‘เอกสิทธิ์’เปิดตัว’พรรคปวงชนไทย’ชู5นโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพ

'เอกสิทธิ์'เปิดตัว'พรรคปวงชนไทย'ชู5นโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพ

‘เอกสิทธิ์’เปิดตัว’พรรคปวงชนไทย’ชู5นโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพ

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

‘เอกสิทธิ์’เปิดตัว’พรรคปวงชนไทย’ชูนโยบายสร้างงาน สร้างอาชีพ โวเป็นพรรคแรกยก’ศูนย์เศรษฐกิจดิจิตอลชุมชน’จับมือสอนไลฟ์สด มุ่งเพิ่มรายได้ให้ปชช.ยืนด้วยตัวเอง

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2568 ที่ จ.สมุทรปราการ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมด้วย นายอนันตชัย คุณานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรค นายวรฐ สุนทรนนท์ เลขาธิการพรรค และทีมกรรมการบริหารพรรค นายสมบูรณ์ บุญยรัตนประภา นายวิรัตน์ ลีรุ่งเรือง นายบุญส่ง จันทสุก นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ และ น.ส.ธัญลักษณ์ ศรีทา เหรัญญิก จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 มีสมาชิกพรรคปวงชนไทย จากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมที่อาคารสุขอนันต์ ซอยศรีเจริญวิลล่า ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยมีวาระการประชุมเพื่อรับรองรายงานการดำเนินกิจกรรมของพรรคในรอบปี 2567 มีการแก้ไขข้อบังคับ การเปลี่ยนแปลงชื่อพรรค จากชื่อ”พรรคพลังปวงชนไทย” เป็น”พรรคปวงชนไทย”มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม 6 คน มีนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค นายวรฐ  สุนทรนนท์ นายบุญส่ง จันทะสุก  นายจิตรกร  ลากุล นายสุชาติ  ดีจันทร์ พ.ต.อ.ชัชชัย เศรษฐีพันล้าน  นายภูชิสส์ ศรีเจริญ เลขาธิการพรรค นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ นายทะเบียนสมาชิกพรรค น.ส.ธัญลักษณ์ ศรีทา เหรัญญิกพรรค นายวิทยา ติรณะประกิจ รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค นายไมตรี รุ่งอภิญญา รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค มีนายสมบูรณ์ บุญยรัตนประภา นายวิรัตน์  ลีรุ่งเรือง  นายธนภัทร ศักดิ์เรืองงาม นายประจักษ์ จันทร์เดช นายสุโรจน์ กิจสมศักดิ์  นายพีรพัฒน์ ถานิตย์ และนายสุระ วัฒนบารมี กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย  กล่าวว่า พรรคปวงชนไทย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินนโยบายเพื่อต้องการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ด้วยการสร้างคน เพิ่มทักษะความรู้ สร้างงานและสร้างอาชีพให้ประชาชนด้วยการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้นำไปสู่ความยั่งยืน ให้สามารถยืนด้วยตัวเองและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้  

ซึ่งพรรคปวงชนไทย มีนโยบายหลัก 5 ข้อ ประกอบด้วย

1.เศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน”ปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่กันสมัย”

2.การท่องเที่ยวและมรดกทางวัฒนธรรม

3.เกษตรกรรมและการประมงที่ยั่งยืน “เกษตรกรและชาวประมงมีรายได้เฉลี่ยสูงขึ้น”  

4.สุขภาพและสาธารณสุข “สุขกาย สุขใจ “คนไทยและประเทศไทยแข็งแรง” 

และ5.การปฏิรูปการศึกษา เน้นภาคปฏิบัติคู่วิชาการ”อนาคตสดใสด้วยการศึกษาโลกยุคใหม่”

“ตนในฐานะอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต่อเนื่อง 2 สมัย มองเห็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพเพิ่มทักษะความรู้ด้านดิจิทัล มาปรับใช้เพื่อสร้างอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีแนวทางการเปิดศูนย์เศรษฐกิจดิจิทัลชุมชน ประจำสาขาพรรคทั่วประเทศเพื่อเป็นศูนย์ฝึกทักษะความรู้สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง” หัวหน้าพรรคปวงชนไทย  กล่าว

ทั้งนี้ หลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของพรรคปวงชนไทยครั้งนี้ มีการจัดเวิร์คช็อปอบรมเกี่ยวกับการสาธิตการไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อเตรียมตั้ง “ศูนย์เศรษฐกิจดิจิตอลชุมชน” เปิดอบรมฝึกทักษะในการไลฟ์สดขายสินค้าให้กับตัวแทนสาขาพรรคทุกจังหวัด ได้เรียนรู้การขายสินค้าออนไลน์ เป็นการเพิ่มช่องทางการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ นำสินค้าทั้ง พืชผลทางการเกษตร สินค้าของวิสาหกิจชุมชน และสินค้าโอท็อปมาขายทางออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าของชุมชนด้วย  ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองแรกที่ทำโครงการ “ศูนย์เศรษฐกิจดิจิตอลชุมชน” นี้ขึ้น เพื่อฝึกทักษะ พัฒนาศักยภาพ เพิ่มช่องทางการขายสินค้า และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเกิดทวง

‘วันนอร์’ สั่งตั้ง กก.สอบเช็คอาคารรัฐสภา หลังเหตุแผ่นดินไหว

‘วันนอร์’ สั่งตั้ง กก.สอบเช็คอาคารรัฐสภา หลังเหตุแผ่นดินไหว

‘วันนอร์’ สั่งตั้ง กก.สอบเช็คอาคารรัฐสภา หลังเหตุแผ่นดินไหว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.27 น.

ประธานสภาฯ สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอาคารรัฐสภาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ด้าน ‘เลขาสภาฯ’ เผยผลเบื้องต้น ไม่พบเสียหายรุนแรง สั่งปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างทางหนีไฟ

เมื่อเวลา11.30 น. วันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยว่าที่เรือตรียุทธนา สำเภาเงิน รองเลขาธิการสภาฯ ร่วมแถลงถึงการตรวจสอบอาคารรัฐสภา หลังจากมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยยืนยันถึงความปลอดภัยและมั่นคงของอาคาร

โดยว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29- 30 มี.ค. สภาฯ ได้เชิญวิศวกรผู้ควบคุมงาน ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา รวมถึงวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ คือ นายการุญ จันทรางศุ อุปนายกสภาวิศวกร และ นายทรงเกียรติ มธุพยนต์ เข้าตรวจสอบพื้นที่ฐานราก คือ ชั้นบีหนึ่งและบีสอง ทั้งในฝั่งของสส.และสว. ซึ่งไม่พบรอยร้าวรุนแรงหรือความเสียหายรุนแรง ทั้งนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ขณะที่ว่าที่เรือตรียุทธนา กล่าวว่า สำหรับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอาคารนั้นจะเป็นการตั้งกรรมการร่วมระหว่างสส. และสว. รวมถึงมีวิศวกรที่เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบอาคารโดยใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐานดำเนินการเบื้องต้นคาดว่าจะเสนอให้นายวันมูหะมัดลงนามแต่งตั้งได้ในวันที่ 2 เม.ย. นี้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้น ความเสียหายจากแผ่นดินไหวมีเพียงรอยร้าวเล็กน้อยและมีผนังปูนบางส่วนกะเทาะเท่านั้น โดยมีจุดที่พบคือ เสาบริเวณชั้นบีสอง ที่ชั้น 9 สะพานที่ข้ามไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์  และ กระจกห้องปฏิบัติงานของกรรมาธิการ

ว่าที่เรือตรียุทธนา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการตั้งกรรมการร่วมดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยนอกจากนั้นแล้วในระบบเตือนภัยและแผนอพยพนั้นจะใช้แผนเดียวกับการซ้อมอพยพหนีไฟไหม้ ที่เมื่อเกิดเหตุต้องใช้ทางหนีไฟ โดยขณะนี้มีความพร้อม ขณะเดียวกันได้แจ้งไปยัง สส. ให้ทราบถึงความปลอดภัยของการเข้าใช้อาคารแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บันไดหนีไฟบางจุดไม่มีไฟส่องสว่างทำให้การอพยพเมื่อ 28 มี.ค. พบความชุลมุน ว่าที่เรือตรียุทธนา กล่าวยอมรับว่าบันไดหนีไฟบางจุดมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างจึงได้สั่งให้ฝ่ายอาคารสถานที่รีบแก้ไขเนื่องจากไฟฟ้าส่องสว่างเป็นเรื่องสำคัญของการอพยพออกจากอาคาร

เมื่อถามถึงแผนการอพยพผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่เมื่อเกิดเหตุ ซึ่งทราบว่าในวันที่ 29 มี.ค. นายวันมูหะมัดนอร์มะทา ประธานสภาฯ ไม่ได้ร่วมอพยพตอนเกิดเหตุ รองเลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า สำหรับการอพยพผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็นผู้พิการนั้น ที่รัฐสภาจะมีลิฟท์โดยสารไว้เป็นเฉพาะ ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่นักดับเพลิงใช้ปฏิบัติงาน โดยปัจจุบันพบว่ามีการใช้ลิฟท์ดังกล่าวสัญจรเป็นปกติรายวันด้วย

‘ศูนย์ราชการ’ปลอดภัย! ‘ซาบีดา-ผู้เชี่ยวชาญ’ลงพื้นที่ตรวจอาคาร A

'ศูนย์ราชการ'ปลอดภัย! 'ซาบีดา-ผู้เชี่ยวชาญ'ลงพื้นที่ตรวจอาคาร A

‘ศูนย์ราชการ’ปลอดภัย! ‘ซาบีดา-ผู้เชี่ยวชาญ’ลงพื้นที่ตรวจอาคาร A

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

“ซาบีดา”พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศกรม ลงพื้นที่ตรวจสอบตึก A ศูนย์ราชการ ย้ำปลอดภัยดี อาฟเตอร์ช็อกไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ยอมรับรอยแยกเกิดจากรอยเชื่อมระหว่างอาคาร เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนก็จะเกิดรอยร้าวเป็นเรื่องปกติ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์มีรอยร้าวที่บริเวณชั้น 5 และชั้น 7 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการอาคาร A ซึ่งเกิดเป็นรอยต่อระหว่างอาคารเกิดการแยกตัวและมีเสียงดัง รวมถึงมีแต่คุณร่วงลงมา มีการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ จากนั้นทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของกรมธนารักษ์ได้เข้าตรวจสอบและประกาศให้ข้าราชการพนักงานที่อยู่ภายในอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรือตึก A กลับเข้าทำงานได้ตามปกติ

ขณะที่การตรวจสอบอาคารนั้น นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธเนศ วิระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานราชการ ได้มีการร่วมตรวจสอบและมีการประชุมประเมินสถานการณ์

โดย นางสาวซาบีดา ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้อาคาร เนื่องจากอาการอาฟเตอร์ช็อก แต่ไม่รุนแรงส่งผลกระทบต่อมั่นคงแข็งแรงของอาคาร และประชาชน  โดยทางอาคารก็ได้มีการตรวจสอบจากวิศวกรผู้ดชี่ยวชาญ ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา  ส่วนอาคารหน่วยงานราชการอื่นๆก็พยายามจะไล่ตรวจสอบให้ครบถ้วนทุกอาคาร ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองมีศูนย์รับแจ้งเข้าตรวจสอบอาคารของหน่วยงานภาครัฐ

รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า after shock ไม่ส่งผลกับประเทศไทย และอาคารนี้ได้มีทีมวิศวกรของตึกตรวจสอบ 1 รอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอาคารกรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง จะสร้างความมั่นใจในการกลับเข้าใช้ตึกได้  ส่วนการเปิดให้บริการประชาชนที่จะมาติดต่อขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการ

ด้าน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า สาเหตุมาจากเมื่อเวลา 08.46 – 10.28 น.เกิดอาฟเตอร์ช็อก 15 ครั้งต่อเนื่อง ขนาด 2 – 3.4 ริกเตอร์ จากการตรวจสอบมีเพียงรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา รอยร้าวภายนอก ซึ่งไม่มีผลต่อโครงสร้างของอาคาร

ส่วนที่มีการแชร์ภาพและข้อมูลในโซเชียล ว่า อาคารศูนย์ราชการอาคาร A เอียง แท้ที่จริงแล้วเป็นการออกแบบที่มีลักษณะเอียงอยู่แล้ว ไม่ได้เกิดจากความเสียหายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะส่งทีมวิศวกรมาตรวจซ้ำอีกที เพื่อสำรวจว่ามีความเสียหายเพิ่มเติมหรือไม่ แต่จากการที่ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบอาคารหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาลรัฐ และสถานศึกษา ในกรุงเทพมหานคร กว่า 200 อาคาร มีการสั่งห้ามใช้อาคาร 4 แห่ง คือ อาคารทศมินทราธิราช โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลเลิด มีปัญหาที่บริเวณทางเชื่อมอาคาร สั่งห้ามใช้ถังเชื่อมอาคารแต่ตัวอาคารยังใช้งานได้ตามปกติ, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อาคาร 30 ชั้น เมืองทอง) มีความเสียหายเกิดขึ้นที่ชั้น 3 และอาคารกรมสรรพากร ซอยอารีย์

นายธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร ยืนยันว่า อาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นไม่มีผลต่อโครงสร้างอาคาร ซึ่งตนเองนั้นทำงานอยู่ที่ชั้น 7 ของอาคารนี้มานานกว่า 10 ปี ได้รับรู้และได้เห็นรอยร้าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น ที่บริเวณชั้น 7 ของอาคาร ซีกที่ตนเองทำงานอยู่ เป็นรอยร้าวผนังที่มีมาเดิมอยู่แล้ว

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีรอยร้าวเกิดขึ้นในอาคาร ซึ่งเป็นผิวด้านนอกที่ฉาบปูนไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง รอยต่อระหว่างคานกับเสาไม่มีรอยแตกร้าว แต่การเกิดอาฟเตอร์ช็อกในวันนี้ไม่ได้มีรอยร้าวเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนที่เผยอหรือหลุดออกมาภายนอกนั้น เป็นชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกอาคาร ไม่มีผลต่อโครงสร้างเช่นกัน

‘ภูมิใจไทย’ประกาศทวงคืนเก้าอี้ สส.เมืองคอน มั่นใจเข้าวินศึกเลือกตั้งซ่อม

'ภูมิใจไทย'ประกาศทวงคืนเก้าอี้ สส.เมืองคอน มั่นใจเข้าวินศึกเลือกตั้งซ่อม

‘ภูมิใจไทย’ประกาศทวงคืนเก้าอี้ สส.เมืองคอน มั่นใจเข้าวินศึกเลือกตั้งซ่อม

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

พรรคภูมิใจไทย ขอเอาเก้าอี้ สส.นครศรีธรรมราชคืน เตรียมส่ง สามี “มุกดาวรรณ” ลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมหลังสะพัดแข่งกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน “พิพัฒน์”มั่นใจคว้าชัยได้แน่

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำดูแลภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า พรรคภูมิใจไทยจะส่ง นายไสว เลื่องสีนิล สามีของนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล อดีตสส.นครศรีธรรมราช ที่ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งสส. ซึ่งตนมั่นใจว่า นายไสวจะสามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้ ซึ่งหลังจากนี้ ทางพรรคจะมีการตั้งทีมเพื่อลงพื้นที่ช่วยรณรงค์หาเสียง

 “ต้องพยายามให้ถึงที่สุด เพราะส่วนมากที่ลงไปต่อสู้กันก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนจะมีการหลีกให้กันหรือไม่ คิดว่าแล้วแต่พรรคร่วมจะพิจารณา แต่โดยมารยาทเราเป็นผู้เสียหายเราก็ต้องส่ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

‘นายกฯอิ๊งค์’ยันไทยไม่มี‘แผ่นดินไหว’รอบใหม่ ลั่นไม่ละเว้นหาก‘บริษัทเหล็ก’ไม่ได้มาตรฐาน

‘นายกฯอิ๊งค์’ยันไทยไม่มี‘แผ่นดินไหว’รอบใหม่ ลั่นไม่ละเว้นหาก‘บริษัทเหล็ก’ไม่ได้มาตรฐาน

‘นายกฯอิ๊งค์’ยันไทยไม่มี‘แผ่นดินไหว’รอบใหม่ ลั่นไม่ละเว้นหาก‘บริษัทเหล็ก’ไม่ได้มาตรฐาน

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.50 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’ยันอาฟเตอร์ช็อก‘เมียนมา’ไม่กระทบไทย ย้ำไม่มี‘แผ่นดินไหว’รอบใหม่ หลังประชาชนวิ่งลงจากตึก ขออย่าตื่นตระหนกตรวจสอบข้อมูลจากราชการ ลั่นไม่ละเว้นหากพบ‘บริษัทเหล็ก’ไม่ได้มาตรฐาน ดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.31 น.วันที่ 31 มี.ค.68 ที่ศูนย์ Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) ชั้น 7 อาคาร One Bangkok น.ส.แพทองธาร ชินวัตรนายกฯรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุความวุ่นวายภายหลัง ประชาชนเกิดความสับสนและมีการอพยพลงจากตึกและอาคารสูง ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่า ขอแจ้งให้ชัดเจนก่อนว่า ตอนนี้อาฟเตอร์ช็อกที่อยู่ที่เมียนมาไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย และกรุงเทพฯ กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันแล้ว ไม่มีกระทบ อย่างที่บอกไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29  มี.ค.ที่ผ่านมาว่าคนรับผิดชอบตึกทุกตึก ควรตรวจสอบว่าตึกแต่ละตึกนั้น ลิฟต์เสียหรือไม่ การกะเทาะของกระเบื้องและอะไรก็ตามกระทบต่อการใช้ตึกหรือไม่ ซึ่งแต่ละตึกต้องเช็คเรื่องนี้ให้ดี และหากการเช็คนี้มีข้อสงสัยใดๆ ให้ติดต่อไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ตอนนี้ที่มีการวิ่งกันออกมาจากตึก มันไม่ได้มีในเรื่องของอาฟเตอร์ช็อก หรือแผ่นดินไหวเพิ่มเติม ยืนยันว่าไม่มี ภัยธรรมชาติอันนี้ไม่มี ทั้งนี้แต่ละตึกผู้ที่รับผิดชอบต้องออกมาคอนเฟิร์ม ว่าแต่ละตึกสามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละตึกต้องช่วยกันรับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งมีหลายตึกที่ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ และลิฟท์ปกติดี

เมื่อถามว่าการสื่อสารแจ้งเตือนเพื่อป้องกันความโกลาหล และความหวาดกลัวของประชาชนค่อนข้างจะล่าช้า นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เดี๋ยวจะพยายามสื่อสารทุกช่องทางที่สามารถสื่อสารได้ ว่า การที่ประชาชนออกมามันเป็นการเกิดขึ้น ณ ที่ตรงนั้น ซึ่งเราเองก็ทราบตอนที่ประชาชนวิ่งออกมาแล้ว แต่ว่าด้วยเหตุทางธรรมชาติขอให้สบายใจตรงนี้ ไม่มีเหตุการณ์ธรรมชาติใดๆ ที่จะกระทบ หากมีการคอนเฟิร์มแล้วว่าตึกสามารถเข้าไปใช้งานได้ ไม่มีการเพิ่มเติมเรื่องของอาฟเตอร์ช็อกหรือแผ่นดินไหวรอบใหม่

เมื่อถามต่อว่า ในด้านการท่องเที่ยวเราได้มีการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวด้วย นายกฯกล่าวว่า แจ้งนักท่องเที่ยวหมด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็แจ้ง และปภ.ก็แจ้ง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ขึ้นกล่าวบนเวที ก็ได้พูดว่า มันเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคกับตึกๆเดียว แต่สแตนดาร์ดมาตรฐานของตึกในกรุงเทพฯทั้งหมด สร้างไว้ที่สแตนดาร์ดรองรับแผ่นดินไหว ฉะนั้นตึกอื่นๆจึงไม่เกิดปัญหา อาจจะเกิดปัญหาภายในตึกเล็กๆน้อยๆ หรือลิฟท์เล็กน้อย แต่ไม่มีตึกถล่มเพิ่มเติมที่ไหนอีก มีแค่ที่เดียว ตึกเดียวที่เห็นเป็นภาพที่ปรากฏขึ้น  ฉะนั้นต้องสร้างความมั่นใจตรงนี้ ทั้งนี้ ตนและรัฐมนตรีทุกคนก็พร้อมที่จะตรวจสอบทุกอย่างทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์การออกแบบ การตรวจแบบ โรงงานของวัสดุก่อสร้าง และวัสดุ เราตรวจหมด รวมถึงรมว.มหาดไทยและรมว.อุตสาหกรรม ไปดูรายละเอียดในเรื่องวัสดุในไซด์งานก่อสร้างและได้มีการเก็บตัวอย่างออกมาแล้ว มีการดำเนินการอย่างเต็มที่คิดว่าน่าจะได้คำตอบบ้างใน 2-3 วันนี้

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการแบนบริษัทเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้สอบถามรมว.อุตสาหกรรมอยู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะมีบางบริษัทที่ยังถูกปิดอยู่ชั่วคราว ต้องดูว่าใช่หรือไม่ ขอมีข้อมูลชัดกว่านี้ก่อนแล้วจะมาบอก ซึ่งเรื่องนี้เราคิดไว้

เมื่อถามอีกว่าหากมีข้อเท็จจริงเราจะแบนบริษัทเหล็กเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดำเนินการอย่างเต็มที่แน่นอนตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น

เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้นายกฯกังวลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรื่องใดมากที่สุด นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงตรงนี้ก่อน ว่าในเรื่องของภัยธรรมชาติไม่มี ตอนนี้ต้องดูว่าแต่ละตึก ชัวร์แล้วหรือไม่ว่าตึกนั้นๆได้รับการตรวจสอบแล้ว ถ้าตรวจสอบแล้วก็สามารถขึ้นตึกได้ปกติ และวันนี้เองเราก็มาอยู่ที่ชั้น 7 ซึ่งตึกต่างๆที่มีชั้นสูงมากกว่านี้ ถ้าตรวจสอบแล้วว่าสามารถเข้าได้ทุกตึก ก็เข้าได้  อย่างเพื่อนของตนคุยกันในไลน์กลุ่ม สามารถขึ้นไปทำงานได้ตามปกติ บนตึกสูงชั้น 30 กว่าๆ

เมื่อถามอีกว่ากรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้จำเป็นต้องมีSMSแจ้งเตือนหรือไม่ เพื่อป้องกันความสับสน นายกฯ กล่าวว่า ความจริงแล้วเราแจ้งเตือนไปในเฟซบุ๊ก เพราะได้รับข้อความ ว่ามีความตกใจใน 3-4 ตึกที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็พยายามจะสื่อสารทุกช่องทางว่าตอนนี้ไม่ได้มีเหตุการณ์ทางธรรมชาติเกิดขึ้น ขออย่าเพิ่งตกใจกันเช็คเรื่องตึกให้ดีก่อนทุกตึก

จากนั้นเวลา 12.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และทวิตผ่าน X ระบุกรณีที่มีการแชร์รูปภาพประชาชนอพยพออกจากตึกขณะนี้ ว่า การอพยพของแต่ละตึกเป็นวิจารณญาณของแต่ละหน่วยงาน แต่ขอให้เป็นคำสั่งที่ชัดเจนและได้ตรวจสอบข้อมูลจากทางราชการแล้ว ขอยืนยันว่า ขอให้รอข่าวจากทางการจะเป็นข่าวที่ได้รับการรับรองว่าถูกต้อง และไม่เกิดการสร้างความกังวลหรือตื่นตระหนกระหว่างพี่น้องประชาชน

‘ชัชชาติ’แถลงแผ่นดินไหวคลี่คลายเกือบ100% สั่งเร่งตรวจสอบ 1.2 หมื่นอาคารซ้ำ

‘ชัชชาติ’แถลงแผ่นดินไหวคลี่คลายเกือบ100% สั่งเร่งตรวจสอบ 1.2 หมื่นอาคารซ้ำ

‘ชัชชาติ’แถลงแผ่นดินไหวคลี่คลายเกือบ100% สั่งเร่งตรวจสอบ 1.2 หมื่นอาคารซ้ำ

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลายเกือบ 100% เร่งให้เจ้าของอาคาร 1.2 หมื่นแห่งในกรุง ตรวจสอบซ้ำ ย้ำไม่หยุดค้นหาผู้รอดชีวิตเหตุตึกถล่ม กู้ภัยนานาชาติร่วมทีม เชื่อยังมีโอกาส

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว กรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวการติดตามความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่า สถานการณ์ทั่วไปคลี่คลายเกือบ 100% แล้ว วันนี้ทางด่วนดินแดง และรถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดบริการแล้ว ยกเว้นถนนกำแพงเพชร 2 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และ ถนนบางโพ ที่อยู่ระหว่างรื้อถอน ยังคงปิดการจราจร

ส่วนกรณีประชาชนแจ้งตรวจสอบอาคาร มีแจ้ง Traffy Fondue แล้ว 13,000 ราย ซึ่งไม่ใช่จำนวนอาคาร มีบางรายแจ้งซ้ำซ้อน จึงต้องคัดกรองความเสียหาย เข้าไปตรวจต่อเนื่องโดยได้รับความร่วมมือจากวิศวกรอาสา  วันนี้จะทำการตรวจอาคารที่มีปัญหาต่อ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของวิศวอาสาที่ผ่านมา มีเคสสีแดง 2 อาคาร มีปัญหาเรื่องเสาและกำแพง สีเหลือง 485 เคส จะเร่งตรวจสอบ ขณะเดียวกันได้ออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารเอกชน 12,000 อาคาร ตรวจสอบอาคารซ้ำ ในส่วนผู้ได้รับผลกระทบ 2,000 คน กทม.จัดหาที่อยู่ให้ 172 คน

นอกจากนี้ รับทราบว่าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้รับความเสียหาย ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าไปตรวจสอบ เพราะมีการแบ่งหน้าที่ดูแลอาคารราชการ ขณะเดียวกันให้สำนักการโยธาร่วมตรวจสอบด้วย อย่างไรก็ตาม กทม.ยังเปิดรับแจ้งผ่าน Traffy Fondue หากใครไม่มั่นใจสามารถแจ้งเข้ามาได้ ส่วนการช่วยเหลือเยียวยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะสรุปแนวทางและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเป็นทางการ

ในส่วนการค้นหาผู้สูญหาย ขณะนี้ครบ 72 ชม. ยังคงเดินหน้าค้นหาต่อ และจากการประชุมกับทีมกู้ภัยนานาชาติ เชื่อว่ายังมีโอกาสพบผู้รอดชีวิต เพราะเหตุแผ่นดินไหวที่ต่างประเทศ  ยังพบผู้รอดชีวิต แม้จะผ่านมา 1 สัปดาห์ ต้องเดินหน้าค้นหาต่อไป  โดยจะเน้นในโซน B,C เพราะเป็นปล่องลิฟต์ และบันไดหนีไฟ หลังสอบถามผู้รอดชีวิตก่อนหน้านี้ทราบว่ามีผู้ติดค้างอยู่จำนวนมาก จะต้องเจาะเข้าไปในพื้นที่  เป็นไปตามขั้นตอนทำตามหลักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมโดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ควบคุม ส่วนจะประเมินระยะเวลาในการค้นหาและกอบกู้ซากตึก จะใช้เวลาเท่าที่จำเป็น ไม่ว่าจะ 1 หรือ 10 ชีวิต ก็จำเป็น ขอให้ทำเต็มที่ เพื่อทุกชีวิต ส่วนผู้ประสบเหตุ เขตจตุจักร ได้ตั้งศูนย์ฯ กองอำนวยการแผ่นดินไหวร่วมบรรเทาสาธารณภัยตึกถล่ม(อาคาร สตง. กำลังก่อสร้าง) พร้อมล่ามไว้เรียบร้อยแลัว กรณีที่มีข่าวว่าการช่วยเหลือมีความล่าช้า ต้องทำด้วยความรอบคอบ ปลอดภัย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ส่วนการทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างจากเหตุตึกถล่ม การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมพื้นที่ติดกับศาลเยาวชน จึงต้องทยอยนำออกจากพื้นที่ ส่วนกรณีเศษปูนและฝุ่นลงท่อระบายน้ำสะสมเป็นก้อน อาจส่งผลต่อระบบระบายน้ำ เชื่อว่าหน้างานมีความพร้อมในการระบายน้ำ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือ

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวย้ำ เรื่องการรับบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องตัดถ่างไฟฟ้านั้น ยืนยันว่าไม่ใช่การร้องขอจากหน่วยงานราชการ ขณะนี้อุปกรณ์มีครบและเพียงพอแล้ว ทั้งรถเครนหลายขนาด 600 ตัน เครื่องตัดถ่าง รวมทั้งอาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทีมนานาชาติ กองกำลังทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจำนวนมาก

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่เกิดเหตุ ด้านนอก เขตจตุจักรดูแล ด้านในทีมนานาชาติและมูลนิธิกู้ภัย ดูผู้รอดชีวิต ภายใต้การบริหารจัดการของ ผอ.สปภ.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฯ ทหารดูควบคุมการเข้า-ออก โดยห้ามบุคคลเข้าออกเด็ดขาด ส่วนการที่บุคคลบางกลุ่มเข้าไป เอาทรัพย์สินออกมาคงต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐว่ามีการขนทรัพย์สินอะไรออกมาบ้าง ซึ่งต้องให้ทางเจ้าของพื้นที่คือ สตง. ตรวจสอบ

“ยืนยันมั่นใจมาตรฐานอาคารที่ก่อสร้างตามกฎหมายฯ มีความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งออกแบบมารองรับแผ่นดินไหว อาคาร 100% ในกรุงเทพฯ ปลอดภัย มีเพียงอาคารที่กำลังก่อสร้าง 1 อาคารที่ถล่ม” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวย้ำในตอนท้าย

ไม่กระทบ‘รพ.ตำรวจ’ ตร.แจงเหตุ‘อาฟเตอร์ช็อก’ ยันเหตุการณ์ปกติ

ไม่กระทบ‘รพ.ตำรวจ’ ตร.แจงเหตุ‘อาฟเตอร์ช็อก’ ยันเหตุการณ์ปกติ

ไม่กระทบ‘รพ.ตำรวจ’ ตร.แจงเหตุ‘อาฟเตอร์ช็อก’ ยันเหตุการณ์ปกติ

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน และโรงพยาบาลตำรวจ ตรวจพบการสั่นไหวของอาคาร จึงได้มีการสั่งอพยพคนออกจากตึก นั้น ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า “ประกาศแจ้ง เหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อกขนาดเล็กวันนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่ออาคารในโรงพยาบาลตำรวจ เหตุการณ์ปกติ

พล.ต.ต.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เผย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8 ) สั่งการให้ พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ รองนายแพทย์ใหญ่ แจ้งทุกท่านว่า ตามที่ปรากฏสถานการณ์แผ่นดินไหว (อาฟเตอร์ช็อก) ซึ่งมีความสั่นสะเทือนขนาดเล็ก ไม่ส่งผลกระทบต่ออาคารในโรงพยาบาลตำรวจแต่อย่างใด

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ คนไข้ และญาติตั้งสติ อย่าตื่นตระหนก และขอให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในอาคารได้

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามโดย inbox เข้ามาได้ที่เพจ Facebook ของโรงพยาบาลตำรวจ และสามารถโทรเข้ามา สอบถามที่ 02 2076000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

ด้าน พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการจัดทีมวิศวกรและทีมช่างโยธามีการตรวจสอบทุกอาคารในสำนักงานตำรวจ รวมถึงโรงพยาบาลตำรวจ มีการลงนามโดยวิศวกรที่ตรวจสอบ และได้รับการยืนยันว่าอาคารภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแต่อย่างใด ผลกระทบที่แตกร้าวเกิดจากการใช้งานมานาน แต่รากฐานมั่นคง อยากจะยืนยันกับพวกเราทุกคน เนื่องจากวิศวกรและช่างโยธามีการยืนยันแล้ว เพิ่มเติมว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้วิศวกรลงพื้นที่แฟลตที่พักอาศัยที่มีอายุการใช้งานมานาน ตั้งแต่แฟลตลือชา เฉลิมลาภ ทั้งหมดเลย 6 อาคารที่มีอายุการใช้งานมานานโดยเฉพาะที่วัชรพล โดยในวันพุธนี้ (2 เม.ย.) ทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานของผู้บังคับบัญชา และขอยืนยันว่าตรวจสอบเมื่อเช้าแล้ว ไม่มีและไม่ได้รับแจ้งเหตุแผ่นดินไหวแต่อย่างใด

“ตอนนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงอีกเรื่อง อยากให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละอาคารถือว่าครั้งนี้เป็นบทเรียน เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเมื่อไหร่ ตนได้สั่งผู้การสันติบาล 3 ให้กำหนดพื้นที่อพยพเคลื่อนย้าย ในกรณีที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เรามีอยู่ 20 ชั้น จะไปอยู่พื้นที่ไหน โซนไหน ลงมาจากอาคารแล้วให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบและเช็คยอด มีลูกน้องหลงเหลืออยู่หรือไม่ เพื่อให้สันติบาลจัดชุดเข้าไปค้นหา อย่างเช่นเมื่อเช้าหลายคนลงมาแล้วไปยืนอยู่ใต้อาคาร ไปยืนในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีกระจก ถือเป็นพื้นที่อันตราย ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา สิ่งที่พังก่อนคือกระจก เศษหิน เศษปูน เพราะฉะนั้นถ้าเคลื่อนย้ายออกจากตัวอาคารแล้วพยายามเข้าหาที่โล่งเป็นหลัก อาคาร สตม.กระจกทั้งหลังให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ ด้านหน้าอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถไปยืนได้เลย”ร อง ผบ.ตร.กล่าว

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.ที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้อพยพคนลงจากอาคาร เนื่องจากได้รับแจ้งว่า อาคารมีการสั่นไหว โดยพบว่า บุคลากรทางการแพทย์ ได้ทำการอพยพผู้ป่วยออกจากตึกสูงอย่างเร่งด่วน เป็นการชั่วคราว

ต่อมา พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ รองนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ได้ประกาศเสียงตามสาย ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขออภัยในความไม่สะดวก และขออภัยพี่น้องประชาชนทุกท่าน

พล.ต.ต.สามารถ กล่าวว่า ตนเองตรวจสอบแล้วไม่มีคำสั่งอพยพ และยังไม่มีการย้ายคนไข้ทั้งสิ้น โดยเมื่อเสาร์ – อาทิตย์ที่ผ่านมา โยธาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และวิศวกรรมสถาน มีการตรวจสอบโครงสร้างทั้งโรงพยาบาล มีรอยร้าวบ้าง จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ไม่สะเทือนโครงสร้าง ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ายังเปิดใช้บริการได้

ส่วนวันนี้ที่มีการตื่นตระหนก พล.ต.ต.สามารถ กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเพราะโซเชียลเรื่องตึกเอียงที่ศูนย์ราชการ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เหมือนกับตอนนี้ทุกคนแพนิค จึงขอว่าอย่าตื่นตกใจ เช็กข่าวให้ชัวร์ก่อน

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 10.50 น.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ รพ.ตำรวจ มีข้าราชตำรวจ รับรู้ถึงแรงสั่นไหว เวียนหัว ก่อนจะมีคำสั่งอพยพลงจากอาคาร

– 006

‘กองทัพไทย’ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

'กองทัพไทย' ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

‘กองทัพไทย’ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

กองทัพไทย  สั่งสำรวจตึก แฟลต กำลังพล พบว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว พร้อมเกาะติดสถานการณ์ และสนับสนุนค้นหาผู้ติดค้างในตึกถล่มอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พลตรีวิทัย ลายถมยา เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งอพยพข้าราชกาทหารลงจากตึกมารวมตัวกันที่ในพื้นที่โล่ง บริเวณด้านหน้าอาคาร  ภายหลังได้รับรายงานว่ามี อาฟเตอร์ช็อก แต่ไม่รุนแรง กำลังพลส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ปัจจุบันกลับขึ้นตึกทำงานเรียบร้อยแล้ว และในวันเสาร์-วันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีคำสั่งให้สำรวจหน่วยทหาร แฟลต ที่พักของกำลังพล ที่อยู่ในสังกัดกองทัพไทย เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีความเสียหาย

พลตรีวิทัย กล่าวว่า ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการทหารกองทัพไทยได้สั่งเฝ้าระวังเกาะติดสถานการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่อง ร่วมถึงสำรวจผลกระทบกำลังพลที่จะได้รับ นอกจากนี้ยังสนับสนุนกำลังพลยุทโธปกรณ์ค้นหา กู้ภัยตึกถล่มอย่างต่อเนื่อง

บ.อิตาเลียนไทยฯ พร้อมเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุตึก สตง.ถล่ม

บ.อิตาเลียนไทยฯ พร้อมเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุตึก สตง.ถล่ม

บ.อิตาเลียนไทยฯ พร้อมเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุตึก สตง.ถล่ม

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.37 น.

บริษัทอิตาเลียนไทยฯ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวเสียชีวิต ผู้สูญหาย จากเหตุอาคาร สตง.ถล่มหลังแผ่นดินไหว พร้อมชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างถล่มเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้บาดเจ็บ บริษัทฯ  ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ฯ ได้ดำเนินการจัดทีมวิศวกร เครื่องจักรกลต่างๆ ร่วมสนับสนุนกับหน่วยงานราชการในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนกับทุกภาคส่วน จะดำเนินการแก้ไขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และจะเร่งให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บต่อไป

ในการนี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มั่นใจว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างโครงการอื่นๆ ของบริษัท หากมีความคืบหน้าบริษัทจะเรียนชี้แจงให้ทราบเป็นระยะต่อไป

ขอบคุณภาพจาก  ทีมโดรน สปภ.

‘มาดามหยก’นำ’ก้าวอิสระ’เปิดตัวส่ง’การย์วิชญ์’ชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

'มาดามหยก'นำ'ก้าวอิสระ'เปิดตัวส่ง'การย์วิชญ์'ชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

‘มาดามหยก’นำ’ก้าวอิสระ’เปิดตัวส่ง’การย์วิชญ์’ชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.14 น.

‘มาดามหยก’นำ’ก้าวอิสระ’ประกาศความพร้อม เปิดตัวส่ง’การย์วิชญ์’ชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มั่นใจพัฒนาเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองแห่งความสุขอย่างแท้จริงได้ ขอคนเชียงใหม่ร่วมก้าวไปด้วยกัน 

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2568 น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (indy) และประธานชมรม Change Together & Indy Team เปลี่ยนไปด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อน และส่งเสริมสนับสนุนความหลากหลายทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยระบุว่า พรรคก้าวอิสระ ขอประกาศความพร้อมในการส่งผู้สมัครเข้าชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ คือ นายการย์วิชญ์ วงษ์ทอง รองประธานมูลนิธิเอ็มพลัส อดีตเลขาธิการสมาคมเสริมสวยแห่งประเทศไทยภาคเหนือ อดีตอุปนายกสมาคมไทยล้านนา สปา และยังเคยดำรงตำแหน่งองค์กรภาครัฐ และเอกชนอีกมากมาย จบการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นบุคคลที่มีอุดมการณ์ และมีประสบการณ์หลากหลายวิชาชีพ พรรคก้าวอิสระ จึงมั่นใจว่า นายการย์วิชญ์ จะเข้าไปพัฒนาท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน พัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งความสุขอย่างแท้จริงได้

น.ส.กชพร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ดิฉัน และชมรม Change Together & Indy Team ได้มุ่งเป็นจิตอาสา เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และด้อยโอกาสมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สืบสานประเพณี อัตลักษณ์ล้านนา การร่วมพัฒนาและนำเสนอสินค้าชุมชนสู่สายตาชาวโลก ส่งเสริมซอฟพาวเวอร์มาโดยตลอด ซึ่งการช่วยเหลือสังคม งานจิตอาสา ไม่ว่าจะเป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 หรือน้ำท่วมภาคเหนือรุนแรง ได้ลงพื้นที่ และส่งทีมงาน พร้อมอุปกรณ์จำเป็น อาหาร ยา น้ำดื่ม เข้าช่วยเหลือในพื้นที่มาโดยตลอด ภายใต้ทีมก้าวอิสระหรือ Indy Team 

หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า เราได้คัดเลือกตัวแทนจากความหลากหลายกลุ่มอาชีพ เพศ อายุ เพื่อเข้าร่วมชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ครบทั้ง 4 แขวง และพร้อมที่จะผลักดันนโยบายหลัก 6 ด้าน ของสีรุ้ง 3 ประสานคือ วัยรุ่นคิดสร้างสรรค์  วัยทองเปี่ยมประสบการณ์ และวัยทำงานเชี่ยวชาญอาชีพ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของพรรคก้าวอิสระ ที่เราจะร่วมก้าวไปด้วยกัน เพื่อนครเชียงใหม่  โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือ  

“การเปิดตัวในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของ Indy Team หรือทีมก้าวอิสระ เพื่อนครเชียงใหม่ และพร้อมจะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกองค์กรเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนชาวนครเชียงใหม่ โดยมีจุดยืนที่ชัดเจน เราจะต้องก้าวเดินอย่างอิสระ ภายใต้การเคารพซึ่งกัน และกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มที่เป็นตัวแทนมาจากชาวบ้านจริงๆ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพได้มีส่วนร่วม แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และพร้อมเดินหน้ารับใช้พี่น้องชาวนครเชียงใหม่ ภายใต้สโลแกน ก้าวอิสระ ก้าวล้ำ ก้าวนำสมัย ไม่ก้าวร้าว”