‘อิ๊งค์’ นั่งรถไฟใต้ดินดูความเรียบร้อย หลังแผ่นดินไหว ยังคาใจทำไมถล่มแค่ตึกเดียว

'อิ๊งค์' นั่งรถไฟใต้ดินดูความเรียบร้อย หลังแผ่นดินไหว ยังคาใจทำไมถล่มแค่ตึกเดียว

‘อิ๊งค์’ นั่งรถไฟใต้ดินดูความเรียบร้อย หลังแผ่นดินไหว ยังคาใจทำไมถล่มแค่ตึกเดียว

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

“อิ๊งค์” นั่งรถไฟใต้ดิน ดูความเรียบร้อยขนส่งสาธารณะ หลังเหตุแผ่นดินไหว ขอมั่นใจระบบขนส่งปลอดภัย สงสัยเหมือนชาวเน็ตถล่มแค่ตึกเดียว สั่งกรมโยธาฯตั้ง กก.สอบ ขีดเส้นใน 1 สัปดาห์ 

วันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 11.45 น. สถานีสนามไชย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชย เพื่อดูความเรียบร้อยด้านการคมนาคมและขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดิน ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อมาถึงรับฟังรายงานจาก นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รักษาการแทนผู้ว่าฯ ซึ่งรายงานว่าเมื่อเกิดเหตุได้อพยพผู้โดยสารขึ้นไปข้างบนเพื่อความปลอดภัยโดยไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ นายกฯยังสอบถามในวันเกิดเหตุมีส่วนใดของรถไฟฟ้าใต้ดินขัดข้องบ้าง ซึ่งได้รับรายงานว่า โครงสร้างไม่มีปัญหา มีแค่เศษฝาท่อที่อาจหลุดออกมา ซึ่งได้มีการแก้ไขแล้ว แต่ในส่วนของรถไฟสายสีชมพูและสีเหลืองยังปิดให้บริการชั่วคราวอีก 1 วันเพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัย เนื่องจากระบบค่อนข้างละเอียดและบอบบาง ซึ่งก่อนเปิดให้บริการจะทดลองวิ่งก่อน 

จากนั้นนายกฯขึ้นรถไฟใต้ดินร่วมขบวนกับประชาชน มาลงที่สถานีสีลม โดยได้ทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสนใจ เมื่อมาถึงชาวต่างชาติได้เข้ามาพูดคุย โดย น.ส.แพทองธาร ได้สอบถามถึงความรู้สึกเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา 

จากนั้น น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ว่า นักท่องเที่ยวเล่าว่าเมื่อวานตกใจนิดหน่อยแต่ตอนนี้โอเคแล้ว หลายประเทศอาจมีความคุ้นชินกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากกว่าเรา และเขาทราบว่าเมื่อทุกอย่างหยุดนิ่งหลายชั่วโมง ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ และเขาบอกว่าชอบกรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามและใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นชีวิตปกติ ไม่รู้สึกหวาดกลัว และยังสอบถามว่าตนมาทำอะไรที่นี่ จึงชี้แจงไปว่ามาดูเรื่องโครงสร้างตึกต่างๆมีปัญหาหรือไม่

เมื่อถามว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างไรในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลืองและชมพู น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อะไรที่ยังไม่เชื่อมั่น 100% เราจะปิดไว้ก่อน ซึ่งได้รับรายงานแล้วว่าไม่มีปัญหาแต่ขอตรวจสอบก่อนให้มั่นใจ 100% ไม่เช่นนั้นจะไม่เปิด ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในวันที่ 30 มี.ค. เพราะเราจะไม่เอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง และการสอบถามความเสียหายของระบบรถไฟฟ้าไม่มีอะไรรุนแรง โดยมีการเดินตรวจดูทั้งสายและแก้ไขเรียบร้อยแล้วทุกเส้นทาง สามารถเรียกความเชื่อมั่นได้แน่นอน 

เมื่อถามว่าในส่วนของท่าอากาศยาน ประชาชนสามารถเดินทางได้ปกติแล้วหรือยัง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เมื่อวันเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ตนสามารถบินกลับจากจังหวัดภูเก็ตได้อย่างเรียบร้อย วันนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน ขณะที่นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวเสริมว่า การให้บริการของสายการบินต่างๆ เป็นไปด้วยความปกติ เที่ยวบินไม่ดีเลย์ ไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด 

เมื่อถามว่าในส่วนของการเยียวยาจะมีความชัดเจนอย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในเรื่องของการเยียวยามีกรอบอยู่แล้วโดยจะให้กรุงเทพมหานครประกาศได้เลย โดยจะต้องดูรายละเอียดกรอบและความเสียหาย มันเข้ากันหรือไม่ เช่น เรื่องน้ำท่วม ที่มีการเพิ่มกรอบการเยียวยา โดยจะให้กรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายตรวจสอบ ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแล

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวมีเพียง 1 ตึกที่ถล่มลงมา น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนสงสัยเช่นนั้นเหมือนกัน ทำไมเป็นตึกเดียวที่มีปัญหา แน่นอน ไม่ปล่อยจะตามดูว่าเป็นเพราะอะไรโดยจะให้ผู้ที่มีความรู้เช่นกรมโยธาธิการและผังเมืองตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทันที และภายในสัปดาห์หน้าจะกลับมารายงาน โดยจะไล่ไปเลยถึงสาเหตุว่าเกิดเพราะอะไร แบบถูกรับรองโดยใคร ผ่านได้อย่างไรและมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร การทำตึกเช่นนี้ไม่ใช่ตึกแรกในประเทศ จึงจะต้องตามดู

จากนั้นนายกฯได้เดินดูโครงสร้างตึกสูงย่านสีลม พร้อมระบุว่าขอให้ดูโครงสร้างตั้งแต่เรื่องการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ เพราะตนได้ดูคลิปตอนตึกถล่มหลายคลิปหลายมุม และตนผ่านเรื่องการสร้างตึกมาในภาคของธุรกิจก็ไม่เคยเห็นมีปัญหาเรื่องนี้ต้องสืบให้รู้ว่าผิดพลาดตรงไหน เพราะงบประมาณที่เคาะให้ไปตอนนั้นมันเยอะ และมีการต่ออายุเพื่อยืดเวลาในการก่อสร้าง แต่เรื่องการก่อสร้างตึกจะมีในข้อกฎหมายอยู่แล้วว่าทุกตึกในกทม. ต้องรองรับแผ่นดินไหวได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจากเหตุที่เกิดขึ้นตึกส่วนใหญ่ไม่กระทบ มีแค่เรื่องลิฟท์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตนฟังมาอีกครั้งหนึ่งว่าการสั่นของตึกสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯได้เดินทางกลับ
 

กธ.ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคขอนแก่น ลั่นใครปักธงอีสานได้ ได้เป็นรัฐบาล

กธ.ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคขอนแก่น ลั่นใครปักธงอีสานได้ ได้เป็นรัฐบาล

กธ.ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคขอนแก่น ลั่นใครปักธงอีสานได้ ได้เป็นรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

“เอกราช” หอบดอกไม้ยินดีลูกชายได้เป็นหัวหน้าสาขา ”นฤมล“ ลั่น พรรคนี้ว่า ตาม”ธรรมนัส”  ด้าน “ประธานที่ปรึกษาพรรค” ระบุ พรรคไหนปักธงอีสานได้ ได้เป็นรัฐบาล ขอเริ่มนับหนึ่งขอนแก่น

เมื่อเวลา11.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด มีการจัดงานประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น โดยมี สส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วม

ขณะที่บรรยากาศการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น พบว่า นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ได้นำดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายพิทักษ์ชน ช่างเหลา บุตรชาย ที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม จ.ขอนแก่น ด้วย

โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวบนเวที ต้อนรับสมาชิกในการประชุมเพื่อตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า “พรรคกล้าธรรม กล้าคิด กล้าทำ มาตามนัด ทำตามธรรมนัส” ยินดีที่จะดูแลประชาชน

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ขอให้สมาชิกยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กรุงเทพฯ 1 นาที จากนั้นกล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลายคนบอกว่า  เกิดมาพึ่งได้เคยเห็น และตนคิดว่ารัฐต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการก่อสร้างอาคารต่างๆ และเรื่องนี้ถือว่า พรรคกล้าธรรมจะต้องนำไปคิด เรื่องของความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่สิ่งที่ตัวเองอยากจะบอกคือ เวลาเกิดอะไรขึ้นในลักษณะแบบนี้ สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องมีสติ คนที่เป็นรัฐบาลอย่างกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายกฯ ทำได้ดีมาก บินจากภูเก็ตมาดูสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยตัวเอง ในส่วนพรรคกล้าธรรม ตนได้สั่งให้มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปสนับสนุนให้กับทีมกู้ภัย ที่ช่วยค้นหาผู้ที่ยังมีสัญญาณชีพ

ร.อ.ธรรมมนัส กล่าวว่า  การก่อสร้างอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ ความจริงแล้วส่วนใหญ่ได้มาตรฐาน ไม่มีปัญหา ยกเว้นตึกที่ถล่มเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่ยังไม่เสร็จ เพราะถือว่าเป็นการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

“วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e–bidding) ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างเขาตั้งสเปคไว้ 3,000 ล้านบาท แต่คนประมูล ไปฟันราคาได้ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเราต้องคิดว่าระบบ e–bidding จะป้องกันการทุจริตได้อย่างไร เพราะการไปฟันราคาแบบนี้ ทำให้การก่อสร้างต่างๆ เสียหาย ที่สำคัญภาครัฐต้องเลือกบริษัทที่เขาพร้อมจริงๆ ในการที่จะมาทำระบบ e–bidding”

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวอีกว่า มีการถามมาว่าจะส่งสส.หรือไม่ เพราะเห็นร.อ.ธรรมนัส เหมือนกับว่าจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย หลายคนคงสงสัย ขอพูดตรงนี้เลยว่าพรรคกล้าธรรมก็คือกล้าธรรม เราส่งทุกเขต พี่น้องสบายได้ ตนพานายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น ที่สมัครในนามพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 พ่อลูกช่างเหลา นายวัฒนา และนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ไปกราบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายวัฒนาก็ได้รับเลือกตั้ง และตนยังพานายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือสจ.โต้ง และนางณภาภัช อัญชสาณิชมน หรือ สจ.จอย ไปกราบนายทักษิณ ซึ่งลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามเพื่อไทย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นี่คือคำตอบเวลาไปสัมภาษณ์นายก อบจ.ปราจีนบุรี ว่าในอนาคตจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็ตอบแบบผู้ฉลาด ร.อ.ธรรมนัส ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพี่โต้งคอยดูแล จ.ปราจีนบุรี และตนได้ส่งตัวแทนไปเป็นทีมที่ปรึกษาคอยดูแลการบริหาร หรือนายก อบจ.พะเยา ลูกน้องตน ลงในนามเพื่อไทย ดังนั้น อย่าไปคิดว่าอบจ. หลายจังหวัดของพวกเรา จะลงพรรคใดก็ตาม เขาคือเครือข่ายธรรมนัส ดังนั้น จึงขอพูดกับพี่น้องชาวจ.ขอนแก่น อีกครั้งว่า พรรคกล้าธรรม เราคือกลุ่มตัวบุคคลที่พร้อมจะกล้าคิด กล้าสั่งการ และกล้าทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง 77 จังหวัด หลังจากวันนี้เรามีตัวแทนภาคอีสานแล้ว สิ่งที่หัวหน้าและกรรมการบริหารจะต้องเดินช่วยเหลือประชาชนภาคอีสานทั้งหมด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ที่ผ่านมานักการเมืองเวลาหาเสียงบอกจะช่วยเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอได้เป็นจริงก็ไม่เห็นทำอะไร แต่พรรคกล้าธรรมจะจริงจังกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม พรรคไหนได้ สส.อีสาน พรรคนั้นเป็นรัฐบาล ซึ่งขอนแก่นเป็นเมืองหลวงของอีสาน ไม่ใช่นครราชสีมา พรรคกล้าธรรมจึงประเดิมนับหนึ่งที่นี่

-004

จี้ภาวะผู้นำนายกฯ ต้องช่วยคนก่อน ไม่ใช่ชี้นิ้วหาคนผิด

จี้ภาวะผู้นำนายกฯ ต้องช่วยคนก่อน ไม่ใช่ชี้นิ้วหาคนผิด

จี้ภาวะผู้นำนายกฯ ต้องช่วยคนก่อน ไม่ใช่ชี้นิ้วหาคนผิด

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

วันที่ 29 มีนาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “grab wr” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ดู Live ที่นายกประชุมเช้านี้กับ ปภ. กลายเป็นว่า สิ่งแรกที่นายกทำคือ ไล่บี้ด้วยเสียงแข็งกร้าว หาคนผิดเรื่อง SMS 

จากนั้นก็ถามหาข้อมูลว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง จะมี aftershock อีกไหม รถไฟฟ้าเปิดหรือยัง แทนที่จะเป็นการสั่งการว่าใครต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเฉพาะหน้าอย่างการช่วยเหลือคนงานที่ติดในซากตึก ผู้บาดเจ็บ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มันสะท้อนอะไร  ความสำคัญอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องของประชาชน แต่เป็นเรื่อง “ใครผิด” นี่ประเทศไทยครับ ไม่ใช่บริษัท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : นายกฯ ฉุน ‘ปภ.-กสทช.’ ส่ง SMS แจ้งเตือนแผ่นดินไหวช้า บอก​ข้อความไม่เกิดประโยชน์

‘ธรรมนัส’ เสียใจเหตุแผ่นดินไหว ติงอย่าเพิ่งเอาการเมืองมาพูดตอนนี้

'ธรรมนัส' เสียใจเหตุแผ่นดินไหว ติงอย่าเพิ่งเอาการเมืองมาพูดตอนนี้

‘ธรรมนัส’ เสียใจเหตุแผ่นดินไหว ติงอย่าเพิ่งเอาการเมืองมาพูดตอนนี้

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.15 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่ โรงแรมพลูแมน ขอนแก่น ราชาออคิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน (28 มี.ค.) ไม่ควรที่จะมาพูดเรื่องปรับ ครม. หรือการเมือง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ และชาวต่างชาติขวัญเสีย ในนามพรรคกล้าธรรมขอแสดงความเสียใจกับพี่น้อง ไม่ว่าจะคนไทย-ต่างชาติที่ยังติดอยู่ รัฐบาลจะรีบแก้ไขให้สถานการณ์คลี่คลาย และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่อยู่ตึกสูง เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราถอดบทเรียนว่าครั้งต่อไปต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น

‘ธรรมนัส’ บอกไม่รู้กระแสข่าว‘อัครา’ อาจหลุดเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ

‘ธรรมนัส’ บอกไม่รู้กระแสข่าว‘อัครา’ อาจหลุดเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ

‘ธรรมนัส’ บอกไม่รู้กระแสข่าว‘อัครา’ อาจหลุดเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.58 น.

“ธรรมนัส” บอกไม่ทราบ กระแสข่าว น้องชายหลุดจาก ครม. ย้ำ เจ้าตัวเป็นสมาชิก พท. ขอไม่ก้าวล่วง ปัด กธ. เดินเกมซื้องูเห่า หวังเพิ่มโควตา ชี้ คนมาร่วมโหวตเพราะศรัทธา-อยากร่วมรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 29 มีนาคม 2568 มีการจัดงานประชุมจัดตั้งสาขาพรรคกล้าธรรมสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่น ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส. พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กระแสข่าวว่า นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะน้องชายของ ร.อ.ธรรมนัส  อาจจะหลุดจากตำแหน่งในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งต่อไป เพื่อเปิดทางให้กับโควต้างูเห่าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ว่า อันนี้ตนไม่ทราบ เพราะน้องชายตนเข้ามาในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค กธ. ส่วนพรรค พท. จะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ก้าวล่วง

เมื่อถามว่าหากมีการปรับ ครม. พรรค กธ. จะได้โควตาเพิ่มหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ยังถือว่าอีกไกลและไม่ใช่อำนาจของเราในการออกมาพูดและวิจารณ์เรื่องการปรับ ครม. มองว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมืองเพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ แผ่นดินไหวเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2568) ไม่ควรจะมาพูดถึงเรื่องการเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่ในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านโหวตให้ 7 เสียง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเคยบอกไปแล้วว่าอย่าเรียกเขาว่างูเห่าเพราะบุคคลเหล่านี้อยากจะร่วมรัฐบาล อย่างบางพรรคที่เป็นพรรคขนาดเล็ก เขาก็มาทั้งพรรค มาร่วมอุดมการณ์กับรัฐบาล ไปเรียกเขาว่างูเห่าไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่ สส. พรรคประชาชน  (ปชน.) ออกมาเปิดเผยถึงการซื้อเสียงโหวตมองเรื่องนี้อย่างไร  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปทำแบบนั้น ขนาดนี้ไม่เหมือนกับยุคในสมัยรัฐบาลยุคก่อน เพราะขณะนี้รัฐบาลมี 319 เสียง ถือว่ามีความมั่นคงแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติส่วน สส. พรรคใดที่อยากร่วมรัฐบาลก็เป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่าการที่พรรค กธ. เดินเกมหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เพื่อหวังเพิ่มจำนวน สส. ต่อรองโควตารัฐมนตรีเพิ่มใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกับคนในสภาเยอะ ตนกับพี่น้องพรรคต่างๆให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มาโดยตลอด สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ เขามาด้วยความศรัทธามากกว่า ไม่ใช่เรื่องสินจ้างหรือทรัพย์สินเงินทอง

‘นายกฯอิ๊งค์’แถลงย้ำสถานการณ์แผ่นดินไหวสงบแล้ว ขีดเส้น 1 สัปดาห์ส่งผลตรวจตึกถล่ม

'นายกฯอิ๊งค์'แถลงย้ำสถานการณ์แผ่นดินไหวสงบแล้ว ขีดเส้น 1 สัปดาห์ส่งผลตรวจตึกถล่ม

‘นายกฯอิ๊งค์’แถลงย้ำสถานการณ์แผ่นดินไหวสงบแล้ว ขีดเส้น 1 สัปดาห์ส่งผลตรวจตึกถล่ม

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

‘อิ๊งค์’แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวสงบแล้ว  ปชช.กลับเข้าบ้านได้ แต่ตึกสูงรอคนตรวจตึกแจ้งความปลอดภัย ขีดเส้นส่งผลตรวจสอบเหตุตึกถล่มภายใน 1 สัปดาห์ 

เวลา 10.50 น.วันที่ 29 มีนาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ  ว่า จากเหตุแผ่นดินไหวเราได้มีการสั่งการทันทีตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ได้มาติดตามผลและแก้ไขตรงไหนได้บ้าง ซึ่งเราทราบกันว่าเริ่มแรกของเหตุแผ่นดินไหวมาจากเมียนมา จนได้รับผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีตึกถล่มเพียง 1 ตึกที่กำลังก่อสร้าง และตึกอื่นๆในกรุงเทพไม่มีผลกระทบ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ทราบว่าโครงสร้างตึกในกรุงเทพฯ มีมาตรฐานที่รองรับเรื่องแผ่นดินไหวอยู่แล้วในกฎของข้อบังคับ ตอนนี้เร่งให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ดูในเรื่องของตึกที่ถล่มว่าเกิดอะไรขึ้นและมาตรการต่อไปจะเป็นอย่างไร ให้กลับมารายงานผลอีก 1 สัปดาห์ว่าเหตุเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้จะสามารถแก้ไขอะไรต่อไปได้ในอนาคต

นายกฯ กล่าวต่อว่า หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบและสามารถรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นประมาณ 50 ครั้ง แต่เราไม่ได้รู้สึกหรือรู้ตัวถึงการสั่น เพราะลดน้อยลงเรื่อยๆ รอบสุดท้ายที่เช็คสัญญาณประมาณเที่ยงคืนของเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ต่ำลงไปถึง 1.2 ริกเตอร์ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว แน่นอนรัฐบาลเยียวยาผู้ที่รับผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหวทุกอย่าง เหตุการณ์แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยและเป็นประจำในประเทศของเรา อย่างไรก็ตามรัฐบาลใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อดูแลประชาชนให้ปลอดภัย และได้รับการเยียวยาให้ได้เร็วที่สุด วันนี้ได้มีการพูดคุยกับทุกภาคส่วนในเรื่องของทางกรุงเทพมหานครดูแลส่วนหน้า และที่เกิดเหตุตอนนี้  ซึ่งเรามีกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งดูแลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและผู้บัญชาการของศูนย์นี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักและได้มีการเข้าไปในสถานที่ จุดที่ตึกถล่ม รอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแถลงว่าต้องการส่วนไหนที่ต้องได้รับการดูแลอย่างไรบ้างจากหน้างาน ปภ. ดูแลเรื่องเครื่องมือเครื่องจักร  และอาสาสมัครหลายท่านที่อยากจะช่วย ตอนนี้จะพยายามให้ผู้ว่ากทม.เคลียร์เรื่องงานทั้งหมดว่าจะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง และต้องการความช่วยเหลือจากด้านไหนบ้าง โดยผู้ว่าฯกทม.จะแจ้งว่าต้องการความช่วยเหลือด้านไหน ตรงไหนบ้างเพราะมีประชาชนอีกหลายท่านเป็นห่วง และยังมีในเรื่องของวัสดุก่อสร้างที่อันตรายและเครื่องมือหนักที่อยู่ตรงนั้นเยอะ ฉะนั้นขอให้ทางผู้ว่าฯกทม. เคลียร์ตรงนี้ให้ดีว่าตรงไหนที่สามารถเข้าไปได้หรือเข้าไปไม่ได้เพราะอันนี้ถือเป็นเขตอันตรายที่ไม่อยากให้อาสาสมัครเข้าไป โดยยังไม่ได้มีการรักษาความปลอดภัย 

”ขอย้ำอีกครั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศไทยตอนนี้สงบลงแล้ว เดี๋ยวจะมีการตรวจเรื่องของตึกต่างๆที่ตอนนี้ผู้ดูแลตึกของแต่ละตึกมีอยู่แล้วสามารถแจ้งพนักงานที่อยู่ในตึกได้เลย เพราะในวันที่ 31 มี.ค.นี้จะมีการกลับเข้าไปทำงาน ขอย้ำอีกครั้งว่าสถานการณ์ตอนนี้สงบแล้ว และปลอดภัยแล้วผู้ที่อยู่ข้างนอกสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยของตัวเองได้ ส่วนผู้ที่อยู่ในตึกสูง รอผู้ตรวจตึกสูงของตัวเองแจ้งว่าตึกปลอดภัยสามารถเข้าไปได้แล้วส่วนที่พักอาศัยที่ไม่ใช่ตึกสูงกับเข้าได้ทุกท่าน และวันนี้ยังเป็นอีกคืนที่สวนสาธารณะทั้ง 5 แห่งในกรุงเทพฯยังเปิด 24 ชั่วโมง เรามีในเรื่องของตำรวจที่ดูแลตลอดที่สวนสาธารณะ ฉะนั้นประชาชนสามารถเข้าไปพักผ่อนในสวนสาธารณะได้ โดยมีการดูแลจากรัฐบาลอย่างเต็มที่และในเรื่องของการเยียวยาจะมีมาตรการออกมาว่าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างรัฐบาลจะออกในเรื่องของมาตรการต่อไป“นายกฯ กล่าว

‘พรรคกล้าธรรม’พร้อมลงแข่งเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน

‘พรรคกล้าธรรม’พร้อมลงแข่งเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน

‘พรรคกล้าธรรม’พร้อมลงแข่งเลือกตั้งซ่อม สส.เมืองคอน

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.40 น.

“ธรรมนัส” รอ 2 พรรคร่วมรัฐบาล ตัดสินใจแข่งเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช หรือไม่ ลั่น ถ้าแข่ง ‘กล้าธรรม’ ขอโดดลงสนามด้วย มีผู้สมัครพร้อมแล้ว

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม สส. นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคกล้าธรรมผู้สมัคร สส.หรือไม่ ว่า ข้อเท็จจริงเวลานี้เราได้เตรียมว่าที่ผู้สมัคร สส.ไว้แล้ว แต่เรากำลังดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคุยกันอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะมีการทำความเข้าใจกับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมหรือไม่ว่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งถ้าพรรคร่วมรัฐบาลได้คุยกันแล้ว สมมุติว่ามีมติไม่ส่งผู้สมัคร พรรคกล้าธรรมก็จะไม่ส่ง แต่ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งส่ง หมายความว่าส่งแข่ง พรรคกล้าธรรมก็จะส่ง

เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมส่งในพื้นที่ดังกล่าว มีความมั่นใจขนาดไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส.ของเราเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่มานาน เมื่อถามย้ำว่า หากมีการแข่งขันกันในการเลือกตั้งซ่อม จะไม่กระทบการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในเรื่องของการทำงานทางการเมืองหากเราเปิดใจกว้าง มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรก เรามีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครศรีธรรมราชตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน พอเลือกตั้งจบก็จบ

เมื่อถามอีกว่า เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัคร สส.ลงรับเลือกตั้งซ่อม ต้องมีการคุยกันก่อนหรือหรือไม่ หรือว่าจะต่างคนต่างส่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคหนึ่งที่หาผู้สมัครสส. ซึ่งเรารอ 2 พรรคที่เป็นฐานเสียงของเขาคุยกันก่อน

นายกฯ ฉุน ‘ปภ.-กสทช.’ ส่ง SMS แจ้งเตือนแผ่นดินไหวช้า บอก​ข้อความไม่เกิดประโยชน์

นายกฯ ฉุน 'ปภ.-กสทช.' ส่ง SMS แจ้งเตือนแผ่นดินไหวช้า บอก​ข้อความไม่เกิดประโยชน์

นายกฯ ฉุน ‘ปภ.-กสทช.’ ส่ง SMS แจ้งเตือนแผ่นดินไหวช้า บอก​ข้อความไม่เกิดประโยชน์

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.47 น.

นายกฯ ประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว จี้ปัญหา SMS แจ้งเตือนล่าช้า กำชับเตรียมแผนรับมือ แก้ปัญหาการจราจร ด้านกรมทรัพยากรธรณี แจงยังไม่มีเทคโนโลยีแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า รายงานอาฟเตอร์ช็อกกว่า 100 ครั้ง จากนี้กระทบไทยน้อย

วันที่ 29 มีนาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวและมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย รวมทั้งผู้ราชการจังหวัด 76 จังหวัด

นายกฯ กล่าวว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์ 13.20 น. สิ่งแรกที่ประชาชนควรได้รับรู้หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนประชาชน ทางนายภาสกร บุญญลักษณ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่าทางกรมมีกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา จะรายงานเรื่องแผ่นดินไหวมาที่ ปภ. และทาง ปภ.แจ้ง กสทช. เพื่อส่งเอสเอ็มเอสแจ้งประชาชน 4 ครั้ง ครั้งแรกเวลา 14.42 น. เนื่องจากสถานการณ์เกิดขึ้นแล้ว ปภ. จึงส่งในลักษณะการแจ้งให้ประชาชนเข้าไปเก็บของในอาคารได้

ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า กสทช.ได้ส่งเซลบอร์ดแคส หรือการส่งข้อความแชทจำนวนมาก ในเวลา 14.44 น. ซึ่งส่งได้ทีละ 2 แสนเลขหมาย ปัจจุบันส่งแล้วกว่า 10 ล้านเลขหมาย ปัญหาที่ช้า คือต้องรันหมายเลข ระยะทางที่ส่งรอบแรกครอบคลุม 4 จังหวัด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กทม. ส่วนการส่งรอบที่ 2 ครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยข้อความเป็นไปตามที่ ปภ.ส่งมา ซึ่งระบุว่า ให้แจ้งประชาชนสามารถเข้าไปในอาคารกรณีที่จำเป็น และประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับเรื่องอาฟเตอร์ซ็อก

และในครั้งที่ 2 และ 3 เวลา 16.07 น. และ 16.09 น. แจ้งในเรื่องข้อปฏิบัติตน เมื่อเกิดแผ่นดินไหว และครั้งสุดท้ายเวลา 16.44 น. แจ้งให้ประชาชนกลับเข้าอาคารได้

นายกฯ ระบุว่าปัญหา คือ ส่งเอสเอ็มเอสเตือนประชาชนช้า และไม่ทั่วถึง ข้อความไม่ได้มีประโยชน์มาก เบื้องต้นทราบว่าระบบเซลล์บอร์ดแคส จะเปิดเต็มรูปแบบในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ที่จะสามารถส่งข้อความหนึ่งครั้งและกระจายไปได้ครอบคลุมทั้งหมด การขอความร่วมมมือกับเครือข่ายระบบสื่อสาร จะขอความร่วมมือได้อย่างไร จะทำให้การส่งข้อความจาก 200,000 ต่อหนึ่งครั้งเป็น 1,000,000 คนได้อย่างไร และชาวต่างชาติที่ซื้อซิมไทยจะได้รับข่อความเตือนภัยหรือไม่ ขอให้ กสทช.และ ปภ.ประสานงานกัน เพราะตนจะต้องตอบคำถามประชาชน เนื่องจากตนสั่งไปตั้งแต่ 14.00 น. แต่ระบบไม่มีการส่ง

นายกฯ ยังได้กล่าวขอบคุณรายการโทรทัศน์ทั้งหมด ที่ออกรายการเฉพาะกิจ ที่สามารถทำได้ภายในไม่ถึง 5 นาที หลังจากที่ได้สั่งการ พร้อมกันนี้นายกฯ กำชับทุกคนให้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องแผ่นดินไหวกับประชาชนให้มากขึ้น ว่าต้องทำตัวอย่างไร

ส่วนเรื่องระบบขนส่งสาธารณะหยุดบริการ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้รายงานว่า ทันทีที่เกิดเหตุ นายสุริยะ ได้แจ้งให้ตั้งศูนย์สั่งการของกระทรวงทันที หลังจากนั้นสั่งการให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบสถานการณ์โดยทั่วไป ทั้งทางอากาศ ราง และน้ำ โดยมุ่งเน้น โครงสร้างยกระดับอุโมงค์ใต้ดิน ให้วิศวกรเข้าตรวจสอบ

และในส่วนทางอากาศสั่งปิดทันทีตั้งแต่บ่ายโมงกว่า เช็คโครงสร้างอาคารและรันเวย์ ก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนโครงสร้างถนนทุกหน่วยได้ตรวจสอบทันที โดยเฉพาะเส้นทางที่สุ่มเสี่ยง คือ สะพานข้ามแม่น้ำ ทางยกระดับของการทางพิเศษฯ พบว่ามีปัญหาจุดเดียวคือบริเวณ ทางขึ้น-ลงเชื่อมระหว่างทางด่วนกับถนนวิภาวดีรังสิต -ดินแดง ที่มีเครนจากบนอาคารเอกชนพังลงมาทับ

นายกฯ ได้กล่าวเสริมว่า หากมีเหตุการฉุกเฉินอีก รวมทั้งอุบัติเหตุ ขอให้วางแผนเตรียมไว้ เพื่อแจ้งประชาชน ว่าเส้นทางไหนปิด หรือมีปัญหา ควรส่งเอสเอ็มเอสบอกข้อมูลแจ้งประชาชนได้

จากนั้นปลัดกระทรวงคมนาคม ยังรายงานว่า ในส่วนทางราง ทางยกระดัยและใต้ดิน ที่ปิดเมื่อวาน ก็เปิดให้บริการหมดแล้วเช้านี้ ยกเว้นสายสีชมพูกับสายสีเหลืองปิดอีก 1 วัน เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ขณะที่ถนนเปิดทั้งหมดแล้ว ยกเว้นทางขึ้นทางด่วนวิภาวดีที่เครนพังลงมา หากพร้อมจะเปิดในบ่ายวันนนี้

ในช่วงท้ายนายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี จากที่ได้ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงปัจจุบันพบว่าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นกว่า 100 ครั้ง และทุกครั้งที่เกิดจะมีความรุนแรงน้อยลง แนวโน้มการเกิดอาฟเตอร์ช็อก จะเลื่อนไปทางทิศเหนือ ทางเทือกเขาหิมาลัยและประเทศจีน แปลกว่าจะเกิดห่างจากไทยมากขึ้นกว่าเดิม ยินยันว่าผลกระทบกับประเทศไทยน้อยลง และหากเกิดแรงสั่นสะเทือนเพียงระดับ 5 เราก็จะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน

นอกจากนี้ยังได้ติดตามพฤติกรรมของรอยเลื่อนอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีปฏิกิริยาว่าจะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อประเทศไทย พร้อมย้ำว่าจะเกิดแผ่นดินไหวอีกหรือไม่จากนี้ ยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะสามารถบอกได้ล่วงหน้า

‘บกปภ.ช.’ สรุปความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว 14 จว. ดับ 9 เจ็บ 9 สูญหาย 101

‘บกปภ.ช.’ สรุปความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว 14 จว. ดับ 9 เจ็บ 9 สูญหาย 101

‘บกปภ.ช.’ สรุปความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว 14 จว. ดับ 9 เจ็บ 9 สูญหาย 101

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.41 น.

เช็คเลย! ‘บกปภ.ช.’ สรุปความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวล่าสุดรวม 14 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ผู้บาดเจ็บ 9 ราย และผู้สูญหาย 101 ราย 57 จังหวัดทั่วไทยรับแรงสั่นสะเทือน เร่งระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2568 ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ บกปภ.ช. กล่าวสรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์อยู่ที่ประเทศเมียนมา ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ว่า ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้ในพื้นที่ รวม 57 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน แม่ฮ่องสอน ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลกเพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธรเลย สกลนคร อุดรธานี ชัยนาท นครนายก นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สมุทรปราการสมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สระบุรี อ่างทอง จันทบรี ฉะชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้วกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง สุราษฎร์ธานี รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยมีแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) ขนาด 2.8 – 7.1 รวม 56 ครั้ง

อธิบดี ปภ. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหาย 13 จังหวัด และกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ราย ผู้บาดเจ็บ จำนวน 9 ราย และผู้สูญหายจำนวน 101 ราย ปัจจุบันมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดแพร่ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติเต็มพื้นที่ ทั้งนี้ความเสียหายในพื้นที่13จังหวัด และกทม. มีดังนี้ 1.จ.เชียงใหม่อาคารจอดรถโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อาคารคอนโดศุภาลัยมอนเต้ 1 และ 2 ผนังเกิดความเสียหายอาคารดวงตะวันคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น โครงสร้างได้รับความเสียหาย วัดสันทรายต้นกอกมีเจดีย์ร้าว และอ.ดอยเต่าส่วน ต่อเติมบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 1 หลัง อ.พร้าว ต.ทุ่งหลวง ม.6 บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง ต.สันทราย บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1 หลัง อ.หางดง ต.หางดง หลังคาของอาคารหอพักรัชดาได้รับความเสียหายจากแทงค์น้ำตกจากเสา กำแพงบ้านประชาชนล้มประมาณ 10 ม. อาคารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 มีรอยร้าวตามอาคารเรียน วัดน้ำล้อม ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง วิหารมีรอยร้าว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

2.จ.เชียงราย ผนังอาคารโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เกิดรอยร้าวเล็กน้อย หลังคาของอาคารวัฒนธรรม วัดท่าข้าม ต.ศรีดอนชัย ได้รับความเสียหายบางส่วน อ.ป่าแดด คานคอนกรีตบริเวณสถานีรถไฟป่าแดด (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) หล่นทับรถยนต์ จำนวน 6 คัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

3.จ.ลำพูน อ.ป่าซาง ต.ปาซาง ซุ้มประตูวัดพาณิชน์สิทธิการามโค่นล้มเสียหาย ต.แม่แรง หอระฆังวัดดอนตอง เสียหายอ.ลี้ ต.ป่าไผ่ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง ต.ลี้ บ้านเรือนเสียหาย 23 หลัง ผนังอาคารโรงพยาบาลลี้มีรอยร้าวอ.บ้านธิ ต.ห้วยหยาบ โรงเก็บไม้ถล่มเสียหาย อ.เมืองฯ ต.บ้านแป้น ซุ้มประตูบ้านผู้ใหญ่บ้านล้มเสียหาย ต.หนองช้างคืน โรงเก็บของพังเสียหาย ต.ริมปิง บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2 หลัง ต.ป่าสัก ระบบท่อประปาหมู่บ้านเสียหายต.เหมือนจี้ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2 หลัง ต.มะเขือแจ้ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 1 หลัง ต.หมืองง่า หลังคาโบสถ์วัดบ้านหลุกเสียหาย ต.ต้นธง ผนังอาคาร รพ.ลำพูน เสียหาย อ.บ้านโฮ่ง ต.บ้านโฮ่งหอนาฬิกาบ้านห้วยกานเสียหาย ผนังอาคาร รพ.บ้านโฮ่ง เสียหาย ต.หนองปลาสวาย บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง เมรุวัดสันเจดีย์ริมปิง เสียหาย อ.เวียงหนองล่อง ต.หนองล่อง อาคารที่ว่าการอำเภอเวียงหนองล่อง มีรอยร้าวอ.แม่ทา ต.ทาสบเส้า ผนังอาคาร รพ.แม่ทา มีรอยร้าว อาคารสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ทามีรอยร้าว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

4.จ.ลำปาง อ.สบปราบ ต.สมัย บ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง สำนักสงฆ์ 1 แห่ง อ.เกาะคา ห้องน้ำกองร้อย อส.อำเภอเกาะคา เสียหาย ศาลาวัดลำปางหลวงเกิดรอยร้าว อ.เมืองฯ อาคาร รพ.ลำปาง มีรอยร้าว เสาอาคาร มทร.ล้านนาลำปางเสียหาย อ.แม่ทะ ต.บ้านกิ่ว บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 6 หลัง ต.นาครัว บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 1 หลังโรงรถ 1 แห่ง อาคาร อบต.บ้านกิ่ว มีรอยร้าว 2 หลัง อ.แม่พริก ต.แม่พริก บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 10 หลัง อาคารรพ.แม่พริก มีรอยร้าว อ.งาว ต.บ้านแหง บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 7 หลัง อาคารเก็บพืชผลการเกษตร 2 หลังอ.ห้างฉัตร ต.ปงยางคก บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง ต.แม่สัน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 1 หลัง ต.ห้างฉัตรวัดพระธาตุปางม่วง เสียหาย อ.วังเหนือ ต.วังซ้าย กุฏิวัดบ้านสบม่า เสียหายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสียชีวิต

5.จ.แม่ฮ่องสอน อาคารศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังใหม่มีร้อยร้าว อ.ปาย ศาลาริมทางแหล่งท่องเที่ยวกองแลนอาคารโรงพยาบาลปาย โรงเก็บกระเทียม ได้รับความเสียหาย อ.ขุนยวม อาคารโรงพยาบาลขุนยวม มีรอยร้าว อ.สบเมย ทางเดินเชื่อมอาคารโรงพยาบาลสบเมย ได้รับความเสียหายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

6.จ.แพร่ อ.เมืองฯ โรงจอดรถภายในบ้านเลขที่ 234 ต.ป่าแมต ได้รับความเสียหายบางส่วน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

7.จ.เพชรบูรณ์ อ.เมืองฯ อาคารโรงเรือนการเกษตร ได้รับความเสียหาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

8.จ.สุโขทัย อ.ศรีสำโรง อาคารโรงยาสูบ เสียหาย 1 หลัง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

9.กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร อาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักรลักษณะเป็นอาคารระหว่างการก่อสร้าง สูง 30 ชั้น เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย ผู้สูญหาย 101 ราย เขตบางซื่อ เครนก่อสร้างถล่ม บริเวณแยกบางโพ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

10.จ.พระนครศรีอยุธยา อ.ลาดบัวหลวง แท็งก์น้ำทรุดตัวในพื้นที่ ม.6,7 ต.สิงหนาท ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

11.จ.นนทบุรี อ.เมืองฯ รพ.พระนั่งเกล้า ฝ้าเพดานบนชั้น 17 ร่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ตัวอาคารมีรอยแตกร้าวและร่วงลงพื้น 3 จุด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

12.จ.สมุทรปราการ อ.พระประแดง วัดโปรดเกศเชษฐาราม ม.11 ต.ทรงคนอง ระเบียงบริเวณด้านหน้าโบสถ์เกิดการแตกร้าวเล็กน้อย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

13.จ.สมุทรสาคร อ.เมืองฯ อาคาร รพ.สมุทรสาคร มีรอยร้าว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

14.จ.ชัยนาท อ.เมืองฯ เมรุวัดลัดเสนาบดี เสียหาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

อธิบดีปภ. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ ในทุกพื้นที่ได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยทหาร ตำรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสาธารณะกุศล ภาคเอกชน และจิตอาสา และพลเรือน ได้เข้าให้การช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำหรับการปฏิบัติของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อคืนนั้น ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ระดมทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) จำนวน 48 นาย พร้อมอุปกรณ์ค้นหาสัญญาณชีพและอุปกรณ์พิเศษเข้าสนับสนุนการปฏิบัติให้กับกรุงเทพมหานครในบริเวณจุดที่มีอาคารถล่มและมีผู้ติดค้างและสูญหาย และได้ร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือส่ง SMS แจ้งประชาชน จำนวน 4 ครั้ง โดยเมื่อเวลา 14.42 น. แจ้งประชาชนสามารถเข้าอาคารได้กรณีจำเป็น เวลา 16.07 น. แจ้งข้อควรปฏิบัติกรณีเกิดแผ่นดินไหว เวลา 16.09 น. แจ้งข้อควรปฏิบัติหลังเกิดแผ่นดินไหว และเวลา 16.45 น. แจ้งประชาชนสามารถเข้าอาคารได้หากได้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารแล้ว และเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการทำงาน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะ ผบ.บกปภ.ช. ได้สั่งการเตรียมพร้อมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ และเตรียมพร้อมสนับสนุน หากได้รับการร้องข้อ โดยปัจจุบัน ปภ. ได้ส่งกำลังพลพร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย กว่า 14 รายการ จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานีเขต 2 สุพรรณบุรี เขต 3 ปราจีนบุรี และเขต 16 ชัยนาท เข้าร่วมปฏิบัติการสนับสนุนการค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยกว่า 355 รายการพร้อมช่วยประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

“บก ปภ.ช. ได้เน้นย้ำให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัด และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้ากรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด” อธิบดี ปภ. กล่าว

ออริจิ้น ส่งหนังสือแถลงการณ์ความห่วงใยจากเหตุแผ่นดินไหว

ออริจิ้น ส่งหนังสือแถลงการณ์ความห่วงใยจากเหตุแผ่นดินไหว

ออริจิ้น ส่งหนังสือแถลงการณ์ความห่วงใยจากเหตุแผ่นดินไหว

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มี ระดับความแรง 8.4 ริกเตอร์ ความลึก 10 กิโลเมตร ในประเทศพม่าและได้รับแรงสั่นไหวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย รวมถึงในพื้นที่ กรุงเทพฯจนส่งผลกระทบให้ วัสดุหุ้มตกแต่งสะพานทางเชื่อมระหว่างอาคารของ โครงการ พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (Park Origin Thonglor) ได้รับความเสียหายนั้น
 

บริษัทขอชี้แจงให้ทราบว่าอาคารดังกล่าวมีความแข็งแรงปลอดภัยดี   โดยทางบริษัท อุมบาว์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ออกแบบวิศวกรรมโครงสร้างอาคาร , บริษัท เอบิวท์จำกัด  ผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคาร และ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน ) ผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร ขอเรียนยืนยันว่า  โครงการ พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างขึ้นตามมาตรฐานวิศวกรรมและกฏหมายควบคุมอาคาร รวมถึงข้อกำหนดในการป้องกันแผ่นดินไหวทุกประการ  สำหรับการพิจารณาผลการตรวจสอบเบื้องต้นโครงสร้างอาคารทั้งสามมีความแข็งแรงปลอดภัยดี 

ส่วนที่ได้รับความเสียหายจะเป็นสะพานทางเชื่อมอาคารทั้งสองจุดที่มีงานกระเทาะหลุดในวัสดุหุ้มตกแต่งทางด้านสถาปัตยกรรมเท่านั้น สำหรับโครงสร้างสะพานเชื่อมยังคงแข็งแรงปลอดภัยดี การออกแบบและก่อสร้างสะพานทางเชื่อมทั้งสองจุดนั้น เป็นการออกแบบให้ตัวโครงสร้างสะพานยึดติดกับอาคารและรับน้ำหนักจากอาคารเพียงหนึ่งด้านในรูปแบบของคานยื่น (Cantilever Beam)  ส่วนที่เชื่อมสะพานอีกด้านหนึ่งเป็นเพียงจุดเชื่อมตกแต่งทางสถาปัตยกรรมเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนตัวได้ตามระยะที่ปลอดภัยตามการคำนวณทางวิศวกรรมอาคาร (อนึ่งเพื่อให้สามารถเคลื่อนตัวได้หากเกิดกรณีแผ่นดินไหว ซึ่งปรากฏการเคลื่อนตัวตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวซึ่งเป็นความเสียหายเฉพาะส่วนงานสถาปัตยกรรมเท่านั้น งานโครงสร้างสะพานเชื่อมยังคงมีความแข็งแรงปลอดภัยดี 

.
โดยขณะนี้ ทางผู้บริหารได้ตั้งทีมงานเฉพาะกิจซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้ง วิศวกร สถาปนิก ที่ปรึกษาด้านโครงการและผู้รับเหมาก่อสร้างที่เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าตรวจสอบความเสียหายอาคารตามจุดต่างๆและสะพานเชื่อมโดยละเอียด พร้อมดําเนินการวางแผนซ่อมแซมเพิ่มเติมหากพบสิ่งที่จําเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้อาคารกลับมาใช้งานตามปกติ

.
ทั้งนี้ เจ้าของร่วมสามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่สํานักงานนิติบุคคลของโครงการ และจะแจ้งอัพเดตความคืบหน้าให้ทราบต่อไปเป็นระยะ ทางบริษัทขอยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในความปลอดภัยและสวัสดิภาพของทุกท่านเป็นสําคัญเสมอ

บริษัท พาร์ค ออริจิ้น ทีวัน จํากัด (เจ้าของโครงการ)