ทีมเยาวชนไทย คว้าเหรียญทอง ‘Second prize Award’ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากเวที I-FEST² 2025

ทีมเยาวชนไทย คว้าเหรียญทอง 'Second prize Award' สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากเวที I-FEST² 2025

ทีมเยาวชนไทย คว้าเหรียญทอง ‘Second prize Award’ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากเวที I-FEST² 2025

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.51 น.

ทีมเยาวชนไทยจากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย กระหึ่มโลกคว้ารางวัลเหรียญทองพร้อม Second prize Award สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพจากผลงาน “วิธีการกำจัดผักตบชวาทางชีวภาพแบบใหม่” ในเวทีการแข่งขัน I-FEST² 2025 ประเทศตูนีเชีย ที่มีกว่า 400 โครงงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าชิงชัย ขณะที่ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์คว้า 2 เหรียญเงิน “ผศ.ดร.รวิน” ชื่นชมเยาวชนไทยทั้ง 3 ทีมสร้างชื่อให้ประเทศไทย

ทีมเยาวชนไทยจากโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย คว้ารางวัลเหรียญทอง (Gold Medals) และ Second prize Award (Top 3) สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ The International Festival of Engineering Science and Technology (I-FEST²) 2025 จัดโดย TUNISIAN ASSOCIATION FOR THE FUTURE OF SCIENCES AND TECHNOLOGY ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเทคโนโลยี  กระทรวงเยาวชน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยว MILSET AFRICA และ BRISEC ระหว่างวันที่ 21-27 มี.ค.2568 ณ สาธารณรัฐตูนิเซีย ซึ่งมีผลงานร่วมชิงชัยกว่า 400 โครงงานจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก จากผลงาน “โครงงานวิธีการกำจัดผักตบชวาทางชีวภาพแบบใหม่ที่ผสานประสิทธิภาพของด้วงผักตบชวาและเชื้อราก่อโรคอย่างเหมาะสม” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เยาวชนไทยคิดค้นขึ้น โดยใช้ระบบอัตโนมัติล่อด้วงผักตบชวาให้ติดเชื้อรา Alternaria sp. เมื่อด้วงกินผักตบชวา เชื้อราจะแพร่กระจายและกำจัดผักตบชวาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีที่คุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยรักษาระบบนิเวศแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีสมาชิกในทีม คือนายพิธิวัฒน์  ฉิมพลี ชั้น ม.6.1 นายธนภัทร สมญาพรเจริญชัย ชั้น ม.6.1 น.ส.ณัฎฐ์ชฎา คำดี ชัิน ม.5.2 และนายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร ครูที่ปรึกษา

นอกจากนี้ ยังมีผลงานของทีมเยาวชนไทยที่คว้าอีก 2 เหรียญเงิน จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จากผลงาน “โครงงานการตรวจหาภาวะตาขี้เกียจในเด็กโดยเทคนิคการวัดความหนาแน่นของเส้นเลือดจอประสาทตาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับการบำบัดการทำงานร่วมกันของดวงตาผ่านเครื่องจำลองภาพเสมือนจริง” โดยมีสมาชิกในทีม คือ นายธรรมนิตย์ ไชยภัทรสุทธิกุล นายวิชญ์อภิรักษ์คุณวงศ์ นายศิรพัฒน์ จิตสำราญ และนางสาวสุวรรณา อัมพรดนัย ครูที่ปรึกษา และจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากผลงาน “โครงงานนวัตกรรมสารเคลือบหลุมร่องฟันที่ซ่อมแซมเนื้อฟันและลดโอกาสการผุซ้ำ” สมาชิกในทีม คือ นางสาวนิชาภา จัมปากะนันท์  นางสาวพัชร์พิชา เลิศวิสิฐพล นายยศวีร์ วรภาสไพบูลย์ และนางสุภานันท์ สุจริต ครูที่ปรึกษา

ทั้งนี้ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเยาวชนที่ได้รับรางวัล ว่า ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยทั้ง 3 ทีมที่ได้รับรางวัลถือเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่หาไม่ได้ง่าย ๆ การสนับสนุนและผลักดันเยาวชนไทยให้มีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาติ ถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายของกระทรวง อว.และ NSM ที่มุ่งสร้างศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย เพื่อก้าวสู่บทบาทพลเมืองของโลกได้อย่างมีคุณภาพ นำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

ด้าน ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ NSM ซึ่งได้ร่วมเดินทางไปกำลังใจทีมเยาวชนภายในการแข่งขันฯ กล่าวว่า กระทรวง อว.โดย NSM ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมเยาวชนไทยเข้าร่วมทั้งหมด 3 ทีม ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เพื่อสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ และส่งเสริมเยาวชนในการพัฒนากระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ รวมถึงพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ 

ขณะที่ รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ทีมเยาวชนที่เข้าร่วมในครั้งนี้ คัดเลือกผลงานมาจากเวทีการประกวดระดับประเทศ ได้แก่ ค่ายเวทีนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 20 Thailand Young Scientist Festival (TYSF) และการประกวดนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24 (Thailand Innovation Award)” ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีและชื่นชมเยาวชนทุกคนที่ได้มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่จนได้คว้ารางวัลมาได้สำเร็จ ในปีนี้ผลงานของทีมเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลมาครองได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย หวังว่าจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนสังคมวิทยาศาสตร์ให้ยั่งยืนต่อไป

น.ส.ณัฎฐ์ชฎา คำดี หนึ่งในตัวแทนทีมเยาวชน รร.ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ กล่าวว่า สำหรับแรงบันดาลใจของการพัฒนาโครงงานฯ นี้มาจากการได้สังเกตเห็นผักตบชวาที่กระจายตัวอยู่ในแหล่งน้ำใกล้บ้าน จึงเกิดความคิดในการหาวิธีการกำจัดผักตบชวาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายความสมดุลของธรรมชาติ และพวกเราทุกคนรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและมีคุณค่าอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ นอกจากความสุขจากการได้รับรางวัล สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการที่เราได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนต่างชาติ และได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลายจากหลายประเทศทั่วโลก การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังช่วยให้โครงงานของเราได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้น พวกเราขอขอบคุณทาง NSM สมาคมวิทยาศาสตร์ รวมถึงคุณครูและเพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยให้การสนับสนุนและช่วยเหลือจนเรามาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ

-(016)

found & found เปิดตัวสาขาใหม่ พีทีที สเตชั่น พระราม 4 พร้อมช้อปสินค้า 7 แบรนด์ฮิตจาก OLIVE YOUNG

found & found เปิดตัวสาขาใหม่ พีทีที สเตชั่น พระราม 4 พร้อมช้อปสินค้า 7 แบรนด์ฮิตจาก OLIVE YOUNG

found & found เปิดตัวสาขาใหม่ พีทีที สเตชั่น พระราม 4 พร้อมช้อปสินค้า 7 แบรนด์ฮิตจาก OLIVE YOUNG

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.39 น.

found & found ยกระดับการช้อปบิวตี้ไอเทมให้สนุกและง่ายกว่าที่เคย กับการเปิดร้าน found & foundสาขาพีทีที สเตชั่น พระราม 4 (กล้วยน้ำไท) ซึ่งเป็นสาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SIMPLE. EASY. EVERYSKIN.” ที่ยังคงคาแรกเตอร์ความเรียบง่าย ทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างแท้จริง พร้อมพบกับสินค้า 7 แบรนด์ขายดีใน OLIVE YOUNG วางจำหน่ายครบพร้อมกันที่นี่ ที่เดียว!

found & found ร้านจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามจากชั้นนำ ญี่ปุ่น-เกาหลี ภายใต้ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด หรือ ORHW ฉลองเปิดตัว สาขาที่ 7 ด้วยไฮท์ไลท์สุดปังกับการยกทัพ 7 แบรนด์ดังขายดีใน OLIVE YOUNG ประเทศเกาหลี มาจำหน่ายพร้อมกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ รวมครบในที่เดียว     ที่แรกในไทย เอาใจสายบิวตี้ที่อยากสัมผัสเทรนด์ความงามก่อนใคร โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น BIO HEAL_BOH สกินแคร์ที่เน้นการยกกระชับและฟื้นฟู สร้างผิวสุขภาพดีจากภายใน BRING GREEN   วีแกนสกินแคร์ผสานส่วนผสมจากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวเปล่งประกาย ดูฉ่ำวาว ROUND A’ROUND ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าจากผงมัทฉะพรีเมียมพร้อมผลิตภัณฑ์ Body Mist สเปรย์น้ำหอมกลิ่นธรรมชาติที่ช่วยให้รู้สึกที่ผ่อนคลาย WAKE MAKE และ Colorgram ที่จะทำให้การแต่งหน้ากลายเป็นเรื่องสนุก พร้อมเติมสีสันให้ลุคของคุณดูโดดเด่น FILLIMILL ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์แต่งหน้าคุณภาพระดับมืออาชีพ ช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย ปิดท้ายด้วย IDEAL FOR MEN สกินแคร์โซลูชั่นสำหรับผู้ชายที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ ให้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความมั่นใจ

 นอกจากไอเทมสุดฮิตใน OLIVE YOUNG แล้ว found & found ยังคัดสรรสินค้าสุขภาพและความงามทั้งจากไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว เมคอัพไอเทมสุดฮอต ที่ช่วยครีเอทลุคให้โดดเด่น อาหารเสริมและวิตามินบำรุงผิวพรรณ ไปจนถึง อุปกรณ์ความงาม ที่ช่วยเติมเต็มทุกขั้นตอนของการดูแลตัวเอง เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้อย่างง่ายดาย found & found พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการช้อปปิ้ง ให้สนุก เพลินเพลิน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทำให้การช้อปปิ้งสินค้าสุขภาพและความงามเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิม พร้อมกันนี้ได้เปิดให้บริการสั่งสินค้าผ่านทาง GrabMart อีกช่องทางหนึ่งทำให้ท่านได้รับสินค้า ส่งตรงถึงหน้าบ้าน ได้อย่างทันใจ

ช้อปก่อน อินก่อน! พบกันได้ที่ found & found สาขาใหม่ล่าสุด พีทีที สเตชั่น พระราม 4 (กล้วยน้ำไท) พร้อมให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์บิวตี้สุดพิเศษ ตั้งแต่ 28 มีนาคมนี้เป็นต้นไป หรือเลือกช้อปที่สาขาใกล้บ้าน พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครได้ที่LINE Official Account: @foundnfound หรือhttps://bit.ly/foundnfound-line

#found&found #SimpleEasyEveryskin #ORHW #OLIVEYOUNG #สาขาพระราม4 #genderless

#No1JandKBeautyต้องfoundnfound #ร้านจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามจากเกาหลีญี่ปุ่น

‘คยองกี’ ศูนย์กลาง MICE ใกล้โซล ลงตัวทั้งธุรกิจและการท่องเที่ยว

‘คยองกี’ ศูนย์กลาง MICE ใกล้โซล ลงตัวทั้งธุรกิจและการท่องเที่ยว

‘คยองกี’ ศูนย์กลาง MICE ใกล้โซล ลงตัวทั้งธุรกิจและการท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

“คยองกี” เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ มีทั้งหมด 31 เมือง และเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุด มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าสนใจมากมาย รวมถึงมีเทคโนโลยี ระบบขนส่ง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ทำให้คยองกี เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจไทยไม่ควรพลาด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ “องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี” หรือ GTO ได้เปิดสำนักงานตัวแทนในกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ นับเป็นหน่วยงานท่องเที่ยวท้องถิ่นเกาหลีแห่งแรกที่มีสำนักงานในต่างประเทศ มุ่งขยายกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการตลาดระดับสากลอย่างมีประสิทธิภาพ

นาย ลี นัม จู  หัวหน้าทีมนโยบายการท่องเที่ยว จังหวัดคยองกี กล่าวว่า “การที่มีสำนักงานตัวแทนในกรุงเทพฯ จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดคยองกีอย่างเต็มที่ เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มาเยือนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจังหวัดคยองกียังมีศักยภาพพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเกาหลีในไทย และจะเป็นศูนย์กลางใหม่ของอุตสาหกรรม MICE”

นอกจากนี้ยังมี “ประกันความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้ มอบความคุ้มครองฟรีให้กับนักท่องเที่ยวครอบคลุมเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเดินทางในจังหวัดคยองกีโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจและสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

คยองกี ศูนย์กลางใหม่ของอุตสาหกรรม MICE

จังหวัดคยองกี นับเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้กรุงโซล ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวกผ่านท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนและท่าอากาศยานนานาชาติคิมโพ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวหลักของเกาหลีอย่างยอดเยี่ยม จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดงาน MICE

ทั้งยังมีศูนย์ประชุมและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดแสดงและการประชุมขนาดใหญ่ เช่น KINTEX (Korea International Exhibition Center) รวมถึงยังมีโรงแรมและห้องประชุมที่รองรับการจัดงาน MICE ทุกขนาดได้อย่างครบวงจร

นอกจากนี้ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี ยังมีโครงการสนับสนุนบริษัทและองค์กรจากประเทศไทยที่ต้องการจัดงาน MICE ในจังหวัด โดยให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ ค่าเช่าสถานที่ การตลาด และโปรแกรมท่องเที่ยวเสริม MICE ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้คยองกีกลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับสากลสำหรับงานประชุมและอีเวนต์สำคัญ

“ในอนาคต เราจะเดินหน้าพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง และขยายเครือข่ายระดับโลก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม MICE ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง

หัวหน้าทีมนโยบายการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี เผยด้วยว่า จะมีสินค้าและบริการที่หลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) และนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม รวมถึงการดึงดูดการท่องเที่ยวประเภทที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ทัวร์สำหรับ Incentive Tour เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในตลาดประเทศไทย

โดยในปี 2024 จังหวัดคยองกีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.17 ล้านคน เพิ่มขึ้น 48.3% เมื่อเทียบกับปี 2023 ที่ผ่านมา และฟื้นตัวถึง 83.2% เทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 คาดว่าในปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีกจากกระแส K-Culture และแพ็กเกจท่องเที่ยวใหม่ๆ

ด้านนักท่องเที่ยวชาวไทย เมื่อปี 2019 ก่อนเกิดโควิด มีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนเกาหลีประมาณ 570,000 คน ล่าสุดปี 2024 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงเหลือประมาณ 330,000 คน ซึ่งในปี 2025 นี้คาดหวังว่า นักท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นตัวเลขเดิม ที่ประมาณ 570,000 คน

แนะนำ 5 ที่เที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

• DMZ หรือเขตแดนปลอดทหาร ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความจริงของการแบ่งแยกระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยสามารถชมทิวทัศน์ของเกาหลีเหนือจากหอสังเกตการณ์โดรา นั่งกระเช้าลอยฟ้า และสำรวจอุโมงค์หมายเลข 3 เพื่อย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์และความหมายของสันติภาพในเกาหลี

• Everland – เอเวอร์แลนด์ สวนสนุกที่มีชื่อเสียงระดับประเทศของเกาหลี เหมาะกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากเครื่องเล่นตื่นเต้นอย่างโรลเลอร์โคสเตอร์ ชมสวนสวยงาม ขบวนพาเหรด และซาฟารี ที่เต็มไปด้วยความสนุกหลากหลาย

• Rice Flower Farmer – สัมผัสบรรยากาศเกษตรกรรมและวัฒนธรรมพื้นเมืองแบบดั้งเดิมของเกาหลี ผู้เยี่ยมชมสามารถลงมือปลูกข้าวและเก็บเกี่ยวข้าวด้วยตัวเอง พร้อมทั้งลิ้มลองอาหารท้องถิ่น จะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำสำหรับทุกคน

• Petite France & Italian Village – หมู่บ้านยุโรปสุดโรแมนติกในเกาหลีที่มีบรรยากาศของฝรั่งเศสและอิตาลีซึ่งที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร เกาหลียอดนิยม อย่าง You Who Came From the Stars และ Secret Garden อีกทั้งยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมหลากหลายและสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์

• Gapyeong Begonia Bird Park – สวนนกเบโกเนีย ที่กาพยอง เป็นสวนดอกไม้เต็มไปด้วยดอกเบโกเนียหลากสีสัน สร้างบรรยากาศเหมือนกับการเดินเข้าไปในโรงเรือนแห่งยุโรป และยังมีนกสุดน่ารัก มีมุมถ่ายรูป ที่สามารถเก็บภาพประทับใจท่ามกลางดอกไม้ได้อย่างสวยงาม

นอกจากนี้ จังหวัดคยองกียังมีสถานที่สำคัญอย่าง “ป้อมปราการนัมฮันซานซอง” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก และในเดือนกันยายนจะมีเทศกาล Suwon Hwaseong Cultural Festival รวมถึงเทศกาลต่างๆ อีกมากมายที่จัดขึ้น

นาย ลี นัม จู  หัวหน้าทีมนโยบายการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี กล่าวปิดท้ายว่า “จังหวัดคยองกี เปรียบเสมือนเกาหลีใต้ย่อส่วน ที่นี่คุณจะได้สัมผัสทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเกาหลี พร้อมกับประสบการณ์อันหลากหลายทั้งในเมืองและท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามได้ในที่เดียว ผมหวังว่าชาวไทยจะได้มาเยือนจังหวัดคยองกีมากขึ้น เรายินดีต้อนรับทุกท่านเสมอครับ”

-(016)

‘หน่อย-กู้’รับจบ’สวยยันตาย’เมินผู้ชาย-กอดคอครองโสด!?!

'หน่อย-กู้'รับจบ'สวยยันตาย'เมินผู้ชาย-กอดคอครองโสด!?!

‘หน่อย-กู้’รับจบ’สวยยันตาย’เมินผู้ชาย-กอดคอครองโสด!?!

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่นักแสดงรุ่นใหญ่ที่เคยมีผลงานละครทางช่อง 7 มากมาย แม้ว่าพักหลังๆ “กู้” วาสิฏฐี ศรีโลฟุ้ง และ “หน่อย” สุรัตนา ข้องตระกูล จะห่างหายจากจอทีวีไปนาน แต่ทั้งคู่ไม่เคยห่างหายจากกัน ยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่คอยดูแลกายและใจกันอยู่เสมอ ล่าสุดควงคู่มาเปิดใจถึงมิตรภาพที่คบกันมายาวนาน นับตั้งแต่สมัยเป็นนักแสดงแรกรุ่น จนถึงตอนนี้อายุเข้าสู่วัยเกษียณกันแล้ว ก็เพราะมีนิสัยที่คล้ายกัน จึงเป็นคู่บัดดี้ที่พากันกิน พากันเที่ยว แถมยังพากันสวยอีกด้วย

 “จริงๆ งานแสดงก็มีคนติดต่อมา แต่อุตสาหกรรมละครหรือภาพยนตร์เปลี่ยนไป แล้วอยู่ดีๆ ขอลดค่าตัวเยอะมาก ไอ้เราจะเล่นละครให้ไม่เต็มร้อยตามค่าตัว ก็ไม่ได้ เพราะเวลาเล่นก็วิญญาณเข้าสิงเนอะ เราก็เต็มที่ ถามว่าอยากเล่นไหม ดูเพื่อนๆ เราอยู่ในจอก็อยากเล่น คิดถึงเพื่อนเวลากินอาหารกองถ่ายก็สนุกเม้าส์มอยส์ เรื่องสุดท้ายน่าจะเป็นเรื่อง ตุ๊กตา ทางช่อง7 เวอร์ชั่นล่าสุดที่ลูกพี่ตุ๋ย(อรุณ ภาวิไล)เป็นนางเอก ก็อยากเล่นอีก แต่ค่าขนมต้องเหมือนเดิมนะ มันลดเยอะไม่ไหว แต่เอาตรงๆ ค่าขนมเราสองคนก็ไม่ได้เยอะนะ ถ้าขอลดอีก เดี๋ยวจะเล่นให้ฟรีแล้วค่ะ(หัวเราะ)” กู้-วาสิฎฐี เริ่มสนทนา ขณะที่ หน่อย-สุรัตนา กล่าวเสริมว่า “ของหน่อยก็มีบ้างประปราย แต่ก็น้อยลงค่ะ”

จากนั้นทั้งคู่พูดในทำนองเดียวกันว่า ถ้าได้กลับไปเล่นละครอีก สามารถเล่นได้ทุกบทบาท ตั้งแต่ยาจกยันคุณหญิงคุณนาย คนดีตัวร้ายเคยเล่นมาหมดแล้ว พอถามว่าได้คุยกับผู้จัดละครบ้างหรือไม่ ทั้งคู่ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันอีกว่า ส่วนใหญ่จะติดต่องานกับธุรกิจกองถ่ายมากกว่า ไม่ค่อยได้คุยตรงกับผู้จัดฯ เพราะเป็นคนไม่เข้าหาผู้ใหญ่เหมือนกัน หากเป็นคนเข้าหาผู้ใหญ่เป็นก็อาจจะมีละครเล่นมากกว่านี้ก็ได้ กระทั่งถูกแซวว่า ไม่มีละครเล่นแต่ก็อยู่ดีกินดีกว่าดารารุ่นเก่าหลายคน ที่ไม่มีงานแสดอาจจะมีชีวิตลำบาก กู้-วาสิฏฐี รีบบอกว่า

“กู้ทำธุรกิจกับที่บ้าน ก็มีอะไรทำบ้าง พอประทังชีวิตไปวันๆ(หัวเราะ) หน่อยก็ทำธุรกิจกับน้อง พอให้ไม่เหงา แต่จริงๆ ด้วยความที่เราสองคนใช้ชีวิตแบบพอเพียงมากกว่า เอาตรงๆ นะ ทุกวันนี้ก็ยังนั่งรถเมล์ บางคนอาจจะมองว่ายัยนี่ตกอับแน่ๆ แต่เราชอบแบบนี้ นั่งรถเมล์แล้วต่อรถไฟฟ้า เวลาเดินก็ถือว่าได้ออกกำลังกายยามชรา อย่าไปคิดมาก ชีวิตเรามีขึ้นมีลง ใช่ว่าเราจะเป็นนางฟ้าตลอด (หน่อยกล่าวเสริมว่า : เนี่ย คือเรามีวิธีคิดแบบนี้เราก็เลยมีความสุข) ใช่ วันนี้เรากินเหลาแพง พรุ่งนี้เราอาจจะไปกินข้าวแกงกันสองคน กินฟาสฟู๊ดสองคนมีความสุขเม้าส์มอยส์กัน เราก็ทำแบบนี้ตลอดชีวิตเราสองคน (คนไม่ค่อยรู้?) อ๋อ คนคิดว่ากินดีอยู่ดี ต้องปาร์ตี้ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นเงินไม่เหลือค่ะ เราต้องเผื่อไว้ใช้ยามแก่ เราต้องบริหารเงินให้เหลืออยู่ เพราะถ้าเราลำบาก เราก็ไม่รู้จะไปหยิบยืมใคร เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้เป็น เอาจริงๆ เพื่อนจะรู้ว่าเมื่อก่อนเป็นคุณนายมาก ไม่เคยลำบาก ชีวิตสบายมาตลอด แต่วันหนี่งเราต้องปลงให้ได้ เพราะจุดๆ หนึ่งของชีวิตทุกคนไม่ได้สวยหรูตลอด เราใช้ชีวิตได้สบายๆ หน่อยเค้าก็เหมือนกัน”

กระทั่งต่างคนได้พูดถึงความสัมพันธ์ที่คบกันมายาวนาน โดย กู้-วาสิฏฐี บอกว่า “อันนี้พูดจากใจเลย คือหน่อยเป็นคนนิสัยดีมาก เค้าเป็นคนไม่เคยนินทาใครเลย บางทีมีเรื่องอึดอัดอะไรก็ไม่พูด แต่ผิดกับกู้ กู้ลุยแล้วชนเลย คือเป็นคนไม่เก็บ ลุยแล้วจบ แต่เค้าก็จะนิ่งๆ คือดีเกินที่จะอยู่ตรงนี้นะ แต่เราก็อยู่นานพอๆ กัน 30 ปีแล้วมั้ง” ด้าน หน่อย-สุรัตนา บอกว่า “เรามีอะไรเหมือนกัน เช่นใช้ชีวิตติดดิน อยากนั่งรถไฟฟ้า ขึ้นรถเมล์คล้ายๆ กัน คุยกันได้ทุกเรื่อง คือเค้ารับเราได้ที่เราเป็นเรา รับได้ที่เค้าเป็นอย่างนี้นะ แล้วก็จริงใจไม่มีแบบต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง (คนไม่ค่อยเห็นมุมดาราเก่าๆ ที่รักกันนานขนาดนี้?) ใช่ แต่ส่วนใหญ่ก็ไปมีครอบครัวไง เค้าก็ดูแลลูกสามีเค้า ก็ห่างจากเพื่อน (เราคือโสดทั้งคู่?) อ่า ใช่ ตอนนี้โสดค่ะ”

พอพูดถึงเรื่องโสด หน่อย-สุรัตนา เปิดใจต่อว่า อายุป่านนี้แล้ว ขออยู่อย่างนี้สบายใจกว่า ชอบอยู่คนเดียวเป็นอิสระดี ขณะที่ กู้-วาสิฏฐี ก็ไม่อยากมีเหมือนกัน แถมพูดติดมุกฮาว่า ตอนนี้อายุเท่าเสี่ยแล้วจะให้เสี่ยเลี้ยงคงไม่ไหว จะให้คบเด็กก็กลัวมาเป็นชาวเกาะ กลัวเด็ดหลอกเพราะห่วงเงินตัวเองมาก ฉะนั้นทุกวันนี้ ไม่มีแฟนก็ไม่เหงาเลย จะโทรหากัน ช่วยดูแลกันและกันทั้งกายทั้งใจ มีอะไรก็นึกถึงกันตลอด อย่างล่าสุดเพิ่งทำศัลยกรรมหน้ามา ก็ชวนเพื่อนมาทำสวยด้วยกกัน

“เราเป็นคนตรงๆ ถ้าตรงไหนที่ไม่สวย ควรจะทำแล้ว เหี่ยวแล้ว ก็แนะนำกันเลย กู้ทำ กู้ก็เอาเพื่อนมาด้วย รักเพื่อน เพื่อนต้องสวยด้วยกัน ผู้หญิงเราอย่าหยุดสวย แล้วถ้าอยากสวยให้พึ่งหมอเลย สวยธรรมชาติไม่มี มีแต่ธรรมชาติลงโทษ(หัวเราะ) ตอนเนี๊ยะ เราต้องสวยด้วยมือหมอ ใครถามก็บอกเลย แต่ตอนแรกก็ไม่ชอบศัลยกรรม จะแอนตี้นะ แต่พอตอนหลังเริ่มรับตัวเองไม่ได้ คือส่องกระจกแล้ว โหย เหี่ยวมาก ร่องแก้มเยอะ ฟิลเลอร์ก็แล้ว ร้อยไหมก็แล้ว ไปไหนคนก็เรียกป้ายาย เลยหาข้อมูล ดูรีวิวเยอะ จนมาเจอคลีนิก วายเคเจ(YKJ Medical Center) คนดังๆ มาทำกันเยอะ พอเราได้มาทำแล้ว ไม่คิดว่าเราจะสวยได้ขนาดนี้ พอใจมากถึงมากที่สุด คือมีความสุขก่อนตายอ่ะ(หัวเราะ) ยังพูดกับที่บ้านเลย เวลาฉันตาย ฉันจะได้นอนสวยๆ จมูกโด่งๆ นี่บอกลูกไว้ว่าถ้าฉันตาย ให้ใส่ชุดเจ้าหญิงกรุยกราย ฉันจะนอนตายแบบสวยๆ คือสวยยันศพน่ะ”

ทางด้าน หน่อย-สุรัตนา บอกว่าตั้งแต่หน้าเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยนมามีความสุขมากขึ้น มีแต่คนชมว่าสวยและดูเด็กลงไปมาก “รู้สึกเลยว่าชีวิตเปลี่ยนไปจริงๆ ในเฟซบุ๊คหน่อยอ่ะ ผู้ชายเข้ามาทักเยอะมาก ไม่รู้ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า แต่ก็เข้ามาชมเยอะ แล้วตอนไปทำบัตรขึ้นรถไฟฟ้า คือทำตอนอายุ 60 แล้วจะได้ครึ่งราคา ก็เอาบัตรยื่นให้เขา เขามองบัตรแล้วหันไปซุบซิบกัน ประมาณว่า 60 จริงเหรอ(หัวเราะ) เราก็ยืนยิ้มมีความสุข สุดท้ายเขาก็ทำบัตรให้ (รับเบี้ยคนชราแล้วใช่มั้ย?) รับแล้วค่ะ(ยิ้ม) กู้รับปีหน้า”

 ขณะที่  สาวกู้ นั่งข้างๆ ออกปากชมเพื่อนว่าฮอตเพราะสวยมากขึ้นจริงๆ แล้วโผกอด สาวหน่อย ก่อนจะบอกว่า “หน่อยเขาสวยจนแบบภูมิใจ(กอด) ทุกวันนี้เรามีความสุขกันมาก ตื่นมาส่องกระจกก็มีความสุขแล้ว เห็นหน้าสวยก็มีความสุข ไม่เหี่ยวแล้ว(ยิ้ม) แล้วก็มีเรื่องตลกคือ วันก่อนนั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู เรากำลังจะนั่งตรงที่นั่งสำหรับคนชรา ก็มีผู้หญิงคนนึง จะแย่งเรานั่ง เราก็มองหน้า เออ เค้าคงลำบากกว่าเรา เลยจะลุกให้เขานั่ง ลุกให้ดีๆ แต่นางพูดว่ายังไงรู้ไหม พี่อายุ 55 แล้วนะคะ อุ๊ย ฉันยอมไม่ได้ ฉันควักบัตรประชาชนขึ้นมาเลยค่ะ แล้วบอกเค้าว่า พี่ 59 แล้วค่ะน้อง(หัวเราะ) คือเอาจริงๆ ไม่อยากจะขิงใส่ แต่นางขิงเราก่อน(หัวเราะ) ตอนแรกว่าจะโกรธ ตอนหลังไม่โกรธ นี่แสดงว่าเราหน้าเด็กนะ ก็ถามเขาว่าพี่จะนั่งไหมคะ ก็เรียกเขาพี่แหละ(หัวเราะ)”

เมืองไทยประกันภัย คว้ารางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมน่าเชื่อถือสูงสุด

เมืองไทยประกันภัย คว้ารางวัล 2024-2025 Thailand's Most Admired Company บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมน่าเชื่อถือสูงสุด

เมืองไทยประกันภัย คว้ารางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมน่าเชื่อถือสูงสุด

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.01 น.

เมืองไทยประกันภัย คว้ารางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมน่าเชื่อถือสูงสุด 

นางสาวนวลวรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับโล่รางวัล 2024 – 2525 Thailand’s Most Admired Company ในฐานะที่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกเป็น “บริษัทที่มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมน่าเชื่อถือสูงสุด” จากโครงการงานวิจัย โดยนิตยสาร BrandAge ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

2024-2025 Thailand’s Most Admired Company เป็นโครงการงานวิจัยที่นิตยสาร BrandAge  

จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และมีการจัดอันดับบริษัทต่างๆ โดยใช้หลักการการชี้วัดความชื่นชอบของผู้บริโภคที่มีต่อบริษัทที่มีความโดดเด่นในด้านความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Performance) ภาพลักษณ์ (Image) การบริหารการจัดการ (Management) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และการบริการ (Service)

นางสาวนวลวรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “ในนามตัวแทนของบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณ  BrandAge คณะผู้วิจัยทุกท่าน และ ทุกๆ เสียงโหวต ที่มอบรางวัลนี้ให้กับเมืองไทยประกันภัย รางวัลนี้เป็นแรงใจให้พวกเราคนทำงาน และเป็นกำลังใจให้เราทำสิ่งดีๆ เพื่อลูกค้า เพื่อสังคมต่อไปค่ะ”

อีกทั้ง เมืองไทยประกันภัย ยังได้รับการจัดอันดับ 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด เป็นอันดับ 2  กลุ่มธุรกิจประกันภัย โดยมีรายละเอียดคะแนนดังนี้

Innovation = 6.90 คะแนน

Performance = 6.82 คะแนน

Image = 6.88 คะแนน

Management = 6.86 คะแนน

sustainable development = 6.86 คะแนน

Service = 7.00 คะแนน

และ ยังได้รับการจัดอันดับ 2025 Thailand’s Most Admired Brand แบรนด์ประกันภัยที่น่าเชื่อถือ ปี 2025 เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มธุรกิจประกันภัย ด้วยคะแนนร้อยละ 20.30 จากหมวดธนาคารและบริการทางการเงินอีกด้วย

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เรายังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและพันธมิตรทุกท่าน ด้วยการสานต่อพันธกิจขององค์กรที่มีมาตลอด 93 ปี ไม่เพียงเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัย แต่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้สังคมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการช่วยเหลือและความรับผิดชอบ ต่อสังคมให้กับบุคลากร เสริมสร้างการมีส่วนร่วม สร้างสรรค์พลังแห่งคุณค่ากับทุกภาคส่วน ให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้รับการคุ้มครองที่ดีที่สุด สามารถดำเนินชีวิตและธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง และยัง “ยิ้มได้ เมื่อภัยมา”

-(016)

คลายร้อนไปกับข้าวแช่ เมนูฤดูร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

คลายร้อนไปกับข้าวแช่ เมนูฤดูร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

คลายร้อนไปกับข้าวแช่ เมนูฤดูร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.59 น.

เชิญชวนสมาชิกแมริออท บอนวอย มาดับร้อนในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติอาหารต้นตำรับ ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือได้ทั่วราชอาณาจักร

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) โปรแกรมการเดินทางและมาร์เก็ตเพลสด้านการท่องเที่ยวของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย เชิญชวนสมาชิกร่วมฉลองการเริ่มต้นของฤดูร้อนในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายนนี้ด้วยการจัดโปรโมชั่นต่อเนื่อง ซึ่งเน้นการนำเสนอรสชาติที่ให้ความสดชื่นของข้าวแช่ อาหารสดใหม่และกลิ่นหอมละมุนที่ช่วยให้แขกคลายร้อนในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี

ข้าวแช่ที่มีความหมายตรงตัวว่า “ข้าวแช่ในน้ำ” ประกอบด้วยข้าวในน้ำดอกมะลิแช่เย็นในชามที่สวยงาม พร้อมด้วยเครื่องเคียงรสหวาน เปรี้ยว เผ็ด และเค็ม เป็นการผสมผสานของรสชาติที่ปลุกเร้าหลากหลายประสาทสัมผัส สูตรอาหารโบราณนี้มีต้นกำเนิดในอาณาจักรมอญ และได้รับการปรับปรุงและพัฒนาโดยราชสำนักไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5, พ.ศ. 2411-2453) และปัจจุบันได้กลายเป็นเมนูเด่นที่อยู่คู่กับฤดูร้อนในประเทศไทย

แขกที่มารับประทานอาหารสามารถเพลิดเพลินกับสูตรอาหารอันประณีตและเก่าแก่ได้ที่โรงแรมในพอร์ตฟอลิโอของแมริออท บอนวอย หลากหลายแห่งในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ ที่ เดอะ สยาม ที รูมท์ (The Siam Tea Room) ร้านอาหารไทยแท้ที่มาพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) นำเสนอเมนูข้าวแช่แบบมีระดับชวนให้หวนรำลึกถึงช่วงเวลาในอดีต ด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างสับปะรดย่างกับพริกแห้ง ถั่วทองและกุ้งแห้ง และน้ำลิ้นจี่เป็นเครื่องดื่มต้อนรับ ตามด้วยสำรับข้าวแช่ครบเซ็ต ขณะที่ เดอะ สยาม ที รูมท์ (The Siam Tea Room) สาขาสุขุมวิท 22 ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) เชิญชวนแขกให้มาลิ้มลองเซ็ตเมนูสุดคลาสสิก ซึ่งรวมถึงอาหารเรียกน้ำย่อยเพิ่มความสดชื่นด้วยกระท้อนน้ำแข็งไสกับหมูฝอยและส้มซ่า

นอกจากนี้ สำหรับในกรุงเทพฯ สามารถเลือกอิ่มอร่อยได้ที่ บิสโทร เอ็ม (Bistro M) ณ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ตเม้นท์ สุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพฯ ( Marriott Executive Apartments Sukhumvit Park ) ซึ่งนำเสนอเมนูอาหารที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมนี้ ทั้งแบบรับประทานที่ร้านและซื้อกลับบ้าน หรือห้องอาหาร ฟิฟท์ตี้ เซเว่น สตรีท (57th Street) ณ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit) ร่วมนำเสนอเซ็ตเมนูยอดนิยมตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีสีสันของประเทศไทยนี้เช่นกัน ส่วนห้องอาหาร เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel) เมนูสูตรโบราณนี้ได้รับการปรุงสดใหม่ด้วยข้าวออร์แกนิกที่คัดสรรมาจากเกษตรกรท้องถิ่นในจังหวัดอำนาจเจริญ และที่ห้องอาหาร เฟลเวอร์ส  (Flavors) ของโรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ (Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel) จะจัดสรรมุมที่ให้บริการปรุงเมนูนี้แบบสดใหม่ไปพร้อมกับบริการบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลนานาชาติที่ได้รับความยอดนิยมอย่างมากในขณะนี้ ส่วนที่ โมโม่ คาเฟ่ (MoMo Café) ของโรงแรมคอร์ทยาร์ด โดย แมริออท กรุงเทพฯ (Courtyard by Marriott Bangkok) และ ช้อน ส้อม (Chon Som All Day Dining) ที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท แบงค์คอก สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ท (Courtyard by Marriott Bangkok Suvarnabhumi Airport) จะนำเสนอรสชาติของข้าวแช่เป็นส่วนหนึ่งของเมนูพิเศษฉลองสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน

ที่ห้องอาหารแบงค็อก เบกกิ้ง คอมพานี  (Bangkok Baking Company) โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (JW Marriott Hotel Bangkok) เชฟแตง ธนันท์ธร บุนนาค นำเสนอศิลปะแห่งการปรุงข้าวแช่ด้วยข้าวหอมมะลิที่อบอวลด้วยน้ำลอยดอกไม้อย่างประณีต และเสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงทำมือ ที่ห้องอาหาร ธาราทอง (Thara Thong) โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok) แขกจะได้เพลิดเพลินกับอาหารชาววังนี้ในบรรยากาศอันหรูหราริมแม่น้ำ ที่ซึ่งสูตรอาหารต้นตำรับและวิวที่สวยงามแม่น้ำเจ้าพระยาจะสร้างประสบการณ์ประทับใจไม่รู้ลืม อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการลิ้มลองเมนูสุดพิเศษนี้คือ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ (The Lobby Lounge) โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongse) ที่พร้อมเสิร์ฟข้าวแช่กับเครื่องเคียงอีก 6 ชนิด

ทิวเขาเขียวขจีทางภาคเหนือของไทยเหมาะจะเป็นฉากหลังสำหรับการรับประทานอาหารมื้อพิเศษสุดประทับใจ โดยผู้ที่สนใจหรือโปรดปรานเมนูอาหารไทยอันเป็นเอกลักษณ์นี้สามารถเพลิดเพลินกับสุดยอดรสชาติต้นตำรับไทยแท้และล้านนาได้ที่เลเทส เรซิพี (Latest Recipe) ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) และบนชายฝั่งทะเลตะวันออกอันเงียบสงบซีซอลท์คาเฟ่ (C-Salt Café) ณ โรงแรมระยอง แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Rayong Marriott Resort & Spa) นำเสนอรสชาติอันเป็นอมตะเหนือกาลเวลานี้พร้อมทิวทัศน์ทะเลอ่าวไทยที่สวยระยิบระยับ และสุดท้าย มาลิ้มลองข้าวแช่ควบคู่ไปกับการดื่มด่ำทัศนียภาพของทะเลอันดามันอันไร้ขอบเขตที่ห้องอาหาร ตะเกียง (Takieng) จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการรับประทานอาหารริมชายหาดที่โรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (Renaissance Phuket Resort & Spa)

แมริออท บอนวอย พร้อมด้วยโรงแรมและรีสอร์ทในพอร์ตฟอลิโอมากกว่า 60 แห่งในประเทศไทย ขอเชิญชวนนักเดินทางมาสัมผัสแก่นแท้อันน่าหลงใหลของฤดูร้อนที่มีชีวิตชีวาในประเทศไทย ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยในเดือนเมษายน พร้อมโอกาสการเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจทั่ว “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” แห่งนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมริออท บอนวอย และเพื่อจองโปรแกรมการพักผ่อนขั้นสุดของคุณในประเทศไทย กรุณาคลิกที่นี่ : https://www.marriott.com/search/findHotels.mi?searchType=InCity&destinationAddress.city=&destinationAddress.country=TH&deviceType=desktop-web&view=list

-(016)

BOYY เปิดตัวคอนเซปต์สโตร์ใหม่ล่าสุด ‘BOYY SPACE 05: CHILI MARKET’ ณ ไอคอนสยาม

BOYY เปิดตัวคอนเซปต์สโตร์ใหม่ล่าสุด 'BOYY SPACE 05: CHILI MARKET' ณ ไอคอนสยาม

BOYY เปิดตัวคอนเซปต์สโตร์ใหม่ล่าสุด ‘BOYY SPACE 05: CHILI MARKET’ ณ ไอคอนสยาม

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

BOYY เปิดตัวคอนเซปต์สโตร์ใหม่ล่าสุด “BOYY SPACE 05: CHILI MARKET” ณ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางแห่งประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวบรวมแบรนด์ระดับโลกไว้อย่างครบครัน ล่าสุด BOYY แบรนด์ที่ท้าทายขีดจำกัดของแฟชั่นและดีไซน์ จากคอลเลกชั่นกระเป๋า ไปสู่วิวัฒนาการที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า การสร้างสรรค์พื้นที่ และโปรเจกต์พิเศษต่างๆ ได้เปิดตัวคอนเซปต์สโตร์แห่งใหม่ “BOYY SPACE 05: CHILI MARKET” ณ ICONLUXE ชั้น G ไอคอนสยาม คอนเซปต์สโตร์สุดพิเศษนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “พริก” ซึ่งสะท้อนถึงสองขั้วอารมณ์ที่แตกต่างความอบอุ่นและอันตราย ผสานกันอย่างลงตัวผ่านดีไซน์และบรรยากาศของร้าน ที่นำเสนอประสบการณ์การช้อปที่เหนือระดับ การเปิดตัว “BOYY SPACE 05: CHILI MARKET” ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เสริมให้ไอคอนสยามเป็น The Ultimate Global Destination สำหรับผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

การสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม (An Immersive Cultural Experience)

BOYY SPACE 05: CHILI MARKET เป็นมากกว่าร้านค้า แต่คือประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่ที่มีแนวคิดผสมผสานแฟชั่นเข้ากับวัฒนธรรมและอารมณ์ความรู้สึก ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการบอกเล่าเรื่องราวที่ชวนให้ดื่มด่ำ BOYY ได้เนรมิตพื้นที่ที่สร้างประสบการณ์ร้านค้าที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับความรู้สึกโหยหาอดีตของแต่ละบุคคล

BOYY SPACE 05: CHILI MARKET ต่อยอดความมุ่งมั่นในการขยายขอบเขตของรีเทล ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวการเฉลิมฉลองมรดกที่สืบสานกันมา ความสัมพันธ์ และความงดงามของการผสมผสานทางวัฒนธรรม

ไม่ใช่แค่เครื่องเทศ (More Than Just a Spice)

ในประเทศไทย พริกเป็นมากกว่าอาหาร พริกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พริกชวนให้คิดถึงบ้านที่เป็นที่พึ่งพิง และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม  ในอิตาลี “Peperoncino” หรือ พริก ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็นเครื่องรางของความแข็งแกร่งและโชคดี โดยมีการนำพริกมาสวมใส่เป็นจี้หรือแขวนในบ้าน ตามความเชื่อว่าพริกช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย เหมือน “Evil Eye” หรือนัยน์ตาปีศาจ ที่ปัดเป่าสิ่งโชคร้ายได้ คล้ายกับเครื่องรางป้องกัน “พระเครื่อง” ในวัฒนธรรมไทย สัญลักษณ์ “พริก” ที่เชื่อมโยงการปกป้องและการฟื้นพลังอันปรากฎอยู่ในทั้งสองวัฒนธรรมนี้ สอดคล้องกับตัวตนความเป็น BOYY โดยผสมผสานความหมาย มรดก และดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ในร้านค้า

เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับคอนเซปต์ สโตร์ ล่าสุด  “BOYY SPACE 05: CHILI MARKET”  สัมผัสเสน่ห์แห่งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และแรงบันดาลใจจาก “พริก” ได้แล้ววันนี้ ณ โซน ICONLUXE ชั้น G ไอคอนสยาม

-(016)

ไอคอนสยาม ชวน ‘น้องเกล แอบิเกล’ ร่วมสนุก เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ชวน 'น้องเกล แอบิเกล' ร่วมสนุก เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม ชวน ‘น้องเกล แอบิเกล’ ร่วมสนุก เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.52 น.

ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” ชวน “น้องเกล แอบิเกล” ร่วมสนุก เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมตื่นตากับว่าวนับพัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 3 เมษายน 2568

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด จัดงาน “ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” มหกรรมว่าวนับพันริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความเป็น Family & Kids Destination จุดหมายปลายทางแห่งความสนุกและความสุขของทุกคนในครอบครัว เปิดประสบการณ์การเล่นว่าว ท่ามกลางทัศนียภาพวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกขบวนว่าวหลากสีสันหลายรูปแบบมามอบความสุขแบบเต็มพิกัด  ชวน “น้องเกล แอบิเกล”  มาสัมผัสเสน่ห์กับวัฒนธรรมไทย สนุกกับการเล่นว่าวอย่างสนุกสนาน

“ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” เปิดพื้นที่ความสนุกให้ทุกคน ทุกเจเนอเรชัน ได้เพลิดเพลินกับสีสันของว่าวนับพันริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอด 14 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2568  – 3 เมษายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม โดยมีไฮไลต์ช่วงกลางวันเป็นโชว์ว่าวแฟนซียักษ์สุดตระการตา ทั้งว่าวรูปสัตว์ ว่าวการ์ตูน ว่าวไทยโบราณ ฯลฯ และเซอร์ไพรส์พิเศษ พบกับว่าวรูปหัวใจลายธงชาติขนาดใหญ่หาชมยาก และว่าวหมียักษ์สูง 4 เมตร ที่จัดแสดงพร้อมกัน 11 ตัว มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เรียกได้ว่านำมาให้ชมกันที่ไอคอนสยามเป็นที่แรก โดยโชว์เล่นว่าวแฟนซีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. ทุกวันตลอดการจัดงาน ส่วนกลางคืนตื่นตาตื่นใจกับโชว์ว่าว LED ที่จะจุดประกายแห่งแสงสีให้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยจัดแสดงให้ชมต่อเนื่องตลอด 14 คืน ตั้งแต่เวลา 19.00-21.00 น. นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพสุดคิวต์และตุ๊กตายักษ์เรืองแสง ให้ทุกคนได้เก็บภาพอย่างเต็มอิ่ม ตลอดจน Playground สนามเด็กเล่นแสนสนุกที่มาพร้อม Kite Night Light การฉายไฟบนพื้นเป็นลวดลายและสีสันอิงกับสีของว่าว

และเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 ซุปตาร์ตัวจิ๋วอย่าง น้องเกล-แอบิเกล รังรังสีสิงห์พิพัฒน์ มาร่วมแจกพลังความสดใสพร้อมเปิดประสบการณ์เล่นว่าวท้าสายลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรก ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้น ครึกครื้นทั้งงาน และหากใครจะชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่รักมาร่วมเก็บเกี่ยวความสุขและความประทับใจต้อนรับหน้าร้อนด้วยกันที่ “ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน โดยงานนี้ทุกครอบครัวสามารถนำว่าวมาเอง หรือจะมาเลือกซื้อในงานก็มีร้านค้าจำหน่ายว่าวนานาชนิดให้เลือกอย่างละลานตา ทั้งร้านค้าจากชุมชนบางบ่อ, ชุมชนพระสมุทรเจดีย์, ชุมชนคนเล่นว่าว, ชุมชนคลองหลวง, ชุมชนบางพลัด, ชุมชนเมืองปทุม, ชุมชนบางคูวัด และร้าน ToysKite bkk.shop เป็นต้น อีกทั้งระหว่างสนุกไปกับการเล่นว่าวยังสดชื่นกับผลิตภัณฑ์ Snake Brand (ตรางู) ที่มาช่วยดับร้อนกันถึงที่ทุกวัน

ซึ่งงานนี้ นอกจากจะให้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านที่อยู่คู่คนไทยอย่างยาวนาน และยังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสัมผัสกับการละเล่นว่าวแบบดั้งเดิมของไทย พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เชิญพบกับมหกรรมว่าวนับพันริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” เปิดลานเล่นว่าวให้ทุกครอบครัวมาสนุกด้วยกันได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 เมษายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM

#ICONSIAM #ICONSIAMSummerKitePlayground2025 #ICONICLifestyle #เล่นว่าวริมน้ำ #เล่นว่าว

ไอคอนคราฟต์ เชิดชูภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยผ่านแคมเปญ ‘POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong’ ให้ทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์แห่งเบญจรงค์

ไอคอนคราฟต์ เชิดชูภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยผ่านแคมเปญ 'POTTERY CRAFT - The Timeless Mastery of Benjarong' ให้ทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์แห่งเบญจรงค์

ไอคอนคราฟต์ เชิดชูภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยผ่านแคมเปญ ‘POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong’ ให้ทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์แห่งเบญจรงค์

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.49 น.

ไอคอนคราฟต์ เชิดชูภูมิปัญญาช่างฝีมือไทยผ่านแคมเปญ “POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong” ให้ทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์แห่งเบญจรงค์ ผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทย สานต่อความตั้งใจที่จะผลักดัน สนับสนุน และนำเสนอทุกแขนงงานช่างฝีมือไทยให้ปรากฏสู่สายตาทั่วโลก ด้วยการจัดแคมเปญ “POTTERY CRAFT” เผยเสน่ห์ศิลปะงานปั้นไทย Episode 2 “The Timeless Mastery of Benjarong” โชว์ผลงานเบญจรงค์อันวิจิตรจากสองแบรนด์ดัง “THAI BENJARONG” และ “HATSAYA” เพื่อเชิดชูภูมิปัญญาและส่งเสริมช่างฝีมือไทยให้ก้าวจาก Local Heroes สู่ Global Heroes พร้อมนำเสนอหลากหลายผลิตภัณฑ์เบญจรงค์ให้ได้ชื่นชมและเลือกซื้อที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2568

ไอคอนคราฟต์ ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมผลงานคราฟต์จากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการผลักดัน Local Heroes ทั้งช่างฝีมือระดับตำนาน นักออกแบบ และผู้ประกอบการท้องถิ่นผู้สานต่อภูมิปัญญาไทยอย่างสร้างสรรค์ ให้ก้าวไปสู่ Global Heroes โดยมุ่งนำเสนอศักยภาพ 6 แขนงช่างฝีมือไทย ได้แก่ “ช่างไม้” ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งบ้านอันมีเอกลักษณ์ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่เข้ากับยุคสมัย “ช่างทอ” ซึ่งต่อยอดพื้นฐานกระบวนงานสาน ปัก และถักทอ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของใช้ไลฟ์สไตล์ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง “ช่างวาดเขียน” กับการตวัดพู่กัน ตลอดจนใช้เทคนิคงานลงรักปิดทอง และอีกหลากหลายวิธี เพื่อสร้างลวดลายเรื่องราวที่บอกเล่ามุมมองแบบไทย “ช่างโลหะ” ที่นำเทคนิคการดัดและการผสมโลหะวัสดุต่างชนิดมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องประดับและของตกแต่งบ้านอันงดงาม “ช่างปั้น” ซึ่งนำเสนอผลงานจากทักษะชั้นยอด เสกสรรค์ปั้นแต่งเป็นด้วยภูมิปัญญาไทย จนออกมาเป็นงานศิลปะทรงคุณค่าทั้งเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเซรามิก เครื่องลายคราม เบญจรงค์ ฯลฯ รวมถึง “งานแพทย์แผนไทย” ศาสตร์และองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถ่ายอดกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการปรนนิบัติผิวพรรณ การบำบัดบรรเทาสุขภาพ หรือการจรุงกลิ่นหอม อันนำมาสู่ผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องหอม ยาดม ยาหอม และอีกมากมาย

อุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทลโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไอคอนคราฟต์ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมงานหัตถศิลป์และนำเสนอศักยภาพ 6 แขนงช่างฝีมือไทย ให้เผยแพร่สู่สายตาชาวโลกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแคมเปญ POTTERY CRAFT ที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผลงานของช่างปั้นไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้นทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดโลก โดยแบ่งการจัดงานออกเป็น 2 Episode ด้วยกันคือ Episode แรก POTTERY CRAFT – The Art of Ceramic แสดงผลงานเซรามิก จากภูมิปัญญาไทย ซึ่งจัดกิจกรรมไปเมื่อวันที่ 1-15 มีนาคม 2568 และครั้งนี้เป็น Episode 2 กับ POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong นำเสนองานเครื่องเบญจรงค์ ให้ทุกคนได้ชื่นชม และภาคภูมิใจในงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าของไทย”

แคมเปญ “POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong” เผยเสน่ห์ความงามของเบญจรงค์ไทยให้ผู้สนใจได้ชมและเลือกซื้อผลงานเบญจรงค์ร่วมสมัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ความงดงามแบบไทยผ่านผลิตภัณฑ์น่าใช้ อาทิ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ชุดน้ำชา ของแต่งบ้าน และเครื่องประดับสวยเก๋ ในรูปแบบ Pop-Up Shop จากสองแบรนด์ดัง “THAI BENJARONG” และ “HATSAYA” ซึ่งนำเสนอคอลเลกชันพิเศษ “Whispers of Flora” นำแรงบันดาลใจจากดอกไม้มาร้อยเรียงเรื่องราวถ่ายทอดความงามและคุณค่าของมวลหมู่พฤกษานานาพรรณผ่านศิลปะการเขียนลายเบญจรงค์ที่ยังคงกลิ่นอายลวดลายไทย

โดย “THAI BENJARONG” เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความรักในศิลปะเบญจรงค์ของ “สหัส ปรีชารัตน์” ซึ่งอนุรักษ์สืบสานงานช่างด้านนี้มาถึงรุ่นที่สอง ด้วยปณิธานที่ตั้งใจจะทำให้เบญจรงค์สามารถอยู่คู่กับคนไทยในชีวิตประจำวัน จึงรวบรวมความรู้ในส่วนของลวดลายและสีสัน พัฒนาต่อยอดงานช่างฝีมือ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเบญจรงค์ทั่วไป ผลงานของ THAI BENJARONG มีทั้งเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและของแต่งบ้าน ด้วยจุดเด่นในการปรับเปลี่ยนรูปทรงลวดลายเบญจรงค์ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งแก่นแท้ของความเป็นไทย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่ชื่นชอบงานหัตถศิลป์แบบไทย

ด้าน “HATSAYA” เป็นแบรนด์ที่ผสานงานหัตถศิลป์อย่างการเขียนลายเครื่องเบญจรงค์เข้ากับการทำเครื่องประดับได้อย่างลงตัว จนเกิดเป็นมิติใหม่ของเครื่องประดับที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ แฝงความเป็นไทย พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับทุกโอกาส มอบความงดงามอย่างมีระดับให้ทุกคนได้เพลินเพลินกับการเติมแต่งสไตล์ในแต่ละวัน โดยครั้งนี้มาพร้อมกับคอลเลกชัน “Blosszodi Collection” ซึ่งสะท้อนความงามของดอกไม้ประจำราศีต่าง ๆ ผ่านทางเครื่องประดับ เพื่อเพิ่มพลังเชิงบวกและความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

และพบกับโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับสมาชิก ONESIAM และลูกค้าต่างชาติ ที่ซื้อสินค้าภายในร้านไอคอนคราฟต์ ไอคอนสยาม ครบ 3,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับแก้วจากแบรนด์ “เชียงใหม่ศิลาดล” ฟรี! 1 ใบ มูลค่า 490 บาท (ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย) ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดย “เชียงใหม่ศิลาดล” เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นสืบสานมรดกภูมิปัญญาแห่งล้านนา ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภทเนื้อหิน ซึ่งทำขึ้นจากดินดำ เคลือบด้วยน้ำเคลือบที่ผสมดินผิวหน้านาของอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เข้ากับขี้เถ้าพืชที่ได้จากไม้ก่อและไม้ฮกฟ้า เพื่อให้ได้เป็นเครื่องเคลือบสีเขียวใส มีรอยรานหรือแตกลายงาสวยเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ อีกทั้ง “เชียงใหม่ศิลาดล” ยังมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย จึงเป็นของขวัญของฝากขึ้นชื่อที่ใคร ๆ ต่างก็ถูกใจ

เชิญมาสัมผัสเสน่ห์อันเหนือกาลเวลาของเบญจรงค์ไทยร่วมสมัย ภาคภูมิใจกับมรดกทางหัตถศิลป์ไทย และร่วมสนับสนุน Local Heroes ช่างปั้นไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ในแคมเปญ “POTTERY CRAFT – The Timeless Mastery of Benjarong” ได้ที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2568

#ICONCRAFT #ICONCRAFTatICONSIAM

EnCo แจงกรณีเหตุแผ่นดินไหวของศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

EnCo แจงกรณีเหตุแผ่นดินไหวของศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

EnCo แจงกรณีเหตุแผ่นดินไหวของศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

นายศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น.  ซึ่งส่งผลกระทบต่อศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ จากการตรวจสอบอาคารเบื้องต้นพบว่าศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ยังคงปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว

ขณะนี้ EnCo กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารทั้งโครงสร้างภายในและภายนอก โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า ผู้เช่า และผู้ใช้บริการของศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ทั้งนี้ อาคารของ EnCo ได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวตามมาตรฐาน ทั้งยังมีระบบตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยในทุกสถานการณ์

EnCo ขอแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย และขอให้ทุกท่านติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย หากมีความคืบหน้าทาง EnCo จะแจ้งให้ทราบต่อไป

-(016)