‘หนิง – ดาว’ควงกันรับรางวัล สินค้าดีมีนวัตกรรม 2025

'หนิง - ดาว'ควงกันรับรางวัล สินค้าดีมีนวัตกรรม 2025

‘หนิง – ดาว’ควงกันรับรางวัล สินค้าดีมีนวัตกรรม 2025

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

ดาราสาวผมสวย “หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ” Master of Dr.master ของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ Dr.master – The master of HAIR SOLUTIONS By Dr.master  ควงคู่ เซเลบสาวผมงาม “ดาว-ลภัสรดา เลิศภานุโรจ” CEO หญิงแห่ง บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ในนาม รพ.มาสเตอร์พีช รับรางวัล Product Innovation Awards 2025 สาขาสุขภาพและความงาม นอกจากกวาดยอดขายทั่วไทยไม่หยุด งานนี้ยังมีรางวัลมาการันตีความปังขึ้นไปอีก ปีเฮง ปีปัง สุดพลัง

‘ลำไย’เจอคำถามถล่มถึง’บอส-ปุ้ย’ ยอมรับถ่ายคลิปจริง โมเมนต์2คนในห้อง ไม่ได้โป๊เปลือย

'ลำไย'เจอคำถามถล่มถึง'บอส-ปุ้ย' ยอมรับถ่ายคลิปจริง โมเมนต์2คนในห้อง ไม่ได้โป๊เปลือย

‘ลำไย’เจอคำถามถล่มถึง’บอส-ปุ้ย’ ยอมรับถ่ายคลิปจริง โมเมนต์2คนในห้อง ไม่ได้โป๊เปลือย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.46 น.

‘ลำไย’ไลฟ์สด เจอคำถามถล่มถึง’บอส-ปุ้ย’ ยอมรับถ่ายคลิปกับบอสจริง แต่เป็นโมเมนต์สองคนในห้อง ไม่ได้โป๊เปลือย 

24 มี.ค.68 เรียกว่าเจอคำถามถล่มทลาย หลังจากที่ ลำไย ไหทองคำ ได้ไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนเพลง เมื่อคืนวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อลำไยถูกถามว่า พี่ปุ้ยเป็นคนไม่ดีเหรอ ? ลำไย บอกว่า ต้องแยกระหว่าง ดีกับถูกใจ ถ้าเรื่องดี ไม่ดี แม่บ้านเราจ้างได้ แต่เรื่องอื่นๆที่เราทำกันได้สองคน เราจ้างไม่ได้ ความดีมันไม่ใช่ผลตอบแทนของความรัก เอาปัจจุบันสิ เรื่องดีมันดี ที่บ้านมีแม่บ้าน 2 คน พี่ปุ้ยไม่ต้องทำงานบ้าน แต่เรื่องการเข้าสังคม เจอเพื่อนเจอฝูง เราจะจ้างแม่บ้านไปออกงานแทนไม่ได้

แล้วบอสดีไหม ? ลำไยบอกว่า มันก็ดีในส่วนของมัน ใครจะไปดี 100 ขนาดหนูเองยังดีบ้างไม่ดีบ้าง คนถามก็ยังไม่รู้ดีกี่เปอร์เซ็นต์ บางวันหนูก็ดี บางวันหนูก็ไม่ดี ตามอารมณ์ แต่ว่าเราก็ใช้ชีวิตตามโลกมนุษย์เกิดมา กินขี้…นอน แล้วก็ตายไปคุณพี่ คือดีแต่ละคนมันไม่เท่ากันนะ 

ที่ผ่านมาสามารถตอบได้ทุกคำถาม แต่สาเหตุว่าทำไมไม่ออกมาพูด ทำไมไม่ออกมาขอโทษ ทุกคนฟังนะ มันจบไปตั้ง 7 เดือนที่แล้ว ขอโทษกันจนจบตั้งแต่ 7 เดือนที่แล้ว แต่ทุกคนเพิ่งจะมารู้ ซึ่งพอทุกคนมารู้หนูก็ยอมรับว่าเคยคุยกันจริงในช่วงหนึ่ง แล้วไทม์ไลน์ก็แจ้งไปหมดแล้ว ส่วนที่มันเป็นประเด็นต่อเนื่อง เนื่องจากมันมีเรื่องของจำนวนเงินเข้ามาเกี่ยวเท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องคลิป มีคลิปจริงเป็นโมเมนต์ที่ถ่ายกันและอยากดูกันแค่สองคน ไม่ได้อยากให้ใครดูและไม่อยากปล่อยสู่สาธารณะ มันเป็นคลิปที่เป็นโมเมนต์ภายในห้องไม่ได้โป๊เปลือยอะไร ส่วนตอนนี้ มันมีเรื่องนี้ขึ้นมา พวกเว็บพนันต่างๆ มันจะเอาคลิปคนหน้าเหมือน หรือคลิป AI เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นหนู มาตัดต่อเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง ซึ่งต้องจ่ายค่าไปดู ก็ดูดออกมาแล้วส่งต่อ

เรื่องอื่นไม่เครียดเลย เครียดตรงที่ หน้าอกเหี่ยว ชุดชั้นในแก่ ไม่เลิศ (พูดเป็นภาษาลู) มันเป็นการดิสเครดิตกัน มันไม่เลิศ ช่วยทำให้เลิศได้ไหม นมให้มันสวยหน่อยได้ไหม ขอแบบตรงปกได้ไหม หนูกล้าพูดว่าหนูตรงปก จบ

‘ภรรยาติ๊ก ชีโร่’ชี้แจงแล้ว! ปมสามีโพสต์ภาพปืน ขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วง

'ภรรยาติ๊ก ชีโร่'ชี้แจงแล้ว! ปมสามีโพสต์ภาพปืน ขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วง

‘ภรรยาติ๊ก ชีโร่’ชี้แจงแล้ว! ปมสามีโพสต์ภาพปืน ขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วง

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.40 น.

24 มีนาคม 2568 จากกรณีที่นักร้อง-นักแต่งเพลงชื่อดัง ‘ติ๊ก ชีโร่’ได้โพสต์ภาพปืนที่ถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “โปรดติดตาม…ตอนต่อไป…ว่าใจ จะไปได้ไกลแค่ไหน…ภายในไม่กี่วันนี้…มีคำตอบให้ครับ…ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณที่สนับสนุนครับ” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เกิดอะไรขึ้น! แฟนคลับเป็นห่วง หลัง‘ติ๊ก ชิโร่’โพสต์ภาพปืน)

ซึ่งหลังจากที่’ติ๊ก ชีโร่’ได้โพสต์ข้อความนี้ออกไปก็สร้างความไม่สบายใจให้กับบุคคลรอบข้าง รวมถึงเหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมาก หวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับตัวของนักร้องชื่อดัง จึงมีการติดต่อถึง ติ๊ก ชิโร่ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ ด้านเพจดังอย่าง Drama-addict ยังช่วยประกาศตามหาด้วยเช่นกัน 

ความคืบหน้าล่าสุดเฟซบุ๊คของคุณอ้อ พรรทิรา ภรรยา’ติ๊ก ชีโร่’ ได้โพสต์ข้อความขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ขออภัยที่สื่อสารไม่ชัดว่าเป็นภาพจาก MV ระบุข้อความว่า “หากโพสต์ล่าสุด ทำให้บุคคลรอบข้างผู้เป็นที่รักและปรารถนาดีต่อพี่ติ๊ก ต้องเป็นห่วงตรงนี้อ้อต้องขออภัยทุกๆ คนจริงๆ นะคะ ที่นำภาพใน mv มาลงโดยไม่ได้สื่อสารให้ชัดเจนขอขอบคุณในความห่วงใย แล้วเรามาติดตามผลงานพี่ติ๊กด้วยกันไปนานๆ นะคะ ***อ้อขอกราบขอโทษทุกๆ คนด้วยนะคะ”

และยังได้โพสต์ต่ออีกว่า “อ้อขอรับจบเอง…พี่ติ๊กไม่รู้เรื่องค่ะ…โกรธอ้อคนเดียวพอนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้กำลังใจ…ขอโทษที่ทำให้คนทั่วประเทศต้องเป็นห่วง…

“อ้อขอกราบขอโทษทุกๆคนที่เป็นห่วงนะคะ…อย่าเกลียดโกรธอ้อนะคะ…อ้อน้อมรับทุกๆ อย่าง จากใจ ทุกๆ สื่อโทรหาอัอ ขออภัยที่ไม่ได้รับสายใคร…คำเตือนคำสอน อ้อน้อมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขนะคะพี่ติ๊กมีทุกวันนี้ได้เพราะแฟนคลับ…ขอบคุณมากๆ นะคะ”  

‘บิ๊ก สอศ.’ยันจัดสอบ‘ผอ.สถานศึกษาอาชีวะฯ’ โปร่งใส ตรวจสอบได้

‘บิ๊ก สอศ.’ยันจัดสอบ‘ผอ.สถานศึกษาอาชีวะฯ’ โปร่งใส ตรวจสอบได้

‘บิ๊ก สอศ.’ยันจัดสอบ‘ผอ.สถานศึกษาอาชีวะฯ’ โปร่งใส ตรวจสอบได้

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.18 น.

‘บิ๊ก สอศ.’ยันจัดสอบ‘ผอ.สถานศึกษาอาชีวะฯ’ โปร่งใส ตรวจสอบได้

24 มีนาคม 2568 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขธิการ กอศ.) แถลงว่า ตามที่มีความเคลือบแคลงสงสัย ตนอยากชี้แจงความชัดเจนในประเด็นที่สังคมบางกลุ่มเคลือบแคลงในการดำเนินการจัดสอบคัดเลือก ผู้อำนวยการสถานศึกษา จนทำให้เกิดความไขว้เขวเกิดความไม่เข้าใจ ซึ่ง ตนและรองเลขาธิการ สอศ.ขอยืนยันว่า สอศ. ดำเนินการจัดสอบฯเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และตามหลักกฎหมายกำหนด ตามหลักเกณฑ์วิธีการ ที่ ก.ค.ศ.กำหนดทุกประการ และ สอศ.พร้อมที่จะให้หน่วยงานอื่นๆ หรือสาธารณชน หรือแม้แต่ผู้ที่มีส่วนได้เสียตรวจสอบทุกเรื่องในการทำงานของ สอศ.

การคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สอศ.  33 อัตรา ครั้งนี้ เป็นการคัดเลือกเพื่อมาแทนตำแหน่งที่ว่าจากการเกษียณฯ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2567 ซึ่ง สอศ.ได้เตรียมการที่จะสรรหาไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตามเกณฑ์ ที่ ส.ก.ศ.กำหนดในการสรรหา ซึ่งในตอนนั้น สอศ.ยังไม่ทราบว่า ก.ค.ศ.จะประกาศมาตรฐานตำแหน่งใหม่ออกมา สอศ.จึงใช้หลักการสรรหาเดิมมาสรรหา แต่เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2567 ทาง ก.ค.ศ.มีการประกาศมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ และได้กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  1 ม.ค.2568 เป็นต้นไป โดยการใดที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อนมาตรฐานตำแหน่งนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ  เพื่อให้คนเติบโตตามสายงาน

สอศ.ดำเนินการไปก่อนที่ ก.ค.ศ.ออกประกาศ ดังนั้น ตำแหน่งต่าง ๆจึงเกิดศักดิ์และสิทธิ์ก่อนที่มาตรฐานตำแหน่งฯจะออก แต่อย่างไรก็ดี ก่อนนั้น สอศ.ก็ได้ประสารหารือไปยัง ก.ค.ศ.แล้วว่าในลักษณะเช่นนี้ สอศ.จะสามรรถดำเนินการสรรหาโดยใช้หลักเกณฑ์วิธีการสรรหาเก่าไปก่อนได้หรือไม่ ซึ่งทาง ก.ค.ศ.ก็บอกว่าได้ เพราะเจตนารมย์ประกาศใช้ข้อบังคับวันที่ 1 ม.ค.2568 สอศ.จึงได้ดำเนินการสรรหา โดยการนำเรื่องเข้า อ.ก.ค.ศ. สอศ. และประการดำเนินการสรรหาผอ.สถานศึกษา  33 ตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์เก่าของ ก.ค.ศ.  และ สอศ.ก็ไม่ได้ขึ้นบัญชีไว้ แค่ 33 ตำแหน่ง เพราะตำแหน่งว่างหลังวันที่ 3 ต.ค.จะเป็นศักดิ์และสิทธิ์ของหลักเกณฑ์ใหม่แล้ว แต่พอ สอศ.สอบเสร็จแล้วไม่ขึ้นบัญชีไว้ จึงเป็นเหตุให้มีการตั้งข้อสงสัยดังกล่าว

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า การจัดสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สอศ.ได้ใช้สถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดสอบ โดย สอศ.ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการจัดสอบ ทั้ง ภาค ก , ภาค ข, และภาค ค โดยทุกบวนการทาง  ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินการเองทั้งหมด และการดำเนินการดังกล่าวมีความชัดเจน ตรวจสอบได้  ซึ่งทาง สอศ. ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพื่อบาลานซ์เช็ค ว่าสิ่งที่ทางภาค หรือทางจังหวัด ให้คะแนนมานั้น มีความถูกต้องหรือไม่ จึงขอยืนยันว่าทุกขบวนการทั้งหมดดำเนินการด้วยความถูกต้องสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และขบวนการสอบภาคเช้าและภาคบ่าย ก็มีการจับฉลาก เพื่อให้เป็นชุดที่มั่นคง ส่วนผู้เข้าสอบก็มีการจับฉลากก่อนเข้าห้องสอบใหม่ทุกครั้ง รวมทั้งเก็บ เอกสาร เครื่องมือสื่อสารของกรรมการที่จะทำการสอบสัมภาษณ์ กับผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ทั้งทางเอกสารหรือทางโทรศัพท์มือถือ และให้กรรมการจับฉลากก่อนไปสอบสัมภาษณ์ โดยที่กรรมการจะไม่ทราบเลยว่าตนเองจะได้ไปสอบสัมภาษณ์ห้องไหน เช่นเดียวกับคนที่จะสอบก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะสอบห้องไหน จะแจ้งกันเดี๋ยวนั้นสอบ 2 วัน ก็จะจับฉลาก 4 ครั้ง เพื่อป้องกัน และการดำเนินการจัดสอบจะมีตัวแทนของ สอศ.ไปร่วมสังเกตการทุกขบวนการด้วย

ส่วนการสอบ ที่มีข้อสงสัยว่าทำไมครูจึงสอบเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้นั้น ตนขอชี้แจงว่า เนื่องจากคุณสมบัติเก่าครูชำนาญการพิเศษ สามารถสอบเป็นผอ. สถานศึกษาได้ ซึ่งบริบทของอาชีวะอาจจะมีความแตกต่างจากส่วนราชการอื่น เช่น สพฐ. หรือ สกร.  เพราะครูอาชีวะฯส่วนใหญ่จะไปเรียนต่อโทสายตรงที่ตนเองจบมา แล้วตัวมาตรฐานตำแหน่งของ ก.ค.ศ. กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งมารฐาน ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่เคยดำรงตำแหน่งครู ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการพิเศษ และต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ถือเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกครั้งนี้ได้  ดังนั้น การคัดเลือกหลายครั้งที่ผ่านมา มีผู้สมัครที่ดำรงตำแหน่งครู สามารถผ่านการคัดเลือก และได้รับบรรจุแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษามาแล้วหลายราย จึงเป็นที่มาของการให้ครูอาชีวะฯสามารถสอบคัดเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า ผู้สอบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เคลือบแครงสงสัย สามารถมาขอตรวจสอบได้ที่ สอศ.  ส่วนที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ที่มีความห่วงใยในเรื่องนี้ และสั่งการให้ตั้งกรรมการกลางตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ให้มีผลภายใน 15 วัน เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาของสังคม และต้องเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างเรียกความเชื่อมั่นในการดำเนินงานทุกขั้นตอน นั้น สอศ.พร้อมจะให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทุกขบวนการทุกรายละเอียด ยืนยันให้ตรวจสอบตามหลักของกฎหมายและระเบียบต่างๆ อย่างไปคิดเองเออเอง แล้วนำเสนอ  จะทำให้ภาพลักษณ์ของอาชีวะฯเสื่อมเสียไปด้วย  ผมยืนยันว่าเราดำเนินการตามหลักกฎหมาย และเจตนารมย์ของ ก.ค.ศ. เราไม่ทำอะไรที่จะทำให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่น ผมยืนยันได้ ผมเติบโตมาจาก ก.ค.ศ. ดังนั้นจึงกล้ายืนยันว่าเราไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหรือผิดหลักปฏิบัติอยู่แล้ว ผมเคารพในวิชาชีพตัวเอง เคารพในผู้บังคับบัญชา (รมว.ศธ.) ผมเคารพพี่น้องเราชาวอาชีวะฯ เราเป็นผู้บังคับบัญชาพี่น้องอาชีวะเกือบ 4 หมื่นคน ดังนั้น ผมดูแลคนด้วยความเป็นธรรม และยืนยันว่า 33 คนที่สอบได้ด้วยความสามารถของเขาเอง

‘สศร.’จับมือ‘มัณฑนศิลป์-ศิลปากร’ร่วมพัฒนางานศิลปะร่วมสมัย

‘สศร.’จับมือ‘มัณฑนศิลป์-ศิลปากร’ร่วมพัฒนางานศิลปะร่วมสมัย

‘สศร.’จับมือ‘มัณฑนศิลป์-ศิลปากร’ร่วมพัฒนางานศิลปะร่วมสมัย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

24 มี.ค. 2568 ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เป็นตัวแทนของ สศร. ในพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สศร. กับคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยทางคณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร มี รศ.อาวิน อินทรังษี คณบดี เป็นตัวแทน

ซึ่ง นางเกษร กล่าวว่า  บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสองหน่วยงานมีความประสงค์ที่จะประสานความร่วมมือด้านการส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนางานศิลปะร่วมสมัย  ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในด้านศิลปะร่วมสมัย  ระหว่างกัน อาทิ การประกวด การจัดนิทรรศการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การศึกษา การวิจัย ด้านศิลปะร่วมสมัย เป็นต้น

ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ด้านศิลปะร่วมสมัย ผ่าน การจัดกิจกรรม หรือการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน  ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทยให้แพร่หลายสู่ไปสู่การรับรู้อย่างกว้างขวางในหลายมิติ โดยในเร็วๆนี้ จะเริ่มต้นด้วยการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการออกแบบ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของทั้งสองหน่วยงาน  

ทั้งนี้ สศร. ยังคงมีความพยายามเร่งมือขยายเครือข่ายการพัฒนางานด้านศิลปะร่วมสมัยไปสู่สถานศึกษา โดยเฉพาะ ในช่วงที่มีการจัดมหกรรมศิลปะนานาชาติ  ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ภายใต้แนวคิด “นิรันดร์กัลป์”  ระหว่างเดือน พ.ย.2568-เม.ย. 2569  จะต้องสร้างความร่วมมือกันจัดกิจกรรทางศิลปะ กระจายไปทุกพื้นที่  จ. ภูเก็ต

“ดังนั้นจะประสานงานไปยังสถาบันการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้  ให้เข้ามาร่วมจัดกิจกรรมทางศิลปะร่วมสมัย ทั้ง เวิร์กช็อป การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการคู่ขนานไปด้วยกัน ตลอดจนให้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสร้างการรับรู้ ในกาดำเนินงาน กิจกรรมต่างๆทางศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยว ไปสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้เข้ามาเที่ยว จ. ภูเก็ต ยกระดับให้เป็นเมืองศิลปะระดับโลกให้ได้” รอง ผอ.สศร. กล่าว

มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.13 น.

มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่ 

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดครบรอบ 14 ปี ณ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางแว่นฟ้า ทองศรี นอกจากนี้ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนางวีณา วรรณฉัตรสิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้เข้าร่วมงานด้วย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ นายอุดม วงไกลสอน สมาชิกสภาแห่งชาติลาว หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงบอลิคำไซ ผู้แทนเจ้าแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 14 ปีแห่งการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี

งานสถาปนาจังหวัดบึงกาฬในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 30 มีนาคม 2568 เพื่อเฉลิมฉลองและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรกว่า 500 ลำ ประกอบดนตรีแสงสีเสียง การรำบวงสรวงศาลเจ้าแม่สองนาง การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นมาของจังหวัด แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการนำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบที่ทันสมัยและน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง และอุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีหนุนเสริมการท่องเที่ยวพัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีหนุนเสริมการท่องเที่ยวพัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีหนุนเสริมการท่องเที่ยวพัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.53 น.

มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี (โดรน) หนุนเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

ที่โรงเรียนบึงกาฬ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.68 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันเป็นประธานเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (โดรน) ประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่โรงเรียนบึงกาฬ เป็นแห่งแรกของจังหวัด 

ภายในงานมีนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นำนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม มาฝึกสอน ให้กับเยาวชน และมอบโดรน 3 ลำ พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับการเขียนโปรแกรมและตัดต่อ ให้กับทางโรงเรียนเพื่อการฝึกสอน

นอกจากนี้ ยังได้ให้นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติ และทำการทดสอบชิงรางวัลจากสมาคม ก่อนที่จะมีพิธีมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์ให้เยาวชนเหล่านี้ได้นำไปประกอบเพื่อศึกษาต่อ 

นายทรงศักดิ์ กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ที่มองเห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและนำมาประยุกต์โดยฝีมือคนไทย และยังเลือกถ่ายทอดให้กับเยาวชนตามท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย และขอบคุณแทนชาวบึงกาฬ ที่ วช. ได้มอบศูนยการเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์ถาวรที่โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งจากนี้จะใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนทางโรงเรียนเดือนละ 10,000 บาท เพื่อให้ทางโรงเรียนนำเยาวชนออกไปแสดงนอกพื้นที่ให้ประชาชนได้ชมและถ่ายทอดไปยังเยาวชนกลุ่มอื่นๆต่อไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามผลักดันให้มีการจัดซื้อเทคโนโลยีโดยเฉพาะโดรน เพื่อการเกษตร แต่กลับถูกตัดงบประมาณเพียงเพราะขาดผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ดังนั้นจากนี้ไปหากเยาวชนได้รับความรู้ และถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่น ก็จะทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้น ขจัดปัญหาความไม่รู้ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในภาคการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า บึงกาฬเป็นจังหวัดที่สามแล้วที่มีการเปิดศูนย์ถาวรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยก่อนหน้านี้ได้เปิดไปที่จังหวัดบุรีรัมย์และกาฬสินธิ์  และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็จะเดินทางไปเปิดศูนย์ที่สองในพื้นที่ภาคใต้ คือจังหวัดกระบี่ โดยก่อนหน้านี้เปิดศูนย์แรกที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะเดินหน้าให้การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของท้องถิ่น 

ด้านนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ บอกว่า จะเดินหน้าเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบนี้ในทุกจังหวัดของประเทศไทย แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เยาวชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปใช้อย่างจริงจังในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนชายแดน ไปจนถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย เพราะโดรนที่สมาคมพัฒนาจนถึงขณะนี้ สามารถทำภารกิจอย่างหลากหลาย รวมถึงการบรรทุกสิ่งของ และเวชภัณฑ์ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางสมาคมม่วงว่าการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและมั่งคั่งในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภารกิจหลักของสมาคม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

‘วุฒิสภา’ถกเดือด!!! ญัตติตั้งกมธ.วิสามัญแก้ปัญหาภัยแล้ง เจอ’สว.สีน้ำเงิน’รุมค้านตีตก

'วุฒิสภา'ถกเดือด!!! ญัตติตั้งกมธ.วิสามัญแก้ปัญหาภัยแล้ง เจอ'สว.สีน้ำเงิน'รุมค้านตีตก

‘วุฒิสภา’ถกเดือด!!! ญัตติตั้งกมธ.วิสามัญแก้ปัญหาภัยแล้ง เจอ’สว.สีน้ำเงิน’รุมค้านตีตก

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

“วุฒิสภา”ถกเดือด!!! ญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาภัยแล้ง เผยสว.อิสระ-สว.สีขาว”หนุนสุดตัว แต่โดน”สว.สีน้ำเงิน”ไม่เห็นด้วย สุดท้ายญัตติถูกตีตกเสียงข้างมากไม่เอาด้วย ให้ส่งกมธ.สมัญ 2 คณะพิจารณาแทน

24 มีนาคม 2568 ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เสนอโดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายว่า การเสนอญัตติฯดังกล่าวเป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ในขณะเดียวกันเป็นการทำหน้าที่เพื่อตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ในนโยบายได้ปรากฏเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งทั้งในระยะสั้นและระยะยาวไว้โดยเฉพาะ ดังนั้นการเสนอญัตตินี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้วุฒิสภาได้ดำเนินการแก้ปัญหาให้ประชาชน ติดตามตรวจสอบการบริหาร ที่แถลงนโยบายต่อสภา

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นทุกปีสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคม มีการใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมากเพื่อแก้ไขปัญหา แต่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เวลานี้ปัญหาภัยแล้งได้แผ่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศไม่ใช่ ภาคใดภาคหนึ่ง หรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มีแนวโน้มว่า จะทวีความรุนแรง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ปัญหาได้ส่งผลต่อเกษตรกรทั่วประเทศ ทำให้ พืชผลทางการเกษตร สัตว์เลี้ยงเสียหาย ขาดแคลนแหล่งอาหารกระทบไปยังผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากราคาเพื่อนและสัตว์ที่มีราคาสูงขึ้น 

ทั้งนี้ เราจะมีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำจำนวนมากถึง 48 หน่วยงาน แต่ขาดการบูรณาการ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาควรมีการบูรณาการ ใช้ฐานข้อมูลที่ครบถ้วนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ ญัตตินี้จึงมีความสำคัญในการหานวัตกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำให้ตอบสนองความต้องการของประเทศได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติบ้านเมืองในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน จึงสมควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯขึ้นมาพิจารณาแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า จากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเป็นความเสี่ยงสูงสุด นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได มีงานวิจัยได้เน้นให้รัฐบาลใช้มาตรการเชิงรุกแก้ปัญหาภัยแล้งโดยมีข้อเสนอที่สำคัญ 4 ข้อ คือ 1.พัฒนาระบบการติดตามภัยแล้งในปัจจุบันนำไปสู่การคาดการณ์ภัยแล้งในอนาคตเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปวางแผนป้องกันภัยแล้งล่วงหน้าได้ แต่ที่ผ่านมาเรามีแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า เวลาเข้าฤดูแล้งทีไรมักมีข่าวออกมาเกิดภัยแล้งซ้ำซาก ขาดการวางแผนแก้ไขปัญหามาก่อน 2.ข้อเสนอจากการวิจัยบอกว่า รัฐบาลควรสำรวจข้อมูลผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆของประเทศอย่างครบถ้วน เพื่อให้การวิเคราะห์มีความน่าเชื่อถือและสะท้อนถึงผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของประเทศ พอพูดถึงภัยแล้งคนมักพูดถึงภาคอีสาน ภาคเหนือ แต่ไม่พูดถึงภาคอื่น ทั้งที่ทุกจังหวัดมีภัยแล้งเกิดขึ้นทั้งสิ้น3.งานวิจัยแนะนำให้ออกแบบมาตรการจัดการภัย มาตรการเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากภัยแล้งให้น้อยที่สุด และ 4.งานวิจัยเสนอว่า ควรจะออกแบบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

อย่างไรก็ตาม ที่ตนนำงานวิจัยนี้มาเสนอ ก็เพื่อมาสนับสนุนการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯเพื่อเป็นองค์กรเฉพาะ แต่ทราบมาว่าทางวุฒิสภาอยากให้คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพิจารณา ถ้าเป็นเช่นนี้จะเป็นการคนที่มีความรู้ความสามารถมากเกินไปหรือไม่ สว.ที่มีความรู้ความสามารถไม่มีโอกาสได้เข้ามาศึกษา คณะกรรมาธิการสามัญฯทั้งสอง มีผลงานชัดเจน แต่เวลาจะมีหรือไม่เพราะงานประจำที่ทำอยู่ก็มีมาก จึงอยากให้มองว่าคนที่ไม่มีภาระ แต่พร้อมที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญฯน่าจะมีโอกาสทำงานแทนวุฒิสภา รวมถึงหน่วยงานที่ทำงานเรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือภัยแล้ง 48 หน่วยงาน 7 กระทรวง ถ้าเรามีกรรมาธิการวิสามัญฯจะสามารถระดมคนที่มีความรู้ความสามารถจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมทำงานได้

“ผทไม่อยากให้เกิดขึ้นเหมือนในอดีตผมเคยเสนอญัตติแก้ปัญหาน้ำท่วมแต่ถูกตีตก วุฒิสภาก็ได้แต่มองตาปริบๆ ดูปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น จึงอยากเชิญชวนวุฒิสภาในภูมิภาคต่างๆ ได้ร่วมอภิปราย ถึงแนวทางที่เราจะมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผมเสนอญัตตินี้เข้าสู่วุฒิสภาเพื่อต้องการให้พวกเราพูดถึงปัญหาที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบ เดือนเมษายน -พฤษภาคมจะแล้งหนัก ถ้าปิดสภาแล้วเราไม่ได้ต่อสู้กับปัญหานี้อะไรมันจะเกิดขึ้น ผมอยากให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อวุฒิสภาคือการลงไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ก็หวังว่าจะมีสมาชิกได้พูดถึงปัญหาของประชาชน แสวงหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ประชาชนมีกำลังใจในการสู้ภัยแล้งในรอบนี้”นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

ด้าน นายเศรณี อนิลบล สว. อภิปรายสนับสนุนว่า ขอสนับสนุนให้ตั้งญัตติคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาศึกษา เพราะปัญหาภัยแล้วนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล เป็นปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซาก ถึงแม้ว่ากี่รัฐบาล จะมีมาตรการแก้ไขปัญหาแต่เป็นการแก้ปัญหาในเชิงตั้งรับไม่ใช่เชิงรุก ปัญหาภัยแล้งในรอบ 50 ปี มีภัยแล้งที่หนักหนาไม่น้อยกว่า 15 ครั้งแต่ละครั้งสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะด้านการเกษตรนับแสนล้านบาท
ทั้งการขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตรมีมากกว่า 45 จังหวัดของประเทศไทย รวมแล้ง 127 อำเภอ 321 ตำบล หรือกว่า 2,000 หมู่บ้านคิดเป็นพื้นที่การเกษตรที่ประสบชะตากรรมไม่น้อยกว่า 850,000 ไร่ หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ในแต่ละจังหวัด ปัญหาที่เกิดขึ้น แม้เราจะมีแผนในการรับมือเป็นอย่างดี แต่เมื่อพืชผลทางการเกษตรขาดแคลนน้ำผลผลิตก็ลดลง 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาฯได้พูดถึงประเด็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบว่ารัฐบาลจะยกระดับการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำแล้ง โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ คำนึงถึงศักยภาพลุ่มน้ำของแต่ละพื้นที่ แต่ผ่านมา 5-6 เดือน เรายังไม่เคยเห็นนโยบายที่แปลงไปสู่การปฏิบัติเลย จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ หลายพื้นที่น้ำในแม่น้ำ ในห้วยในคลองไม่มีแล้ว อ่างน้ำต่าง ๆ ทั้งจังหวัดน่าน จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา และนราธิวาส น้ำในอ่างเก็บน้ำแห้งขอด บางอย่างเด็กลงไปเตะฟุตบอลได้ แผนในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบวันนี้หน่วยราชการ ยังไม่ได้ตั้งงบประมาณที่จะไปออกแบบขุดลอก ว่าเมื่อพ้นฤดูแล้งแล้ว ไปถึงหน้าฝน ยังไม่มีแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปประธรรมเลย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยังไม่ได้รับงบประมาณในการขุดลอกคูคลองแม้แต่บาทเดียว

“ถ้าวันนี้เราปล่อยให้ส่วนราชการทำตามมีตามเกิดโดยที่รัฐบาลกำกับบ้างไม่กำกับบ้าง และถ้าปล่อยให้คณะกรรมาธิการสามัญฯของวุฒิสภาทั้ง 2 คณะรับไปดำเนินการ ก็เกรงว่าจะมีงานที่ล้นมือไม่สามารถจะศึกษาและนำเสนอข้อต่างๆไปสู่การปฏิบัติได้ทันกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เตรียมรถน้ำที่จะสูบน้ำไปให้ประชาชนในช่วงฤดูแล้ง จึงอยากถามประธานวุฒิสภาว่า การแก้ไขปัญหาแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ หรือเราควรศึกษาการแก้ไขปัญหาที่ทำในเชิงป้องกันให้ประชาชนมีน้ำอย่างเพียงพอในการอุปโภคบริโภค หรือมีน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ เพื่อให้ห่วงโซ่ทางการเกษตรมีน้ำใช้สร้างมูลค่าเพิ่ม  จึงเห็นว่าการเสนอตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และขอให้ประชาชนจดจำว่า สว.ที่อยู่ในจังหวัดของท่าน ไม่ได้ให้การสนับสนุนตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้งที่ประชาชนในแต่ละจังหวัดล้วนแต่ประสบชะตากรรมจากปัญหาภัยแล้งมาช่วยนาตาปี จึงอยากฝากไปยังสมาชิกว่าขอให้เข้าใจและร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้ทันท่วงที ดีกว่าปล่อยให้ส่วนราชการ ทำงานไปตามระบบ”นายเศรณณี

ทั้งนี้ การอภิปรายส่วนใหญ่สว.สายอิสระและสว.สีขาวจะสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มาพิจารณา ขณะที่สว.สายสีน้ำเงินจะไม่เห็นด้วย โดยระหว่างการอภิปราย พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว.ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า ตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯแล้วจะเอางบมาจากไหน มีกรรมาธิการวิสามัญฯแล้วจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ทำให้ นพ.เปรมศักดิ์ ชี้แจงว่า  พล.ต.ท.บุญจันทร์เป็นประธานกรรมาธิการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา เห็นร่อนเร่พเนจรไปหลายที่ ไปดูยาเสพติดอยากถามว่ายาเสพติดจะหมดไปหรือไม่ ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ขอให้รายงานต่อวุฒิสภาด้วย คำถามที่ถามเมื่อสักครู่ถามแบบเดียวกัน กรรมาธิการวิสามัญฯจะตั้งหรือไม่อยู่ที่ที่ประชุมพิจาณา ตนทำใจแล้วได้ก็ได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ เพราะมันพูดยากไม่ใช่เสียงข้างมาก แต่ตนมองว่าปัญหาภัยแล้ง เป็นปัญหาที่เป็นทุกข์ของประเทศทั่วภูมิภาค ประชาชนเดือดร้อน การทำงานของกรรมาธิการวิสามัญฯ ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ถ้าทำงานดีคงไม่มีประชาชนมาร้องทุกข์ต่อวุฒิสภา การทำงานของวุฒิสภาถ้าอยากให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนควรระดมกำลัง จากสว.ทั้ง 199 คน มาร่วมทำงานเต็มที่ แต่นี่ยังไม่ทำอะไรเลยก็มาคัดค้านแล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.บุญจันทร์ ชี้แจงว่า ตนไม่ได้คัดค้านการตั้งคณะกรรมาธิการฯเพียงแต่อยากรู้ว่าที่ผ่านมาเคยมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯแล้วนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร แค่อยากรู้ ว่าเป็นประโยชน์หรือหรือ อยู่ด้วยกันอย่ามาด้วยค่าในห้องประชุม ทำให้นพ.เปรมศักดิ์โต้กลับว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯศึกษาเรื่องภัยแล้งในอดีตเคยมีมาก่อนแต่มันคนละยุคสมัยกัน เหมือนกับคณะกรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรม ถามว่า ทำไมต้องมีอีกก็เพราะเป็นวุฒิสภาคนละชุดกัน พร้อมได้ย้ำว่า การเสนอญัตติ

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในญัตติดังกล่าวส่วนใหญ่สว.สายอิสระและสว.สีขาวจะสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯขึ้นมาพิจารณา และหลังจากสมาชิกอภิปรายเกือบ 2 ชั่วโมง ที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ด้วยคะแนน 97ต่อ 40 ไม่ลงคะแนน 2 แต่มีมติให้ส่งเรื่องให้กรรมาธิการสามัญของวุฒิสภาคือ คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพิจารณาแทน

ชกข้ามรุ่น! ‘ไอซ์’ฉะ‘วันนอร์’ทำมาตรฐานสภาต่ำ โดนสกัดประท้วงชักสีหน้าไม่พอใจ

ชกข้ามรุ่น! ‘ไอซ์’ฉะ‘วันนอร์’ทำมาตรฐานสภาต่ำ โดนสกัดประท้วงชักสีหน้าไม่พอใจ

ชกข้ามรุ่น! ‘ไอซ์’ฉะ‘วันนอร์’ทำมาตรฐานสภาต่ำ โดนสกัดประท้วงชักสีหน้าไม่พอใจ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.02 น.

‘ไอซ์’ชักสีหน้าไม่พอใจ‘ประธานสภาฯ’ โดนสกัดดาวรุ่งไม่ให้ประท้วงลาม หลังชกข้ามรุ่นซัดทำ‘มาตรฐานสภาฯ’ต่ำ เดินออกจากประชุมทันที ด้าน‘วันนอร์’ลั่นมาบอกแบบนี้ยอมไม่ได้

เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล(น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายรณภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายแล้วเสร็จ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงประธานฯขอให้วางเป็นกลาง และควบคุมการประชุม

น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีประชุมกันมาตั้งแต่เช้า ประธานฯได้สร้างมาตรฐานที่มันต่ำลงฯให้สภาฯแห่งนี้ พร้อมมีเสียงตะโกนออกมาจากห้องประชุม ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ได้ปิดไมค์น.ส.รักชนกทันที พร้อมชี้แจงว่า ไม่อาจให้พูดได้ว่าประธานวางมาตรฐานต่ำ ตนดูข้อบังคับ การประชุมวันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนจึงปล่อยไปบ้าง เพราะมีข้อยกเว้นเรื่องการนำภาพมาแสดงประกอบข้อมูลโดยไม่ต้องขออนุญาต

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ในฐานะประธานฯตนไม่อาจจะทำให้สภาฯนี้ตกต่ำได้ เพราะตนอยู่ในสภาฯมานาน ต้องรักษาเกียรติ ศักดิ์ศรีของสภาฯ ตนไม่อาจยอมให้ใครยอมมาทำลายศักดิ์ศรีสภาฯ เพราะฉะนั้นขอให้นั่งลง มันไม่ใช่ประเด็นแล้ว ตนวินิจฉัยแล้วว่าตนทำตามข้อบังคับ มาบอกว่าตนสร้างมาตรฐานต่ำ ตนยอมไม่ได้

จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ ได้บอกให้น.ส.รักชนก นั่งลง แต่น.ส.รักชนก ที่กำลังยืนขึ้นแล้วยกมือพยายามจะขอพูดประท้วง แสดงสีหน้าไม่พอใจ และเดินออกจากห้องประชุมไปทันที

ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของประธานสภาฯว่า สมาชิกได้ตระหนักถึงข้อบังคับข้อที่ 69 ในการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลนอก ยืนยันว่าจะขอรับผิดชอบเองหากมีการกล่าวถึง เพราะไม่ต้องการให้ประธานสภาฯ ย้ำบ่อยครั้งเมื่อมีการอภิปราย ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่⁣

นายวันมูหะมัดนอร์ จึงชี้แจงว่า สมาชิกต้องรับผิดชอบเนื้อหาในการอภิปรายอยู่แล้ว ส่วนประธานสภาฯก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นผู้ควบคุมการประชุม ไม่ได้หมายความว่า หากสมาชิกรับผิดชอบแล้ว ประธานจะนั่งเป็นหัวหลักหัวตอได้ และอยากให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อย⁣

นี่หรือนายกฯGenY? ‘เจิมศักดิ์’ชี้เลียนแบบคำพูด‘ไม่เป็นความจริง’สะท้อนวุฒิภาวะ

นี่หรือนายกฯGenY? ‘เจิมศักดิ์’ชี้เลียนแบบคำพูด‘ไม่เป็นความจริง’สะท้อนวุฒิภาวะ

นี่หรือนายกฯGenY? ‘เจิมศักดิ์’ชี้เลียนแบบคำพูด‘ไม่เป็นความจริง’สะท้อนวุฒิภาวะ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

24 มี.ค.2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความระบุว่า การปฏิเสธว่าที่กล่าวหามา“ไม่เป็นความจริง” โดยไม่ได้อธิบาย ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ  ไม่เคารพ ไม่จริงใจ  และไม่ให้คุณค่าความสำคัญกับเนื้อหา ไม่แต่เฉพาะต่อคนที่กล่าวหา แต่เป็นการดูถูกประชาชน เจ้าของประเทศซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจและรับผู้ฟังอยู่ด้วย

การเลียนแบบ เพื่อย้อนคำพูดคนอื่น  ไม่ได้ทำให้โก้เก๋ แต่สะท้อนความสามารถของสมอง และวุฒิภาวะของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อการรับผิดชอบประเทศ