นายกฯย้ำทุกหน่วยงานปรับโหมด ดันท่องเที่ยว รับ’สงกรานต์’

นายกฯย้ำทุกหน่วยงานปรับโหมด ดันท่องเที่ยว รับ'สงกรานต์'

นายกฯย้ำทุกหน่วยงานปรับโหมด ดันท่องเที่ยว รับ’สงกรานต์’

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.49 น.

นายกฯย้ำทุกหน่วยงาน ปรับโหมด เดินหน้าเร่งผลักดันท่องเที่ยว รับ’เทศกาลสงกรานต์’ 

เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่  9 เมษายน 2568 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 ว่า ขออนุญาตสื่อสารว่าเรื่องของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลให้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)แห่งใหม่ถล่ม เราก็ติดตาม และพยายามเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้เรียบร้อย 

“อยากให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนกลับมาเร่งการท่องเที่ยวของเราต่อในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่เราจะสามารถผลักดันและนำเงินเข้าประเทศได้ ซึ่งจะทำให้สินค้า เอสเอ็มอี ร้านเล็กๆน้อยๆเริ่มมีเงินเข้ามาหมุนเวียน เขาเตรียมการค้าขาย โรงแรมก็เตรียมพร้อมสำหรับช่วงสงกรานต์หมดแล้ว ขอให้ทุกคนกลับเข้าสู่โหมดจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยของเราเป็นเดือนเมษายนที่น่าท่องเที่ยวเหมือนเดิม เราก็ต้องมาร่วมมือกัน โดยตนและรัฐบาลก็ผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว”นายกรัฐมนตรี ย้ำ 

‘นายกฯอิ๊งค์’มั่นใจทีมไทยแลนด์ เจรจากำแพงภาษี’ทรัมป์’ทำเต็มที่

'นายกฯอิ๊งค์'มั่นใจทีมไทยแลนด์  เจรจากำแพงภาษี'ทรัมป์'ทำเต็มที่

‘นายกฯอิ๊งค์’มั่นใจทีมไทยแลนด์ เจรจากำแพงภาษี’ทรัมป์’ทำเต็มที่

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.47 น.

“นายกฯ”  มั่นใจทีมไทยแลนด์ เจรจาภาษีทรัมป์

วันที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 12.50 น. วันที่ 9 เม.ย. 68 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรับมือกับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา มั่นใจว่าทีมไทยแลนด์จะสามารถดำเนินการได้ใช่หรือไม่ ว่า ก็เต็มที่ เพราะมีหลายๆเรื่องที่ต้องเคลียร์และพูดคุยกัน เพราะอยู่ตรงนี้ต้องประสานความเข้าใจ และดันเรื่องให้เกิดขึ้น ซึ่งทุกเรื่องก็ผลักดันไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่าได้มีการนัดหมายวันเวลาแล้วหรือยัง นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า ขออนุญาตดูก่อนเพราะตอนนี้เราอยู่ที่ ททท. ไม่มีใครถามเรื่องท่องเที่ยวเลย 

‘อิ๊งค์’โวยถูกเกมการเมืองบิดเบือน ย้ำ’กาสิโน’มีแค่ในคอมเพล็กซ์ ไม่ใช่ทั้งประเทศ

'อิ๊งค์'โวยถูกเกมการเมืองบิดเบือน ย้ำ'กาสิโน'มีแค่ในคอมเพล็กซ์ ไม่ใช่ทั้งประเทศ

‘อิ๊งค์’โวยถูกเกมการเมืองบิดเบือน ย้ำ’กาสิโน’มีแค่ในคอมเพล็กซ์ ไม่ใช่ทั้งประเทศ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.54 น.

นายกฯ’อิ๊งค์’ประชุม หน.ส่วนราชการ ขอเรียกความเชื่อมั่นท่องเที่ยว  บอกนอนให้เต็มที่ ‘สงกรานต์’มีงานหนัก โวยถูกเกมการเมืองบิดเบือน เอนเตอร์เทนเม้นท์ฯ  ย้ำ’กาสิโน’แค่ในคอมเพล็กซ์ ไม่ใช่ทั้งประเทศ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 ซึ่งมีปลัดกระทรวงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง 

โดย น.ส.แพทองธารกล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่าวันนี้ดีใจมากที่ได้มาเจอทุกท่าน หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวก็หนักพอสมควร ขณะนี้อยู่ในช่วงเคลียร์พื้นที่ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดเหตุการณ์ ต่อจากนี้คงต้องช่วยกันต่อไป วันนี้มาที่ ททท.ช่วยกันเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาให้ต่างชาติรู้ว่าเป็นเดือนแห่งความสนุกสนานมีเทศกาลสงกรานต์กระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนอื่นให้ไปต่อ ส่วนการเคลียร์พื้นที่ก็ต้องทำไป การเยียวยารัฐบาลต้องดูแล ส่วนการตรวจสอบ ขอย้ำให้ทุกภาคส่วนสืบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในภาคส่วนอื่นๆต้องลุยแล้วในเรื่องสงกรานต์ การสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เราต้องขายของเดิมของเราก่อนให้เต็มพลัง เอาตัวเลขของนักท่องเที่ยวกลับมาเพื่อเร่งทุกภาคส่วนด้วยสิ่งที่เรามีให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น หลังประสบภัยธรรมชาติ ต้องร่วมมือทุกภาคส่วน มีอะไรตนพร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ตอนนี้ขอให้ทุกท่านนอนให้เต็มที่พอเข้าสงกรานต์แล้วจะหนักนิดหนึ่งให้กำลังใจทุกท่าน

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า”เรื่องเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ มีประเด็นหลายอย่างมาก ซึ่งเราถูกบิดเบือนในคำพูดว่าเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์คือกาสิโน จริงๆแล้วกาสิโนที่จะถูกกฎหมายคือถูกกฎหมายในเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ไม่ได้ แปลว่า ประเทศไทยเปิดบ่อนที่ไหนถูกกฎหมายทั้งหมด และในเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ก็มีกาสิโน แค่10% ของพื้นที่ไม่ใช่ใครก็ได้เปิดกาสิโนได้หมด ทุกที่เต็มไปด้วยกาสิโนทั้งหมด ไม่จริง นี้เป็นเกมการเมือง เป็นการบิดเบือนความหมายและเจตนา”
 
นโยบายนี้อยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หวังเป็นอย่างยิ่งเราจะได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ จะเกิดการจ้างงาน จะเกิดการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เข้าไปทำงาน ทุกคนต้องมีสกิลที่สูงขึ้น มีตำแหน่งงานเป็นร้อยเป็นพัน มีการก่อสร้างมีการจ้างงาน ประชาชนก็จะต้องผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นเพราะในนั้นต้องมีการทานอาหาร ต่างชาติที่อยากได้ของไทยมาที่นี้หมด ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก้อนใหญ่ 

แต่ถูกปิดเบือนพูดว่ากาสิโนทั้งหมดไม่ได้เปิดได้ทุกที่ มีแต่ในคอมเพล็กซ์เพื่อเอาเงินเหล่านั้นมาหมุนคืนทุนในการก่อสร้างอยากให้หัวหน้าหน่วยราชการทุกท่านช่วยกันสื่อสารว่า เราไม่ได้เปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศกาสิโน ไม่ใช่อยู่แล้ว มันแค่หนึ่งที่ หนึ่งคอมเพล็กซ์ต่อใบอนุญาติ วันนี้ใครชอบเล่นการพนันเล่นที่ไหนที่นั้นถูกกฎหมายหรือไม่ จ่ายภาษีให้รัฐหรือไม่ มันไม่ถูกกฎหมายไม่ได้รับการดูแลแต่มันก็มีอยู่ดี เราต้องรู้ว่าประเทศของเราจะขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้อย่างไรบ้าง 

‘สส.’ชิงเสนอญัตติกำแพงภาษีสหรัฐพรึ่บ ‘ปธ.วิปค้าน’ลุกท้วงทำระบบรวน ทำไมไม่ยึดตามมติวิป

'สส.'ชิงเสนอญัตติกำแพงภาษีสหรัฐพรึ่บ 'ปธ.วิปค้าน'ลุกท้วงทำระบบรวน ทำไมไม่ยึดตามมติวิป

‘สส.’ชิงเสนอญัตติกำแพงภาษีสหรัฐพรึ่บ ‘ปธ.วิปค้าน’ลุกท้วงทำระบบรวน ทำไมไม่ยึดตามมติวิป

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.46 น.

หวิดวุ่น! สส.ชิงระดมเสนอญัตติ ‘กำแพงภาษีสหรัฐ’ พรึ่บ แนะ4ข้อเสนอรับมือ ด้าน ‘ประธานวิปค้าน’ ลุกท้วงทำระบบรวน โวยทำไมไม่ยึดตามมติวิป โผล่กันมาหน้างานเป็น 10 ญัตติ ระวังซ้ำรอย ‘ญัตติแผ่นดินไหว’ ด้าน ‘ชลน่าน’ ติงถ้ารับพิจารณาแล้ว จะเสนอซ้ำไม่ได้ ขณะที่ ‘รมช.คลัง’ แจง ‘นายกฯ’ สนใจมากขอนำ ขรก.ร่วมฟังประชุมด้วย 

9เม.ย.2568 เมื่อเวลา10.45น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งตามระเบียบวาระจะเป็นเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม , การรับทราบรายงานของวุฒิสภา และการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. 

ปรากฏว่านายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลุกขึ้นกล่าวว่า เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก็สำคัญ แต่สถานการณ์ที่ประกาศขึ้นภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบไปทั่วโลกทุกประเทศแน่นอนว่าประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ตนคิดว่าเรื่องกฎหมายก็มีความสำคัญ แต่เรื่องภาษีที่จะกระทบต่อพี่น้อง โดยเฉพาะเกษตรกร มีความสำคัญยิ่งกว่า จึงขอเสนอญัตติด่วนเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายการขึ้นภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ

จากนั้น นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วน เพื่อให้สภาขอให้ติดตามและการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน รวมถึง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เสนอญัตติด่วน เป็นคนที่ 3 ขอให้สภาฯ ศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกา แนวทางการเจรจา และมาตรการบรรเทาผลกระทบ 

ต่อมาได้มี สส.จากพรรคต่างๆ เสนอญัตติด่วนในทำนองเดียวกันนี้ ประกอบด้วย นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ , นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ,   นายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ และนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

ขณะที่นายสิทธิพล วิบูลธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วน ขอให้สภาฯ พิจารณาแนวทางการรับมือผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อให้กรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาแนวทาง

ต่อมานายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย  ลุกขึ้นเตรียมเสนอ แต่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุลสส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ลุกประท้วงตัดหน้า ระบุว่าปกติเวลาเสนอญัตติอะไร จะมีการพูดคุยทางวิป 2 ฝ่ายก่อนว่าจะมีกี่ท่านและมีกี่ญัตติ อยากให้ยึดตามแนวทางวิป 

“ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเป็นแบบครั้งที่แล้ว (ญัตติแผ่นดินไหว) ที่โผล่กันมา 11 ญัตติกว่าจะเสนอกันเสร็จ กว่าจะจบ ครั้งที่แล้วมันยาวนานขนาดไหน ถ้าอยากจะตั้ง มันควรจะมีการประสานกันล่วงหน้า ไม่ใช่มาหน้างาน เรายกมือเสนอ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมี 20 ญัตติ ก็ไม่ต้องพิจารณากันแล้ว” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

ทำให้นายภราดร กล่าวว่า ขอให้หารือกันก่อน นายธีระชัย จึงสวนว่าฝ่ายค้านก็มีอยู่ 2 ท่านที่เสนอเหมือนกัน นายภราดร ตัดบทว่าให้ปรึกษากับทางวิปก่อน

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า อยากให้ขอพรรคละ 1 คนหรือถ้าเป็นตัวแทน ก็เป็นตัวแทนพรรคใดพรรคหนึ่ง

นายปกรณ์วุฒิ จึงกล่าวว่า นายสิทธิพลเป็นประธานคณะ กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ อยากจะนำเรื่องนี้เข้าไปศึกษาต่อจึงเสนอด้วยตนเอง ตอนนี้จะมีฝั่งรัฐบาล 6 ญัตติ ฝ่ายค้าน 2 ญัตติ ซึ่งตนคิดว่าจำนวนก็ค่อนข้างเหมาะสม

จากนั้น พรรคประชาชาติ และพลังประชารัฐ ได้ขอลุกขึ้นเสนอญัตติในทำนองเดียวกันเพิ่ม ก่อนที่ นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ลุกขึ้นกล่าวว่า ในญัตติที่ สส. ได้เสนอขึ้นมา ทางรัฐบาลให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีเลยได้ดำริที่จะให้คณะรัฐมนตรีเข้ามามีส่วนร่วม โดยมอบหมายให้ตนและรัฐมนตรี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นในการนำไปเจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา 

จากนั้น นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นขอหาหรืออีกครั้งทันที ว่าครั้งหน้า ต้องยึดตามจำนวนผู้เสนอญัตติที่ได้ตกลงกัน หากพรรคใดที่ประสงค์เสนอ ขอให้ส่งมาทางวิป ไม่ใช่เข้ามาเสนอในสภา ตอนแรกบอกไม่มีผู้เสนอ แล้วเข้ามาเสนอหน้างาน มันจะทำให้การวางแผนระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่ายสะดุดและติดขัดมากขึ้น

ส่วนนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือด้วยว่า ในสมัยการประชุมนี้และสมัยที่ผ่านมามักจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งที่การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ต้องอาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 66 ว่าด้วยการอภิปรายมาร่วมด้วย คือ ถ้าเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอญัตติด้วยวาจา ทุกคนมีสิทธิ์เสนอ และเมื่อรับญัตติไว้พิจารณาแล้ว จะเสนอญัตติในทำนองเดียวกันไม่ได้ ญัตตินั้นจะต้องตกไป ทำให้วิธีปฏิบัติในขณะนี้มีความคลาดเคลื่อน ทำให้มีผู้เสนอญัตติถึง 20 คน โดยไม่มีผู้อภิปรายสนับสนุนและอภิปรายสรุป ดังนั้นโดยหลักการแล้วเมื่อมีผู้เสนอญัตติประธานจะต้องให้มีผู้อภิปรายได้ 1 คน ที่เหลือจะเป็นการอภิปรายสลับระหว่าง2ฝ่าย เว้นแต่มีการเสนอเรื่องคล้ายกัน แต่ญัตติแตกต่างกัน เช่น คนหนึ่งเสนอส่งให้คณะรัฐมนตรี อีกคนเสนอส่งให้คณะ กมธ. ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์เหมือนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงขอให้ประธานพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม

ขณะที่นายภราดร กล่าวเห็นด้วยกับ นพ.ชลน่าน แต่ข้อได้เปรียบของผู้เสนอญัตติคือจะสามารถอภิปรายเปิดญัตติได้โดยไม่มีการจับเวลา ซึ่งในสมัยการประชุมที่แล้ว มีการกำหนดเวลาอภิปรายได้ไม่เกินคนละ 5-7 นาที จึงเป็นที่มาว่าผู้ที่ต้องการอภิปรายนานเปลี่ยนมาเป็นผู้เสนอญัตติเสียเอง จึงได้ขอให้วิป 2 ฝ่ายพูดคุยกันก่อนจะเริ่มต้นการประชุมโดยเสนอว่าฝ่ายค้าน 1 ญัตติ ฝ่ายรัฐบาล 1 ญัตติ แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก พรรคการเมืองจึงอยากจะใช้สิทธิ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ในครั้งหน้าถ้าเป็นไปได้อยากให้เสนอญัตติฝ่ายละหนึ่งคน เพื่อไม่ให้เสียเวลา

จากนั้นนายอรรถกร กล่าวเสนอญัตติว่า น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นห่วงการเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯจะกระทบต่อเกษตรกร ที่ผ่านมารัฐบาลมักเอาสินค้าเกษตรเป็นเงื่อนไขเจรจา การให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศคู่ค้าอาจส่งผลต่อเกษตรกร ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกร คิดถึงหัวอกเกษตรกร เจรจาด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงรากเหง้าของประเทศให้เสียดุลมิติทางการเกษตรน้อยที่สุด รวมถึงข้อเรียกร้องการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าการเกษตรบางชนิดเข้าประเทศไทย อาจกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรไทยตกต่ำมากกว่าเดิม เราไม่ได้ค้าขายกับสหรัฐฯประเทศเดียว มี 4ข้อเสนอ คือ 1.อยากเห็นการเจรจาอย่างรัดกุมให้กระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด 2.ให้รัฐบาลหาทางลดความเสี่ยง โดยหาประเทศคู่ค้าเพิ่ม ไม่ใช่สหรัฐฯอย่างเดียว 3.มีมาตรการรองรับสินค้าที่จะไหลทะลักจากยุโรปมายังเอเชีย 4.มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากการเจรจาให้ดีที่สุด 

‘จักรภพ’ ชี้สงครามภาษีสหรัฐเป็นโอกาสทอง หนุน’ไทย-อาเซียน’จับมือสร้างพลังการค้าในภูมิภาค

'จักรภพ' ชี้สงครามภาษีสหรัฐเป็นโอกาสทอง หนุน'ไทย-อาเซียน'จับมือสร้างพลังการค้าในภูมิภาค

‘จักรภพ’ ชี้สงครามภาษีสหรัฐเป็นโอกาสทอง หนุน’ไทย-อาเซียน’จับมือสร้างพลังการค้าในภูมิภาค

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.42 น.

‘จักรภพ’ ชี้สงครามภาษีสหรัฐเป็นโอกาสทอง หนุน’ไทย-อาเซียน’จับมือสร้างพลังการค้าในภูมิภาค

9 เม.ย.68 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นต่อกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก โดยชี้ว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะไทยและสิงคโปร์ ควรจับมือกันเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาค

นายจักรภพ ได้อ้างถึงถ้อยแถลงของนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ที่กล่าวในรัฐสภาเมื่อไม่นานนี้ว่า การขึ้นภาษีของสหรัฐเป็นเรื่องน่าผิดหวัง แม้สิงคโปร์จะมีความสัมพันธ์และสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐมาโดยตลอด ก็ยังถูกเก็บภาษี 10% และยังมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมแบบมุ่งเป้า ซึ่งไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ หว่อง ได้เสนอว่าสหรัฐควรหาทางออกผ่านกลไกขององค์การการค้าโลก (WTO) แทนที่จะยกระดับเป็นสงครามการค้า ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงจนกลายเป็นลักษณะ “ยิงเปรี้ยงตอบเปรี้ยง” ระหว่างมหาอำนาจ เช่น สหรัฐกับจีน

อดีตรมต.ประจำสำนักนายก กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ หว่อง ย้ำถึงบทบาทของ “ประชาคมอาเซียน” ที่ควรหันมาเน้นความร่วมมือในภูมิภาคมากขึ้น โดยสิงคโปร์ในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียนตั้งแต่ปี 2510 พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับเพื่อนบ้าน แม้จะมีจุดยืนทางเศรษฐกิจแตกต่างจากหลายประเทศ

นายจักรภพ ระบุว่า คำกล่าวของหว่องถือเป็น “เสียงจากหุ้นส่วนเศรษฐกิจ” ที่บ่งชี้ว่าประเทศในอาเซียนควรใช้จังหวะนี้ รวมพลังเพื่อเพิ่มน้ำหนักทางเศรษฐกิจ ไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นคงในภูมิภาค แต่ยังช่วยสร้างทางเลือกให้กับประเทศเล็ก ๆ ในเวทีโลก พร้อมเสนอให้ไทยและสมาชิกอาเซียนทดลองจับมือกันอย่างจริงจังใน 10 ประเด็น แม้สำเร็จเพียง 2 เรื่องก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความหมาย

“นี่คือโอกาสทองของอาเซียน แม้แต่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นของสหรัฐ ยังแสดงความผิดหวัง ดังนั้น ไทยควรใช้ทุกเครื่องมือ ทั้งการเจรจาโดยตรง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในอาเซียน และการสื่อสารกับมิตรประเทศอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างปริมาณการค้าและบริการที่เติบโตอย่างมั่นคง” จักรภพกล่าว

นายกฯประชุม’ผบ.ทร.’ รายงานความคืบหน้างานศรชล.

นายกฯประชุม'ผบ.ทร.' รายงานความคืบหน้างานศรชล.

นายกฯประชุม’ผบ.ทร.’ รายงานความคืบหน้างานศรชล.

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.39 น.

นายกฯประชุม‘ผบ.ทร.’ ตามงานศรชล. ปราบประมงผิดกฎหมาย-ลักลอบขนยาเสพติด-สินค้าผิดกฎหมาย-อาวุธสงครามทางทะเล

เมื่อเวลา 11.54 น.วันที่ 9 เม.ย.68 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตผ่าน X พร้อมภาพร่วมประชุมกับพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศรชล. โดยมีข้อความระบุว่า
ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมีความสำคัญอย่างมาก และหมายถึงความมั่นคงปลอดภัยของประเทศด้วย ดิฉันในฐานะ ผู้อำนวยการศรชล.จึงได้เชิญพล.ร.อ.จิรพล มารายงานถึงภารกิจ และการดำเนินการของ ศรชล. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติทางทะเล

นายกฯระบุต่อว่า ทั้งการปราบปรามประมงผิดกฎหมาย ป้องกันลักลอบขนยาเสพติด-สินค้าผิดกฎหมาย-อาวุธสงครามทางทะเล ไปจนถึงการค้ามนุษย์ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ร่วมกันปกป้องผลประโยชน์และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้คนในชาติ เพราะกิจกรรมทางทะเลมีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งกำลังถูกคุกคามจากปัญหาในรูปแบบต่างๆ คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 1.48 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 6.2% ของมูลค่าผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

“ต้องขอขอบคุณท่าน ผบ.ทร. และศรชล. ที่เข้ามารายงานความคืบหน้า และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ทำงานเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยพี่น้องประชาชน“นายกฯ ระบุ

‘ครูสังคม ทองมี’ อาจารย์สอนศิลปะชื่อดัง โพสต์แสดงจุดยืน ไม่เอา’กาสิโน’

'ครูสังคม ทองมี' อาจารย์สอนศิลปะชื่อดัง โพสต์แสดงจุดยืน ไม่เอา'กาสิโน'

‘ครูสังคม ทองมี’ อาจารย์สอนศิลปะชื่อดัง โพสต์แสดงจุดยืน ไม่เอา’กาสิโน’

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.25 น.

หลังจากที่มีคนดังทยอยออกมาคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ และมีการรวมนัดตัวกันในวันนี้ (9 เม.ย.68) แต่ก่อนหน้าวันนัดชุมชุน 1 วัน คือ วันที่ 8 เม.ย.68 (วานนี้) ทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศเลื่อนการพิจรณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ออกไปก่อน 

รวมถึงคนดังด้านการสอนศิลปะอย่าง ครูสังคม ทองมี ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “No CASINO” เพื่อแสดงสัญลักษณ์และจุดยืนการไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ 

‘อดีตรองประธานวุฒิสภา’ร่วมด้วย! ค้านกาสิโน ที่ซุ้มประตูเมืองสงขลา

'อดีตรองประธานวุฒิสภา'ร่วมด้วย! ค้านกาสิโน ที่ซุ้มประตูเมืองสงขลา

‘อดีตรองประธานวุฒิสภา’ร่วมด้วย! ค้านกาสิโน ที่ซุ้มประตูเมืองสงขลา

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

ชาวสงขลารวมตัวซุ้มประตูเมืองสงขลา ย่านเมืองเก่าสงขลา รวมพลังคัดค้านกาสิโน โดยมีอดีตรองประธานวุฒิสภาร่วมปราศรัยด้วย

วันที่ 9 เมษายน 2568 มีรายงานว่า ประชาชนในจังหวัดสงขลา ร่วมกันสวมใส่เสื้อสีขาว เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณซุ้มประตูเมืองสงขลา บริเวณถนนนครนอก ย่านเมืองเก่าสงขลา โดยได้ร่วมกันจัดทำแผ่นป้ายคัดค้านกาสิโน เพื่อร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ต้องการให้เกิดกาสิโนขึ้นในประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลได้เลื่อนการนำร่างพรบ.สถานบันเทิงครบวงจร เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรรอบหน้า ในการประชุมสภาสมัยหน้า แต่ชาวสงขลาก็ยืนยันที่จะเดินทางมาร่วมกันแสดงพลังคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นการเลื่อน ไม่ได้มีการยกเลิก

โดยพบว่า มีประชาชนทยอยเข้ามาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง และได้นำเครื่องขยายเสียง มาร่วมกันพูดคุยถึงปัญหาที่จะเกิดจากกาสิโน โดยตลอดทั้งวันจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ในที่ชุมนุมนั้น ได้มี นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ร่วมปราศรัยด้วย

‘พิชัย’เผย เจรจา FTA ไทย-EU รอบ 5 แนวโน้มบวก เร่งปิดดีลสิ้นปีนี้

'พิชัย'เผย เจรจา FTA ไทย-EU รอบ 5 แนวโน้มบวก เร่งปิดดีลสิ้นปีนี้

‘พิชัย’เผย เจรจา FTA ไทย-EU รอบ 5 แนวโน้มบวก เร่งปิดดีลสิ้นปีนี้

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.58 น.


‘พิชัย’ เผย เจรจา FTA ไทย-EU รอบ 5 คืบหน้าอีกขั้น เร่งปิดดีลสิ้นปีนี้ จับมือเป็นพันธมิตรการค้าที่แน่นแฟ้น 

 วันที่ 9 เม.ย.2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 5 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าที่ดี เป็นไปในทิศทางบวกและเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย โดยสามารถสรุปเพิ่มในหลักการได้อีก 2 บท คือ บทพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Custom Trade Facilitation: CTF) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกันที่จะช่วยให้พิธีการด้านศุลกากรมีประสิทธิภาพและทันสมัย และบทระบบอาหารที่ยั่งยืน (Sustainable Food System: SFS) ซึ่งเป็นเรื่องความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบอาหารให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงการเจรจากลุ่มอื่นๆ ก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน
 
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเจรจาการเปิดตลาดการค้าสินค้าระหว่างกันแล้วในรอบนี้ และได้กำหนดการแลกเปลี่ยนข้อเสนอการเปิดตลาดการค้าบริการและการลงทุนฉบับแรกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568จึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญของการเจรจา พร้อมกับกำหนดงานที่แต่ละกลุ่มจะต้องมีการหารือในระหว่างรอบ ก่อนการเจรจารอบที่ 6 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 27 มิถุนายน 2568 ณ ประเทศไทย เพื่อให้การเจรจารอบต่อไปมีความคืบหน้าให้มากที่สุด
 
นายพิชัย เพิ่มเติมว่า หลังจากการเจรจารอบนี้เสร็จสิ้น กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า (นายมารอส เซฟโควิช) ได้ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับตนที่การเจรจามีความคืบหน้ามาก สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันความตกลง FTA ไทย-EU ให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมาธิการยุโรปฯ ยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งสรุปผลการเจรจาให้ได้โดยเร็วที่สุด ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 อันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของทั้งสองฝ่ายในอนาคต
 
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน กอปรกับการประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐฯ
ต่อประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย ตลอดจนข้อห่วงกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการค้าโลกในอนาคต ไทยกับ EU จึงเห็นพ้องกันว่าการเป็นพันธมิตรทางการค้าที่เชื่อถือได้และคาดการณ์ได้เป็นสิ่งจำเป็น และทำให้การเร่งเดินหน้าเจรจา FTA ไทย-EU ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการค้าของไทย และการหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยให้เร่งรัดสรุปผลการเจรจา FTA ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อดึงดูดการลงทุนและขยายการค้าของไทยออกสู่ตลาดโลก  
 
ปี 2567 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยการค้าระหว่างกันมีมูลค่ารวม 43,532.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 4.26 โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่ารวม 24,205.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 10.23 และนำเข้าจาก EU รวมทั้งสิ้น 19,327.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 2.16 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 8.50 ทั้งนี้ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 4,877.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 

‘สส.ใหม่อรอุมา’ กล่าวปฏิญาณตนต่อสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

'สส.ใหม่อรอุมา' กล่าวปฏิญาณตนต่อสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

‘สส.ใหม่อรอุมา’ กล่าวปฏิญาณตนต่อสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.53 น.

‘สส.ใหม่อรอุมา’ รายงานและปฏิญาณตนต่อสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ ‘ภราดร’ แจ้งมีสส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 494 คน พร้อมแจ้ง สส.นครราชสีมา ภูมิใจไทยถูกเพิกถอนสิทธิ

9 เม.ย.68 เมื่อเวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงกรณีที่ นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล  อดีตสส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ถูกศาลฎีกาสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปี จึงถือว่านางมุกดาวรรณ สิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. 

นายภราดรได้แจ้งต่อถึงประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อผลการเลือกตั้ง ซ่อม สส.บึงกาฬ ที่ นางอรอุมา บุญศิริ สังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง พร้อมกับให้นางอรอุม กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้มีจำนวนสส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  494 คน