‘อิ๊งค์’บอกไม่รีบดัน’เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’เข้าสภาฯ มองยังไม่ถึงซีนสว.หลังตั้งกำแพงไม่เห็นด้วย

'อิ๊งค์'บอกไม่รีบดัน'เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ'เข้าสภาฯ มองยังไม่ถึงซีนสว.หลังตั้งกำแพงไม่เห็นด้วย

‘อิ๊งค์’บอกไม่รีบดัน’เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’เข้าสภาฯ มองยังไม่ถึงซีนสว.หลังตั้งกำแพงไม่เห็นด้วย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.28 น.

‘อิ๊งค์’บอกไม่รีบดันร่าง’พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’เข้าสภาฯ ลั่นพยายามบริหารงานทุกทางไม่ให้เกิดความขัดแย้ง มองยังไม่ถึงซีนสว.หลังตั้งกำแพงไม่เห็นด้วย

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568  ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการนัดหารือในเรื่องนี้อีกหรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่รีบ ให้เป็นกระบวนการของสภาฯ ไป แต่ว่าในพรรคร่วมรัฐบาลที่คุยกันนั้น ก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ถ้ามีในส่วนที่อยากจะปรับหรืออะไรนั้นก็คุยในรายละเอียดกัน ไม่มีหายไป ก็อัปเดตกันเรื่อยๆ 

เมื่อถามว่ายืนยันจะต้องผ่านสภาฯ ก่อนปิดสมัยประชุมนี้เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวให้เขาไปคุยกันก่อนว่าจะอย่างไรได้บ้าง เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุยแบบลงรายละเอียด แต่ก็ได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในภาพรวม 

เมื่อถามถึงท่าทีของ สว. ที่ดูเหมือนไม่เห็นด้วยกับร่างนี้ จะเป็นอุปสรรคที่สำคัญหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่าตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของ สว. หรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ายัง แต่ สว. นั้นมีท่าทีตั้งกำแพงชัดเจน นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวว่า ถ้ามีเวลาก็ต้องพูดคุยกัน เพื่ออธิบายในเรื่องที่ยังไม่มีความเข้าใจ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของ สส. ก่อน 

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีรับฟังไปแล้ว 4 ครั้ง ผลออกมาก็โอเค เดี๋ยวลองดูว่าทำอะไรเพิ่มได้บ้าง

เมื่อถามถึงการนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหารือ และได้ยกเลิกไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น ได้มีการนัดหมายใหม่แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า วันนั้นจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจยกเลิกแบบนั้น แต่เรารีบนัดใน ครม. ว่าหลังจบประชุม ครม. ก็จะประชุมเลย แต่เผอิญเวลาไม่ได้  ก็เลยยกเลิกไป ไม่ได้เกิดประเด็นใหม่อะไร เพราะแค่รีบนัด แล้วตอนที่ยกเลิกยังมีหัวหน้าพรรคบางท่านที่เข้าใจผิดว่าประชุมอยู่ ก็สับสนนิดหนึ่งเพราะนัดเร็วไปหน่อย เดี๋ยวจะนัดเพิ่มเติมอีกที 

เมื่อถามว่า เปิดเผยได้หรือไม่ว่าจะคุยกันเรื่องอะไรนั้น นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตอนแรกจะคุยเรื่องของเวลา ว่าอะไรเป็นอย่างไร แต่ว่าเราก็ไม่ได้รีบ เอาความแม่นยำ และเหมาะสมดีกว่า และพยายามจะบริหารทุกทางเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

‘อิ๊งค์’โวมีแผนรองรับสหรัฐรีดภาษีแล้ว ตั้งทีมเจรจาเชื่อต่อรองได้ ลั่นไม่ให้พลาดเป้า‘จีดีพี’

‘อิ๊งค์’โวมีแผนรองรับสหรัฐรีดภาษีแล้ว ตั้งทีมเจรจาเชื่อต่อรองได้ ลั่นไม่ให้พลาดเป้า‘จีดีพี’

‘อิ๊งค์’โวมีแผนรองรับสหรัฐรีดภาษีแล้ว ตั้งทีมเจรจาเชื่อต่อรองได้ ลั่นไม่ให้พลาดเป้า‘จีดีพี’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.55 น.

‘แพทองธาร’เตรียมพร้อมรับมือแผนระยะสั้น-ยาว หลังสหรัฐฯเคาะภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36% ตั้งทีมเจรจา​ เชื่อยังต่อรองได้​ ลั่น​ไม่ให้พลาดเป้า‘จีดีพี’ประเทศ

เมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกา​เคาะตัวเลขเก็บภาษีนำเข้า​ ที่ไทยถูกตั้งภาษี 36% สูงเป็นอันดับต้นๆของอาเซียน ว่า ที่จริงแล้ว​เราต้องปรับโครงสร้างภาษี​นำเข้ากับสหรัฐอเมริกา และตั้งคณะทำงานเรื่องการเจรจาต่อรองกับสหรัฐอเมริกา​ ในส่วนของการปรับโครงสร้างภาษี​สินค้านำเข้าไม่ได้เป็นสินค้าที่มากมายอะไร​ แต่พอเก็บภาษีแพงก็ทำให้ไทยโดนเป็นอันดับต้น​ๆ​ 36% ซึ่งก็สูงพอสมควร เราจะต้องมีการเตรียมทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว​ โดยระยะสั้น​ต้องดูว่าเราสามารถพูดคุยเจรจาต่อรอง​ เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ส่งออก​ และจะเยียวยาหรือช่วยอะไรได้บ้าง​ ขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์​ กำลังหาข้อสรุปเพราะตัวเลข 36% เพิ่งออกมา​

นายกฯกล่าวต่อว่า  ส่วนมาตรการต่างๆได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว​ ทั้งมาตรการเบื้องต้นและสิ่งที่กำลังจะคุยกันต่อ  เพราะที่จริงตัวเลขเฉลี่ยภาษีอยู่ที่ 9% แต่มีจำกัดว่าแต่ละประเภทสินค้าไม่ให้เกินเท่าไร เช่น​ ข้าวโพด  จึงมีการนำตัวเลขนั้นมาเป็นค่าเฉลี่ย​ ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงต้องมาดูว่าสามารถบาลานซ์ อะไรได้บ้าง​ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกับนายจุลพันธ์​ อมร​วิวัฒน์​ รมช.คลัง​ ภายหลังมีตัวเลขออกมา แต่ก็มีการพูดคุยกันมาสักพักแล้ว​ โดยเฉพาะเรื่องการตั้งทีมเจรจา​ จึงไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้​

เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้นำในการเจรจา​ นายกฯกล่าวว่า​ ตอนนี้ยังอยู่ในการดูแลของปลัดกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงการคลัง​ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนที่จะไปพูดคุย​ ต้องดูด้วยว่าจะไปพูดคุยกับใคร​ ในระดับไหน​ เนื่องจากมีหลายขั้น​ แต่ในระดับทำงานก็จะให้ปลัดไปพูดคุยกับทางนั้น​ รวมถึง​รัฐมนตรี​

เมื่อถามต่อว่า​ ตัวเลขที่ออกมา​ ได้มีการประเมินถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับไทยมาน้อยแค่ไหน​หรือไม่​ นายกฯ​ กล่าวว่า เรามีมาตรการ​ ที่จะดูแลผู้ประกอบการ​ แต่เรื่องของความเสียหายคิดว่า​ ยังสามารถเจรจาได้อยู่​ เพราะตัวเลข 36% ยังไม่ได้เปิดใช้งาน (Activate )มีแค่การเปิดใช้งานบางหัวข้อ​ พอได้ตัวเลขมา​ถ้ามีการต่อรองและปรับโครงสร้างภาษี ให้สมเหตุสมผล​ ยิ่งสมัยนี้เป็นแบบ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ( More for Iess  -​ less for More ) ไม่ได้เป็นแบบเดิมที่จะมาเยอะใส่กัน​ หรือน้อยก็ต้องน้อยทั้งคู่ เป็นเรื่องการต่อรองกัน ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะลงดีเทล​

เมื่อถามอีกว่าเป้าหมายที่จะไปต่อรอง จะให้ลดลงเท่าไร​ นายกฯกล่าวว่า​ จะขอให้รายละเอียดอีกครั้ง​

เมื่อถามย้ำว่าตัวเลข​ 72% ที่สหรัฐฯพูดถึงพอจะทราบหรือไม่ว่า​ตัวเลข 72% นี้​ มาจากไหน นายกฯ ​กล่าวว่า​ “โห้ย 72 % อย่างที่บอกว่า​ คือ​วิธีการคิดตัวเลข​ แต่จริงๆแล้วตัวเลขเฉลี่ยของเราอยู่ที่ 9% แต่วิธีคิดของเขา 72 %คือการเอาตัวเลขทั้งหมดที่ไปด้วยมาคิดเป็น​ 72% แล้วครึ่งหนึ่งก็คือ 36% เลยกลายเป็นตัวเลขนี้​ ซึ่งเป็นวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง​ เราก็ไม่เคยคิดแบบนี้​ แต่ก็เข้าใจแล้ว​”

เมื่อถามถึงกรณีที่จีนนำเข้าสินค้ามาที่ไทย โดยมีการสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยแล้วส่งออกทำให้ตัวเลขการส่งออกเราเยอะขึ้น​ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้น​ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดก่อนเรื่องภาษี​ของจีน จึงต้องดูอยู่แล้ว

เมื่อถามอีกว่าจะทำให้ตัวเลขจีดีพีพลาดเป้าจากที่รัฐบาลตั้งไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า​ เราต้องไม่ปล่อยให้ไปจุดนั้น​ ที่จะทำให้จีดีพีพลาดเป้า​ และเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับรมช.คลัง​ เขาก็จะคุยในส่วนคลังและจะชี้แจงรายละเอียดต่อประชาชนเร็วที่สุด​ เนื่องจากเพิ่งได้ตัวเลขมาเมื่อคืนนี้​ ส่วนแผนหรือโครงที่เราวางไว้​ ค่อนข้างที่จะแน่นพอสมควร​ แต่นี่เป็นตัวเลขใหม่ขึ้นมา ก็ต้องปรับ​ เพราะที่ผ่านมาเราได้มีการตรึงตัวเลขสินค้าทุกตัว​ โดยมีหัวหน้าคณะ​ คือ​ นายพันศักดิ์​ วิญญรัตน์​ ประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี​ ที่ทำเรื่องการค้าขายกับสหรัฐอเมริกา​ ซึ่งดูทุกสินค้าที่เรานำเข้าและส่งออก​ ดังนั้น​ เร็วๆนี้น่าจะมีมาตรการออกมา

ถอยตั้งหลัก!! ‘วันนอร์’เผยวันนี้ยังไม่พิจารณาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ บอกเร็วสุด 9 เม.ย.

ถอยตั้งหลัก!! ‘วันนอร์’เผยวันนี้ยังไม่พิจารณาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ บอกเร็วสุด 9 เม.ย.

ถอยตั้งหลัก!! ‘วันนอร์’เผยวันนี้ยังไม่พิจารณาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ บอกเร็วสุด 9 เม.ย.

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.51 น.

สภาฯถอย!! ‘วันนอร์’เผยวันนี้สภาฯ ยังไม่พิจารณาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ บอกเร็วที่สุด 9 เม.ย. ส่วนวาระวันนี้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 3 เม..ย.2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. ตนลาราชการเนื่องจากไปร่วมเทศกาลออกฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริของพี่น้องชาวมุสลิม ทำให้ไม่ทราบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวส่งมาที่สภาเมื่อไหร่ แต่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ทำหน้าที่อยู่ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวถูกบรรจุในลำดับที่ 15 แต่เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงทราบว่าทาง คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) อาจจะขยับร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับที่ 1 แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาได้ทันในวันนี้ เนื่องจากการพิจารณากฎหมายในสภาฯ ต้องส่งเนื้อหาให้สมาชิกพิจารณาก่อน ทำให้คาดว่าจะสามารถพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวได้เร็วที่สุดในวันที่ 9 เม.ย. โดยวันนี้วาระที่จะพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องเกี่ยวกับแผ่นดินไหว

‘นายกฯ’เตรียมถกคืบหน้า‘ตึกสตง.’ถล่ม 4 หรือ 7 เม.ย. ปม‘เหล็ก’ค่อนข้างชัดเจน

‘นายกฯ’เตรียมถกคืบหน้า‘ตึกสตง.’ถล่ม 4  หรือ 7 เม.ย. ปม‘เหล็ก’ค่อนข้างชัดเจน

‘นายกฯ’เตรียมถกคืบหน้า‘ตึกสตง.’ถล่ม 4 หรือ 7 เม.ย. ปม‘เหล็ก’ค่อนข้างชัดเจน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.28 น.

‘นายกฯ’เตรียมถกคืบหน้า‘ตึกสตง.’ถล่ม 4  หรือ 7 เม.ย. ปม‘เหล็ก’ค่อนข้างชัดเจน

เมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการสอบสวนหาสาเหตุ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)แห่งใหม่ถล่ม ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ นอกจากเรื่องเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน มีรายงานความคืบหน้าอื่นๆเข้ามาหรือไม่ ว่า เตรียมนัดประชุม  อาจจะไม่ใช่วันที่ 4 เม.ย.นี้ ก็เป็นวันที่ 7 เม.ย.เนื่องจากจะมีการรายงาน ในเรื่องของรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ขอให้ชัวร์กว่านี้ก่อน หากพูดไปก่อน อาจมีผลกระทบ แต่ยืนยันว่ามีการรายงานความคืบหน้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องเหล็กก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ค่อนข้างชัดเจน

เลือกพรรคที่ไม่หนุน!! ‘นิพิฏฐ์’บอกเลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่ กม.กาสิโน

เลือกพรรคที่ไม่หนุน!! 'นิพิฏฐ์'บอกเลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่ กม.กาสิโน

เลือกพรรคที่ไม่หนุน!! ‘นิพิฏฐ์’บอกเลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่ กม.กาสิโน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.15 น.

‘นิพิฏฐ์’บอกเลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่ กม.กาสิโน ลั่นพรรคไหนไม่มีนโยบายหนุนเลือกพรรคนั้นจบ

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่กฎหมายกาสิโน” โดยระบุว่า

“เลือกตั้งครั้งหน้าเดิมพันกันที่กฎหมายคาสิโน 

-รัฐบาลเร่งรีบจะนำร่างกฎหมายคาสิโน เข้าสภาในวันนี้ ตามนโยบายของ สทร. ผู้เป็นนายใหญ่ และผู้นำจิตวิญญาณของรัฐบาล

-เสียดายตั้งแต่น้องๆ คปท.,กองทัพธรรม ฯลฯ ตั้งเวทีปราศรัยครั้งใหม่ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ในรอบนี้ ผมยังไม่มีโอกาสร่วมปราศรัย,ร่วมกิจกรรมกับพี่น้องประชาชน เพราะมีงานกฎหมายที่รัดตัว ไม่อาจปลีกตัวไปได้ ต้องขออภัยพี่น้องที่ร่วมต่อสู้กันมา

-ตั้งใจว่า หลังสงกรานต์คงได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน

-กม.คาสิโน มิได้ซับซ้อนอะไรเลย เป็นที่หาเงิน เป็นที่ฟอกเงินสกปรกของนักการเมืองเท่านั้นเอง

-วันนี้หากพี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยกับกม.นี้ ตั้งหลักให้ดี แล้วถามตัวเองว่าเราใจแข็งพอหรือไม่หากเราใจแข็งพอก็ตั้งหลักว่า พรรคการเมืองไหนสนับสนุนกม.ฉบับนี้ ครั้งหน้าก็อย่าไปเลือก

-หากพรรคการเมืองไหนมีนโยบายไม่เอาคาสิโน ก็เลือกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปเพื่อยกเลิกกม.นี้ เท่านี้ก็จบ ถ้าประชาชนเดินตามแนวนี้ ไม่มีนักลงทุนที่ไหน กล้าที่จะเอาทุนมาลงเป็นหมื่นๆล้านหรอก เพราะลงไปแล้วหากถูกยกเลิกด้วยรัฐบาลใหม่ รับรองเจ๊ง!!

-ถ้าใจแข็งพอ เลือกตั้งครั้งหน้าก็ตัดสินกันที่ นโยบายไม่เอาคาสิโน ก็จบ!!

-ปัญหาคือ … ดูไป ดูมา ก็ยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนคัดค้านกม.คาสิโน อย่างเอาจริงเอาจัง นอกจากภาคประชาชนเท่านั้นที่ออกมาคัดค้าน หรือพรรคการเมืองเขาประเมินแล้วว่า เวลาเลือกตั้ง เขาจะใช้เงินคาสิโน ทำให้ประชาชนเงียบเสียงลงได้”

‘อาฟเตอร์ช็อก’การค้าโลก! ‘ดร.สันติธาร’แนะไทยตั้ง‘วอร์รูม’ด่วน รับมือโดน‘ทรัมป์’รีดภาษี36%

‘อาฟเตอร์ช็อก’การค้าโลก! ‘ดร.สันติธาร’แนะไทยตั้ง‘วอร์รูม’ด่วน รับมือโดน‘ทรัมป์’รีดภาษี36%

‘อาฟเตอร์ช็อก’การค้าโลก! ‘ดร.สันติธาร’แนะไทยตั้ง‘วอร์รูม’ด่วน รับมือโดน‘ทรัมป์’รีดภาษี36%

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.13 น.

‘อาฟเตอร์ช็อก’การค้าโลก! ‘ดร.สันติธาร’แนะไทยตั้ง‘วอร์รูม’ด่วน รับมือโดน‘ทรัมป์’รีดภาษี36%

3 เมษายน 2568 ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจอนาคต (Future Economy) ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นักยุทธศาสตร์แห่งอนาคต อดีตผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและภาคการเงินระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าในสหรัฐทุกประเภท 10% และจะเก็บภาษีเพิ่มเติมกับหลายประเทศ  โดยพบว่า ไทยถูกเก็บภาษีถึง 36% ระบุว่า…

รัฐบาลอเมริกาเพิ่งประกาศกำแพงภาษีครั้งใหญ่ที่เปรียบเสมือนเป็น ‘แผ่นดินไหว’ ช็อคการค้าไปทั้งโลกก็ว่าได้

*ทุกประเทศโดนภาษีอย่างน้อย 10%

*อีก 60ประเทศโดนภาษี ’หมัดสวน‘ (reciprocal tariff) ที่ประเทศไทยจะโดนถึง 36% สูงกว่าหลายประเทศ(ดูในคอมเมนท์)

อาฟเตอร์ช็อคของมาตรการครั้งนี้อาจจะรุนแรงและซับซ้อน เพราะว่า:

*หลายประเทศอาจเลือกที่จะใช้ไม้แข็งตั้งกำแพงภาษีกลับ สู้กันไปมา ทำให้การค้าโลกโดยรวมทรุดกว่าที่คิด

*บางประเทศอาจเสี่ยงตกเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอย (ความเสี่ยงของอเมริกาเองก็เพิ่มขึ้น)ทำให้

*เมื่อตลาดอเมริกาเหมือนจะกลายเป็น เมืองล้อมด้วยกำแพง ที่สินค้าเข้าไม่ได้หรือยากขึ้น ทุกประเทศก็จะคิดคล้ายๆกันคือต้องส่งออกไปตลาดอื่น ดังนั้นการแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นทั้งสำหรับการส่งออกของไทยในตลาดที่3 และสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆอาจทะลักเข้ามาในไทยมาขึ้น

*เดิมการลงทุนที่ไทยได้จากการหลบเลี่ยงสงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ อาจชะงักหรือชะลอเพราะตอนนี้ไทยเองก็โดนภาษีในระดับสูงเช่นกัน (แม้ว่าเวียดนามขะโดนมากกว่า)

*แน่นอนว่า ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายอย่าง เช่นว่ากำแพงภาษีทั้งหมดนี้เจรจาได้แค่ไหน แต่ความไม่แน่นอนนี่เองก็จะทำให้ธุรกิจต่างๆทั่วโลกต้องหยุดเพื่อรอดู ปรับแผน มีผลลบกับเศรษฐกิจการลงทุนทันที

ตอนนี้ยังฝุ่นตลบผมจะพยายามคอยเอาบทวิเคราะห์ดีๆมาแปะไว้ด้านล่างด้วย แต่สำหรับผมเชื่อว่านี่คือ ’แผ่นดินไหว‘ทางการค้าโลกที่มีผลกระทบต่อไทยอย่างมาก (และมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เคยคิดกัน) แน่นอน

ส่วนตัวจึงมองว่าจำเป็นต้องมี War Room ทีมพิเศษที่มีทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมรับมือเรื่องนี้และให้เป็นเรื่องเร่งด่วนพิเศษ

ธุรกิจต่างๆเองก็คงต้องเตรียมรับมือแรงกระแทกและปรับกลยุทธ์หาโอกาสในวิกฤตเช่นกัน เพราะช็อคครั้งนี้อาจไม่ใช่กระแทกระยะสั้นแต่จะมีผลปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจการค้าโลกระยะยาวด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

‘นายกฯอิ๊งค์’บินบุรีรัมย์ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด

‘นายกฯอิ๊งค์’บินบุรีรัมย์ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด

‘นายกฯอิ๊งค์’บินบุรีรัมย์ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.58 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’บินบุรีรัมย์ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาค-ท้องถิ่น มุ่งบูรณาการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัด

เมื่อเวลา 08.10 น.วันที่ 3 เม.ย.68  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบินแอร์บัส-320 ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลรอนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

สำหรับกำหนดการเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จะเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงมหาดไทยของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายใต้แนวทางนโยบาย 5 ด้าน พร้อมรับชมวีดิทัศน์ภารกิจขับเคลื่อนนโยบายสำคัญกระทรวงมหาดไทยของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

จากนั้น นายกรัฐมนตรี จะกล่าวเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ก่อนจะเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลา 12.00 น. เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อที่ทำเนียบรัฐบาล และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุมความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ บิมสเทค ที่โรงแรมแชงกรีลา ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ

หวังพึ่งได้ไหม? ‘ธีระชัย’ถามแรงถึงรัฐบาล มุ่งทำแต่‘กาสิโน-แจกเงิน’ ขณะที่‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีไทย

หวังพึ่งได้ไหม? ‘ธีระชัย’ถามแรงถึงรัฐบาล มุ่งทำแต่‘กาสิโน-แจกเงิน’ ขณะที่‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีไทย

หวังพึ่งได้ไหม? ‘ธีระชัย’ถามแรงถึงรัฐบาล มุ่งทำแต่‘กาสิโน-แจกเงิน’ ขณะที่‘ทรัมป์’ขึ้นภาษีไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.53 น.

3 เม.ย. 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ระบุว่า

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว

เมื่อคืนนี้ ทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีแก่ไทย ภาษีฐาน 10% บวกภาษีตอบโต้อีก 36% รวมเป็น 46% เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวหนัก ส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงไปสหรัฐ และทางอ้อมไปทั่วโลก

คนไทยจะหวังพึ่งรัฐบาลนี้ได้หรือ? ทำเป็นแต่กาสิโน แจกเงินหมื่น ประกวดกางเกงช้าง

ขอบคุณเรื่องจาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

https://www.naewna.com/inter/874663 ‘ทรัมป์’จัดชุดใหญ่‘กำแพงภาษี’สินค้านำเข้าทั่วโลก ‘ไทย’โดนไปจุกๆ36%

เตือนรัฐบาลดันทุรัง ระวัง‘กาสิโน’ซ้ำรอยนิรโทษสุดซอย

เตือนรัฐบาลดันทุรัง ระวัง‘กาสิโน’ซ้ำรอยนิรโทษสุดซอย

เตือนรัฐบาลดันทุรัง ระวัง‘กาสิโน’ซ้ำรอยนิรโทษสุดซอย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.03 น.

เตือนรัฐบาลดันทุรัง ระวัง‘กาสิโน’ซ้ำรอยนิรโทษสุดซอย

3 เมษายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “ระวัง กาสิโน ซ้ำรอย นิรโทษสุดซอย” ระบุว่า…

ระวัง กาสิโน ซ้ำรอย นิรโทษสุดซอย

เมื่อรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีท่าทีชัดเจนต้องการผลักดัน พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เร่งรัดเสนอ ร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ..ต่อสภาผู้แทนราษฎร และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็รับลูกบรรจุเป็นวาระด่วนในทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการชงลูกและรับลูกกันอย่างเป็นระบบ โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านจากภาคประชาชน มีการอ้างว่าเป็นม็อบคนหน้าเดิมบ้าง ม็อบจุดไม่ติดบ้าง ยังมีการท้าทายว่าถ้ากลัวม็อบแล้วจะนำร่างพรบ.สถานบันเทิงครบวงจร เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรทำไม

แต่ยิ่งนานวันกระแสคัดค้านก็ยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังขยายวงกว้างออกไป อาจจะลุกลามไปทั่วทั้งประเทศก็ได้ จนถึงตอนนี้มีการเคลื่อนไหว นอกจากการชุมนุมของกลุ่มคปท.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว ยังมีกลุ่มอื่นๆอีกหลายกลุ่มเช่น กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มเศรษฐศาสตร์เพื่อสังคม กลุ่มราชบัณฑิตยสภา กลุ่มศาสนา พระอารย์วังโส  และกลุ่มผู้นำแรงงาน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร และกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(ส่วนใหญ่ ) รวมทั้งมีการจัดม็อบทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดคู่ขนานกันไป เป็นการโหมโรงเพื่อให้สถานการณ์ทางการเมืองสุกงอม

ถ้ารัฐบาลยังดึงดันเดินหน้าต่อไป อาจจะพบจุดจบเหมือนกับกรณีการออกพรบ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย หรือล้างผิดเหมาเข่ง จนนำมาซึ่งการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มาแล้ว ถ้าหากปัญหาการเปิดบ่อนกาสิโน ปลุกกระแสจนคนทั้งประเทศลุกขึ้นมาต่อต้าน ก็อาจจะลุกลามมาเป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลแพทองธารเหมือนกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในอดีตก็เป็นได้

ระวังอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

‘ภท.’ลงสนามท้าชน‘ปชป.’ เลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน

‘ภท.’ลงสนามท้าชน‘ปชป.’  เลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน

‘ภท.’ลงสนามท้าชน‘ปชป.’ เลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

‘ภท.’ลงสนามท้าชน‘ปชป.’ เลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน

เปิดสมัครเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีธรรมราช วันแรกมีผู้สมัครเพียง 2 คน “ปชป.”ส่ง“ชินวรณ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราชหลายสมัยลงสู้ ด้าน“ภูมิใจไทย”ส่ง“ไสว”สามี“มุกดาวรรณ”รักษาพื้นที่ ด้าน“ก้องเกียรติ” จาก “กล้าธรรม” โวคลุกคลีประชาชนมานาน มั่นใจสู้คู่แข่งได้ เผย‘ธรรมนัส-นฤมล’เตรียมลงช่วยหาเสียง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 8 นครศรีธรรมราช แทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจาก นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล เจ้าของพื้นที่เดิมต้องคำพิพากษาศาลฎีกาพ้นจากตำแหน่ง โดย กกต.นครศรีธรรมราช ได้เปิดรับสมัครเลือกตั้งใหม่วันนี้เป็นวันแรก ใช้สถานที่โรงเรียนฉวาง เขตเทศบาลตำบลฉวาง เป็นสถานที่รับสมัคร

เวลา 08.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เดินทางมาเป็นคนแรก จากนั้น นายไสว เลื่องสีนิล สามี นางมุกดาวรรณ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เดินทางมาลงทะเบียนเป็นรายถัดมา จนเวลา 08.30น.มีผู้สมัครปรากฏตัวและลงทะเบียนเพียง 2ราย จึงเข้าสู่กระบวนการ โดยนายไสว จากพรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข 1 ส่วน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ จากประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 2

นายชินวรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ เข้าใจสถานการณ์ดีว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงที่มีความนิยมลดลงอย่างมาก แต่ด้วยที่ยืนยันในความเป็นประชาธิปัตย์มาถึง 9 สมัย ยังยืนยันในจุดยืนเดิมที่จะเดินหน้าทำงานต่อไปเพื่อประชาชน ผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการรณรงค์ ขอเรียกร้องให้ผู้สมัครทุกคนอยู่ในกติกา และขอท้าให้ไปให้คำมั่นต่อหน้าพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ในการดำเนินการเลือกตั้งอย่างสุจริต

เช่นเดียวกับ นายไสว เลื่องสีนิล ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ยืนยันเช่นเดียวกันว่า แม้จะมีคำพิพากษาจากศาลฎีกากับนางมุกดาวรรณ แต่ในส่วนตัวและพรรคนั้นจะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป โดยเคารพในการเลือกตั้งและทุกคนสามารถดำเนินการหาเสียงไปตามแนวทางของตัวเอง มั่นใจว่าประชาชาชนจะไว้วางใจให้แก่พรรคภูมิใจไทยและตนเองอีกครั้ง

สำหรับการสมัครวันแรกช่วงเช้ามีผผู้สมัครเพียง 2 รายนี้เท่านั้น แต่แนวโน้มผู้สมัครที่จะเข้ามาสมัครเพิ่มเติมจากพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคพร้อม ที่มีการประกาศตัวไปแล้วถึงความพร้อมในการสมัคร แต่อย่างไรก็ตามมีการคาดการว่าเขตเลือกตั้งนี้จะมีผู้สมัครมากกว่า 5 ราย ซึ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 8 จะประกอบด้วย อำเภอฉวาง อำเภอช้างกลาง อำเภอพิปูนและอำเภอนาบอน

ด้าน นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคคู่แข่งต่างก็เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม มั่นใจว่า จะสู้ได้หรือไม่ ว่า ตนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่กับประชาชนมา 10 ปี เป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) ตั้งแต่ปี 2563 ดังนั้น มั่นใจว่าสู้ได้ หากเปรียบเทียบกับผู้สมัครที่เสนอตัวอยู่ขณะนี้ ก็ถือว่าตนคลุกคลีกับประชาชนมากที่สุด ส่วนมั่นใจว่าจะปักธงได้หรือไม่นั้น ก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะตนอยากทราบว่า จากที่ทำงานเพื่อประชาชนมาตลอด ผลตอบรับของเราจะออกมาแค่ไหน ทั้งนี้ ตนจะไปสมัครรับเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 4เมษายนนี้ ในส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ ต้องดูสภาพอากาศ เพราะช่วงนี้ที่ จ.นครศรีธรรมราช เข้าหน้าฝน อาจจะมีเพียงการปราศรัยย่อย อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะมาช่วยลงพื้นที่หาเสียงด้วย

ผู้สื่อข่างรายงานว่า วันที่ 3 เมษายน2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแบบบูรณาการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือข้อราชการที่สำคัญ รวมถึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อ.เมืองบุรีรัมย์