David Archuleta กลับมาอีกครั้ง เสิร์ฟเพลงป๊อบบดยั่ว’Crème Brulée’

David Archuleta กลับมาอีกครั้ง เสิร์ฟเพลงป๊อบบดยั่ว'Crème Brulée'

David Archuleta กลับมาอีกครั้ง เสิร์ฟเพลงป๊อบบดยั่ว’Crème Brulée’

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

David Archuleta จากศิลปินยุคมิลเลนเนียล สู่งานเพลงใหม่ในยุคอัลฟ่า “Crème Brulée” ซึ่งเป็นเพลงป๊อปที่สนุกสนานและดึงดูดผู้ฟัง เสียงร้องที่ชวนหลงไหลและการใช้ภาษารากศัพท์ละตินอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน David ยังผสมผสานเนื้อเพลงภาษาอังกฤษกับภาษาสเปนได้อย่างลงตัวราวกับขนมหวานที่หวานมันตามชื่อเพลง “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมร้องเพลงคัฟเวอร์ภาษาสเปน แต่ไม่เคยได้สัมผัสความเป็นสเปนในเพลงป็อปของตัวเองเลย ผมจึงอยากสัมผัสกับรากเหง้าละตินในแบบของตัวเอง ที่ให้ความสนุกสนาน แต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ และเย้ายวน ขับเคลื่อนไปด้วยกันครับ”

“Crème Brulée” เป็นเพลงที่มีพลังน่าดึงดูดและมีกลิ่นอายของละตินได้อย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของ David ในฐานะศิลปินที่มีเสน่ห์พร้อมกับเสียงร้องที่นุ่มนวล มีไดนามิกและจังหวะที่ติดหูราวกับน้ำตาลคาราเมลที่หนุบหนับหูให้คุณรู้สึกอยากฟังต่ออย่างไม่รู้จบ

รวมถึงมิวสิควิดีโอเพลง “Crème Brulée” ยังมีการออกแบบท่าเต้นที่แหวกแนวแต่ประณีตร่วมกับกลุ่มนักเต้น JA Collective กำกับโดย Nathan Kim ซึ่งเคยร่วมงานในโปรเจ็กต์ต่างๆ ของ Charli XCX, David Guetta และ Lady Gaga อีกด้วย

“สำหรับการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง “Crème Brulée” เป็นอะไรที่น่าสนุกมากครับ ปกติผมชอบเต้นอยู่แล้ว แต่ยิ่งได้เข้าเรียนคลาสออกแบบท่าเต้นเพิ่มเติม ผมก็ยิ่งค้นพบว่าการเต้นทำให้รู้สึกตัวเองเป็นอิสระ มั่นใจมากขึ้น ผมรู้สึกว่าได้เข้าถึงร่างกายและความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ส่วนการได้ร่วมงานกับ Aidan, Jordan และ Nathan Kim ทำให้ผมรู้จักสไตล์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากครับ” David กล่าว

เพื่อเป็นการฉลองเปิดตัวซิงเกิลใหม่ “Crème Brulée” Devid เตรียมจัดการแสดงสดสุดตระการตาในงาน AFTERHOURS ที่กำลังจะมีขึ้นที่ลอสแองเจลิสในวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม ที่ The Bellwether ร่วมกับดีเจชื่อดังอย่าง Ty Sunderland และ Alexandra John

Follow:

https://www.youtube.com/user/theofficialarchuleta
https://www.facebook.com/davidarchuleta
https://www.tiktok.com/@davidarchie
https://www.instagram.com/davidarchie
https://x.com/davidarchie

Mrs. Thailand World เปิดเวทียิ่งใหญ่ ชวนสาวสวยที่สมรสแล้วจากทั่วประเทศร่วมชิงชัยอีกครั้ง

Mrs. Thailand World เปิดเวทียิ่งใหญ่ ชวนสาวสวยที่สมรสแล้วจากทั่วประเทศร่วมชิงชัยอีกครั้ง

Mrs. Thailand World เปิดเวทียิ่งใหญ่ ชวนสาวสวยที่สมรสแล้วจากทั่วประเทศร่วมชิงชัยอีกครั้ง

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

Mrs. Thailand World 2025 เปิดตัวอย่างเป็นทางการขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย หลังจากประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลกมาถึง 4ปี  เวทีที่มุ่งเน้นการเฟ้นหาผู้หญิงที่สมรสแล้ว และ สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคมและ New Generation ” เวทีแห่งเกียรติยศ ที่จะค้นหาผู้หญิงที่มีทั้งความสง่างาม และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก “Power of Love” ภายใต้แนวคิด “Shine Your Aura” ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ต้องเป็น “Inspiration Queen” ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับสังคมและคนรุ่นใหม่ เวที Mrs. Thailand World 2025 ปีนี้ยังมีความพิเศษยิ่งกว่าที่เคย เพราะมุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ให้เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจแก่สังคม โดยเฉพาะลูกๆ และเยาวชนรุ่นต่อไป เพื่อลดช่องว่างของ Generation และโอกาสทองของสาวสวยกรุงเทพฯ มาถึงแล้ว!!! 

คุณปัณณ์ธารี สกุลทอง  (คุณนก) บริษัทซันเดย์ครีเอชั่นส์  ผู้ถือลิขสิทธิ์ระดับจังหวัด Provincial Directors (PD) ” จังหวัด กรุงเทพมหานครฯ ” Mrs. Thailand World Bangkok ประกาศเชิญชวนผู้หญิงที่สมรสแล้ว ที่มีทั้งความสง่างาม และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก “Power of Love” เพื่อเป็นตัวแทนผู้เข้าประกวดระดับจังหวัดไปชิงมงใหญ่ Mrs.Thailand World 2025    และก้าวไปสู่เวทีMrs. World 2025 ที่เป็นเวทีระดับนานาชาติต่อไป

“มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีที่ส่งเสริมคุณค่าและแรงบันดาลใจดิฉันขอเชิญชวนสาวสวยที่เปี่ยมพลังแห่งความรัก “Power of Love” และความมั่นใจ เข้าร่วมประกวดเพื่อเป็นตัวแทนกรุงเทพมหานคร ไปชิงชัยกับอีก 15 จังหวัด ของเวที Mrs. Thailand World 2025 เราพร้อมสนับสนุนผู้หญิงที่สมรสแล้ว  ในการประกวดเพื่อแสดงถึงศักยภาพและพลังแห่งความรัก ความศรัทธาในหน้าที่ของภรรยาและคุณแม่ ที่จะมาร่วมกันถ่ายทอดพลังแห่งความสำเร็จให้เป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งเพื่อร่วมแรงร่วมใจประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานครต่อไป ทั้งในเวทีประเทศไทย และในเวทีโลกของกองประกวด Mrs. World 2025 ต่อไปค่ะ “คุณนก ปัณณ์ธารี กล่าว

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 23 เมษายน 2568 เพียงส่งคลิปออดิชั่นเพื่อสมัครเข้าร่วมการประกวด หรือ สแกน QR Code เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเพจ FB : Mrs Thailand World Bangkok    เท่านั้น

ม่วนจอยปล่อยใจไปกับหนังรักอารมณ์ดี ‘ฮักเจ้าอีหลี’ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

ม่วนจอยปล่อยใจไปกับหนังรักอารมณ์ดี 'ฮักเจ้าอีหลี'ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

ม่วนจอยปล่อยใจไปกับหนังรักอารมณ์ดี ‘ฮักเจ้าอีหลี’ที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ขอเชิญชวนแฟนหนังไทยมาสัมผัสเสน่ห์ของหมอลำกับภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี” ที่มาพร้อมนักแสดงคุณภาพและนักร้องลูกทุ่งหมอลำขวัญใจชาวไทย  เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลางกวาง จิรพรรณ บุญชิตท็อป นรากร กันจันทึก และ ต้าวหยอง ยุคลเดช ปัจฉิม ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ จากผู้กำกับ “แก๊ปเปอร์ วรฤทธิ์” จะม่วนคักขนาดไหนต้องไปติดตามชม

ภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี” บอกเล่าเรื่องราวความม่วนเบื้องหลังเวทีของ เคน (ภูศิลป์ วารินรักษ์) ตลกหนุ่มท้ายแถวคณะหมอลำชื่อดังที่ฝันอยากจะเป็นพระเอกหมอลำเบอร์หนึ่ง ถึงแม้ว่าใจจะรักในเสียงเพลงแต่เสียงร้องของเขากลับเพี้ยนขั้นสุด จนวันหนึ่งเขาได้ข่าวว่าค่ายเพลงดังกำลังจะเปิดรับสมัครนักร้องหน้าใหม่ เคนไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ เพื่อคว้าโอกาสครั้งสำคัญ แต่เขากลับต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งฝีมือเยี่ยม นั่นคือ ท็อป นรากร พระเอกหมอลำสุดหล่อเสียงทองที่เดินทางไปสมัคร แต่ทว่ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นซุปตาร์ เตรียมไปให้กำลังใจ “เคน” ได้ในช่วงมูฟวี่พรีเมียร์ ปักหมุดหนังใหม่ วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคมนี้ เวลา 18.40 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live

เปิดฉากปมรักละคร’ปรัชญ์’สุดเหี้ยมปลิดชีพ’อาร์ต-เฌอเบลล์’ใต้ต้นตะเคียน

เปิดฉากปมรักละคร'ปรัชญ์'สุดเหี้ยมปลิดชีพ'อาร์ต-เฌอเบลล์'ใต้ต้นตะเคียน

เปิดฉากปมรักละคร’ปรัชญ์’สุดเหี้ยมปลิดชีพ’อาร์ต-เฌอเบลล์’ใต้ต้นตะเคียน

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

เปิดเรื่อง อีพี 1 ก็ทำเอาแฟนละครลุ้นแบบสุด ๆ สำหรับละคร “พิศวาสข้ามภพ” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป กับปมต้นเรื่องที่ทำให้เกิดเรื่อง เมื่อ อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม กำลังพา เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ หนีแบบไม่คิดชีวิต แต่ก็ต้องมาเจอศัตรูคู่อาฆาต ปรัชญ์ ปรมิณ ศิระวนาดร ดักทำร้าย จนเป็นที่มาของโศกนาฎกรรมความรักใต้ต้นตะเคียนคู่ เบื้องหลังจะเป็นอย่างไร เรามีภาพมาเรียกน้ำย่อยให้แฟนละครได้รับชมก่อนจะไปดูแบบเต็มอิ่มในละคร

เป็นฉากที่ แพรทอง(เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน)หนีตามหมื่นคีรี(อาร์ต พศุตม์) หลังถูกบังคับให้ออกเรือนกับ เพลิง(ปรัชญ์ ปรมิณ) เพลิงไล่ตามมาจนเจอและฆ่าหมื่นคีรีทิ้ง แพรทองเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายตามหมื่นคีรีไป และร่างทั้งสองคนก็ถูกฝังอยู่ใต้ต้นตะเคียนด้วยกัน ผ่านมาหลายร้อยปี แพรทองไม่ได้ไปผุดไปเกิด แต่กลายเป็นแม่ย่าวังตะเคียน โดยสิ่งเดียวที่เธอเฝ้ารอคือการได้กลับมาพบกับหมื่นคีรีอีกครั้ง

เบื้องหลังฉากนี้ เป็นต้นเรื่องที่ทำให้เกิดเรื่องราวของความรักข้ามภพ รวมไปถึงความแค้นข้ามชาติ ทำให้นักแสดง อาร์ต เฌอเบลล์ สองพระเอกนางเอกทำการบ้านเตรียมถ่ายทอดอารมณ์ฉากดรามาฉากนี้แบบใส่หมดแม็ก ด้านปรัชญ์เอง ที่งานนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยถนัดบทร้าย แต่ปรัชญ์ก็ได้ทำการบ้านมาอย่างดี ถึงตัวละครเพลิงที่จะต้องมีความคิดชั่วทำชั่ว โหดร้ายโดยสันดาน ปรัชญ์ก็สื่อสารออกมาจากอินเนอร์สายตาได้เฉียบคม งานนี้ด้วยโลเคชันกลางป่า บวกกับเวลาในการถ่ายทำเป็นเวลากลางคืน ทำให้อุปสรรคในการแสดงฉากดรามาของอาร์ต และ เฌอเบลล์ คือ ยุงและเหล่าแมลง ที่ต้องมีสมาธิโฟกัสในการแสดงสูงมาก บอกเลยว่าใครที่ได้ดูฉากนี้ ก็อาจจะน้ำตาไหล และอดสงสารสองตัวละครหมื่นคีรีและแม่แพรทองโดยไม่รู้ตัว ส่วนปรัชญ์ พูดได้เลยว่า จบจากอีพี 1 ไปก็เตรียมรับคำสาปจากแฟนละครได้เลย เพราะเลวสะใจ เรื่องราวของต้นเรื่องนี้ จะมีปมอะไรที่ซ้อนมากกว่าการหึงหวงหรือไม่ ใครชักใยอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ร่วมลุ้นและตามหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในละคร พิศวาสข้ามภพ เริ่มตอนแรก วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568  และ ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

SWATCH เปิดร้านสาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก พร้อมแนะนำ Swatch Destination Art

SWATCH เปิดร้านสาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก พร้อมแนะนำ Swatch Destination Art

SWATCH เปิดร้านสาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัน แบงค็อก พร้อมแนะนำ Swatch Destination Art

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.51 น.

Swatch ฉลองเปิดตัวร้านใหม่ ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก รวมพื้นที่สองชั้นกว่า 600 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมของศาลาไทย ที่ผสมผสานวัสดุดั้้งเดิมและสมัยใหม่อย่างลงตัว โดยมี ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน และ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ มาร่วมงานและสัมผัสนาฬิกา Swatch Destination Art Bangkok รุ่น THE WANDERER ซึ่งออกแบบโดยไทยดีไซเนอร์ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘หนุมาน’ ตัวละครเอกจากเรื่องรามเกียรติ์ ไปจนถึงลายไทยอันวิจิตรบรรจง เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สื่อถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของไทย เพื่อมอบประสบการณ์ สุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ผู้มาเยือน ณ บริเวณชั้น G และชั้น 1 โซน The Storeys ที่วัน แบงค็อก

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก เปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจําประเทศไทย มาร่วมงาน โดยมี อแลง วีลาร์ (Alain Villard) ซีอีโอของ Swatch ให้การต้อนรับ

 ร้านสาขาใหม่แห่งนี้้ ผสมผสานภาษาดีไซน์ที่่เป็นเอกลักษณ์ไทยเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวทั้งในแง่มุุมของนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการเชิดชููวัฒนธรรมไทย โอบรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมของศาลาไทย ขับให้เห็นการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัวของวัสดุุดั้้งเดิมและสมัยใหม่อย่างเด่นชัด โดยออกแบบเพื่่อให้มีลักษณะคล้ายศาลาที่่เปิดโล่ง รองรับกิจกรรมที่่หลากหลายที่่ล้วนสะท้อนจิตวิญญาณในโลกของ Swatch ภายในพื้นที่่ชั้นล่าง ลููกค้าสามารถพบกับคอลเลกชันอันโด่งดังอย่าง Bioceramic MoonSwatch และ Bioceramic Scuba Fifty Fathoms อีกทั้้งยังพบกับพื้้นที่่ของนาฬิกาสำหรับเด็กที่่ทุุกคนหลงรักอย่าง Flik Flakประสบการณ์ช้อปปิ้้งแสนพิเศษยังคงต่อเนื่่องไปยังบริเวณชั้้นบน ครอบคลุุมคอลเลกชันนาฬิกาคลาสสิกยอดนิยมจาก Swatch อย่าง ONE AGAIN และ CARAMELISSIMA รวมถึงรุ่นใหม่ดีไซน์จัดจ้านสำหรับสายแฟชั่่นอย่าง Swatch NEON หรือรุ่นดีไซน์สุุดล้ำอย่าง BIOCERAMIC WHAT IF…? และคอลเลกชันศิลปะอย่าง Swatch x Tate Gallery และด้วยพื้้นที่่ขนาดใหญ่ของร้านทำให้เราสามารถมอบประสบการณ์ความบันเทิงจากโลกของ Swatch ได้ เช่น โซนสเกต สัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่่เรามีกับวงการกีฬาผาดโผน และพื้้นที่่จัดแสดงงานศิลปะของ Swatch ให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงความรักในศิลปะของ Swatch ซึ่งจัดแสดงนาฬิกาศิลปะรุ่นพิเศษต่างๆ ของ Swatch ที่่มีให้สะสมมาตั้้งแต่ยุุคแรกๆ จนถึงรุ่นล่าสุุด รวมทั้้ง “window to Shanghai” หมุุดหมายสำคัญที่ตั้งของ Swatch Art Peace Hotel เปิดต้อนรับศิลปินจากทั่วโลก

 และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองร้านสาขาใหญ่ที่สุดในโลก ในกรุงเทพมหานคร อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวนาฬิกา Swatch Destination Art Bangkok รุ่น THE WANDERER ซึ่งออกแบบโดยไทยดีไซเนอร์ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘หนุมาน’ ตัวละครเอกจากเรื่องรามเกียรติ์ ไปจนถึงลายไทยอันวิจิตรบรรจง และยังได้แรงบันดาลใจจากความนิยมในการพกเครื่องรางของสังคมไทย โดยหนุมานนั้นขึ้นชื่อว่ามีอำนาจในการคุ้มครอง ทั้งยังจงรักภักดีไม่มีสั่นคลอน ซึ่งเป็นหัวใจการออกแบบของผลงานชิ้นนี้ นอกจากงานศิลป์ลวดลายดาวและเดือน จากลายไทยประจำยามอันงดงามชวนฝันแล้ว นาฬิกาสีสันสดใสเรือนนี้จะทำหน้าเป็นเครื่องรางที่คอยปัดเป่าพลังงานลบอีกด้วย นาฬิการุ่นนี้จะเป็นสื่อกลางชวนคิดถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของไทย เชิดชูความมีชีวิตชีวาและความสนุกสนานของเมืองหลวงของไทย

ร้าน Swatch สาขาใหม่ในศููนย์การค้าวัน แบงค็อก เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมต้อนรับ และมอบประสบการณ์ที่สนุุกสนานให้แก่ลููกค้า เพลิดเพลินกับการลองสวมนาฬิการุ่นต่าง ๆ พร้อมปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ด้วยการสร้างนาฬิกา Swatch X You ในแบบของตัวเอง

ที่่อยูู่: ชั้้น G และ 1 โซน The Storeys One Bangkok ถนนวิทยุุ แขวงลุุมพินี เขตปทุุมวัน กรุุงเทพฯ ประเทศไทย 10330

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันอาทิตย์: 10:00 – 21:00 น.

SWATCH และกีฬา

การสร้างแรงบันดาลใจและความสุุขในการใช้ชีวิตจากสวิสเซอร์แลนด์ Swatch เขย่าวงการนาฬิกาข้อมือมานับตั้้งแต่ก่อตั้้งในปี1983 Swatch สะดุุดตาด้วยการออกแบบที่่โดดเด่นอันสะท้อนถึงความทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้้นจึงครองฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้้นนำและเป็นแบรนด์ที่่เป็นที่่ต้องการที่่สุุดในโลก ทั้้งนี้้ยังคงรักษาตัวตนอันแท้จริงไว้อยู่เสมอ ช่างฝีมือผู้ประดิษฐ์นาฬิกายังคงสร้างความประหลาดใจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยการเปิดตัวรุ่นนาฬิกาใหม่หรือคอลเลกชันพิเศษ วิวัฒนาการที่่ Swatch คิดค้นและทำงานสามารถพิสููจน์ได้จากความร่วมมือกับการแข่งขันกีฬาแอ็คชั่่นต่างๆ เช่น BMX สเกตบอร์ด และกระดานโต้คลื่่น หรือ Swatch Art Peace Hotel ในเซี่่ยงไฮ้ แหล่งรวมศิลปินผู้หลงใหลในงานศิลปะเช่นเดียวกันกับแบรนด์เราจากทั่่วโลก

‘บอย-แอน’ควงลูกแฝด เคลียร์ดราม่า ฟิวส์ขาดกลางโซเชียลไลฟ์สดด่าฉ่ำ

'บอย-แอน'ควงลูกแฝด เคลียร์ดราม่า ฟิวส์ขาดกลางโซเชียลไลฟ์สดด่าฉ่ำ

‘บอย-แอน’ควงลูกแฝด เคลียร์ดราม่า ฟิวส์ขาดกลางโซเชียลไลฟ์สดด่าฉ่ำ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

ตัวพ่อ ตัวแม่ ใจเกินร้อย บอย ศิริชัย และ แอน อรดี ที่วันนี้จะพาลูกสาวฝาแฝดบุญธรรม น้องเพชร น้องพลอย มาเปิดโมเมนต์น่ารักเป็นที่แรก พร้อมเล่านาทีพลิกชีวิตกับบทบาทคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ อีกทั้งยังเคลียร์ประเด็นร้อนที่ทำเอาบอยฟิวส์ขาด เดือดกลางโซเชียล ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne 31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณบอย คุณแอน พาลูกแฝดบุญธรรมมาออกรายการ เห็นว่าทั้งคู่ดังกว่าคุณพ่อ คุณแม่แล้ว?

บอย : ใช่ครับ แฟนคลับบางท่านบอกว่าไม่เคยดูหมอลำเลย ไม่รู้จัก แอน บอย มาก่อน แต่มาติดตามน้องเพชร น้องพลอย เลยมารู้จัก แอน บอย รู้จักหมอลำทีหลัง

ตอนนี้อายุเท่าไหร่กัน?

บอย : 2 ขวบกับอีก 3 เดือนครับ

ถ้าย้อนไปจุดเริ่มต้นของการอุปการะ น้องเพชร น้องพลอย คืออะไร?

บอย : เริ่มแรกผมได้ไปพบก่อน ผมไปแสดงที่วัดวัดนึง ซึ่งเป็นวัดที่ผมมีความผูกพันกับหลวงพ่อมาก ท่านจะให้ให้โอกาสตั้งแต่แรกๆ ที่ผมตั้งวงเป็นของตัวเอง วันนั้นก็ไปเจอคุณแม่ คุณยาย ของน้องเพชร น้องพลอย ท่านบอกว่ามารอผมตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 10-11 โมง คำแรกที่เดินเข้ามาซึ่งผมกำลังจะขึ้นรถ คุณบอย คุณยายขอคุยอะไรสักหน่อยได้ไหม รบกวนหน่อย คุณยายก็จูงแขนผมไป แล้วบอกว่าจะเอาหลานมาให้เป็นลูกของคุณแอน คุณบอยได้ไหม ผมก็ตกใจ คิดว่าเป็นเรื่องพูดเล่น หรือแฟนคลับอยากมาคุยกับเรา แล้วหาเรื่องมาพูด แต่พอคุยไปซักระยะก็เป็นเจตนาจริงของคุณยาย ยายบอกว่ายายมีหลานสาวอยู่ 2 คน ตอนนั้น 1 ขวบ ยายเป็นห่วงมาก ยายบอกตอนนี้ยายอายุเยอะแล้ว ยายรับผิดชอบคนเดียวไม่ไหว เขามีหลานทั้งหมด 6 คน แล้วยายเป็นคนดูแล แล้วทีนี้ที่เหลือ 4 คนเป็นผู้ชาย ยายไม่ห่วง แต่น้องเพชร น้องพลอย เป็นผู้หญิง ผมเห็นเจตนายาย แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผมก็เอ็นดูช่วยเหลือเด็ก ช่วยเหลือคนทั่วไปอยู่แล้ว ยายเลี้ยงน้องไปก่อน แต่ถ้าบุญสัมพันธ์กัน อาจจะได้ช่วยเหลือกันก็ได้ ผมก็ให้เบอร์โทรศัพท์ไป ถ้ายายเดือดร้อน ก็โทรหาผมได้เลย ยายเลี้ยงไว้ดีแล้ว เขาเป็นหลานของยาย โตมายายจะได้พึ่งพาอาศัยเขา เราคิดว่าเราช่วยแบบนี้ดีกว่า เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ ผมเข้ามาปรึกษาคุณยาย ปรึกษาแอน

แอน : ตอนแรกก็ตกใจก่อน คิดว่ามีเรื่องอะไร เพราะเขารีบวิ่งเข้ามา แล้วบอกว่ามีเรื่องใหญ่แล้ว เขาก็เลยบอกว่ามีคนจะเอาเด็กแฝดมาให้เราเลี้ยง หนูก็หนูคิดอะไรไม่ออกมันเป็นเรื่องแปลกมากๆ หนูก็เลยบอกพี่บอยโทรถามพระอาจารย์สิ มีผีบังตาหรืออะไรในความรู้สึกของหนู เพราะมันเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ อยู่ดีๆ จะเอาเด็กมาให้เราเลี้ยงได้ยังไง แล้วไปเจอกันที่วัดด้วย

ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ตัดสินใจรับอุปการะ?

แอน : ยังค่ะ

มีความคิดนิดนึงไหม?

บอย : จริงๆ ผมอยากได้ เพราะผมสงสาร พอนั่งคุยกับยายสักพัก แม่ของเด็กก็พาน้องเพชร น้องพลอย เดินมา แล้วเขาวิ่งมากอดผมเลย แล้วผมก็ขอถ่ายรูป 2 คนนี่เขาจะมองหน้าผมเราก็สงสาร ทั้งเสื้อผ้า หรืออะไรต่างๆ  ตอนนั้นกำลังกินข้าวต้มของวัด เราสงสาร แต่มันเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร แต่ไม่คิดว่าแอนจะอยากได้ด้วย เพราะงานเยอะยังไงก็คงเป็นไปได้ยาก ด่านแรกเราก็ต้องมาถามแอนก่อน ต่อไปแอนเป็นคนคิดต่อเลยถ้าเขาไม่ติดอะไร

แอน : พี่บอยก็เลยโทรหาหลวงลุง ณ ตอนนั้นเลย แต่ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังนะ บอกแค่ว่าเขาจะเอาเด็กมาให้เลี้ยง หลวงลุงบอกเป็นแฝดใช่ไหม เป็นผู้หญิง มากับยายผมขาวใช่ไหม ซึ่งหลวงลุงท่านอยู่เชียงใหม่ หลังจากนั้นหลวงลุงเลยบอกว่า เลี้ยงเลยมันเป็นบุญ

บอย : เราไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอก เขาเอาคนมาให้เราเลี้ยง เราได้บุญ 

แอน : แล้วหลวงลุงก็วางสายไป ประมาณ 5 นาที ท่านโทรกลับมาบอกว่าตั้งชื่อใหม่ คนพี่ชื่อพลอย คนน้องชื่อเพชรนะ ก็ตั้งชื่อให้เลย

ตอนนั้นเราตัดสินใจเลยไหมว่าจะเลี้ยง?

แอน : ณ ตอนนั้นเป็นเวลาที่เราต้องพักผ่อน เพราะเรามีงานทุกวันเลย แต่กลับนอนไม่หลับ เพราะคิดเรื่องนี้

บอย : หลังจากนั้นเราก็บินกลับมาที่กรุงเทพ แอนก็อยากเห็น ผมเลยโทรหายแม่และยายของเด็กมาพบเราที่สนามบิน วันนั้นก็บังเอิญเหลืออีก 5 นาต้องเข้าไปแล้ว เขามีหลาน 6 คนมามอเตอร์ไซค์คงไม่ไหว ก็ต้องเรียกแกร็ปไปรับ ทีนี้ตรงหน้าสนามบินเขาไม่ให้จอดรถ เราก็รีบด้วย เปิดประตูรถออกมาคือเยอะไปหมด แอนก็ได้อุ้มไม่ถึง 3 นาทีอยู่หน้าสนามบิน

เห็นว่าความรู้สึกเหมือนฟ้าประทาน เด็กทั้ง 2 มาให้?

บอย : ผมไม่ได้มองถึงเรื่องความเชื่อ แต่ผมเชื่อในสิ่งที่หลวงลุงบอกว่า เราได้บุญ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก เด็กสองคนนี้มีบุญสัมพันธ์กับเรา บางอย่างมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่รับลูกมาก็ไม่ได้ตัดสินใจเลยทันที แล้วก็มาชั่งใจ บวก ลบ คูณ หาร ต้องศึกษาเรื่องกฎหมายต่างๆ จริงๆผมอุปการะเด็กเยอะ ทั้งพระ ทั้งเณร ที่ส่งเรียน คนที่ไปช่วยงานที่บ้าน แดนซ์เซอร์ ลูกน้องผมมี 300 คน มากกว่า 50 คน เป็นเด็กกำพร้า ช่วงโควิดเรารับเลี้ยงเลย แล้วหาอะไรให้เขาทำในช่วงนั้น

น้องเพชร น้องพลอย ใช้เวลา 2 เดือนในการตัดสินใจ?

บอย : ใช่ครับ น้องยังเด็กอยู่ แล้วเจตนาของคุณแม่ คุณยาย อยากให้เอามาเป็นลูกแบบถูกต้อง เราก็อยากทำให้ถูกต้องตามกฏหมายด้วย เพื่อเซฟทุกอย่าง เขาก็ยังเด็กอยู่

เห็นว่าคุณยายเอาเอกสาร เสื้อผ้ามาให้หน้าเวที?

บอย : ตอนนั้นก็ตั้งคำถามเหมือนกัน ทั้งเรื่องที่เราจะมีลูกเองหรือเปล่า และช่วงนั้นยายผมเสีย เราก็ทำงานปกติ แอนก็คิวเยอะ ผมก็คิวเยอะ คิดว่าถ้าไม่มีลูกของตัวเองก็ไม่เป็นไรหรอกเนอะ ไม่มีก็ได้ เราก็วางแผนเพื่ออนาคตของตัวเอง แล้วพอมีน้องเพชร น้องพลอย เข้ามา เราก็กังวลว่าใจอนาคตจะมีความยุ่งยากกับครอบครัวน้องหรือเปล่า หรือกฎหมายมันจะเป็นยังไง แล้วแม่เรา ยายเรา ครอบครัวเราจะยังไง มันก็เป็นคำถามกัน ถ้าเรารับเขามาเลี้ยงเป็นลูก เราก็ต้องทำเพื่อเขานะ เขาก็คือลูกเรา มีสิทธิทุกอย่าง เราก็ต้องเต็มที่ ต้องมีเวลาให้เขา

ได้ถามครอบครัวน้องไหม ทำไมเลือกพี่บอย พี่แอน?

บอย : แม่และยายเขามาพบผม 2-3 ครั้ง เราบอกว่าอย่าเพิ่ง วันที่ตัดสินใจรับเลย เขาเอาเอกสารเสื้อผ้า เอาไปยื่นให้ผมหน้าเวที พร้อมกับอุ้มน้องไป ซึ่งไม่มีใครรู้ มีแค่เราสองคนที่รู้

แอน : พอเขาเอามายื่นให้หนูก็อุ้มเลยทั้ง 2 คน แล้วมองหน้ากันแล้วสงสาร แต่ ณ วันนั้นเรามีงานที่ต้องไปต่อต่างจังหวัด เรารับไว้เลยไม่ได้ ก็เลยบอกว่าแม่กับยายใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวนัดไปคุยกันอีกครั้ง ถ้าเอาไปวันนี้ยังไม่พร้อมแน่ๆ บ้านเรายังไม่เคยเลี้ยงเด็กเลย หนูก็ไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

บอย : แต่เราก็เตรียมเอกสาร และเสื้อผ้าน้องไปด้วย

ทุกวันนี้กระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อยหรือยัง?

บอย : เรียบร้อยครับ

เคยกังวลไหมถ้าวันนึงเราเลี้ยงไปจนโต แล้วแม่เขามาขอคืน?

บอย : มันจะมีข้อกฎหมายที่เราทำถูกต้อง แต่การที่แม่หรือคุณยายจะมาพบ และต่อไปถ้าเขาได้ดูแลบุพการีของเขามันก็เป็นสิ่งที่ดี เราก็เลี้ยงแบบเปิดเผยอยู่แล้ว เพราะลูกก็อยู่ในโซเชียล เราได้แจ้ง ได้บอก แฟนคลับก็สงสัย ตอนแรกเราก็เลี้ยงธรรมดานี่แหละ พอทุกคนเห็น เอ๊ะ..ยังไง เริ่มมีคำถาม ปิดไม่ได้ ก็ต้องมาไลฟ์บอก เราก็ค่อยๆ เล่าให้เขาฟัง แต่ผมเชื่อว่าการที่เราให้ความอบอุ่นเขา เราเต็มที่กับเขา ผมเชื่อว่าลูกคงไม่ได้คิดอะไรมาก

ตั้งแต่ที่รับเด็กๆ มาได้ติดต่อกับคุณแม่ คุณยายของเด็กๆ ไหม?

บอย : ครั้งล่าสุด คุณแม่ คุณยายมาเซ็นเอกสารที่พัฒนาสังคม เรื่องน้อง หลังจากที่เรารับมา 4-5 เดือนแล้ว ก็ถามอยู่ ยายคิดถึงไหม คิดถึง แต่โชคดีได้เห็นลูกทุกวัน เพราะว่าอยู่ในโซเชียล ยายบอกว่าคิดถูกต้องแล้วที่มอบลูกให้คุณแอน คุณบอย ไม่ได้ห่วงเลย เพราะเห็นทุกวัน คนที่อยู่รอบตัวเราก็เอ็นดู เขาก็บอกว่าเขาสบายใจ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเลย

พอมีลูกแฝดชีวิตเปลี่ยนไปเลยไหม?

แอน : สำหรับแอน เปลี่ยนนะคะ ปกติเราเป็นภรรยาก็ต้องดูแลสามี ดูแลบ้าน จัดการอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงงานของเราเอง เราก็มีลูกน้อง แล้วพอมีลูกเราต้องแบ่งส่วนนี้ให้ลูกอีก ตั้งแต่มีน้องไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต คือสัญชาตญาณความเป็นแม่หรือเปล่าที่บอกเรา โอเคเราต้องทำเพื่อเขา ต้องมีเวลาให้เขานะ ทำยังไงให้เขารู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วอบอุ่น อีกอย่างหนึ่งเขาไม่ได้เกิดจากเรา มันก็ต้องมีอะไรที่ละเอียดอ่อนให้เขาเชื่อว่าเราเป็นแม่ หนูก็ต้องเรียนจากแม่หนูอีกที

แล้วอยากจะมีลูกของตัวเองจริงๆ ไหม?

แอน : ถ้ามีก็ดี แต่มันอาจจะยังไม่ใช่ ช่วงนี้เฉยๆ เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราพยายามจะมี แต่ก็ไม่มี มีไม่ได้ โอเคถ้างั้นงานก็เยอะอยู่ก็ขอทำงานไปก่อน

แล้วแบ่งเวลายังไง?

แอน : จะสลับกัน ถ้ามีเวลาแอนก็จะอยู่กับลูก พี่บอยกลับบ้านไปมีเวลาก็จะอยู่กับลูก แต่ถ้ามีเวลาอยู่ด้วยกันก็จะอยู่ด้วยกันนานที่สุด

บางคนมองว่าเด็กสองคนนี้สบายแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เขายังมีกรรมของเขาอยู่?

บอย : ใช่ครับ คนอาจจะมองว่าเขามีชีวิตใหม่ มีครอบครัวที่เราสามารถให้อนาคตที่ดีกับเขา เพียงแต่ว่าในมุมของผม เขาพลัดพรากจากพ่อแม่

เห็นว่าเด็ก 2 คนนี้แตกต่างกันสุดขั้วเลย?

บอย : ใช่ ตอนแรกๆ แอนยังจำลูกไม่ได้เลย ซึ่งทั้งสองมีส่วนต่างกัน บุคลิค ท่าทาง น้ำเสียงก็ต่างกัน อารมณ์ก็ต่างกัน

แอน : จริงๆ น้องเพชรจะตาโตกว่าน้องพลอยนิดนีง

บอย : น้องพลอยมีความเป็นพี่สาว เริ่มมีความเสียสละตั้งแต่ตอนเด็กเลย เวลาน้องเพชรร้องไห้ เอาก็จะไปปลอบ

มีนิสัยเหมือนพ่อ แม่ บ้างไหม?

แอน : น้องเพชรจะเหมือนพี่บอย แม่บ้านบอกว่าจริงๆ น้องเพชรไม่ได้เหมือนแอนนะ น้องเพชรเหมือนพี่บอยเพราะว่าชอบบังคับ น้องพลอยจะรักสวย รักงาม จะเป็นคนอ่อนหวาน แต่น้องเพชรจะห้าวๆ นิดนึง

พ่อหลงลูกหนักมากๆ ?

บอย : ก็หวงอยู่ครับ แม่แอนมีเวลาอยู่กับลูกได้ 100% เลย ปกติจะทำนา แต่ตอนนี้ยกนาให้ญาติทำเลย เพื่อดูหลาน จริงๆ ปักหลักในเมืองขอนแก่น หมู่บ้านเป็นโครงการ เด็กจะทำกิจกรรมได้ไม่มาก อยูาแต่กับทีวี คุณยายก็จะพาไปบ้านนอก มีสวน มีต้นไม้ มีสนาม มีดิน มีทราย ให้เล่น

เห็นว่าตอนนี้วางแผนอนาคตไว้ให้ลูกสาวแล้ว?

บอย : วางแผนเรื่องโรงเรียน

แอน : เริ่มหาที่เรียนแล้วว่าอะไรจะเหมาะกับเขา แต่ถ้าในอนาคตเขาโตขึ้นมา เลือกได้ทุกอย่างเลย แล้วแต่ความชอบเลย หรือจะมาในแนวหมอลำ นักร้อง

มีไหม?

แอน : มีค่ะ ด้วยความที่เขามาอยู่กับเราแรกๆ เขาคงไม่รู้ว่าเราเป็นหมอลำ แต่เวลาเปิดเพลง เขาก็จะเต้น จะโยกตลอด

บอย : ก็มีพาขึ้นเวทีบ้างเวลาเราเล่นใกล้ๆ ให้ไปซึบซับ ถ้าเขาโตมาทำงานในสิ่งที่เราทำก็เป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายเขาขอบอะไร เราก็จะสนับสนุน

มีคนมาด่าพี่ ด่าถึงครอบครัวด้วย?

บอย : วันนั้นผมทำการแสดงอยู่ แล้วมีแอนแสดงด้วย ปกติเราไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน ผมแสดงเสร็จลงมา มีญาติบอกน้องบอยลงมาดูคลิปนี้หน่อย เขากำลังไลฟ์สดด่าน้องบอยอยู่ ผมก็พิมพ์ดูชื่อเพจ ยังไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้บอกแอนด้วย แต่ผมต้องรีบขึ้นไปบนเวทีแล้ว เพราะถึงคิว พอลงมาเขาก็ยังไลฟ์อยู่ ผมก็เข้าไปพิมพ์ บอกว่าพี่พูดให้คนอื่นเสียหายแบบนี้ได้ยังไง แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดขนาดนี้ ซึ่งผมมองว่าเกินกว่าเหตุ ว่าผมคบไม่ได้ ลิ้นสองแฉก คือมันแรง ผมก็ทักไปทัวขอขึ้นกล้อง ถ้าไม่ชัวร์หรือไม่เข้าใยเรื่องอะไรก็ถามได้ แต่เขาลาม แอนก็นั่งฟัง พอเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปก็เอาเฟซบุ๊กของตัวเองไลฟ์สด ผมก็เหมือนในคลิปเลย ให้แฟนๆ ได้เห็นว่าเขาพูดถึงเราอยู่ ซึ่งผมคิดว่ามันแรงเกินไป มีอะไรเราคุยกันได้นะมันเกินไปหรือเปล่า

สุดท้ายเขาออกมาขอโทษ?

บอย : ใช่ครับ เขาโพสต์เพจ

ได้มีโอกาสได้คุยกันไหม?

แอน :  ความรู้สึกตอนนั้นแอนไม่รู้ว่าเขาเจออะไรมาก่อน หนูดูก่อนขึ้นเวทีแป๊บนึง พอลงมาก็คือไม่ไหวแล้ว จริงๆ หนูเป็นคนที่บอกว่าไลฟ์เลยพี่ มันไม่ไหวแล้ว

วันนั้นคุณบอยเดือดมาก กลัวคนมองเราไม่ดีไหม?

บอย : ภาพของผมเป็นปะเมาณนั้น ผมทำงานมา 20 กว่าปี ทำงานเป็นนักร้องหมอลำ ดูแลลูกน้องจำนวนมาก เป็นผู้ใหญ่มาตลอด ในวงการนักการเมือง ในวงการเพื่อนศิลปินทุกคนก็นับถือกัน เป็นพี่ เป็นน้องกัน ไม่เคยเห็นผมหลุดขนาดนั้น ซึ่งผมก็ยอมรับว่าผมหลุดจริงๆ ซึ่งมันก็แรงอยู่ ไม่ควร แต่มาด่าถึงพ่อแม่เรา บางทีเราก็โมโห 

‘ซีแนม เอเอฟ’เซ่นดรามา ‘ดิว อริสรา’ถูกตราหน้าว่าผิด จนงานพัง!

'ซีแนม เอเอฟ'เซ่นดรามา 'ดิว อริสรา'ถูกตราหน้าว่าผิด จนงานพัง!

‘ซีแนม เอเอฟ’เซ่นดรามา ‘ดิว อริสรา’ถูกตราหน้าว่าผิด จนงานพัง!

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.38 น.

ข่าวดรามาร้อนดาราสาว ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะเกิดจากมีหลากหลายผู้เกี่ยวข้องออกมาพูดเรื่องราวของเจ้าตัวในหลากหลายด้าน ล่าสุด คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ได้เชิญ คุณซีแนม เอเอฟ หรือ ซีแนม สุนทร ผู้เคยเป็นคู่กรณีกับดาสาวมาเปิดใจกลางรายการ พร้อม อ.โต้ง หรือ รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นักอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต กับ ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต เพื่อสอบถามถึงประเด็นกระแสข่าว

เรื่องราวของคุณซีแนม ผ่านมา 7-8 ปีแล้ว ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?

ซีแนม: จริงๆ ในระยะเวลาที่ผ่านมา ในแง่ความรู้สึก มันอยู่กับความที่โดนตราหน้าว่าเป็นคนผิด หรือโดนทัวร์ลง และก็มีผลกระทบต่องานของเรา แนมก็กลายเป็นคนไม่มีที่ยืน ไม่ได้โอกาส เหมือนงานก็ไม่อยากจ้าง เพราะเราเข้าใจว่า ณ ตอนนั้น ถ้ามันไม่มีข่าวไม่ดี หรืออะไร มันก็จะมีคอมเมนต์ต่างๆ ใต้แบรนด์ดิ้ง งานต่างๆ เขาก็ไม่อยากจ้างเรา พอจ้างมันก็จะมีคอมเมนต์ไม่ดี มันก็มีผลกระทบต่อจิตใจ  ความรู้สึก หรืออาชีพการงานของแนมไปเลย ก็คือพังไปเลยค่ะ

ถึงขั้นที่ว่า งานพังไปเลยเหรอคะ?

ซีแนม: ใช่ค่ะ และประจวบกับสักพัก มันเป็นช่วงโควิด มันก็หายไปด้วย ธุรกิจที่แนมมีโควิด ก็เบาไปด้วย แต่งานในวงการแทนที่ เราควรจะยังมีอยู่ เราควรจะยังทำอยู่ มันก็น้อยลง จากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นค่ะ

เพราะอะไร ตอนนั้นมีคนรัก มีเอฟซี หรืออาจจะเป็นคนที่รักคุณดิวเยอะ ?

ซีแนม: ใช่ค่ะ เขาก็เข้าใจ เหมือนเข้าใจเราว่า เราไม่ใช่คนที่อยากออกมาได้รับความยุติธรรม คือเราเป็นคนผิด เราไม่มีเงินแล้วมาลงทุนกับเขาทำไม มาเรียกร้องอะไร มาใส่ร้ายเขาทำไม มาเกาะเขา หิวแสงทำไม เกาะเขาดังน่ะสิ ไม่มีงานแล้วอยากจะมาเกาะเขาดังอะไรแบบนี้ และเราก็รู้สึกว่า เราแค่อยากทวงความยุติธรรม เพราะเราก็เป็นเหยื่อ หนึ่งในนั้นคนนึง ถึงแม้ว่า จำนวนเงินมันจะไม่เยอะ เราก็แค่อยากออกมาทวงสิทธิ์ของเราเท่านั้น จะได้แยกย้ายกัน แต่กลับกลายเป็นว่า มาลงเราแทน

มันเลยกลายเป็นประเด็น จนถึงทุกวันนี้?

ซีแนม: ใช่ค่ะ เวลาแนมไปออกรายการ หรือไปทำอะไร มันก็จะมีคอมเมนต์แย่ๆ ใต้ในสิ่งนั้น มันก็ทำให้เรารู้สึกแย่เหมือนกันนะคะ ในคนบางกลุ่มที่อาจจะรักในตัวเขา หรือเข้าใจเราผิดอะไรแบบนี้ค่ะ และต้องเข้าใจนิดนึงว่า ที่คนเราทำงานในวงการ สื่อโซเชียลมันก็สำคัญ ในเรื่องของการโปรโมท คอมเมนต์ต่างๆ มันก็มีผลกับเรา ถามว่า แล้วไปอ่านทำไม บางทีเราไม่ได้อ่าน แต่พอเราไปทำงาน มันไปไม่ได้ ทำไม่ได้ ในพื้นที่ส่วนตัว บางทีลามไปถึงครอบครัว

ตอนนั้นมีเรื่องร้านทำเล็บ?

ซีแนม: ใช่ค่ะ เป็นการจะลงทุนเปิดร้านทำเล็บ ร้านคาเฟ่ด้วยกัน แค่นั้นเองร่วมหุ้น ทีนี้เล่าย้อนกลับไปรวบๆ เราไม่ได้รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักในแง่เขามีชื่อเสียงเป็นคนดัง แต่จริงๆเรารู้จักกับรุ่นน้องคนนึงแต่ไม่ใช่ดารา ชื่อน้อง พ. กับ น้อง ป. เราสนิทกันอยู่แล้ว และเราเคยพูดว่า อยากทำร้านทำเล็บทำอะไร แล้วคงมีโปรเจกต์กันพอดีว่า ตัวเขากับน้อง ป. น้อง พ. จะทำ เขาก็เลยดึงแนมเข้าไปด้วย มันก็เลยเกิดจากการจะทำร้านทำเล็บด้วยกัน น้อง พ.ก็เลยไปชักนำเขาให้รู้จักกับแนม แต่แนมไม่เคยรู้จักเขา เป็นเพื่อน หรือเป็นการส่วนตัว ไม่เคยรู้ว่าเขานิสัยเป็นอย่างไร รู้จักทั่วไปว่าเป็นคนในวงการบันเทิงเหมือนกัน เราก็โอเคได้ เราเป็นหุ้นตัวเล็กๆ ไม่ได้มีสิทธิ์ มีเสียงอะไรอยู่แล้ว เขาเป็นหุ้นใหญ่ และเขาเป็นแบบเจ้าแม่โปรเจกต์ มันก็ดี เราก็อาจจะได้อานิสงส์การที่เราทำร้านแล้วจะได้ไปเร็วขึ้น ก็ไปก็เริ่มรู้จักกัน

ลงทุนไปเท่าไรคะ?

ซีแนม:  ตอนแรกมีแค่ 4 คนก่อนนะ มีแนม มีเขา มี ป. มี จ. หนูนาเนี่ย เข้ามาที่หลังเลย จริงๆ หนูนาแทบไม่มีบทบาทเหตุการณ์ครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะในกลุ่มแชต การลงทุนเงิน รายละเอียดต่างๆที่มันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมา จะไม่มีหนูนาในนั้น เราก็ไม่รู้เขาไปคุยอะไร เขาแค่มาบอกว่า เดี๋ยวจะมีมาด้วย เราก็มีมาก็ดี เราก็ไม่ได้อะไร แนม 10% คือตัวเลขแนมบอกตรงๆ แนมจำไม่ได้ 10% น่าจะ 6 กว่าๆ ในช่วงแรกๆ

6 แสน?

ซีแนม: ใช่ 6 กว่าๆ และทุกคนกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ไปรวมกับเขาหมด เพราะเขาเป็นหุ้นใหญ่ โอเค ทุกคนโอนมาไว้ที่เขานะ เดี๋ยวเขาจะเป็นคนจัดการเงิน เรา 10% โอนไป น้อง 15% โอนไป 20% โอนไป อยู่ที่เขาไปหมด และเขาจะไปจัดการเรื่องของการคุยกับเจ้าของตึก ติดต่อเช่า วางมัดจำอะไร คือเรื่องใหญ่คือเขา ฯลฯ

ทีนี้ในระหว่างทางมันก็ผ่านไป 1 เดือน 3 เดือน พวกเราตัวเล็กๆ ทำเสร็จแล้ว เตรียมกันแล้ว เราก็เริ่มแล้วไงว่า ร้านไปถึงไหน ตามเขา เพราะเขาติดต่อเรื่องใหญ่ มันไม่เกิดๆ มันมีปัญหาเรื่อยๆ อินทีเรียร์บ้างแหละ อะไรบ้างแหละ เดี๋ยวจะเปลี่ยนเจ้าบ้างแหละ มันเริ่มลามไปเรื่อยๆ สักพัก เห้ยมันนานแล้วนะ เดี๋ยวค่าเช่าจะลามไปเรื่อย มันหลายเดือนแล้ว เขาก็บอกว่าอินทีเรียร์บอกว่าโครงสร้างตึกไม่แข็งแรง ถ้าเกิดอยากจะทำที่อยากทำต้องมีการบิ้วท์โครงสร้าง ที่ต้องใช้เงินเพิ่ม ต้องเยอะไปอีก เรากก็เริ่มเหมือนรู้สึกปัญหามันดูยุ่งเหยิง งั้นไม่ทำ ดูวี่แววแล้วว่าเงินทุนมันจะไม่เกิดแน่ๆ และเราไม่อยากลงทุนกันเพิ่มแล้วใน 3 คน ไม่โอเค เลยตกลงแล้วว่า ยุติ ไม่ทำ ก็คุยกันเสร็จ ในกลุ่มว่า งั้นเราจะยุติไม่ทำกันแล้ว ป. พ. ไม่ทำ เขาไม่ทำ  ก็เลยมาคุยกันว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรกันไปแล้ว เดี๋ยวเรามาหักค่าใช้จ่ายกัน แล้วคงเหลือเท่าไรแต่ละหุ้น โอนคืนมาแล้วกัน แค่นี้เอง ฯลฯ

จะได้คืนคนละเท่าไรคะ?

ซีแนม: แนมจำไม่ได้ เพราะนานไปแล้ว แต่ที่แนมจำได้ แนมจะได้คืน จาก 10 % มา 3 กว่าๆ หักค่าใช้จ่ายอะไร เรามีรายละเอียดในไลน์กลุ่มอยู่แล้ว ว่าเวลาใครจ่ายอะไร มันมีโน้ตอยู่ หักกลบลบมันยังเหลือ มันอาจจะเหลือเงินจำนวนไม่เยอะ หรือหลายคนอาจจะพูดว่า เงินไม่เห็นจะเยอะเลยมาทวง แต่มันก็เป็นเงินที่เหลือไงคะ แนม ป. พ. มันควรจะได้คืน เป็นสิทธิ์ของเราแค่นั้นเอง อันนี้ในส่วนหักลบแล้วนะฯลฯ

ผ่านไปเดือนก็แล้ว ไม่คืน ประเด็นก่อนที่แนมจะไปโพสต์ ทำไมถึงโพสต์ อยากได้แสงเหรอ คือ พอบอกให้คืน น้อง พ. ได้คืนก่อนเลย เราก็ดีๆ สงสัยเขาจะทยอยคืน (ทำท่ายกหู) พี่แนมได้คืนยัง ยังเลย หนูได้คืนแล้วนะ เราก็เอ้าเหรอ  เราก็เลยทวงถามเขาไป ป.ได้คืนยัง ยัง สรุปสุดท้าย ป. พ. ไม่ได้คืน ทวงถามอย่างไร ขอคืนอย่างไร ก็ไม่คืน เราก็ทำว่าทำไม เขาไม่ตอบ เราก็ไปโพสต์ คือมันทางตันจริงๆ คือเราคิดว่า พอมีข่าวนิดนึง เขาอาจจะอยากคืนเราก็ได้ เพราะเราก็มีความไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไม พ. ถึงได้คืน และทำไม เรากับ ป. ถึงไม่ได้คืน ฯลฯ

เขาก็พูดว่ามาทวงอะไร ทนายเขาเป็นคนพูดเนอะตอนนั้นว่า มันมีเรื่องของการเคลียร์ใช้จ่าย ยังไม่ครบเลย เต็มๆไปหมด เอ๊ะ มีค่าใช้จ่ายอะไรเต็มไปหมด หมายความว่าถ้ามีอะไรยังจ่ายไม่ครบ แล้วทำไมถึงคืนให้ พ.ก่อนล่ะ ในเมื่อหุ้นทุกคนต้องรอ ยังโอนคืนไม่ได้ ถูกไหมคะ หมายความว่าทุกคนยังไม่ได้คืนสิ พ.ได้คืน แล้วมาพูดว่า เนี่ย หนูนายังไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย อันนี้เรา 3 คนพูดไม่ได้ เพราะ หนูนา ในกลุ่ม ยังไม่เห็นการโอนอะไรเลย โอนเงินให้เขาหรือยังล่ะ ในหุ้น หรือยังไม่โอน หุ้นลม คือเราไม่รู้ไง อันนี้หนูนาก็เลยไม่มีปัญหา อันนี้แนมของไม่รู้เรื่อง แต่คนที่โอนเงินทั้งหมดในกลุ่ม มันมีแนมกับ ป. ไม่ได้คืน ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราว ฯลฯ

ในรายการ ทนายเจมส์ ยังพูดถึงกรณี ประเด็นเงินดอลลาร์ ว่าอาจจะคล้ายคดีฆ่าพ่อแม่ลูก 3 คน ที่คนร้ายออกมาเรียกร้องตามหา อาจจะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ และประเด็นการเสนอเอาเงินมาเป็นค่าธรรมเนียม เพื่อเอาเงินออกมาจากสถานทูต ทำไมถึงไม่นัดไปที่สถานทูต และตัวละครชานเป็นใคร ทำไมถึงต้องเอาเงินมาจากสถานทูต ปัญหาคือใครกันแน่เป็นเหยื่อ? และสิทธิ์ของการเป็นเหงื่อไปกักขังหน่วงเหนี่ยวคนอื่นได้หรือ? และในมุมมองของ อ.โต้ง มีมุมมองในเชิงนักอาชญาวิทยา มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ติดตามคลิปเต็มย้อนหลังได้ที่ https://youtu.be/0a6MFWtQttg?si=zXAG6AltMmwU6i2F

‘พีค ภัทรศยา’มีแพลนแต่งงาน ฝันอยากมีลูก พร้อมแชร์มุมมองดราม่าคนบันเทิงเลิกกันสนั่นโซเชียล!

'พีค ภัทรศยา'มีแพลนแต่งงาน ฝันอยากมีลูก พร้อมแชร์มุมมองดราม่าคนบันเทิงเลิกกันสนั่นโซเชียล!

‘พีค ภัทรศยา’มีแพลนแต่งงาน ฝันอยากมีลูก พร้อมแชร์มุมมองดราม่าคนบันเทิงเลิกกันสนั่นโซเชียล!

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

เบิ้ล AM สัปดาห์นี้พบกับ พีค ภัทรศยา มาเล่าถึงเส้นทางการเป็นนักร้อง ฝันเกือบพัง! จากเด็กที่ถูกห้ามร้องเพลง สู่วันที่มีซิงเกิ้ลของตัวเอง โดยล่าสุดมีซิงเกิ้ลเพลงใหม่ชื่อ “อวยพร” พร้อมแชร์มุมมองความรักในวงการบันเทิง เลิกกันสนั่นโซเชียล

ตอนนี้มีซิงเกิ้ลใหม่ชื่อเพลงอะไร ?

พีค : อวยพรค่ะ เป็นแนวบรรยากาศดีๆ สนุกสนาน แนวเพลงป๊อบ เนื้อหาเป็นการอวยพร ขอให้เธอมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง คืออยากให้มีคำว่าขอให้สุขภาพแข็งแรงอยู่ในนี้ ให้ร่ำรวยมีเงินกินเงินใช้ในนี้ มีท่าเต้นด้วย คืออยากทำเพลงอวยพรให้คนฟัง เหมือนเฉลิมฉลอง คือเวลาเราเฉลิมฉลองกันเราอวยพรกันมันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขใช่ไหม แบบเป็นฟีลชนแก้ว ถ้าเกิดว่าเธอดริ้งก็ขอให้สุขภาพดีปลอดภัย ตั้งใจทำมากๆ ฟินมากๆ  ตอนนี้ก็ออกแล้วไปดูใน YouTube ได้

มีคนเคยคิดและบอกไหมว่าถ้าโตขึ้นไปอย่าร้องเพลงนะ ?

พีค : (หัวเราะ) ไม่มีเลย มีแต่คนผลักดันอยากให้เข้าวงการ

มารักการร้องเพลงตอนไหน ?

พีค : ตั้งแต่ก่อนที่จะมาเล่น Ost.สายลับจับบ้านเล็ก

เคยเล่าให้ใครฟังไหมตอนนั้น ?

พีค : ตอนแรกยังไม่มีใครฟังไง ก็เลยยังไม่มีใครรู้ จริงๆ ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดง อยากเป็นนักร้องนะ กว่าจะขึ้นมาจากจุดนั้นมาถึงวันนี้เราภูมิใจนะ

ได้ข่าวว่าคุณมีความฝันในการร้องเพลงก็จริง แต่พ่อไม่ชอบให้ร้องเพลงเลยเพราะอะไร ?

พีค : คือคนที่ได้ยินพีคร้องเพลงก่อนที่จะเป็นคนอื่นคือปะป๊า ตอนนั้นไปงานวันเกิดเพื่อนปะป๊าค่ะ แล้วปะป๊าเขาก็คงไม่เคยได้ยินพีคแบบร้องเพลงในที่สาธารณะเท่าไหร่ วันนั้นก็ร้องในวันเกิดเพื่อนปะป๊า พอร้องเสร็จปุ๊บ เขาก็บอกว่าทีหลังไม่ต้องร้องนะลูก ร้องเพี้ยน เค้าเป็นคนพูดตรงไง แต่ว่าพูดกับพีคนะ เขาพูดจริง หลังจากนั้นก็มีไปเรียนบ้าง ปะป๊าก็พาไปเรียน ไปเรียน 2 ครั้งแล้วเรารู้สึกเหมือนตามเพื่อนคนอื่นไม่ทันค่ะ ตอนนั้นอายุ 13-14 มั้งจำไม่ได้ เราเป็นเสียงสไตล์นี้เลยตั้งแต่เด็ก แล้วเหมือนเวลาสอนอะไรเราไม่เข้าใจ แล้วตอนนั้นก็ดันได้เป็นนักแสดงก่อน

อยู่ในวงการมานาน ทำทุกอย่างมามากมาย ปัจจุบันนิยามความรักเป็นยังไง ?

พีค : ความรักของพีคคือ อยากจะดูแลคนที่รักให้ดีที่สุด ให้เขามีความสุขที่สุด อยากดูแลให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถ้าเราแฮปปี้ก็จะมีแต่แบบสิ่งดีๆ

เห็นข่าวแบบมีคนเลิกกันในวงการบันเทิงแล้วมีความคิดเห็นยังไง ?

พีค : เราไม่รู้กับเรื่องของคน 2 คนหรอก ว่าเค้าเลิกเพราะอะไรอย่างงี้ เพราะมันเป็นเรื่องของเขา มันไม่ใช่เรื่องของเรา คิดว่าเวลาคนเราเลิกกันคงไม่มีใครอยากจะให้ความสัมพันธ์มันจบหรอก แต่เขาก็คงมีเหตุผลของเขาซึ่งเราไม่รู้ไง

ตอนนี้มีแฟนแล้ว เคยมีวางแผนจะแต่งงานไหม ?

พีค : มีค่ะ

อยากมีลูกไหม ?

พีค : อยากมีลูกค่ะ

เห็นโทรศัพท์เขียนคำว่าสติ คือทำไมต้องตั้งคำว่าสติกับสตางค์ไว้ในหน้าจอโทรศัพท์ ?

พีค : เพราะว่าตอนเด็กๆ เราชอบซ่า ชอบแบบสติหายบ่อย จะเตือนตัวเอง อะไรที่ทำให้เราแบบเห็นตลอดเราถือโทรศัพท์ใช่ไหม แต่ตอนนี้มีมากแล้ว แต่เด็กๆ อาจจะไม่ได้มีมากเท่านี้ในบางครั้ง คือถ้าเกิดมีสติก็ต้องมีสตางค์ด้วย

เก็บตกบรรยากาศอบอวลความรักสุดอบอุ่น!’วู้ดดี้ – โอ๊ต’ควงคู่เฉลิมฉลองมงคลสมรส

เก็บตกบรรยากาศอบอวลความรักสุดอบอุ่น!'วู้ดดี้ - โอ๊ต'ควงคู่เฉลิมฉลองมงคลสมรส

เก็บตกบรรยากาศอบอวลความรักสุดอบอุ่น!’วู้ดดี้ – โอ๊ต’ควงคู่เฉลิมฉลองมงคลสมรส

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.26 น.

หลังจากจูงมือจดทะเบียนสมรสไปเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ที่ผ่านมาล่าสุด! วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต-อัครพล จับจิตรใจดล เนรมิตงานฉลองมงคลสมรสสุดอบอุ่น
ภายใต้คอนเซปต์ WANDOLAND OF LOVE แรงบัลดาลใจที่มาจาก ดินแดนมหัศจรรย์แห่งความสุข ที่ชวนทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเรื่องราวความรักของทั้งคู่ พร้อมเฉลิมฉลองความเท่าเทียมไปด้วยกัน หลังจากที่ วู้ดดี้&โอ๊ต ได้มีส่วนร่วมผลักดันบนเส้นทางของการเรียกร้องเพื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ! โดยมี

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงาน ซึ่งงานในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะทำงานที่ช่วยผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม และแขกคนสำคัญในหลากหลายวงการเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายสรวงศ์เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และนายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ห้อมล้อมด้วยครอบครัว เพื่อนพ้องคนสนิท และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

ภายในงานเนรมิตพื้นที่กว่า 5,000 ตารางวา ให้เป็นดินแดน WANDOLAND OF LOVE ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ยักษ์ไปทั่วทั้งบริเวณงานในโทนสีขาว สีทอง และสีครีม รังสรรค์อย่างประณีตโดยดีไซเนอร์ฝีมือคนไทย Batis Productions  ผสานกลิ่นไอความหอมด้วยเทียนหอมกลิ่นพิเศษ WANDOLAND จากแบรนด์ Panpuri ที่สร้าง
กลิ่นหอมแบบไม่ซ้ำใครสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ ภายในงานแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ 1. Welcome to Wandoland of Love จุดถ่ายรูปแลนด์มาร์ค 2. Journey of Love Enchanted ห้องฉายภาพยนตร์  3. Whimsical Delights & Elixir แกลเลอรี่รูปภาพแห่งความรัก และ 4. The Magic Garden of Promises พื้นที่สวนดอกไม้บนเวทีที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน และคำมั่นสัญญา

นอกจากนี้ แขกผู้มีเกียรติยังได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษที่เล่าเรื่องราวเส้นทางความรักของ วู้ดดี้&โอ๊ต ผ่านโชว์แสง สี เสียง สุดตระการตา พร้อมเพลงบรรเลงโดยวงดนตรีออร์เคสตรา โดยมี บอม-พัชรพงศ์จันทาพูน นั่งแท่น Music Director ที่ได้ฟีเจอริ่งกับแนวเพลง EDM สร้างอรรถรส และความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

เพื่อแทนคำขอบคุณที่ทุกคนในงาน มาร่วมสร้างความทรงจำอันแสนพิเศษในวันสำคัญของทั้งคู่ ไฮไลท์พิเศษ! เค้กเยลลี่ ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษในธีม Carousel Romance โดยเมื่อรินแชมเปญลงบนหอคอยเค้กเยลลี่ สายน้ำสีทองจะไหลลงตามรูปทรงของเยลลี่ เกิดเป็นม่านน้ำแห่งมนต์เสน่ห์ที่สะท้อนถึงเส้นทางแห่งรักที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ยังมีแขกผู้มีเกียรติทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ร่วมงาน อาทิ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา-นันทิสา ตันยงค์เวช, ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ, ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย, เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม, เป๊ก-เศรณี ชาญวีรกูล, ตัน ภาสกรนที, ฌอน – ชวนล ไคสิริ, อัจฉรา บุรารักษ์, สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี-อุษณีย์ มหากิจศิริ, หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล, สู่ขวัญ บูลกุล, เฉลิมชัย มหากิจศิริ, เกริกพล มัสยวาณิช-นาตาลี  เจียรวนนท์, ชาลอต โทณวณิก, ดวงฤทธิ์ บุนนาค, แสนดี พูนทรัพย์มณี, ดร.ดิสพล จันศิริ, ดร.ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี-ปานหทัย สมรรถศรบุศย์ ฯลฯ

พร้อมคนในวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีอีกคับคั่ง อาทิ แต้ว ณฐพร, มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, เป้ย-ปานวาด เหมมณี, ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร,เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เอมี่ กลิ่นประทุม, ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, พอร์ช-อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี, อาม-สัพพัญญู ปนาทกูล, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์,คริส หอวัง, แพนเค้ก เขมนิจ, ก้อย รัชวิน, ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย,  หมอสอง นพรัตน์, ออน สมฤทัย,  อนันดา
เอเวอร์ริงแฮม, เดียร์น่า ฟลีโป ฯลฯ

 ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้จากศิลปินในวงการที่มาร่วมให้ความบันเทิงมากมาย ได้แก่ ตู่ ภพธร,ติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์, ดา เอ็นโดรฟิน, มาช่า วัฒนพานิช, ทาทา ยัง, รัดเกล้า อามระดิษ, จิ๋ว ปิยนุช เสือจงพรู, กระแต อาร์สยาม พร้อมด้วยดีเจทั้งไทยและต่างประเทศ อย่าง DJ Wukong และ DJ Bomber Selecta ที่หมุนเวียนมาโชว์แบบจัดเต็ม เรียกได้ว่า สุข สนุก ครบรส!

 #วู้ดดี้โอ๊ต  #วู้ดดี้วุฒิธร  #โอ๊ตอัครพล

สาดมันส์วี้ดท้าร้อนรับเทศกาลสงกรานต์กลับมาอีกครั้ง ‘4NOLOGUE’ ชวนเช็คอินความสนุก

สาดมันส์วี้ดท้าร้อนรับเทศกาลสงกรานต์กลับมาอีกครั้ง '4NOLOGUE' ชวนเช็คอินความสนุก

สาดมันส์วี้ดท้าร้อนรับเทศกาลสงกรานต์กลับมาอีกครั้ง ‘4NOLOGUE’ ชวนเช็คอินความสนุก

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.18 น.

 4NOLOGUE (โฟร์โนล็อค) ชื่อนี้การันตีความสนุก ครีเอทโชว์สร้างที่มีเสน่ห์ดนตรีป๊อป แดนซ์ รับเทศกาลสงกรานต์ ส่ง SUPERFLUID (ซูเปอร์ฟลูอิด)  ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรี ซัมเมอร์ เฟสติวัล เพื่อมอบความสุขให้คนไทยและคนต่างชาติ  อัปความสนุกลืมร้อน พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นสงกรานต์ที่มีเอกลักษณ์สำหรับคนชื่นชอบดนตรี  ไลน์อัปศิลปินแน่นตลอด 3 วัน  ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2025 สถานที่ใจกลางเมือง   ปักหมุด ณ  คิงพาวเวอร์รางน้ำ เสริมทัพความสนุกด้วยเหล่าดีเจทุกวัน เขย่าหัวใจทุกจังหวะให้ร้อนแรงสนุกไปด้วยกัน

อย่าพลาดมาเป็นส่วนหนึ่งของโมเม้นต์ SUPERFLUID (ซูเปอร์ฟลูอิด)  2025 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านสังคมออนไลน์  FACEBOOK : SUPERFLUID, TWITTER : @SUPERFLUIDFEST, INSTAGRAM : superfluidfest และ Social Media 4NOLOGUE