ดีลลับแกนนำโจรใต้! ‘อดีต สว.’ชี้เหตุไฟใต้ลุกรายวัน

ดีลลับแกนนำโจรใต้! 'อดีต สว.'ชี้เหตุไฟใต้ลุกรายวัน

ดีลลับแกนนำโจรใต้! ‘อดีต สว.’ชี้เหตุไฟใต้ลุกรายวัน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.16 น.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไฟใต้ 3 จชต ครุโชนรายวัน วางระเบิด ยิง ฆ่า มุ่งเป้า จนทรัฐ ตร.ทหาร พระ เณร อส. เพราะบางคนดัน สทร ดีลลับแกนนำโจรแยกดินแดน รับปากยกเป็นเขตปกครองพิเศษ #สร้างเหตุรุนแรง #เพิ่มอำนาจต่อรองรัฐไทย

‘ปกรณ์วุฒิ’เชิญ 6 หน่วยงานอัปเดตระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ

‘ปกรณ์วุฒิ’เชิญ 6 หน่วยงานอัปเดตระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ

‘ปกรณ์วุฒิ’เชิญ 6 หน่วยงานอัปเดตระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

“ปกรณ์วุฒิ”เชิญ 6 หน่วยงานอัปเดตระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ หน่วยงานรับปากเซลล์บอร์ดแคสใช้ได้ ก.ค.นี้ เดือนหน้าทดสอบระบบ ให้ข้อสังเกตเรื่องอำนาจสั่งการอนุมัติข้อความแจ้งเตือนภัย หากผู้มีอำนาจไม่อยู่ คนในศูนย์ต้องอนุมัติได้

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการจัดทำระบบเตือนภัยแห่งชาติฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการจัดตั้งมานานแล้ว และทำรายงานเกือบจะสิ้นแล้ว แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ทำให้กรรมาธิการทุกคนเห็นพ้องกัน ว่าจะขยายระยะเวลานำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นกรณีศึกษาที่ใส่ไว้ในรายงาน เพื่อศึกษาว่าในอนาคตระบบเตือนภัยที่มีควรเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่เหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยในที่ประชุมกรรมการวันนี้จะสอบถามแต่ละหน่วยงานเกี่ยวกับการถอดบทเรียน และสิ่งที่หน่วยงานต้องการการสนับสนุนเพื่อทำให้ระบบเตือนภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้กรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียก หน่วยงานมาหารือเกี่ยวกับระบบเซลบอร์ดแคส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และค่อนข้างเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานและรัฐบาล มีความเข้าใจหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ว่าระบบนี้ควรมีโดยเร่งด่วน และหน่วยงานรับปากว่าภายในเดือนก.ค.นี้ใช้ได้ โดยในต้นเดือนพ.ค.จะมีการทดสอบระบบ แต่เป็นระบบ Virtual อยู่ และมีการหารือกับ Apple แล้ว ในกรรมการมีการตั้งข้อสังเกตไว้ นอกจากเรื่องเทคโนโลยี คือเรื่องกระบวนการสั่งการที่ต้องคล่องตัวต่อให้ส่งข้อความให้ประชาชนภายใน 5 – 10 วินาที แต่หากกว่าอนุมัติการส่งได้ ต้องผ่านขั้นตอนเยอะแยะ จะทำให้ระบบเตือนภัยมีประสิทธิภาพ ทางหน่วยงานรับปากไปว่ามีการพูดคุยเรื่องนี้ และเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ

“เคยไปดูงานที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เห็นว่ามีปัญหาเรื่องอำนาจการสั่งการ ว่าจะต้องเป็นผู้บริหารระดับศูนย์ที่จะอนุมัติข้อความ หากสมมุติว่าหากท่านเดินทางไปต่างประเทศ จะทำอย่างไร หากจะต้องแจ้งเตือนภัยใน 2 – 3 นาที ทางหน่วยงานบอกว่ามีการพูดคุยกันในเบื้องต้น ว่าจะขยายกรอบอำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ หรือต้องแก้กฎระเบียบบางข้อที่ไม่จำเป็นต้องผ่านสภา เช่น ติดต่อคนที่หนึ่งหนึ่ง คนที่สอง คนที่สาม หรือระดับ ผอ.หน่วยที่อยู่ในห้องสั่งการ ให้อำนาจโดยชอบธรรมทางกฎหมาย” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า สำหรับหน่วยงานที่เข้าให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการประกอบไปด้วย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรธรณี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้อำนวยการกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

‘เมฆินทร์’ ชี้การเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดัน ‘การเมืองแบบสุจริต’

‘เมฆินทร์’ ชี้การเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดัน ‘การเมืองแบบสุจริต’

‘เมฆินทร์’ ชี้การเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดัน ‘การเมืองแบบสุจริต’

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.48 น.

‘เมฆินทร์’ ชี้การเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดัน ‘การเมืองแบบสุจริต’ ยกเป็นจุดยืนเพื่อให้ประชาชนพิจารณาในการเลือกตั้งอีก 2 ปีข้างหน้า – ย้ำคนที่จะลงสมัคร สส. พรรค ปชป. ต้องลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ จะหวังพึ่งแค่กระแสพรรคเพียงอย่างเดียวไม่ได้ 

นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ว่า เป็นการตอกย้ำถึงความล้มเหลวของพรรคฯ อย่างต่อเนื่องว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชในเขตเลือกตั้งเขต 8 ทั้ง 4 อำเภอ คือ อ.นาบอน อ.พิปูน อ.ฉวาง อ.ช้างกลาง ที่ได้ออกไปใช้สิทธิ์จำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยของคนในพื้นที่ที่มีในระดับสูง ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนมาอย่างไม่เป็นที่คาดหวัง แต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อนำเสนอให้ประชาชนพิจารณาต่อไป นั่นก็คือ การเมืองแบบสุจริต เพราะนับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ การทำงานการเมืองยังคงติดปัญหาในเรื่องของธนกิจการเมือง ที่มีข้อต่อรองตั้งแต่ในระดับเข้าสู่วงการการเมือง จนไปถึงการต่อรองตำแหน่งต่างๆ ทั้งจำนวนเงินและจำนวน สส. ในมุ้งในก๊วน ทำให้ที่ผ่านมาประชาชนรู้สึกผิดหวังเพราะได้นักการเมืองที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ และเกิดวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมหาศาล ทำให้เงินงบประมาณแผ่นดินที่ควรจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอีกมากมายต้องหล่นหายไปกับกระบวนการที่ไม่สุจริต เพราะฉะนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์ชูธงนำในเรื่องการเมืองแบบสุจริตโดยเริ่มจากการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ ถึงแม้ว่า ผลลัพธ์จะไม่ใช่เป็นการได้รับชัยชนะ และยังมีนักวิจารณ์การเมืองหลายคนมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในสภาพล้มเหลวต่อเนื่อง แต่การเริ่มต้นที่จะประกาศชูธงนำแบบนี้ ก็ถือว่า เป็นจุดยืนที่จะให้ประชาชนพิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมาถึงในอีกราว 2 ปีข้างหน้า 

นายเมฆินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการที่ตนได้รับเกียรติให้เป็นคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับเพื่อนสมาชิกฯ อีก 10 คนนั้น ก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคฯ ในที่ประชุมใหญ่ ที่รับรองให้ตนเป็น 1 ในกรรมการสรรหาฯ ซึ่งการทำงานของตนร่วมกับเพื่อนสมาชิกในคณะกรรมการสรรหาฯ นั้น นอกจากจะคัดเลือกผู้ที่ประสงค์จะลงสมัคร สส. ในนามพรรคอย่างเข้มข้น ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังต้องยึดถือแนวทางการบริหารพรรคฯ ในยุคปัจจุบัน คือ การเน้นลงพื้นที่กับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และต้องยึดโยงกับประชาชนในพื้นที่ เพราะการที่หวังพึ่งกระแสแต่เพียงอย่างเดียว ถึงแม้จะทำให้ได้เข้าไปเป็น สส. ก็จริงส่วนหนี่ง แต่ถ้าหวังพึ่งแต่กระแสแต่ไม่เหลียวแลประชาชนคนที่มอบคะแนนให้ ก็จะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะสอบตกในการเลือกตั้ง แต่ถ้าลงพื้นที่ให้ประชาชนเห็นหน้าสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุดประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็ต้องมีการคิดวิเคราะห์กันระหว่างคนที่ลงพื้นที่กับกระแสภายนอก ซึ่งตนเชื่อว่า หากผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มลงพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงการหาเลือกตั้ง เชื่อว่า อย่างน้อยๆ ประชาชนก็จะเก็บเอาไว้พิจารณาลงคะแนนในวันเลือกตั้ง และหากยึดมั่นในแนวทางการเมืองแบบสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอแล้ว เชื่อว่าจะทำให้พรรคฯ กลับมามี สส.จำนวนมากพอที่จะผลักดันนโยบายต่างๆ ตามแนวทางการเมืองแบบสุจริตเพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนได้รับประโยชน์ต่อไป 

‘ภูมิธรรม’เผย ทหารลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ‘แม่สาย’ ทันทีที่เกิดเหตุ

'ภูมิธรรม'เผย ทหารลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม 'แม่สาย' ทันทีที่เกิดเหตุ

‘ภูมิธรรม’เผย ทหารลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ‘แม่สาย’ ทันทีที่เกิดเหตุ

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

“ภูมิธรรม”ยืนยัน หน่วยทหารลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมแม่สายในทันทีที่เกิดเรื่อง ส่วนการแก้ไข ต้องให้ทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบและมีส่วนร่วม เห็นปัญหาตรงกัน และไม่สามารถจบได้ภายในการพูดคุยครั้งเดียว

29 เม.ย.2568 ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่3 จ.นครพนม นายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการดำเนินการของหน่วยทหาร ในการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุน้ำในแม่น้ำสายล้นทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายว่า เรามีหน่วยมณฑลทหารบกที่ 37 และหน่วยงานที่มีหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว รวมถึงเป็นหน่วยงานที่คุ้นเคยกับพื้นที่ เคยดำเนินการแก้ไขปัญหามาก่อน 

นอกจากนี้ ในเรื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประชาชน ทหารถือเป็นภารกิจและหน้าที่ ไม่ต้องรอสั่งการ เมื่อเกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนสามารถเข้าไปได้ลำดับต้น รวมทั้งรัฐบาลก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญเช่นกัน การเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ยินดีสนับสนุนอยู่แล้ว และตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้น ขณะนี้ทหารก็เข้าไปช่วยในพื้นที่อยู่แล้ว
 
เมื่อถามว่าในระยะยาว ต้องมีการพิจารณาเรื่องผังเมืองหรือย้ายชุมชน หรือไม่อย่างไร เนื่องจากเห็นแล้วว่าปัญหาอุทกภัยในพื้นที่นี้เกิดขึ้นซ้ำซาก นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาพื้นที่ดังกล่าวเมื่อเช้านี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินงบประมาณอีก 300 กว่าล้านบาท เพื่อให้หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พิจารณาแก้ไขปัญหาในพื้นที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำกก 

พร้อมยอมรับว่า เรื่องนี้ไม่สามารถแก้ได้ในระยะเวลาเพียง 1-2 ปี เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภายนอกประเทศด้วย และเป็นภัยธรรมชาติที่จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เป็นภัยคุกคามใหม่ และเป็นความท้าทายของเรา เพราะฉะนั้นเราเองก็พยายามที่จะขับเคลื่อน และพยายามที่จะปรับกำลังพลของเรา ให้มีหน่วยที่สามารถ ดูแล แก้ปัญหา และให้บริการประชาชนได้มากขึ้น ซึ่งจะดีได้ระดับหนึ่ง แต่ตนคิดว่า ถ้าจะให้ดีทั้งหมด ต้องบูรณาการทั้งหมด และเขียนเป็นแผนรวมทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ และกำลังดำเนินการ

เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากจีนและเมียนมา ผ่านการหารือในการประชุมระดับประเทศ เช่น การประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (MLC) ให้เข้มข้นมากขึ้น หรือไม่อย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับปัญหาและข้อเท็จจริง การพูดคุยหารือของกลุ่มประเทศที่อยู่รอบ ๆ บริเวณลุ่มน้ำโขงก็มีอยู่แล้ว สถานที่จัดการประชุม ครม. เมื่อเช้าที่ผ่านมา ก็คือศูนย์ประชุมของลุ่มน้ำโขง-ล้านนา แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศ ไม่สามารถจบได้ภายในการพูดคุยครั้งเดียว ต้องทำให้การมองเห็นปัญหา และการเข้าใจปัญหาตรงกัน ถึงจะแก้ไขได้ เนื่องจากแต่ละประเทศก็มีอธิปไตยของตนเอง เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาในการพูดคุยกัน

‘ปชน.’พร้อมถกร่างงบฯ 69 คาดสัปดาห์สุดท้ายเดือนพฤษภาคม หวังไม่ประท้วงวุ่นเหมือนซักฟอก

‘ปชน.’พร้อมถกร่างงบฯ 69 คาดสัปดาห์สุดท้ายเดือนพฤษภาคม หวังไม่ประท้วงวุ่นเหมือนซักฟอก

‘ปชน.’พร้อมถกร่างงบฯ 69 คาดสัปดาห์สุดท้ายเดือนพฤษภาคม หวังไม่ประท้วงวุ่นเหมือนซักฟอก

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

‘พรรคประชาชน’พร้อมถกร่างงบฯ 69 คาดสัปดาห์สุดท้ายเดือนพฤษภาคม ให้ สส.ศึกษางบปีก่อนนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ หวังสภาให้เวลาอภิปรายอย่างเต็มที่ ไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ประท้วงวุ่นเหมือนเวทีซักฟอก

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2568 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของสภาผู้แทนราษฎร หากจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ระบุว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้ประสานกรอบเวลาคร่าวๆ ในการพิจารณาในวาระรับหลักการ วาระแรกคาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม  

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนพรรคประชาชนได้เริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่ปิดสมัยประชุม ให้ สส. ภายในพรรคเตรียมศึกษางบประมาณปีที่ผ่านมา และวิเคราะห์งบประมาณ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณใหม่ ซึ่ง สส. ได้นำเสนอหัวข้อกับ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนแล้ว และเริ่มกระบวนการในการคัดเลือกหัวข้อแล้ว และจะเป็นผู้อภิปรายในภาพรวมของตัวงบประมาณ ส่วนในประเด็นย่อยตามที่ สส. เสนอมา จะต้องรอดูรายละเอียดของร่างกฎหมายเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับงบประมาณปีที่ผ่านมา และเปรียบเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเด็นนั้นๆ ว่าการตั้งงบประมาณเหมาะสมหรือไม่ 

“คิดว่าพร้อมระวังแพลนไว้ว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมหรืออาจจะเร็วกว่านั้นหนึ่งสัปดาห์ก็พร้อมเช่นกัน” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ไม่ได้มีปัญหาในการจัดสรรบุคคลอภิปรายของพรรคประชาชน และคิดว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ คงไม่มีเหตุการณ์แบบอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น คงจะให้เวลาอย่างเต็มที่ทั้งสองฝ่าย

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’เชิญ’สรรพากร-สตง.’ให้ข้อมูลสอบตั๋วPN ของนายกฯ 1 พ.ค.นี้

'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ'เชิญ'สรรพากร-สตง.'ให้ข้อมูลสอบตั๋วPN ของนายกฯ 1 พ.ค.นี้

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’เชิญ’สรรพากร-สตง.’ให้ข้อมูลสอบตั๋วPN ของนายกฯ 1 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.41 น.

‘ปธ.กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ’เคาะฤกษ์ 1 พ.ค. สอบ ปมตั๋วPN ของอิ๊งค์ เชิญ’สรรพากร-สตง.’ให้ข้อมูล ยังอุบสาวถึงปมเลี่ยงภาษี-เชิญ นายกฯ มาหรือไม่

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ถึงการนัดหมายการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ. ได้นัดพิจารณาติดตามเรื่องร้องเรียนกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำธุรกรรม และการชำระภาษีเกี่ยวกับการซื้อหุ้นมูลค่า 4,434.5 ล้านบาท ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 พ.ค. เวลา 09.30 น. โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ได้เชิญ อธิบดีกรมสรรพากร ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าให้ข้อมูล

โดยนายสิทธิพล ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมดังกล่าวว่าเป็นประเด็นที่นายวิโรจน์ส่งเรื่องร้องเรียนมายังกมธ. ซึ่งตามขอบข่ายหน้าที่ของกมธ.สามารถพิจารณาได้เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนร่วมกัน ทั้งนี้การเชิญหน่วยงาน ทั้ง กรมสรรพากร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาให้ข้อมูลเพื่อสอบถามว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องหรือไม่ และประชาชนทำได้หรือไม่ ขณะเดียวกันในแง่ของ สตง. จะให้พิจารณาว่าเมื่อออกมาเป็นแบบนี้แล้ว มีส่วนที่ทำให้รายได้รัฐหายไปหรือไม่ รวมถึงมีวิธีการแก้ไข ป้องกันอย่างไร

เมื่อถามว่าในประเด็นดังกล่าวจะตรวจสอบไปถึงประเด็นการเลี่ยงการเสียภาษีด้วยหรือไม่ นายสิทธิพล กล่าวว่า ต้องให้หน่วยงานที่เชิญมานั้นมาตอบ ส่วนจะขยายผลไปในทางใดต่อไปหรือไม่ ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่ง สตง. ฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องดังกล่าวต้องพิจารณา รวมถึงต้องฟังคำชี้แจงที่ทำให้เห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่ชัดเจน

เมื่อถามว่าการตรวจสอบของกมธ.จะถึงขั้นเชิญ นายกฯ มาชี้แจงด้วยหรือไม่ ประธานกมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงอีกครั้ง.

เปิดศึกกองทัพ!‘วิโรจน์’ฉะ‘กอ.รมน.’อ้างความภักดี ม.112 ก่อหายนะศก.-กระทบสถาบัน

เปิดศึกกองทัพ!‘วิโรจน์’ฉะ‘กอ.รมน.’อ้างความภักดี ม.112 ก่อหายนะศก.-กระทบสถาบัน

เปิดศึกกองทัพ!‘วิโรจน์’ฉะ‘กอ.รมน.’อ้างความภักดี ม.112 ก่อหายนะศก.-กระทบสถาบัน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.08 น.

‘ปธ.กมธ.ทหาร’เปิดศึกกองทัพ ท้า‘พล.ต.วินธัย’เข้าแจงกรรมาธิการฯ ปมฟันคดี 112‘พอล แชมเบอร์ส’ ย้อนเกล็ดไหนว่ากล้านัก อยากได้ไมค์แทงปาก ลั่นหากโยง‘ภาษีทรัมป์’ ใคร-ยศไหน กล้ารับผิดชอบหายนะทางเศรษฐกิจทั้งประเทศ-กระทบพระเกียรติยศสถาบัน

29 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเรียกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้ามาชี้แจงในคดีมาตรา 112 ของนายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวสหรัฐอเมริกา ว่า ขณะนี้ยังติดใจอยู่หลายเรื่อง พอได้อ่านคำชี้แจงผ่านสื่อของพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.)

ทั้งนี้ คำถามที่เกิดขึ้น คือ พล.ต.วินธัย มีตำแหน่งอะไรในกอ.รมน. ซึ่งเคยเป็นอดีตโฆษกกอ.รมน. แต่รายละเอียดในข่าวระบุตำแหน่งว่าเป็นโฆษกกองทัพบก เขาสับสนขนาดไม่รู้ต้นสังกัด สายการบังคับบัญชาของตนเองแล้วหรือ ว่าโฆษกกองทัพบก ขึ้นตรงกับกองทัพบก กองทัพบกก็ขึ้นตรงกับกระทรวงกลาโหม ขณะที่ กอ.รมน. ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี คนละกระทรวง ตนอยากจะหาคำตอบจาก พล.ต.วินธัย เหมือนกันว่าคุณมีตำแหน่งอะไรใน กอ.รมน. คุณรับเงินเงินเดือนกี่ทาง โชคดีที่ตอนอ่านข่าวพบว่า พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ตัวจริง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว แต่ก็ให้สัมภาษณ์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เหมือนก๊อปปี้กันมา เพราะเนื้อหาตรงกัน

“จึงต้องตั้งคำถามว่าในเมื่อพลตรีวินธัย ไม่ได้กล้าที่จะชี้แจงแทนกอ.รมน. ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นโฆษก กรรมาธิการทหาร จึงคิดว่า คงมีความรู้ทางด้านกฎหมายมหาชน และพระราชบัญญัติ กอ.รมน. ด้วย ดังนั้นในวันที่ 8พ.ค.นี้ นี้ก็จะเชิญ พล.ต.วินธัย และพล.ต.ธรรมนูญ มาด้วย” นายวิโรจน์ กล่าว  

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า วันนี้มาตรา 112 เป็นอาญาแผ่นดิน ตามหลัก ป.วิอาญา ประชาชนหรือบุคคลทั่วไป ที่พบเห็นการกระทำความผิด ก็สามารถแจ้งดำเนินคดีได้ นี่เป็นเรื่องพื้นฐานทางกฎหมาย แต่ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานรัฐ ต้องยึดหลักกฎหมายมหาชน วันนี้ กอ.รมน. แยกตัวเองไม่ออกแล้วหรือ ว่าตัวเองเป็นบุคคลทั่วไปหรือหน่วยงานรัฐ ถ้าเกิดพล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ไปร้องเรียนในฐานะบุคคลธรรมดา ย่อมทำได้ แต่นี่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานะ กอ.รมน. ก็ต้องตั้งคำถามว่าในตัวพระราชบัญญัติ กอ.รมน. ได้ให้อำนาจไว้ในมาตราใด  ซึ่งในวันที่ 8 พ.ค.นี้นายทหารพระธรรมนูญ มาก็ได้ เพราะตนก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมารับฟังด้วยเช่นกัน

“วันนี้กองทัพไม่สนใจกฎหมายมหาชนแล้วหรือ สับสน ขนาดที่ตัวเองเป็นบุคคลธรรมดาหรือหน่วยงานรัฐ ตกลงคนที่ไปแจ้งความชื่อ นาย กอ. นามสกุล รมน. หรือตกลงแล้วหลักกฎหมายมหาชน กอ.รมน. จะไม่เคารพแล้วหรือ อย่างนั้นคณะนิติศาสตร์ มหาลัยต่างๆ คงปั่นป่วนหมด ตกลง กอ.รมน. กับ ทบ. มีความสัมพันธ์กันอย่างไร อดีตโฆษกก็มาตอบแทนกันได้แล้วหรือ” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.ต.วินธัย ออกมาให้สัมภาษณ์ กังวลเรื่องของการถูกไล่บี้ ภายใน กมธ. นายวิโรจน์ สวนกลับว่าถ้าไม่ผิด กลัวอะไร คำพูดนี้ กอ.รมน. ก็ชอบพูด ไม่ใช่หรือ ถ้าใช้อำนาจโดยชอบ ไม่เข้าข่ายการประพฤติมิชอบ เคารพหลักกฎหมายมหาชน คุณกลัวอะไร และต้องยอมรับว่าทำไมต้องตรวจสอบ เพราะแม้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับ ว่าการดำเนินคดี การแจ้งข้อกล่าวหากับนายพอลครั้งนี้ มีส่วนไม่มากก็น้อย เกี่ยวกับการเจรจาภาษีศุลกากรตอบโต้สหรัฐใช่หรือไม่ นั่นหมายความว่าหากการดำเนินการของ กอ.รมน. ครั้งนี้ไม่รอบคอบเพียงพอ ไม่เคารพหลักกฎหมายมหาชน ที่สามารถอธิบายกับนักนิติศาสตร์ในและต่างประเทศได้

“นี่อาจเป็นต้นเหตุของหายนะทางเศรษฐกิจ ที่กระทบกระเทือน ปากท้องกับประชาชนทั้งประเทศ ใครจะรับผิดชอบ และการแจ้งความในมาตรา 112 ก็อาจจะ ถูกพิจารณา และถูกวิพากษ์วิจารณ์ จากเวทีโลกได้ว่า คุณกำลังนำเอาสถาบันเข้าไปอยู่ท่ามกลางข้อพิพาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบกระเทือนกับพระเกียรติยศ ของสถาบัน อาจจะเข้าข่ายแอบอ้างความจงรักภักดี ไปกลั่นแกล้งบุคคลให้ต้องคดีอาญาด้วย ตนขอถาม ไปทั้งพล.ต.วินธัย และพล.ต.ธรรมนูญ หากเกิดผลกระทบ และภายหลังยกฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าพอลไม่ผิด ใครจะรับผิดชอบกับหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่กองทัพ ขออย่าโยงเรื่องภาษีสหรัฐ กับเรื่องนี้ นายวิโรจน์ ถึงกับร้องอ้าว พร้อมกล่าวว่า นี่เห็นไหมเขาก็บอกว่าไม่เกี่ยวข้อง วันนี้ตนถึงบอกว่า ถ้าเกี่ยว วันนี้ นายทักษิณออกมายอมรับแล้วว่าอาจเกี่ยว อย่าตอบว่าไม่เกี่ยว เพราะคำถามที่ถาม กองทัพ จริงๆ ต้องถาม กอ.รมน.  อย่าสับสน ถ้าสับสนเมื่อไหร่ กอ.รมน. ก็จะกลายเป็นมือที่มองไม่เห็นของกองทัพ ที่จะแทรกแซงอำนาจรัฐ และคุกคามประชาชน จึงขอถามไปที่ กอ.รมน. ว่า ถ้าเกี่ยวใครรับผิดชอบ มีดาวบนบ่า ใครรับผิดชอบช่วยออกมาพูดหน่อย พล.ต.ธรรมนูญ ถ้าเกี่ยว ใครรับผิดชอบ พูดมา พล.ต.วินธัยเห็นแสดงภาพยนตร์ เก่ง สมบทบาท พูดมา ใครบุคคลใด ใน กอ.รมน. กองทัพบก กระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้รับผิดชอบ ชื่ออะไร ชั้นยศอะไร  จะรับผิดชอบกับการที่สถาบัน ถูกหยิบยกไปอยู่ท่ามกลางข้อพิพาท ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจจะเสื่อมเสียถึง พระเกียรติยศในเวทีโลก สายตานานาอารยะประเทศ 

“ใครจะรับผิดชอบ ไม่ต้องบอกว่าไม่เกี่ยวผมถามว่าถ้าเกี่ยวไง ถ้าตอบไม่ได้ ก็เหมือน คุณแทงหวยว่า ไม่เกี่ยวอย่างเดียว แสดงว่าถ้าเกี่ยวขึ้นมาจับมือใครดมไม่ได้ ไอ้ที่บอกว่า ทหารหาญ กล้าทำกล้ารับไม่จริง บอกมาเลยไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรม ถ้าคิดว่าทำโดยชอบด้วยกฎหมายก็ทำไป แต่ถ้าสุดท้ายยกฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ใครรับผิดชอบ ไหนบอกว่ากล้าหาญไง นี่คือ หาร ที่ยังไม่ใช่ ญ ขนาด หาร รอ เรือ คุณยังไม่กล้าหาญความรับผิดชอบกันเลย แหม พูดแล้วลมสันดานขึ้นจริงๆ” นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่าหาก กอ.รมน.และ พล.ต.วิธัย ไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการในสัปดาห์หน้า นายวิโรจน์กล่าวว่า จะเรียกจนกว่าจะมา ไหนว่ากล้านัก อยากได้ไมค์แทงปากไม่ใช่หรือ ยืนยันต่อพล.ต.วินธัย ที่ประชุมกมธ.ฯ วันที่ 8 พ.ค.นี้ จะไม่มีปิดไมค์แน่นอน อย่าปิดไมค์และปิดกล้อง

“ผมอยากให้พล.ต.วินธัย มาเอง เพราะอยากรู้ว่าไอ้ห้อยไอ้โหนที่คอยส่งโพยให้หน้าตาเป็นอย่างไร และอยากให้พล.ต.วินธัย มาพร้อมกับหลักกฎหมายมหาชน และเตรียมอ่าน พ.ร.บ.กอ.รมน. ของตัวเองมาให้เรียบร้อยก่อน หลักกฎหมายมหาชน ฟังให้ดีทั้ง พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ และ พล.ต.วินธัย สุวารี ไปถามทหารพระธรรมนูญ ที่มีมีความรู้ด้านกฎหมายได้ หน่วยงานรัฐต้องยึดหลักกฎหมายมหาชน ถ้าไม่ให้อำนาจไว้ก่อน ให้ถือว่ากระทำไม่ได้ ซึ่งต่างจากกฎหมายเอกชน คือถ้ากฎหมายไม่ห้าม” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ในกรณีนี้ กอ.รมน. ตามพระราชบัญญัติของตัวเอง ให้อำนาจโดยที่มาตราใด อยู่ดีๆ จะตอบว่าเกี่ยวกับมาตรา7การทำแผน แล้วมาตราใด แล้วบอกว่าบุคคลทั่วไปธรรมดาสามารถแจ้งความได้ แยกไม่ออกหรือว่า กอ.รมน. เป็นบุคคลหรือหน่วยงาน ซึ่งจริงๆ ต้องการเชิญ พล.ต.วินธัย เพราะต้องการเชิญ พล.ต.ธรรมนูญมากกว่า

“แต่ถ้าดูแล้วปากสั่นอยากจะมาตอบแทน กอ.รมน.ไง เลยคิดว่าท่านจะมีความรู้ ก็เลยเชิญมา อย่าบังอาจตอบว่าไม่ไม่เกี่ยวข้องกับ กอ.รมน. ถ้าตอบว่าไม่เกี่ยวข้อง เผยอหน้ามาให้สัมภาษณ์ทำไม สับสนในต้นสังกัดของตัวเองทำไม ในเมื่อกล้าให้สัมภาษณ์ก็ต้องกล้ามา ผมเชิญเลย มา มา ผมบอกอย่างนี้เลย แน่จริงมาผมต้อนรับอย่างดี เดี๋ยวเตรียมอาหารรับรองขนม ถ้าไม่มากลัวนะ บอกก่อนวินธัย” นายวิโรจน์ กล่าว

‘ครม.’อนุมัติงบ 355 ล้าน เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน‘แม่น้ำปิง-แม่น้ำกก’

‘ครม.’อนุมัติงบ 355 ล้าน เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน‘แม่น้ำปิง-แม่น้ำกก’

‘ครม.’อนุมัติงบ 355 ล้าน เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน‘แม่น้ำปิง-แม่น้ำกก’

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.52 น.

‘ครม.’อนุมัติงบ 355 ล้าน เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน‘แม่น้ำปิง-แม่น้ำกก’

29 เมษายน 2568 ที่หอประชุมอนุภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม จ..นครพนม น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบกลางปี 68 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานแม่น้ำปิงและแม่น้ำกก ระยะเร่งด่วน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย วงเงิน 355.33 ล้านบาท ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝน

เติมทุน! ‘ครม.’ไฟเขียว‘สลากการกุศล’ 5 พันล้าน หนุน ODOS ส่งเด็กไทยเรียนต่างประเทศ

เติมทุน! ‘ครม.’ไฟเขียว‘สลากการกุศล’ 5 พันล้าน หนุน ODOS ส่งเด็กไทยเรียนต่างประเทศ

เติมทุน! ‘ครม.’ไฟเขียว‘สลากการกุศล’ 5 พันล้าน หนุน ODOS ส่งเด็กไทยเรียนต่างประเทศ

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.

เติมทุน! ‘ครม.’ไฟเขียว‘สลากการกุศล’ 5 พันล้าน หนุน ODOS ส่งเด็กไทยเรียนต่างประเทศ

เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 29 เมษายน 2568 ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม ตำบลนาราชควาย อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.นครพนม ว่า ครม. เห็นชอบตามที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอในหลักการโครงการของกลุ่มจังหวัด จำนวน 4 โครงการ กรอบวงเงิน  200 ล้านบาท และหลักการที่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชน กรอ. กลุ่มจังหวัด จำนวน 5 โครงการ กรอบวงเงิน 200 ล้านบาท โดยให้ขอรับการจัดสรร จากงบกลาง ปี 68 โดยครอบคลุมถึง โครงการ ในด้านการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณริมแม่น้ำโขง และการยกระดับสู่การเป็นเมืองมหานคร แห่งพฤษเวช เพื่อรองรับการท่องเที่ยว วิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขงเชิงสุขภาพ(เวลเนส)

นายกฯ กล่าวว่า เรื่อง โอดอส (ODOS -One District One Scholarship) หรือโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ครม เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้มีการออกสลากการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพโอดอส ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 7 โครงการ วงเงิน 5,308.14 ล้านบาท ดังนี้

1. โครงการสำหรับทุนการศึกษาและฝึกอบรม กับเทคโนโลยีระยะสั้นในต่างประเทศ โดยจะส่งเยาวชนซึ่งเป็นตัวแทน 878 อำเภอทั่วประเทศ และจากกรุงเทพ 50  เขต

2. โครงการสำหรับทุนการศึกษา ระดับ ปวศ. 60 ทุน และระดับปริญญาตรี ในต่างประเทศ 140 ทุน รวม 200 ทุน

3. โครงการสำหรับการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ สหรัฐอเมริกา 60 ทุน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี(STEM)

4. โครงการสำหรับทุนการศึกษาและระดับปริญญาตรี ณ สหราชอาณาจักร 50 ทุน ในหลักสูตร STEM 

5. โครงการระดับปวศ. และระดับปริญญาตรี ณ ออสเตรเลีย โดยขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับ ปวศ.60 ทุน ระดับปริญญาตรี 30 ทุน รวม 90 ทุน

6. โครงการสำหรับ ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ในประเทศ 2,200 คน ในหลักสูตร STEM

7.โครงการสำหรับทุนการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และปวศ. ในประเทศ 4,800 คน ในหลักสูตร STEM

ด้าน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ครม. มีมติยกเลิกโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย ของมูลนิธิต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย วงเงิน 250 ล้านบาท เนื่องจากโครงการดังกล่าวล่าช้า ไม่เป็นไปตามมติ ครม. 7 มี.ค.2566

เปิดแฟ้ม 9 โครงการ! ‘ครม.สัญจร’ไฟเขียวเคาะงบ 400 ล้าน พัฒนา 3 จังหวัดอีสานตอนบน

เปิดแฟ้ม 9 โครงการ! ‘ครม.สัญจร’ไฟเขียวเคาะงบ 400 ล้าน พัฒนา 3 จังหวัดอีสานตอนบน

เปิดแฟ้ม 9 โครงการ! ‘ครม.สัญจร’ไฟเขียวเคาะงบ 400 ล้าน พัฒนา 3 จังหวัดอีสานตอนบน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.31 น.

เปิดแฟ้ม 9 โครงการ! ‘ครม.สัญจร’ไฟเขียวเคาะงบ 400 ล้าน พัฒนา 3 จังหวัดอีสานตอนบน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 เมษายน 2568 ที่หอประชุมอนุภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร) เมื่อวันที่ 17 และ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกับเห็นชอบในหลักการโครงการของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 จำนวน 4 โครงการ กรอบวงเงิน 200 ล้านบาท โดยให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลาง สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และให้สำนักงบประมาณพิจารณาความพร้อม ความคุ้มค่า และความเหมาะสมของวงเงินตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในหลักการของโครงการที่เป็นข้อเสนอของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดฯ ของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) จำนวน 5 โครงการ กรอบวงเงิน 200 ล้านบาท โดยให้ส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ ขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งจัดทำข้อเสนอโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบ

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม 4 โครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 และ 5 โครงการที่เป็นข้อเสนอของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดฯ ของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ประกอบด้วย

1.โครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

1.1โครงการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 วงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมแม่น้ำโขงเหนือเมืองนครพนมและพื้นที่ต่อเนื่อง อ.เมือง จ.นครพนม

1.2 โครงการสกลจังซั่นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จ.นครพนม วงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท

1.3โครงการยกระดับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสู่การเชื่อมโยงระดับนานาชาติ จ.มุกดาหาร วงเงิน 50 ล้านบาท

1.4 โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทยานธรณีวิทยาและไดโนเสาร์ “Geo Park Center at Tha Uthen” จ.นครพนม วงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท

2.โครงการที่เป็นข้อเสนอของ กรอ.กลุ่มจังหวัด

2.1 โครงการด้านการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมแม่น้ำโขงและการยกระดับสู่เมืองมหานครแห่งพฤษเวศน์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำโขงเชิงสุขภาพ ในกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท

2.2โครงการ ติดตั้งและปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง หมายเลข 2339 (ตอนศรีวิชา – กวนบุ่น ระหว่าง กม. 8+000 – กม. 35+500 เป็นช่วง ๆ) และทางหลวงหมายเลข 2347 (ตอนธาตุนาเวง – สกลนคร ระหว่าง กม. 2+300 – กม. 5+200) วงเงิน 50 ล้านบาท

2.3โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must (Visit, Eat, Shop, Mu, Rest) งบประมาณ: 20,000,000 บาท

2.4 โครงการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลกงบประมาณ 50 ล้านบาท

2.5 โครงการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดและประชาสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดสนุก (เที่ยวสนุกสุขสบาย) พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณปากห้วยมุกและพื้นที่ต่อเนื่อง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารงบประมาณ 50 ล้านบาท

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวอีกว่า ครม.ยังมอบหมายให้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาโครงการที่เป็นข้อเสนอของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดฯ ของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ในส่วนที่เหลือจำนวน 21 โครงการ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป