โตชิบาคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าแห่งปี ตอกย้ำผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

โตชิบาคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าแห่งปี ตอกย้ำผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

โตชิบาคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าแห่งปี ตอกย้ำผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.44 น.

บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน คว้ารางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568” (BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025) จากนิตยสาร Business+ เครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในหมวด

ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องซักอบผ้าเรือธงรุ่น TWD-T25BZU115MWT(MG) ที่ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่าเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างครบวงจร เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการเครื่องซักผ้าไทย ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและการออกแบบที่ล้ำสมัย สามารถทั้งซักและอบแห้งในเครื่องเดียว ประหยัดพื้นที่และเวลาตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง

นายอรุณพงศ์  ทองสุทธิ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “เครื่องซักอบผ้ารุ่น TWD-T25BZU115MWT(MG) ไม่เพียงออกแบบมาเพื่อการซักผ้าที่มีประสิทธิภาพสะอาดล้ำลึกเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงเรื่องความยั่งยืนอีกด้วย เพราะสามารถเชื่อมต่อการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน TSmartLife ที่สามารถควบคุมสั่งงานผ่านโทรศัพท์มือถือ และช่วยให้ลูกค้าทราบถึงการใช้พลังงานในแต่ละรอบการซักหรืออบผ้าได้อีกด้วย รางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจของโตชิบา และเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของโตชิบาในการพัฒนานวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ที่ได้พัฒนาขึ้นจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยอย่างละเอียด เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และการประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง”

นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของโตชิบาที่สามารถคว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025” โดยมี ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

ปัจจุบัน เครื่องซักอบผ้าโตชิบารุ่น TWD-T25BZU115MWT(MG) วางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าและตัวแทนจำหน่ายโตชิบาทั่วประเทศ พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันมอเตอร์ 10 ปี รับชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.toshiba-lifestyle.com/th หรือ Facebook.com/ToshibaLifestyleThailand

MBK สานต่อกิจกรรมบริจาคโลหิตกับสภากาชาด พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ไม่ซ้ำแบบ ร่วมรักษ์โลก ลดใช้ถุงพลาสติก

MBK สานต่อกิจกรรมบริจาคโลหิตกับสภากาชาด พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ไม่ซ้ำแบบ ร่วมรักษ์โลก ลดใช้ถุงพลาสติก

MBK สานต่อกิจกรรมบริจาคโลหิตกับสภากาชาด พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ไม่ซ้ำแบบ ร่วมรักษ์โลก ลดใช้ถุงพลาสติก

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.19 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สานต่อกิจกรรมบริจาคโลหิตกับสภากาชาด ชวนคนไทยเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ตลอดปี 68 พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ทุกรอบไม่ซ้ำแบบ ร่วมรักษ์โลก ลดใช้ถุงพลาสติก

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้แนวคิด MBK Care ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ตลอดปี 2568 ในกิจกรรม บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา หนึ่งคนให้หลายคนรับ ประจำปี 2568 ซึ่งครั้งแรกของปีเพิ่งจัดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง พนักงานเอ็ม บี เค และบริษัทในเครือ เช่น โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการร้านค้า ลูกค้าที่มาใช้บริการ และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม มีผู้ลงทะเบียนบริจาค 134 ราย จำนวนโลหิตที่ได้รับ 112 ยูนิต ผู้บริจาคดวงตา อวัยวะและร่างกาย จำนวน 98 ราย โดย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้การต้อนรับคณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่จากสภากาชาดไทย

สำหรับปีนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้จัดทำกระเป๋า MBK Green Bag ตอกย้ำแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด 4R ได้แก่ Reduce Reuse Recycle Recovery เพื่อสนับสนุนการรักษ์โลกด้วยการนำกระเป๋า MBK Green Bag ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถนำมาใช้ซ้ำและลดการใช้ถุงพลาสติก โดยจัดทำ 4 ลวดลาย Reduce Reuse Recycle Recovery เพื่อมอบให้กับผู้ที่มาร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตในแต่ละครั้งไม่ซ้ำแบบ โดยที่เพิ่งผ่านไปในกิจกรรม บริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา หนึ่งคนให้หลายคนรับ ครั้งที่ 17 ผู้ร่วมบริจาคโลหิตได้รับกระเป๋า MBK Green Bag รุ่น Reduce สีส้มสดใส และในครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2568 เตรียมกระเป๋า MBK Green Bag รุ่น Reuse พื้นสีฟ้า ลวดลายน่ารักตกแต่งด้วยหัวใจสีชมพูดวงโต ภายในมีขวดน้ำและขวดน้ำที่เหลือใช้ได้รับการดัดแปลงเป็นแจกันใส่ดอกไม้ เพื่อมอบให้กับผู้บริจาคโลหิตแทนคำขอบคุณในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ที่ยิ่งใหญ่

ส่วน กิจกรรมบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา หนึ่งคนให้หลายคนรับ ครั้งที่ 19 จะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ลวดลาย Recycle สีชมพูพาสเทล ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของการรีไซเคิล ส่วน กิจกรรมบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา หนึ่งคนให้หลายคนรับ ครั้งที่ 20 จะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 พร้อมรับกระเป๋า MBK Green Bag ลวดลาย Recovery สีเหลืองสดใส ประดับด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ คำว่า Recovery World บนลูกโลกสีเขียว แต่งแต้มด้วยหัวใจสีแดง

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือเฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

-(016)

บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศความพร้อมจัดงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแห่งปี ‘บูทีค ซีรีส์ 2025’ พิชิต 3 เส้นทาง ‘สมุย-ตราด-สุโขทัย’

บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศความพร้อมจัดงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแห่งปี 'บูทีค ซีรีส์ 2025' พิชิต 3 เส้นทาง 'สมุย-ตราด-สุโขทัย'

บางกอกแอร์เวย์ส ประกาศความพร้อมจัดงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแห่งปี ‘บูทีค ซีรีส์ 2025’ พิชิต 3 เส้นทาง ‘สมุย-ตราด-สุโขทัย’

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.58 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ประกาศความพร้อม! สำหรับการกลับมาอีกครั้งรายการแข่งขันวิ่งที่ทุกคนรอคอย “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ 2025 : BANGKOK AIRWAYS BOUTIQUE SERIES 2025” อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7  ปีนี้พบกับ 3 สนามวิ่ง ณ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน 3 จังหวัด ได้แก่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, จ.ตราด และ จ.สุโขทัย พร้อมร่วมวิ่งไปกับ 3 ศิลปินหนุ่ม 3 สไตล์ และเซเลบริตี้อีกมากมายที่จะตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 10 กันยายน 2568 โดยสามารถติดตามรายละเอียด และสมัครลงแข่งขันในเส้นทางต่าง ๆ  ได้ โดยแต่ละสนามจะปิดรับสมัครล่วงหน้าก่อนวันแข่งขันผ่านทางเว็บไซต์ https://bangkokairways.run และเฟซบุ๊ก https://facebook.com/BangkokAirways.Run

การแข่งขันแบ่งเป็นประเภท ระยะฮาล์ฟ มาราธอน 21 กิโลเมตร (Half Marathon), มินิ มาราธอน 10 กิโลเมตร (Mini Marathon), ฟันรัน 5 กิโลเมตร  (Fun Run) และฐานกิจกรรมพิเศษเอาใจนักวิ่งรุ่นเยาว์ สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ระยะทาง 800 เมตร กับ Kids Series 2025 ที่มาพร้อมกิจกรรมสนุกสนานมากมาย สายวิ่งเตรียมปักหมุดและฟิตความพร้อมรอได้เลย! กับเส้นทางในฝันของเหล่านักวิ่ง เพราะนอกจากจะได้ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจแล้ว ยังได้สัมผัสกับทัศนียภาพสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่ออีกด้วย

ประเดิมเส้นทางแรก BANGKOK AIRWAYS SAMUI HALF MARATHON 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 นักวิ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศของบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกาะสวรรค์แห่งอ่าวไทย และพบกับศิลปินหนุ่มหล่ออารมณ์ดี “ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ” ในวันที่ 22 มิถุนายน นี้ ณ สวนสาธารณะพรุเฉวง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต่อด้วยรายการ “BANGKOK AIRWAYS TRAT HALF MARATHON 2025” วันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 กระทบไหล่ศิลปินหนุ่มสุดเท่สายเลือดนักกีฬา “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” จะมาร่วมวิ่งไปกับทุกคนในวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ โรงเรียนตราษตระการคุณ จ.ตราด และปิดท้ายกับรายการ “BANGKOK AIRWAYS SUKHOTHAI HALF MARATHON 2025” วันที่ 27-28 กันยายน 2568 เตรียมกรี๊ดให้สุดเสียงกับนักแสดงหนุ่มลูกครึ่ง “เทศน์ เฮนรี ไมรอน” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและวิ่งไปด้วยกันในวันที่ 28 กันยายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย

พลาดไม่ได้!  เสื้อวิ่งดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ 2025 กับอัตลักษณ์ของ 3 เส้นทาง 3 แห่ง ที่ออกแบบโดย คุณชัชวาลย์ กลีบลำเจียก หรือ Underhatdaddy ศิลปินอิสระผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาช่วยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านลวดลายบนเสื้อวิ่งได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น เกาะสมุย สัมผัสความงามของท้องทะเลสีคราม หาดทรายขาว สนุกเพลิดเพลินกับกีฬาทางน้ำ, ตราด ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ป่าชายเลนที่เขียวชอุ่ม และเสน่ห์ของวิถีชีวิตอันเรียบง่าย และ สุโขทัย ร่วมย้อนรอยอารยธรรมไทย สัมผัสความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสุโขทัย และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่งดงาม

พิเศษ! เฉพาะสำหรับผู้โดยสารบางกอกแอร์เวย์สสามารถลงทะเบียนรับโค้ดฟรี Fly to Run ในการจองตั๋วเครื่องบินกับบางกอกแอร์เวย์ส ตามช่วงเวลา และจังหวัดที่กำหนด รับสิทธิ์วิ่งฟรี! โดยเส้นทาง สมุย ใช้สิทธิ์ช่วงเวลาวันที่ 14-29 มิถุนายน 2568, จ.ตราด วันที่ 8-24 สิงหาคม 2568 และ จ.สุโขทัย วันที่ 20 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 บัตรโดยสาร 1 ใบ รับสิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์ เพียงส่งหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินทางอินบ็อกซ์ผ่านเฟซบุ๊ก https://facebook.com/BangkokAirways.Run โดยลงทะเบียนก่อนวันปิดรับลงทะเบียนของแต่ละสนาม  ทั้งนี้ การจองตั๋วเครื่องบินขาเดียว สามารถเลือกลงทะเบียนวิ่งในระยะ 5 กม. และ 10 กม.

ติดตามข่าวสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair คลิก https://bit.ly/addfriend_pgline หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center 1771 หรือ 02-270-6699 (เวลา 08.00 น.-20.00 น.) PGLiveChat:  https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ http://www.bangkokair.com

-(016)

SAWAD ลงพื้นที่เชียงใหม่ติดตามผลการดำเนินธุรกิจของลูกค้าหลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม พร้อมเสริมสภาพคล่อง

SAWAD ลงพื้นที่เชียงใหม่ติดตามผลการดำเนินธุรกิจของลูกค้าหลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม พร้อมเสริมสภาพคล่อง

SAWAD ลงพื้นที่เชียงใหม่ติดตามผลการดำเนินธุรกิจของลูกค้าหลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม พร้อมเสริมสภาพคล่อง

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.31 น.

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ตอกย้ำบทบาทองค์กรภาคเอกชนที่ร่วมเคียงข้างประชาชนในทุกวิกฤต  ล่าสุดจัดโครงการ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ สัญจร เชียงใหม่” ลงพื้นที่เพื่อติดตาม  ผลการดำเนินธุรกิจของลูกค้าหลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม  พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าที่ได้ประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวในหลายจังหวัด

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่าวิกฤตน้ำท่วมภาคเหนือในช่วงกันยายน ตุลาคม 2567 ( กว่า 6 เดือนที่ผ่านมา)  ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 25,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตร วิสาหกิจรายย่อย รวมถึงประชาชนในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง

โดย ช่วงเวลาของอุทกภัยดังกล่าวฯ  SAWAD  นับเป็นบริษัทเอกชนแรก ๆ ที่เข้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างทันที  โดยการออกมาตราการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ บรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกค้าผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง   ด้วยความมุ่งหวังบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือลูกค้าอย่างตรงจุด   ด้วยการยกเว้นดอกเบี้ย 3 เดือน  ผ่านแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2567 ถึง 30 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดภาระการชำระดอกเบี้ยและช่วยให้ลูกค้ามีสภาพคล่องที่ดีขึ้นและสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด  และทำให้การจัดการหนี้สินของลูกค้าสามารถทำได้อย่างราบรื่นและสบายขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามและควบคุมคุณภาพหนี้อย่างใกล้ชิด โดยทีมงานของบริษัทฯ จะเข้ามาช่วยเจรจาและปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสภาพทางการเงินของลูกค้า

นางสาวธิดา แก้วบุตตา  ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทฯ สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ  ฟื้นฟูและจัดการธุรกิจได้ ทั้งนี้ กล่าวได้ว่าศรีสวัสดิ์มีลูกค้ากว่า 14,714 ราย ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้ รวมมูลค่าดอกเบี้ยที่ได้รับการยกเว้นแล้วกว่า 53 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงวิกฤต แต่ยังกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี”

บริษัท ฯ ให้ความสำคัญกับการยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในยามยากลำบาก เพราะเรามองว่าความยั่งยืนของสังคมเริ่มต้นจากการช่วยให้ประชาชนลุกขึ้นได้หลังวิกฤต โครงการช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่มาตรการทางการเงิน แต่คือการฟื้นพลังชีวิต ฟื้นโอกาส และเปิดทางให้พวกเขากลับมามีรายได้อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวทางของภาครัฐที่ต้องการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง

การจัดโครงการ “ศรีสวัสดิ์ สัญจร เชียงใหม่” ครั้งนี้  นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้เข้าพบท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนการฟื้นฟูธุรกิจของลูกค้าของบริษัท ฯ  ซึ่งจะนำประโยชน์เกื้อหนุนสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างยั่งยืน   

ความช่วยเหลือที่ลงลึกถึงชุมชนเช่นนี้ ได้รับเสียงสะท้อนจากลูกค้าจริงในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่ค้าขายในตลาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า “ตอนน้ำท่วม รถก็เสีย บ้านก็ซ่อมไม่ได้ เงินหมุนไม่ทันเลยค่ะ พอศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ช่วยพักดอกเบี้ยให้ 3 เดือน เราก็หายใจได้สะดวกขึ้น เอาเงินไปซื้อของมาขายได้ กลับมามีรายได้อีกครั้ง” เสียงของลูกค้ารายนี้สะท้อนให้เห็นว่า การช่วยเหลือของศรีสวัสดิ์ฯ ไม่เพียงแค่บรรเทาทางการเงิน แต่ยังสร้าง “โอกาสใหม่” ให้พวกเขาสามารถฟื้นตัวและตั้งหลักได้อีกครั้งอย่างมั่นคง

บริษัท ฯ ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการ “พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนและสังคม” อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้า พร้อมเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ ‘ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มั่นใจ ถูกต้อง โปร่งใสตามกฎหมาย พร้อมเติบโตคู่ชีวิตชาวไทย’ ที่องค์กรยึดมั่นมาโดยตลอด การช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกในการฟื้นฟูสังคมหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ทางบริษัท ฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ลูกค้าทุกคนในระยะยาว ไม่เพียงแต่ในช่วงวิกฤตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต

-(016)

ทีเส็บ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ไทย คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company ต่อเนื่องหกปีซ้อน

ทีเส็บ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ไทย คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company ต่อเนื่องหกปีซ้อน

ทีเส็บ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ไทย คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company ต่อเนื่องหกปีซ้อน

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.07 น.

ทีเส็บ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Company ประจำปี 2024-2025 (รางวัลองค์การมหาชนอันดับ 1) ที่จัดขึ้นโดยนิตยสาร BrandAge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้โดดเด่นใน 5 ด้าน ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ภาพลักษณ์แบรนด์ของกิจการ การบริหารงานการจัดการ และการให้บริการที่ดี

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร BrandAge ว่า ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของทีเส็บในการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ระดับสากล โดยในปีที่ผ่านมา ทีเส็บได้ทำการศึกษาวิจัย “MICE Foresight” เพื่อกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย

“เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นแหล่งประชุมที่มีคุณค่าสูง (High Value-Added Destination) โดยผสมผสานอัตลักษณ์ไทยเข้ากับนวัตกรรมและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน แนวทางนี้จะสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและคุณค่าให้แก่กิจกรรมไมซ์ที่จัดในประเทศไทย ซึ่งเราหวังว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ภาพลักษณ์ไมซ์ไทยจะชัดเจนในฐานะแหล่งประชุมที่มีคุณค่าสูง เพิ่มบทบาทไทยในการกระตุ้นไมซ์ทั่วเอเชีย เป็น Springboard of Asia’s Growth ภาคธุรกิจมีความก้าวหน้า มั่นคง”

การที่ทีเส็บ ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Company ในกลุ่มองค์การมหาชน ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 นั้น แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินงานตามพันธกิจและความสำเร็จในการดึงงานเข้ามาจัดในประเทศ ที่สะท้อนถึงเป้าหมายในการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรางวัล Thailand’s Most Admired Company เป็นผลจากการสำรวจวิจัยที่ BrandAge ได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อศึกษาและสร้างฐานข้อมูลในด้านต่าง ๆ ขององค์กรในแต่ละอุตสาหกรรม ได้แก่ การรับรู้เกี่ยวกับองค์กร (Corporate Perception) ความมีชื่อเสียงขององค์กร (Corporate Reputation) ความสามารถขององค์กร (Corporate Performance) อิทธิพลขององค์กร (Corporate Influence) ตลอดจนภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Image) ที่สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับผู้บริโภค โดยแบ่งกลุ่มบริษัทที่ทำการวิจัยออกเป็น 24 กลุ่มธุรกิจ ศึกษาและวิจัยทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายต่อปัจจัยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีจนเป็นที่ยอมรับ

-(016)

นักวิจัย มช. คว้า 12 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก ‘The 50th International Exhibition of Inventions Geneva’

นักวิจัย มช. คว้า 12 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก 'The 50th International Exhibition of Inventions Geneva'

นักวิจัย มช. คว้า 12 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก ‘The 50th International Exhibition of Inventions Geneva’

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.09 น.

นักวิจัย มช. คว้า 12 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย นักวิจัยจาก 5 คณะ ได้แก่ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ คว้า 12 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก เวที “The 50th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ Palexpo นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 9-13 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา 

เวทีนี้จัดโดย International Federation of Inventor’s Associations (IFIA) โดยมีสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน จาก 40 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศไทยส่งเข้าร่วมกว่า 122 ผลงาน จาก 44 หน่วยงาน ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับรางวัลรายละเอียด ดังนี้ 1. Rice Oligosaccharide Energy Drinks for Endurance Athlete (คณะอุตสาหกรรมเกษตร) ได้รางวัล Gold Medal with the Congratulations of the Jury

2. Nano spray from Holoptelea integrifolia bark extract (คณะวิทยาศาสตร์) ได้รางวัล Gold Medal และ Special Prize จาก Korea Invention Promotion Association (KIPA)

3. VR Simulation for Managing Critically Ill Pediatric Patients on Mechanical Ventilation (คณะพยาบาลศาสตร์) ได้รางวัล Silver Medal , Special Prize จากสมาคมนักประดิษฐ์โปแลนด์ และNRCT Special Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

4. Sgreen X: Sexed Sperm Sorting Kit for Animal Semen (คณะเกษตรศาสตร์) ได้รางวัล Silver Medal และ NRCT Special Award

5. High energy efficiency LPG powered food fryer for SMEs (คณะวิศวกรรมศาสตร์) ได้รางวัล Silver Medal และ NRCT Special Award

6. UniBOX Spoon-Lid Food Container (คณะวิศวกรรมศาสตร์) ได้รางวัล Silver Medal

7. Highly porous carbon and nano silicon-based materials from biomass for use as anode materials in lithium- and sodium-ion batteries (คณะวิทยาศาสตร์) ได้รางวัล Bronze Medal

รางวัลทั้งหมดรวม 12 รางวัล ประกอบด้วย  Gold Medal with the Congratulations of the Jury จำนวน 1 รางวัล Gold Medal จำนวน 1 รางวัล Silver Medal จำนวน 4 รางวัล Bronze Medal จำนวน 1 รางวัล และรางวัลพิเศษจากหน่วยงานต่างประเทศ เช่น Korea Invention Promotion Association (KIPA), สมาคมนักประดิษฐ์โปแลนด์ และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีผลงานเด่น รวมจำนวน 5 รางวัล

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอแสดงความยินดีแก่นักวิจัยทุกท่าน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่การันตีความสำเร็จของงานวิจัยไทย รางวัลที่ได้รับนั้นแสดงถึงความมุ่งมั่นของทีมนักวิจัยทุกท่านที่ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง 

‘ตูน Bodyslam-ก้อย รัชวิน’ จูงลูกๆ ผจญภัยโลกสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมกิจกรรมสุดท้าทายในงาน ‘THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025’

‘ตูน Bodyslam-ก้อย รัชวิน’ จูงลูกๆ ผจญภัยโลกสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมกิจกรรมสุดท้าทายในงาน ‘THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025’

‘ตูน Bodyslam-ก้อย รัชวิน’ จูงลูกๆ ผจญภัยโลกสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมกิจกรรมสุดท้าทายในงาน ‘THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025’

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับซิกเนเจอร์ อีเวนต์เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงสาย Exotic กับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 ชวนทุกครอบครัวมาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในโลกของสัตว์และธรรมชาติ โดยได้เนรมิตพื้นที่ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ  เป็นอาณาจักรป่ามหัศจรรย์ รวบรวมสัตว์แปลกหาชมยากจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 300 ชนิด  โดยได้จำลองป่าบนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. สภาพแวดล้อมเสมือนจริงสำหรับสัตว์นานาชนิด

“ตูน Bodyslam” และ “ก้อย-รัชวิน” พร้อมน้องทะเล น้องเวลา นำทีมพาทุกคนสำรวจอาณาจักรสัตว์และร่วมกิจกรรม

เลชเวแดง

 บรรยากาศเปิดงานวันแรก ได้ครอบครัวแอดเวนเจอร์สุดอบอุ่น “ตูน Bodyslam” และ “ก้อย-รัชวิน” พร้อมน้องทะเล น้องเวลา นำทีมพาทุกคนสำรวจอาณาจักรสัตว์และร่วมกิจกรรมสุดท้าทายในงาน  สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับบรรดาเหล่าแฟนคลับที่มากันแน่นขนัดร่วมชมความน่ารักอย่างใกล้ชิด  งานจัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2568

แมวป่าคารัลคัล

นกโทโคทูนแคน

ไฮไลท์ในงานครั้งนี้ ครั้งแรก! ตื่นตากับกิจกรรมส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ และใกล้ชิดกับสัตว์แปลก หาชมยากมากมาย อาทิ เลชเวแดง พบได้ในพื้นที่ชุ่มน้ำของแอฟริกาตอนใต้ , แมวป่าคารัลคัล แมวป่าขนาดกลางที่มีหูสีดำขนาดใหญ่ มีประสาทสัมผัสในการมองเห็นและได้ยินดีเยี่ยม สามารถล่าเหยื่อในความมืดได้,นกโทโคทูนแคน  นกทูแคนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีจะงอยปากขนาดใหญ่สีส้มสดใส , ลิงสปอตโนส และการออกงานครั้งแรกของ อิกัวนาคริสตัล สายพันธุ์หายาก  นอกจากนี้ อีกโซนที่ลูกค้าต่างให้ความสนใจ คือ Open Zoo คาปิบาร่า ดินแดนของ “คาปิบาร่า” เจ้าของฉายา “หมามะพร้าว“ สัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ลิงสปอตโนส

ใกล้ชิดกับ“น้องบ็อบบี้-น้องเบ้บ” เซเลบคาปิบาร่าคู่ฮอตบนโซเชียลและผองเพื่อน น้องชิกเก้น (เป็ดคอลดั๊ค) รวมทั้งสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมายไม่ว่าจะเป็น ขี่รถ ATV ผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์นักล่า ทั้งเหยี่ยวแฮริส ,นกฮูกไซบีเรีย, นกฮูกไวท์เฟส ฯลฯ, กิจกรรมปีนหน้าผาจำลองบนความสูงกว่า 5 เมตร รวมทั้งใกล้ชิดกับสัตว์แปลกใน Exotic Camp Café อาทิ งูบอลไพธอน กิ้งก่าทะเลทราย เบี๊ยด ดราก้อน ตุ๊กแกหางอ้วน และสัมผัสความน่ารักของแมวหลากสายพันธุ์ทั้งสฟิ้งซ์, แบมปีโน่,  เจเนตตา, คินคาโล และ แลมบ์กิน ใน Best Cat Village Café คาเฟ่แมวแปลก  

อิกัวน่าคริสตัล

นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมหลากหลาย “สัตว์พิเศษ” มาไว้ในงานให้ได้ชม อาทิ กวางซิกา (Sika deer) หรือที่รู้จักกันในชื่อกวางลายจุด เป็นกวางขนาดกลางที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออก แพะแคระแองโกลา (Dwarf Angola Goat) มีขนยาวเป็นปุย นิสัยเชื่อง อ่อนโยน และรักความสงบ นกเค้าอินทรียูเรเซีย (Eurasian Eagle Owl) นกฮูกขนาดใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด ติดอันดับ 10 นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด เหยี่ยวเฟอร์รูจินัส (Ferruginous Hawk) นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และมีขนสีน้ำตาลแดง จึงเป็นที่มาของชื่อ “เฟอร์รูจินัส” ที่แปลว่า “สีสนิมเหล็ก” ในภาษาละติน อิกัวน่าอัลบิโน (Albino Iguana) อิกัวน่าที่มีภาวะผิวเผือก มีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีตาสีแดงหรือชมพู  กิ้งก่าแพนเธอร์ (Panther Chameleon) กิ้งก่าที่มีสีสันหลากหลาย สวยงามและเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง มีถิ่นกำเนิดในเกาะมาดากัสการ์

แรคคูน

นอกจากโซนจัดแสดงสัตว์พิเศษต่างๆที่มีให้ชมอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย อาทิ เปิดโลกการเรียนรู้กับกิจกรรมพิเศษ Young Wild Explorers ไกด์นำทีมพาเด็กๆ เดินชมพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆในงาน , กิจกรรมขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์ , กิจกรรมขี่ม้า , กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น ให้อาหารนกแก้ว, เต่าซูคาต้า, กระต่าย, หนูแฮมสเตอร์, แพะ, แกะ, ม้า , กิจกรรมแจกกล้าไม้ ฟรี! จากกรมป่าไม้ , กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ Exotic พร้อมบริการตรวจสุขภาพสัตว์ จากโรงพยาบาลสัตว์ PawsvilleThailand กิจกรรมให้ความรู้การเลี้ยงสัตว์ EXOTIC PET , ศิลปินนักร้องมาสร้างสีสันในงาน วันที่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 17.00 น. ร่วมพูดคุยและเดินชมงานกับ ข้าวฟ่างมารีน  เอ็มมี่BNK48  รวมทั้งโซนร้านค้าที่จำหน่ายสัตว์พิเศษต่างๆ สัตว์เลี้ยงนานาชนิดและสินค้าสำหรับคนรักสัตว์  นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับ สมาชิก M Junior Club เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดค่าเข้า 50% , แลก 59 M Point รับสิทธิ์ Exclusive เข้าโซน Capybara Open Zoo ฟรี! และแลก 99 M Point รับสิทธิ์ ถ่ายรูปใกล้ชิดกับ “บ็อบบี้-เบ๊บ” (สิทธิ์จำนวนจำกัด)

บัตรเข้าชมงานราคา 50 บาท สามารถนำไปแลกรับสิทธิ์กิจกรรมในงาน (เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี)! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook MCC HALL

คนไทยไม่กล้าพูดเรื่องสุขภาพจิต ถึงเวลาหรือยังที่เราควรเปิดใจ?

คนไทยไม่กล้าพูดเรื่องสุขภาพจิต ถึงเวลาหรือยังที่เราควรเปิดใจ?

คนไทยไม่กล้าพูดเรื่องสุขภาพจิต ถึงเวลาหรือยังที่เราควรเปิดใจ?

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เดี๋ยวก็หาย อย่าคิดมาก”

“ สู้ ๆ เข้มแข็งหน่อย เป็นอะไรไปก็แค่เรื่องเล็กน้อย”

“บ่นทำไม เดี๋ยวคนอื่นจะมองว่าอ่อนแอ”

ประโยคเหล่านี้ คุ้นหูหลายคนใช่ไหมคะ?

สังคมไทยในปัจจุบัน แม้จะพัฒนาไปมาก แต่เรื่อง “สุขภาพจิต” กลับยังเป็นหัวข้อที่หลายคนไม่กล้าพูดถึง หรือไม่อยากแสดงออกว่าตัวเองกำลังมีปัญหา เพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ ไม่สู้ หรือ “ไม่ปกติ”แต่ในความเป็นจริง สุขภาพจิต คือเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนมีโอกาสเจอปัญหาได้ ไม่ต่างจากสุขภาพกายที่อาจเจ็บป่วยและต้องการการดูแล

แล้วทำไมคนไทยถึงยังไม่กล้าพูดเรื่องสุขภาพจิต?

กลัวถูกมองในแง่ลบ

หลายคนยังกลัวว่าการพูดว่าตัวเองเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้า จะทำให้คนรอบข้างมองว่าเป็นคนอ่อนแอ ทั้งที่ความจริงแล้ว… การยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ คือความเข้มแข็งรูปแบบหนึ่ง

ความเชื่อแบบ “อดทนไว้”

วัฒนธรรมไทยมักปลูกฝังให้ “อดทน” และ “เก็บไว้ในใจ” ซึ่งในระยะสั้นอาจดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ในระยะยาว การกดทับความรู้สึกอาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำร้ายทั้งใจและร่างกาย

ขาดพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย

หลายคนไม่กล้าพูดเพราะกลัวจะถูกตัดสิน หรือกลัวว่าคนฟังจะไม่เข้าใจ การมีพื้นที่ที่ไม่ตัดสินและรับฟังด้วยความเข้าใจจึงสำคัญมาก

แล้วจะเริ่มเปิดใจได้อย่างไร?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลสุขภาพจิต BMHH ให้คำแนะว่า สิ่งแรกคือ ยอมรับว่าทุกคนมีวันที่ไม่โอเคได้ เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา การยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือก้าวแรกของการดูแลใจตัวเอง หาคนที่พร้อมรับฟัง บางครั้งเพียงการได้พูด ได้ระบาย ก็ช่วยคลายความอึดอัดในใจได้มาก และหากคนรอบตัวไม่เข้าใจ ยังมีมืออาชีพที่พร้อมฟังคุณอย่างไม่ตัดสิน มองการพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เป็นเรื่องปกติ

การไปหาหมอใจ ก็ไม่ต่างจากการไปหาหมอร่างกาย ไม่มีคำว่า “บ้า” มีแต่คำว่า “ใส่ใจตัวเอง” ถึงเวลาหรือยัง…ที่เราจะเลิกกลัว และหันมาดูแลสุขภาพจิตอย่างจริงจัง? สุขภาพจิตดี ชีวิตก็มีพลังมากขึ้น หากวันนี้คุณรู้สึกเหนื่อย เครียด สับสน หรือไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน อย่าปล่อยให้ความกลัวการถูกมองแปลก ทำให้คุณต้องทุกข์อยู่คนเดียว

เสริมปัง!! ปีใหม่ไทย ‘หมอดูโอปป้า’ จับมือมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวเสื้อยืดการกุศล ‘12 เดือน 12 สี’ พร้อมเคล็ดลับสีมงคล

เสริมปัง!! ปีใหม่ไทย ‘หมอดูโอปป้า’ จับมือมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวเสื้อยืดการกุศล ‘12 เดือน 12 สี’ พร้อมเคล็ดลับสีมงคล

เสริมปัง!! ปีใหม่ไทย ‘หมอดูโอปป้า’ จับมือมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวเสื้อยืดการกุศล ‘12 เดือน 12 สี’ พร้อมเคล็ดลับสีมงคล

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สายมูต้องไม่พลาด! หากอยากเสริมพลังบวกและโชคลาภตลอดทั้งปี ด้วยพลังแห่งสีที่ช่วยดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต อาจารย์ไวท์ เปิดดวง (หมอดูโอปป้า) หรือ ถาวโรจน์ หรูเกียรติไชย นักโหราศาสตร์ชื่อดัง  ร่วมเป็น ชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ กับ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ผ่านคอลเลกชันของที่ระลึกการกุศลล่าสุด เสื้อยืดลายหัวใจอินฟินิตี้ คอลเลกชันพิเศษ “12 เดือน 12 สี” ที่นอกจากจะช่วยเสริมดวงให้ปังแล้ว ยังได้ร่วมสนับสนุนงานด้านการแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้ได้รับโอกาสในการรักษาที่ดีขึ้น

อาจารย์ไวท์ เปิดดวง (หมอดูโอปป้า)

อาจารย์ไวท์ เจ้าของฉายา หมอดูโอปป้า ให้ความรู้เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องสีมงคลประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน โดยอ้างอิงจากหลักสีมงคลตามดวงดาว ว่า “เชื่อกันว่าการเลือกใส่เสื้อสีที่ถูกโฉลกจะช่วยดึงดูดโชคลาภ ความรัก สุขภาพ และความสำเร็จ เพราะสีสันของเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในแต่ละวันมีผลต่อพลังงานรอบตัว หากเลือกสีที่เหมาะสมกับดวงชะตา ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจ นำพาสิ่งดี ๆ เข้ามา และเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ อย่างเสื้อทีเชิ้ตลายหัวใจอินฟินิตี้ คอลเลกชันพิเศษ “12 เดือน 12 สี” ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ถ้ามองตามหลักของสีมงคล แต่ละสีล้วนมีความหมายในการเสริมดวงด้านต่างๆ อาทิ สีเขียว ดึงดูดการเงิน ที่เรียกว่า ‘เขียวเหนี่ยวทรัพย์’ สีฟ้า และน้ำเงิน พลังธาตุน้ำที่จะช่วยดึงดูดเรื่องการค้าขาย รวมทั้งเสริมเรื่องธุรกิจการงานให้มีความราบรื่นในการเจรจา สีแดง ช่วยเสริมอำนาจ และเป็นสีแห่งชัยชนะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบแข่งขันหรือเลื่อนตำแหน่ง สีส้ม สีแห่งโชคลาภ แนะนำสำหรับผู้ที่ชอบลุ้นโชค เสี่ยงดวง จะช่วยดึงดูดให้มีโชคลาภ สีเหลือง ช่วยเสริมเรื่องสุขภาพกายและใจ ลดความเครียดความกังวล เป็นต้น

“ที่สำคัญนอกจากเลือกสีเสื้อที่เป็นมงคลเพื่อเสริมมงคลให้แก่ตัวเองแล้ว การทำบุญก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเติมเต็มพลังที่ดีเช่นกัน เพราะรายได้จากการจำหน่ายเสื้อยืดคอลเลกชันนี้ จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยและสนับสนุนงานด้านการแพทย์ของมูลนิธิรามาธิบดี ทำให้ทุกการสวมใส่เสื้อไม่เพียงแค่เสริมสิริมงคลให้กับตนเอง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย”     

หมอดูโอปป้า ยังกล่าวถึงเสื้อยืดรูปหัวใจอินฟินนิตี้ ลวดลายมัดย้อมสีสันสดใสที่กำลังสวมใส่ ซึ่งวางจำหน่ายแล้วในเดือนเมษายน นี้ว่า “เสื้อยืดลายนี้ให้ฟิลลิ่งแบบต้อนรับซัมเมอร์ จะใส่ไปเที่ยวทะเลก็ดี มีลวดลายสไตล์ผ้ามัดย้อมในโทนสีฟ้าเขียว-น้ำเงิน สื่อถึงธาตุน้ำซึ่งจะช่วยปรับพลังงานให้เย็นสบาย พร้อมดึงดูดโอกาสดี ๆ และความมั่งคั่งในช่วงปีใหม่ไทย รวมทั้งช่วยเสริมความเย็นใจและดึงดูดพลังบวก ที่สำคัญด้วยลวดลายหลักของเสื้อที่มีลักษณะเป็นรูปหัวใจ ก็จะช่วยเสริมในเรื่องของกำลังใจให้ตัวเอง มีสุขภาพกายและใจที่ดี”

นอกจากนี้ ยังแชร์เคล็ดลับการเลือกสีเสื้อตามดวง 7 วันเกิด ใส่สีไหนถึงจะปังทั้งทั้งสัปดาห์ เริ่มที่ วันจันทร์: สีเขียวและสีฟ้า เสริมการเงินและความรัก สีเขียวเสริมการงานราบรื่น สีเหลืองเสริมสุขภาพ (เลี่ยงสีแดง) วันอังคาร: สีส้มเสริมการเงินก้อนใหญ่ สีแดงเสริมอำนาจการงาน สีชมพูเด่นเรื่องความรักและเสริมสุขภาพ (เลี่ยงขาวและเหลือง) วันพุธ (กลางวัน): สีส้มดึงดูดเงินก้อนใหญ่ สีขาวเสริมการงาน สีเขียวเสริมความรักและสุขภาพ (เลี่ยงแดงและชมพู) วันพุธ (กลางคืน): สีดำหรือสีม่วงเสริมการเงิน สีขาวและสีแดงเสริมการงาน เน้นใช้สีเข้มและสีดำ ช่วยเสริมความรัก สีดำหรือสีม่วงเสริมสุขภาพ (เลี่ยงสีส้ม)

วันพฤหัสบดี: สีฟ้าเสริมการเงิน สีแดงเสริมการงาน สีเขียวเสริมความรัก (เลี่ยงสีม่วง) วันศุกร์: สีชมพูเสริมการเงิน สีส้มดีงดูดงานโปรเจ็กต์ใหญ่ สีฟ้าเสริมความรักและสุขภาพ (เลี่ยงสีเทา)วันเสาร์: สีฟ้าหรือสีน้ำเงินเสริมการเงิน สีดำเสริมการงาน สีชมพูเสริมความรัก สีม่วงเสริมสุขภาพ (เลี่ยงสีเขียว)  วันอาทิตย์ สีชมพูเสริมการเงิน สีเขียวเสริมการงาน สีแดงเสริมความรักและสุขภาพ (เลี่ยงสีฟ้า)

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ  กล่าวทิ้งท้ายว่า “ของที่ระลึกจากมูลนิธิรามาธิบดีทุกชิ้น ถูกออกแบบขึ้นด้วยแนวคิดที่มุ่งเน้นการส่งต่อกำลังใจและพลังแห่งการให้ และเพื่อให้นักช้อปได้สะสม สำหรับคอลเลกชันเสื้อยืดรูปหัวใจอินฟินนิตี้ ทั้ง 12 สี 12 เดือน นี้ ออกแบบมาให้ใส่ง่าย ใส่ได้ทุกวัน โดยดีไซน์ของเสื้อในแต่ละเดือน แต่ละสีล้วนมีความหมายที่แตกต่างกันไป  โดยอาจารย์ไวท์ เปิดดวง มาร่วมแนะนำการเลือกสีเสื้อที่จะช่วยเสริมมงคลแต่ละด้านทั้ง 7 วัน  ช่วยเสริมพลังบวกไปตลอดทั้งปี ทั้งยังเป็นโอกาสดีในการสนับสนุนงานด้านการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วยของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ไปพร้อมกัน เรียกว่าได้ทั้งบุญ ได้ทั้งเสริมมงคลไปพร้อมกัน!

เสื้อยืดลายหัวใจอินฟินิตี้ คอลเลกชันพิเศษ “12 เดือน 12 สี” มีขนาด  S M L XL และ XXL ราคา 199 บาท ยกเว้นเสื้อยืดมัดย้อม ที่วางจำหน่ายในราคา 250 บาท ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) หรือสั่งออนไลน์ที่ http://www.ramafoundation.or.th, LINE @RAMAFOUNDATION, LINE SHOPPING และ Robinhood สอบถามเพิ่มเติมโทร 0-2201-2222 ในวันและเวลาราชการ ติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION

ยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทักษะความรู้หลักสูตรออนไลน์ ‘วัยรุ่นเก่งการเงิน’

ยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทักษะความรู้หลักสูตรออนไลน์ ‘วัยรุ่นเก่งการเงิน’

ยูโอบี ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทักษะความรู้หลักสูตรออนไลน์ ‘วัยรุ่นเก่งการเงิน’

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยูโอบี ประเทศไทย มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการเงินของเยาวชนไทย ยกระดับโครงการ “UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน” หลักสูตรการเงินออนไลน์ที่เสริมสร้างทักษะและความรู้ทางการเงินที่จำเป็นให้กับนักเรียนที่ขาดโอกาส โดยปี 2568 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ส พร้อมขยายสู่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาอีก 2,200 คนทั่วประเทศ ต่อยอดสู่โครงการประกวด “Money Coach Junior Contest” เปิดโอกาสให้นักเรียนเขียนแผนให้ความรู้ด้านการเงิน โดยนำเนื้อหาจากหลักสูตรที่ได้เรียน มาพัฒนาและส่งต่อความรู้ให้กับชุมชนและคนรอบตัวอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ ในปี 2567 นักเรียนระดับมัธยมศึกษามากกว่า 1,900 คนจบหลักสูตรการเงินออนไลน์  โดย ดร.นภาพร พงษ์ขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนและครูที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุม ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ  หลักสูตรนี้เป็นการทำงานร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ UOB My Digital Space มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาที่มีคุณภาพ และสร้างโอกาสในการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลแก่เด็กไทยที่ขาดโอกาส

ดร.นภาพร พงษ์ขันธ์

นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามองว่าความรู้ทางการเงินเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนสามารถกำหนดเส้นทางอนาคตของตนเองได้อย่างมั่นใจ ผ่านโครงการ UOB Money 101: Teen Edition เวอร์ชันปรับปรุงใหม่   เราต้องการมอบความรู้และทักษะให้กับนักเรียน เพื่อให้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมีข้อมูลและรอบคอบ การส่งเสริมให้เยาวชนเหล่านี้ถ่ายทอดความรู้ต่อไปยังผู้อื่น ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการจุดประกายให้เกิดชุมชนที่มีความรู้ทางการเงิน พร้อมเติบโตและก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน”

นางสาวกนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “จากการทำงานร่วมกัน เราได้ต่อยอดหลักสูตรการเงินออนไลน์สู่โครงการ ‘Money Coach Junior Contest’ เพื่อส่งเสริมความรู้ทางการเงินสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีสถานะทางการเงินหรืออายุเท่าใด นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ Money Coach Junior Contest ได้ออกแบบโครงการของพวกเขาเพื่อแก้ไขปัญหาความรู้ทางการเงินที่แท้จริงในชุมชนท้องถิ่นของพวกเขา ซึ่งเป็นโอกาสให้พวกเขาได้นำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ นักเรียนที่เข้าใจความรู้ทางการเงินอย่างแท้จริง จะช่วยให้พวกเขาสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้อย่างอิสระ หลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวง และเพิ่มโอกาสในการขยายความรู้ในอนาคต”

โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์

โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ผู้ร่วมออกแบบหลักสูตร UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน กล่าวว่า “วันนี้ผมดีใจมากที่โครงการได้ทำงานสร้างเด็กไทยให้ความรู้เรื่องการเงิน อีกทั้งยังต่อยอดให้นักเรียนที่ได้เรียนหลักสูตร UOB Money 101: Teen Edition เป็น Money Coach Junior ซึ่งนับว่าเดินทางมาไกลมาก และเป็นการขยายความรู้เรื่องการเงินให้เบ่งบานทั่วประเทศไทย”

คณะกรรมการตัดสินจากธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

โครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน  ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษามีความรู้เรื่องการเงิน มีความรู้พอที่จะตัดสินใจทางการเงิน และสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคง ผ่านกิจกรรมและการสื่อสารออนไลน์ใน 6 บทเรียน เพื่อปลูกฝังความคิดในการวางแผนทางการเงิน โดยเริ่มวางแผนอย่างชัดเจนจนบรรลุเป้าหมายทางการเงิน  ครอบคลุมแนวคิดเรื่องจิตวิทยาการเงิน การหารายได้ การเก็บออม การลงทุน การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการตั้งเป้าหมายทางการเงิน 

โรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม จ.พะเยา คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดปี 2567

โครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน ประจำปี 2568 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว สำหรับคุณครูและโรงเรียนที่สนใจพัฒนาความรู้ สร้างทักษะและภูมิคุ้มกันด้านการเงินให้กับนักเรียน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/ThailandCollaborationForEducation.