ฉายแสงแอด.เวนเจอร์ นำเสนอ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Creation of the Gods II: Demon Force กำเนิดเทพเจ้าตอนมหาศึกเทพยุทธ” โดยทีมผู้สร้างเผยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเป้าหมายในการนำเสนอความงดงามและมหัศจรรย์ของวัฒนธรรมและเทพปกรณัมจีนสู่ผู้ชมทั่วโลก
หลังจากการประสบความสำเร็จของภาพยนตร์ “Creation of the Gods I: Kingdom of Storms” ในปี 2023 ที่ทำรายได้ 2.64 พันล้านหยวน (ประมาณ 363 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นเงินไทย 13,068 ล้านบาท ผู้ชมต่างประเทศต่างเรียกร้องให้ภาคต่อฉายพร้อมกับจีน
Creation of the Gods II: Demon Force ได้รับการฉายพร้อมกันในเกือบ 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2025 ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนวันแรก
อู่เอ๋อร์ซาน (Wuershan) ผู้กำกับ กล่าวว่า “เราทำตามคำมั่นสัญญาในการฉายภาพยนตร์ภาค Demon Force นี้ให้พร้อมกันในหลายประเทศ และหวังให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีน เพื่อแสดงให้เห็นว่าความงดงามของวัฒนธรรมจีนยังคงทรงพลังและมีชีวิตชีวาในยุคปัจจุบัน เราดึงผู้สืบทอดมรดกวัฒนธรรมมาร่วมออกแบบเครื่องแต่งกาย อาวุธ และฉาก ดังนั้น Creation of the Gods II: Demon Force ไม่เพียงเป็นภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีระดับสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าศิลปะจีนสามารถเชื่อมโยงผู้ชมทั่วโลกเข้ากับรากวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและน่าทึ่ง”
ในส่วนของเนื้อหาภาพยนตร์ “Demon Force” ซึ่งอิงจากนวนิยายของราชวงศ์หมิง “The Investiture of the Gods”เล่าเรื่องของเจียงจื่อหยา (รับบทโดย หวงป๋อ), จีฟา (รับบทโดย อวี๋ซื่อ)ที่ร่วมมือกับเซียนจากคุนหลุนต่อกรกับกองทัพปีศาจของพระเจ้าหยินโชวผู้นำราชวงศ์ซาง (รับบทโดย เฟยเสียงหรือที่รู้จักกันในชื่อคริสฟิลลิปส์)และเพิ่มตัวละครใหม่อย่าง “เติ้งฉานหยู” แม่ทัพหญิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ตรีฟูฮ่าว” ขุนพลหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์จีน และ “เวินจง” ราชครูแห่งราชวงศ์ชางที่นักแสดง “อู๋ซิงกั๋ว” ถ่ายทอดผ่านเทคนิคงิ้วจีน
ทีมผู้สร้างใช้เวลานานกว่า 10 ปีในการผลิต พร้อมความร่วมมือจากทีมระดับรางวัลออสการ์โปรดักชันของภาพยนตร์ใช้เวลากว่า 11 ปี โดยมีทีมงานกว่า 11,000 คนจาก 21 ประเทศ ทีมงานขนาดใหญ่นี้ดูแลทุกด้านของภาพยนตร์ ตั้งแต่การแสดง, การแสดงสตันท์, การถ่ายทำ, อุปกรณ์ประกอบฉาก และเอฟเฟกต์พิเศษ ทุกๆ รายละเอียดได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ภาพยนตร์มีความมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ เช่น Barrie M. Osborne (The Lord of the Rings), James Schamus และ Tim Yip (Crouching Tiger, Hidden Dragon) รวมถึง Douglas Hans Smith (Independence Day) ซึ่งมาดูแลวิชวลเอฟเฟกต์หลักของเรื่อง