คุณแหน : 29 เมษายน 2568

คุณแหน : 29 เมษายน 2568

คุณแหน : 29 เมษายน 2568

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● ธุรกิจการค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นฉากทัศน์ที่โก้หรูท่ามกลางเงินทองมหาศาลของผู้เป็นตัวแทนการค้าจนหลงใหลใฝ่ฝันตามแนวทางของอดีตอภิมหาเศรษฐี เนาวรัตน์ พัฒโนดม เคยสร้างความยิ่งใหญ่ไว้ เชื่อหรือไม่หลายปีก่อนนายธนาคารใหญ่เคยถามเราว่ารู้ไหม ใครคือเศรษฐีไทยที่มีเงินสดมากที่สุด เราพยายามทายไปหลายชื่อก็ไม่เข้าเป้า ในที่สุดท่านก็ต้องเฉลยว่าเขาคือ ไทคูน “เนาวรัตน์” นั่นเอง ดังนั้นการที่ท่าน ภูมิธรรม เวชยชัย “บิ๊กอ้วน” ต้องไปนั่งบริหารราชการที่กระทรวงกลาโหม จึงถือว่าเป็นภารกิจที่หนักอึ้ง นอกจากหน้าที่ดูแลความมั่นคงของประเทศและสวัสดิการของทหารหาญอีกหลายแสนชีวิตแล้ว ท่าน รมว.กห. ยังต้องรับหน้าตัวแทนบริษัทต่างๆ ถ้าเป็นนักการเมืองหน้าอ่อนก็อาจจะรับไม่ไหวหรืออยู่ไม่ทน เพราะตัวแทนแต่ละรายก็ไม่ใช่คนธรรมดาต่างมี “ตั๋ว”ใบใหญ่พกมา โดยกลั่นกรองเบื้องต้นเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์ตามนโยบายและสอดคล้องกับงบประมาณเท่านั้น…

●● จิ้งจกทักยังต้องเงี่ยหู นี่จากปรารภของ ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล กูรูระดับชั้นอาวุโสผ่านมาเราก็ต้องจัดให้ กรณีวิกฤตการณ์ “TRUMP’S TARIFS” และมีการเตรียมคณะทำงานที่จะเดินทางไปเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯเพื่อให้ทันเส้นตายที่เขากำหนดไว้ใน 90 วัน โดยมีท่านรองนายกฯและ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร เป็นหัวหน้าคณะ ในเบื้องต้นกรณีการเลื่อนกำหนดการเจรจากับทีมสหรัฐฯนั้นหลายฝ่ายเป็นห่วงมาก เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบ (IMPLICATION) รุนแรงกับธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศไทย สาเหตุที่มีการเลื่อนแท้จริงเป็นอย่างไรยังไม่มีการชี้แจงให้ชัดเจน ทั้งที่หลายประเทศในอาเซียนรีบเดินทางไปเจรจาแล้ว แต่ที่ดูว่าเป็นสิ่งบอกเหตุหรือไม่คือเมื่อ 21/4 สหรัฐฯประกาศลงโทษ 4 ประเทศ ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย, กัมพูชา โดยไทยโดนภาษีศุลกากรการนำเข้าแผงโซลาร์รุนแรงถึง 375% ท่านกูรูพล.ท.สมชาย จึงอยากเสนอแนะท่านหัวหน้าคณะ เรื่องนี้สำคัญต่อประเทศมากการเจรจาการค้าจำเป็นต้องเก็บ “ไต๋” ไว้ต่อรองบ้าง
ไม่ควรนำมาขยายความเปิดเผยหมด สถานทูตสหรัฐฯในไทยมีสถานภาพใหญ่โตถึงขั้น “MISSION” มีหน่วยงานมากมายพร้อมบุคลากรกว่าสี่พันคน พร้อมที่จะสอดแนมให้เราลำบากใจอยู่แล้ว…

●● งานประเพณีสำคัญของชาวศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กทม. “ลูกช้างร่วมใจ สูมาคารวะ” เมื่อ 26 เม.ย.ที่ศูนย์เยาวชน กทม.ได้ผ่านไปแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น งดงาม มีลูกช้าง มช.น้อง-พี่ที่รักหลากหลายรุ่นมาร่วมงานกันครึกครื้น…แม้เจ้าตัวไม่ได้มาร่วมงานในวันนั้น เพราะติดภารกิจที่ เดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา แต่แม่งานคนสำคัญ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายกสมาคมศิษย์เก่า มช.กทม. ก็ได้ส่งสารมายังผู้ร่วมงานทุกท่าน พอสรุปความได้ว่า “งาน “ลูกช้าง ร่วมใจสูมาคารวะ” เป็นประเพณีดีงาม ที่สะท้อนจิตวิญญาณความเป็นลูกช้าง หมอเชื่อว่าความอบอุ่นและความกตัญญูที่ทุกท่านมอบให้อาจารย์อาวุโสในวันนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้สมาคมนักศึกษาเก่า มช.กทม. เดินหน้าสร้างประโยชน์เพื่อสังคมและสถาบันต่อไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอาจารย์อาวุโสทุกท่านให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกศิษย์ตลอดไป และขอให้พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านพบแต่ความสุข ความเจริญ ร่วมกันสืบสานความเป็นลูกช้างให้งดงามไม่เลือนหายไปตราบนานเท่านาน ขอให้งานที่พวกเราตั้งใจจัดงานขึ้นในวันนี้ จะเป็นงานที่งดงามในใจลูกช้าง มช.อีกงานหนึ่ง…”…แน่นอนที่สุดค่ะ !!…

บารอนเนส

เหล่าคนดังตบเท้าเข้าร่วมสัมผัส Sustainability ของ divana Perfumery สาขา ICS

เหล่าคนดังตบเท้าเข้าร่วมสัมผัส Sustainability ของ divana Perfumery สาขา ICS

เหล่าคนดังตบเท้าเข้าร่วมสัมผัส Sustainability ของ divana Perfumery สาขา ICS

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.13 น.

อาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา divana ผู้นำด้านลัคชัวรีสปา ผลิตภัณฑ์เครื่อมหอม และ Perfume Oil  ชั้นนำของไทย จัดกิจกรรมสุดพิเศษ ณ divana Perfumery ชั้น M ศูนย์การค้า ICS Lifestyle Complex (ตรงข้ามไอคอนสยาม) เชิญเหล่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงร่วมเวิร์กชอปทำน้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัว ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่เน้นแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และพื้นที่ภายในร้าน

กิจกรรมเวิร์กชอปนำโดย ปุณฑริกา ยุกตะเสวี, ชัญญ พหลโยธิน ยุกตะเสวี, พิมชยาภา พหลโยธิน ยุกตะเสวี, ปรางค์เนตร ถาใจ, ณัฎณิชา ไชยบุตร, นรีดาว อิศรภักดี, เมธิส อนุศาสน์สถิตชัย, ชญานี ศาลินพิพิธพงศ์ และชุติมา ขัตติยะอารี ทุกคนร่วมสร้างสรรค์น้ำหอมด้วยตนเองตั้งแต่การเลือกโทนกลิ่นจนถึงการปรับแต่งสูตรเฉพาะ ถ่ายทอดตัวตนผ่านกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นสดชื่น อ่อนหวาน เซ็กซี่ หรืออบอุ่นละมุน โดยเริ่มจากเบสเกรดพรีเมียมแบบ Perfume Oil คุณภาพสูง ผสาน Superfood Oil Blend ซึ่งให้เนื้อสัมผัสบางเบา แต่ยังคงกักเก็บกลิ่นหอมได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง พร้อมเปิดตัวกลิ่นซิกเนเจอร์ “Sunrise” กลิ่นหอมที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อการดีไซน์น้ำหอมเฉพาะตัวอย่างแท้จริง

พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศร้านที่สะท้อนความยั่งยืนในทุกรายละเอียด divana Perfumery ถูกออกแบบให้เสมือน “Oasis” ใจกลางเมือง ผสานงานฝีมือชั้นสูงเข้ากับแนวคิดรักษ์โลก ภายในร้านตกแต่งด้วยกระดาษหลัง วัสดุธรรมชาติที่เลือกสรรอย่างพิถีพิถัน พร้อมการจัดแสงที่นุ่มนวลเพื่อเสริมประสบการณ์ Sustainability ท่ามกลางกลิ่นหอมสดชื่นที่โอบล้อมทุกโสตสัมผัส

พร้อมกันนี้ยังได้เดินชมความงดงามทางหัตถศิลป์ไทยในนิทรรศการ “บุษบกเกริน” ณ บริเวณ Walk Way ชั้น M ไอคอนสยาม ที่ divana ร่วมนำเสนอการจำลองสถาปัตยกรรมบุษบกเกรินวังหน้า สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งองค์ ปิดทองคำแท้ และประกอบด้วยงานฝีมือชั้นสูง ถ่ายทอดภูมิปัญญาช่างไทยสู่คนรุ่นใหม่ โดยนำกลิ่น Queen Of The Night หนึ่งในกลิ่นที่โดดเด่นที่สุด จาก Collection Phenomenon คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดจาก divana ที่ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้การชมบุษบกมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

กลิ่นหอมนี้นำเสนอความสง่างามและลึกลับจากดอกไม้ไทย 8 ชนิดที่ส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืน ช่วยสร้างความสงบและความสุขุมให้กับผู้สัมผัส การรับรู้กลิ่นนี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นประสาทสัมผัส แต่ยังสร้างจินตนาการและความทรงจำที่ลึกซึ้ง ทำให้ผู้ชมสามารถดื่มด่ำกับศิลปะและวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่

divana ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์น้ำหอมแบบยั่งยืน ที่ divana Perfumery สาขา ICS พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะไทยที่สะท้อนความวิจิตรแห่งมรดกวัฒนธรรมได้แล้ววันนี้

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ร่วมอนุรักษ์สืบสานงานศิลป์ ตามรอยพระปณิธานแห่ง ‘องค์สิริศิลปิน’

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ร่วมอนุรักษ์สืบสานงานศิลป์ ตามรอยพระปณิธานแห่ง 'องค์สิริศิลปิน'

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ร่วมอนุรักษ์สืบสานงานศิลป์ ตามรอยพระปณิธานแห่ง ‘องค์สิริศิลปิน’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.46 น.

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ร่วมอนุรักษ์สืบสานงานศิลป์ ตามรอยพระปณิธานแห่ง “องค์สิริศิลปิน” จัดโครงการ ทิพย์พิมานสร้างศิลป์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘  (workshop: เครื่องแขวนลายทอง)ร่วมปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนประชาชนผู้ที่สนใจได้เรียนรู้เข้าใจและเห็นคุณค่าลายไทย มรดกวัฒนธรรมอันงดงามให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป

“ลายไทย” ถือเป็นมรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่วิจิตรงดงามและสืบเนื่องมาแต่ครั้งโบราณกาลของไทย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญควบคู่ไปกับงานศิลปะแขนงอื่นๆ ด้วยทรงใช้เวลาว่างจากพระกรณียกิจ ด้วยการวาดภาพและระหว่างนั้นก็ยังทรงได้ฝึกฝนการเขียนลายไทย และในบางครั้งได้ปรับประยุกต์ใช้ลายไทย สอดแทรกในงานออกแบบรูปทรงที่สอดคล้องกับธรรมชาติและพื้นที่ที่เหมาะสมในผลงานสร้างสรรค์ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงคุณค่าทางด้านความงามแล้ว กระบวนการในการสร้างสรรค์ยังเป็นเครื่องมืออันดีต่อการฝึกสมาธิ น้อมนำจิตใจให้เกิดความละเอียดอ่อน และทรงเห็นว่าลายไทยที่งดงามและอ่อนช้อยนั้นต้องใช้ทักษะการฝึกฝนและความเพียร ใช้สมาธิ ฝึกการสังเกต มีความอดทนอดกลั้น แต่เมื่อทรงเริ่มลงมือปฏิบัติ เหตุปัจจัยแก่การเข้าถึงความสงบของจิตก็เกิดขึ้นได้โดยง่าย ด้วยสิ่งนี้ จึงทรงเห็นว่าการศึกษาลายไทยเป็นประโยชน์ต่อจิตใจสร้างพลังใจ ด้วยภาวะดังกล่าวมีความคล้ายสภาวะขณะปฏิบัติธรรม ถือเป็นการนำเอาธรรมะเข้ามาใช้ในการทำงานศิลปะและชีวิตประจำวัน จากการที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีความสนพระทัยเกี่ยวกับลายไทยจึงเป็นที่มาของการจัดโครงการ “ทิพย์พิมานสร้างศิลป์” ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ (workshop: เครื่องแขวนลายทอง) เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางด้านศิลปะไทย ซึ่งการเขียนลายไทย ถือเป็นกระบวนการหนึ่งในการพัฒนาจิตใจให้เกิดสติปัญญา ทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้ชมก็ล้วนได้ประโยชน์ ดังพระดำรัสที่ว่า “ศิลปะเป็นเครื่องกล่อมเกลาชีวิตของคน”

การศึกษาลายไทยนั้นแฝงด้วยสภาวะธรรมอันนำไปสู่เนื้อหาหรือปรัชญาความหมายที่ลึกซึ้ง ซึ่งไม่เพียงแฝงอยู่ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน แต่รวมไปถึงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี การดำรงชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยความรัก ความศรัทธา เกิดเป็นความองค์ความรู้และภูมิปัญญาของแผ่นดินไทย

โครงการ ทิพย์พิมานสร้างศิลป์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘  (workshop: เครื่องแขวนลายทอง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๘ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน บุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมถึงผู้สนใจทั่วไปสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ณ หอศิลป์ทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์วิรัญญา จิราธิกิตติ์ รองผู้อำนวยการหอศิลป์ทิพย์พิมาน และอาจารย์ศุภชัย เสริมสุขเจริญชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาหัตถศิลป์ ภาควิชาศิลปะประจำชาติ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ การเขียนลายไทย และการประยุกต์ใช้ลายไทยกับชีวิต พร้อมสาธิตการเขียนลายไทยและการทำเครื่องแขวนลายทอง พร้อมกันนี้ได้สอนการประดิษฐ์ “ เครื่องแขวนลายทอง” ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาเรียนรู้ศิลปะไทยด้วยการลงมือปฏิบัติสร้างสรรค์ผลงานลวดลายไทยด้วยตนเอง กับวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มีความรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพ อีกทั้งเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้สนใจศิลปะไทย ได้รู้และเข้าใจคุณค่าของลายไทย เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลปะไทยให้คงอยู่สืบไป

-(016)

อโกด้าชี้ เผยผลสำรวจ นักดำน้ำชาวไทยเทใจให้แหล่งดำน้ำในประเทศ

อโกด้าชี้  เผยผลสำรวจ นักดำน้ำชาวไทยเทใจให้แหล่งดำน้ำในประเทศ

อโกด้าชี้ เผยผลสำรวจ นักดำน้ำชาวไทยเทใจให้แหล่งดำน้ำในประเทศ

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.39 น.

28 เมษายน 2568  อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยผลสำรวจจากนักดำน้ำประจำปี 2568 เจาะลึกพฤติกรรม ความชอบ และแรงบันดาลใจของนักดำน้ำทั่วเอเชีย ตั้งแต่จุดหมายปลายทางในฝัน ไปจนถึงการดำน้ำที่ตอบโจทย์ด้านงบประมาณ ซึ่งผลสำรวจครั้งนี้ไม่ได้แค่เผยว่า “นักดำน้ำอยากไปที่ไหน” แต่ยังสะท้อนเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังพลิกโฉมประสบการณ์ท่องเที่ยวใต้น้ำให้สนุก ตื่นเต้น และน่าค้นหากว่าที่เคย

การสำรวจครั้งนี้ได้จัดทำขึ้นใน 11 ประเทศทั่วเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของภูมิภาคนี้ในฐานะแหล่งดำน้ำระดับโลก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักดำน้ำ ด้วยความหลากหลายของแหล่งดำน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้ท้องทะเล และทัศนียภาพใต้น้ำที่งดงามน่าหลงใหล

ข้อมูลเชิงลึกจากผลสำรวจในครั้งนี้ เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมและแรงจูงใจของนักดำน้ำที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดมุมมองว่าอะไรคือแรงจูงใจเบื้องหลังการผจญภัยใต้ท้องทะเลของเหล่านักดำน้ำ

1.             อินโดนีเซียเป็นแหล่งดำน้ำในฝันของนักเดินทาง

อินโดนีเซียครองอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางในฝันของนักดำน้ำชาวเอเชียด้วยความงดงามของแนวปะการังและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล อย่างไรก็ตาม นักดำน้ำชาวไทยยังคงชื่นชอบในแหล่งดำน้ำในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหมู่เกาะสิมิลันหรือเกาะเต่า ซึ่งงดงามไม่แพ้ที่ใดในโลก ในขณะเดียวกันนักเดินทางชาวไทยก็ยังให้ความสนใจกับการดำน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งแหล่งดำน้ำแต่ละที่ต่างมอบประสบการณ์การดำน้ำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์อันล้ำค่าของโลกใต้ทะเลในภูมิภาคเอเชีย ที่ยังคงดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลกให้แวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง

2.             ความสงบใต้ท้องทะเล คือแรงบันดาลใจหลักในการเดินทาง

สำหรับนักดำน้ำจำนวนมาก ท้องทะเลคือพื้นที่แห่งความสงบที่ช่วยเยียวยาความเครียด เกือบหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจ (30%) ระบุว่า “การผ่อนคลาย” คือเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาออกไปดำน้ำ โดยเฉพาะนักดำน้ำจากฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทยที่ให้ความสำคัญกับเหตุผลนี้เป็นพิเศษ ในขณะเดียวกัน การได้สำรวจชีวิตใต้ทะเลก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญ โดย 24% ของนักดำน้ำระบุว่าความหลงใหลในสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลคือเหตุผลหลักที่พวกเขาเลือกออกผจญภัยในโลกใต้น้ำ

3.             ราคาต้องคุ้มค่า แต่ก็พร้อมจ่ายมากขึ้น

แม้ว่า “ความคุ้มค่า” จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนทริปดำน้ำ แต่นักเดินทางในปี 2568 กลับแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่พร้อมจะใช้งบประมาณมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง อุปกรณ์ หรือที่พัก นักดำน้ำจำนวนไม่น้อยยอมเพิ่มงบเพื่อให้ได้ทริปที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความทรงจำที่คุ้มค่า โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 40% ระบุว่า พวกเขาใช้จ่ายกับทริปดำน้ำมากกว่าทริปท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 15–30%

4.             ทริปดำน้ำส่วนใหญ่ใช้เวลา 4–7 วัน

นักดำน้ำเกือบครึ่ง (48%) เลือกออกทริปที่ใช้เวลา 4–7 วัน ขณะที่อีก 41% นิยมทริปสั้นช่วงสุดสัปดาห์ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าทริปดำน้ำแบบกระชับแต่เข้มข้น กำลังตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มีเวลาจำกัดแต่ยังอยากสัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำอย่างเต็มที่

5.             แนวปะการังคือจุดดำน้ำในดวงใจของนักดำน้ำส่วนใหญ่

การดำน้ำตามแนวปะการังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักสำรวจใต้น้ำ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจถึง 75% แสดงความสนใจในจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์และปะการังสีสันสวยงามในเอเชีย ยังคงดึงดูดนักดำน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวปะการังกลายเป็นสถานที่ที่ต้องไปเยือนสำหรับผู้ที่หลงใหลในโลกใต้ท้องทะเล

เกเด กันดาวัน ผู้อำนวยการประจำประเทศอินโดนีเซียของอโกด้า กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นแหล่งของจุดหมายปลายทางสำหรับการดำน้ำที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก และยังคงเป็นที่โปรดปรานของนักดำน้ำอยู่เสมอ ที่อโกด้าเรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้นักเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำที่น่าประทับใจ ด้วยการมอบดีลสุดคุ้มทั้งที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้การสำรวจโลกใต้ทะเลเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 อโกด้าเปิดตัวแคมเปญ Scuba Deals มอบส่วนลดเพิ่มอีก 10% สำหรับที่พักที่เข้าร่วมรายการในจุดหมายปลายทางดำน้ำยอดนิยมทั่วอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม นักเดินทางสามารถจองที่พักในราคาสุดคุ้ม เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำได้ง่ายยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.agoda.com/scubadeals

-(016)

“โตเกียว ซิมโฟนี ออร์เคสตรา กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อม 2 คอนเสิร์ตสุดพิเศษ วันที่ 28 – 29 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย”

“โตเกียว ซิมโฟนี ออร์เคสตรา กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อม 2 คอนเสิร์ตสุดพิเศษ วันที่ 28 - 29 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย”

“โตเกียว ซิมโฟนี ออร์เคสตรา กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อม 2 คอนเสิร์ตสุดพิเศษ วันที่ 28 – 29 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย”

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.30 น.

โตเกียว ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (Tokyo Symphony Orchestra: TSO) หนึ่งในวงออร์เคสตราชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น เตรียมกลับมาสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังชาวไทยอีกครั้ง กับสองค่ำคืนแห่งบทเพลงคุณภาพ ภายใต้โครงการ “Asia Project” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสภาศิลปะแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Arts Council) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ผ่านเสียงดนตรีในภูมิภาคเอเชีย

คอนเสิร์ตครั้งแรกของโครงการนี้จัดขึ้นในปีที่แล้ว และนำโดยวาทยกร “นาโอโตะ โอโตโมะ” (Naoto Otomo) ที่กลับมาเป็นวาทยกรอีกครั้งในคอนเสิร์ตปีนี้ ร่วมด้วยศิลปินเดี่ยวหน้าใหม่ “Mone Hattori” (โมเน่ ฮัตโตริ) โดยตั๋วเข้าชมจำหน่ายหมดและมีผู้ชมการแสดงเต็มทุกที่นั่ง การแสดงในปีที่แล้วจบลงด้วยความตื่นเต้นและความสนใจท่วมท้นจากผู้ชม ที่รอการกลับมาแสดงในประเทศไทยอีกครั้ง

โดยการกลับมาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย สมาคมญี่ปุ่นประจำประเทศไทย บริษัท ยามาฮ่า มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมการแสดง โดยวงโตเกียว ซิมโฟนี ออร์เคสตรา ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในวงออร์เคสตราที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และทำการแสดงมาแล้วกว่า 58 เมืองทั่วโลก

คอนเสิร์ตแรก: TOKYO SYMPHONY ORCHESTRA SPECIAL CONCERT IN BANGKOK 2025  วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 19:00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  พบกับบทเพลงคลาสสิกสุดไพเราะ อาทิ  Frederic Chopin: Piano Concerto No.1 in E minor, Modest Mussorgsky / Arr. Maurice Ravel: Pictures at an Exhibition นำโดยวาทยกรมากประสบการณ์ “นาโอโตะ โอโตโมะ” (Naoto Otomo) และศิลปินเปียโนมากฝีมือ “โทโมฮารุ อุชิดะ” (Tomoharu Ushida) ซึ่งมีผลงานระดับนานาชาติตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี 

คอนเสิร์ตที่สอง: ANIME & THEATRE MUSIC CONCERT by Tokyo Symphony Orchestra  วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 19:00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  ค่ำคืนแห่งความบันเทิงที่จะพาผู้ชมเดินทางผ่านเสียงดนตรีจากแอนิเมะและละครเวทีชื่อดัง นำโดยวาทยกร “ชิมเป ซาซากิ” (Shimpei Sasaki) ร่วมด้วยนักแสดงมิวสิคัลชื่อดัง “เซย์โกะ นิอิซึมะ” (Seiko Niizuma) ซึ่งมีความผูกพันเป็นพิเศษกับประเทศไทย และศิลปินเปียโน “โทโมฮารุ อุชิดะ” 

ทั้งสองคอนเสิร์ตนับเป็นโอกาสพิเศษในการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของดนตรีระดับโลก ถ่ายทอดโดยศิลปินชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นบนเวทีใจกลางกรุงเทพมหานคร  ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://tokyosymphony.jp/asia-project/ หรือ Facebook: Tokyo Symphony Orchestra Asia Project

กร ทัพพะรังสี เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ครอบครัว ‘เปรม ปิยะสัจจะเดช’

กร ทัพพะรังสี เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ครอบครัว 'เปรม ปิยะสัจจะเดช'

กร ทัพพะรังสี เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ครอบครัว ‘เปรม ปิยะสัจจะเดช’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

กร ทัพพะรังสี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล แด่คุณเปรม ปิยะสัจจะเดช และครอบครัว ณ ศูนย์ธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๙ (วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก) เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

คุณเปรม ปิยะสัจจะเดชผู้ที่อุทิศตนเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมุ่งเน้นพัฒนาคน สังคม นโยบายและผลักดันการค้าระหว่างไทยและอินเดีย อีกทั้งเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตโดยมีคุณธรรมเป็นบรรทัดฐานจนได้รับฉายาว่าคุณธรรมเคลื่อนที่ อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีของความเป็นคนไทย

ด้วยความเชื่อของคุณเปรม ปิยะสัจจะเดชที่ว่า “หากเราสอนให้ลูกเป็นคนดีแล้ว ลูก ๆ เราจะอยู่ได้ต่อเมื่อประเทศชาติต้องดีด้วย” คุณเปรมจึงอุทิศตนอย่างเต็มกำลังในหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนา โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตัว ความเสียสละของท่านกลายเป็นแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ และเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยคุณธรรมและวิสัยทัศน์  คุณงามความดีของคุณเปรมนั้นมีมากมายอาทิเช่น ในสมัยที่เป็นรองประธานประชาคมเขตห้วยขวาง ได้เข้าร่วมพัฒนาแผนแม่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน (รฟม.) อีกทั้งพัฒนาเขตห้วยขวางจนได้เป็นเขตอันดับ 1 ของ 51 เขตของกรุงเทพฯ  คุณเปรมเป็นผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติ M.I.S.B. International School สุขุมวิท 39 เป็นโรงเรียนนานาชาติที่บรรจุหลักคุณธรรม (Moral) ในหลักสูตรการสอนและเป็นโรงเรียนแรกที่เน้นอาหารสุขภาพ (มังสวิรัติ) ให้กับนักเรียนนานาชาติทุกคน ในระดับนโยบายของประเทศคุณเปรมได้เป็นผู้จุดประกายและผลักดันนโยบาย “ครอบครัว” และ “คุณธรรม” จนเป็นวาระแห่งชาติ กว่านั้นท่านได้เป็นผู้ผลักดันการเชื่อมโยงของทุกศาสนาให้รวมตัวกันเป็นหนึ่งโดยโดยใช้หลัก “ศีล 5” ซึ่งท่านเรียกว่า “กฎ 5 ข้อ” อันเป็นบรรทัดฐานทางศีลธรรมร่วมของทุกศาสนาสู่การสร้างความเข้าใจ ความรัก และความสามัคคีของทุกศาสนาในชาติไทย และ ผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์สมาธิโลก

ในด้านต่างประเทศ คุณเปรม ให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศไทยและอินเดีย ท่านมีบทบาทสำคัญในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นนายกสมาคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย-อินเดียได้แต่งตั้งคุณเปรมเป็นประธานฝ่ายเจรจาการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเพื่อผลักดันการค้าระหว่างสองประเทศ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในเวลาต่อมาประเทศไทยและอินเดียได้บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยมีรองนายกรัฐมนตรีท่านกร ทัพพะรังสีและท่านอรุณ เจตลีย์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์อินเดียร่วมเข้าเจรจาจนบรรลุข้อตกลง นโยบายไทยอินเดียยังคงส่งต่อจากรัฐบาลหนึ่งไปสู่อีกรัฐบาลหนึ่งโดยคุณเปรมมีบทบาทสำคัญในการผลักดันจนกระทั่งได้รับตำแหน่งเป็น ประธานศูนย์ธุรกิจไทย-อินเดีย (ประจำประเทศอินเดีย) สภาหอการค้าไทย โดยให้คุณเปรมไปประจำอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมการค้ากระทรวงพาณิชย์ในประเทศอินเดียและนำผู้ประกอบการไทยไปทำการค้าและลงทุนในประเทศอินเดีย หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นคุณเปรมได้กลับมาประเทศไทยและจัดตั้งชมรมธุรกิจไทย-อินเดีย และ ต่อมาได้เปิดสมาคมการค้า ส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน (กสสท. / PEITA) คุณเปรมยังคงร่วมผลักดันการค้าการลงทุนระหว่างไทยอินเดียกับท่านกร ทัพพะรังสีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต 

คุณเปรมได้ปฏิบัติงานอย่างมุ่งมั่นในการคุณประโยชน์เพื่อชาติและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินเดีย จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต และ มีผลงานโดดเด่นหลายประการ อาทิ

  • ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมการค้าส่งเสริมการส่งออกและการลงทุน (PEITA)
  • ประธานศูนย์ธุรกิจไทย-อินเดีย สภาหอการค้าไทย (ประจำประเทศอินเดีย)
  • รองนายกฯ สมาคมมิตรภาพไทยอินเดีย
  • ประธานชมรม ธุรกิจไทย-อินเดีย
  • ประธานฝ่ายเจรจาการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว สมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย-อินเดีย (TIECA)
  • ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนนานาชาติ M.I.S.B. สุขุมวิท 39
  • รองประธานคณะทำงานผู้ช่วยรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี
  • อนุกรรมาธิการ คณะคุณธรรมและจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • คณะกรรมการที่ปรึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ตำรวจไทย
  • ที่ปรึกษาสมาคมกำลังพลสำรองฝ่ายพลเรือน
  • ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ หนังสือพิมพ์สยามชน
  • รองประธานประชาคมเขตห้วยขวาง

พิธีในวันนี้มีการตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 18 รูป และสามเณรจำนวน 70 รูป และสวดธรรมนิยามเพื่ออุทิศส่วนกุศลและแสดงความรำลึกถึงคุณูปการและเกียรติประวัติของของคุณเปรม ปิยะสัจจะเดช ผู้เป็นแบบอย่างของผู้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติ ทั้งในด้านสังคม ศาสนา และเศรษฐกิจ ผู้ซึ่งได้อุทิศตนในการทำงานเพื่อชาติไทยและอินเดียอย่างต่อเนื่องและยาวนานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

Teibto ร่วมเสวนา ‘Industry 4.0 Platform’ เจาะลึกสิทธิประโยชน์สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล

Teibto ร่วมเสวนา 'Industry 4.0 Platform' เจาะลึกสิทธิประโยชน์สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล

Teibto ร่วมเสวนา ‘Industry 4.0 Platform’ เจาะลึกสิทธิประโยชน์สู่การยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.43 น.

บริษัท เท็บโต จำกัด (Teibto Co., Ltd.) นำโดย นางอภิษฎา เดมีย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมเสวนาในงาน Industry 4.0 Platform ภายใต้หัวข้อ”สิทธิประโยชน์ในการเจาะตลาดดิจิทัล และยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0″ จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ Software Park Thailand ณ โซน SCBX NEXT TECH ศูนย์การค้าสยามพารากอน

งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้และแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ Digital Transformation อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำช่องทางการเข้าถึงตลาดภาครัฐด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารจัดการภาษี และการประยุกต์ใช้บริการ System Integrator (SI) เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตและยกระดับโรงงานสู่รูปแบบ อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเต็มรูปแบบการเข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ Teibto ในการผลักดันธุรกิจไทยสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

-(016)

ขอเชิญกรรมการและสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ขอเชิญกรรมการและสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ขอเชิญกรรมการและสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.35 น.

ขอเชิญกรรมการและสมาชิกประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันที่ 28 เม.ย.2568 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ด้วยสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 ในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ ห้องยูงทอง 1 สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ ดังนั้น จึงขอเชิญกรรมการและสมาชิกร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 ตามวันเวลาดังกล่าว พร้อมเลือกตั้งนายกสมาคมฯคนใหม่ ตามระเบียบวาระการประชุม ดังนี้
วาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งที่ประชุมทราบ
วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567
วาระที่ 3 แถลงผลงานที่ผ่านมา
วาระที่ 4 รับรองรายงานทางเงินของสมาคมฯ ประจำปี 2567
วาระที่ 5 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี ประจำปี 2568 และกำหนดค่าตอบแทน
วาระที่ 6 เลือกตั้งนายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2568 – 2569
วาระที่ 7  เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

จึงขอเรียนเชิญสมาชิกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โปรดเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
 

‘ททท. พัทยา’และโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ร่วมแถลงข่าวงานวิ่งสุดน่ารัก’Pattana Pet Run 2025’

'ททท. พัทยา'และโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ร่วมแถลงข่าวงานวิ่งสุดน่ารัก'Pattana Pet Run 2025'

‘ททท. พัทยา’และโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ร่วมแถลงข่าวงานวิ่งสุดน่ารัก’Pattana Pet Run 2025’

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.23 น.

“Pattana Sports Resort” สานต่อความสำเร็จกระแส Pet Friendly และเทรนด์ Pet Parent ที่กำลังมาแรงและพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบันที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นลูกมากขึ้น ตอบโจทย์ให้พ่อแม่น้องหมา-น้องแมวได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พบเจอเพื่อนสี่ขา และสร้างโมเมนต์ที่ดีร่วมกัน ด้วยแนวคิดที่ว่าสัตว์เลี้ยงก็เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว จึงเกิดไอเดียอยากให้ผู้ปกครองและน้องหมา-แมวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งยังได้สุขภาพที่ดี จึงจัดงานวิ่งสำหรับน้องหมา-น้องแมว  “Pattana Pet Run 2025” พร้อมแถลงข่าวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี


นำโดยคุณบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พัฒนา สปอร์ท คลับ จำกัด ประธานเปิดพิธีงานแถลงข่าวงานวิ่งสุดน่ารักสำหรับสัตว์เลี้ยง 4 ขา โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่องจากปี 2023 หลังได้รับการตอบรับที่ดีมาอย่างต่อเนื่องทั้งในจังหวัดชลบุรี กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทาง Pattana Sports Resort เล็งเห็นว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะตอบโจทย์ให้พ่อแม่น้องหมา-แมวได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเพื่อให้น้องๆ ได้พบเจอเพื่อนสี่ขาและสร้างโมเมนต์ที่ดีร่วมกัน เพื่อตอบรับกระแส Pet Friendly และ Pet Parent ที่เติบโตขึ้น จึงมีความประสงค์ให้ผู้ปกครองและน้องหมา-แมวได้ทำกิจกรรมร่วมกันพร้อมทั้งได้สุขภาพที่ดีในช่วงวันหยุดพักผ่อน


โดยการจัดงานดังกล่าวยังมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยคุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ที่ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีผ่านกิจกรรม “Paw on the Go: Explore Chonburi” ร่วมกับงาน Pattana Pet Run ครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อนำโดยสัตวแพทย์หญิง นวพร ชวนปรีชา  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ, คุณสุภาภรณ์ พินิจวงษ์  ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทฟู้ด อินโนวา เทรดดิ้ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด, คุณดวงกมล จนาศิลป์ Senior Sales Manager บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด และสัตวแพทย์หญิง มนทิชา เดชเดชากร Key Account Manager บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด


ภายในงานแถลงข่าวอลังการไปด้วยบูธและกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิการให้ความรู้เกี่ยวกับการฝึกน้องหมา-แมว และปรับพื้นฐานให้น้องๆ คุ้นเคยกับเพื่อนๆ ก่อนลงสนามแข่งเพื่อไม่ให้เกิดเหตุชุลมุนระหว่างทาง นอกจากนี้ยังมี Vat Talk On Stage และตรวจสุขภาพฟรีจากโรงพยาบาลทองหล่อสาขาพัทยา บูธขายและแจกฟรี Accessories ของน้องหมา-แมว ทั้งขนม ของเล่น ยากำจัดเห็บหมัด และอื่นๆ อีกมากมาย


โดยงานวิ่ง “Pattana Pet Run” ในปีนี้จะจัดขึ้น ณ วันที่ 28 – 29 มิถุนายน 2568 ที่ พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งแบ่งการแข่งขันเป็น 2 ระยะ 1 KM และ 3 KM ซึ่งผู้ชนะ 3 อันดับแรกทั้ง 2 ระยะ จะได้รับการสนับสนุนเงินรางวัลและของรางวัลในการแข่งขันจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Brand Information
Website: http://www.pattana.co.th


Facebook: http://www.facebook.com/PattanaSportsResort
Instagram: http://www.instagram.com/pattanasportsresort
Email: Marketing@pattana.co.th | LINE OA: @pattanasportsclub | Tel: 038-318-999
สถานที่จัดการแข่งขัน พัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
#PawsOnTheGoExploreChonburi
#ChonburiHappyPaws
#PattanaSportsResort
#PattanaPetRun2025

Lifespan ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากมาแรง โดดเด่นด้วยผลงานความสำเร็จ

Lifespan ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากมาแรง โดดเด่นด้วยผลงานความสำเร็จ

Lifespan ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากมาแรง โดดเด่นด้วยผลงานความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.19 น.

Lifespan เป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่น่าจับตามอง ด้วยผลงานความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยสานฝันให้คนมีบุตรยากสามารถมีบุตรได้ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ครั้งนี้ทางบทความจะพาไปทำความรู้จักกับ Lifespan ให้มากขึ้น สำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยากและกำลังมองหาคลินิกเพื่อทำรักษาภาวะดังกล่าวทำความรู้จัก Lifespan

Lifespan คือศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่มีโปรแกรมรักษาครอบคลุมสำหรับแก้ปัญหาการมีบุตรยากโดยเฉพาะ อาทิ การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) การทำเด็กหลอดแก้ด้วย IVF การทำเด็กหลอดแก้วด้วย ICSI การย้ายตัวอ่อนในรอบแช่แข็ง (FET) การเก็บอสุจิจากอัณฑะ (TESE) การเก็บอสุจิจากท่อนำอสุจิ การตรวจวิเคราะห์ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน NGS เป็นต้น โดยทุกการรักษาจะอาศัยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย

ความโดดเด่นที่ทำให้สถานพยาบาลแห่งนี้ได้รับความสนใจก็คือความสำเร็จที่ผ่านมา โดยมีอัตราในการปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI สูงถึง 81.1% ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน ส่วนเรื่องการดูแลระหว่างการรักษาก็เป็นอีกหนึ่งด้านที่ทำให้สถานพยาบาลแห่งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก

มีการดูแลที่เป็นส่วนตัว โดยร่วมมือกับเครือโรงแรมระดับ 5 ดาวของไทยอย่าง ดุสิต สวีท ราชดำริ ที่มาพร้อมกับการจัดการเรื่องของอาหารระหว่างการรักษาจากนักโภชนาการและเชฟ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา สามารถทำความรู้จักเพิ่มเติมได้ที่ https://lifespanbirth.com/th/

อัตราความสำเร็จของ Lifespan

Lifespan ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาเอาไว้ด้วยอัตราความสำเร็จที่ค่อนข้างสูง จากอัตราการปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI ที่สูงถึง 81.1% และอัตราการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่สามารถพัฒนาไปเป็นบลาสโตซิสต์ที่สูงถึง 60.32% ซึ่งตัวอ่อนระยะนี้คือระยะที่เหมาะสมกับการฝังตัวในมดลูก มีโอกาสสูงที่จะฝังตัวได้ดีและเจริญไปเป็นทารกที่สมบูรณ์

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา Lifespan สามารถทำให้ผู้มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้อย่างต่อเนื่อง เป็นความสำเร็จของผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยากใน 3 กลุ่มอายุ ได้แก่ อายุ 30-34 ปี อายุ 35-39 ปี และอายุมากกว่า 39 ปี โดย Lifespan ได้อธิบายเรื่องอัตราความสำเร็จในการรักษาเอาไว้ที่ https://lifespanbirth.com/th/our-success-rate-th/

อัตราค่ารักษา Lifespan

ในส่วนของอัตราค่ารักษาแบ่งออกเป็นแพ็คเกจหลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้คนไข้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ สอดคล้องกับงบประมาณของตัวเอง เริ่มต้นค่ารักษาอยู่ที่ 200,000 บาท

ทั้งนี้ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการรักษาอีกครั้ง เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาแบบรายบุคคล หลังผ่านการตรวจร่างกายและประเมินผลแล้ว สามารถดูรายละเอียดค่ารักษาเพิ่มเติมได้ที่ https://lifespanbirth.com/th/package-promotions-th/

หลังจากศึกษาในเรื่องของอัตราค่ารักษาแล้ว สามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับการรักษาโดยกรอกแบบฟอร์มได้ที่ https://lifespanbirth.com/th/#book-appointment กรอกชื่อ นามสกุล อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ และเลือกแพ็คเกจที่สนใจ จากนั้นระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาการมีบุตรยากที่พบ แล้วกด Submit เพื่อรอการติดต่อกลับ

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก Lifespan ตั้งอยู่ที่อาคารจามจุรีสแควร์ ถนนพญาไท สามารถเข้าไปดูแผนที่การเดินทางได้ที่ https://lifespanbirth.com/th/contact-th

คู่สมรสที่มีบุตรยาก หากต้องการมีลูกอาจต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ และ Lifespan ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าศูนย์รักษาผู้มีบุตรอีกหลาย ๆ แห่ง มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดูแลเอาใจใส่แบบครอบคลุม หากสนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://lifespanbirth.com/th/