‘ณวัฒน์ – อแมนด้า’ แต่งตั้ง ‘มิเชล เบอร์แมน – ไนท์ ปิยพงษ์’ สวมสายสะพายไทยแลนด์ประกวดเวทีโลก “Miss & Mister Supranational 2025” ประเทศโปแลนด์

‘ณวัฒน์ – อแมนด้า’ แต่งตั้ง ‘มิเชล เบอร์แมน - ไนท์ ปิยพงษ์’ สวมสายสะพายไทยแลนด์ประกวดเวทีโลก “Miss & Mister Supranational 2025” ประเทศโปแลนด์

‘ณวัฒน์ – อแมนด้า’ แต่งตั้ง ‘มิเชล เบอร์แมน – ไนท์ ปิยพงษ์’ สวมสายสะพายไทยแลนด์ประกวดเวทีโลก “Miss & Mister Supranational 2025” ประเทศโปแลนด์

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.58 น.

แฟนด้อมไม่ต้องพัก! เตรียมตามซัพพอร์ตนางงามที่ตัวเองรักกันให้ฉ่ำ ล่าสุดกับการรวมกันเฉพาะกิจครั้งสำคัญของ บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI กับเวทีการประกวด Supranational Thailand (ซูปราเนชั่นแนล ไทยแลนด์) ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ยอมไฟเขียวให้ลูกสาวบ้านแกรนด์ได้มีโอกาสเฉิดฉายบนเวทีโลกอีกครั้ง

พร้อมจัดแถลงข่าว  Miss & Mister Supranational Thailand 2025 อย่างเป็นทางการ ประกาศแต่งตั้ง  “มิเชล เบอร์แมน” รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 ดำรงตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2025 และ ไนท์ ปิยพงษ์ คำมีสว่าง รับตำแหน่ง Mister Supranational Thailand 2025 มอบมงกุฏและสายสะพาย THAILAND จาก อแมนดา ออบดัม National Director Miss & Mister Supranational Thailand 2025 เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมประกวดบนเวทีระดับนานาชาติ  Miss & Mister Supranational 2025 ณ เมือง  Nowy Sacz (โนวี ซาคซ์) ,Malopolska (มาวอปอลสกา) ประเทศโปแลนด์ในเดือนมิถุนายนนี้

งานนี้เพื่อนนางงามทีม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 นำทีมโดย กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ , เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ ฯลฯ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีแน่น MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 วันก่อน

-(016)

โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

โฮมโปร ติด Top 5% จากการประเมินของ S&P Global สะท้อนความสำเร็จระดับโลกตามแนวทาง ESG

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.41 น.

โฮมโปร ได้รับรางวัลความยั่งยืนติดอันดับ Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จาก S&P Global และได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในงาน S&P Global Sustainability Yearbook Distinction Ceremony 2025 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ จากการประเมินความยั่งยืนขององค์กรกว่า 7,690 บริษัท ใน 62 อุตสาหกรรมทั่วโลกที่เข้าร่วมประเมินความยั่งยืนองค์กร ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตามหลัก ESG ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคน ตามเป้าหมาย We Make a Better Living อย่างเป็นรูปธรรม

นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า รางวัลแห่งความยั่งยืนจาก S&P Global คือ หลักฐานที่ชัดเจนว่าโฮมโปรได้ผนวกเอาแนวคิดและกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนเข้าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนตามเป้าหมาย ‘We Make a Better Living’ อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การดำเนินงานที่ครอบคลุมตามหลัก ESG ที่ประกอบไปด้วย

ด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental) โฮมโปรได้ให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมุ่งพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้า ECO Product, ECO Choice และกลุ่มสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน หรือ Circular Products ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ร่วมกับปลุกจิตสำนึกด้านการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ผ่านโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ ซึ่งโฮมโปรจะช่วยนำของเก่าที่ไม่ใช้แล้วไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ด้วยการแปรสภาพซากเครื่องใช้ไฟฟ้าไปรีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น, พัดลม ฯลฯ เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอย่างจริงจังของเป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 อีกด้วย

ด้านการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนและสังคม (Social) โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย พร้อมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม ให้พนักงานทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านโครงการฝึกอบรมต่างๆ ที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โฮมโปรมุ่งยังพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ผ่านสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ครบวงจร  เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ

ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล (Governance) โฮมโปรได้ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เน้นบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โฮมโปรได้ร่วมมือคู่ค้าที่มีจริยธรรม เพื่อให้การจัดหาสินค้ามีมาตรฐานและไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการทำงาน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาด อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ความสำเร็จจากการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) และอยู่ใน Sustainability Yearbook อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สะท้อนความตั้งใจและความมุ่งมั่นของโฮมโปร ในการยกระดับองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โฮมโปรจะมุ่งขับเคลื่อนแนวทาง ESG ที่ดีขึ้น ด้วยความตั้งใจจริงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกระดับขององค์กร ตามเป้าหมายสร้างสิ่งแวดล้อมดี (Better Environment), สังคมดี (Better Society) และธุรกิจดี (Better Business) เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทุกคนให้เป็นจริงในทุกมิติของการดำเนินงาน” นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา  กล่าวปิดท้าย

ใช้ชีวิต COOL LIFE ไปกับ ‘JAECOO 7 SHS’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

ใช้ชีวิต COOL LIFE ไปกับ ‘JAECOO 7 SHS’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

ใช้ชีวิต COOL LIFE ไปกับ ‘JAECOO 7 SHS’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.17 น.

ใช้ชีวิต COOL LIFE ไปกับ JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) รถปลั๊กอินไฮบริดเอสยูวี อันทรงพลัง ที่พร้อมลุยได้ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะขับฝ่ารถติดจากกรุงเทพไปปล่อยใจชิล ๆ ที่เขาใหญ่ ไปกินอาหารทะเลต่อที่พัทยา จบทริปด้วยการไปน้ำตกเย็น ๆ ที่กาญจนบุรี ก็ไม่มีปัญหาเรื่องระยะทาง เพราะรถคันนี้วิ่งได้ไกลถึงกว่า 1,300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Super Hybrid System (SHS) ที่มาพร้อมความแรงและความประหยัดขั้นสุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่แบบไร้กังวล

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://WWW.OMODAJAECOO.CO.TH และ Facebook : https://www.facebook.com/OmodaandJaecooTH หรือสอบถามรายละเอียดได้ โทร. 02-020-8888 หรือที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

-(016)

MBK ชวนเหล่าหนูๆ สวมบทผู้พิทักษ์ตัวจิ๋วตะลุยภารกิจพิทักษ์โลกใต้ทะเล ในงาน ‘MBK CENTER SAVE THE OCEAN’

MBK ชวนเหล่าหนูๆ สวมบทผู้พิทักษ์ตัวจิ๋วตะลุยภารกิจพิทักษ์โลกใต้ทะเล ในงาน 'MBK CENTER SAVE THE OCEAN'

MBK ชวนเหล่าหนูๆ สวมบทผู้พิทักษ์ตัวจิ๋วตะลุยภารกิจพิทักษ์โลกใต้ทะเล ในงาน ‘MBK CENTER SAVE THE OCEAN’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.04 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนน้อง ๆ หนู ๆ สวมบทผู้พิทักษ์ตัวจิ๋วตะลุยภารกิจพิทักษ์โลกใต้ทะเล ในงาน MBK CENTER SAVE THE OCEAN

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เนรมิตพื้นที่เป็นอาณาจักรท้องทะเลสวยงามให้น้อง ๆ หนู ๆ แปลงร่างเป็นผู้พิทักษ์ตัวจิ๋วตะลุยภารกิจพิทักษ์โลกใต้ทะเล ในงาน MBK CENTER SAVE THE OCEAN ระหว่างวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม – วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2568 บริเวณ Meeting Point ชั้น G โซน A ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 20.00 น.

เวิร์คช็อปแสนสนุกกับด่านผจญภัยโลกใต้ทะเล ดังนี้ ด่านคัดแยกขยะใต้ทะเล ด่านพิทักษ์ปะการัง และ ตื่นตาตื่นใจกับด่านตามหาสัตว์สงวนหลากสีสันแห่งท้องทะเล สิทธิพิเศษ!! สำหรับ สมาชิก MBK PLUS เพียงมีใบเสร็จในศูนย์ฯ ครบ 300 บาท รับพาสปอร์ตสำรวจโลกใต้ทะเล พิชิตภารกิจสะสมแสตมป์ครบรับทันทีของรางวัลสุดน่ารัก

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘บ้านนอกเข้ากรุง’ ร้านในเครือนารากรุ๊ป โชว์เสน่ห์อาหารไทยในงาน Thai SELECT ที่มอสโก

‘บ้านนอกเข้ากรุง’ ร้านในเครือนารากรุ๊ป โชว์เสน่ห์อาหารไทยในงาน Thai SELECT ที่มอสโก

‘บ้านนอกเข้ากรุง’ ร้านในเครือนารากรุ๊ป โชว์เสน่ห์อาหารไทยในงาน Thai SELECT ที่มอสโก

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.16 น.

บินไปสร้างความฮือฮากับเมนูอาหารไทยอีสานสไตล์โคราช ให้กับชาวรัสเซียลิ้มลองเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “บ้านนอกเข้ากรุง” ร้านอาหารน้องใหม่ในเครือนารากรุ๊ป ที่ได้มิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน ยกครัวไทยบินไปเสิร์ฟเมนูจานเด็ดที่กรุงมอสโกโดยได้รับเลือกจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย ให้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมอาหารไทยภายใต้ Thai SELECT โครงการของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยไปทำอาหารในงาน Baannok Bangkok-Black Thai Exclusive Authentic Dinner ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2568 ที่ร้านอาหารBlack Thai ร้านอาหารชั้นนำในเครือ Rappoport Group ณ โรงแรมRadisson Collection ใจกลางกรุงMoscow

ออท. ศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ และภริยา กับผู้บริหารนารากรุ๊ป และสุดเขต บริบูรณ์ศรี

(ซ้าย) สิริโสภา จุลเสวก, ภูมิพันธ์-นอ.พิเศษหญิง วิบูลรัตน์ เอี่ยมปรเมศวร์ และ นราวดี ศรีกาญจนา

ในวันเปิดงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหพันธรัฐรัสเซีย พร้อมด้วยภริยา ร่วมงานและกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย สุดเขต บริบูรณ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมอสโก  และ Mr. Alexander Rappoport ผู้ก่อตั้งRappoport Group ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยมี  ยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา และ  ยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้ก่อตั้งนารากรุ๊ป เดินทางลัดฟ้าไปร่วมงานครั้งนี้ด้วย

สำหรับเมนูของร้านบ้านนอกเข้ากรุง เป็นอาหารพื้นถิ่นโคราช ตำรับคุณแม่ประจวบ เอี่ยมปรเมศวร์ คุณแม่ของ  จอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ อดีตหัวหน้าบัทเลอร์โรงแรมเซนต์ รีจิส นิวยอร์ค เป็นผู้ก่อตั้งร้านบ้านนอกเข้ากรุง ร่วมกับนารากรุ๊ป และในการปรุงอาหารแสดงฝีมือรสชาติเสน่ห์อาหารไทยครั้งนี้  จอม-ภูมิพันธ์ นำทีมพร้อมด้วย นาวาอากาศเอกพิเศษหญิง วิบูลรัตน์ เอี่ยมปรเมศวร์ ผู้สืบทอดสูตรอาหารจากคุณแม่ประจวบ และเชฟวัชระ อินทรมณฑล หัวหน้าเชฟแบรนด์บ้านนอกเข้ากรุง เรียกว่ายกครัวกันจัดเสิร์ฟแบบเอ็กคลูสีฟให้กับแขกวีไอพี และสื่อมวลชนชาวรัสเซียร่วม 200 คน

จอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ กล่าวว่า  “การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็น ‘ทูตวัฒนธรรมด้านอาหารไทย’ สำหรับอาหารที่นำไปจัดเสิร์ฟในงานประกอบด้วย 4 เมนู ได้แก่ เต้าเจี้ยวหลน ต้มแซ่บกุ้งแม่น้ำ ผัดวุ้นเส้นกระเทียมดอง และมัสมั่นเนื้อน่องลาย”  เรียกว่าเป็นที่ชื่นชอบและฮือฮากับแขกที่มาร่วมงาน ทำให้ได้รู้จักอาหารไทย และต่างบอกติดใจรสชาติเสน่ห์อาหารไทย ถึงกับเอ่ยว่า อยากเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย เพื่อมาลิ้มลองอาหารไทยเมนูอื่นๆ”     

นอกจากนี้  จอม-ภูมิพันธ์ ยังโชว์พลังขับร้องเพลงโอเปร่า เซอร์ไฟร์สปิดท้ายเพื่อแสดงความขอบคุณแขกเหรื่อในงาน  สร้างความประทับใจไปตามๆ กันอีกด้วย

คาร์เทียร์เชิดชูเกียรติ 9 ผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกในงาน Impact Awards 2025

คาร์เทียร์เชิดชูเกียรติ 9 ผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกในงาน Impact Awards 2025

คาร์เทียร์เชิดชูเกียรติ 9 ผู้ประกอบการสตรีทั่วโลกในงาน Impact Awards 2025

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คาร์เทียร์ จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้ประกอบการหญิง 9 คนจากทั่วโลก ในงาน Impact Awards 2025 ณ ศูนย์ศิลปะการแสดงซาไก ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมงานกว่า 800 คน เพื่อยกย่องอดีตผู้ได้รับทุนโครงการ Cartier Women’s Initiative ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรมและผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พิธีมอบรางวัลครั้งนี้เป็นกิจกรรมสำคัญส่งท้ายสัปดาห์ Cartier Women’s Initiative Impact Awards ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–23 พฤษภาคม ภายในงาน WorldExpo 2025 ณ เมืองโอซาก้า ภูมิภาคคันไซ โดยคาร์เทียร์มีส่วนร่วมออกแบบและจัดสร้าง Women’s Pavilion อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ภายใต้แนวคิด “Forces for Good” โดยในพิธีมอบรางวัล ได้สะท้อนความเชื่อมั่นของคาร์เทียร์ที่ว่า “เมื่อผู้หญิงก้าวหน้า มนุษยชาติก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน”

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น โครงการ Cartier Women’s Initiative มุ่งมั่นยกย่องและสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงที่ใช้พลังของธุรกิจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการแล้วกว่า 330 ราย จาก 66 ประเทศทั่วโลก มอบเงินทุนรวมกว่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 500 คน

โครงการฯ ให้การสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน และโปรแกรมพัฒนาศักยภาพระยะเวลา 1 ปี ซึ่งประกอบด้วยหลักสูตรการบริหารระดับผู้บริหารจาก INSEAD การฝึกอบรมธุรกิจที่ออกแบบเฉพาะบุคคล การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ และการส่งเสริมภาพลักษณ์ ประชาสัมพันธ์ในระดับสากล

ในปี 2568 โครงการ Cartier Women’s Initiative ได้เชิดชูเกียรติอดีตผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 9 คน ที่ดำเนินการขับเคลื่อนธุรกิจของตนให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ได้รับรางวัล Impact Awards ประจำปีนี้ได้รับการคัดเลือกใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ การพิทักษ์รักษ์โลก (Preserving Planet), การพัฒนาคุณภาพชีวิต (Improving Lives) และการสร้างสรรค์และส่งมอบโอกาส (Creating Opportunities) ซึ่งล้วนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และครอบคลุมทั้ง 17 เป้าหมายหลัก โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ได้รับการคัดเลือกผ่านกระบวนการประเมินและตัดสินอย่างเข้มงวด โดยสะท้อนถึงภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และนวัตกรรมที่สามารถขยายผลได้ในระดับโลก

ซีริลล์ วิญเญอรอง กล่าวสุนทรพจน์ที่ทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจสูงสุด

ผู้ได้รับรางวัลสาขาการพิทักษ์รักษ์โลก (Preserving the Planet)

เทรซี โอรูร์ก (Tracy O’Rourke) จากประเทศไอร์แลนด์ ผู้ก่อตั้ง Vivid Edge และเป็นผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2562 นำเสนอบริการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency as a service) เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างคุ้มค่า ผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีสะอาดในราคาที่เหมาะสม นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative บริษัท Vivid Edge ได้ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 36,457 ตัน และประหยัดพลังงานรวมกว่า 119.6 กิกะวัตต์ชั่วโมง เทียบเท่ากับการจ่ายพลังงานให้บ้านเรือนเกือบ 28,500 หลัง โดยลูกค้าสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 82เครส เวสลิง (Kresse Wesling) ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Elvis & Kresse จากสหราชอาณาจักร และผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2554 พัฒนาโมเดลธุรกิจที่ผสานหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับการตอบแทนสังคม โดยเปลี่ยนสายส่งดับเพลิงที่หมดอายุการใช้งานและเศษหนังให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรูคุณภาพสูง นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ บริษัทสามารถลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบได้มากกว่า 315 ตัน และบริจาคเงินมากกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับองค์กรการกุศลที่สนับสนุนชุมชนนักผจญเพลิง

คริสติน คาเก็ตสึ (Kristin Kagetsu) ผู้ร่วมก่อตั้ง Saathi จากประเทศอินเดีย และผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2561 ผลิตแผ่นอนามัยที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากเส้นใยกล้วย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนทั้งต่อสุขอนามัยของผู้หญิงและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพให้กับผู้หญิงในพื้นที่ชนบท ปัจจุบัน Saathi เข้าถึงผู้หญิงกว่า 114,000 คน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 161 เมตริกตัน ลดขยะพลาสติกได้ 92 เมตริกตัน และสร้างงานให้กับผู้หญิงกว่า 485 คนในชุมชนที่ขาดแคลนโอกาสทางเศรษฐกิจ

ผู้ได้รับรางวัลสาขาการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Improving Lives)

เคทลิน ดอลการ์ต (Caitlin Dolkart) ผู้ก่อตั้ง Flare จากประเทศเคนยา ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2562 ได้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินแบบครบวงจร ที่ช่วยลดระยะเวลาการเรียกรถพยาบาลลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้หลายพันรายทั่วภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative บริษัท Flare ได้ขยายการให้บริการครอบคลุมทั่วภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก โดยสามารถลดระยะเวลาเฉลี่ยในการส่งความช่วยเหลือไปยังสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศเคนยาได้ถึงร้อยละ 97 จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เหลือเพียง 16 นาทีเท่านั้น

นามิตา บังกา (Namita Banka) ผู้ก่อตั้ง Banka Bioloo จากประเทศอินเดีย ผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2556 ได้นำเสนอระบบสุขาภิบาลแก่ชุมชนด้อยโอกาส ผ่านการติดตั้งห้องน้ำชีวภาพและระบบบำบัดน้ำเสีย ที่ช่วยยกระดับสุขภาพอนามัยและส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น นับตั้งแต่ได้รับการสนับสนุน Banka Bioloo ได้ติดตั้งห้องน้ำชีวภาพกว่า 3,000 แห่งให้กับการรถไฟอินเดีย ซึ่งรองรับผู้โดยสารจำนวนมากถึง 10 ล้านคนต่อวัน นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งห้องน้ำชีวภาพกว่า 30,000 หน่วยในพื้นที่ชนบท และเป็นบริษัทสุขาภิบาลแห่งแรกในอินเดียที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน

อีเวตต์ อิชิมเว (Yvette Ishimwe) ผู้บริหารกลุ่ม IRIBA Water Group จากประเทศรวันดา และผู้เข้าร่วมโครงการ ในปี 2566 ได้ดำเนินธุรกิจให้บริการน้ำดื่มสะอาดในราคาที่เข้าถึงได้ ผ่านตู้กดน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยยกระดับสุขอนามัยและลดอัตราการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อจากน้ำในพื้นที่รายได้ต่ำ นับตั้งแต่ก่อตั้ง IRIBA สามารถส่งมอบน้ำดื่มที่ปลอดภัยให้กับประชาชนกว่า 517,000 คน และลดอัตราโรคติดเชื้อจากน้ำในโรงเรียนที่ติดตั้งระบบของบริษัทได้ถึงร้อยละ 37

ผู้ได้รับรางวัลสาขาการสร้างสรรค์และส่งมอบโอกาส (Creating Opportunities)

รามา คายาลี (Rama Kayyali) ผู้ก่อตั้ง Little Thinking Minds จากประเทศจอร์แดน ผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2557 มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาอาหรับในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยเสริมทักษะการอ่านของเด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative แพลตฟอร์มของเธอสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านของนักเรียนได้ถึงร้อยละ 25 และเข้าถึงผู้เรียนมากกว่า 400,000 คนใน 11 ประเทศ รวมถึงในกลุ่มชุมชนผู้ลี้ภัย

มาเรียม โทโรเซียน (Mariam Torosyan) ผู้ก่อตั้ง Safe YOU จากประเทศอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในปี 2566 ได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเพศ โดยนำเสนอทั้งบริการแจ้งเหตุฉุกเฉินและทรัพยากรสนับสนุนจากชุมชนใน 5 ประเทศ นับตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative แพลตฟอร์ม Safe YOU ได้ขยายการให้บริการครอบคลุม 5 ประเทศ มีผู้ใช้งานมากกว่า 40,000 ราย รองรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินกว่า 18,000 ครั้ง และเปิดตัวโมดูลใหม่เพื่อส่งเสริมศักยภาพทางการเงินสำหรับผู้ได้รับผลกระทบในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

แจ็กกี้ สเตนสัน (Jackie Stenson) ผู้ร่วมก่อตั้ง Essmart จากประเทศอินเดีย ผู้เข้าร่วมโครงการในปี 2557 ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ และเตาหุงต้มสะอาด ให้กับชุมชนชนบท ผ่านระบบจัดจำหน่ายปลายทางที่เข้มแข็ง พร้อมส่งเสริมศักยภาพของผู้ค้าปลีกรายย่อยในท้องถิ่น จนถึงปัจจุบัน Essmart สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนกว่า 1.4 ล้านคน เพิ่มชั่วโมงการใช้ชีวิตและทำงานได้มากกว่า 125 ล้านชั่วโมง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 101 ล้านกิโลกรัม และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าในชนบทกว่า 5,000 ราย

ผู้ประกอบการหญิง 9 คนจากทั่วโลก ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในงาน Impact Awards 2025

ไฮไลท์ของค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง คือช่วงที่ทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจสูงสุด ด้วยสุนทรพจน์จาก ซีริลล์ วิญเญอรอง ประธานกรรมการด้านวัฒนธรรมและสาธารณกุศล คาร์เทียร์ ซึ่งได้กล่าวเน้นย้ำถึงพันธสัญญาระยะยาวของเมซงในการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง การร่วมขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม และบทบาทสำคัญของผู้ประกอบการหญิง ในฐานะพลังขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสำคัญระดับโลกอย่างยั่งยืน

“ผู้ประกอบการเพื่อสังคมหญิงที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ต่างเปี่ยมด้วยพลังร่วมกันอันยิ่งใหญ่ ในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในค่ำคืนนี้ เราได้ร่วมเฉลิมฉลอง ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในการต่อยอดแนวคิดเล็ก ๆ ให้เติบโตเป็นผลลัพธ์ที่ทรงพลัง หากยังรวมถึงศักยภาพ อันน่าทึ่งของพวกเธอในการเปิดทางสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้กับคนรุ่นต่อไป ความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ของพวกเธอเปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังและแรงบันดาลใจที่ส่องสว่างสำหรับพวกเราทุกคน”

เปิดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกเพื่อสัตว์เลี้ยงสี่ขา

เปิดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกเพื่อสัตว์เลี้ยงสี่ขา

เปิดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกเพื่อสัตว์เลี้ยงสี่ขา

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอกาสพิเศษที่คุณพ่อคุณแม่จะได้พาน้องหมาน้องแมวสุดที่รัก มาฟังดนตรีด้วยกันในบรรยากาศอบอุ่น สบายๆ บรรเลงโดย ดร.ทัศนา นาควัชระ และ Anna Takeda แห่งวงดนตรี Pro Musica กับคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกสุดอบอุ่น “Classical Concert for Dogs and Cats”  วันที่  7–8 มิถุนายน 2568 ที่ โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ทองหล่อ

กิจกรรมจัดขึ้น 2 วัน 2 รอบ  คือ Classical Music for Dogs วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 น.  และClassical Music for Cats วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 น. แล้วคุณจะประหลาดใจว่าน้องๆ สี่ขาแสนรักชอบฟังเพลงกันมาก จนอาจถึงขั้นเคลิ้มหลับไปได้เลย บัตรราคา 800 บาท ต่อคน และ 800 บาท ต่อน้องหมา/แมว   

พร้อมแล้ว จูงน้อง อุ้มน้อง แล้วไปฟังกันเลย! จองบัตรสำหรับน้องหมา : https://promusicabkk.com/concert/classical-music-for-dogs/ สำหรับน้องแมว :  https://promusicabkk.com/concert/classical-music-for-cats/

เมซง วาเลนติโน สะท้อนตัวตนผ่านกระเป๋า VALENTINO GARAVANI NELLCÔTE

เมซง วาเลนติโน สะท้อนตัวตนผ่านกระเป๋า VALENTINO GARAVANI NELLCÔTE

เมซง วาเลนติโน สะท้อนตัวตนผ่านกระเป๋า VALENTINO GARAVANI NELLCÔTE

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Maison Valentino เผยโฉมกระเป๋า Valentino Garavani Nellcôte ผลงานล่าสุดของ อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) หนึ่งในไอเท็มสุดไอคอนิกที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน และเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านดีไซน์ที่เหนือกาลเวลาและเฉียบคม ด้วยโครงสร้างที่มีความสมดุลระหว่างความเรียบหรูกับมุมมองร่วมสมัย

กระเป๋า Valentino Garavani Nellcôte ได้ถูกนำเสนอเป็นครั้งแรกในคอลเล็กชั่น Avant Les Débuts – Spring 25 ของ อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) และได้ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องในคอลเล็กชั่น Pavillon des Folies SS25, Fall 25 และ Le Méta-Théâtre Des Intimités FW 25 ในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยยังคงมีรายละเอียดอันประณีตเป็นหัวใจของการออกแบบ นับตั้งแต่การเลือกใช้หนังคุณภาพสูง ที่ให้สัมผัสเนียนนุ่มและคงรูปได้อย่างงดงาม โดดเด่นด้วยลวดลายงานปักที่ผสานลวดลายเรขาคณิตและดอกไม้ พร้อมทั้งสายสะพายที่สามารถถอดและปรับระดับได้ ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและสไตล์ ไม่ว่าจะถือแบบสะพายข้าง สะพายไหล่ หรือคล้องแขน

กระเป๋า Valentino Garavani Nellcôte ยังโดดเด่นด้วยการนำเสนอเฉดสีที่หลากหลายและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ตั้งแต่โทนสีพื้นสุดคลาสสิกอย่างสีดำ สีน้ำตาลและสีเบจ ที่สะท้อนความสงบนิ่ง เรียบหรู และเหมาะกับการใช้งานในหลากหลายโอกาส ไปจนถึงเฉดสี Testa di Moro หรือสีน้ำตาลเข้มที่ให้ความรู้สึกลุ่มลึกน่าค้นหา และโทนหลากสีที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตอบโจทย์สายแฟชั่นผู้รักความสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งด้วยลวดลายอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ หรือแม้แต่ดีเทลพู่และหมุดโลหะที่เพิ่มมิติและลูกเล่นให้กับกระเป๋าอย่างลงตัว

‘ธรรมะในสวน’ ชวนมาสนทนาธรรม ‘ชีวิตสตรองต้องครองด้วยสติ’

‘ธรรมะในสวน’ ชวนมาสนทนาธรรม ‘ชีวิตสตรองต้องครองด้วยสติ’

‘ธรรมะในสวน’ ชวนมาสนทนาธรรม ‘ชีวิตสตรองต้องครองด้วยสติ’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชวนปักหมุดฟัง “ธรรมะในสวน” เสาร์ที่ 7 มิถุนายน นี้ ที่ สวนเบญจกิติ โดยพระมหาชาครินทร์ กิตฺติเมธี วัดยานนาวา (พระอารามหลวง) ในหัวข้อ “ชีวิตสตรองต้องครองด้วยสติ” 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “กายสำคัญก็จริง แต่ใจสำคัญยิ่งกว่า” เพราะร่างกายจะแข็งแรงได้ ใจก็ต้องแข็งแกร่งเช่นกัน และการมีสติช่วยให้เราไม่จมอยู่กับความทุกข์นาน มองปัญหาด้วยเหตุผล และเรียนรู้ที่จะรับมืออย่างชาญฉลาด

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชวนมาฝึกชีวิตให้แข็งแรงด้วยธรรมะ พร้อมร่วมสนทนาธรรม ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติยามเช้า ในวันเสาร์แรกของเดือนมิถุนายน กับกิจกรรม “ธรรมะในสวน” หัวข้อ “ชีวิตสตรองต้องครองด้วยสติ” โดย พระมหาชาครินทร์ กิตฺติเมธี วัดยานนาวา (พระอารามหลวง) วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน เวลา 08.30-10.00 น. ณ อาคารโรงงานผลิตยาสูบ 5 สวนเบญจกิติ เข้าร่วมกิจกรรมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อและเก้าอี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคน

เริ่มต้นเช้าวันเสาร์ด้วยการ “ออกกำลังกายใจ” ผ่านหลักธรรมที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ต่อด้วยการ “ออกกำลังกาย” ท่ามกลางธรรมชาติของสวนเบญจกิติ  ปิดท้ายด้วยความอร่อยและการพักผ่อนสบายๆ ในโซนรีเทลของศูนย์สิริกิติ์ ครบทั้งพลังใจ พลังกาย และพลังชีวิตในเช้าเดียว

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ผนึก โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการดูแลโรคอ้วน-โรคเบาหวาน

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ผนึก โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการดูแลโรคอ้วน-โรคเบาหวาน

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ผนึก โนโว นอร์ดิสค์ ยกระดับการดูแลโรคอ้วน-โรคเบาหวาน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (“โนโว นอร์ดิสค์”) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในโครงการ “ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ: พิชิตอ้วน พิชิตเบาหวาน” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลโรคอ้วนและเบาหวานให้ครอบคลุมทุกมิติของผู้ป่วย และขยายการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมผู้คนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

โรคอ้วนและเบาหวาน เป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทย โดยมีประชากรกว่าร้อยละ 40 ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน  และอย่างน้อย 6.4 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงสร้างภาระด้านสุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ควรใช้แนวทางการป้องกันอย่างครอบคลุม ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี และที่สำคัญคือ การนำนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษา

ประกาศความร่วมมือโครงการ “ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ: พิชิตอ้วน พิชิตเบาหวาน”

ปัจจุบัน นวัตกรรมการดูแลโรคอ้วนก้าวข้ามการลดน้ำหนักแบบเดิมๆ และมุ่งเน้น “สุขภาพองค์รวม” ซึ่งไม่ได้มองแค่เรื่องการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพโดยรวม ซึ่งจะคำนึงถึงโรคอื่น ๆ ทั้งในด้านของการลดความเสี่ยงของโรคที่สัมพันธ์กัน รวมถึงปรับปรุงผลลัพธ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคตับ ภาวะไขมันพอกตับ และบรรเทาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยในระยะยาว

ด้วยบทบาทของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ในฐานะสถาบันการแพทย์ชั้นนำที่กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ความร่วมมือกับโนโว นอร์ดิสค์ครั้งนี้ จึงเป็นการรวมพลังของสององค์กรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ไม่เพียงมุ่งรักษาโรค แต่เน้นการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ พฤติกรรม และสังคม พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างแท้จริง

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ กำลังก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยเป้าหมายในการสร้างระบบสุขภาพที่เน้นการดูแลแบบองค์รวม ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่คือการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยรอบ เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีควรเข้าถึงได้สำหรับทุกคน และความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนั้น”

รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 

นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “การเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพคือสิ่งที่เรายึดถือเป็นหัวใจในการดำเนินงานทั่วโลก การได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบริบทของระบบสุขภาพไทย ถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการร่วมกันพัฒนาวิธีการดูแลโรคอ้วนและเบาหวานที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน”

นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) 

ในการเสวนาหัวข้อ “การบูรณาการสำหรับความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคอ้วนและโรคเบาหวาน” ผู้เข้าร่วมได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ที่เน้นการบูรณาการเพื่อรับมือกับปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสังคมไทย โดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้เผยถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการเข้าถึงการดูแลรักษาและเปิดรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมนำนวัตกรรมมาใช้ดูแลผู้ป่วย ที่สำคัญคือการนำเสนอระบบ TU Bewell Buddy ผ่านแพลตฟอร์ม Line OA ซึ่งผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้คำปรึกษา กระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแจ้งเตือนต่างๆ เพื่อลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้ป่วย

นอกจากนี้ โนโว นอร์ดิสค์ ได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเป็นต้นแบบแห่งความร่วมมือที่ยั่งยืนในการป้องกันและดูแลผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวานอย่างครอบคลุม โดยงานนี้ยังได้มีการแชร์ประสบการณ์จากผู้ป่วยโรคอ้วนโดยตรง และได้รับเกียรติจาก  มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ ดารานักแสดง มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนอีกด้วย

มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ พูดคุยถึงการดูแลสุขภาพ

ความร่วมมือครั้งนี้ยังมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสนับสนุน เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับทีมดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในทุกมิติ