสเตียน’ซื้อจริงจ่ายจริง

'ดิว อริสรา'เคลื่อนไหวล่าสุด แชร์โพสต์เจ้าของรถยัน'เซบาสเตียน'ซื้อจริงจ่ายจริง

‘ดิว อริสรา’เคลื่อนไหวล่าสุด แชร์โพสต์เจ้าของรถยัน’เซบาสเตียน’ซื้อจริงจ่ายจริง

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.00 น.

จากกรณีมรสุมดราม่าที่รุมกระหน่ำ “ดิว อริสรา” หลังมีคนเปิดประเด็นเรื่องการเอาของแบรนด์เนมไฮเอนด์ ที่ยืมมาจากนักธุรกิจสาว “เมย์ วาสนา” มูลค่า 62 ล้านไปจำนำ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ “ซุง ศตาวิน” หนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ก่อนจะถูกเปิดประเด็นต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

ซึ่งล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของ ดิว อริสรา ได้ออกมาโพสต์แจงประเด็นรถหรูดังกล่าว โดยแชร์โพสต์จากผู้โพสต์รายหนึ่ง ที่ยืนยันว่า รถคันดังกล่าว “เซบาสเตียน ลี” ซื้อจริง จ่ายจริง โดยในโพสต์ผู้โพสต์ระบุข้อความ

“สรุปดราม่า Audi R8 นะครับ พอดีเรื่องนี้ผมยืนยันได้ และดูคนต้นโพสต์ (คนขับรถที่โดนไล่ออกก่อนนี้) ให้ข่าวแบบไม่จริงใจ ผมเลยพิมพ์คอมเมนต์ไปชี้แจง เรื่องราวมีเท่านี้เลย จะซ้ำใครผมว่า หาข้อมูลกันนิด เรื่องไหนที่เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด เค้าก็ไม่ควรโดนนะครับ”

โดยบอกว่า น่าจะเข้าใจกันผิดนะครับ คันนี้ Seb ซื้อจากผม จ่ายเงินที่ผมจริงๆ เต้น69 ก็ของผมกับเพื่อน ทีหลังมันใช้ไม่ชอบ ก็ฝากผมขายต่ออีกทอดแค่นั้นครับ, ยืนยันอีกเสียงค่ะ R8 คันนี้คุณ Seb เค้าซื้อจริง เพราะเราเป็นเซลล์ที่ 69 และทำเรื่องซื้อขาย ณ ตอนนั้น เพียงแค่เค้าไม่ชอบเลยขายต่อ’ , ‘ซื้อจริง 1000000% จ่ายเงินที่ผม, ผมขายเอง Seb จ่ายเอง

โดย ดิว อริสรา ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวไปที่เฟซบุ๊กของเธอ โดยไม่ได้เขียนข้อความอะไรเพิ่มเติม ซึ่งในโพสต์ที่ดิวแชร์มา มีคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ โดยหลายคนยังเชื่อมั่นในตัวดิว ว่าจะเรียนรู้จากเรื่องนี้และกลับตัว ใช้หนี้และกลับมาดำเนินชีวิตต่อได้

สายเกาเตรียมเฮ! “JAY B – Woohyun – Daehwi – KINO” บินลัดฟ้าลุยไทย! ในงาน “THE REAL KOREA GYEONGGI”

สายเกาเตรียมเฮ! “JAY B – Woohyun – Daehwi – KINO” บินลัดฟ้าลุยไทย! ในงาน “THE REAL KOREA GYEONGGI”

สายเกาเตรียมเฮ! “JAY B – Woohyun – Daehwi – KINO” บินลัดฟ้าลุยไทย! ในงาน “THE REAL KOREA GYEONGGI”

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะความเป็นเกาหลีกำลังจะมาเสิร์ฟถึงไทยแบบจุกๆ ในงาน “THE REAL KOREA GYEONGGI” ที่จัดโดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี (Gyeonggi Tourism Organization) ประเทศเกาหลีใต้ งานนี้ขนทั้งบรรยากาศ แหล่งท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรมของจังหวัดคยองกีมาให้สัมผัสแบบเต็มอิ่ม ไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีก็อินได้!

ไฮไลต์สุดต๊าช! พบกับ 4 ศิลปินสุดฮอตแดนกิมจิที่เตรียมบินตรงมามอบความสุขให้แฟนๆ ชาวไทย ด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษทั้ง JAY B (GOT7), Nam Woohyun (INFINITE), Lee Daehwi (AB6IX) และ KINO (PENTAGON) และพบกับการถ่ายทำรายการ ‘Picnic Live Sopung in Thailand’ นอกจากนี้ยังมีทอล์กโชว์จากอินฟลูสายเกาหลีตัวท็อปอย่าง ‘อาจุมม่าบ้าเกาหลี’ และ ‘Jasonland แดนกิมจิ’ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมายให้ได้ร่วมสนุกกันตลอดทั้งงานซึ่งจัดเต็มด้วยบรรยากาศเกาหลีแท้ๆ ให้ทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดคยองกี

ปักหมุดด่วน! เจอกันวันเสาร์ที่ 29 – อาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ และสำหรับใครที่อยากฟินแบบใกล้ชิด? ลุ้นรับบัตรเข้าชมมินิคอนเสิร์ต ได้ที่เฟสบุ๊กองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี : www.facebook.com/Gyeonggi.TH

ส่งต่อความฝัน! ‘นิว นภัสสร’ตัดใจประกาศขายคาเฟ่เชียงใหม่

ส่งต่อความฝัน! 'นิว นภัสสร'ตัดใจประกาศขายคาเฟ่เชียงใหม่

ส่งต่อความฝัน! ‘นิว นภัสสร’ตัดใจประกาศขายคาเฟ่เชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

ทำเอาหลายๆ คนแห่เสียดายแทนไม่น้อยเลยทีเดียว หลัง “นิว นภัสสร” หรือ นิว The star นักร้องสาวเสียงดี ที่ได้ออกมาประกาศขายคาเฟ่ทำเลทองที่เชียงใหม่

โดยนิว นภัสสร ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว IG ประกาศขายคาเฟ่กลางนาของตัวเองที่เชียงใหม่ Brandnew Field Good (แบรนด์นิว ฟีล กู๊ด) หลังเคยประกาศขายไปเมื่อปี 2566 แต่มีแพลนกลับมาทำเองต่อ ก่อนจะตัดสินใจประกาศขายอีกรอบในครั้งนี้

“โอกาสของคุณมาถึงแล้ว !! ส่งต่อความฝัน คนอยากมีคาเฟ่กลางนา เชียงใหม่

เอาจริง ๆ ก็คิดมาก และคิดมานาน รอจะกลับมาทำเกือบสองปี แต่ก็มีคำตอบที่ว่า พอมีเบบี๋ก็ไม่มีเวลาไปกลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เหมือนก่อน และตอนนี้ต้องบริหารธุรกิจอีกหลายอย่างที่กรุงเทพฯ เลยตัดสินใจโพสต์นี้อีกครั้ง อยากประกาศหาเจ้าของคนใหม่

สนใจทัก DM ใน IG มาส่วนตัวนะคะ #ที่ดิน #เชียงใหม่ #คาเฟ่เชียงใหม่ #ขายที่ดินเชียงใหม่”

.-011