เตรียมคุย‘อันวาร์’รับมือกำแพงภาษี‘ทรัมป์’ ‘ทักษิณ’โวแหลก! เจรจาสหรัฐต้องไม่ต่อรอง ปูทางหารือแบบพันธมิตร

เตรียมคุย‘อันวาร์’รับมือกำแพงภาษี‘ทรัมป์’ ‘ทักษิณ’โวแหลก! เจรจาสหรัฐต้องไม่ต่อรอง ปูทางหารือแบบพันธมิตร

เตรียมคุย‘อันวาร์’รับมือกำแพงภาษี‘ทรัมป์’ ‘ทักษิณ’โวแหลก! เจรจาสหรัฐต้องไม่ต่อรอง ปูทางหารือแบบพันธมิตร

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมคุย‘อันวาร์’รับมือกำแพงภาษี‘ทรัมป์’ ‘ทักษิณ’โวแหลก! เจรจาสหรัฐต้องไม่ต่อรอง ปูทางหารือแบบพันธมิตร ‘พิชัย’เพิ่มบัญชีสินค้านำเข้า ปิโตรเคมี-เชอร์รี่-แอปเปิ้ล

“ทักษิณ” เผย “อันวาร์” เตรียมเชิญที่ปรึกษาประธานอาเซียน ผนึกกำลังเจรจา “ทรัมป์” ระหว่างเยือนไทย 17 เมษายนนี้ ลั่นจะใช้วิธีพูดคุยแบบพันธมิตรมากกว่ากดดัน เชื่อน่าจะไหว ไม่ทำให้ไทยลำบาก ด้าน“พิชัย”พร้อมบินไปอเมริกา เพิ่มบัญชีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพียบ

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีการสรุปประเด็นของคณะกรรมการติดตามมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกา ทั้งในส่วน กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้ส่งออกและนำเข้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในวันอังคารที่ 15 เมษายนนี้ คณะกรรมการฯจะสรุปผลทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์ผลได้ ผลเสียและความเป็นไปได้ เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลในการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้เจรจาจะเดินทางล่วงหน้าไป ที่นครซีแอตเทิล สหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน นี้

โดยคณะล่วงหน้าจะเดินทางไปพบกับนักธุรกิจในกลุ่มต่างๆ ทั้ง ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านอื่นๆ จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน นี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปร่วมกับคณะของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเป็น“ทีมไทยแลนด์ ”และทั้งคณะจะเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อเตรียมเข้าพบกับผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันจันทร์ที่ 21 เมษายน นี้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลไทยมีความพร้อมในการพูดคุยโดยข้อมูลทั้งหมดได้ถูกรวบรวมมาตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน ผ่านการประชุมหารือ ทั้งในส่วนของรัฐบาลและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคเอกชน อาทิ ผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย ผู้แทนบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและสินค้าทั้งหมดที่มีการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ยุทธศาสตร์การเจรจาที่เน้น “สร้างความสมดุลทางการค้าและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ทั้งนี้เชื่อว่าจะ เป็นการปูทางสู่การเจรจาเชิงลึกระหว่างไทย-สหรัฐ ฯ ในระดับต่างๆ ในโอกาสต่อไป

วางยุทธศาสตร์5ข้อ

คณะเจรจายังมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีทางออกที่ดีที่สุดในการค้าระหว่างประเทศครั้งนี้อย่างแน่นอน สำหรับแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าและมาตรการด้านภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้ 5 หลักการดังนี้ 1.การเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมที่ไทยและสหรัฐฯ เกื้อหนุนกัน โดยรัฐบาลไทยเห็นว่าความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น เกษตร-อาหาร และเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสองประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตพรีเมียมเกรดและสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกได้มากขึ้น หากมีการเสริมวัตถุดิบจากสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด ที่มีต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง

2.การเปิดตลาดและลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้าตาม National Trade Estimate 2025 ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลพร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า และบริหารโควตาสินค้าเกษตรที่สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขัน เช่น ข้าวโพด เพื่อเปิดตลาดในลักษณะที่ไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ โดยจัดสรรการนำเข้าเฉพาะช่วงที่สินค้าในประเทศขาดแคลน สร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมและยืดหยุ่นต่อทุกฝ่าย

3.การเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสินค้าที่ไทยจำเป็นต้องใช้ โดยไทยเตรียมพิจารณานำเข้าพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบที่ภาคอุตสาหกรรมต้องใช้แต่ผลิตไม่ได้เพียงพอ เช่น วัตถุดิบด้านปิโตรเคมี หรือเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อเติมเต็ม supply chain ของประเทศ รวมถึงสินค้าที่ประเทศไทยเป็น Net Importer อาทิ ชีส ถั่ววอลนัท ผลไม้สดที่ไทยผลิตเองไม่ได้ เช่น เชอรี่ แอปเปิ้ลซึ่งจะเป็นการสร้างสมดุลด้านการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้ลดการได้เปรียบดุลการค้า

ขยายสินค้านำเข้า

4.การตรวจสอบเพิ่มความเข้มงวดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ป้องกันการสวมสิทธิ์จากประเทศที่สาม โดยรัฐบาลตระหนักถึงความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากประเทศที่สามผ่านไทย เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จึงจะมีมาตรการคัดกรองสินค้าต้นทาง ตรวจสอบแหล่งกำเนิดอย่างเข้มงวด และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้โปร่งใสและเป็นไปตามหลักสากล สร้างความเชื่อมั่นในฐานะคู่ค้าที่มีธรรมาภิบาล

5.การส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ แล้ว ไทยยังมีแผนผลักดันให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปในสหรัฐฯ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ผลิตสินค้าส่งออกจากฐานการผลิตในอเมริกาไปยังตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ยังช่วยลดแรงต้านด้านการค้าและสร้าง value chain ใหม่ที่เข้มแข็ง

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือและได้ข้อสรุปในทุกประเด็นดังกล่าวแล้วนั้น ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกระยะซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้คณะเจรจาดำเนินการให้เต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายทั้งการค้าระหว่างประเทศและภาคธุรกิจเอกชนที่เป็นส่วนสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์เมดอินไทยแลนด์ ไปสู่ตลาดสหรัฐและตลาดโลกต่อไป นายจิรายุกล่าว

แม้ว-อิ๊งค์เยือนเชียงใหม่ระรื่น

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ชุมชนโหล่งฮิมคาว ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีนายกฯ ร่วมงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองสันกำแพง” โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วย

เมื่อมาถึงมีการรำฟ้อนต้อนรับ จากนั้นนายกฯถวายพวงมาลัยและสรงน้ำองค์หลวงพ่อสมปรารถนา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสันกำแพง จากนั้นนายกฯสระเกล้าเก้าดำหัวผู้สูงอายุ หรือพิธีรดน้ำดำหัวแบบล้านนา โดยนายกฯได้สระเกล้าดำหัว คุณย่าทองสุทธิ โครชาติเยร์ (ชินวัตร) คุณย่านายกฯ ต่อจากนั้นนายทักษิณ นายปิฎก ร่วมสระเกล้าเก้าดำหัวผู้สูงอายุ ก่อนที่นายกฯปักตุงล้านนาประจำปีเกิด

ขณะที่ นายประดิษฐ์ เป็งเรือน ปราชญ์ชมรมกวีล้านนา เป็นตัวแทนกล่าวเป็นคำเมือง ขอให้นายกฯและนายทักษิณ พ้นเคราะห์ โยกย้ายไปไหนมาไหนขอให้มีแต่โชคดีและเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน นำประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในเร็ววัน

ดีใจได้มาสันกำแพง

นายกฯ กล่าวเปิดงานโดยกล่าวเป็นคำเมืองว่า อู้บ่จ้าง ก่อนกล่าวอีกว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกคน วันนี้ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาสันกำแพง เป็นที่ๆคุณพ่อโตมา ตนเคยได้มาตั้งแต่เด็กๆจะได้ยินเรื่องเล่าเสมอ เมื่อก่อนพ่ออยู่ตึกแถวขายกาแฟทำให้ทุกวันนี้ยังทานกาแฟอยู่และทำหวานเย็นขาย ไม่ทราบว่าทุกท่านจะทันหรือไม่ เป็นหวานเย็นห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ตอนนั้นราคา 2 บาท ตอนอยู่เมืองนอกก็จะทำทานบ่อยๆสูตรเดิมจากที่ไทย จึงมีความผูกพันกับสันกำแพงตั้งแต่เด็ก ได้ยินเรื่องเล่ามาตลอด และดีใจวันนี้ได้มาที่นี่

ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานกัน มาเจอกัน ตนตั้งใจจะมาอวยพรทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจ สุขภาพแข็งแรง สงกรานต์เป็นช่วงที่ทุกคนได้กลับมาอยู่กับคนที่รักและครอบครัว ขอให้ใช้เวลานี้ให้เต็มที่ที่สุด ขอให้เดินทางไปไหนปลอดภัย ปีใหม่เมืองไทยขอให้ทุกท่านจิตใจแจ่มใสเบิกบาน ชาร์จแบตตัวเองให้เต็มที่ พร้อมกลับมาทำงานให้เป็นให้เต็มพลังอีกครั้ง ขอให้ประสบความสำเร็จร่ำรวยเงินทอง มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขทุกวัน ขอสวัสดีปีใหม่ไทย

กองเชียร์ยุเขี่ยภูมิใจไทย

จากนั้นนายกฯและนายทักษิณ ได้เดินดูร้านค้าต่างๆภายในงาน หรือ 10 โหม้งโหล่งผญา ที่เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการภาคเอกชน 10 ตำบล โดยได้อุดหนุนสินค้าชุมชนทุกร้าน พร้อมซื้อโมบายงานหัตถกรรมมาฝากลูกๆ ทั้งนี้ช่วงหนึ่งก่อนนายกฯจะเดินขึ้นรถ ชายคนหนึ่งได้ตะโกนขึ้นด้วยว่า ไม่เอาภูมิใจไทย ขณะที่ก่อนเดินทางกลับนายกฯกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “วันนี้รู้สึกดีที่ได้กลับมาและคุณพ่อแฮปปี้มาก” ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนว่าช่วงเทศกาลเศรษฐกิจจะดีทุกพื้นที่ครึกครื้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เศรษฐกิจดี การนำซอฟต์พาวเวอร์เข้ามาช่วยได้เยอะ ซอฟต์พาวเวอร์เราแข็งแรงอยู่แล้ว

“ทักษิณ”โชว์บารมี

ต่อมา นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ กรณีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จะมาเยือนประเทศไทยในวันที่ 17 เม.ย. จะมีการหยิบยกเรื่อง มาตรการกำแพงภาษี ของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ส่งผลกระทบกับอาเซียน มาพูดคุย หรือไม่ ว่า หลายคนมาคุยกันในเรื่องของอาเซียน ในการที่จะให้เป็นบทบาทสำคัญในการพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา เมื่อถามว่า ของเรามีวาระอะไรที่จะเสนอเป็นพิเศษหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ก็ต้องคุยกัน รวมถึงจะพูดถึงเรื่องสันติภาพในเมียนมา

เชื่อแก้ไขปัญหาได้

เมื่อถามต่อว่า การรวมพลังในกลุ่มชาติอาเซียน เพื่อจะไปคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในเรื่องมาตรการกำแพงภาษี ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราจะไม่ไปในลักษณะที่เป็นแบบต่อรอง เพื่อแลกนู่นแลกนี่ แต่เราจะคุยกันในลักษณะว่ากลุ่มประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ เป็นประเทศที่ต้องการการพัฒนา ต้องการเม็ดเงินจากประเทศที่พัฒนาแล้วอีกจำนวนมากที่จะทำให้เราแข็งแรง ฉะนั้นก็อยากให้เขาเข้าใจในบทบาทของอาเซียน โดยเฉพาะอาเซียนกับภูมิภาคนี้ ที่มีความสำคัญกับสหรัฐฯพอสมควร ตนคิดว่าเราจะคุยกันแบบเป็นพันธมิตรมากกว่าการต่อรองกดดัน

เมื่อถามอีกว่า การไปพูดคุยครั้งนี้แสดงว่าเดาใจนาย โดนัลด์ ทรัมป์ และคนรอบตัว ได้แล้ว ใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่รู้จักกันดี ซึ่งคนรอบตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยเจอกันมาก่อน เมื่อถามต่อว่า พูดให้ประชาชนคลายกังวล ได้หรือไม่ว่าการเจรจาของทีมไทยแลนด์ครั้งนี้ผลออกมาน่าจะเป็นบวก นายทักษิณกล่าวว่า น่าจะไหว คงไม่ทำให้ประเทศไทยลำบาก

คุยพม่าปราบแก๊งคอล

ถามต่อว่า ตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่มีปัญหาเรื่องสารหนูจากเมียนมา จะมีโอกาสพูดคุยกับเมียนมาในการแก้ปัญหาอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ที่เชียงใหม่จะต้องแก้ไขเยอะเลย ทั้งเรื่อง PM2.5 เรื่องความสะอาด เรื่องการสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านไม่จัดการตัวเองเท่าที่ควร ก็ต้องคุยกัน ซึ่งทางเมียนมากับเราจะต้องคุยกันมากขึ้น เพื่อให้เราไม่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ PM2.5 และสารหนู

เมื่อถามว่า พื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดกับชายแดนได้รับผลกระทบจากน้ำ จะต้องมาดูแลหรือเข้มงวดอะไรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นชาวเชียงใหม่ ก็ให้เขาช่วยดูในเรื่องนี้ เมื่อซักต่อว่า ชาวเชียงใหม่และเชียงรายจะคลายกังวลในเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะเขาก็กังวลเรื่องสุขภาพ นายทักษิณ กล่าวว่า เมื่ออยู่ในความรับรู้ของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็จะไปช่วยแก้ไขปัญหา

ทีม”พิชัย”ถกเครียดก่อนบิน

เย็นวันเดียวกัน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าช่วงบ่าย วันนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เชิญคณะทำงานการเจรจาเรื่องภาษีของสหรัฐอเมริกา หารือร่วมกับทีมที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ นำโดยนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ ณ บ้านพิษณุโลก ก่อนออกเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในวันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน นี้

การหารือในครั้งนี้ เป็นการประเมินสถานการณ์ล่าสุด และวางกรอบยุทธศาสตร์การเจรจาอย่างรอบด้านทั้งมิติด้านการค้า การลงทุนและภาคการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายุทธศาสตร์ของไทย เช่น เกษตร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นอกจากนี้ ทีมที่ปรึกษายังได้ร่วมกันพิจารณารายชื่อคู่เจรจาสำคัญจากภาครัฐ เอกชน และสมาคมธุรกิจต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ที่จะเข้าพบในครั้งนี้ เพื่อเสริมความพร้อมให้การเจรจามีน้ำหนัก มีเป้าหมายชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของฝ่ายสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกด้วย โดยในวันพรุ่งนี้ (วันอังคารที่ 15 เมษายน ) คณะทำงานจะประชุมหารือในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง นายจิรายุกล่าว

ชัชชาติ’ยันปลายเม.ย. รื้อซากตึกสตง.เสร็จ/พบแล้ว41ศพ

ชัชชาติ’ยันปลายเม.ย.  รื้อซากตึกสตง.เสร็จ/พบแล้ว41ศพ

ชัชชาติ’ยันปลายเม.ย. รื้อซากตึกสตง.เสร็จ/พบแล้ว41ศพ

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชัชชาติ’ยันปลายเม.ย. รื้อซากตึกสตง.เสร็จ/พบแล้ว41ศพ

ผู้ว่าฯกทม.ชัชชาติ ยันปลายเมษายน รื้อซากตึกสตง.เสร็จแน่ เผยยอดดับ 41 ศพ ยังสูญหายอีก 53 ราย ด้านวิศวกร โดนลูกหลงไอ้โม่งอ้างชื่อปลอมลายเซ็นไปเบิกค่างวดงาน ยันไม่ได้คุมการก่อสร้าง โร่ให้ข้อเท็จจริงดีเอสไออังคารนี้

เมื่อวันที่ 14 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พังถล่มลงมาจากการเกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งภารกิจการค้นหาผู้สูญหายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเข้าสู่วันที่ 18 แล้ว ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย USAR จากหลายหน่วยงาน ยังคงเร่งปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง บริเวณโซน B และโซน C โดยใช้เครื่องจักรกลหนักร่วมกับการค้นหาแบบเดินเท้า

อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันที่ 13 เมษายน หรือวันสงกรานต์ที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ยังไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม แต่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้เพิ่มอีก 4 ราย จากซากอาคารบริเวณโซน C โดยพบทีละราย ดังนี้ เวลา 18.40 น.วันที่ 13 เมษายน พบศพไม่ทราบเพศ 1 ราย เวลา 20.40 น.พบศพเพศหญิง 1 ราย เวลา 21.05 น.พบศพเพศชาย 1 ราย และเวลา 23.05 น.พบศพไม่ทราบเพศอีก 1 ราย

นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนมนุษย์กระจัดกระจายอยู่หลายจุดในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างโซน A, B และ C เช่น ท่อนขา เส้นผม ชิ้นเนื้อ และกระดูกหลายชิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำร่างและชิ้นส่วนทั้งหมดส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการต่อไป

ด้านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สำนักงานเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รายงานสรุปยอดผู้ประสบเหตุจากอาคารถล่มล่าสุด ณ เวลา 10.00 น.วันที่ 14 เมษายน มีผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสิ้น 103 ราย แยกเป็นผู้เสียชีวิต 41 ราย ผู้บาดเจ็บ 9 ราย และผู้สูญหายอยู่ระหว่างการค้นหา 53 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเร่งดำเนินภารกิจค้นหาอย่างเต็มที่ พร้อมจัดทีมสนับสนุนด้านจิตวิทยาและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถลดความสูงของซากอาคาร สตง. ลดเหลือ 20.5 เมตร จากเดิม 26 เมตร ทำให้พบผู้ประสบภัยเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าจุดที่เจอคนงานเยอะๆ น่าจะอยู่ที่ชั้น 24-29 และคาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะพบผู้ประสบภัยเพิ่มเติม ทั้งนี้ คาดว่าคนงานที่อยู่ชั้นสูง ตึกมีความโยกมาก น่าจะหลบหนีไปทางหนีไฟไม่ทัน เพราะต้องหาที่ยึดเกาะทำให้คนงานน่าจะติดอยู่ระหว่างชั้น 24-29 ค่อนข้างมาก ซึ่งการทำงานก็ไม่ได้มีอุปสรรคอะไร เจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติงานเต็ม 100% ซึ่งมีข้าราชการของกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 คน ส่วนภาคเอกชน อาจมีการสลับสับเปลี่ยนกำลังไปปฏิบัติภารกิจอื่นช่วงนี้ แต่ไม่กระทบกับภารกิจเพราะอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ได้ขาดแคลน ทั้งน้ำมัน สายไฮโดรลิก โดยน้ำมันมีการใช้ไปประมาณ 5,100 ลิตรต่อวัน ตั้งเป้าไว้ว่าปลายเดือนเมษายนนี้ น่าจะรื้อซากอาคารเสร็จสิ้น

สำหรับแนวทางการปฏิบัติภารกิจรื้ออาคารและค้นหาผู้สูญหาย นายชัชชาติ ระบุว่ ยังเน้นไปที่การใช้เครื่องจักรหนักในการขุดเจาะ ร่วมกับโดรนค้นหา โดยโดรนจะเป็นตาที่ 3 ที่คอยมอนิเตอร์มุมสูง สอดส่องว่าจุดไหนมีโพรง พบผู้ประสบภัยหรือไม่ ซึ่งการรื้อจะเน้นไปที่ด้านบนโซน B และ C ที่เป็นบันไดหนีไฟและโพรงลิฟต์ ซึ่งยังเชื่อว่าบริเวณนี้อาจพบผู้ประสบภัย

นายชัชชาติ กล่าวยืนยันว่า จะเก็บชิ้นส่วนมนุษย์ให้ครบและจะพยายามหาร่างผู้ประสบภัยให้ครบทุกคน ส่วนระยะเวลาที่ผ่านมา จะกระทบต่อการพิสูจน์อัตลักษณ์หรือไม่ ยืนยันว่ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยพิสูจน์ แต่นอกจากดีเอ็นเอ ก็สามารถดูจากพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบ เช่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ สำหรับครอบครัวแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ก็ไม่ต้องกังวล ขอให้เข้ามาให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เอาผิดอะไร เพราะจะมุ่งเน้นการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ให้ผู้ประสบภัยมากกว่า ส่วนทางคดีนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้ามาเก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมในจุดเกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการทำงาน และทางกรุงเทพมหานคร ก็ยินดีให้ความร่วมมือ

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่นายสมเกียรติ ชูแสงสุข ประธานอนุกรรมการคลินิกช่าง ภายใต้สภาวิศวกร และวุฒิสมาชิก สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ได้ลงบันทึกประจำวันที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากปรากฏชื่อนายสมเกียรติ เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างและปรับแก้แบบอาคาร สตง.ที่พังถล่ม ในนามบริษัท กิจการร่วมค้า PKW ว่า นายสมเกียรติ ได้ขอให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันเพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคาร สตง.ดังกล่าว ซึ่งเป็นไปได้ว่าน่าจะถูกนำชื่อไปใช้ในสมัยที่มีการประมูลโครงการช่วงแรก เพราะตั้งแต่เริ่มสร้างอาคารแห่งนี้ ก็ไม่เคยเข้าไป รวมทั้งน่าจะมีการปลอมลายเซ็นด้วย เนื่องจากพบว่าไม่ตรงกับที่อยู่ในแบบ ส่วนที่เคยร่วมงานกับบริษัทฯ ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งเพราะผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว อาจจะมีการส่งเอกสารมาให้เซ็นบ้าง แต่ทุกอย่างต้องผ่านสภาวิศวกร ออกหนังสือรับรอง

นายสมเกียรติ เปิดเผยผ่านแฟนเพจช่าง ซ่อม สร้าง ว่ามีการอ้างชื่อตนเป็นวิศวกรควบคุมงานนานกว่า 5 ปีแล้ว เรื่องนี้ไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว ตรวจสอบได้ข้อมูลมาว่า โครงการอาคาร สตง.เคยติดต่อผม เมื่อปี 2563 ชวนให้มาร่วมงานกัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกัน จนลืมไปแล้วว่าเคยมีการติดต่อเรื่องโครงการนี้ นี่ถ้าอาคารไม่ได้เกิดถล่มลงมา จนมีการตรวจสอบกัน จะไม่รู้เลยว่ามีการอ้างชื่อผมเป็นวิศวกรควบคุมงาน เป็นเวลาถึง 5 ปี (เกือบโดนใช้ชื่อฟรี 5 ปีแล้ว)

ขอขอบคุณคุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย ที่ช่วยตรวจสอบโครงการ คุณเอกสิทธิ์ หัสสรังสี ที่ส่งข้อมูลมาให้ คุณวัฒนพงศ์ หิรัญมาลย์ อ.ต้นที่ support เอกสารเพิ่มเติม อยากรู้จัง ค่าแอบเอาชื่อไปใช้ 5 ปี ควรเป็นเท่าไหร่ ค่าวางศาลกับค่าทนาย แพงไหมนะ

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ เตรียมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง วันเดียวกันนี้ โดยมีตำรวจ สน.บางซื่อ ร่วมด้วย และในวันที่ 15 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น.จะเดินทางไปที่ดีเอสไอ ต่อไป

‘พีระพันธุ์’ สั่งพลังงานลุยตรวจปั๊มสร้างความมั่นใจ ปชช. หลังแผ่นดินไหวกระบี่

'พีระพันธุ์' สั่งพลังงานลุยตรวจปั๊มสร้างความมั่นใจ ปชช. หลังแผ่นดินไหวกระบี่

‘พีระพันธุ์’ สั่งพลังงานลุยตรวจปั๊มสร้างความมั่นใจ ปชช. หลังแผ่นดินไหวกระบี่

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.10 น.

‘พีระพันธุ์’ สั่งพลังงานกระบี่ลุยตรวจปั๊มสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่กระบี่  

จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 14.27 น. ศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลคลองเขม้า อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ซึ่งพื้นที่อำเภอเหนือคลอง และอำเภอเมืองกระบี่ บางจุดรับรู้ถึงแรงสั่นไหว โดยเฉพาะในตึกสูง เช่นอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ เป็นต้น

หลังเกิดเหตุการณ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานประสานพลังงานจังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งในส่วนของสถานีบริการน้ำมันและ LPG ผลการตรวจสอบสุ่มตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ ถัง ท่อ และอุปกรณ์ภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ไม่ได้รับความเสียหายจากกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นและสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมในการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชนผู้เข้ามารับบริการ

นอกจากนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยังได้เน้นย้ำว่ากรมธุรกิจพลังงาน ได้ให้ความสำคัญกับการติดตามตรวจสอบด้านความปลอดภัยของกิจการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนกระทั่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุดที่จังหวัดกระบี่เมื่อบ่ายวันนี้ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการตรวจสอบและติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีต่อกิจการพลังงานและประชาชน ให้มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบท่อ คลัง สถานีบริการด้วย

มท.1 กำชับ ปภ. บูรณาการทุกภาคส่วน เข้มเกาะติดแผ่นดินไหวกระบี่

มท.1 กำชับ ปภ. บูรณาการทุกภาคส่วน เข้มเกาะติดแผ่นดินไหวกระบี่

มท.1 กำชับ ปภ. บูรณาการทุกภาคส่วน เข้มเกาะติดแผ่นดินไหวกระบี่

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.15 น.

‘มท.1’ กำชับ ‘ปภ.’ บูรณาการ ‘ผู้ว่าฯกระบี่-นอภ.เหนือคลอง’ เข้มเกาะติดสถานการณ์แผ่นดินไหว-สำรวจตรวจสอบสถานที่สำคัญ แนะประชาชนในพื้นที่ติดตามข้อมูลข่าวสารใกล้ชิด

14เม.ย.2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 ความลึก 2 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.คลองเขม้า อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ละติจูด 8.022 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.978 องศาตะวันออก เมื่อเวลา 14.27 น. วันนี้ โดยประชาชนในพื้นที่ ต.ปกาสัย ต.ตลิ่งชัน ต.คลองเขม้า ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง ได้รับความรู้สึกสั่นไหวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานการทำงานกับนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายศรณ์ รักรงค์ นายอำเภอเหนือคลอง ทำการสำรวจตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ได้แก่ หมู่บ้านเกาะจำ หมู่บ้านเกาะปู และหมู่บ้านติงไหร ไม่รับรู้แรงสั่นไหว ขณะที่สนามบินนานาชาติกระบี่รับรู้ถึงแรงสั่นไหว ไม่มีรายงานความเสียหาย โดยยังคงเปิดให้บริการและทำการบินตามปกติ และการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารบ้านเรือนประชาชน

“นายอนุทิน ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประสานข้อมูลร่วมกับจังหวัดกระบี่และทุก ๆ จังหวัด เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดกระบี่ ให้ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความรับรู้เข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเพื่อลดความตื่นตระหนก ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และขอให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้บริการสายด่วนนิรภัยหมายเลข 1784 พร้อมเตรียมความพร้อมระดมสรรพกำลังในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง” โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าว

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.36 น.

“สิ่งสำคัญประการหนึ่งของผู้นำคือจะต้องรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรสำหรับประเทศชาติ อะไรเป็นเรื่องสำคัญ อะไรรอได้ อะไรรอไม่ได้ ไม่ใช่จะเอาเรื่องผลประโยชน์มาเป็นตัวตั้งตลอด”

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย

โฆษกพรรคพลังประชารัฐ

ราคายางดิ่ง! ‘ชวน’ ต่อสายตรงถึง ‘รมว.เกษตรฯ-กยท.’ เร่งคลี่คลายวิกฤต ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

ราคายางดิ่ง! 'ชวน' ต่อสายตรงถึง 'รมว.เกษตรฯ-กยท.' เร่งคลี่คลายวิกฤต ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

ราคายางดิ่ง! ‘ชวน’ ต่อสายตรงถึง ‘รมว.เกษตรฯ-กยท.’ เร่งคลี่คลายวิกฤต ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.56 น.

ภาษีทรัมป์พ่นพิษ! ‘ชวน’ ต่อสายตรงถึง ‘รมว.เกษตรฯ-กยท.’ ขอเร่งคลี่คลายวิกฤต ‘ราคายางดิ่ง’ ห่วงเกษตรกรรับภาระหนัก

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สืบเนื่องจากแรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงยางพาราของไทย แม้จะมีประกาศขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปอีก 90 วัน แต่สถานการณ์กลับยังทรุดตัวลง ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสะสม และขาดเสถียรภาพด้านรายได้อย่างรุนแรง

ล่าสุดนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวสวนยางจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราเป็นรายได้หลัก ได้แสดงความห่วงใยและความกังวลต่อภาระที่ตกอยู่กับเกษตรกร ตนจึงได้ต่อสายตรงถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์และนายเพิก เลิศวังพง ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นระบบในการคลี่คลายปัญหาราคายางตกต่ำโดยเร็ว ซึ่งรายงานเบื้องต้นจาก กยท. ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางตกต่ำในขณะนี้ มาจากพฤติกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายที่กดราคารับซื้ออย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังได้รับแรงกระทบจากทิศทางตลาดโลกและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการการยางฯ เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ พร้อมจัดทำมาตรการรองรับทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหนึ่งในแนวทางเบื้องต้นที่ประธานบอร์ด กยท. เสนอ คือ การพิจารณาใช้กลไกตามพระราชบัญญัติยางพารา พ.ศ. 2542 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในตลาด

“ผมจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การสนับสนุนทุกมาตรการที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง” นายชวน กล่าว

‘กมธ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ สว.’ นัดคิกออฟถก 23 เม.ย.นี้ เล็งวางตัว สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ นั่ง ปธ.

‘กมธ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ สว.’ นัดคิกออฟถก 23 เม.ย.นี้ เล็งวางตัว สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ นั่ง ปธ.

‘กมธ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ สว.’ นัดคิกออฟถก 23 เม.ย.นี้ เล็งวางตัว สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ นั่ง ปธ.

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.28 น.

‘กมธ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ สว.’ นัดคิกออฟถก23เม.ย.นี้ เล็งวางตัว ‘สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์’ นั่ง ‘ปธ.กรรมาธิการฯ’

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ​(Entertainment Complex) ตามญัตติที่เสนอโดยนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ประกอบด้วย กมธ.จำนวน 35 แบ่งเป็นคนนอก 12 คนนั้น ซึ่งพบว่าต่อมานพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกมธ.ดังกล่าว ทำให้เหลือกมธ. 34 คน

ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า กมธ.ฯ จะมีการเรียกประชุมนัดแรกในวันที่ 23 เม.ย.นี้ โดยนัดแรกจะเป็นการเลือกกมธ.ในตำแหน่งต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ ประธานกมธ. รองประธานกมธ. เลขานุการ โฆษก กมธ. รวมถึงการวางกรอบการทำงานที่มีกำหนดระยะเวลา  180 วัน และจะพิจารณาตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง เนื่องจาก นพ.เปรมศักดิ์ ได้ลาออกไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในฝั่งของ สว.สีน้ำเงิน ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ ได้วางตัวบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.  เบื้องต้นคือ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเป็น1ใน12กมธ.ฯสัดส่วนคนนอก และมีสถานะที่รู้กันว่าเป็นสายตรงของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ทำให้เกิดความกังวลว่า การศึกษารายละเอียดดังกล่าวนั้นจะทำให้เกิดความไม่เป็นกลาง ไม่ใช่การศึกษาที่เป็นเชิงวิชาการ แต่อาจถูกใช้เพื่อให้เป็นเกมต่อรองทางการเมือง ระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ที่มีประเด็นข้อขัดแย้งกันในสภาผู้แทนราษฎร คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… (เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)  อย่างไรก็ดีการวางตัวบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ สว. ยังต้องพิจารณาในแง่ความเหมาะสมอีกครั้ง

‘ทักษิณ’เผยจ่อผนึกกำลังอาเซียน เจรจา’ทรัมป์’ ใช้วิธีคุยแบบพันธมิตร มากกว่ากดดัน

'ทักษิณ'เผยจ่อผนึกกำลังอาเซียน เจรจา'ทรัมป์' ใช้วิธีคุยแบบพันธมิตร มากกว่ากดดัน

‘ทักษิณ’เผยจ่อผนึกกำลังอาเซียน เจรจา’ทรัมป์’ ใช้วิธีคุยแบบพันธมิตร มากกว่ากดดัน

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.01 น.

“ทักษิณ” เตรียมหยิบวาระอาเชียนรับมือกำแพงภาษีทรัมป์ คุย”อันวาร์”โอกาสเยือนไทย 17 เม.ย.นี้ ชี้ เจรจาสหรัฐต้องไม่ต่อรอง-กดดัน แต่ไปแบบพันธมิตร บอกน่าจะไหว ไม่ทำประเทศ ลำบาก 

วันที่ 14 เมษายน 2568 เวลา 10.25  ที่ชุมชนโหล่งฮิมคาว ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จะมาเยือนประเทศไทยในวันที่ 17 เม.ย. จะมีการหยิบยกเรื่อง มาตรการกำแพงภาษี ของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ส่งผลกระทบกับอาเซียน มาพูดคุย หรือไม่  ว่า หลายคนมาคุยกันในเรื่องของอาเซียน ในการที่จะให้เป็นบทบาทสำคัญในการพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา 

เมื่อถามว่า ของเรามีวาระอะไรที่จะเสนอเป็นพิเศษหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ก็ต้องคุยกัน รวมถึงจะพูดถึงเรื่องสันติภาพในเมียนมา 

เมื่อถามต่อว่า การรวมพลังในกลุ่มชาติอาเซียน เพื่อจะไปคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในเรื่องมาตรการกำแพงภาษี ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราจะไม่ไปในลักษณะที่เป็นแบบต่อรอง เพื่อแลกนู่นแลกนี่ แต่เราจะคุยกันในลักษณะว่ากลุ่มประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ เป็นประเทศที่ต้องการการพัฒนา ต้องการเม็ดเงินจากประเทศที่พัฒนาแล้วอีกจำนวนมากที่จะทำให้เราแข็งแรง ฉะนั้นก็อยากให้เขาเข้าใจในบทบาทของอาเซียน โดยเฉพาะอาเซียนกับภูมิภาคนี้ ที่มีความสำคัญกับสหรัฐฯพอสมควร ตนคิดว่าเราจะคุยกันแบบเป็นพันธมิตรมากกว่าการต่อรองกดดัน 

เมื่อถามอีกว่า การไปพูดคุยครั้งนี้แสดงว่าเดาใจนาย โดนัลด์ ทรัมป์ และคนรอบตัว ได้แล้ว ใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่รู้จักกันดี ซึ่งคนรอบตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เคยเจอกันมาก่อน 

เมื่อถามต่อว่า พูดให้ประชาชนคลายกังวล ได้หรือไม่ว่าการเจรจาของทีมไทยแลนด์ครั้งนี้ผลออกมาน่าจะเป็นบวก นายทักษิณกล่าวว่า น่าจะไหว คงไม่ทำให้ประเทศไทยลำบาก 

ถามต่อว่า ตอนนี้จังหวัดเชียงใหม่มีปัญหาเรื่องสารหนูจากเมียนมา จะมีโอกาสพูดคุยกับเมียนมาในการแก้ปัญหาอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ที่เชียงใหม่จะต้องแก้ไขเยอะเลย ทั้งเรื่อง PM2.5  เรื่องความสะอาด เรื่องการสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านไม่จัดการตัวเองเท่าที่ควร ก็ต้องคุยกัน ซึ่งทางเมียนมากับเราจะต้องคุยกันมากขึ้น เพื่อให้เราไม่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ PM2.5 และสารหนู

เมื่อถามว่า พื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดกับชายแดนได้รับผลกระทบจากน้ำ จะต้องมาดูแลหรือเข้มงวดอะไรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นชาวเชียงใหม่ ก็ให้เขาช่วยดูในเรื่องนี้ 

เมื่อซักต่อว่า ชาวเชียงใหม่และเชียงรายจะคลายกังวลในเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะเขาก็กังวลเรื่องสุขภาพ นายทักษิณ กล่าวว่า เมื่ออยู่ในความรับรู้ของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็จะไปช่วยแก้ไขปัญหา 

‘นายกฯอิ๊งค์’ สระเกล้าดำหัว ‘คุณย่าทองสุทธิ’ ดีใจได้มาสันกำแพง คุณพ่อแฮปปี้มาก

'นายกฯอิ๊งค์' สระเกล้าดำหัว 'คุณย่าทองสุทธิ' ดีใจได้มาสันกำแพง คุณพ่อแฮปปี้มาก

‘นายกฯอิ๊งค์’ สระเกล้าดำหัว ‘คุณย่าทองสุทธิ’ ดีใจได้มาสันกำแพง คุณพ่อแฮปปี้มาก

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.52 น.

“นายกฯอิ๊งค์” ควง “ทักษิณ” เปิดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองสันกำแพง พร้อมสระเกล้าเก้าดำหัว “คุณย่าทองสุทธิ” บอกรู้สึกดีได้กลับมา คุณพ่อแฮปปี้มาก ก่อนช้อปปิ้ง อุดหนุนสินค้าชุมชน

วันที่ 14 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ชุมชนโหล่งฮิมคาว ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีนายกฯ ร่วมงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองสันกำแพง” โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วย

เมื่อมาถึงมีการรำฟ้อนต้อนรับ จากนั้นนายกฯถวายพวงมาลัยและสรงน้ำองค์หลวงพ่อสมปรารถนา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสันกำแพง จากนั้นนายกฯสระเกล้าเก้าดำหัวผู้สูงอายุ หรือพิธีรดน้ำดำหัวแบบล้านนา โดยนายกฯได้สระเกล้าดำหัว คุณย่าทองสุทธิ โครชาติเยร์ (ชินวัตร) คุณย่านายกฯ ต่อจากนั้นนายทักษิณ นายปิฎก ร่วมสระเกล้าเก้าดำหัวผู้สูงอายุ ก่อนที่นายกฯปักตุงล้านนาประจำปีเกิด

ขณะที่ นายประดิษฐ์ เป็งเรือน ปราชญ์ชมรมกวีล้านนา เป็นตัวแทนกล่าวเป็นคำเมือง ขอให้นายกฯและนายทักษิณ พ้นเคราะห์ โยกย้ายไปไหนมาไหนขอให้มีแต่โชคดีและเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน นำประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในเร็ววัน

นายกฯ กล่าวเปิดงานโดยกล่าวเป็นคำเมืองว่า อู้บ่จ้าง ก่อนกล่าวอีกว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกคน วันนี้ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาสันกำแพง เป็นที่ๆคุณพ่อโตมา ตนเคยได้มาตั้งแต่เด็กๆจะได้ยินเรื่องเล่าเสมอ เมื่อก่อนพ่ออยู่ตึกแถวขายกาแฟทำให้ทุกวันนี้ยังทานกาแฟอยู่และทำหวานเย็นขาย ไม่ทราบว่าทุกท่านจะทันหรือไม่ เป็นหวานเย็นห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ตอนนั้นราคา 2 บาท ตอนอยู่เมืองนอกก็จะทำทานบ่อยๆสูตรเดิมจากที่ไทย จึงมีความผูกพันกับสันกำแพงตั้งแต่เด็ก ได้ยินเรื่องเล่ามาตลอด และดีใจวันนี้ได้มาที่นี่ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานกัน มาเจอกัน ตนตั้งใจจะมาอวยพรทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจ สุขภาพแข็งแรง สงกรานต์เป็นช่วงที่ทุกคนได้กลับมาอยู่กับคนที่รักและครอบครัว ขอให้ใช้เวลานี้ให้เต็มที่ที่สุด ขอให้เดินทางไปไหนปลอดภัย ปีใหม่เมืองไทยขอให้ทุกท่านจิตใจแจ่มใสเบิกบาน ชาร์จแบตตัวเองให้เต็มที่ พร้อมกลับมาทำงานให้เป็นให้เต็มพลังอีกครั้ง  ขอให้ประสบความสำเร็จร่ำรวยเงินทอง มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขทุกวัน ขอสวัสดีปีใหม่ไทย

จากนั้นนายกฯและนายทักษิณ ได้เดินดูร้านค้าต่างๆภายในงาน หรือ 10 โหม้งโหล่งผญา ที่เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการภาคเอกชน 10 ตำบล โดยได้อุดหนุนสินค้าชุมชนทุกร้าน พร้อมซื้อโมบายงานหัตถกรรมมาฝากลูกๆ ทั้งนี้ช่วงหนึ่งก่อนนายกฯจะเดินขึ้นรถ ชายคนหนึ่งได้ตะโกนขึ้นด้วยว่า ไม่เอาภูมิใจไทย 

ขณะที่ก่อนเดินทางกลับนายกฯกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “วันนี้รู้สึกดีที่ได้กลับมาและคุณพ่อแฮปปี้มาก” ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนว่าช่วงเทศกาลเศรษฐกิจจะดีทุกพื้นที่ครึกครื้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เศรษฐกิจดี การนำซอฟพาวเวอร์เข้ามาช่วยได้เยอะ ซอฟพาวเวอร์เราแข็งแรงอยู่แล้ว

รศ.ดร.ชิดตะวัน : ภูฏาน…โลกตะลึง ไม่ต้องพึ่ง Casino

รศ.ดร.ชิดตะวัน : ภูฏาน...โลกตะลึง ไม่ต้องพึ่ง Casino

รศ.ดร.ชิดตะวัน : ภูฏาน…โลกตะลึง ไม่ต้องพึ่ง Casino

วันจันทร์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.17 น.

วันที่ 14 เมษายน 2568 รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล เศรษฐศาสตร์และการเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เขียนบทความเรื่อง”ภูฏาน…โลกตะลึง ไม่ต้องพึ่ง Casino”มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังปาฐกถาในหัวข้อ Entertainment Complex Game Changer for Thailand จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ มีใจความตอนหนึ่งว่า ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เร็วๆ นี้ โดยรัฐบาลต้องการสร้าง entertainment complex เพื่อเป็น Game Changer ให้กับประเทศไทย เพราะจะกระตุ้นการท่องเที่ยวได้มาก

จากคำสัมภาษณ์จะเห็นได้ว่า รัฐบาลชุดนี้ดำเนินนโยบายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยมิได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพราะในความเป็นจริง การหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวทุกประเภท แม้อาจนำมาซึ่งรายได้ของประเทศในระยะสั้น แต่จะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาว

ในประเด็นนี้ “ภูฏาน” เป็นตัวอย่างของประเทศกำลังพัฒนา ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการคัดกรองคุณภาพของผู้คนที่จะเข้ามาในประเทศ โดยมีกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวแบบ High Value, Low Volume มาตลอด นั่นคือ เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพ ไม่เน้นด้านปริมาณ 

นอกจากรัฐบาลภูฏานจะไม่มีนโยบายฟรีวีซ่าแล้ว (ยกเว้นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินเดีย มัลดีฟส์) ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวคนละประมาณ 3,600 บาทต่อวัน ตั้งแต่ในขั้นตอนการทำวีซ่า เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปเป็นงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เช่น โครงการปลูกต้นไม้จำนวนมาก การพัฒนาระบบไฟฟ้าโดยอาศัยพลังงานน้ำ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล จนทำให้ภูฐานมีพื้นที่ป่าไม้มากกว่า 72% ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นประเทศแรกของโลกที่มีคาร์บอนติดลบ

การใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวล่วงหน้าในระดับสูง นอกจากจะเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อประเทศ ยังเป็นกุศโลบายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีกำลังทางเศรษฐกิจ ซึ่งผู้บริหารประเทศภูฏานเชื่อว่า จะปฏิบัติตามกฎระเบียบ รักษาความสะอาด เคารพขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชน ไม่ทำให้สภาพแวดล้อมของประเทศตกต่ำ

Dorji Dhradhul ประธานสภาการท่องเที่ยวภูฏานให้ความเห็นไว้ว่า “การท่องเที่ยวก็เปรียบดั่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ที่จะต้องมีการอนุรักษ์ไว้เพื่อคนรุ่นต่อไป แม้ว่าคนรุ่นปัจจุบันอาจต้องเสียสละกำไรบางส่วนในระยะสั้น แต่ประชาชนของประเทศนี้ทุกคนจะได้รับผลประโยชน์ในระยะยาว เราจะส่งต่อสิ่งที่ดี ทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ให้กับคนรุ่นหลัง…” 

และประเทศภูฏานก็ไม่อนุญาตให้มีบ่อนกาสิโน เพราะขัดต่อหลักการพัฒนาประเทศที่วัดความเจริญผ่านความสุขมวลรวมของชาติ (Gross National Happiness: GNH) ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการไหลบ่าเข้ามาของผีพนันจะทำลายอัตลักษณ์ของชาวภูฏาน รวมถึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อม และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

จากวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ทำให้ปัจจุบันภูฏานเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่ทุบสถิติแซงหน้าประเทศรายได้สูงหลายด้าน อาทิ การจัดอันดับประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติปี 2567 พบว่า ภูฏานถูกจัดอยู่ในลำดับ 18 ของประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 20 และ 28 ตามลำดับ ในขณะที่ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่ 107 มีวิกฤติการคอร์รัปชันที่เลวร้ายกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย

เมื่อพิจารณาดัชนีความสงบสุข (Global Peace Index) เผยแพร่โดย Institute for Economics and Peace พบว่า ปี 2567 ภูฏานถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 21 ของประเทศที่มีความสงบสุขที่สุดในโลก เป็นลำดับที่ดีกว่าประเทศรายได้สูงหลายประเทศ ในขณะที่ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่ 76 ซึ่งแย่กว่าทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ยกเว้นเพียงฟิลิปปินส์และเมียนมาเท่านั้น

จากสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรง จนทำให้ประเทศไม่มีความสงบสุข ส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยอยู่ในจุดที่ร่อแร่ อาทิ ข้อมูลเผยแพร่โดย UN Tourism ชี้ชัดว่า ปี 2567 ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนแทนที่ประเทศไทย โดยชาวจีนที่มาเยือนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มาจากมณฑลเจียงซู เจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ และเป็นนักเดินทางที่มีกำลังซื้อ 

สื่อต่างประเทศบางสำนักระบุว่า นโยบายขยายเวลาปลอดวีซ่าของรัฐบาลไทยจาก 30 วัน เป็น 60 วันให้กับนักท่องเที่ยวจำนวน 93 สัญชาติ เกื้อหนุนให้ประเทศไทยเป็นฐานของการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติ ทำให้ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มีกำลังทางเศรษฐกิจบางชาติไม่นิยมมาไทย เพราะมองว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

หากรัฐบาลยังปล่อยปละละเลย ไม่แก้ไขนโยบายที่ผิดพลาด รวมถึงไม่มีนโยบายที่จะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นรากเหง้าของการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ มิหนำซ้ำจะยัง ร้อนรน เร่งรีบ รวบรัด ผลักดันให้ประเทศมีบ่อนกาสิโน โดยไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านตามวิสัยที่ผู้บริหารประเทศพึงกระทำ

การหลั่งไหลเข้ามาของผีพนันต่างชาติ ผนวกกับผีพนันไทยที่จะเพิ่มมากขึ้นจากการเปิด entertainment complex ที่มีกาสิโนในหลายจังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ จะทำให้แผ่นดินไทยกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของผีพนันดิบเถื่อนทุกชนชาติ เป็นดินแดนอันตรายในสายตาของคนทั่วโลก 

ซึ่งนอกจากจะเป็น Game Changer ที่ทำให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทยพังพินาศ ยังเป็นการส่งต่อสังคมหายนะให้กับคนรุ่นหลังอีกด้วย!