‘VARITDA’ ปล่อยซิงเกิ้ลพิเศษในแนวดนตรี Lo-fi ในชื่อเพลง ‹twenty-first’

‘VARITDA’ ปล่อยซิงเกิ้ลพิเศษในแนวดนตรี Lo-fi  ในชื่อเพลง ‹twenty-first’

‘VARITDA’ ปล่อยซิงเกิ้ลพิเศษในแนวดนตรี Lo-fi ในชื่อเพลง ‹twenty-first’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“twenty-first” ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด จาก “VARITDA” ศิลปินหญิงแนว Pop Jazz จาก Melodic Corner ค่ายเพลงสากลในเครือ Muzik Move กลับมาสะกดทุกความรู้สึกด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และเมโลดี้สุดละมุน ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้ง อ่อนโยน และความหมายที่ซ่อนไว้ในตัวเลข 21 สามารถรับฟังได้ตั้งแต่ 21 มีนาคมนี้

“VARITDA” หรือ “อุ๋ม-วฤตดา ภิรมย์ภักดี” กำลังเป็นที่น่าจับตามองของวงการเพลง Pop Jazz ในไทย จากผลงานอัลบั้ม Mood3 : I’m In The Mood For Love ซึ่งได้รับการยอมรับ จนคว้ารางวัล Best Recording of the Year จากเวที The Guitar Mag Awards 2024 และเพลง “Never Mine” ซิงเกิ้ลก่อนหน้าที่สามารถขึ้นอันดับ 2 Cat Radio Chart คลื่นออนไลน์อินดี้อันดับหนึ่งของไทย ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้แนวดนตรี Lo-fi เป็นที่สนใจของทุกคนมากขึ้นในซิงเกิ้ลล่าสุด “twenty-first” ได้ผสานดนตรีแนว Lo-fi อีกครั้ง ร่วมกับการให้นิยามแนวเพลง “Dream Pop” เป็นกลิ่นอายที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้เพลงนี้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น พร้อมพาทุกคนเข้าสู่ห้วงแห่งความรัก เสมือนล่องลอยอยู่ในความฝันที่ถักทอด้วยคอร์ดดนตรีแสนอ่อนโยนและเต็มไปด้วยอารมณ์สะท้อนความสัมพันธ์ที่เติบโตอย่างเรียบง่ายหนักแน่น และมั่นคง โดยในพาร์ทของดนตรี “VARITDA” ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแต่งเมโลดี้ร่วมกันกับ “Jamie Song” (เจมี่ ซอง) นักแต่งเพลงชาวเกาหลี ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่มีความหมายพิเศษสำหรับเธอ จึงได้ร่วมถ่ายทอดความผูกพันของตัวเลข 21 นี้ให้มีความลึกซึ้งและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นและในส่วนของเนื้อร้อง ยังได้ศิลปินร่วมค่ายมากความสามารถ อย่าง “PYC” หรือ“ปืนใหญ่ ฉัตรวรา” เป็นผู้แต่งเพลงนี้ให้มีความงดงามและกินใจ พร้อมการันตีคุณภาพ
ด้วยฝีมือการโปรดิวซ์ โดย “NACHE CHAN” (นาเช่ ชาน) โปรดิวเซอร์คู่ใจชาวออสเตรเลีย ความหมายของเลข 21 ที่เป็นชื่อเพลง “twenty-first” เป็นวันครบรอบแต่งงานของ “VARITDA” ซึ่งในเนื้อของเพลงได้สื่อสารถึงความรู้สึกโชคดีที่ได้รักและถูกรัก ความรักที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก โดยใช้พระจันทร์และแสงจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่แท้จริง เปรียบความรักครั้งนี้เหมือนกับแสงของพระจันทร์ที่มีแสงสว่างไม่ได้เจิดจ้า แต่เปล่งประกายความสวยงามอยู่เสมอซึ่งใน Music Video ได้ถ่ายทอดถึงความเรียบง่ายของคู่รักที่โอบกอดและดูแลกันในวันธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความหมาย ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและอ่อนโยน ตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้เจอกันจนถึงปัจจุบัน ก็ยังคงรู้สึกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งนานยิ่งรู้สึกพิเศษมากกว่าเดิม พร้อมกับใส่ฉากพิเศษในช่วงท้ายMusic Video ให้ทุกคนได้ติดตาม

พลิกลุคสุดเท่! สี่หนุ่ม ‘NEVONE’ ส่งซิงเกิ้ลที่สี่ ‘TRIGGER’ เพลงบีทสนุกผสมแร็พ

พลิกลุคสุดเท่! สี่หนุ่ม ‘NEVONE’ ส่งซิงเกิ้ลที่สี่ ‘TRIGGER’ เพลงบีทสนุกผสมแร็พ

พลิกลุคสุดเท่! สี่หนุ่ม ‘NEVONE’ ส่งซิงเกิ้ลที่สี่ ‘TRIGGER’ เพลงบีทสนุกผสมแร็พ

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จากภาพสี่หนุ่มวัยใส ที่ใครๆ คุ้นเคยในสามซิงเกิ้ลแรก “SHORTCUT, เหตุผลข้อเดียว (I Mean) และ ต่อต้าน (Shout Out)” ของ “NEVONE (เนฟวัน)” บอยกรุ๊ปวงแรกจาก BRIQ Entertainment ในเครือRS Music ที่ประกอบด้วยสมาชิก “โยชิ(Yoshi)-พัทธนันท์ หยงเมธีวรากุล, แทนคุณ (Thankhun)-แทนคุณ ดาราศรีศักดิ์, พร้อม (Prom)-กฤชญาณ อรรถวิภัชน์ และ ตะวัน (Tawan)-ภูริจิวัจน์เวียงวัฒนา” มาวันนี้ หนุ่มน้อยสุดคิวท์ทั้งสี่ กลับพลิกลุคใหม่กลายเป็นชายหนุ่มสุดเท่ พร้อมส่งซิงเกิ้ลล่าสุด “TRIGGER” เพลงบีทสนุกผสมแร็พ จากฝีมือโปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง “MAYOJAMES” ที่ดึงสำนวน “Pull The Trigger” เข้ามาเติมเต็มในเพลงนี้ พร้อมกับท่อนฮุคสุดติดหู “You Pull Me Like A TRIGGER” ให้กลายเป็นเสมือนเป้าที่พร้อมให้เธอมายิงเข้าที่กลางหัวใจส่วนมิวสิกวีดีโอ ก็ยังคงเอกลักษณ์ของวง “NEVONE” ที่มาจากคำว่า “The One in Neverland” แต่ครั้งนี้จะเผยเสน่ห์อีกด้านหนึ่งของเหล่า Lostboy ที่มีความเท่ และโตขึ้น กับเรื่องราวที่พวกเค้าถูกจับกลับไปในโลกของ Neverland ดินแดนที่เคยอยู่ และได้พบกับ The Boss ผู้บงการ โดยทั้งสี่หนุ่มเผยว่า

“ก่อนหน้าพวกเรามาแบบน่ารักสดใส แต่เพลงนี้พลิกคาแร็กเตอร์กันแบบสุดๆ เท่ขึ้น มีความ Musculine มากขึ้นกว่าเดิมสลัดคำว่าน่ารักออกไปจนหมดเลยครับเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ในหลายๆ อย่างครับ ทั้งสไตล์ของเพลง วิธีตีความเพลงที่แตกต่างจากเดิมมากๆ ทั้งๆ ที่ความหมาย
ยังคงเป็นเพลงคลั่งรักอยู่ แต่รอบนี้มันเหมือนกับลุ่มหลงไปในเธอคนนั้นอย่างหนักซึ่งปกติพวกเราจะเป็นสายมอบความสุขส่งความรักให้กับทุกๆ คนครับ อีกอย่างที่ต่างจากเดิมมากๆ คือสไตล์การเต้นในเพลงนี้ครับ ท่าเต้นอาจจะไม่ได้ยากเท่าเพลงก่อน แต่ว่าการจะเต้นให้มีเสน่ห์ และ
สื่อสารก็ยากมากครับ พวกเราต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเลยครับ อย่าง ตะวัน สมาชิกน้องเล็กของวงก็ต้องทำการบ้านมากเป็นพิเศษ เพราะว่าเรื่องราวในเพลงเป็นความรักที่โตมากยิ่งขึ้นก็ต้องปรึกษาพี่ๆ ในวงว่าต้องสื่อความรู้สึกแบบไหน ด้วยความที่ทุกคนอาจจะติดภาพว่าพวกเราเป็นเด็ก เราก็เลยพยายามฝึกทั้งในเรื่องการร้อง การเต้น รวมไปถึงบุคลิกของพวกเราด้วยนะครับ ตอนนี้พวกเราโตขึ้นแล้ว มัมหมีระวังตัวด้วยนะครับ สำหรับซิงเกิ้ลนี้บอกเลยว่า เป็นเพลงที่ดุเดือดทั้งเรื่องของเพลง และการทำงานด้วยครับ เพราะว่าในวันถ่ายเอ็มวี แทนคุณ ก็ป่วย แต่ด้วยความใจสู้ และพลังจาก VENDY (ชื่อแฟนคลับเนฟวัน) ก็ทำให้ในวันนั้น แทนคุณผ่านมาได้ด้วยดี ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดูไม่ออกเลยว่าป่วยครับพวกเรารู้สึกภูมิใจกับผลงานครั้งนี้มากๆ แล้วก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่เลยครับ ยังไงฝากทุกคนไปฟังเพลง “TRIGGER” ของพวกเราได้ทุกๆ สตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม และดูเอ็มวีในยูทูบ RS MUSIC THAILAND จากฝีมือผู้กำกับคนเก่ง “Bestnuttha” ว่าสุดท้ายแล้ว“NEVONE” จะหนีออกมา และปล่อยให้ทุกคนสู่อิสรภาพจากวงโคจร Toxic นี้ได้หรือไม่

น่ารักรับหน้าร้อน‘แอ้ม ชลธิชา’ส่งเพลงใหม่สุดคิ้วท์‘ลัดคิวให้ได้บ่’

น่ารักรับหน้าร้อน‘แอ้ม ชลธิชา’ส่งเพลงใหม่สุดคิ้วท์‘ลัดคิวให้ได้บ่’

น่ารักรับหน้าร้อน‘แอ้ม ชลธิชา’ส่งเพลงใหม่สุดคิ้วท์‘ลัดคิวให้ได้บ่’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพิ่งปล่อยเพลง “แฟนบ่ว่าดอก” ซึ่งเป็นเพลงแก้ “แฟนบ่ว่าบ้อ” ออกไปไม่นาน และยังติดเทรนด์ #ในมาแรง บนยูทูบอยู่เลยตอนนี้ล่าสุดศิลปินสาวน้อยวัยใส “แอ้ม ชลธิชา”จัดเพลงใหม่มาเสิร์ฟรัวๆ กับ “ลัดคิวให้ได้บ่”ซิงเกิ้ลจังหวะสนุกๆ ให้พอโยกย้ายในช่วงเข้าหน้าร้อน ซึ่งเพลงนี้เนื้อหาก็สดใสสไตล์แอ้มน้อย ที่เล่าถึงการไปเจอคนที่ใช่แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนมาต่อแถวที่อยากจะเป็นแฟนอ้ายเยอะไหม อยากให้อ้ายช่วยลัดคิวให้ได้บ่

ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้จะมีท่อนรำภูไทให้แฟนๆ ได้ฟ้อนหวานๆ ไปกับเพลง “ลัดคิวให้ได้บ่”อีกด้วย ส่วนใน MV เราจะได้เห็นความทะเล้นของสาวไทบ้านที่ “แอ้ม ชลธิชา” แสดงได้เป็นธรรมชาติ ซึ่งแฟนๆ ที่ชมและฟังเพลงนี้ก็ต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันคับคั่ง ฝากแฟนๆ ติดตามเพลง “ลัดคิวให้ได้บ่” ของ “แอ้ม ชลธิชา”ได้ทางช่องยูทูบ “Grammy Gold Ofiicial” มาสดใสต้อนรับหน้าร้อนกันเยอะๆ เด้อ

‘โมรา 2025’เพลงใหม่ที่ตอกยํ้า ความหลายใจ ให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม จาก‘ศร สินชัย’

‘โมรา 2025’เพลงใหม่ที่ตอกยํ้า  ความหลายใจ ให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม จาก‘ศร สินชัย’

‘โมรา 2025’เพลงใหม่ที่ตอกยํ้า ความหลายใจ ให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม จาก‘ศร สินชัย’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การกลับมาอีกครั้งของ “ศร สินชัย”ในบ้านหลังเดิม “แกรมมี่โกลด์” กับงานเพลงช้ำรัก สไตล์ร็อกอีสาน “โมรา 2025” เนื้อหาสุดเจ็บแสบของคนที่ถูกหลอกจากการโดนเมียนอกใจ จนรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนโง่ เลยเปรียบเปรยเมียของตัวเองว่าเป็นนางโมราสองใจ ซึ่งเพลงนี้เขียนคำร้อง/ทำนอง โดยภานุวัฒน์ วิเศษวงษา และเรียบเรียงดนตรีโดย อ.สวัสดิ์ สารคาม เมื่อความเข้มข้นทั้งเนื้อหาและดนตรี มาบวกกับการถ่ายทอดอารมณ์ของ ศร สินชัย ยิ่งทำให้เพลงนี้ฟังแล้วกระแทกใจคนถูกนอกใจสุดๆ

และในส่วนของมิวสิกวีดีโอเพลง โมรา 2025 ได้นำเสนอเรื่องราวที่เข้ากับยุคสมัยนี้ ที่หลายคนใช้ชีวิตติดโซเชียล เมื่อเมียชอบการไลฟ์สดโชว์หวิวเรียกยอดไลค์ สุดท้ายก็หาเรื่องนอกใจผัว เมื่อถูกจับได้ การไลฟ์สดก็กลายเป็นสิ่งประจานตัวเอง เรื่องราวจะสะใจแค่ไหน ต้องเข้าไปชมในมิวสิกวีดีโอเพลง “โมรา 2025” วันนี้! ทางช่อง YouTube : Grammy Gold Official และในทุกๆ ช่องทางการรับฟังเพลง

ศร สินชัย เล่าว่า “สำหรับ MV เพลง โมรา 2025 ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากๆสำหรับผม เพราะดูทันสมัยมากๆ เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ยุคโซเชียล และเรื่องราวที่นำเสนอก็จะแอบแรงนิดหน่อยด้วย ดูสมจริง ที่บอกว่าแอบแรงอาจจะด้วยเพลงที่ผ่านๆ ของผม เป็นแนวเรียบๆ ตามสไตล์ของ ศร สินชัย ครับ ผมขอฝากงานเพลงใหม่ ในรูปแบบใหม่ กับการกลับมาแกรมมี่โกลด์ อีกครั้ง หวังว่าเพลง โมรา 2025 จะโดนใจแฟนๆ กันนะครับ ฝากเป็นกำลังใจให้ผมและทีมงานเบื้องหลังทุกๆ คนด้วยครับ ขอบคุณครับผม”

‘ตังหวายหมายฮัก’ท็อปฟอร์ม ‘เต๋า ภูศิลป์-บิว จิตรฉรีญา’ ใจฟู ยอดวิวพุ่ง 5 ล้านวิว

‘ตังหวายหมายฮัก’ท็อปฟอร์ม  ‘เต๋า ภูศิลป์-บิว จิตรฉรีญา’  ใจฟู ยอดวิวพุ่ง 5 ล้านวิว

‘ตังหวายหมายฮัก’ท็อปฟอร์ม ‘เต๋า ภูศิลป์-บิว จิตรฉรีญา’ ใจฟู ยอดวิวพุ่ง 5 ล้านวิว

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นศิลปินทูตวัฒนธรรมของจริง สำหรับ “เต๋า ภูศิลป์” ที่มักจะหยิบยกทำนองรำต่างๆ มาสานต่อเพื่ออนุรักษ์ไว้ อย่างเพลงล่าสุด ก็ได้ยกทำนองลำตังหวายบ้านเจียก มาสานต่อจนมาเป็น “ตังหวายหมายฮัก” ที่ได้น้องสาว นางเอกหมอลำ No.1 แห่งยุค “บิว จิตรฉรีญา” มาร่วมฟีทเจอริ่ง จนตอนนี้ทำยอดวิวพุ่งไปถึง 5 ล้านวิว ทะยานสู่ล้านต่อๆ ไป

“บิว จิตรฉรีญา” เผยว่า “ต้องขอบคุณอ้ายเต๋าค่ะ ที่ให้โอกาส บิวจิตร มาร่วมถ่ายทอดผลงานดีๆ แบบนี้ค่ะ ถือเป็นเกียรติกับหนูมากๆสำหรับสาวบ้านนาคนหนึ่ง เพราะหนูก็เป็น FC พี่เต๋าอยู่เหมือนกัน ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะไม่คิดว่าวันนึงจะได้มาร้องเพลงกับพี่เต๋า และ FC แม่ๆ ก็ให้การตอบรับดีมาก จนตอนนี้ยอดวิวพุ่งต่อเนื่อง ก็อยากให้ก้าวสู่ล้านต่อๆ ไปอีกค่ะ”

ทางด้าน “เต๋า ภูศิลป์” กล่าวว่า “ผมรู้สึกอิ่มใจมากนะ ที่เพลง ตังหวายหมายฮัก กระแสตอบรับดีแฟนๆ ชอบ เพราะต้องยอมรับว่า
ในยุคสมัยนี้ ยากมากที่จะหยิบยกวัฒนธรรมมาทำให้ถูกใจคนฟังได้ จนตอนนี้ ตังหวายหมายฮัก 5 ล้านวิวแล้ว และก็ยังติดชาร์ตวิทยุมาต่อเนื่องในทุกคลื่นเลย ในฐานะคนทำงาน ผมถือว่าสำเร็จแล้ว ที่เหลือต่อจากนี้คือกำไรล้วนๆ และที่สำคัญน้องสาวผมคนนี้ บิวจิตร ต้องยอมรับว่า เป็นคนที่มีพลังเหลือล้นมาก น้องน่ารัก ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงาน ไม่แน่เพลงต่อๆ ไปอาจจะมีบิวจิตร มาฟีทเจอริ่งอีกก็ได้ รอติดตามนะครับ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สโนว์ไวท์ (Snow White)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สโนว์ไวท์ (Snow White)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สโนว์ไวท์ (Snow White)

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด (Snow White and the Seven Dwarfs) (1937) คือ หนังการ์ตูนของดิสนีย์ในดวงใจพอรู้ว่า สโนว์ไวท์ ถูก ดิสนีย์ นำมาทำใหม่ เป็นไลฟ์แอ๊กชั่นคนแสดงก็เลยรอดู สโนว์ไวท์ (Snow White) ยังคงยึดเส้นเรื่องตาม นิทานหรือฉบับการ์ตูนที่เคยดูกันมา แต่เปลี่ยนรายละเอียดหลักหลายส่วน มีทั้งการตีความใหม่และบิดเรื่องเล็กน้อยเจ้าหญิงน่ารักบอบบางของสโนว์ไวท์แทบจะไม่มี กลายมาเป็นเจ้าหญิงขาลุย แก่น บู๊ แทน

เส้นเรื่องของ สโนว์ไวท์ อาจจะบางเบา ไม่มีจุดพีค ไม่มีอะไรให้ต้องคิดหรือตีความไปเรื่อยๆ ก็เป็นเพราะเรื่องในนิทานดูกันสบายไม่ต้องคิดมาก ราเชล เซเกลอร์ อาจจะเป็น สโนไวท์ ที่โดนตำหนิ หลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่แม้อาจจะขาดเสน่ห์ ความน่ารัก หรือดูบ้านๆ ไม่ค่อยเป็นเจ้าหญิง แต่เธอก็ร้องเล่น เต้น ได้ดี ไม่น่าเกลียดอะไร

ตอนดูแม้จะเป็น สโนว์ไวท์ ผิวดี ร่างเล็ก แต่ด้วยทรงผมหน้าตา ท่าทาง ภาพต่างๆ ในการ์ตูนที่เคนดู หรือในนิทาน ที่เคยอ่านลอยมาทันที ไม่รู้สึกว่า..ไม่ใช่..ไม่มีเลยจริงๆ แล้ว เมื่อเทียบกับเจ้าหญิง ในเรื่องอื่นๆ ของดิสนีย์แล้ว รู้สึกว่า สโนว์ไวท์ เป็นเจ้าหญิงที่สวยน้อยกว่าคนอื่นๆ แถมยังตายเพราะกินจุ กินไม่เลือก กินแอปเปิ้ลอีก

กัล กาโดต์ มาแบบนิ่งๆ ดูสวยเป็นราชินี แต่เสียดายที่แทบจะไม่ได้เล่นอะไร เล่นแข็งทำให้ตัวแม่มด ดูไม่ร้ายเท่าที่ควร ยิ่งตอนปลอมเป็นหญิงชราถือแอปเปิ้ลเข้าป่า ไม่น่ากลัว ดูตลกดูปลอมมาก ภาพรวมความเป็นแม่มด/ราชีนีตัวร้าย แทบไม่มีไม่หลงเหลือ รู้สึกแค่คอยสั่งการเท่านั้น เป็นได้แค่นางอิจฉาเท่านั้นแต่เพราะชื่นชอบกันอยู่แล้ว เรื่องนี้แม้จะดูธรรมดาก็เลยมองข้ามไป

แอนดรูว์ เบอร์แนป พระเอกของเรื่อง ขาดเสน่ห์ ไม่ว่าจะเข้าฉากกับใคร ยิ่งตอนอยู่กับ สโนว์ไวท์ ยิ่งแล้วใหญ่ เลยทำให้ความสนุกลดน้อยลง คนแคระทั้งเจ็ด ชวนให้นึกถึงในการ์ตูน บุคลิกท่าทาง เสื้อผ้าหน้าผม ใช่เลย ชอบ CG ที่ช่วยทำให้รู้สึกเป็นคนแคระที่มีชีวิต มีความน่ารักจริงๆ แค่..เสียดายที่หนังให้ความสำคัญระหว่าง คนแคระกับสโนว์ไวท์น้อยไปนิด ความอบอุ่นความรักความผูกพัน เลยน้อยลงไปฉากในบ้าน ทำความสะอาด ทำอาหารส่งไปเหมือง ถ้าขยี้อารมณ์เหมือนในการ์ตูน คงอินกับเรื่องได้มากกว่านี้ รอดูภาพจำ สโนว์ไวท์หอมแก้ม/จูบ คนแคระ ก็ไม่มีถูกตัดออกไป

แม้ตัวหนังอาจจะดูแข็งขาดเสน่ห์ แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่คงไว้จากต้นฉบับฉบับการ์ตูนชอบ บรรยากาศของความเป็น มิวสิคัลหนังเพลง เสียงเพลงบทร้องที่เล่าเรื่อง ทุกคนทำได้ดี แม้อาจจะไม่กินใจเท่าของเดิม แต่ก็ฟังได้แบบเพลินๆ กระจกวิเศษ..ดูขลัง สวยงามดูมีชีวิตชีวาเหมือนการ์ตูนและที่โดยสุดๆ คือ บรรดาสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยในป่า น่ารักมากทุกตัว ทำให้เรื่องสดใส เพิ่มความสนุกมากยิ่งขึ้นฉากในป่าดีงาม ทั้งช่วงสดใส หรือน่ากลัวๆ ภาพแฟนตาซี มาแบบจัดเต็มภาพคนแคระทั้งเจ็ด เดินบนสะพาน ยามพลบค่ำ ยังคงสวยงามเหมือนเดิมฉากเต้นรำ หลายๆ ฉาก คนเยอะๆ สวยงาม ในแบบมิวสิคัลหนังเพลงละครที่ดีงาม

เสียงไทยที่นำทีมพากย์โดย โบ-เมลดา สุศรี กับ นัท มีเรียก็ทำได้ดีตามมาตรฐานของหนังดิสนีย์เสียงไทย เช่นเดียวกับเนื้อเพลงภาษาไทย ก็โอเค..ไม่ขี้เหร่ แม้ สโนว์ไวท์ (Snow White) อาจจะไม่ค่อยโดนใจ ขาดเสน่ห์ ไร้อารมณ์ร่วมไปบ้าง..แต่ด้วยความที่ชื่นชอบเรื่องนี้ ก็เลยดูได้แบบเรื่อยๆ ไม่ตำหนิ พอรับได้ กับความเปลี่ยนแปลง หรือตีความใหม่ใครจะชอบ ตำหนิติเตียน ไม่สนุก ก็คงเป็นเรื่องความชอบของแต่ละบุคคล กลางๆ เพลินๆ ในระดับ..5/10 คะแนน

‘ฟลุ๊ค ไอน้ำ’คัมแบ๊ก! ซิงเกิ้ลเดี่ยวในรอบ 4 ปี ‘เทแก้วที่เหงา’ กับค่ายใหม่ Wake Music

‘ฟลุ๊ค ไอน้ำ’คัมแบ๊ก! ซิงเกิ้ลเดี่ยวในรอบ 4 ปี   ‘เทแก้วที่เหงา’ กับค่ายใหม่ Wake Music

‘ฟลุ๊ค ไอน้ำ’คัมแบ๊ก! ซิงเกิ้ลเดี่ยวในรอบ 4 ปี ‘เทแก้วที่เหงา’ กับค่ายใหม่ Wake Music

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมามีซิงเกิ้ลเดี่ยวในรอบ 4 ปี สำหรับ “ฟลุ๊ค ไอน้ำ” ศิลปินดังในตำนาน ซึ่งเคยปล่อยซิงเกิ้ลเมื่อ 4 ปี ที่แล้วเพลง ถ้าเขาไม่กลับมา และเบาได้เบา ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด “เทแก้วที่เหงา” กับค่ายเพลง “WAKE MUSIC” โดย “ฟลุ๊ค”เล่าว่า

“สำหรับเพลง “เทแก้วที่เหงา”เป็นซิงเกิ้ลแรกที่ผมทำกับค่าย Wake Music ครับ เพลงนี้ผม Producer เองครับ เรียบเรียงเองทั้งหมด ส่วนทางด้านเนื้อร้องทำนอง ส่ง concept ให้น้องๆ ในกลุ่มนักดนตรีเป็นคนเขียนครับ เนื้อหาสไตล์ก็เป็นเพลงจังหวะสนุก ฟังสบาย ดนตรีผมทำให้ดูใหม่ขึ้นครับ ส่วนเนื้อหาจะประมาณว่ารวมคนโดนเทมาอยู่ในที่เดียวกัน มาเจอกัน มาปลอบใจกันพูดง่ายๆ ว่าต่างคนต่างโดนเทครับ  เอ็มวีถ่ายทำและออนแอร์ไปแล้วครับ บรรยากาศการถ่ายเอ็มวี MV เป็นการเซตฉากขึ้นมาทั้งหมดเลยครับเซตให้เป็นร้านดื่ม โลเกชั่นก็จะอยู่ใกล้ๆ Wake Music เลยครับ เราเซตขึ้นมาจากบ้านร้าง ทำให้กลายเป็นผับยังคิดอยู่เลยครับว่าจะไม่ยกออก เปิดผับต่อเลยมั้ยเรา 555 เราต้องการให้เป็นฉากกลางคืนครับ เราเลยเริ่มกันตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน ไปจบประมาณตีสองครับ ก็ขอฝากซิงเกิ้ลใหม่ด้วยครับ “เทแก้วที่เหงา” ไม่ได้มีผลงานมาหลายปีแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่ตั้งใจทำเอง อยากให้ทุกคนได้สนุกครับ ผมว่าเนื้อหาจะโดนใครหลายคนแน่นอน ขอบคุณมากครับ และฝากซิงเกิ้ลต่อๆ ไปด้วยนะครับ อยากให้ทุกคนติดตาม ปีนี้จะมีออกมาเรื่อยๆ ครับ

พบกับทัพนักแสดงชื่อดัง ในซีรี่ส์จีนยอดนิยม‘สงครามเส้นทางสายไหม’

พบกับทัพนักแสดงชื่อดัง ในซีรี่ส์จีนยอดนิยม‘สงครามเส้นทางสายไหม’

พบกับทัพนักแสดงชื่อดัง ในซีรี่ส์จีนยอดนิยม‘สงครามเส้นทางสายไหม’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ช่อง 9” จับมือกับ “บริษัท เอ็มวี ทีวี(ไทยแลนด์) จำกัด” จัดทัพซีรี่ส์จีนชื่อดัง ยอดนิยมลงจอ คอหนังจีนเตรียมติดได้เลย ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ปักหมุดไว้ เวลา 16.00 น. พบกับซีรี่ส์แนวประวัติศาสตร์เรื่อง “สงครามเส้นทางสายไหม” (Legend Of Zhangku Road) ซึ่งผลิตโดยสถานีวิทยุและโทรทัศน์หูเป่ย, ภาพยนตร์และโทรทัศน์หูเป่ยฉางเจียงหัวเซิง เหยี่ยนหลิงเฟิง กำกับการแสดง

โดยเป็นเรื่องราวในช่วงปลายราชวงศ์ชิง “จางเจียโข่ว” เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่อีกเมืองของจีน การค้าขายในเมืองนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ถนนจางกูเป็นถนนสายหลักจนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมภาคเหนือ ตระกูลหลี่เป็นครอบครัวนักธุรกิจที่โด่งดัง แต่ทุกอย่างกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อผู้นำของตระกูลดันเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เรื่องราวการแย่งชิงอำนาจและสมบัติภายในตระกูลจึงเริ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลี่จุ้นเจี๋ย ที่เป็นลูกชายคนเล็กแต่ถูกกีดกันออกจากกองมรดก ทำให้หลี่จุ้นเจี๋ยต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ในการก่อร่างสร้างตัวเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในวงการธุรกิจบนถนนจางกูแห่งนี้ด้วยตัวเอง

พบกับทัพนักแสดงชื่อดังเพียบ หานต้งรับบท หลี่จุ้นเจี๋ย ลูกชายคนเล็กตระกูลหลี่, ฉีฟ่านซี รับบท ซุนเชี่ยสี่ ภรรยาหลี่จุ้นเจี๋ย, หม่าชิวจื่อ รับบท ซุน ฉีหยุน, จางหนิงเจียง รับบท ฉีซื่อเหนียน ฯลฯ รับรองติดหนึบแน่นอน

3 หนุ่มสายบู๊ ‘แทน-อั้ม-ปอนด์’ บุกค่ายมวยดัง วัดความฟิตพิชิตใจ ‘แสตมป์ แฟร์เท็กซ์’

3 หนุ่มสายบู๊ ‘แทน-อั้ม-ปอนด์’ บุกค่ายมวยดัง  วัดความฟิตพิชิตใจ ‘แสตมป์ แฟร์เท็กซ์’

3 หนุ่มสายบู๊ ‘แทน-อั้ม-ปอนด์’ บุกค่ายมวยดัง วัดความฟิตพิชิตใจ ‘แสตมป์ แฟร์เท็กซ์’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาแล้วจ้า รายการออนไลน์สุดมัน MISSION 7 อีพีนี้ แฟนละครและแฟนมวยไม่ควรพลาด พบกับภารกิจสุดแกร่งที่ได้ 3 หนุ่มหล่อร่างทอง แทน-บุรันช์รัตน์, อั้ม-ถิร และ ปอนด์-โอภาภูมิ มาอวดความฟิตของร่างกาย เพื่อพิชิตใจซูเปอร์สตาร์มวยหญิงเอวหวาน แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก ONE MMA รุ่นอะตอมเวตหญิง แมทช์นี้บอกเลยสุดทุกมิชชัน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ลุ้นสนุก เชียร์มัน แบบติดสังเวียนมวย ต้องยกให้อีพีนี้ MISSION 7 x แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ วัดความฟิตพิชิตใจ

3 หนุ่มต้องทำภารกิจฟิตแอนด์เฟิร์มแบบสุดๆ ทั้งวิ่ง โหนบาร์ พร้อมต่อยมวย ปล่อยพลังหมัด ที่จะเด็ดใจ แสตมป์ นอกจากนี้หนุ่มๆ ต้องอวดสเต็ปเอวหวาน เต้นเพลงดังประจำตัวตาม “แสตมป์” บอกเลยว่าเวทีมวยสะเทือนก็คราวนี้ ว่าแต่ใครจะสวมวิญญาณสายแดนซ์ได้ดีที่สุด ต้องไปตามชมในรายการนอกจากทำภารกิจต่างๆ เสริมความแข็งแรงให้ร่างกายแล้ว แฟนกีฬาห้ามพลาดกับการเผยข่าวดีของ “แสตมป์” ที่เตรียมขึ้นชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้เช่นเดียวกับ 3 หนุ่ม ที่ไม่พลาดฝากผลงานต่างๆ ให้แฟนๆ ได้ไปติดตามและให้กำลังใจกัน คอนเฟิร์มว่าอีพีนี้ สนุก โหด มัน ฮา ถูกใจแฟนละครและแฟนกีฬาแน่นอน ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

Something Sweet ส่งต่อความคิดถึงผ่านซิงเกิ้ลล่าสุด ‘ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป’

Something Sweet  ส่งต่อความคิดถึงผ่านซิงเกิ้ลล่าสุด  ‘ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป’

Something Sweet ส่งต่อความคิดถึงผ่านซิงเกิ้ลล่าสุด ‘ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป’

วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Something Sweet วงดนตรีแนว Retro Pop อารมณ์ดีจาก Shuffle Recordsที่นำเสน่ห์ของเพลงไทยยุค 80 กลับมาสู่คนรุ่นใหม่ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน เคิร์ก-ธมณ ธีรพิชญ์พงษ์ (ร้องนำ),ปลายแถว-ปราชญ์ อนุศิลป์ (ฟลูต), แชค-กฤษฎา ศรีคำวัง (กีตาร์), ออมสิน-พัชรพล นามไพร (กีตาร์), ออมสิน-สัจจนัฐ กัญจน์สัณ (เบส), ไทม์-ธเนศ หมู่แม่ริม (กลอง) และ โฟกัส- ศิวกร อินศิธร (คีย์บอร์ด) เปิดตัวซิงเกิ้ลล่าสุด “ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป” เพลงที่บรรจุอารมณ์คิดถึงไว้ในเมโลดี้หวานละมุน 

หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิต “จดหมายถึงใครคนหนึ่ง” อัลบั้มที่เป็นเสมือนจดหมายที่บอกเล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านทั้ง
10 บทเพลง ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมเพลงใหม่ “ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป’ ที่เปรียบเสมือนการส่งต่อความรู้สึกผ่านองค์ประกอบเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็น พระจันทร์ ดวงดาว แววตา และรอยยิ้มในความทรงจำ ซึ่งผสมผสานกันกลายเป็น “ความคิดถึง” ที่เพียงแค่หลับตาก็พาทุกคนย้อนกลับไปสู่วันวานได้ทันที

จากเวทีเต้นรำสู่บทเพลง Waltz (วอลซ์) แห่งความคิดถึง สิ่งที่ทำให้ “ความคิดถึงกึ่งสำเร็จรูป” โดดเด่นคือพาร์ทดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก งานเต้นรำใต้แสงไฟในราตรีสโมสร ทำให้วงเลือกเรียบเรียงเพลงในสไตล์ Waltz (วอลซ์) ที่ฟังแล้วอยากจะขอมือใครสักคนมาเต้นรำไปด้วยกันนอกจากนี้ เพลงยังได้ “ยักษ์-อนันต์ดาบเพ็ชรธิกรณ์” หรือ ยักษ์ Clash มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิดถึงสตูดิโอที่เชียงใหม่ ยกระดับงานดนตรีของวงให้มีความกลมกล่อมยิ่งขึ้นทางด้าน Music Video วงได้ชักชวน “เบียร์ Buffalo Gags” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “ป๋าตึ้บ” มาร่วมสร้างสีสันและเติมความสนุกตามสไตล์ Something Sweet ทำให้เพลงนี้ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยอารมณ์คิดถึง แต่ยังมีความขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของวงอีกด้วย