ททท. เดินหน้าผลักดันไทยสู่ ‘จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก’ ดึงเชฟดาวมิชลิน เสวนา ‘เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือมิชลิน ไกด์’

ททท. เดินหน้าผลักดันไทยสู่ ‘จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก’ ดึงเชฟดาวมิชลิน เสวนา ‘เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือมิชลิน ไกด์’

ททท. เดินหน้าผลักดันไทยสู่ ‘จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก’ ดึงเชฟดาวมิชลิน เสวนา ‘เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือมิชลิน ไกด์’

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.02 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านอาหารของประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังการเข้ามาของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ในประเทศไทย ครบ 8 ปี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเวทีเสวนา พร้อมด้วยนายศุภักษร จงศิริ (เชฟไอซ์ จากร้านศรณ์ รางวัลสามดาวมิชลิน)  นายสิทธิกร จันทป (เชฟอู๋ จากร้านอัคคี รางวัลหนึ่งดาวมิชลิน และ MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568) และนายวีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ (เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์ รางวัลบิบ กูร์มองด์ จังหวัดอุดรธานี) ร่วมนำเสนอความสำเร็จจากความร่วมมือในการผลักดันศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก  ณ ห้องบอลรูม โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ถนนราชดําริ เขตปทุมวัน

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า “ความร่วมมือกับมิชลินตลอด 8 ปีที่ผ่านมาได้ช่วยยกระดับวงการอาหารไทยและการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม จากการเริ่มต้นแนะนำร้านอาหารใกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2561 ซึ่งมีร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เพียง 98 ร้าน ปัจจุบันคู่มือเล่มล่าสุดปี 2568 มีจำนวนถึง 462 ร้าน ครอบคลุม 11 พื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค และที่สำคัญในปี 2568 นี้ ร้านศรณ์ โดย เชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ ได้รับสามดาวมิชลินเป็นร้านแรกในประเทศไทยและเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกของโลก นับเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญของวงการอาหารไทย”

การเข้ามาของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 ได้ส่งผลให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ของประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากผลการประเมินภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้านอาหารประจำปี 2567 โดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีภาพลักษณ์เป็น “แหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหารที่โดดเด่น” ในระดับ 53% เพิ่มขึ้นจาก 44% ในปี 2566 ครองอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น”

ภายในงานเสวนา เชฟจากร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำโดยคู่มือ “มิชลิน ไกด์” ที่เข้าร่วมยังได้กล่าวถึงแนวทางของแต่ละร้านที่ล้วนยกระดับการใช้วัตถุดิบพื้นบ้านนำไปสู่อาหารติดดาวมิชลินระดับโลก โดย เชฟไอซ์ จากร้านศรณ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยภาคใต้ ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการค้นพบวัตถุดิบท้องถิ่นภาคใต้ที่เริ่มสูญหายด้วยการเดินทางไปเลือกวัตถุดิบในพื้นที่ด้วยตัวเอง และนำมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับเทคนิคปรุงอาหารที่ทันสมัยกลายเป็นเมนูสุดพิเศษเสิร์ฟในแบบอาหารใต้ไฟน์ไดนิงที่สามารถยกระดับอาหารไทยไปสู่ระดับโลก

เชฟอู๋ จากร้านอัคคี

เชฟอู๋ จากร้านอัคคี มีความสนใจในการเฟ้นหาวัตถุดิบจากแหล่งโดยตรงของเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย จนกว่าจะรวบรวมวัตถุดิบได้ครบก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร นำมาปรุงและปลุกชีวิตสูตรอาหารโบราณหยิบมาเล่าให้คนทั่วโลกได้เห็นวัฒนธรรมอาหารไทยในรูปแบบสำรับอาหารให้น่าสนใจ

รวมถึง เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์ นำเสนอมุมมองอาหารอีสานที่มีมากกว่าส้มตำไก่ย่างตามที่คนส่วนใหญ่รู้จัก โดยจะนำวัตถุดิบจากตลาดพื้นบ้านตามฤดูกาล ฟาร์มออร์แกนิก มานำเสนอด้วยเทคนิคการปรุงที่ชูคุณสมบัติทางอาหารและยาของเครื่องปรุงแต่ละชนิด ด้วยรูปแบบอาหารอีสานสมัยใหม่ที่อร่อย สวยงาม และมีคุณค่าทางโภชนาการ

เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์

สำหรับภาพลักษณ์ด้านอาหารของไทยในระดับนานาชาติ พบว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิ นิตยสารชื่อดัง Time Out ได้จัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอาหารที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลกประจำปี 2568 รองจากเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนาของสหรัฐอเมริกา โดย Time Out เผยว่ากรุงเทพฯ มีอาหารคุณภาพหลากหลายรูปแบบทั้งอาหารไฟน์ไดนิงที่สร้างประสบการณ์อันน่าจดจำและอาหารสตรีตฟู้ดราคาไม่ถึง 100 บาทที่ให้ประสบการณ์ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังขึ้นชื่อเรื่องมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารที่หลากหลายและโดดเด่นในหลายจังหวัดนอกเหนือจากกรุงเทพฯ โดยเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ยังได้ขึ้นทะเบียนให้จังหวัดภูเก็ต (ปี 2558) และจังหวัดเพชรบุรี (ปี 2564) เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) โดยยกย่องวัตถุดิบท้องถิ่นอันล้ำค่าและสูตรอาหารแบบดั้งเดิมของชุมชน ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่นจากอาหารได้กว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

เชฟไอซ์ จากร้านศรณ์

ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของวงการอาหารไทย โดยมั่นใจว่าประเทศไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำของโลก และสามารถสร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์และน่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

StarCruises เปิดเส้นทางเดินเรือสำราญ Star Voyager สู่เกาะสมุยและสิงคโปร์

StarCruises เปิดเส้นทางเดินเรือสำราญ Star Voyager สู่เกาะสมุยและสิงคโปร์

StarCruises เปิดเส้นทางเดินเรือสำราญ Star Voyager สู่เกาะสมุยและสิงคโปร์

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.01 น.

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีในอุตสาหกรรมเรือสำราญทั้งในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ  StarCruises แบรนด์ล่องเรือที่ได้รับการรีแบรนด์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เฉลิมฉลองการออกเดินทางครั้งแรกจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการเดินทางมาถึงของเรือสำราญ Star Voyager ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ประตูสู่ประเทศไทย โดยการเปิดเส้นทางใหม่นี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้ง StarCruises และประเทศไทยในการตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะศูนย์กลางการล่องเรือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรือ Star Voyager ได้ปรับปรุงครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ล่องเรือสุดพิเศษให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยมีจุดเริ่มต้นการเดินทางจากประเทศไทย เส้นทางพิเศษ 5 คืน โดยเริ่มออกเดินทางครั้งแรก 22 เมษายน 2568 และมีรอบเพิ่มเติมในวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 โดยเส้นทางเดินเรือจะจอดแวะที่เกาะสมุยและประเทศสิงคโปร์ การเปิดเส้นทางใหม่นี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดการเติบโตของนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการท่องเที่ยวเรือสำราญให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเกาะสมุย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ในครั้งนี้ นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เข้าร่วมพิธีต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีในรอบการเดินเรือปฐมฤกษ์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ ไมเคิล โกห์ ประธานบริษัท StarDream Cruises รวมถึงคณะเจ้าหน้าที่จากภาครัฐและหน่วยงานท่องเที่ยวต่าง ๆ

“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำเรือสำราญ Star Voyager มาเริ่มต้นออกเดินทางจากประเทศไทยและได้ทำการเปิดตัวและรีแบรนด์ StarCruises ในประเทศไทย”  ไมเคิล โกห์ ประธานบริษัท StarDream Cruises กล่าว “การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการล่องเรือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม หลากหลายประเทศให้เดินทางมายังเมืองไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น”

ในระหว่างทริปล่องเรือ 5 คืน เส้นทาง “เกาะสมุย – สิงคโปร์” ผู้โดยสารจะได้ใช้เวลา 2 วันเต็มในการล่องเรือกลางมหาสมุทร ท่ามกลางบรรยากาศแสนพิเศษ พร้อมเพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กิจกรรมหลากหลาย และอาหารรสเลิศที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันบนเรือ Star Voyager โดยประเภทที่พักบนเรือมีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้องพักแบบ Interior (ห้องไม่มีหน้าต่าง), Oceanview (ห้องวิวทะเล), และ Balcony (ห้องพร้อมระเบียงส่วนตัว) ไปจนถึงห้องสวีทสุดหรูอย่าง Palace Suites ซึ่งมาพร้อมสิทธิ์พิเศษ เช่น การเข้าใช้พื้นที่ส่วนตัวเฉพาะแขกของ Palace, บริการพนักงานดูแลส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง และประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้โดยสารอย่างแท้จริง

กิจกรรมและความบันเทิงบนเรือมีให้เลือกอย่างจุใจ อาทิ สวนสนุก Adventure Park, สวนน้ำ Aqua Park และสไลเดอร์ สวนน้ำสำหรับเด็ก และกำแพงปีนหน้าผาจำลอง ลานโบว์ลิ่ง, ซิปไลน์ และกิจกรรมในธีมพิเศษต่าง ๆ การแสดง Live Performances สุดตระการตา ณ โรงละคร Zodiac Theatre

ไม่ว่าคุณจะมองหาทริปสำหรับครอบครัว คู่รัก หรือการพักผ่อนแบบมีระดับ Star Voyager พร้อมมอบประสบการณ์ล่องเรือระดับโลก ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบของนักเดินทาง ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ http://www.rwcruises.com

โคเวย์แชร์ทริคผิวสวย-หน้าใสช่วงหน้าร้อน แค่ ‘ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

โคเวย์แชร์ทริคผิวสวย-หน้าใสช่วงหน้าร้อน แค่ ‘ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

โคเวย์แชร์ทริคผิวสวย-หน้าใสช่วงหน้าร้อน แค่ ‘ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงซัมเมอร์ที่อากาศร้อนจัด และแสงแดดแรงนั้นส่งผลเสียและเกิดปัญหาต่อผิวมากมายหลายคนโฟกัสแค่การสรรหาครีมบำรุงหรือสกินแคร์ต่างๆ เพื่อฟื้นบำรุงจนอาจลืมไปว่า “น้ำดื่มสะอาด” คือหัวใจสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณจากภายในอย่างแท้จริง

“น้ำ” คือตัวช่วยผิวสวยที่คุณอาจกำลังมองข้าม เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกายมากกว่า 60% และยังเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้เลยในแต่ละวัน นอกจากช่วยหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ และทำให้สุขภาพโดยรวมของเราแข็งแรงแล้ว การดื่มน้ำให้เพียงพอยังมีส่วนช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และยังช่วยชะลอวัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น น้ำยังช่วยลดการเกิดสิว ริ้วรอยก่อนวัย และทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเหล่าดารานักแสดง และเซเลบริตี้คนดังต่างดื่มน้ำกันอย่างจริงจัง เพราะนี่คือ “เคล็ดลับผิวสวย” ที่เห็นผลได้จากภายในนั่นเอง

ผิวแห้ง vs ผิวขาดน้ำ ต่างกันอย่างไร? หลายคนอาจไม่รู้ว่าผิวแห้งกับผิวขาดน้ำนั้นมีความแตกต่างกัน ผิวแห้ง คือสภาพผิวที่ผลิตน้ำมันน้อย มักลอกเป็นขุย หยาบกร้าน ส่วนผิวขาดน้ำ เกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส อาจมันบางจุดแต่กลับลอกบางจุด แถมยังเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม และรอบดวงตา เคล็ดไม่ลับดื่มน้ำให้ถูกวิธี สู่ผิวสวยง่าย ๆ ด้วยตัวคุณ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตร หรือประมาณ 8 – 10 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ที่สำคัญที่สุดคือน้ำที่คุณดื่มควร “สะอาดและปลอดภัย” เพราะสิ่งปนเปื้อนเพียงเล็กน้อย ก็อาจสะสมในร่างกายและส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวในระยะยาวได้อย่างคาดไม่ถึง

ดื่มน้ำสะอาดทุกวันได้ง่าย ๆ ด้วยนวัตกรรมเครื่องกรองน้ำ Coway หากคุณกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำที่ตอบโจทย์ทั้ง “คุณภาพน้ำสะอาด” และ “ดีไซน์ที่ลงตัวกับบ้านยุคใหม่” ขอแนะนำ 2 รุ่นฮิตจาก Coway ที่กำลังมาแรงปีนี้ Coway MY ICE – น้ำสะอาดพร้อมน้ำแข็งในเครื่องเดียว เครื่องกรองน้ำระบบ RO ที่ให้คุณเลือกใช้น้ำ 3 อุณหภูมิ (ร้อน / ปกติ / เย็นจัด) พร้อมฟังก์ชันสุดล้ำที่สามารถทำน้ำแข็งจากน้ำดื่ม RO ได้ในเครื่อง มาพร้อมระบบฆ่าเชื้อด้วยแสง UV อัตโนมัติ และแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ 5.1 ลิตร ช่วยให้คุณดื่มน้ำสะอาดได้ตลอดวัน เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่ใส่ใจสุขภาพอย่างแท้จริง ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอล ทันสมัย และระบบ Touchscreen ใช้งานง่าย พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งจะเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อแสงในห้องมืดลง

Coway DAZZIE – กะทัดรัด เรียบง่าย แต่ฟังก์ชันจัดเต็ม เครื่องกรองน้ำไซซ์เล็กแต่จัดเต็มเรื่องประสิทธิภาพ Coway DAZZIE มาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิน้ำถึง 6 อุณภูมิ โดยสามารถปรับน้ำร้อนได้ถึง 4 ระดับ พร้อมน้ำเย็น และน้ำอุณหภูมิห้อง ตอบโจทย์ทั้งการชงนมสำหรับเด็กทารก ชากาแฟเพื่อการเริ่มต้นวันอย่างกระปรี้กระเปร่าหรือช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลาย หรือแม้แต่การทำอาหารสำเร็จรูปได้ง่ายดายกว่าที่เคย พร้อมระบบ UV Sterilization ที่ก๊อกน้ำและโหมด Sleep Mode ประหยัดพลังงานอัตโนมัติ มั่นใจได้ในความปลอดภัยกับระบบ Child Safety Lock ป้องกันอุบัติเหตุจากน้ำร้อน พร้อมเทคโนโลยี Coway Nanotrap™ กรองสิ่งปนเปื้อนระดับนาโน หรูหราด้วยดีไซน์สวย และมีให้เลือกถึง 4 สีสุดคิวต์ทั้ง Peach Pink, Ciel Blue, Pebble Gray และ Porcelain White เหมาะกับทุกพื้นที่แม้ในออฟฟิศหรือคอนโดขนาดเล็ก

อย่ารอให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือสุขภาพทรุดโทรม เพราะสุขภาพและผิวพรรณที่ดี เริ่มได้ตั้งแต่ “วันนี้” เพียงแค่เปลี่ยนมาดื่ม “น้ำสะอาด” ที่ดีต่อร่างกายและปลอดภัยในทุกวัน ก็สามารถเห็นความแตกต่างของผิวพรรณที่สดใสและสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมล่าสุดจาก Coway ที่เว็บไซต์ http://www.coway.co.th หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/CowayThailandOfficial

คุณแหน: 30 เมษายน 2568

คุณแหน: 30 เมษายน 2568

คุณแหน: 30 เมษายน 2568

วันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

llธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยสู่ความร่วมสมัย โดยมี ประภัสรา ศรีทอง, ชัยพร แพภิรมย์รัตน์, พงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ พร้อมด้วย กลุ่มทอผ้าและผู้ผลิตงานหัตถกรรมในจ.ชลบุรี 60 ราย เข้าร่วม..๐๐

llอโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานพิธีแถลงผลการประกวดนางสาวไทยนครปฐม พร้อมเปิดตัวและมอบมงกุฎนางสาวไทยนครปฐม 2568 ให้กับ เบญจพร สรเกตุ ได้เป็นตัวแทนจ.นครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ งานนี้จัดโดยสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม..๐๐

ll สุเมธ   สุรบถโสภณ  นายกสมาคมศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียน พร้อมคณะกรรมการ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย, ศ.นพ. สุรเดช หงส์อิง, พล.ร.ท.นพ.ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา, รศ.ดร.ประทิต สันติประภพ, วรวุฒิ กาญจนกูล, สหรัตน์ เพ็ญกุล ไปร่วมแสดงความยินดีกับ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ที่ได้เป็น นายกสมาคมผู้ปกครองและครู รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย คนใหม่..๐๐

llณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผจก.ทั่วไป บจ.โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) มอบเงินบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ผ่านสภากาชาดไทย โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบ..๐๐

ll กนกวิภา วิริยะประไพกิจ ให้การต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำชาวคณะผู้บริหารหลักสูตร Digital CEO#8 ที่มาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของ บจ.สตรีม ไอ.ที.คอนซัลติ้ง ณ One Bangkok Tower 4..๐๐

llพลิกโฉมการสื่อสารยุคดิจิทัล ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บจ.เรียลสมาร์ท (RealSmart) แนะนำ RealVision AI-Powered Intelligence Platform ที่พัฒนาเฉพาะ AI ที่ใช้เฉพาะองค์กร มองเทรนด์ปีนี้แข่งเดือด องค์กรต้องนำ AI มาช่วยในการสื่อสารและนวัตกรรม..๐๐

ll ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ พร้อม วิเชียร เอมประเสริฐ, กิติยา สุสายัณห์, วิภา ชัยนาภาพงศ์, วไลลักษณ์ สดสี และชูศักดิ์ เหยี่ยงสกุล เป็นผู้แทนเพื่อนๆ MPPM 1 ไปสวดพระอภิธรรมศพ ศรีเวียง เทียนไพบูลย์ศิริ..๐๐

llร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ชลิต-สุชญา ยงเห็นเจริญ พร้อมด้วย ชวิศ ยงเห็นเจริญ กก.ผจก.บจ.ชลิต อินดัสทรี นำทีมผู้บริหาร วิมลลักษณ์-ชัญญา ยงเห็นเจริญ และมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์  ทำบุญประจำปี 2568 เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่องค์กรและพนักงาน โดยมี พระญาณวชิรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ และเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์..๐๐

llช่วงนี้นับตั้งแต่หลังช่วงหยุดยาว พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนัง รพ.เวชธานี คิวคนไข้มาฟื้นฟูผิวแน่นมากทั้งวัน ใครจะมาทำผิวสวยอย่าลืมจองคิวมาก่อนล่วงหน้า..๐๐

llภญ.สมจิตร ทองสุขดี แวะลำปางเยี่ยมเพื่อนรัก ภญ.จันทนา-นพ.ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ คุยอัพเดทชีวิตกันก่อนไปธุระต่อที่เชียงใหม่..๐๐

llข่าวน่าสนใจ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพช่วงสงกรานต์ ปชช.ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หันมาเลี้ยงฉลองสงกรานต์แบบไร้แอลกอฮอล์ และอาหารสุขภาพ ลดแป้ง น้ำตาล ไขมัน..๐๐

น้องใหม่

‘ส่งต่อเสื้อผ้า สร้างโอกาสให้สังคม’ CC DOUBLE O ชวนบริจาคเสื้อผ้ากับแคมเปญ ‘CLOTHES TO COMMUNITY’

‘ส่งต่อเสื้อผ้า สร้างโอกาสให้สังคม’ CC DOUBLE O ชวนบริจาคเสื้อผ้ากับแคมเปญ ‘CLOTHES TO COMMUNITY’

‘ส่งต่อเสื้อผ้า สร้างโอกาสให้สังคม’ CC DOUBLE O ชวนบริจาคเสื้อผ้ากับแคมเปญ ‘CLOTHES TO COMMUNITY’

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.41 น.

CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิล โอ) แบรนด์แฟชั่นที่สะท้อนแนวคิด Casual Confidence ความเรียบง่ายที่สะท้อนความมั่นใจกับทุกสไตล์ของคุณ เปิดตัวแคมเปญ “CLOTHES TO COMMUNITY” ส่งต่อเสื้อผ้า สร้างโอกาสให้สังคม ขอเป็นส่วนหนึ่งในพลังการขับเคลื่อนหมุนเวียนเสื้อผ้ามือสองเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งส่งต่อโอกาสให้กับผู้ที่ขาดแคลนในสังคม โดยการเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไม่จำกัดแบรนด์ ไม่จำกัดจำนวน นำมารวบรวมเพื่อคัดแยกก่อนส่งต่อโอกาสผ่าน มูลนิธิกระจกเงา

โดยแคมเปญนี้เริ่มเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ซึ่งตรงกับวันคุ้มครองโลก (Earth Day) เพื่อเป็นการเริ่มต้นที่มีความหมายและจะรับบริจาคไปจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2568 โดยมีวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนร่วมกันกับผู้บริโภค

สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “CLOTHES TO COMMUNITY” โดยนำเสื้อผ้าที่ผ่านการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาใส่ในกล่องรับบริ จาคได้ที่ร้าน CC DOUBLE O ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลพระราม 2, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ฝั่ง Zpell, เมกาบางนา, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลโคราช, เซ็นทรัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลระยอง และเซ็นทรัลอยุธยา ได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 มิถุนายน 2568

040

โพรไบโอติกเจ้าแรกในไทย! UBiofresh จัดทัพสัมมนา หวังให้ความรู้เรื่องการดูแลผิว

โพรไบโอติกเจ้าแรกในไทย! UBiofresh จัดทัพสัมมนา หวังให้ความรู้เรื่องการดูแลผิว

โพรไบโอติกเจ้าแรกในไทย! UBiofresh จัดทัพสัมมนา หวังให้ความรู้เรื่องการดูแลผิว

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.11 น.

UBiofresh แบรนด์สกินแคร์ดูแลผิวสุดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศจีน ได้จัดงานสัมมนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Train & Trick เผยเทคนิคผิวหน้าปัง Perfect Together” ณ โรงแรม Double Tree by Hilton กรุงเทพมหานคร โดยงานนี้ได้เชิญตัวแทนจำหน่ายจากทั่วประเทศ ผู้บริโภค บิวตี้บล็อกเกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากโลกออนไลน์หลายสิบท่านมาร่วมงาน เพื่อเจาะลึกถึงต้นตอ ของปัญหาผิว และเรียนรู้วีธีการดูแลผิวที่ถูกต้อง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ผู้รักความสวยงามให้ความสนใจ อีกทั้ง งานนี้ยังได้มีการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม Tiktok, Facebook ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างดีเยี่ยม

พญชาลิณนี เพียรธนภาคย์ แพทย์ผิวหนังและความงาม หรือ หมอแอนนา ที่รู้จักกันเป็นวงกว้าง ในโลกออนไลน์ ได้เข้าร่วมเป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษในงานครั้งนี้ เรียกได้ว่าให้ทั้งความรู้ และร่วมถาม-ตอบ การแก้ปัญหาผิวกับผู้เข้าร่วมงาน และผู้ชมทางออนไลน์อย่างตรงจุด เพื่อถ่ายทอดความรู้ และยกระดับ การดูแลผิว และการล้างหน้าอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ให้ผู้เข้าร่วมร่วมทดลอง ตามหลักการ การดูแลผิวที่หมอแอนนาแนะนำ ทั้งการล้างหน้า และลำดับการลงสกินแคร์ที่ได้ประสิทธิภาพ

เรียกได้ว่าแขกทุกท่านที่มาร่วมงานต่างได้รับทั้งความอบอุ่นเป็นกันเอง และผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า เพราะมีส่วนผสมหลักของ BioAs ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากธรรมชาติ ที่ UBiofresh พัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ และได้รับการรับรองสิทธิบัตรแล้ว งานนี้เรียกรอยยิ้มกันถ้วนหน้า เพราะมีคุณร็อคกี้ จง(Rocky Chung)ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดของ Ubiofresh Thailand และอดีตพิธีกรรายการไทยจีน เป็นผู้มอบผลิตภัณฑ์ และรางวัลด้วยตัวเองหลังกิจกรรมจบลง หลายท่านที่เข้าร่วมงานได้แสดงความเห็นอย่างตรงกันว่า ได้รับประโยชน์ เป็นอย่างมาก และจะติดตามกิจกรรม และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Ubiofresh ต่อไป เพื่ออัปเดตข่าวสาร และการดูแลสุขภาพผิวอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐสิทธิ์ คชศิริพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายของ UBiofresh ประจำประเทศไทย กล่าวว่า UBiofresh เป็นแบรนด์สกินแคร์ดูแลผิวสุดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศจีน ได้เข้าตลาดไทยอย่างเป็น ทางการในปี 2024 โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์เซ็ตสีเขียว (Green Line) สำหรับการฟื้นฟูผิว ผิวมัน และผิวเป็นสิวง่าย และเซ็ตสีขาว (White Line) สำหรับการป้องกันริ้วรอย และวัยชรา ซึ่งได้รับความนิยม จากผู้บริโภค และตัวแทนจำหน่ายอย่างล้นหลาม เป็นแบรนด์ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย และพร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเทคโนโลยีโพรไบโอติกผสมผสานเข้ากับการดูแลผิว

นายณัฐสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี UBiofresh ไม่หยุดที่จะมุ่งพัฒนา และคัดสรรสารสกัดต่าง ๆ ที่เห็นผลในด้านการดูแลผิว และความงาม เพื่อรองรับความต้องการไม่ว่าจะ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิงในการดูแลตนเองให้คงความเยาว์วัย ซึ่งผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของเรานั้น เหมาะสำหรับสภาพผิวของผู้ใช้ที่อยู่โซนเอเชียเป็นอย่างมาก ด้วยสภาพอากาศ และองค์ประกอบโดยรวมอื่น ๆ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มอบประสบการณ์การดูแลผิวที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพให้กับผู้บริโภค และในอนาคตจะมีการจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึง และสามารถดูแลผิว ให้สวยใสไปพร้อมกัน

‘Bangkok We are OK!’ กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง กทม. – ททท. เสริมความมั่นใจ กรุงเทพฯ เมืองปลอดภัย

‘Bangkok We are OK!’ กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง กทม. - ททท.  เสริมความมั่นใจ กรุงเทพฯ เมืองปลอดภัย

‘Bangkok We are OK!’ กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง กทม. – ททท. เสริมความมั่นใจ กรุงเทพฯ เมืองปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.54 น.

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ ผู้ประกอบการย่านศูนย์กลางธุรกิจ  ประกาศความร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “Bangkok We are OK!” เสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยในพื้นที่เมือง และยกระดับภาพลักษณ์กรุงเทพฯ ในฐา นะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ปลอดภัย น่าอยู่ พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก

จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา แม้ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงมีความกังวลในกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักลงทุนเกี่ยวกับความมั่น คงของอาคารในพื้นที่เมือง กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะภาคเอกชนรายแรกที่ขานรับแคมเปญนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงของอาคารในเครืออย่างละเอียด พร้อมเชิญชวนพันธมิตรในย่านราชประสงค์, ชิดลม, เพลินจิต ตลอดจนถึงสุขุมวิท ร่วมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของพื้น ที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการสร้างเมืองที่ทุกคนมั่นใจได้จริง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แคมเปญ “Bangkok We are OK!” เกิดจากแนวคิดที่ว่า เมืองจะน่าอยู่ได้ ต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือหัวใจของการขับเคลื่อนสิ่งนี้ กรุงเทพมหานครขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ประกอบการย่านศูนย์กลางธุรกิจ และพันธมิตรภาคเอกชนทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง โดยร่วมดำเนินการตรวจสอบและประเมินอาคารตามมาตรฐานและขั้นตอนที่กำหนดไว้ พร้อมรายงานผลผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง “Building Inspection Dashboard” ซึ่งโปร่งใสและตรวจสอบได้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยในทุกมิติของการใช้ชีวิตในเมือง

นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเมือง โดยเฉพาะในย่านสำคัญอย่างราชประสงค์,ชิดลม เพลินจิต ตลอดจนถึงสุขุมวิทถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะพื้นที่ย่านนี้เปรียบเสมือนแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ City Marketing ของการเป็น Destination for All กล่าวคือเป็นศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งศูนย์การค้า โรงแรมหรู ตลอดจนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายด้วยการคมนาคมหลากหลายรูปแบบ การดูแลความปลอดภัยอย่างมีระบบในพื้นที่นี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง และตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตรวจสอบอาคาร แต่คือการดูแลประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

พิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า  กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้าและนักท่องเที่ยวทุกคน เราจึงดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงของอาคารในเครืออย่างละเอียด ด้วยทีมวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ร่วมกับผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกร ภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล การตรวจสอบครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้าและแหล่งจ่ายพลังงาน ระบบน้ำและเครื่องสูบน้ำ ระบบท่อและบำบัดน้ำเสีย และระบบลิฟต์และความปลอดภัย ผลการตรวจสอบยืนยันว่า อาคารทุกแห่งในกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ในเครือเซ็นทรัลพัฒ นา ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสันทุกสาขา ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และโรงแรมในเครือเซ็นทารา มีความมั่นคงแข็งแรง และพร้อมเปิดให้บริการอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรมทุกประการ

นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังได้ประสานความร่วมมือกับ ผู้ประกอบการย่านศูนย์กลางธุรกิจ ได้แก่ โรงแรมอนันตรา สยาม, โรงแรมชาเทรียม แกรนด์, โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท, โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ,โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท,โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย,โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์,โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ,โรงแรม พาร์ค ไฮแอท,โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์,โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเท็ล, โรงแรมสินธร เคมปินสกี้,โรงแรมศิวาเทล และโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส เพื่อร่วมขับเคลื่อนแคมเปญ “Bangkok We Are OK” อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือภาคเอกชนในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุนจากทั่วโลก

กลุ่มเซ็นทรัล ยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นพลังร่วมพัฒนาเมือง และยึดมั่นในบทบาทของภาคเอกชนที่พร้อมสนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจะช่วยขับเคลื่อนให้กรุงเทพ เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถพูดได้เต็มปากว่า  “Bangkok We are OK!”

040

Tatler เปิดลิสต์ ‘Tatler Best Thailand’ คัดสรรที่สุดของร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมทั่วประเทศไทย

Tatler เปิดลิสต์ ‘Tatler Best Thailand’ คัดสรรที่สุดของร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมทั่วประเทศไทย

Tatler เปิดลิสต์ ‘Tatler Best Thailand’ คัดสรรที่สุดของร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมทั่วประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.04 น.

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – Tatler Thailand ภายใต้การดำเนินธุรกิจของ Tatler Asia แพลตฟอร์มลักซ์ชัวรีมีเดียชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียเผยรายชื่อร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมที่ดีที่สุดของประเทศไทยประจำปี 2025 ที่งานประกาศรางวัล Tatler Best Thailand ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยได้รับความร่วมมือจากโรงแรม Park Hyatt Bangkok และ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB Thailand) ในฐานะพันธมิตรหลัก

Tatler รวบรวมรายชื่อร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมชั้นนำของไทย แบ่งเป็น 4 หมวดรางวัล ได้แก่:

●             Tatler Recommended: ร้านอาหารแนะนำโดย Tatler จำนวน 80 แห่ง

●             Tatler Best 20 Restaurants: สุดยอด 20 ร้านอาหารที่ดีที่สุด

●             Tatler Best 20 Bars: สุดยอด 20 บาร์ที่ดีที่สุด

●             Tatler Best in Class: รางวัลสำหรับร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวในแต่ละด้าน

สำหรับหมวดร้านอาหาร ผู้ได้รับรางวัลโดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ครบครัน ทั้งบรรยากาศและการออกแบบที่สร้างความประทับใจ คุณภาพและรสชาติอาหารที่ยอดเยี่ยม รายการเครื่องดื่มที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เมนูที่หลากหลายและสอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน รวมถึงการบริการระดับมืออาชีพที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

ในหมวดโรงแรม ผู้ได้รับรางวัลถูกคัดเลือกจากปัจจัยสำคัญ เช่น การบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ การเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ความยั่งยืน ตลอดจนคุณภาพของอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์นักเดินทางผู้มีรสนิยม

ระบบคัดเลือกที่โปร่งใส โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

Tatler Best มีความโดดเด่นและแตกต่างจากรางวัลอื่นๆ ด้วยการคัดเลือกและนำเสนอภาพรวมของแวดวงอาหารและการบริการที่ครอบคลุมที่สุดในเอเชีย ผู้ได้รับการเสนอชื่อจะได้รับการคัดเลือกโดย Tatler คอมมูนิตี้ รวมถึงนักเดินทางระดับโลก นักชิมอาหารระดับแถวหน้า และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มจากทั่วเอเชีย ที่มีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นๆ อย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง เพื่อสะท้อนถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของเหล่านักเดินทางผู้เปี่ยมรสนิยมในภูมิภาค

เปิดโอกาสสู่รางวัล ‘Tatler Best Asia’

รางวัล Tatler Best Thailand ยังเป็นส่วนหนึ่งของรางวัล Tatler Best Asia ซึ่งถือเป็นรางวัลระดับภูมิภาคที่จัดขึ้นในทุกประเทศภายใต้เครือข่ายของ Tatler Asia ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และมาเลเซีย โดยรางวัลนี้สะท้อนถึงมาตรฐานระดับสากลในการคัดสรรสุดยอดประสบการณ์การกิน ดื่ม และพักผ่อนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รายชื่อผู้ที่อยู่ใน Tatler Best Thailand ประจำปี 2025 จะได้รับโอกาสเข้าชิงรางวัล Tatler Best Asia ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมที่สุดของที่สุดจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย

ความสำเร็จของ Tatler Best Thailand ในปีนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรผู้สนับสนุนอีกมากมาย อาทิ Bacchus Global, Evian, Encore Asia, HEH Phuket, Independent Wine & Spirit (Thailand), Jagota (Thailand), KHAAN, Mouton Cadet, Patt Bangkok, Penfolds, Tamarind Restaurant Phuket, TWG Tea Thailand และ Vanichwathana (Bangkok)

รางวัล Tatler Recommended

สำหรับรางวัล Tatler Recommended คือการรับรองคุณภาพโดย Tatler ที่มอบให้กับร้านอาหารชั้นนำที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในไกด์ Tatler Best โดย Tatler Recommended จะมอบให้แก่สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ Tatler และได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ บริการ และประสบการณ์อันโดดเด่น

1.            Acqua

2.            Apsara

3.            Bimbo Mediterranean Restaurant & Bar

4.            Biscotti

5.            Bisou

6.            Blackitch Artisan Kitchen

7.            Brasserie 9

8.            Cannubi by Umberto Bombana

9.            Castello Di Bellagio

10.          Chef Man

11.          Chim by Siam Wisdom

12.          Clara

13.          Den Kushi Flori Bangkok

14.          Eat Me Restaurant

15.          El Willy

16.          Elements, Inspired by Ciel Bleu

17.          Enoteca

18.          Fei Ya

19.          Gaggan

20.          Gluttony by the Sin

21.          Guilty

22.          Haoma Bangkok

23.          Hashiri

24.          Hei Yin

25.          Hybrid Restaurant & Wine Bar

26.          Igniv Bangkok

27.          Jharokha by Indus

28.          Jim Thompson, A Thai Restaurant

29.          Jittang Permaculture Restaurant & Cafe

30.          Juksunchae

31.          K by Vicki Cheng

32.          Kaen

33.          Keller Bangkok

34.          Kinu by Takagi

35.          L’Arôme By The Sea

36.          La Bottega Bangkok

37.          Le Du

38.          Le Du Kaan

39.          L’éléphant

40.          Lenzi Tuscan Kitchen

41.          Maison Dunand

42.          Mia

43.          Mok

44.          Mott 32 Bangkok

45.          Ms.Jigger

46.          Ms. Maria & Mr. Singh

47.          Nila

48.          Nobu Bangkok

49.          North

50.          Ojo

51.          Ōre

52.          Patt

53.          Penthouse Bar + Grill

54.          Phra Nakhon

55.          Pru

56.          Rangoon Tea House Bangkok

57.          Resonance

58.          Restaurant Stage

59.          Ricci Italian Restaurant and Crudo Bar

60.          Royd

61.          Saam

62.          Sampaonava

63.          Samrub Samrub Thai

64.          Santiaga

65.          Som’s Table

66.          Sushi Ichizu

67.          Sushi Saryu

68.          Table X

69.          Terra Italian Restaurant

70.          Terrior

71.          That Fat Kid Buddy

72.          The Allium Bangkok

73.          The White House

74.          Tina’s

75.          Villa Frantzén

76.          Wana Yook

77.          Wolf 984

78.          Wolfgang’s Steakhouse by Wolfgang Zwiener

79.          Yu Ting Yuan

80.          Zuma Bangkok

รางวัล Tatler Best 20

รางวัล Tatler Best 20 นั้นจะมอบให้เฉพาะร้านอาหาร (Tatler Best 20 Restaurants) และบาร์ (Tatler Best 20 Bars) ที่มีความหลากหลายทั้งในด้านประเภทอาหารและเครื่องดื่ม เทคนิคการปรุง และบรรยากาศ ซึ่งสะท้อนถึงระดับมาตรฐานและคุณภาพที่สูงขึ้นทุกปี

สำหรับรางวัล Tatler Best 20 Restaurants ประกอบไปด้วย

1.            Baan Tepa Culinary Space

2.            Blue by Alain Ducasse

3.            Cadence by Dan Bark

4.            Chef’s Table by lebua

5.            Coda Bangkok

6.            Cote by Mauro Colagreco

7.            Cross

8.            Gaa

9.            Gaggan at Louis Vuitton

10.          Heh

11.          Hom

12.          Inddee

13.          Khaan

14.          Mezzaluna by lebua

15.          Nusara

16.          Potong

17.          R-HAAN

18.          Sorn

19.          Sra Bua by Kiin Kiin

20.          Sühring

สำหรับรางวัล Tatler Best 20 Bars ประกอบไปด้วย

1.            Aqua Bar

2.            Bamboo Bar

3.            Bar Not Found

4.            Bar Us

5.            BKK Social Club

6.            Blessing Shophouse

7.            Dry Wave Cocktail Studio

8.            Eat Me Restaurant

9.            Find The Photo Booth

10.          Firefly Bar

11.          F*nkytown

12.          Garnish

13.          Lennon’s

14.          Lloyd’s Club

15.          Mahaniyom Cocktail Bar

16.          Messenger Service

17.          Nuss Bar

18.          Opium

19.          Shhh.

20.          Vesper Cocktail Bar

รางวัล Tatler Best in Class

สำหรับรางวัล Tatler Best in Class ซึ่งยกย่องร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมที่โดดเด่นที่สุดในด้านต่าง ๆ เช่น การออกแบบ ประสบการณ์โดยรวม หรือแนวทางการสร้างสรรค์เฉพาะตัวในแต่ละหมวดหมู่ โดยรางวัลแบ่งออกเป็นหลายสาขา เช่น Hotel of the Year, Best New Restaurant, และ Best New Bar รวมถึงหมวดพิเศษอื่น ๆ อย่าง Best Design และ Best Innovation เพื่อสะท้อนมิติที่หลากหลายของความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมบริการระดับไฮเอนด์

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB Thailand) ในฐานะพันธมิตรหลัก ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานและการมอบรางวัล Tatler Best in Class จำนวน 3 สาขา ได้แก่ รางวัล Best Rising Star, Best Design, และ Best Innovation สำหรับร้านอาหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

สำหรับรางวัล Tatler Best in Class ในกลุ่มร้านอาหารประกอบไปด้วย

1.            Best Design – Le Du Kaan

2.            Best Service – Chef’s Table by lebua

3.            Rising Star – Chef Big – Arttasit Pattanasatienkul, Patt Bangkok

4.            Best Sommelier – Nuch-Nutawan Jumpanak, Anantara Siam Bangkok Hotel, Anantara Riverside Bangkok Resort, Avani+ Riverside Bangkok Hotel

5.            Best Pastry Chef – Dej Kewkacha, KYO Bar

6.            Best Innovation – Gaggan at Louis Vuitton

7.            Best New Restaurant – Terra Italian Restaurant

สำหรับรางวัล Tatler Best in Class ในกลุ่มบาร์ประกอบไปด้วย

1.            Best Design – APT 101

2.            Best Service – Penthouse Bar + Grill

3.            Rising Star – Ken Chinawat Guntawong (Firefly Bar)

4.            Best Innovation – Bar Us

5.            Best New Bar – Dry Wave Cocktail Studio

สำหรับรางวัล Tatler Best in Class ในกลุ่มโรงแรมประกอบไปด้วย

1.            Best Boutique Hotel – The Siam Hotel

2.            Best City Hotel – Sindhorn Kempinski

3.            Best Design – Keemala

4.            Best Heritage Hotel – Mandarin Oriental Bangkok

5.            Best Original Concept – Four Seasons Tented Camp Golden Triangle

6.            Best New Hotel – Dusit Thani Bangkok

7.            Best Resort – Amanpuri

8.            Best Wellness Retreat – Chiva-Som Hua Hin

9.            Best Destination Hotel – Anantara Layan Phuket Resort

10.          Best Service – Capella Bangkok

11.          Hotel of the Year – Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

สามารถดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดที่ลิงค์ด้านล่างนี้:

Tatler Best Thailand:

Tatler Best Bars: https://www.tatlerasia.com/list/best-bars-thailand-th?filter_2%5B%5D=2025&page=1

Tatler Best Restaurants: https://www.tatlerasia.com/list/best-restaurants-thailand-th?filter_3%5B%5D=2025&page=1

Tatler Best Hotels: https://www.tatlerasia.com/list/best-hotels-thailand-th?filter_4%5B%5D=2025&page=1

Tatler Best Thailand Guidebook

รายชื่อทั้งหมดที่ได้รับรางวัลในปีนี้จะถูกรวบรวมใน Tatler Best Thailand Guidebook คู่มือที่รวบรวมรายชื่อร้านอาหาร บาร์ และโรงแรม พร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก ซึ่งถือเป็นไกด์บุ๊กที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวและลิ้มรสประสบการณ์หรูหราที่ดีที่สุดในประเทศไทย สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ในราคา 450 บาท ผ่าน LINE Shopping ที่ https://tinyurl.com/ejupmkry หรือหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

NSM ปั้น ‘นักสื่อสารวิทยาศาสตร์’ สู้ Fake News – เสริมแกร่งสังคมไทย

NSM ปั้น 'นักสื่อสารวิทยาศาสตร์' สู้ Fake News – เสริมแกร่งสังคมไทย

NSM ปั้น ‘นักสื่อสารวิทยาศาสตร์’ สู้ Fake News – เสริมแกร่งสังคมไทย

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.11 น.

NSM ปั้น “นักสื่อสารวิทยาศาสตร์” สู้ Fake News – เสริมแกร่งสังคมไทย เผยผลิตนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ออกสู่สังคมได้แล้วกว่า 1 พันคนมีหลากหลายช่วงวัย – หลากหลายอาชีพทั้งนักวิทย์ นักกฎหมาย นักสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญสายสังคมศาสตร์ “ผศ.ดร.รวิน” ผอ.NSM เดินหน้าสร้างเครือข่ายระดับชาติ

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าว “NSM ผลักดันการพัฒนาด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคมพร้อมต่อยอดแรงบันดาลใจสร้างโอกาสให้กับทุกช่วงวัย” ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า ขณะนี้ NSM ได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์หรือนักสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ สังคมแห่งการมีเหตุมีผล มีหลักคิดที่ถูกต้อง โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพผ่านโครงการต่างๆ ของ NSM เพื่อเผยแพร่ความสำคัญและคุณค่าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศในอนาคต ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว.ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนทุกช่วงวัย ให้สามารถผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ในอนาคต

“คนมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก ซับซ้อน แต่วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของ NSM ที่ต้องทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เข้าถึงประชาชน จึงต้องมีการสร้างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และสื่อสารเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีความเป็นเหตุเป็นผลให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ปัจจุบันมีคนหลากหลายช่วงวัยมาร่วมกิจกรรมการเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์กับ NSM จำนวนไม่น้อย และไม่จำกัดเฉพาะในแวดวงวิทยาศาสตร์ แต่มีกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ เช่น นักกฎหมาย นักสิ่งแวดล้อม อาจารย์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญในสายสังคมศาสตร์ เป็นต้น ขณะนี้ เราสามารถผลิตนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้กับสังคมไทยได้มากกว่า 1,000 คนแล้ว” ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ. NSM กล่าว

ผอ.NSM กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา NSM ได้ผลักดันการพัฒนาด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ NSM Junior Science Influencers เวทีที่ค้นหา Influencers รุ่นเยาว์ระดับประถมศึกษา,  โครงการ SiT Talks: Science inspired by Teen เวทีส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า, โครงการจิตอาสาฯ  ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้มาทำงานจริงในแหล่งเรียนรู้ของ NSM,โครงการทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ไทย Young Thai Science Ambassador, YTSA ,โครงการ University Students’ Science, Technology and Innovation Talks (UniTi Talks) พัฒนาศักยภาพนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้เป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังเพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อโลก, โครงการอาสาสมัครวัยเก๋า ที่สร้างโอกาสให้กับผู้สูงอายุได้กลับมาสนุกกับการทำงานอีกครั้ง  โดยนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์  ปัจจุบันรับสมัครผู้สูงอายุมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว จะเริ่มปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 14 พ.ค. – 31 ก.ค. 2568 นี้ ที่ NSM คลองห้า ปทุมธานี, จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่

“การขับเคลื่อนการสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยพลังและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน NSM ได้ขยายการทำงานร่วมกับโรงเรียน มหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัยต่าง ๆ ผ่านโครงการ Empowering Science Communication and Science Museums เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และองค์กรด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศอีกด้วย” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

เมื่อถามว่าอะไรคือความท้าทายที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยในปัจจุบัน?

ผศ.ดร.รวิน ตอบว่า ความท้าทายที่สำคัญในการพัฒนาการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยมีหลายประการ อาทิ ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะด้าน หรือการทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจสำหรับคนทั่วไปยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ รวมทั้งต้องมีการพัฒนาทักษะความรู้ของนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการนำเทคโนโลยีและสื่อใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการใช้สื่อดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ได้น่าสนใจมากขึ้น

-(016)

WHC บริการหลังการขายระดับพรีเมียม ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย มาตรฐานคุณภาพเพื่อทุกชีวิต

WHC บริการหลังการขายระดับพรีเมียม ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย มาตรฐานคุณภาพเพื่อทุกชีวิต

WHC บริการหลังการขายระดับพรีเมียม ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย มาตรฐานคุณภาพเพื่อทุกชีวิต

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.50 น.

Welcome Home Club by CP LAND (WHC) บริการหลังการขายระดับพรีเมียม พร้อมรับประกันโครงสร้างถึง 10 ปี ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย มาตรฐานคุณภาพเพื่อทุกชีวิต 

บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ นำเสนอ Welcome Home Club by CP LAND หรือ WHC บริการหลังการขายที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ ดูแลลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้า พร้อมบริการดูแลสุขภาพบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลงานรับประกันโครงสร้างบ้านยาวนานถึง 10 ปี* สำหรับลูกบ้านโครงการใหม่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยด้วยมาตรฐานการดูแลครอบคลุมความต้องการของลูกบ้าน

นาย ดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจการขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและบริการลูกค้า CP LAND กล่าวว่า CP LAND มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นมากกว่าการสร้างบ้าน เราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ  เราเชื่อว่าที่อยู่อาศัยที่ดีไม่ใช่แค่การมีโครงสร้างแข็งแรงหรือการออกแบบที่สวยงามเท่านั้นแต่ต้องมาพร้อมกับบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการ WHC จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการดูแลลูกบ้านอย่างครบวงจร พร้อมอยู่เคียงข้าง สนับสนุนการใช้ชีวิตให้เป็นเรื่องง่าย อุ่นใจ และปลอดภัยในทุกวันตลอดระยะเวลาการอยู่อาศัย ตั้งแต่ การรับมอบบ้าน การดูแลหลังการขายไปจนถึงบริการช่วยเหลือด้านสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพและสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ นายดำรงศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า CP LAND ได้เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย อาทิ SOū& Khon Kaen (โซ-แอนด์ ขอนแก่น), RI-NÉ Khon Kaen (รี-เน่ ขอนแก่น), LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส) โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช และล่าสุดกับโครงการ SŌLVANI (โซลวานี) ในหลากหลายทำเลศักยภาพ ทั้งนครสวรรค์ พิษณุโลก และรามอินทรา จะได้รับ สิทธิพิเศษจาก WHC อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับการดูแลอย่างครบวงจร ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกครอบครัว

นางสาว  ณัฐกมล สังข์ทอง  ผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวเสริมอีกว่า WHC เป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อดูแลลูกบ้านในทุกมิติ ตั้งแต่การรับมอบบ้าน การโอนกรรมสิทธิ์ การดูแลโครงสร้างบ้าน ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพบ้าน ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น ด้วยมาตรฐานการให้บริการระดับพรีเมียมจาก CP LAND

บริการพิเศษจาก WHC เพื่อการอยู่อาศัยที่อุ่นใจ ไร้กังวล

บริการ Contact Center ผู้ช่วยส่วนตัว One Stop Service 

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับโครงการต่างๆ พร้อมรับเรื่องและประสานงาน งานรับประกัน 10 ปี งานซ่อมแซมเพื่อติดตามความคืบหน้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

บริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อ

ให้คำแนะนำเรื่องสินเชื่อส่วนตัว ช่วยแนะนำ ประเมินรายได้ และคำนวณการผ่อน ทำให้คุณมีบ้านได้ง่ายๆ พร้อมการดูแลและให้คำแนะนำตั้งแต่ การเริ่มต้นยื่นสินเชื่อ การเตรียมเอกสาร จนไปถึงขั้นการโอน

บริการตรวจรับมอบบ้านและห้องชุด

ทีมงาน WHC ช่วยตรวจสอบคุณภาพบ้านและห้องชุดก่อนการส่งมอบ ให้คำแนะนำเพื่อสร้างความมั่นใจว่าบ้านหรือห้องชุดของลูกค้าพร้อมสำหรับการเข้าอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ

บริการโอนกรรมสิทธิ์

บริการนี้ช่วยลดความยุ่งยากในการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยการให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมช่วยดำเนินการให้รวดเร็วและง่ายขึ้น เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องพบกับขั้นตอนที่ซับซ้อน

บริการดูเเลสุขภาพบ้าน               

ทีมงาน WHC พร้อมดูแลบ้านของคุณอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการรับประกันคุณภาพบ้านนาน 10 ปี และงานซ่อมแซม เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความสะดวกสบายของบ้านในทุกๆ วัน บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการเข้าอยู่

CP LAND มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นมากกว่าการสร้างบ้านเราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ WHC จึงเป็นอีกหนึ่งบริการที่เราพร้อมนำเสนอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านอย่างครบวงจร และ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตามปรัชญาของแบรนด์ Accessible Communities for Life คุณภาพเพื่อทุกชีวิต

#CPLAND #ซีพีเเลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต  #CPLANDProperty #LUXRIVARESIDENCES #SOūKhonKaen #RINÉKhonKaen #SOLVANI #WHC #WelcomeHomeByCPLAND #บ้านและคอนโดมิเนียม #บริการสินเชื่อบ้าน #มาตรฐานการอยู่อาศัย #บริการที่อยู่อาศัยครบวงจร #โครงการใหม่CPLAND  #AfterSalesServices #ซีพีแลนด์รับประกัน10ปี #CPLAND10YearsWarranty

-(016)