‘นักวิชาการ มธ.’เตือน’อิ๊งค์’ต้องเว้นระยะ’มิน อ่อง หล่าย’ไม่ควรเกิดภาพใกล้ชิดใน BIMSTEC

'นักวิชาการ มธ.'เตือน'อิ๊งค์'ต้องเว้นระยะ'มิน อ่อง หล่าย'ไม่ควรเกิดภาพใกล้ชิดใน BIMSTEC

‘นักวิชาการ มธ.’เตือน’อิ๊งค์’ต้องเว้นระยะ’มิน อ่อง หล่าย’ไม่ควรเกิดภาพใกล้ชิดใน BIMSTEC

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.50 น.

‘นักวิชาการธรรมศาสตร์’แนะ’นายกฯ’ควรเว้นระยะ-ท่าทีการทูตกับ’มิน อ่อง หล่าย’ในวันประชุม BIMSTEC ระหว่าง 2 – 4 เม.ย.นี้ หากเกิดภาพใกล้ชิด-ส่วนตัว อาจถูกตีความว่ายอมรับผู้นำทหารเมียนมา ชี้ควรใช้โอกาสนี้ฟื้นนโยบาย Look West Policy ร่วมกับ’อินเดีย’อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า สิ่งที่น่าจับตาในการประชุมสุดยอดผู้นำบิมสเทค (BIMSTEC) ระหว่างวันที่ 2-4 เม.ย.2568 ณ กรุงเทพมหานคร (กทม.) คือการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแสดง และเรียกร้องการยอมรับสถานะของตนเอง (Recognize) ผ่านเวทีประชาคมระหว่างประเทศ ก่อนที่เมียนมาจะเปิดให้มีการเลือกตั้งในช่วงปลายปีนี้

รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า แม้การประชุม BIMSTEC ซึ่งมีสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย จะมีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เชื่อมต่อกับอ่าวเบงกอล แต่สิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือการเว้นระยะ และท่าทีทางการทูตต่อ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพราะหากปรากฏภาพว่านายกรัฐมนตรีไทยไปพบปะพูดคุยกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในลักษณะที่ใกล้ชิด และดูเป็นการส่วนตัว จะทำให้นานาประเทศตีความว่า นายกรัฐมนตรีไทยให้ความสำคัญ และยอมรับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาคนนี้เป็นพิเศษ 

“ในการนี้ การพบปะโดยรวมร่วมกับผู้นำชาติอื่นๆ หรือการถ่ายรูปกับมิน อ่อง หล่าย โดยแสดงความห่วงใยต่อการจัดการภัยพิบัติในเมียนมา หรือแสดงความขอบคุณต่อกรณีการปล่อยลูกเรือประมงไทย เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ต้องระมัดระวังไม่ควรแสดงออกถึงสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้งในเมียนมาที่ชัดเจนจนเกินไป นอกจากนั้น หาก มิน อ่อง หล่าย มาร่วมประชุมแบบออนไลน์ ก็ถือเป็นการดีที่จะลดเรื่องฉากการพบปะที่อาจมีบางมุมที่สื่อนานาชาติอาจตีความหรือเข้าใจได้ว่ารัฐบาลไทยอาจให้การหนุนรัฐบาลทหารเมียนมา” รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว 

รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าวอีกว่า หากเกิดภาพความใกล้ชิดระหว่างผู้นำ 2 ประเทศเป็นพิเศษ ข้อดีคือจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำต่อผู้นำไทย-เมียนมา มีความชื่นมื่น ทว่าในทางกลับกันปัจจุบันยังมีหลายประเทศที่วางตัวเป็นศัตรูหรือเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพทหารเมียนมา ซึ่งก็คงไม่พอใจบทบาทของไทยแน่ เขาจะมองว่าไทยให้ท้าย พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย มากจนเกินไป

“ช่วงที่ผ่านมาได้มีจดหมายประท้วงจากองค์การระหว่างประเทศ หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนในเมียนมา เป็นจำนวนหลายร้อยองค์กรว่าไม่อยากให้รัฐบาลไทยต้อนรับการมาเยือนของผู้นำทหารรายนี้ ฉะนั้นโจทย์ของไทยในวันนี้คือจะต้อนรับเขาอย่างไรโดยไม่ให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากจนเกินไป” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า โอกาสของรัฐบาลไทยจากการประชุม BIMSTEC ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ คือการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะการเป็นผู้เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเอเชียใต้ ผ่านการวางตัวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำนโยบายมุ่งสู่ตะวันตก (Look West Policy) กลับมาอีกครั้ง

“ในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร เคยมีการวิเคราะห์ถึงการมาบรรจบกันของสองนโยบายจากสองประเทศ คือนโยบายมองไปทางตะวันออกของอินเดีย (Look East Policy) กับนโยบายมุ่งสู่ตะวันตกของไทย (Look West Policy) ซึ่งเป็นแผนการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในต่างประเทศ ในช่วงของนายทักษิณ ที่มุ่งไปสู่การเจาะตลาดในบริเวณเอเชียใต้ผ่านประเทศเมียนมา เราจึงควรใช้โอกาสนี้ในการนำนโยบายนี้กลับมา” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวต่อไปว่า นโยบายมุ่งสู่ตะวันตกจะมาบรรจบกันได้กับนโยบายมุ่งสู่ตะวันออกของอินเดียที่ต้องการเจาะตลาดของไทยและอาเซียนผ่านเมียนมาเช่นกัน และตอนนี้ทางอินเดียได้มีการปรับคำศัพท์ทางนโยบายจาก Look East Policy มาเป็นนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy) จากที่เคยแค่มอง มาเป็นการปฏิบัติการอย่างจริงจัง ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีนโยบายปฏิบัติการตะวันตก (Act West Policy) เพราะที่ผ่านมาก็มีแค่ Look West แล้วก็เงียบหายไปนานหลายปี

“มาวันนี้ จึงควรจะใช้เวที BIMSTEC ในการเชื่อมร้อยความสัมพันธ์กับอินเดีย เราต้องมี Act West Policy ด้วย ที่จะมุ่งยุทธศาสตร์ในด้านนี้ให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ประเทศอินเดียภายใต้การนำของ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งว่าต้องการที่จะเข้ามาจัดการกับการพัฒนาด้านสันติภาพในประเทศเมียนมา รัฐบาลไทยจึงควรที่จะเจรจาเรื่อง Act West Policy ไปพร้อมๆ กับการแสดงบทบาทเป็นผู้เชื่อมต่อการดำเนินงานด้านสันติภาพในเมียนมาด้วย” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

‘ภูมิธรรม’ย้ำ’นายกฯ’สั่งใครผิดฟันไม่เลี้ยง ปมตึกสตง.ถล่ม

'ภูมิธรรม'ย้ำ'นายกฯ'สั่งใครผิดฟันไม่เลี้ยง ปมตึกสตง.ถล่ม

‘ภูมิธรรม’ย้ำ’นายกฯ’สั่งใครผิดฟันไม่เลี้ยง ปมตึกสตง.ถล่ม

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.23 น.

‘ภูมิธรรม’เผยสั่งทหารสนับสนุนงานกู้ตึก สตง.ถล่มเต็มที่ ระบุ ก.อุตฯ ลุยสอบเชิงลึกเหล็กเส้น ‘นายกฯ’สั่งใครผิดฟันไม่เลี้ยง เร่งสอบให้เร็ว อย่าทิ้งเวลา พร้อมกำชับกระทรวงเกี่ยวข้องทำหน้าที่เต็มที่

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งทหารเข้าไปช่วยสนับสนุน กรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม (สตง.) ถล่ม ว่า ในวันที่ 28 มี.ค. ภายหลังเกิดเหตุตึก สตง.ถล่ม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนเข้าไปตั้งศูนย์บัญชาการการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ในวันดังกล่าวเท่าที่ตนเข้าไปดูในพื้นที่ก็ยังสับสนในเรื่องการทำงานกันอยู่ จึงทำให้เป็น Single Command โดยให้มีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ส่วนในต่างจังหวัดได้ให้ทหารเข้าไปช่วยดูแล โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการได้เลย ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เราจะเน้นไปที่สถานศึกษา และโรงพยาบาล ถือเป็นเป้าหมายหลักที่เราจะต้องดูแล 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ตึก สตง.จะมีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดเป็นหลักในการคอยประสานให้การทำงานในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเป็นหัวหน้าสำนักป้องกันภัยพิบัติของ กทม. ที่จะทำงานร่วมกับผู้อำนวยการเขตจตุจักร 

เมื่อถามถึงรูปคดีที่เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร จะมีการตรวจสอบด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตรวจสอบหมด ทุกอย่างที่เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้ทราบว่า มันเป็นปัญหา ตอนนี้เราทำงานประสานกันทุกส่วน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะเข้าไปตรวจสอบให้ลึกขึ้น เนื่องจากรอบแรกเป็นการตรวจสอบเฉพาะหน้าเกี่ยวกับเหล็กเส้น ซึ่งมีการพบเหล็กเส้นที่ไม่ได้มาตรฐาน และเข้าใจว่า เขากำลังเตรียมการเข้าไปพิสูจน์ทราบในจุดที่เป็นปัญหาทั้งหมด ส่วนทางตำรวจกำลังทำคดี แต่ทั้งหมดยังไม่สามารถเข้าไปในอาคารได้ อยู่เพียงแค่ภายนอก ตอนนี้ทุกฝ่ายพยายามทำอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า บริษัทจีนที่เป็นคู่สัญญามีการรับงานของหน่วยราชการถึง 11 แห่ง จะต้องมีการรื้อสัญญามาดูด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่อยากลงรายละเอียดตรงนี้ แต่ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังพยายามทำอยู่ทุกเรื่อง เพราะนายกฯ สั่งการชัดเจนว่า อย่างไรต้องเอาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ ใครเป็นคนผิดต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ และให้พิสูจน์ทราบโดยเร็วด้วย ไม่ให้ทิ้งเวลาไป ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. มอบให้ทุกระทรวงที่เกี่ยวข้องในทุกเรื่องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมาจะ 1 สัปดาห์แล้ว ขั้นตอนปฏิบัติต่อไปจะดำเนินการอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้คิดว่า ต้องใช้ความเป็นวิทยาศาสตร์และใช้ความละเอียดรอบคอบ มันไม่ใช่เรื่องของการยื้อเวลา แต่เป็นเรื่องที่ถ้าจะสรุปต้องสรุปให้ชัดเจน และสามารถเอาผิดได้ ซึ่งทุกคนกำลังหน้าที่อยู่

‘สุดารัตน์’ซัดรัฐบาล’อิ๊งค์’ไม่สนวิกฤตชาติ มุ่งดันกม.บ่อน เมินสหรัฐขึ้นภาษี

'สุดารัตน์'ซัดรัฐบาล'อิ๊งค์'ไม่สนวิกฤตชาติ มุ่งดันกม.บ่อน เมินสหรัฐขึ้นภาษี

‘สุดารัตน์’ซัดรัฐบาล’อิ๊งค์’ไม่สนวิกฤตชาติ มุ่งดันกม.บ่อน เมินสหรัฐขึ้นภาษี

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.00 น.

‘สุดารัตน์’อัดรัฐบาล ‘อิ๊งค์’ ไม่สนวิกฤตชาติ เมินสหรัฐขึ้นภาษี กระทบส่งออกไทย ปล่อยผู้ประกอบการเผชิญชะตากรรม  แต่มุ่งผลักดันกฎหมายบ่อนอย่างไม่โปร่งใส  พาประเทศเสี่ยงเป็น ศูนย์กลางฟอกเงิน-อบายมุข ซัด’ซุปเปอร์บอร์ด’ปูทางเอื้อ ทุนพวกพ้อง จี้หยุดเดินหน้าทันที 

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กังวลท่าทีของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่เร่งรัดผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในกระบวนการพิจารณา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้เลือกที่จะเลี่ยงการนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่กลับเดินหน้าเต็มสูบหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็นำเข้าอนุมัติใน ครม.ทันที รวมทั้งรีบลงไปดูพื้นที่ ก่อสร้าง Entertainment Complex ที่จังหวัดภูเก็ต ถึงสองครั้ง และกำลังจะนำเข้าสภาในสัปดาห์นี้ ดูเร่งรีบเกินเหตุ 

ถือเป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับปัญหาของประเทศที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ และควรให้ความสำคัญมากกว่าการทำบ่อน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ การส่งออก หลังประธานาธิบดีทรัมท์ ประกาศว่าวันนี้ วันที่ 2 เมษายน เป็นวัน Liberation Day หรือ“วันปลดแอกสหรัฐอเมริกา” โดยจะขึ้นภาษีนำเข้ากับ 15 ประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐ โดยเรียกว่ากลุ่ม Dirty 15 ซึ่งไทยติดอันดับที่ 10 ที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯสูงถึง 46,000 ล้านดอลลาร์  แต่ยังไม่เห็นการดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังจากนายกฯแพทองธารเพียงแค่ตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าทีมในการแก้ไขปัญหาเท่านั้น 

“เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลควรจะ เตรียมพร้อมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมท์ประกาศ นายกฯควรตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมอบรองนายกฯ หนึ่งคนเป็นประธานดูแลเรื่องนี้โดยตรง อย่างเช่นที่ประเทศอินเดียและเวียดนามได้ดำเนินการแล้ว”หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ย้ำ

คุณหญิงสุดารัตน์ ยกตัวอย่างว่าหากสหรัฐขึ้นภาษีสัก 10% เราจะกระทบอย่างมาก เพราะเรามีมูลค่าส่งออกในปี 2568 คาดว่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากขึ้นภาษี 10% ความเสียหายก็อาจไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทแน่นอน รวมถึงจะกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกของไทย แต่รัฐบาลแพทองธาร กลับไม่มีความเคลื่อนไหว เหมือนปล่อยให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ทำให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ อยู่บนความเสี่ยง ในขณะที่ต้นทุนของผู้ประกอบการต้องเพิ่มขึ้น จากกำแพงภาษี ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจโดยตรง รวมทั้งความสามารถในการแข่งขันของไทยบนเวทีโลกจะลดลง

คุณหญิงสุดารัตน์ เชื่อว่านักธุรกิจผู้ส่งออกส่วนใหญ่อยากเห็นรัฐบาล ผู้นำรัฐบาล นายกฯแพทองธาร นำเรื่องที่สหรัฐจะดำเนินการมาตรการทางภาษีกับไทยมาปรึกษาหารือในสภาถกแถลงกัน เพื่อหามาตรการรับมือในสัปดาห์นี้ แทนการเร่งผลักดัน Entertainment Complex ที่เต็มไปด้วยข้อกังขาในเรื่อง ทุจริตเชิงนโยบาย  ที่จะพาเยาวชนไทย และผู้มีรายได้น้อย ให้กลายเป็น“ผีพนัน”ประเทศเสี่ยงเป็นศูนย์กลางฟอกเงิน-อบายมุข-อาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกอำนาจในการตัดสินเรื่องสำคัญทั้งหมดให้กับ“ซุปเปอร์บอร์ด” ปูทางเอื้อทุนพวกพ้อง 

“ดิฉันขอวิงวอนนายก หยุดเดินหน้านำพาประเทศไทยให้กลายเป็น ศูนย์กลางอบายมุข ทันที” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว 

ความวิบัติกำลังมา! ซัดเต็มข้อรัฐบาลลุกลี้ลุกลน เสนอร่างกม.กาสิโนเข้าสภา 3 เม.ย.

ความวิบัติกำลังมา! ซัดเต็มข้อรัฐบาลลุกลี้ลุกลน เสนอร่างกม.กาสิโนเข้าสภา 3 เม.ย.

ความวิบัติกำลังมา! ซัดเต็มข้อรัฐบาลลุกลี้ลุกลน เสนอร่างกม.กาสิโนเข้าสภา 3 เม.ย.

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.51 น.

ความวิบัติกำลังมา! ซัดเต็มข้อรัฐบาลลุกลี้ลุกลน เสนอร่างกม.กาสิโนเข้าสภา 3 เม.ย.

2 เมษายน 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ความวิบัติกำลังมา

เรื่องเร่งด่วนของนักการเมืองคือบ่อน เมื่อรัฐบาลเสนอมา ประธานสภารีบสนอง บรรจุเข้าวาระ 3 เมษายน ทันที ไม่น่าเชื่อ มุสลิมที่เคร่งครัดอย่าง วันนอร์ จะเห็นดีเห็นงามกับรัฐบาลเช่นนี้

กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์มันเร่งด่วนยังไง มันใช่นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาหรือ มันคือ ยาพิษเคลือบน้ำตาลชัดๆ

เร่งผลักดันจนน่าเกียจ ลุกลี้ลุกลน ประเทศนี้จะมีนักการเมืองที่ไว้วางใจเหลือไหม อย่าห่วงตำแหน่งลาภยศกันนักเลย คิดหรือว่า ร่วมสนับสนุนแล้วจะไม่ถูกเขี่ย ไม่มีแกะขาวจะหลงฝูงอยู่ในหมู่แกะดำได้ หรืออำนาจเงินบดบังตาเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไม่ยืนหยัดปกป้องคนไทยจากอบายมุข

จะได้รู้แจ้งสักที ไอ้ที่เห็นเป็นทองที่แท้ ขี้ เลิกสนับสนุน เลิกเชียร์กันได้แล้ว ไม่แปลกใจถ้าคนไทยจะออกมามืดฟ้ามัวดิน

คัดค้านต่อต้านกฎหมายฉบับนี้

โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก สภาผู้แทนราษฎร มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เป็นพิเศษ วันที่ 3 เม.ย.68 เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ไม่ใช่วันที่ 9 เม.ย.อย่างที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ‘วันนอร์’บรรจุร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ วาระพิเศษ 3 เม.ย.นี้)

เดือดแล้ว! ม็อบนัดบุกสภา 3 เม.ย.ต้านรัฐบาลดันร่างกม.กาสิโน ปลุกปชช.ลุกฮือ

เดือดแล้ว! ม็อบนัดบุกสภา 3 เม.ย.ต้านรัฐบาลดันร่างกม.กาสิโน ปลุกปชช.ลุกฮือ

เดือดแล้ว! ม็อบนัดบุกสภา 3 เม.ย.ต้านรัฐบาลดันร่างกม.กาสิโน ปลุกปชช.ลุกฮือ

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.05 น.

เดือดแล้ว! ม็อบนัดบุกสภา 3 เม.ย.ต้านรัฐบาลดันร่างกม.กาสิโน ปลุกปชช.ลุกฮือ

2 เมษายน 2568 นายพิชิต ไชยมงคล แกนกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ด่วน

ประธานสภา วันนอร์ จะบรรจุวาระร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาวันที่ 3 เมษายน นี้

ดังนั้น ขอเชิญพี่น้องที่ร่วมคัดค้าน กาสิโน มาพร้อมกันที่เวที คปท.วันพฤหัสที่ 3 เม.ย. เวลา 8.00 น.ก่อนเคลื่อนขบวนไปอาคารรัฐสภาให้ทันก่อนเวลา 9.00 น. เตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม #หยุดกาสิโน #สร้างประเทศสีขาว

ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ช้อความว่า “เร่งบรรจุร่างกาสิโน เท่ากับเร่งประชาชนออกมาคัดค้าน เจอกันเช้า 3 เมษายนหน้ารัฐสภา ถึงเวลาต้องช่วยกันค้านให้ถึงที่สุด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎร มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เป็นพิเศษ วันที่ 3 เม.ย.68 เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ไม่ใช่วันที่ 9 เม.ย.อย่างที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ‘วันนอร์’บรรจุร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ วาระพิเศษ 3 เม.ย.นี้) 

เมินต้าน‘กาสิโน’ ‘ชูศักดิ์’ยันเดินหน้าถกสภา 9 เม.ย. ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด

เมินต้าน‘กาสิโน’  ‘ชูศักดิ์’ยันเดินหน้าถกสภา 9 เม.ย.  ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด

เมินต้าน‘กาสิโน’ ‘ชูศักดิ์’ยันเดินหน้าถกสภา 9 เม.ย. ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.40 น.

เมินต้าน‘กาสิโน’ ‘ชูศักดิ์’ยันเดินหน้าถกสภา 9 เม.ย. ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด ยันเป็นเรื่องแถลงต่อสภา ตร.ปิดถนนม็อบยกระดับ

ปิดถนนหน้าทำเนียบฯหลังคปท.ม็อบต้าน“กาสิโน”ประกาศยกระดับชุมนุม ค้านร่างก.ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ“ชูศักดิ์”ขออย่ามองรัฐบาลเร่งรัด“ก.ม.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์” เดินหน้าถกในสภาฯ 9 เมษายน ก่อนปิดสมัยประชุมย้ำเป็นเรื่องที่แถลงต่อสภาไว้ ไม่ได้ทำโดยพลการรับสว.อาจไม่เห็นด้วย หวั่นซ้ำรอย‘กม.ประชามติ’ ชี้กมธ.รื้อเนื้อหาที่กฤษฎีกาเติมมาได้แต่ต้องมีเหตุผล

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรแจ้งประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจรโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ประจำวันอังคารที่ 1 เม.ย.บนถนนพิษณุโลกโดยปิดการจราจรตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จนถึงแยกสวนมิสกวัน โดยในเช้าวันนี้ ได้มีการนัดชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.),กองทัพธรรม,กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน(ศปปส.)ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ

หลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร(พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)เมื่อประชุม ครม.(27มี.ค.68)ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยมีสาระเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยกระดับการชุมนุม หยุดการเดินหน้าเรื่องการพนันออนไลน์ และบ่อนกาสิโน เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเสนอบรรจุร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.นี้ก่อนปิดสมัยประชุม10 เม.ย.จะเป็นการเร่งรัดเกินไปหรือไม่ว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะหากรอถึงการเปิดสมัยประชุมหน้า ก็จะเป็นความสะดวกในการใช้ความคิดอย่างเต็มที่และถกเถียงอะไรก็ว่ากันไป

นายชูศักดิ์กล่าวว่าทั้งนี้ขอเรียนว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ไม่ใช่คิดโดยพลการและเมื่อทำกฎหมายก็มีความรอบคอบพอสมควร เพราะให้กฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่าง ซึ่งเจตนารมณ์การมีกฏหมายฉบับนี้ หลายคนตีความว่าเราอยากมีกาสิโน แต่หากดูโดยลึกคนที่จะมาทำธุรกิจนี้ต้องมีการขออนุญาตอย่างน้อย 4 อย่างหากจะทำกาสิโนอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งในกฎหมายมีการระบุไว้ 9 ประเภท เช่น ศูนย์กีฬา โรงแรม การไปอธิบายว่ากาสิโนมีพื้นที่แค่ 10% คงไม่เกิดความเข้าใจสักเท่าไหร่ แล้วควรอธิบายว่าควรทำ 4 อย่างหรือมากกว่านั้น

เพราะฉะนั้น อย่าไปมองว่าเร่งรีบหรือไม่ ส่วนหากถามว่าทำไมถึงต้องทำในช่วงนี้ กฎหมายรัฐบาลต้องเร่งรีบอยู่แล้ว และกฎหมายกว่าจะตราขึ้นได้แต่ละฉบับนั้น และกว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ก็ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า จะฝ่าด่านมวลชนและนักวิชาการที่คัดค้านร่างกฎหมายนี้ได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ แต่เรื่องนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ ไม่ใช่เรื่องที่งุบงิบทำขึ้น และร่างกฎหมายก็มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ซึ่งรอบคอบรัดกุมพอสมควร

เมื่อถามว่า คาดว่าการผ่าน 3 วาระจะใช้เวลานานเท่าไหร่ นายชูศักดิ์ทกล่าวว่า เมื่อผ่านกรรมาธิการ จนสะเด็ดน้ำแล้ว ก็ต้องส่งไปวุฒิสภา ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเค้าจะแก้ไขขนาดไหน หากแก้ขึ้นมาก็ต้องมายืนยันเหมือนกฎหมายประชามติ และอาจต้องรอถึง 180 วัน

เมื่อถามย้ำว่า มองว่ากฎหมายนี้มีสิทธิ ที่จะซ้ำรอยกฎหมายประชามติใช่หรือไม่ ที่มีปัญหาในชั้น สว. นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เราแค่คาดเดาไว้ เพราะการตรากฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย สว.อาจจะไม่เห็นด้วย หรือขอแก้ไขบางส่วน

เมื่อถามว่า หากกฎหมายไม่ผ่านวาระแรก รัฐบาลจะแสดงสปิริทยุบสภาหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน จริงๆ เรื่องนี้แค่พูดกันโดยประเพณี

เมื่อถามอีกว่า เรื่องสัดส่วนพื้นที่กาสิโนสามารถแก้ไขในชั้น กมธ.ได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า กมธ. เค้าแก้ไขได้หมด อยากแก้อะไรก็แก้ อย่างบางคนโจมตีเรื่องเงื่อนไข หรือรายได้ที่จะเข้าเล่นกาสิโนต้องมี 50 ล้านบาท พร้อมกล่าวติดตลกว่า ตนเล่นไม่ได้เพราะมีไม่ถึง ส่วนจะตัดเรื่องกาสิโน ออกจากกฎหมายเลยได้หรือไม่นั้น นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุว่าต้องทำอย่างน้อย 4 ประเภท รวมทั้งกาสิโนด้วย ซึ่งอาจจะมากกว่าก็ได้

เมื่อถามว่า หากกมธ.ไปรื้อในส่วนที่กฤษฎีกา เพิ่มเติมขึ้นมาจะมีความเสี่ยงหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเขารื้อก็ต้องมีเหตุผล ก็ต้องมาว่ากัน

‘รมว.อุตสาหกรรม’แฉไอ้โม่ง วิ่งเต้น-ข่มขู่จนท. ปมตรวจเหล็กตึกสตง.

‘รมว.อุตสาหกรรม’แฉไอ้โม่ง  วิ่งเต้น-ข่มขู่จนท.  ปมตรวจเหล็กตึกสตง.

‘รมว.อุตสาหกรรม’แฉไอ้โม่ง วิ่งเต้น-ข่มขู่จนท. ปมตรวจเหล็กตึกสตง.

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘รมว.อุตสาหกรรม’แฉไอ้โม่ง วิ่งเต้น-ข่มขู่จนท. ปมตรวจเหล็กตึกสตง. ‘เอกนัฏ’ลั่นกลางครม.

ย้ำเหล็กไม่ได้มาตรฐาน DSI จ่อรับเป็นคดีพิเศษ

“ทวี”ลุยตรวจบริษัทต่างชาติทั่วประเทศใช้นอมินีหรือไม่ ชี้รับเหมาก่อสร้างตึก สตง.ส่อเป็นคดีพิเศษ ฮั้วประมูล ด้าน“รมช.พาณิชย์” เผยตั้ง กก.ลุยสอบบริษัทจีนสร้างตึก สตง. คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นหรือไม่ พบเกี่ยวพันกับอีก 13 บริษัท“เอกนัฏ”ลั่นรับผิดชอบเอง หลังพบมีคนวิ่งเต้น-ข่มขู่เจ้าหน้าที่ ปมตรวจเหล็กตึกสตง. เตรียมตรวจซ้ำ เก็บตัวอย่างแบบชี้เป้า หาจุดต้นตออาคารถล่ม ยันไม่ยอมให้‘บริษัทศูนย์เหรียญ’มาหาประโยชน์ในประเทศ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุตึกถล่มจากแผ่นดินไหว ว่าเรื่องการเยียวยาจะเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่มีการกระทำผิดทางอาญาเกิดขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวหากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ประมาททำให้เสียชีวิต ถือเป็นฐานความผิดทางอาญา ก็จะไปเข้าข้อกฎหมาย แต่ในการช่วยเหลือเยียวยาของเหตุภัยพิบัติ มีหลายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานที่ดูแลโดยตรง อย่างกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ซึ่งในส่วนของรัฐบาลมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เหมือนโศกนาฏกรรม ก็ต้องดูแลช่วยเหลือเต็มที่ ดังนั้นการเยียวยาทางด้านจิตใจและที่เป็นตัวเงินจะต้องมี ซึ่งในการเยียวยาเหตุภัยพิบัติสามารถทำได้เลย ไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด นอกจากนี้รัฐบาลอาจจะมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติม สำหรับของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะเข้าไปดูแลเรื่องหนี้สินครัวเรือน

เข้าข่ายความผิด3ประเด็นของยธ.

นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่จิตวิทยาเข้าไปดูเกี่ยวกับสภาพจิตใจ แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มีอยู่ 3 ประเด็นที่จะเข้าข่ายความผิด 1. การประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว ที่ใช้นอมินี เท่าที่ดูจากงบการเงินที่เผยแพร่กันอยู่ ของบริษัทดังกล่าว ขาดทุนมาตลอด และไม่มีการเสียภาษี อีกทั้งมีการนำเงินของบริษัทไปให้กรรมการกู้จำนวน 2 พันล้านบาท แม้อำนาจที่แท้จริงจะให้ต่างชาติ 49% ไทย 51% แต่หากมองในลักษณะมีอำนาจครอบงำ จะเห็นในเรื่องของการบริหาร ดังนั้นจึงต้องเข้าไปดู ประกอบกับการตรวจสอบสถานที่เดียวกัน กลุ่มคนเดียวกัน มีบริษัทในลักษณะนี้ 10 บริษัท ซึ่งต้องดูว่ามีการกระทำใดที่เป็นความผิดในพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว และเข้าข่ายที่จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปดำเนินการหรือไม่

2. หากสินค้าไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ดีเอสไอมีอำนาจในการสอบสวน และ 3.การจัดซื้อจัดจ้าง ที่เรียกว่าฮั้วประมูล หากเกินกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป กรมสอบสวนคดีพิเศษก็มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ เพราะเบื้องต้นเห็นว่าต่ำกว่าราคากลางเพียง 1% เท่านั้น ปกติการประมูลที่ไม่มีการแข่งขัน ควรต่ำกว่า 10-15%

เร่งสอบปมทำไมเกิดเหตุแค่ตึกเดียว

เมื่อถามว่า บริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 มีบริษัทเครือข่ายเดียวกันกว่า 24 บริษัท พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า ทราบจากการรายงานของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือการตรวจสอบว่า เพราะเหตุใดถึงเกิดเหตุแค่ตึกเดียว ก็จะดูว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งมีข้อมูลทางทะเบียนไปตรวจสอบ เรื่องการเสียภาษี ที่เกี่ยวกับกรมสรรพากร รวมถึงการตรวจสอบในเชิงลึก คือ การนำบุคคลที่เกี่ยวข้องมาซักถาม ก็จะได้ข้อมูล ก็ได้กำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งดำเนินการ

เตรียมลุยสอบนอมินีทั่วประเทศ

เมื่อถามต่อว่า จะพุ่งเป้าไปที่บริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ก่อนใช่หรือไม่ พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า นายกฯได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันต้องยอมรับ ว่า เศรษฐกิจของไทย เหมือนจีดีพีจะโต แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงจะไปดูว่าหากเราบังคับใช้กฏหมายธุรกิจของคนต่างด้าวให้เป็นไปตามกฏหมาย เงินที่จะไปสู่คนต่างด้าวเพียงอย่างเดียว ต้องกลับมาหาคนไทย 51% ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเคสนี้ แต่จะดูธุรกิจทั้งหมด ที่คนต่างด้าวดำเนินการ โดยให้สำนักความมั่นคงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดูเรื่องนอมินีทั้งหมด

พาณิชย์ขีดเส้น7วันสรุปผลสอบบ.จีน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) 51% ว่า ขณะนี้เราให้คณะกรรมการชุดใหญ่ ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร ลงไปตรวจสอบโดยใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ให้ดำเนินการเรื่องนี้และสรุปภายใน 7 วัน โดยในวันเดียวกันนี้ เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมอย่างเร่งด่วน กรอบการประชุมวันนี้มีหลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ลึก ขอไม่กล่าวตรงนี้เพราะเกี่ยวพันกับรูปคดี

พบเกี่ยวพันกับอีก13บริษัท

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่า บริษัทนี้เกี่ยวพันกับบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 13 บริษัท และทั้งหมดทำงานและรับงานที่ไหนบ้าง เราจะตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มข้นตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกฉบับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทดังกล่าวรับงานกี่โครงการ นายนรินทร กล่าวว่า ขออนุญาตเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เรากำลังสืบสวนสอบสวน ซึ่งหลังจากได้ข้อเท็จจริงจะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าบริษัทนี้เกี่ยวพันกับอีกกี่บริษัท และแต่ละบริษัทรับงานในประเทศไทยอะไรบ้าง งานแล้วเสร็จที่ไหนบ้าง หรือยังก่อสร้างอยู่

ถึงไม่พบตัวก็สรุปได้ว่านอมินีหรือไม่

เมื่อถามว่า หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบ บริษัทปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ทางบริษัทและทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า เรามีวิธีการดำเนินการในด้านอื่นอยู่ โดยเฉพาะทางสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เรามีวิธีการดำเนินการตามกฏหมาย ที่สามารถลงไปสืบสวนสอบสวนได้โดยไม่จำเป็นต้องพบตัว หรือแม้ว่าเขาจะหลบเราก็สามารถสรุปได้ว่าบริษัทนี้เป็นนอมินีหรือไม่ และรับงานที่ใดบ้าง แล้วเสร็จที่ไหนบ้าง ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ถามว่า มีคนไทยเข้าไปเป็นนอมินีให้กับบริษัทดังกล่าว นายนภินทร กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีคนไทยถือหุ้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเป็นนอมิหรือไม่ ต้องให้มีข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ก่อน

เชื่อมข้อมูลกรมที่ดินจัดการนอมินี

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบการกระทำผิดเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแบล็คลิสต์บริษัทที่เกี่ยวข้อง นายนภินทร กล่าวว่า ดำเนินการตามกฏหมายที่มีอยู่ ทุกข้อหา ทุกฉบับ และ 4 บริษัทที่อยู่ในตึกเดียวกันจะต้องมีการตรวจสอบหมด

เมื่อถามว่า จะมีการสุ่มตรวจบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว และบริษัทที่เข้าข่ายมีคนไทยเป็นนอมินีอื่นๆ อีกหรือไม่ นายนภินทร กล่าวว่า เราพยายามทำงานอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ แต่บริษัทมีจำนวนมากกว่า 2 หมื่นบริษัท และตอนนี้เราพูดคุยกับกรมที่ดิน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน กรมที่ดินมีข้อมูลว่าผู้ถือครองมีบริษัทที่ใดบ้าง แต่เขาไม่รู้ว่าผู้ถือครองบริษัทไปเปลี่ยนหุ้นทีหลังหรือไม่ ขณะนี้เรากำลังเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมที่ดิน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแบบเรียลไทม์ว่าบริษัทไหนถือครองที่ดินและโอนกรรมสิทธิ์ถือหุ้นอย่างไร และใช้อำนาจทุกอย่างที่คณะกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อไม่ให้นอมินีนั้นทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย

รมว.อุตฯขอดูผลก่อนเพิกถอนใบอนุญาต

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีนำทีมเข้าไปตรวจวัสดุก่อสร้างในจุดที่เกิดอาคาร สำนักงานตรวจเงินแผ่น (สตง.) ดินถล่ม ซึ่งได้ขออนุญาต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แล้ว ซึ่งมีทีมกู้ภัยมาช่วยตัดเหล็ก และเก็บตัวอย่างมาได้ 6 ประเภท ทั้งเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อย 3 ยี่ห้อ จากการตรวจสอบเมื่อวานพบว่ามีเหล็ก 2 ขนาด ที่ไม่ได้มาตรฐาน คือเหล็กไซส์ 20 และ 32 มาจากยี่ห้อเดียวกัน

ส่วนจะสั่งปิดโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เหล็กที่พบมาจากผู้ผลิตที่มาจากกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งหยุดโรงงานไปแล้ว เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว จากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผล ตามปกติเมื่อพบว่ามีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องเรียกเก็บของมาให้หมด ให้ผู้ผลิตหยุด และปรับปรุงก่อน ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้หยุดและปรับปรุงไปแล้ว จึงต้องไปดูว่ามีผลพอที่จะให้เพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่

เตรียมเข้าเก็บตัวอย่างเหล็กรอบสอง

เมื่อถามว่าเหล็ก 2 ขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน จะอนุมานว่าเป็นทั้งล็อตที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเฉพาะที่สุ่มตรวจตัวอย่าง นายเอกนัฏ กล่าวว่าการเข้าไปสุ่มตรวจจะทำ 2 รอบ โดยรอบแรกพื้นที่เกิดเหตุมีการกู้ภัยอยู่จึงเป็นการสุ่มตัวอย่างเพราะไม่อยากเข้าไปในพื้นที่อาคารที่กำลังมีการกู้ภัย โดยระหว่างเก็บตัวอย่างได้มีการติดกล้องที่เจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่าเก็บจากจุดไหนบ้าง แต่ละประเภทมีหลายตัวอย่าง และตอนที่ลำเลียงออกไป รวมถึงการแกะตัวอย่างก่อนตรวจสอบก็มีสื่อมวลชนบันทึกภาพอยู่ ส่วนรอบต่อไปจะเข้าพื้นที่ไปพร้อมกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้แล้ว โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมตำรวจ ซึ่งจะเป็นการเก็บแบบชี้เป้า ซึ่งจะต้องมีแบบ และจะต้องเอา BOQ ของผู้รับเหมาว่ามีเหล็กประเภทไหนบ้าง เก็บให้ครบทุกประเภท หลายตัวอย่าง และเก็บในจุดที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่ทำให้ตึกถล่ม ซึ่งจะเป็นการเก็บเต็มรูปแบบกว่าครั้งแรก

อึ้ง!โรงงานผลิตเหล็กโดนสั่งปิดไปแล้ว

นายเอกนัฏ ยังยอมรับด้วยว่า ตนก็อึ้งเหมือนกัน เพราะโรงงานที่พบว่าผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานนี้ เป็นโรงงานที่ตนไปตรวจ และสั่งปิดไปตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว แต่การก่อสร้างเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 สร้างมาแล้ว 5 ปี ซึ่งในการตรวจเหล็กจะตรวจ 2 ส่วน คือคุณสมบัติด้านการกล และคุณสมบัติทางเคมี ซึ่งครั้งแรกที่ไปตรวจตกทางเคมี และล่าสุดที่ตรวจเมื่อวานคือตกทางกล ที่ผ่านมาสั่งให้หยุดและอายัดของกลาง เรียกเก็บสินค้ามา และให้หยุดเพื่อปรับปรุง ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีการเปิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อสั่งให้หยุดปรับปรุง พอปรับปรุงแล้วก็หนังสือมาเพื่อสั่งเปิดและต้องเอาของมาตรวจอีกที ถ้ายังตกอีกคราวนี้ ก็อาจจะปิดและเพิกถอนใบอนุญาต มอก. ดังนั้นหลักฐานทั้งหมดที่เก็บมาได้ในครั้งนี้ ก็จะดูว่าเพียงพอหรือไม่ ที่จะไม่ให้เปิดอีก เพราะถ้าเปิดอีก ผลิตออกมาก็มีปัญหาอีก เราก็ต้องใช้กฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ เพื่อผลประโยชน์ประชาชน เรื่องนี้ตนต่อสู้มาตลอดไม่ใช่เรื่องเหล็กอย่างเดียวยังมีเรื่องสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย โดยพยายามเรียกเก็บของที่ไม่ได้มาตรฐาน

แฉมีคนวิ่งเต้น-ข่มขู่เจ้าหน้าที่

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ดำเนินการตรวจและปิดโรงงานเหล็กไปแล้ว 7 โรงงาน อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 3 โรงงาน มูลค่า 400 ล้าน อีกนัยหนึ่งคือมีอุตสาหกรรมธุรกิจศูนย์เหรียญที่มาอยู่ในประเทศแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับไทย เป็นทุนต่างชาติ 100% จ้างงานต่างด้าว 100% ภาษีบางเจ้าไม่ต้องจ่ายและได้รับ BOI ด้วย ซึ่งจากที่ตนทำมา 6 เดือน บางเรื่องมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการ และเมื่อวานนี้อยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ตนนำทีมไปเก็บหลักฐานเองทั้งหมด เพราะเชื่อว่าหลักฐานบางส่วน มีความสำคัญและมีน้ำหนัก และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่

“ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ผมได้ข่าวว่ายังมีความพยายามวิ่งเต้น และข่มขู่เจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ผมเข้าใจ ไม่เป็นไร ถ้าไม่กล้าพูดผมก็จะพูดเอง เกิดอะไรขึ้นผมรับผิดชอบเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าเราปล่อยปละละเลยต่อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

ลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่ระยอง2เม.ย.

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 2 เม.ย. จะมีการลงพื้นที่จะมีการลงพื้นที่ตรวจโรงงานใน ต.หนองละลอก จ.ระยอง ที่สั่งปิด หลัง สส.พรรคประชาชนลงพื้นที่ ซึ่งพบว่าโรงงานดังกล่าวยังมีความเคลื่อนไหวพบรถบรรทุกขนฝุ่นแดง ทั้งที่มีการสั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการลักลอบผลิตเหล็กอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ หากพื้นที่แล้วตรวจพบและพบว่ามีการลักลอบจะถูกตั้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีเพิ่มอีก

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“สภาฯ จะเป็นที่พิสูจน์ได้ว่าเรื่องไหนที่สำคัญเมื่อเข้าที่ประชุมแล้วก็ให้ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายเต็มที่ และพี่น้องประชาชนก็รับฟังว่าข้อมูลและสิ่งสำคัญที่รัฐบาลนำเสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้น จะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่”

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ประธานวิปรัฐบาล

ด่วน! ‘วันนอร์’บรรจุร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ วาระพิเศษ 3 เม.ย.นี้

ด่วน! 'วันนอร์'บรรจุร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ วาระพิเศษ 3 เม.ย.นี้

ด่วน! ‘วันนอร์’บรรจุร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ วาระพิเศษ 3 เม.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.31 น.

ด่วนจี๋! ‘สภาฯ’ สบช่องรับลูก ‘ครม.’ ยัดบรรจุร่าง ‘กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร’ เข้าระเบียบวาระ  3เม.ย.นี้ ยกเป็นเรื่องด่วนที่ 15  อ้าง ’ครม.‘ เป็นผู้เสนอ ด้าน ’ปธ.วิปค้าน‘ ยันอย่างไรก็พิจารณาไม่ถึง ดักคอ ’ฝ่ายค้าน-รัฐบาล‘ คุยกันแล้วจะเอาญัตติด่วน ’แผ่นดินไหว‘ ขึ้นมาก่อน

วันที่ 1 เมษายน 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงเย็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ 3 เม.ย.นี้ โดยมีเรื่องด่วน เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 5 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยเป็นเรื่องด่วนที่ 15 ซึ่งหากที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ถามสด ญัตติต่างๆ และรายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว และคณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน (วิป) สามารถเจรจากันได้ ก็อาจจะสามารถพิจารณาร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอวันที่ 9 เม.ย. 

ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วาระถูกบรรจุอยู่ในวันพฤหัสบดี ซึ่งต่อให้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว อย่างดีก็น่าจะอยู่ในคิวที่ 6-7 คาดว่าน่าจะไม่ถึงอยู่แล้ว นอกจากนี้มีการตกลงกันระหว่างวิป 2 ฝ่าย ว่าจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเกี่ยวกับเหตุการณ์ดินไหว โดยตนประสานไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และเมื่อถามว่าจะสามารถเลื่อนระเบียบวาระร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขึ้นมาก่อน สามารถทำได้หรือไม่ จริงๆ สามารถทำได้ แต่ตามข้อบังคับ การเลื่อนระเบียบการประชุมที่เป็นกฎหมาย จะมีผลในการประชุมครั้งถัดไป ดังนั้น ณ ตอนนี้ น่าจะสามารถยืนยันได้แล้วว่าในสัปดาห์นี้จะยังไม่มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 

สพฐ.เคาะวันสอบเข้า ม.1 ม.4 ใหม่ เป็นวันที่ 5-6 เมษายน เช็กไทม์ไลน์ได้ที่ปฏิทินรับนักเรียน

สพฐ.เคาะวันสอบเข้า ม.1 ม.4 ใหม่ เป็นวันที่ 5-6 เมษายน  เช็กไทม์ไลน์ได้ที่ปฏิทินรับนักเรียน

สพฐ.เคาะวันสอบเข้า ม.1 ม.4 ใหม่ เป็นวันที่ 5-6 เมษายน เช็กไทม์ไลน์ได้ที่ปฏิทินรับนักเรียน

วันอังคาร ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.20 น.

สพฐ. เคาะวันสอบเข้า ม.1 ม.4 ใหม่ เป็นวันที่ 5-6 เมษายน พร้อมออกปฏิทินรับนักเรียน เน้นยืดหยุ่นเข้ากับสถานการณ์

วันที่ 1 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย และมีการเสนอแนวคิดในการกำหนดวันสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ใหม่ ในวันที่ 26-27 เมษายน 2568 นั้น 

ล่าสุดหลังจากได้รับข้อมูลการสำรวจความเสียหายของโรงเรียนในสังกัด พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไม่ได้รับผลกระทบหรือเกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย มีความพร้อมที่จะจัดการสอบ อีกทั้งพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันและเหตุผลด้านความปลอดภัยที่มีแนวโน้มดีขึ้นทุกวัน จึงมีมติเลื่อนวันสอบคัดเลือกนักเรียน ชั้น ม.1 และ ม.4 ทั่วประเทศ เป็นวันเสาร์ที่ 5 เมษายน และวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 ตามลำดับ ทั้งนี้ หากโรงเรียนใดยังไม่มีความพร้อมหรือยังไม่มีความปลอดภัยด้านอาคารสถานที่ ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาใช้ดุลพินิจเลื่อนออกไปก่อนได้ตามความเหมาะสม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองเป็นสำคัญ พร้อมทั้งกำหนดปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2568 แจ้งไปยังโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศให้ทราบโดยทันที

สำหรับปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2568 กำหนดวันสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.1 เป็นวันที่ 5 เมษายน ประกาศผลภายในวันที่ 7 เมษายน รายงานตัวและมอบตัวภายในวันที่ 10 เมษายน ขณะที่วันสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.4 เป็นวันที่ 6 เมษายน ประกาศผลภายในวันที่ 8 เมษายน รายงานตัวและมอบตัวภายในวันที่ 10 เมษายน จากนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง จะประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ยังมีที่ว่างสามารถรับนักเรียนได้ ผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 11 เมษายน โดยนักเรียนที่ไม่ผ่านการสอบคัดเลือกหรือยังไม่มีที่เรียน สามารถยื่นความจำนงขอให้จัดสรรที่เรียนได้โดยตรง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง หรือผ่านระบบออนไลน์ ในระหว่างวันที่ 17-22 เมษายน จากนั้นสำนักงานเขตพื้นที่ฯ จะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 24 เมษายน และมอบตัวนักเรียน ณ โรงเรียนที่ได้รับการจัดสรร ภายในวันที่ 27 เมษายน 2568 โดยโรงเรียนสามารถเตรียมความพร้อม/ปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนได้ตามแผนที่กำหนด และเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ต่อไป  

ส่วนข้อกังวลของผู้ปกครองในประเด็นต่างๆ นั้น สพฐ. ได้เตรียมแผนรองรับไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ ในด้านความปลอดภัย ให้โรงเรียนตรวจสอบความมั่นคง ความแข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารที่ใช้จัดสอบ ไม่ใช้ห้องสอบในชั้นที่สูง ๆ และให้เตรียมการวางแผนอพยพ แผนเผชิญเหตุ กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ ไว้ตามแนวทางที่ สพฐ. เคยแจ้งไว้ รวมทั้งประสานหน่วยงานข้างเคียง เช่น ฝ่ายปกครองในพื้นที่ หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ส่วนการประกาศผลและรับรายงานตัวจะดำเนินการผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ ป้ายประกาศ/สถานที่ในโรงเรียน เว็บไซต์/เฟซบุ๊กของโรงเรียน และระบบออนไลน์ของโรงเรียน เป็นต้น เพื่อให้มีความหลากหลายและเข้าถึงได้อย่างสะดวก ในด้านความกังวลใจว่าจะจัดหาเครื่องแบบนักเรียนหรืออุปกรณ์การเรียนไม่ทันวันเปิดเทอมนั้น สพฐ. ได้เตรียมพร้อมให้ทางโรงเรียนจ่ายเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน ให้กับนักเรียนในวันมอบตัว เพื่อให้ผู้ปกครองเตรียมการได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน 

“สพฐ. เข้าใจดีว่าการเลื่อนวันสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ส่งผลต่อการเตรียมตัวของนักเรียนและผู้ปกครอง และได้พิจารณาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลกระทบกับนักเรียนและผู้ปกครองน้อยที่สุด ทั้งนี้ สพฐ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ตามข้อสั่งการของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความห่วงใยสวัสดิภาพของนักเรียนและผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ก็ได้เร่งตรวจสอบอาคารสนามสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่สอบมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการสอบ และหากในช่วงเปิดภาคเรียนเกิดเหตุแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติใดๆ ขึ้นอีก เราก็สามารถจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นเข้ากับสถานการณ์ได้ จึงขอให้ผู้ปกครองคลายความกังวลใจได้ เราจะดูแลนักเรียนทุกคนอย่างดีที่สุด เพราะหัวใจของเรา คือ ความปลอดภัยของนักเรียน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว