‘ชุดเฉพาะกิจ’ของไทยเดินทางถึงเมียนมา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเหตุ‘แผ่นดินไหว’

‘ชุดเฉพาะกิจ’ของไทยเดินทางถึงเมียนมา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเหตุ‘แผ่นดินไหว’

‘ชุดเฉพาะกิจ’ของไทยเดินทางถึงเมียนมา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเหตุ‘แผ่นดินไหว’

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

‘ชุดเฉพาะกิจ’ของไทยเดินทางถึงเมียนมา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเหตุ‘แผ่นดินไหว’

30 มีนาคม 2568 รัฐบาลไทยได้ส่งชุดเฉพาะกิจของกรมยุทธการทหารบก จำนวน 55 คน เดินทางมายังเมียนมาโดยเครื่องบินพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติสนับสนุนเมียนมา และช่วยเหลือคนไทยที่ประสบเหตุที่กรุงเนปยีดอ และเมืองมัณฑะเลย์ โดยชุดเฉพาะกิจดังกล่าว ประกอบด้วยทีมภารกิจต่าง ๆ เช่น ชุดควบคุม ชุดนายทหารติดต่อ ชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง ชุดช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ชุดประเมินความเสียหาย ชุดสื่อสาร

สถานเอกอัครราชทูต และทีมประเทศไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ส่งคณะนำโดย พ.อ.ธันวิทย์ ยมจินดา ผู้ช่วยทูตทหาร นายอิทธิมนต์ สุมิตไพบูลย์ เลขานุการเอก นายฌาณัฐ อนันทปัญญสุทธิ์ เลขานุการโท และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไปร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยคาดว่าภารกิจจะเสร็จสิ้นในวันที่ 3 เมษายน 2568

เหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งแม้จะส่งผลกระทบกับไทยด้วย ไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ และพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมาเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะรายงานภารกิจที่ชุดเฉพาะกิจดำเนินการในพื้นที่แต่ละวันให้ทราบต่อไป

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ กองบัญชาการกองทัพไทย ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเมียนมาที่ได้รับผลกระทบ โดยทหารไทยจำนวน 55 นาย ได้ออกเดินทางในวันนี้ (30 มี.ค. 2568) เวลา  07.00 น. ไปยังสนามบินปลายทางในพื้นที่มัณฑะเลย์ เนปยีดอ และย่างกุ้ง โดยมีเป้าหมายประสานภารกิจ และเคลื่อนย้ายกำลังชุดช่วยเหลือค้นหา และบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief – HADR)

ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นปฏิบัติการระยะแรก โดยในระยะต่อไป รัฐบาลไทยจะประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดส่งสิ่งของที่จำเป็น เช่น อาหาร เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เงินช่วยเหลือ และสิ่งของที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบต่อไป

อนึ่ง รัฐบาลและกองทัพได้พิจารณาการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวด้วยแล้วเช่นกัน และยังสามารถบริหารศักยภาพและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือชาวเมียนมา ที่ได้รับผลกระทบ บนพื้นฐานมนุษยธรรมและความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ดีต่อกัน

ส่งเครื่องตรวจจับ‘สัญญาณชีพ’เร่งค้นหาผู้ประสบภัย‘ตึกถล่ม’แล้ว

ส่งเครื่องตรวจจับ‘สัญญาณชีพ’เร่งค้นหาผู้ประสบภัย‘ตึกถล่ม’แล้ว

ส่งเครื่องตรวจจับ‘สัญญาณชีพ’เร่งค้นหาผู้ประสบภัย‘ตึกถล่ม’แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.42 น.

‘ภูมิธรรม’เผยส่งเครื่องตรวจจับ‘สัญญาณชีพ’เร่งค้นหาผู้ประสบภัย‘ตึกถล่ม’แล้ว พร้อมหนุนกำลังพล ย้ำต้องช่วยเหลือเร็วที่สุด ขณะที่‘วิศวกรอาสา’ 2 พันคน ลงพื้นที่ตรวจสภาพตึกพื้นที่ต่างๆวันนี้ เพื่อความมั่นใจให้กับประชาชน ย้ำกองทัพพร้อมลำเลียงคนไทยในเมียนมากลับ

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 30 มี.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีส่งกำลังพลจากกองทัพไทยเดินทางไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชน ประเทศเมียนมา หลังเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เมืองมัณฑะเลย์ เนปิดอว์ และย่างกุ้ง ว่า ภารกิจนี้เพื่อนมนุษยชาติและมนุษยธรรมในการช่วยดูแลเพื่อนบ้าน ดังนั้นครั้งนี้ดูแลทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ โดยสถานการณ์ในเมียนมาถือว่าตอนนี้ยังสับสน เนื่องจากเมียนมาสถานการณ์รุนแรง กว่าประเทศไทยมาก  โดยในพื้นที่เมืองมัณฑะเลย์และเนปิดอว์ และกรุงย่างกุ้ง ซึ่งกำลังรวบรวมข้อมูล และหากชุดนี้ไปปฏิบัติงานก็จะมีการประสานกับทางสถานทูตไทยในเมียนมา โดยจะรายงานกลับมาให้ทางไทยทราบต่อไปเป็นระยะ ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย และอาคารสำนักงาน สตง.ถล่มนั้น เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ได้รับรายงาน และนายกรัฐมนตรีได้ติดตามและมอบภารกิจทั้งหมดแล้ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดมาก แต่สิ่งที่สำคัญคืออยากให้ประชาชนมั่นใจ เวลานี้จากการตรวจสอบแล้วคิดว่าปลอดภัย ยกเว้นบางสถานที่และบางจุด ได้มีการกำชับเป็นสัดส่วนไป เช่น คอนโดฯ บางแห่งมีรอยร้าว และตรวจพบว่ายังไม่มั่นคงก็จะไม่ให้เข้าพื้นที่ ส่วนเรื่องขนส่งมวลชนสาธารณะได้มีการตรวจสอบแล้ว แต่รถไฟฟ้าอีก 2 สายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็จะครบถ้วน เปิดให้บริการได้  แต่อย่างอื่นไม่มีปัญหาอะไรแล้ว  ขณะที่พื้นที่สีลมที่มี ทั้งโรงพยาบาลจุฬาฯ และตึกสูงสำนักงานต่างๆ รวมถึงโรงแรม  ตึกสูงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ได้มีการสั่งการให้นำเครนก่อสร้างลงมาก่อน คิดว่าจะแก้ปัญหาต่างๆได้  

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนวันนี้วิศวกรอาสาประมาณ 2,000 คน จะเข้าไปตรวจสอบในแต่ละพื้นที่อีกครั้ง ดังนั้น ในประเทศภารกิจหลักอยู่ที่การช่วยเหลือชีวิตผู้ที่อยู่ในพื้นที่ตึกถล่ม เพราะตามปกติจะสามารถดำเนินชีวิตได้ 72 ชั่วโมง ดังนั้น จึงต้องเร่งมือ ไปเมื่อคืนนี้ได้ส่งหน่วยตรวจสัญญาณชีพโดยใช้เครื่องมือที่ทะลุปูนเข้าพื้นที่แล้ว ซึ่งจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จากนั้น จะมีการยกแผ่นปูนขนาดใหญ่เพื่อทำให้อุโมงค์โล่ง แล้วสามารถมีอากาศหายใจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องอื่นๆไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ทุกอย่างมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ กองทัพมีทุกส่วนที่คอยสนับสนุน และมีการเปลี่ยนผลัดกำลังพลเข้าไป รวมถึงเตรียมกำลังพลเสริม นอกจากนี้ทั่วประเทศได้สั่งการให้กองทัพในทุกจุดพร้อมสนับสนุนในทุกพื้นที่และดูแลได้ทันที

เมื่อถามว่า ส่วนนานาชาตินอกเหนือจากอิสราเอลที่ให้ความช่วยเหลือไทย ยังมีประเทศอื่นอีกหรือไม่ที่จะเข้าช่วยเหลือ  นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มีการประสานงานขั้นต้น แต่ตอนนี้ทางการไทยดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ส่วนหนึ่งก็ได้แบ่งไปที่เมียนมา เนื่องจากประสบภัยอย่างหนัก   พร้อมย้ำว่ามีเที่ยวบินในการรองรับคนไทยจากเมียนมาที่จะเดินทางกลับตลอดเวลา หากคนไทยต้องการเดินทางกลับและพร้อม  ซึ่งจะมีการลำเลียงกลับมายังไทยเพราะทางไทยได้ลำเลียงยุทโธปกรณ์ เครื่องช่วยเหลือต่างๆ กำลังพลไปเพิ่มเติมได้ ถ้ามีการร้องขอ ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สั่งกำชับเป็นพิเศษแล้วว่าจะต้องช่วยเหลือคนไทยให้กลับประเทศได้ เป็นภารกิจหลักและกำชับกำลังพลไปแล้ว

‘ภูมิธรรม’ส่งกำลังพล-สิ่งของช่วยคนไทย-กู้ภัยแผ่นดินไหวเมียนมา

‘ภูมิธรรม’ส่งกำลังพล-สิ่งของช่วยคนไทย-กู้ภัยแผ่นดินไหวเมียนมา

‘ภูมิธรรม’ส่งกำลังพล-สิ่งของช่วยคนไทย-กู้ภัยแผ่นดินไหวเมียนมา

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

‘ภูมิธรรม’ส่งกำลังพล-สิ่งของช่วยคนไทย-กู้ภัยแผ่นดินไหวเมียนมา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 มี.ค.68 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายภูมธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีส่งกำลังพลจากกองทัพไทยเดินทางไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชน ประเทศเมียนมา หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เมืองมัณฑะเลย์ เนปิดอว์ และย่างกุ้ง

โดยมี พลเอกณัฐพล นาควานิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลอากาศเอกพันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการกองบัญชาการกองทัพไทยเข้าร่วม โดยพันเอกขจรศักดิ์ พูลลโพธิ์ทอง รองผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจด้านมนุษยธรรมของประเทศไทย และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีมายาวนาน

นายภูมิธรรม กล่าวกับกำลังพล ว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง และขอชื่นชมกำลังพลของกองทัพทันทีที่เกิดเหตุ ก็ได้ส่งกำลังเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยได้ส่งกำลังพลเข้าไปเกือบ 1 พันนาย

นายภูมิธรรม ระบุว่าการเกิดเหตุภัยพิบัติเป็นความร่วมมือของมนุษยชาติ ซึ่งที่เมียนมา ก็ได้ร้องขอนานาประเทศเข้าไปให้เขาช่วยเหลือ จึงชื่นชมและขอบคุณที่เป็นตัวแทนของคนไทย อยากให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง ก็ขอให้มีความเตรียมพร้อม สิ่งที่สำคัญยังมีพี่น้องชาวไทยในเมียนมา ขอให้ความสำคัญช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เราได้เตรียมเครื่องบินไว้แล้ว ขอให้กำลังใจทุกคน

สำหรับการส่งความช่วยเหลือให้เมียนมาในครั้งนี้ รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้ กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน่วยหลักในการจัดตั้ง“ชุดช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาในพื้นที่เมืองเนปิดอว์” ภายใต้การควบคุมและกำกับของสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหาร (สบก.ยก.ทหาร) ซึ่งได้วางแผนอย่างรัดกุมและครอบคลุมในทุกมิติของการช่วยเหลือ ตามหลักปฏิบัติด้าน Humanitarian Assistance and Disaster Relief (HADR)

สำหรับภารกิจชุดดูแลและกิจ ประกอบด้วย กำลังพลทั้งหมด 55 นาย แบ่งออกเป็น 8 ชุด ได้แก่ ชุดควบคุม (5 นาย), ชุดงานด้านประชาสัมพันธ์ (4 นาย), ชุดค้นหาและกู้ภัยขั้นต้น (USAR) จากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (12 นาย), ชุดแพทย์ฉุกเฉิน (MERT) จากสำนักนายแพทย์ทหาร (18 นาย), ชุดประเมินความเสียหาย(4 นาย), ชุดสื่อสาร (4 นาย), ชุดขนส่งทางอากาศ (4 นาย), ชุดประสานงาน (4 นาย)

ส่วนภารกิจหลัก คือ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนผู้ประสบภัยในประเทศเมียนมา และดูแลช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจด้านการค้นหาและกู้ภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การตั้งโรงพยาบาลสนามระดับเบื้องต้น การประเมินความเสียหาย และการสนับสนุนด้านการสื่อสารและข้อมูลข่าวสาร

การเดินทางไปภารกิจครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศทั้งหมด 3 เที่ยวบิน ได้แก่

* เที่ยวบินที่ 1 (30 มีนาคม 2568) จัดส่งกำลังพลจากกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-เนปิดอว์-กรุงเทพฯ  

* เที่ยวบินที่ 2 (2 เมษายน 2568) เดินทางเข้าสลับกำลัง  

* เที่ยวบินที่ 3 (5 เมษายน 2568) เดินทางกลับถิ่นฐาน

ส่วนการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ชุด USAR จะปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ชุด MERT ให้การแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ และปรับเป็น Mobile Clinic ตามคำสั่ง ชุด RDANA จะประเมินความเสียหายเพื่อวางแผนการช่วยเหลือต่อระยะต่อไป ตลอดจนการประชุมร่วมกับศูนย์บัญชาการทางทหารผ่านระบบ VTC รายงานผลการปฏิบัติประจำวัน และรายงานพิเศษตามคำสั่ง รวมทั้งให้การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และดำเนินการส่งกลับโดยสมัครใจผ่านเที่ยวบินของกองทัพอากาศ และการดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับสาธารณชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุภารกิจการดำเนินภารกิจในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความจริงใจของประเทศไทยในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมาในยามยากลำบาก พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของกองทัพไทยในบทบาทด้านความมั่นคงเชิงมนุษยธรรม สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติภารกิจภายในประเทศไทยที่ถือเป็นความเร่งด่วนสูงสุดนั้น

การเดินทางไปภารกิจครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศทั้งหมด 3 เที่ยวบิน ได้แก่

เที่ยวบินที่ 1 (30 มี.ค. จัดส่งกำลังพลจากกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-เนปิดอว์-กรุงเทพฯ  

เที่ยวบินที่ 2 (2 เม.ย.) เดินทางเข้าสลับกำลัง  

เที่ยวบินที่ 3 (5 เม.ย.) เดินทางกลับประเทศไทย

ส่วนการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ชุด USAR จะปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ชุด MERT ให้การแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ และปรับเป็น Mobile Clinic ตามคำสั่ง ชุด RDANA จะประเมินความเสียหายเพื่อวางแผนการช่วยเหลือต่อระยะต่อไป ตลอดจนการประชุมร่วมกับศูนย์บัญชาการทางทหารผ่านระบบ VTC รายงานผลการปฏิบัติประจำวัน และรายงานพิเศษตามคำสั่ง รวมทั้งให้การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และดำเนินการส่งกลับโดยสมัครใจผ่านเที่ยวบินของกองทัพอากาศ และการดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับสาธารณชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุภารกิจการดำเนินภารกิจในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความจริงใจของประเทศไทยในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมาในยามยากลำบาก พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของกองทัพไทยในบทบาทด้านความมั่นคงเชิงมนุษยธรรม สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติภารกิจภายในประเทศไทยที่ถือเป็นความเร่งด่วนสูงสุดนั้น

กองทัพไทย โดยทุกเหล่าทัพ ได้จัดกำลังพลและอุปกรณ์ ประกอบกำลังเป็นชุดค้นหาผู้ประสบภัย ชุดแพทย์ฉุกเฉินและชุดจิตอาสา ชุดสนับสนุน ฯลฯ เพื่อเข้าอุทยานเพื่อค้นหาผู้ประสบภัย รวมทั้งจัดทีมในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศด้วยการแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้แก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน รวมถึงกำลังพลออกปฏิบัติหน้าที่จำนวน 1,294 นาย รถบรรทุก 6 คัน พร้อมยานพาหนะ 84 คัน และอุปกรณ์ที่สำคัญ จำนวน 12 รายการ อาทิ รถเครน รถบกหนีตีนตะขาบ รถยกสูง เครื่องวางคาน เครื่องดักตะกอนไฟฟ้า พัดลมระบายอากาศ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชนให้มีความปลอดภัยทางจิต ด้วยการสนับสนุน “กิจกรรมดนตรีในสวน” ณ สวนเบญจสิริ และสวนรถไฟ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ด้วย

เช็กเรตติ้งการเมือง! ‘นิด้าโพล’กางลิสต์วันนี้ปชช.เชียร์‘พรรค’ไหน อยากได้ใครเป็น‘นายกฯ’

เช็กเรตติ้งการเมือง! ‘นิด้าโพล’กางลิสต์วันนี้ปชช.เชียร์‘พรรค’ไหน อยากได้ใครเป็น‘นายกฯ’

เช็กเรตติ้งการเมือง! ‘นิด้าโพล’กางลิสต์วันนี้ปชช.เชียร์‘พรรค’ไหน อยากได้ใครเป็น‘นายกฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.39 น.

เช็กเรตติ้งการเมือง! ‘นิด้าโพล’กางลิสต์วันนี้ปชช.เชียร์‘พรรค’ไหน อยากได้ใครเป็น‘นายกฯ’

30 มีนาคม 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2568” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับ “คะแนนนิยมทางการเมือง” เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 30.90 ระบุว่า เป็น นางสาวแพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ชื่นชอบการทำงานและนโยบายของพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งอยากให้โอกาสบริหารต่อไปเพื่อพิสูจน์ผลงาน

อันดับ 2 ร้อยละ 25.80 ระบุว่า เป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) เพราะ ประชาชนต้องการเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศที่มีแนวคิดใหม่ ซื่อตรง โปร่งใส และมีนโยบายที่เข้าถึงประชาชนได้จริง

อันดับ 3 ร้อยละ 23.70 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 4 ร้อยละ 8.45 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีนโยบายที่ชัดเจน

อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ มีประสบการณ์ การบริหาร นโยบายซื่อตรงและอุดมการณ์หนักแน่น

อันดับ 6 ร้อยละ 2.85 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีความรู้ ความสามารถ และมีนโยบายที่ตอบสนองประชาชนได้

อันดับ 7 ร้อยละ 1.70 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน(พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ มีความสามารถด้านการบริหาร เป็นคนทำงานจริงจัง และมีประสบการณ์ทางการเมือง

อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) เพราะ มีประสบการณ์การทำงานที่ยาวนาน และมีภาพลักษณ์ที่สื่อถึงความมั่นคง

และร้อยละ 1.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ(พรรคชาติพัฒนา) นายกันวีร์ สืบแสง (พรรคเป็นธรรม) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคประชาชน) และนายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 37.10 ระบุว่า พรรคประชาชน

อันดับ 2 ร้อยละ 28.05 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย

อันดับ 3 ร้อยละ 13.75 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 4 ร้อยละ 8.75 ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ

อันดับ 5 ร้อยละ 3.65 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 6 ร้อยละ 3.35 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย

อับดับ 7 ร้อยละ 2.00 ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทย

อับดับ 8 ร้อยละ 1.85 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐ

และร้อยละ 1.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคกล้าธรรม พรรคไทรวมพลัง และพรรคเป็นธรรม

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

ราชการแนวหน้า : รวมความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายล้างมลทินของข้าราชการ

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

สำนักงานก.พ.ขอเรียนว่า ปัญหาทำนองนี้ เมื่อครั้งพระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีพ.ศ.2526 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2526 เป็นต้นไป ก.พ.ได้เคยวินิจฉัยว่า มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 6 เมษายน 2525 และได้ถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย ผู้บังคับบัญชาจึงไม่อาจดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการในกรณีที่ผู้นั้นได้ถูกสั่งลงโทษทางวินัยไปแล้วได้อีกซึ่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2530 มีบทบัญญัติทำนองเดียวกัน จึงนำคำวินิจฉัยของก.พ.ดังกล่าวมาปรับใช้กับกรณีตามข้อหารือของกรมการขนส่งทางบกได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นาย ก. ได้กระทำผิดวินัยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2527 และจังหวัดย.ได้สั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ตั้งแต่วันที่21 มิถุนายน 2528 ผู้นี้จึงได้รับการล้างมลทินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2530 ดังนั้น คณะกรรมการสอบสวนจึงต้องยุติการสอบสวนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และกรมการขนส่งทางบกก็ไม่อาจดำเนินการทางวินัยแก่ นาย ก. ในกรณีที่ผู้นี้ได้ถูกสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนดังกล่าวได้อีก

อนึ่ง ขอเรียนว่าสำหรับรายงานการลงโทษนาย ข. นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นาย ข.ได้กระทำผิดวินัยเมื่อวันที่ 22พฤศจิกายน 2527 และวันที่ 8 เมษายน2528 ตามลำดับ และกรมการขนส่งทางบกได้สั่งลงโทษตัดเงิน 10% เป็นเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2528ซึ่งเป็นการกระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม2530 และได้ถูกลงโทษก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530ใช้บังคับ จึงได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินดังกล่าวด้วย

(หนังสือสำนักงานก.พ.ที่ นร 0711/ล 490 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2531)

5. พ.ศ.2534

อดีตข้าราชการพลเรือนรายหนึ่งแจ้งว่าได้เคยมีหนังสือหารือเกี่ยวกับการล้างมลทินและการขอกลับเข้ารับราชการตามหนังสือฉบับลงวันที่ 16 สิงหาคม 2533 ไปยังสำนักงาน ก.พ.แต่มิได้รับคำตอบ จึงได้มีหนังสือหารือมาอีกครั้งพร้อมแนบสำเนาหนังสือฉบับลงวันที่ 16 สิงหาคม 2533 ไปด้วย

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

ประชุมแก้แผ่นดินไหวเครียด ‘อุ๊งอิ๊งค์’เดือด! ฉุน‘ปภ.-กสทช.’เตือนภัยช้า

ประชุมแก้แผ่นดินไหวเครียด  ‘อุ๊งอิ๊งค์’เดือด!  ฉุน‘ปภ.-กสทช.’เตือนภัยช้า

ประชุมแก้แผ่นดินไหวเครียด ‘อุ๊งอิ๊งค์’เดือด! ฉุน‘ปภ.-กสทช.’เตือนภัยช้า

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประชุมแก้แผ่นดินไหวเครียด ‘อุ๊งอิ๊งค์’เดือด! ฉุน‘ปภ.-กสทช.’เตือนภัยช้า ส่งข้อความไม่เกิดประโยชน์ สั่งตรวจสอบตึกสูงทั่วกรุง หวังเรียกความเชื่อมั่นคืนมา

ประชุมแก้ไขปัญหาแผ่นดินไหวเดือด “อุ๊งอิ๊งค์” ว้ากใส่ “ปภ.-กสทช.”ส่ง SMS แจ้งเตือนแผ่นดินไหวช้า บอกข้อความไม่เกิดประโยชน์ ย้ำทุกอย่างสงบแล้ว ประชาชนกลับเข้าบ้านได้ ทั้งเรียกความเชื่อมั่นนั่งรถไฟฟ้าโชว์ ยันปลอดภัย

วันที่ 29 มีนาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย รวมทั้งผู้ราชการจังหวัด 76 จังหวัด

เดือดแจ้งเตือนภัยล่าช้า

นายกฯ กล่าวว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์ 13.20 น. สิ่งแรกที่ประชาชนควรได้รับรู้หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนประชาชน ทางนายภาสกร บุญญลักษณ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่าทางกรมมีกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา จะรายงานเรื่องแผ่นดินไหวมาที่ ปภ. และทาง ปภ.แจ้ง กสทช. เพื่อส่งเอสเอ็มเอสแจ้งประชาชน 4 ครั้ง ครั้งแรกเวลา 14.42 น. เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นแล้ว ปภ. จึงส่งในลักษณะการแจ้งให้ประชาชนเข้าไปเก็บของในอาคารได้

กสทช.ยันแจ้งเตือนแล้ว

ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า กสทช.ได้ส่งเซลบอร์ดแคส หรือการส่งข้อความแชทจำนวนมาก ในเวลา 14.44 น. ซึ่งส่งได้ทีละ 2 แสนเลขหมาย ปัจจุบันส่งแล้วกว่า 10 ล้านเลขหมาย ปัญหาที่ช้า คือต้องรันหมายเลข ระยะทางที่ส่งรอบแรกครอบคลุม 4 จังหวัด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กทม. ส่วนการส่งรอบที่ 2 ครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยข้อความเป็นไปตามที่ ปภ.ส่งมา ซึ่งระบุว่า ให้แจ้งประชาชนสามารถเข้าไปในอาคารกรณีที่จำเป็น และประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับเรื่องอาฟเตอร์ซ็อก

และในครั้งที่ 2 และ 3 เวลา 16.07 น. และ 16.09 น. แจ้งในเรื่องข้อปฏิบัติตน เมื่อเกิดแผ่นดินไหว และครั้งสุดท้ายเวลา 16.44 น. แจ้งให้ประชาชนกลับเข้าอาคารได้

นายกฯ ระบุว่าปัญหา คือ ส่งเอสเอ็มเอสเตือนประชาชนช้า และไม่ทั่วถึง ข้อความไม่ได้มีประโยชน์มาก เบื้องต้นทราบว่าระบบเซลล์บอร์ดแคส จะเปิดเต็มรูปแบบในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ที่จะสามารถส่งข้อความหนึ่งครั้งและกระจายไปได้ครอบคลุมทั้งหมด การขอความร่วมมมือกับเครือข่ายระบบสื่อสาร จะขอความร่วมมือได้อย่างไร จะทำให้การส่งข้อความจาก 200,000 ต่อหนึ่งครั้งเป็น 1,000,000 คนได้อย่างไร และชาวต่างชาติที่ซื้อซิมไทยจะได้รับข่อความเตือนภัยหรือไม่ ขอให้ กสทช.และ ปภ.ประสานงานกัน เพราะตนจะต้องตอบคำถามประชาชน เนื่องจากตนสั่งไปตั้งแต่ 14.00 น. แต่ระบบไม่มีการส่ง

ขอบคุณสื่อที่ช่วยเหลือกัน

นายกฯ ยังได้กล่าวขอบคุณรายการโทรทัศน์ทั้งหมด ที่ออกรายการเฉพาะกิจ ที่สามารถทำได้ภายในไม่ถึง 5 นาที หลังจากที่ได้สั่งการ พร้อมกันนี้นายกฯ กำชับทุกคนให้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องแผ่นดินไหวกับประชาชนให้มากขึ้น ว่าต้องทำตัวอย่างไร

ส่วนเรื่องระบบขนส่งสาธารณะหยุดบริการ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้รายงานว่า ทันทีที่เกิดเหตุ นายสุริยะ ได้แจ้งให้ตั้งศูนย์สั่งการของกระทรวงทันที หลังจากนั้นสั่งการให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบสถานการณ์โดยทั่วไป ทั้งทางอากาศ ราง และน้ำ โดยมุ่งเน้น โครงสร้างยกระดับอุโมงค์ใต้ดิน ให้วิศวกรเข้าตรวจสอบ

และในส่วนทางอากาศสั่งปิดทันทีตั้งแต่บ่ายโมงกว่า เช็คโครงสร้างอาคารและรันเวย์ ก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนโครงสร้างถนนทุกหน่วยได้ตรวจสอบทันที โดยเฉพาะเส้นทางที่สุ่มเสี่ยง คือ สะพานข้ามแม่น้ำ ทางยกระดับของการทางพิเศษฯ พบว่ามีปัญหาจุดเดียวคือบริเวณ ทางขึ้น-ลงเชื่อมระหว่างทางด่วนกับถนนวิภาวดีรังสิต -ดินแดง ที่มีเครนจากบนอาคารเอกชนพังลงมาทับ

เกิดอาฟเตอร์ช็อคหลายครั้ง

นายกฯ ได้กล่าวเสริมว่า หากมีเหตุการฉุกเฉินอีก รวมทั้งอุบัติเหตุ ขอให้วางแผนเตรียมไว้ เพื่อแจ้งประชาชน ว่าเส้นทางไหนปิด หรือมีปัญหา ควรส่งเอสเอ็มเอสบอกข้อมูลแจ้งประชาชนได้

จากนั้นปลัดกระทรวงคมนาคม ยังรายงานว่า ในส่วนทางราง ทางยกระดัยและใต้ดิน ที่ปิดเมื่อวาน ก็เปิดให้บริการหมดแล้วเช้านี้ ยกเว้นสายสีชมพูกับสายสีเหลืองปิดอีก 1 วัน เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ขณะที่ถนนเปิดทั้งหมดแล้ว ยกเว้นทางขึ้นทางด่วนวิภาวดีที่เครนพังลงมา หากพร้อมจะเปิดในบ่ายวันนนี้

ในช่วงท้ายนายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี จากที่ได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงปัจจุบันพบว่าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นกว่า 100 ครั้ง และทุกครั้งที่เกิดจะมีความรุนแรงน้อยลง แนวโน้มการเกิดอาฟเตอร์ช็อก จะเลื่อนไปทางทิศเหนือ ทางเทือกเขาหิมาลัยและประเทศจีน แปลกว่าจะเกิดห่างจากไทยมากขึ้นกว่าเดิม ยินยันว่าผลกระทบกับประเทศไทยน้อยลง และหากเกิดแรงสั่นสะเทือนเพียงระดับ 5 เราก็จะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน

นอกจากนี้ยังได้ติดตามพฤติกรรมของรอยเลื่อนอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีปฏิกิริยาว่าจะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย พร้อมย้ำว่าจะเกิดแผ่นดินไหวอีกหรือไม่จากนี้ ยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะสามารถบอกได้ล่วงหน้า

แถลงทุกอย่างปกติแล้ว

ต่อมาเวลา 10.50 น.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ว่า จากเหตุแผ่นดินไหวเราได้มีการสั่งการทันทีตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ได้มาติดตามผลและแก้ไขตรงไหนได้บ้าง ซึ่งเราทราบกันว่าเริ่มแรกของเหตุแผ่นดินไหวมาจากเมียนมา จนได้รับผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีตึกถล่มเพียง 1 ตึกที่กำลังก่อสร้าง และตึกอื่นๆในกรุงเทพไม่มีผลกระทบ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ทราบว่าโครงสร้างตึกในกรุงเทพฯ มีมาตรฐานที่รองรับเรื่องแผ่นดินไหวอยู่แล้วในกฎของข้อบังคับ ตอนนี้เร่งให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ดูในเรื่องของตึกที่ถล่มว่าเกิดอะไรขึ้นและมาตรการต่อไปจะเป็นอย่างไร ให้กลับมารายงานผลอีก 1 สัปดาห์ว่าเหตุเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้จะสามารถแก้ไขอะไรต่อไปได้ในอนาคต

พร้อมเยียวยาผู้เสียหาย

นายกฯ กล่าวต่อว่า หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบและสามารถรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นประมาณ 50 ครั้ง แต่เราไม่ได้รู้สึกหรือรู้ตัวถึงการสั่น เพราะลดน้อยลงเรื่อยๆ รอบสุดท้ายที่เช็คสัญญาณประมาณเที่ยงคืนของเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ต่ำลงไปถึง 1.2 ริกเตอร์ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว แน่นอนรัฐบาลเยียวยาผู้ที่รับผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหวทุกอย่าง เหตุการณ์แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยและเป็นประจำในประเทศของเรา อย่างไรก็ตามรัฐบาลใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อดูแลประชาชนให้ปลอดภัย และได้รับการเยียวยาให้ได้เร็วที่สุด วันนี้ได้มีการพูดคุยกับทุกภาคส่วนในเรื่องของทางกรุงเทพมหานครดูแลส่วนหน้า และที่เกิดเหตุตอนนี้ ซึ่งเรามีกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งดูแลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและผู้บัญชาการของศูนย์นี้

ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักและได้มีการเข้าไปในสถานที่ จุดที่ตึกถล่ม รอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงว่าต้องการส่วนไหนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างไรบ้างจากหน้างาน ปภ. ดูแลเรื่องเครื่องมือเครื่องจักร และอาสาสมัครหลายท่านที่อยากจะช่วย ตอนนี้จะพยายามให้ผู้ว่ากทม.เคลียร์เรื่องงานทั้งหมดว่าจะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง และต้องการความช่วยเหลือจากด้านไหนบ้าง โดยผู้ว่าฯกทม.จะแจ้งว่าต้องการความช่วยเหลือด้านไหน ตรงไหนบ้างเพราะมีประชาชนอีกหลายท่านเป็นห่วง และยังมีในเรื่องของวัสดุก่อสร้างที่อันตรายและเครื่องมือหนักที่อยู่ตรงนั้นเยอะ ฉะนั้นขอให้ทางผู้ว่าฯกทม. เคลียร์ตรงนี้ให้ดีว่าตรงไหนที่สามารถเข้าไปได้หรือเข้าไปไม่ได้เพราะอันนี้ถือเป็นเขตอันตรายที่ไม่อยากให้อาสาสมัครเข้าไป โดยยังไม่ได้มีการรักษาความปลอดภัย

ตรวจสอบตึกสูงทั่วกรุง

”ขอย้ำอีกครั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศไทยตอนนี้สงบลงแล้ว เดี๋ยวจะมีการตรวจเรื่องของตึกต่างๆที่ตอนนี้ผู้ดูแลตึกของแต่ละตึกมีอยู่แล้วสามารถแจ้งพนักงานที่อยู่ในตึกได้เลย เพราะในวันที่ 31 มี.ค.นี้จะมีการกลับเข้าไปทำงาน ขอย้ำอีกครั้งว่าสถานการณ์ตอนนี้สงบแล้ว และปลอดภัยแล้วผู้ที่อยู่ข้างนอกสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยของตัวเองได้ ส่วนผู้ที่อยู่ในตึกสูง รอผู้ตรวจตึกสูงของตัวเองแจ้งว่าตึกปลอดภัยสามารถเข้าไปได้แล้วส่วนที่พักอาศัยที่ไม่ใช่ตึกสูงกับเข้าได้ทุกท่าน และวันนี้ยังเป็นอีกคืนที่สวนสาธารณะทั้ง 5 แห่งในกรุงเทพฯยังเปิด 24 ชั่วโมง เรามีในเรื่องของตำรวจที่ดูแลตลอดที่สวนสาธารณะ ฉะนั้นประชาชนสามารถเข้าไปพักผ่อนในสวนสาธารณะได้ โดยมีการดูแลจากรัฐบาลอย่างเต็มที่และในเรื่องของการเยียวยาจะมีมาตรการออกมาว่าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างรัฐบาลจะออกในเรื่องของมาตรการต่อไป“นายกฯ กล่าว.

เยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบย

จากนั้นเวลา 11.00 น. น.ส.แพทองธาร พร้อมด้วยนายภูมิธรรม และคณะเดินทางมาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ สำหรับผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาตัวที่วชิรพยาบาลจำนวน 3 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากการกระโดดลงมาจากคอนโดที่พักอาศัยจำนวน 2 ราย และถูกแผ่นปูนหล่นใส่อีกหนึ่งราย

โดย เวลา 11.30 น. น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ ว่า ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งหมด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับคนไข้ทั้งหมดไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยขณะนี้ผู้ป่วยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรักษาตัวอยู่ที่วชิรพยาบาลมี 2 ราย รายหนึ่งอยู่ห้องไอซียูอีกรายอยู่วอร์ดปกติ ซึ่งมีปัญหาคล้ายกันคือปอดรั่ว รายที่อยู่ห้องไอซียูนั้นน่าจะติดเชื้อมาก่อนเกิดเหตุการณ์ ทั้ง 2 ราย หมอบอกว่าน่าจะโอเค และมีอีกคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แต่มีผลกระทบเล็กน้อยโดยได้ออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว

แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว

เมื่อถามว่าผู้ป่วยทั้งหมดเป็นแรงงานต่างชาติใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ใช่ ขณะนี้ทราบชื่อ 1 ราย และยังไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย และทางแพทย์ได้เล่าเหตุการณ์ของวันที่ 28 มี.ค. ว่ามีการย้ายคนไข้มาที่ชั้นล่างอย่างรวดเร็ว แต่ในส่วนของห้อง ICU ไม่ได้มีการเคลื่อนย้าย ซึ่งเมื่อวานปลอดภัยทั้งหมด และย้ายกลับขึ้นไปอย่างปลอดภัย 500 กว่าคน แล้วถือว่าโรงพยาบาลต่างๆ ประสานงานกันได้อย่างดี จะให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยสื่อสารต่อกับโรงพยาบาลทั้งในส่วนของรัฐและเอกชน และย้ำเตือนไปถึงมาตรการซ้อมหนีไฟที่มีความสำคัญ

ตรวจรถไฟใต้ดิน

จากนั้นเวลา 11.45 น. วันที่ 29 มี.ค.สถานีสนามไชย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย เพื่อดูความเรียบร้อยด้านการคมนาคมและขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดิน ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อมาถึงรับฟังรายงานจาก นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รักษาการแทนผู้ว่าฯ ซึ่งรายงานว่าเมื่อเกิดเหตุได้อพยพผู้โดยสารขึ้นไปข้างบนเพื่อความปลอดภัยโดยไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ นายกฯยังสอบถามในวันเกิดเหตุมีส่วนใดของรถไฟฟ้าใต้ดินขัดข้องบ้าง ซึ่งได้รับรายงานว่า โครงสร้างไม่มีปัญหา มีแค่เศษฝาท่อที่อาจหลุดออกมา ซึ่งได้มีการแก้ไขแล้ว แต่ในส่วนของรถไฟสายสีชมพูและสีเหลืองยังปิดให้บริการชั่วคราวอีก 1 วันเพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัย เนื่องจากระบบค่อนข้างละเอียดและบอบบาง ซึ่งก่อนเปิดให้บริการจะทดลองวิ่งก่อน

ย้ำทุกอย่างยังปลอดภัย

จากนั้นนายกฯขึ้นรถไฟใต้ดินร่วมขบวนกับประชาชน มาลงที่สถานีสีลม โดยได้ทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสนใจ เมื่อมาถึงชาวต่างชาติได้เข้ามาพูดคุย โดย น.ส.แพทองธาร ได้สอบถามถึงความรู้สึกเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้นนายกฯได้เดินดูโครงสร้างตึกสูงย่านสีลม พร้อมระบุว่าขอให้ดูโครงสร้างตั้งแต่เรื่องการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ เพราะตนได้ดูคลิปตอนตึกถล่มหลายคลิปหลายมุม และตนผ่านเรื่องการสร้างตึกมาในภาคของธุรกิจก็ไม่เคยเห็นมีปัญหาเรื่องนี้ต้องสืบให้รู้ว่าผิดพลาดตรงไหน เพราะงบประมาณที่เคาะให้ไปตอนนั้นมันเยอะ และมีการต่ออายุเพื่อยืดเวลาในการก่อสร้าง แต่เรื่องการก่อสร้างตึกจะมีในข้อกฎหมายอยู่แล้วว่าทุกตึกในกทม. ต้องรองรับแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจากเหตุที่เกิดขึ้นตึกส่วนใหญ่ไม่กระทบ มีแค่เรื่องลิฟท์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตนฟังมาอีกครั้งหนึ่งว่าการสั่นของตึกสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯได้เดินทางกลับ

‘กล้าธรรม’รุกอีสาน ชูนโยบายเป็นรัฐบาล ปี’70ส่งชิง400เขต

‘กล้าธรรม’รุกอีสาน  ชูนโยบายเป็นรัฐบาล  ปี’70ส่งชิง400เขต

‘กล้าธรรม’รุกอีสาน ชูนโยบายเป็นรัฐบาล ปี’70ส่งชิง400เขต

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘กล้าธรรม’รุกอีสาน ชูนโยบายเป็นรัฐบาล ปี’70ส่งชิง400เขต

พรรคกล้าธรรมบุกขอนแก่นจัดตั้งสาขาพรรคภาคอีสาน “ธรรมนัส” ลั่นพรรคไหนปักธงอีสานได้ได้เป็นรัฐบาล ขอเริ่มนับหนึ่งขอนแก่น ตั้งเป้าเลือกตั้งปี70 ต้องมีผู้สมัครครบ400 เขต พร้อมเปิดสาขาครบ4ภาค ยันมีผู้สมัคร พร้อมลงชิงเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน รอ2พรรคร่วมฯตัดสินใจ ระบุไม่รู้กระแสข่าว‘อัครา’อาจหลุดเก้าอี้ รมช.เกษตรฯอ้างเป็นโควตาพท.ไม่ขอก้าวล่วง ปัดเดินเกมซื้องูเห่า หวังเพิ่มโควตา ชี้ไม่จำเป็นเสียงรบ.พอแล้ว

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ได้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น มีสส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมอย่างคึกคัก

กธ.คึกคัก ตั้งสาขาภาคอีสาน

ขณะที่บรรยากาศในการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ครั้งนี้พบว่านายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ได้นำดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายพิทักษ์ชน ช่างเหลา บุตรชายที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม จ.ขอนแก่น ด้วย

โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวพรรคกล้าธรรมกล่าวบนเวที ต้อนรับสมาชิกในการประชุม เพื่อตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า”พรรคกล้าธรรม กล้าคิด กล้าทำ มาตามนัด ทำตามธรรมนัส” ยินดีที่จะดูแลประชาชน

จากนั้นร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมได้ขอให้สมาชิกยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กรุงเทพฯ 1 นาที

จากนั้นร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวอีกว่ามีการถามมาว่า จะส่งสส.หรือไม่เพราะเห็นร.อ.ธรรมนัส เหมือน กับว่าจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย หลายคนคงสงสัย ขอพูดตรงนี้เลยว่า พรรคกล้าธรรมก็คือ กล้าธรรม เราส่งทุกเขต พี่น้องสบายได้ ตนพานายวัฒนา ช่างเหลา นายกอบจ.ขอนแก่นที่สมัครในนามพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 พ่อลูก ช่างเหลา นายวัฒนาและนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทยไปกราบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนายวัฒนา ก็ได้รับเลือกตั้งและตนยังพานายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้งและนางณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือสจ.จอย ไปกราบนายทักษิณซึ่งลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรีในนามเพื่อไทย

“นี่คือคำตอบเวลาไปสัมภาษณ์นายกอบจ.ปราจีนบุรีว่าในอนาคตจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็ตอบแบบผู้ฉลาด ร.อ.ธรรมนัสทำหน้าที่เปรียบเสมือน พี่โต้งคอยดูแล จ.ปราจีนบุรี และตนได้ส่งตัวแทนไปเป็น ทีมที่ปรึกษาคอยดูแลการบริหาร หรือนายก อบจ.พะเยา ลูกน้องตน ลงในนามเพื่อไทย ดังนั้น อย่าไปคิดว่าอบจ.หลายจังหวัดของพวกเราจะลงพรรคใดก็ตามเขาคือเครือข่ายธรรมนัส

พร้อมย้ำอีกว่าขอพูดกับพี่น้องชาว จ.ขอนแก่นอีกครั้งว่าพรรคกล้าธรรม เราคือ กลุ่มตัวบุคคลที่พร้อมจะกล้าคิด กล้าสั่งการและกล้าทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง 77 จังหวัด

ลั่นใครปักธงอีสานได้-ได้เป็นรบ.

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังจากวันนี้เรามีตัวแทนภาคอีสานแล้ว สิ่งที่หัวหน้าและกรรมการบริหารจะต้องเดินช่วยเหลือประชาชนภาคอีสานทั้งหมด

“ที่ผ่านมานักการเมืองเวลาหาเสียงบอกจะช่วยเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอได้เป็นจริงก็ไม่เห็นทำอะไร แต่พรรคกล้าธรรมจะจริงจังกับเรื่องนี้ พรรคไหนได้ สส.อีสาน พรรคนั้นเป็นรัฐบาล ซึ่งขอนแก่นเป็นเมืองหลวงของอีสาน ไม่ใช่นครราชสีมา พรรคกล้าธรรมจึงประเดิมนับหนึ่งที่นี่”ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้าย

กธ.บุกอีสานพร้อมส่งครบทุกเขต

ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานตั้งสาขาครั้งนี้ วางเป้าหมายในการเลือกตั้งปี70จะส่งทั่วอีสาน-ขอนแก่น หรือไม่ว่าประชุมเพื่อหาประธานภาคอีสาน และจัดตั้งสาขา ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อถามว่า มีการเริ่มต้นที่จะส่ง สส.ในอนาคตหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าเรามีการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งในปีต่อไป ไม่ว่าจะปีไหนก็ตาม เราต้องมีความพร้อม ส่วนในปี 68จะเตรียมว่าที่ผู้สมัครให้ครบทุกเขต ส่วนช่วงนี้เป็นการเฟ้นหาผู้สมัครในแต่ละพื้นที่หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า ตอนนี้ได้หารือกับหัวหน้าพรรค เราทำสาขาพรรคทั้ง 4 ภาค ตัวแทน 77 จังหวัด หลังจากนี้จะเริ่มเฟ้นหาว่าที่ผู้สมัครทั้ง 400 เขต

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ทางพรรคกล้าธรรมผู้สมัครสส.หรือไม่ว่าข้อเท็จจริงเวลานี้ เราได้เตรียม ว่าที่ผู้สมัคร สส.ไว้แล้ว แต่เรากำลังดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันอย่างไร

ส่วนจะมีการทำความเข้าใจกับพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมหรือไม่ว่าร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้ง ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลได้คุยกันแล้ว สมมุติว่า มีมติไม่ส่งผู้สมัคร พรรคกล้าธรรม ก็จะไม่ส่ง แต่ถ้าพรรคร่วมรัฐบาล พรรคใดพรรคหนึ่งส่ง หมายความว่า ส่งแข่ง พรรคกล้าธรรม ก็จะส่ง

เมื่อถามอีกว่าหากพรรคกล้าธรรมส่งในพื้นที่นี้มีความมั่นใจขนาดไหน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่าว่าที่ผู้สมัครสส.ของเรา เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่มานาน

รอ 2 พรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจ

เมื่อถามย้ำว่าหากมีการแข่งขันกันในการเลือกตั้งซ่อมจะไม่กระทบการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในเรื่องของการทำงานทางการเมืองหากเราเปิดใจกว้าง มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรก เรามีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครศรีธรรมราชตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน พอเลือกตั้งจบก็จบ

เมื่อถามอีกว่า เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัคร สส.ลงรับเลือกตั้งซ่อม ต้องมีการคุยกันก่อนหรือหรือไม่ หรือว่าจะต่างคนต่างส่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคหนึ่งที่หาผู้สมัครสส. ซึ่งเรารอ 2 พรรคที่เป็นฐานเสียงของเขาคุยกันก่อน

ไม่ก้าวก่ายพท. ไม่รู้‘อัครา’จะหลุดเก้าอี้

ร.อ.ธรรมนัสยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวว่านายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะน้องชายของ ร.อ.ธรรมนัส อาจจะหลุดจากตำแหน่งในการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งต่อไปเพื่อเปิดทางให้กับโควต้างูเห่าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)ว่า ตนไม่ทราบเพราะน้องชายตนเข้ามาในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคกธ. ส่วนพรรคพท.จะตัดสินใจอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ก้าวล่วง

เมื่อถามว่าหากมีการปรับครม.พรรคกธ.จะได้โควตาเพิ่มหรือไม่ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ยังถือว่าอีกไกล และไม่ใช่อำนาจของเราในการออกมาพูดและวิจารณ์เรื่องการปรับครม.มองว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมือง เพราะเป็นอำนาจของนายกฯโดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ แผ่นดินไหวเมื่อวานนี้ (28มี.ค.)ไม่ควรจะมาพูดถึงเรื่องการเมือง

ยันไม่จำเป็นซื้อ‘งูเห่า’หวังเพิ่มโควตา

เมื่อถามถึงกรณีที่ในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านโหวตให้ 7 เสียง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าเคยบอกไปแล้วว่า อย่าเรียกเขาว่างูเห่า เพราะบุคคลเหล่านี้อยากจะร่วมรัฐบาล อย่างบางพรรคที่เป็นพรรคขนาดเล็ก เขาก็มาทั้งพรรคมาร่วมอุดมการณ์กับรัฐบาล ไปเรียกเขาว่า งูเห่าไม่ได้ ส่วนกรณีสส.พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยถึงการซื้อเสียงโหวตร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทำแบบนั้น ขนาดนี้ ไม่เหมือนกับยุคในสมัยรัฐบาลยุคก่อน เพราะขณะนี้รัฐบาล มี 319 เสียง ถือว่ามีความมั่นคงแล้วก็เป็นเรื่องปกติส่วน สส.พรรคใด ที่อยากร่วมรัฐบาล ก็เป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่าการที่พรรคกล้าธรรมเดินเกมหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพื่อหวังเพิ่มจำนวน สส. ต่อรองโควตารัฐมนตรีเพิ่มใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกับคนในสภาเยอะ ตนกับพี่น้องพรรคต่างๆให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มาโดยตลอด สมัยที่ตนเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ เขามาด้วยความศรัทธามากกว่า ไม่ใช่เรื่องสินจ้างหรือทรัพย์สินเงินทอง

พท.ชี้กม.เอ็นฯท่องเที่ยวแบบใหม่

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีครม.ไฟเขียวร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่าคณะรัฐมนตรีเห็นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไม่ต้องรอการท่องเที่ยวตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกว่า 8หมื่นราย ซึ่ง80%เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ต่อจากนี้ยังมีอีกหลายกระบวนการ เมื่อครม.เห็นชอบแล้วก็จะส่งต่อมายังสภา เพื่อพิจารณาต่อไป สัดส่วน 90%ของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะมีฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ความจุ 5 หมื่นคน และอินดอร์สเตเดี้ยมซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีสถานที่รองรับกิจกรรมอีเวนต์คอนเสิร์ตใหญ่ขนาดนั้นได้

ขอมองภาพใหญ่ไม่ใช่แค่‘กาสิโน’10%

“ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ยังมีอีกหลายขั้นตอน เมื่อครม. เห็นชอบแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังสภา เพื่อพิจารณา ซึ่งขอให้มั่นใจว่าสภาจะทำหน้าที่พิจารณาโดยยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสใหญ่และโอกาสใหม่ของประเทศ ต้องมองให้เห็นภาพใหญ่ ไม่ใช่เจาะจงเฉพาะกาสิโน ที่มีเพียงไม่เกิน 10%”นายอนุสรณ์ กล่าวย้ำ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ขอให้ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้คนกรุง หรือคนเมืองที่ใช้ชีวิตในเมืองต่างๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เอาชีวิตรอดกับสิ่งใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย ขอส่งกำลังใจให้ทุกๆ คน เราจะอดทน และเราจะผ่านมันไปให้ได้”

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

‘เพิ่มพูน’ นำทีมวิศวกรโยธา สำรวจ รร.และอาคารภายใน ศธ. หลังแผ่นดินไหว

‘เพิ่มพูน’ นำทีมวิศวกรโยธา สำรวจ รร.และอาคารภายใน ศธ. หลังแผ่นดินไหว

‘เพิ่มพูน’ นำทีมวิศวกรโยธา สำรวจ รร.และอาคารภายใน ศธ. หลังแผ่นดินไหว

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.40 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวานนี้(28 มีนาคม) โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ., นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ., นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการ กอศ., นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, นายขจิตพันธ์ สุวรรณสิริภักดิ์ ผอ.รร.สตรีวิทยา และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ พร้อมนำวิศวกรโยธา เข้าไปตรวจสอบอาคารต่าง ๆ ณ โรงเรียนสตรีวิทยา 1

รมว.ศธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วประเทศเมื่อวานนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนทุกคนโดยเฉพาะผู้เรียนของเรา จึงได้กำชับมายังกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดและองค์กรในกำกับ  โดยมุ่งหวังที่จะให้น้องนักเรียน ครูและบุคลากรดำเนินกิจกรรมต่าง ๆภายในโรงเรียนและหน่วยงานได้อย่างปลอดภัย โดยครู นักเรียน และบุคลากรสามารถสังเกตุเองได้ หากมีจุดสงสัยไม่แน่ใจชัดเจนสามารถส่งข้อมูลมาสอบถามได้ที่สภาวิศวกร หากพบว่ามีจุดเสียหายรุนแรงโครงสร้างอาคารปูนร้าวจนเห็นเหล็ก ให้แจ้งเราจะประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองและสภาวิศวกรให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกอย่างเป็นระบบในการควบคุมพร้อมติดตามอย่างต่อเนื่อง

“กระทรวงศึกษาธิการ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบจัดทำแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อเร่งสำรวจข้อมูลว่ามีสถานศึกษา หน่วยงานในสังกัดและองค์กรในกำกับศธ.ทั่วประเทศได้รับความเสียหายจากผลกระทบแผ่นดินไหวในครั้งนี้ โดยให้สำรวจความเสียหายของอาคารเรียน ให้เสร็จสิ้นภายในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาความปลอดภัย แบ่งระดับออกเป็น 3 สี ได้แก่ สีเขียว = ปลอดภัย สีเหลือง = เสียหายเล็กน้อย และสีแดง = อันตราย เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประเมินให้เสร็จสิ้นก่อนวันเปิดทำการ หากปลอดภัยก็สามารถเปิดทำการได้ปกติ แต่หากมีแนวโน้มได้รับความเสียหายระดับสีแดง จะยังไม่เปิดให้เข้าพื้นที่และให้ต้นสังกัดให้ความช่วยเหลือทันที” ามว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายภายในโรงเรียนสตรีวิทยา กับผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด ร่วมกับกรมโยธาธิการและผู้แทนสภาวิศวกร พบว่าไม่เกิดความเสียหาย เพราะมีโครงสร้างแข็งแรงมาก ระบบไฟและระบบน้ำใช้งานได้ปกติ และสำหรับวันนี้และวันพรุ่งนี้ ที่จะมีการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อของนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 เมื่อดูจากสภาวการณ์แล้วยังเป็นที่น่ากังวลใจ จึงได้เลื่อนการสอบไปทั้งหมด ขอขอบคุณไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการเป็นอย่างดี  หลังจากตรวจสอบว่าอาคารมีความปลอดภัยทั้งหมดแล้ว ต้นสังกัดจะประกาศวันสอบอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้เรียน

ในส่วนของอาคารภายในกระทรวงศึกษาธิการ ทีมวิศวกรอาสาได้ลงพื้นที่สำรวจแล้ว ไม่พบความเสียหายของโครงสร้าง พร้อมยืนยันว่าบุคลากรสามารถมาปฏิบัติงานได้ปกติไม่เกิดอันตรายอย่างแน่นอน ทั้งนี้  หากหน่วยงานหรือสถานศึกษาใดไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารสามารถแจ้งไปที่ศูนย์รับเรื่องราวของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยแจ้งดำเนินการตรวจสอบอาคารเบื้องต้น ทั้งโรงเรียนและสถานที่ราชการต่างๆ จะมีวิศวกรอาสาเข้ามาดูแลและอำนวยความสะดวก

สุดท้ายนี้ ฝากความห่วงใยไปยังผู้ปกครองขอให้สบายใจในเรื่องการดูแลผู้เรียนของเรา หากสถานที่ไม่ปลอดภัยเราจะไม่ให้เข้ามาในโรงเรียนเด็ดขาด หากตรวจสอบว่าปลอดภัยแล้วผู้อำนวยการสถานศึกษาจะแจ้งไปว่าให้มาเข้าปฏิบัติกิจกรรมตามปกติ ในส่วนของสถานที่ทำงานแต่ละหน่วยงานก็เช่นเดียวกัน หากไม่ปลอดภัยก็จะไม่ให้เข้ามาปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง ให้เฉพาะผู้ที่มีภารกิจสำคัญและเร่งด่วนเท่านั้นที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่ได้

รมช.ศธ. สำรวจอาคารเรียนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

รมช.ศธ. สำรวจอาคารเรียนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

รมช.ศธ. สำรวจอาคารเรียนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.16 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวว่า ตนขอเป็นกำลังให้กับครู บุคลากรทางการศึกษา ลูกๆ นักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองทุกครอบครัว เราทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจกันก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์แผ่นดินไหวทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้โรงเรียนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศได้รับความเสียหายเกิดรอยแตกร้าว ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการให้โรงเรียนใน สังกัด สพฐ. และโรงเรียนสังกัดอื่นๆ เร่งรัดทำการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นให้รวบรวมข้อมูลความเสียหายทั้งหมด ส่งเข้ามายัง “ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว สพฐ.” เพื่อให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอย่างทันท่วงทีต่อไป

“การสำรวจรอยแตกร้าวอาคารในโรงเรียนนั้น ถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะความแข็งแรงของอาคารถือเป็นเรื่องสำคัญ และทำให้เกิดความมั่นใจว่าโรงเรียนของเรามีความแข็งแรง มั่นคงปลอดภัย สำหรับ ครู บุคลากรทางการศึกษา และลูกๆนักเรียน นอกจากนี้ หากพบ ครู บุคลากรทางการศึกษา หรือลูกๆ นักเรียน ได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหว ก็ให้รีบรายงานเข้ามาทันที​ เพื่อที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดต่อไป” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว