‘มิกค์-หลุยส์’นำทีมนักแสดง 7HD แชร์หลักธรรมนำใจ เนื่องใน ‘วันวิสาขบูชา’

‘มิกค์-หลุยส์’นำทีมนักแสดง 7HD แชร์หลักธรรมนำใจ เนื่องใน ‘วันวิสาขบูชา’

‘มิกค์-หลุยส์’นำทีมนักแสดง 7HD แชร์หลักธรรมนำใจ เนื่องใน ‘วันวิสาขบูชา’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.40 น.

นักแสดง ช่อง 7HD ร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนา แชร์หลักธรรมนำใจในการดำรงชีวิต ที่สามารถนำมาปรับใช้ ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว เนื่องในวัน “วิสาขบูชา”

เนื่องในวัน “วิสาขบูชา” ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเหล่าพุทธศาสนิกชนชาวไทย เลยชวน นักแสดง 7HD ร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนา แชร์หลักธรรมนำใจ ที่แต่ละคนยึดถือไว้ใช้ในการดำรงชีวิต ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว จะมีใครบ้าง ไปดูกัน

มิกค์ ทองระย้า “สำหรับหลักธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันของมิกค์นะครับ ง่าย ๆ เลยคือ เราต้องคิดทำดี ทำทุกวันให้มีความสุข และสนุกกับสิ่งที่ทำครับ มีฉันทะ พอใจในสิ่งที่มีอยู่หรือสิ่งที่ทำ เราต้องรักที่จะทำ และมีวิริยะ พากเพียร ขยัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายละคร ล่าสุดมีละครเงากามเทพที่ออกอากาศเราก็แสดงเต็มที่ ทำด้วยความสุข หรือการทำงานต่าง ๆ หรืออย่างตอนนี้ ที่ผมกำลังเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบ้ายออยู่ ผมก็รู้สึกสนุกกับการทำมาก ๆ ซึ่งพอเราสนุก เราก็จะทำงานทุกอย่างออกมาได้ดี ไม่รู้สึกเบื่อ และทำทุกอย่างได้เต็มที่มากขึ้นไปอีกครับ”

หลุยส์ เฮส “หลักธรรมที่ผมใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันคือ วิริยะ หรือว่าความเพียรครับ ผมรู้สึกว่าความตั้งใจ ความขยัน ความไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราก้าวหน้าได้ดีที่สุด แม้บางทีเราจะมีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำ หรือเราจะเหนื่อยมากแค่ไหน แต่ถ้าเราสามารถทำทุกอย่างให้มันเสร็จได้โดยไม่ผลัดวันออกไป หลังจากที่เราทำเสร็จแล้ว เราก็จะไม่เหนื่อย ผมเชื่อว่าเราคงไม่ได้เหนื่อยทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่ทำจะกลายเป็นดินพอกหางหมูครับ สร้างทุกข์ให้กับตัวเอง ดังนั้น ผมเชื่อเสมอว่าความเพียรไม่ทรยศใคร ใครที่มีความตั้งใจ มีความขยัน อย่างไรชีวิตก็จะได้เดินหน้าไปในทางที่ดีครับ”

พิ้งค์พลอย–ปภาวดี ชาญสมอน“หลักธรรมที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ของพิ้งค์พลอยคือเรื่อง การให้อภัยค่ะ อาจมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่ความจริงไม่ง่ายนะคะ ยกตัวอย่างเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันในการทำงาน บางทีเราอาจจะได้รับคอมเมนต์ต่าง ๆ ทั้งดี และไม่ดี ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่เราก็ใช้ความสงบ และมีสติ นอกจากเราจะให้อภัยได้แล้ว ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเรา เลือกมองเรื่องที่ทำให้จิตใจเรามีความสุขดีกว่า ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตคือการมีสติ เมื่อเรามีสติเราจะเกิดสมาธิ และปัญญาค่ะ”

ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน“สำหรับคำสอนทางพุทธศาสนาที่ผมชอบ คือเรื่อง อริยสัจ 4  จริง ๆ แล้ว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีวิทยาศาสตร์สูง อริยสัจ 4 สอนให้เราหาต้นเหตุของการเกิดทุกข์  ต้นเหตุของสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ และหาสิ่งที่เราจะเลือกปฎิบัติให้เราดับทุกข์  ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าใจ และรับรู้ได้ เพราะถ้าเอาคำสอนมาพิจารณาทีละข้อ มันทำให้เรามีสติ มีสมาธิ  รู้ว่าแท้จริงแล้วเราทุกข์จากอะไร เหตุของความเครียดทุกสิ่งทุกอย่างมาจากอะไร  กระบวนการในการแก้ไขปัญหาต้องไปอย่างไร  ทุกอย่างมันจับต้องได้  สามารถเอาไปใช้ได้จริง ในการแก้ปัญหาแบบไม่เครียดในชีวิตประจำวันครับ”

ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง“หลักธรรมที่ปูเป้ใช้ยึดถือปฎิบัติในทุก ๆ วัน คือ เรื่องสมาธิค่ะ เราต้องฝึกจิต อบรมจิตใจให้ไม่วิตกฟุ้งซ่าน ยิ่งเราเองเป็นนักแสดง เวลาเราแสดงละคร มันจะมีทั้งอารมณ์ที่ดิ่ง และอารมณ์ขึ้น เพราะฉะนั้นการมีสมาธิที่ดี มันจะฝึกจิตให้เราสงบได้เร็วที่สุด บวกกับถ้าเจอกับปัญหาชีวิตในรูปแบบไหนก็ตาม  เราก็จะสามารถรับมือกับปัญหาด้วยสมาธิที่ดี และสติที่ดีค่ะ”

โหน-ธนากร ศรีบรรจง“สำหรับโหน เป็นข้อที่ว่า มีความสุขกับปัจจุบัน และทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ ซึ่งมันนำมาปรับใช้ได้จริงเสมอ ยกตัวอย่างในพาร์ทของโหน การทำวันนี้ให้ดีที่สุด ก็คือ ไม่ว่าเราจะได้รับมอบหมาย หรือบทบาทหน้าที่อะไรมา เราต้องทำสิ่งนั้น ให้ดีที่สุด ให้เต็มที่ที่สุด สุดความสามารถ สุดกำลังเท่าที่เราจะทำได้ เหตุผลที่ยึดด้านนี้ไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ก็เพราะว่า ถ้าวันหนึ่ง เราย้อนนึกถึง เราก็จะไม่เสียดายทีหลัง ว่าวันนั้นทำไมเราทำไม่ดีเลย เราทำไม่สุดเลย ตราบใดที่เราทำสุดความสามารถแล้ว ไม่ได้อย่างที่หวัง ก็ไม่เป็นไร เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แล้วเราก็จะไม่ผิดหวังกับสิ่งที่ทำ และที่สำคัญที่สุด จะมีความสุขกับสิ่งที่ทำเสมอ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม นี่คือหลักในการใช้ชีวิตที่โหนยึดไว้ทุกวันนี้ครับ”

เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันต์ศักดิ์ “หลักธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่เกรซมักจะนึกถึง และใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเสมอ ก็คือ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิต คือการศึกษา ค่ะ จริง ๆ คำว่าการศึกษาสำหรับเกรซ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเรียนจบสูง มีใบปริญญากี่ใบ เรียนที่ไหน แต่ว่ารากฐานของชีวิต คือการศึกษา ในที่นี้ เกรซหมายถึงการที่เราไม่หยุดเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเรา ดำเนินไปในทิศทางที่ดี และถูกต้อง ถ้าถามว่ามันดีต่อการที่เราจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันยังไง มันก็ทำให้เรามีสติ และไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมที่จะทำให้รากฐานของชีวิตมั่นคง ด้วยการที่ศึกษาหาข้อมูลใหม่ ๆ มาทำให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า และสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ตลอด พร้อมรับข้อมูลใหม่ ๆ แก้ไขสิ่งที่มีให้มันถูกต้อง และมั่นคงค่ะ”

เชื่อว่า หลักธรรมของแต่ละคน จะโดนใจทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้แน่นอน และพุทธศาสนิกชนอย่าลืมร่วมทำบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม และ เวียนเทียน ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวัน “วิสาขบูชา” กันจ้าติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์  www.ch7.com  

ทำความรู้จัก‘เซียงเซียง พรสรวง’ เผยความสดใสแผ่กระจายราวกับกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้

ทำความรู้จัก‘เซียงเซียง พรสรวง’  เผยความสดใสแผ่กระจายราวกับกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้

ทำความรู้จัก‘เซียงเซียง พรสรวง’ เผยความสดใสแผ่กระจายราวกับกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความสดใสแผ่กระจายราวกับกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้สมชื่อเจ้าตัว เมื่อ ‘เซียงเซียง พรสรวง รวยรื่น’ นักแสดงสาวหมวยเจ้าของบทบาทดังอย่าง ‘ผึ้ง’ จากละครเรื่อง ‘ล่า’ (2560) และ ‘พู่’ จากละครเรื่อง ‘ทิชา’ (2567) ได้มาขึ้นปก MiX เป็นครั้งแรก ถ่ายทอดอินเนอร์ผ่านธีมสุดยิ่งใหญ่แห่งการเฉลิมฉลอง 5 ทศวรรษของมิตรภาพระหว่างไทย – จีน พร้อมด้วยบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มที่จะเผยเสน่ห์ออกมาจนไม่ว่าใครต่างก็ต้องตกหลุมรักเธอคนนี้กันอย่างแน่นอน

ที่มาของชื่อ ‘เซียงเซียง’

 ‘เซียงเซียง’ แปลว่ากลิ่นหอมค่ะ อาม่าเป็นคนตั้งให้เพราะจริง ๆ ชื่อภาษาไทยคือ ‘ข้าวหอม’ ชื่อภาษาจีนก็เลยเกี่ยวข้องกับความหอมค่ะ

คุณคลุกคลีกับความเป็นจีนในด้านใดบ้าง

จริง ๆ ครอบครัวค่อนข้างจะเป็นบ้านคนจีนในไทยที่ประยุกต์มาก ๆ แล้ว เหลืออะไรที่เป็นจีนเข้มข้นน้อยลงแต่ส่วนใหญ่ที่ยังมีอยู่คือเรื่องการกินค่ะอย่างเราจะรู้สึกคุ้นชินกับการถือตะเกียบมากกว่าช้อนส้อม อาหารจีนทางบ้านอาม่าก็อร่อยมาก ๆ อาม่าทำบะหมี่อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ (ยิ้ม)มีหมากรุกจีนที่อากงสอนเล่นตั้งแต่ยังเด็กด้วย รู้สึกว่าเป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ แถมตัวหมากมันสวยเราก็เลยมีความหลงใหลในสิ่งนี้ค่ะ ซึ่งหมากรุกจีนจะมีวิธีเล่นคล้าย ๆ กันกับหมากรุกปกติ ต่างแค่หน้าที่กับวิธีการเดินนิดหน่อย แต่ว่าเราเองก็ไม่ถนัดหมากรุกอื่นเหมือนกันเพราะเล่นเป็นแต่หมากรุกจีน

เมื่อพูดถึง ‘จีน’ จะนึกถึงอะไร

อาม่า อาหาร ซีรีส์จีน (หัวเราะ) พระเอกที่ชอบสุด ๆ ก็ต้องเป็น ‘ซ่งเวยหลง’ อยู่แล้ว เขาหล่อมาก ๆ ค่ะ

จุดเริ่มต้นเส้นทางนักแสดง

 ‘เซียงเซียง’ เข้าวงการตั้งแต่ประมาณ 7 ขวบค่ะ เริ่มจากเล่นละครเวทีที่จังหวัดนครปฐมก่อนเพราะว่าเราเป็นคนนครปฐม แล้วค่อยไปแคสและได้เล่นโฆษณาของแบรนด์ จูเนียร์ หลังจากนั้นถึงเริ่มมีละครเข้ามาค่ะ

ความแตกต่างระหว่างละครเวทีกับละครโทรทัศน์

ถ้าในทางการแสดง ละครเวทีจะค่อนข้างแสดงออกทางร่างกายและมีหลากหลายรูปแบบมากกว่า ส่วนละครโทรทัศน์จะเน้นเสียงและสีหน้าเป็นหลักค่ะ

บทบาทแบบไหนที่อยากลองท้าทายดูสักครั้ง

จริง ๆ มีอีกหลายบทมากที่อยากเล่นค่ะ แต่มันจะมีบทประเภทหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถูกดึงดูดเป็นพิเศษ ฟีลคล้าย ๆ ตัวละคร ‘ซู’ ในภาพยนตร์เรื่อง ‘Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า’ เป็นตัวละครผู้หญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ รู้สึกสนใจในเรื่องแบบนี้มาก ๆ ค่ะ

ถ้าหากมีโอกาสได้ทำการแสดงเป็นของตัวเอง

อยากทำ Solo Movement Performance แบบละครเวทีค่ะ แล้วเรามีคณะละครเป็นของตัวเองด้วยชื่อว่า ‘BLUE SEA THEATRE’ ซึ่งตอนนี้จะมีแพลตฟอร์มออนไลน์และทำงาน Movement เป็นหลัก

ในฐานะนักแสดงประเมินตัวเองเอาไว้เท่าไร

ถ้าเต็ม 10 คะแนนขอให้ 9 คะแนนค่ะ จริง ๆ รู้สึกว่าชอบตัวเองในฐานะนักแสดงมากกว่าในชีวิตปกติอีก (หัวเราะ) แต่ที่เหลือไว้ 1 คะแนนเพราะคิดว่าอนาคตเราจะสามารถเป็นนักแสดงที่ดีได้มากกว่านี้ค่ะ

ชื่นชมตัวคุณเองสักหน่อย

 ‘เซียงเซียง’ เธอเก่งมากเลยนะ กอด ๆ นะ พยายามสู้ ๆ ต่อไปนะ (ยิ้ม)

‘เซียงเซียง’ กับการทำ Social Detox

ทำ Social Detox ประจำเลยค่ะ อย่างช่วงที่ละคร ‘ทิชา’ ออนแอร์เราก็ไม่อ่านไม่อะไรเลย จนกระทั่งพี่อัค (อัครัฐ นิมิตชัย รับบท ‘เมธี’ ในละครเรื่อง ‘ทิชา’) เขาโทรตามว่า ‘เซียงเซียง’ ได้โปรดกลับมาลงรูปใน Instagram หน่อย (หัวเราะ)

ตัวตนที่แท้จริงของ ‘เซียงเซียง’

หลาย ๆ คนจะพูดถึงตัวเราไม่เหมือนกันสักคน เลยคิดว่าเราอาจเป็นคนที่หลากหลายหรือแปลก ๆ นิด ๆ ค่ะ ต้องรู้จักถึงจะวิเคราะห์ได้ (ว่าเป็นคนแบบไหน)

สเปกในอุดมคติของ ‘เซียงเซียง’

ชอบผู้ชายผมดำที่มีความเป็น Introvert มาก ๆ ไม่ค่อยพูดและเป็นคนเงียบ ๆ แต่ว่ามาทักเราก่อนนะ (หัวเราะ) ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอเลยค่ะ

นิยามความรักของ ‘เซียงเซียง’

แค่เป็นความรักมันก็คือสิ่งที่ดีงามบนโลกใบนี้แล้วค่ะ ไม่ว่าเราจะมีความรักให้กับตัวเองหรือว่าจะส่งพลังงานนี้ไปให้กับคนอื่น เท่านี้มันก็สวยงามแล้ว (ยิ้ม)

มุมมองต่อความรักที่เท่าเทียม

เราควรมีสมรสเท่าเทียมตั้งนานแล้วเพราะจริง ๆ มันคือสิ่งที่ควรมีในฐานะสิทธิมนุษยชน ดีใจมาก ๆ ค่ะที่ในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นสักที

อยากบอกอะไรกับคนที่รัก ‘เซียงเซียง’

ขอบคุณมาก ๆ ที่ส่งมอบความรักนี้มาให้นะคะ รู้สึกว่าเราโชคดีมากที่ถูกคนเหล่านี้รักค่ะ (ยิ้ม)

อยากบอกอะไรกับ ‘เซียงเซียง’ ในปัจจุบัน

อยากจะบอกว่าเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองเยอะ ๆ อยากทำอะไรก็ทำเลย

จินตนาการถึง ‘เซียงเซียง’ ในวัย 50 ปี

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ก็ยังคงเป็นนักแสดงต่อไปค่ะ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ยังไงก็อยากทำต่อไป เพราะหลังจากเราได้เรียนเกี่ยวกับการแสดงเยอะ ๆ เลยรู้ว่ามันมีหลากหลายรูปแบบมาก ๆ แล้วสามารถทำได้ทุกที่จริง ๆ ค่ะ คิดว่าตอนอายุ 50 ปีก็ยังจะเป็น ‘เซียงเซียง’ ในเวอร์ชันนักแสดง แค่อาจจะอัพบทบาทเป็นรุ่นคุณแม่อะไรอย่างนี้

ไทย – จีนกับมิตรภาพยาวนาน 5 ทศวรรษ

สำหรับ 5 ทศวรรษกับมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างไทยกับจีน ต้องขอขอบคุณมากที่เป็นมิตรกันมาอย่างยาวนาน ขอให้ดำรงมิตรภาพนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ

ถ่ายแบบกับ MiX ครั้งนี้รู้สึกยังไงบ้าง

สนุกมากค่ะ ไม่คิดเลยว่าพี่ ๆ เขาจะเตรียมชุดมาหลากหลายขนาดนี้ อย่างชุดที่กำลังใส่อยู่ตอนนี้ก็มีความหว่องกาไวมาก ๆ (หัวเราะ) ดีใจมาก ๆ ที่ได้มาถ่ายแบบในวันนี้ค่ะ

ฝากติดตาม MiX MAGAZINE ฉบับที่ 201

ฝากติดตาม MiX MAGAZINE ฉบับที่ 201 ในเดือนมีนาคมนี้ด้วยนะคะ รูปจะออกมาเป็นยังไงก็อยากฝากให้ไปติดตามในแต่ละลุคกันได้เลย

ผลงานในอนาคตของ ‘เซียงเซียง พรสรวง’

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ ‘เซียงเซียง’ จะมีละครทางช่อง ONE 31 แล้วก็อีกหลากหลายผลงานตามมาให้ดูเรื่อย ๆ เลยค่ะ

‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ!

‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ!

‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ!

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บานประตูบทใหม่… กำลังจะเปิด นี่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปี แต่มันคือ 26 ปี ที่เล่าผ่านเพลงและแสดงด้วยชีวิต ของ Greasy Cafe หรือ ‘เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร’ ศิลปินผู้เล่าเรื่องราวด้วยภาษาที่สวยงามผ่านท่วงทำนอง พาผู้ฟังเปิดประสบการณ์ไปกับดนตรีและสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ในแบบ Greasy Cafe จากผลงานเพลงตลอดระยะเวลา 26 ปี นับตั้งแต่เพลง “หา” จากอัลบั้มรวมศิลปิน “Smallroom 001” ภายใต้สังกัด Smallroom ในปี 1999 จนมีสตูดิโออัลบั้มเดี่ยวของ Greasy Cafe ถึง 4 อัลบั้ม อาทิ สิ่งเหล่านี้ (ปี 2008), ทิศทาง (ปี 2009), The Journey without Maps (ปี 2012), Technicolor (ปี 2017) และผลงานจากอัลบั้มชุดใหม่ที่ปล่อยออกมาแล้วถึง 5 เพลง กับ ‘วันทรงจำ, อิสรภาพ…ไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ, ลมหาย จางจาก’ พร้อมสองเพลงใหม่อย่าง ความหมายของการมีลมหายใจ และ หาย ซิงเกิลล่าสุด

ในปีนี้ Greasy Cafe จะพาทุกคนมาร่วมสำรวจปฐมบทครั้งใหม่กับ GATES TO THE OTHER SIDE ก้าวข้ามผ่านเวลาตลอดระยะเวลา 26 ปี สู่อีกด้านของ Greasy Cafe ค้นหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูเหล่านั้นด้วยกัน ว่ามันจะเป็นการกลับไปหาอดีตอีกครั้ง หรือเพื่อพบกับสิ่งที่ไม่เคยได้ค้นเจอ ประตูบางบานอาจไม่ได้ต้องการกุญแจ แต่อาจต้องการเพียงแค่ความกล้าในการแค่ผลักมันออกไป… ผ่านบทเพลงหลากหลายอารมณ์ในบรรยากาศดนตรีที่เต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง เจ็บปวด และความล่องลอยของ Greasy Cafe พร้อมโปรดักชั่นเต็มรูปแบบในฮอลล์ครั้งแรก ที่ได้ทีม Saturate design ผู้ออกแบบ Lighting , Visual และ Art Installation ให้กับคอนเสิร์ต, เฟสติวัล และอีเวนต์ต่างๆในไทยมากมาย มาเนรมิตโปรดักชั่นเหนือจินตนาการในคอนเสิร์ตครั้งนี้แบบจัดเต็ม พร้อมทั้ง ‘เล็ก Greasy Cafe’ ยังคงลงมือทำเองเกือบทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน งานนี้การันตีดีเอ็นเอ Greasy Cafe ทั้งแสง สี เสียง อย่างแน่นอน 

ครั้งสำคัญที่คุณจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบทบันทึกนี้และขับร้องบทเพลงของ Greasy Cafe ไปด้วยกัน ในบรรยากาศที่ทุกคนมีส่วนเขียนร่วมกัน และไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ กับคอนเสิร์ต YUEDPAO presents “Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE” ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เปิดจำหน่ายบัตรพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ The Concert 

ราคาบัตร บัตรยืน 2,800 | 2,300 บัตรนั่ง 2,800 | 1,900

LIMITED MERCH + VIP PASSของที่ระลึกจากโรงหล่อพระ พร้อมสิทธิ VIP PASS สามารถซื้อเพิ่ม +1,500 สามารถซื้อได้กับตั๋วทุกประเภท จำหน่ายในวันถัดไป (2 มิถุนายน 2568 10:00)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางwww.facebook.com/GreasyCafewww.greasy-cafe.comwww.theconcert.com

#GreasyCafeGatesToTheOtherSide#GreasyCafe #YUEDPAO

‘เอส เอฟ’ร่วมกับ’บัตรเครดิต กรุงศรี’จัดแคมเปญแลกพอยต์รับตั๋วหนัง First Class หรือ The Bed

'เอส เอฟ'ร่วมกับ'บัตรเครดิต กรุงศรี'จัดแคมเปญแลกพอยต์รับตั๋วหนัง First Class หรือ The Bed

‘เอส เอฟ’ร่วมกับ’บัตรเครดิต กรุงศรี’จัดแคมเปญแลกพอยต์รับตั๋วหนัง First Class หรือ The Bed

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด จัดแคมเปญพิเศษมอบสิทธิ์สุดคุ้มให้กับลูกค้าโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ และ บัตรเครดิต กรุงศรี สามารถใช้กรุงศรี พอยต์ 5,999 พอยต์ แลกรับบัตรชมภาพยนตร์ ที่นั่ง First Class หรือที่นั่งโรงภาพยนตร์ THE BED CINEMA by Omazz® (ในระบบปกติ) จำนวน 1 ที่นั่ง โดยสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE และ นำ E-Coupon มายืนยันเพื่อรับสิทธิ์และเลือกที่นั่ง ณ จุดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด พร้อมติดตามสิทธิพิเศษต่างๆ จาก เอส เอฟ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน SF Cinema, www.sfcinema.com พร้อมติดตามข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านโซเชียลมีเดีย SF Cinema #SFcinema

ธันเดอร์โบลต์ส(Thunderbolts) (*The New Avengers)

ธันเดอร์โบลต์ส*(Thunderbolts*) (*The New Avengers)

ธันเดอร์โบลต์ส*(Thunderbolts*) (*The New Avengers)

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังปิดเฟส 5 ของจักรวาลหนังมาร์เวล (MCU) เป็นการรวมตัวกันของเหล่าแอนตี้ฮีโร่นอกคอก พังๆ เหล่าวายร้ายกลับใจ ที่ไม่ใช่ตัวเด่นตัวดังของมาร์เวลธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*)  มีเนื้อหาต่อเนื่องจากซีรีส์ The Falcon and the Winter Soldier (2021) และจากหนัง Black Widow (2021), Ant-Man and the Wasp (2018), และ Captain America: New World Order (2025)ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ถูกชื่อตาม ทีมอเมริกันฟุตบอล ระดับรองๆ เหมือน สมาชิกแก๊งค์ขี้แพ้ แอนตี้ฮีโร่พังๆ กลุ่มนี้

ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) พาบรรยากาศเดิมๆ ที่คุ้นเคยกันดีจาก Avengers กลับมาคืนมาอีกครั้ง หลังจากที่ ปิดฉากอย่างสวยงามใน  Avengers: Endgame มาในแบบ แอดเวนเจอร์ ที่ไม่ใช่ภาคต่อ ภาพแยก หรือ เรื่องอื่นๆ ใน จักรวาลมาร์เวล

กลิ่นความเป็น หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ในแบบ แอนตี้ฮีโร่ล้างภาพของ ทีม Avengers ทีมเก่าออก เพื่อ ปูทางให้ ทีม New-Avengers มาแบบจัดเต็มหนังเน้นๆ ย้ำๆ เรื่องการ ชะล้าง ทำลายสิ่งเดิมๆ ของ ทีมAvengers มีการพูดถึง ยักษ์แดง ในกัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America: New World Order) พูดถึง เทพ ที่มาอยู่ในทีม Avengers หรือย้อนไปพูดถึง จาก เซรุ่มเพิ่มพลังใน กัปตันอเมริกา

โทนหนัง มาแบบครบ แอ็คชั่นเน้นๆ เทคนิคพิเศษ ในแบบ หนังมาร์เวล ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เหมือนจะรุนแรงแต่ภาพที่ออกมาไม่แรง ไม่มีเลือดไม่สยดสยอง เด็กๆ ดูได้มุขตลก ที่มีทั้ง บทสนทนา ต่อปากต่อขำ เสียดสี  บุคลิกตัวละคร ความขัดแย้งขัดใจ เอาชนะกันและกัน เสียดดีสังคม และเหตุการ์พาไปบทดราม่า เน้นๆ ไปที่ เบื้องหลัง ปมในใจ ด้านมืดด้านสว่าง มิตรภาพเพื่อนฝูง พ่อแม่ จะขาดแค่ ความรักของหนุ่มสาว ชอบ ในเล่าปมต่างๆ ผ่านทาง พลังพิเศษ ของ เซนทรี หรือวอยด์หนังดูง่ายสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก ใครที่ไม่รู้จักตัวละครหลักๆ ก็เข้าใจเรื่องได้

เอาเข้าจริงๆ พล้อตของ ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ก็คือ พล้อตเดิมสูตรสำเร็จในหนังแอ็คชั่น ตั้งแต่สมัยก่อนโน้นสายลับนักฆ่าทางการปลดระวางถูกสั่งเก็บ มาเจอ หนุ่มความจำเสื่อม ที่ บังเอิญ เป็น นักฆ่าฝีมือเยี่ยมแค่..เปลี่ยนมาคนธรรมดา มาเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ครึ่งแรกของหนังคือ หนังมาร์เวลจ๋า การมาเจอกัน ทำความรู้จัก โชว์ความสามารถ นิสัยใจ คอของ แต่ละคน ..ดูกันแบบเพลินๆ สบายๆแต่ พอมาช่วงท้าย ช่วงไคลแม็กซ์ กลายเป็น หนังค่ายตรงกันข้าม DC ไปซะชิบ เน้นๆ ไปที่ ความดาร์ค ด้านมืดของตัวละคร..เพียงแต่ ด้วย ความ ที่เป็น หนังใสๆ ของ มาร์เวล เลยรู้สึก ดิบไม่พอ..พยายามจะขับด้านมืด ออกมา ก็เลย ไม่ค่อยสนุก ไปกับเรื่อง

ตัวละครในทีม ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ดูเคมีเข้ากัน จับกลุ่มรวมกลุ่มได้ดีแบบสบายๆ แค่..รู้สึกว่า ต้องอยู่กันเป็นกลุ่ม พอแยก เป็นคนๆ กลับขาดพลัง ขาดแรงดึงดูด แทบ ไม่มีความเด่นรวมทั้ง บทหนังยังไม่สามารถสร้างความรู้สึกผูกพัน ของสมาชิกในทีมได้ ยิ่งตอน ช่วยดึงกันออกมาจาก ด้านมืด มันดูลวกๆ ง่ายๆ เกินตัวละครทุกตัว ในทีม ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ต่อยอดมาแล้ว ในจักรวาล มาร์เวล เรื่องอื่นๆ มีเพียง เซนทรี เพียงคนเดียว ที่เปิดตัว ในเรื่องนี้ (ถ้าใครจำได้ จะเพิ่มความสนุกมากขึ้น)

เยเลน่า เบโลว่า ดูเด่นที่สุด ดูมีพลังที่สุด ฟลอเรนซ์  พิว แบกหนัง เอาไว้ทั้งเรื่องดูแล้วเหนื่อยแทน กับฉากแอ็คชั่น แต่ก็อินไป กับ บทดราม่าผ่านสีหน้าแววตาทั้งเรื่อง..รู้สึกว่า เธอเล่นดีอยู่คนเดียว ชอบ ตัวละครตัวนี้ที่สุด( แบล็กวิโดว์ (Black Widow) และซีรีส์ ฮอว์คอาย (Hawkeye)

บักกี้ บาร์นส หรือ วินเทอร์ โซลเยอร์ เหมือนจะดูหล่อดี ดูดี แต่ไปๆ มาๆ ค่อยๆ อ่อนแรง  เซบาสเตียน สแตน แทบจะไม่เหลือคสามเท่ห์ สมาร์ท จากใน กัปตันอเมริกา มาเลย เหมือนกับ เป็น แค่ ตัวประกอบ ดีๆ นี่เอง(กัปตันอเมริกา ภาคแรก (Captain America: The First Avenger) และ ฟัลคอนและวินเทอร์ โซลเยอร์ (The Falcon and the Winter Soldier)

ไวแอตต์ รัสเซลล์ เป็น จอห์น วอร์เกอร์ หรือรหัส ยูเอสเอเจนต์ เน้นเฮฮา ด้วยชุดกัปต้น ที่ดูหยาบๆ โล่ห์ที่ดูเป็น ขนมเบื้อง มาจาก  ฟัลคอนและวินเทอร์ โซลเยอร์ (The Falcon and the Winter Soldier)เดวิด ฮาร์เบอร์ เป็น อเล็กซี ชอสตาคอฟ หรือ เรดการ์เดียน: ซูเปอร์โซลด์เจอร์ฝั่งรัสเซีย พ่อร่างยักษ์ของ เยเลน่า ชัดเจนในการเป็นตัวผ่อนคลาย เรียกเสียงฮา และดูอบอุ่นในความเป็นพ่อ ที่ลูกสาวไม่เข้าใจ( ฟัลคอนและวินเทอร์ โซลเยอร์ (The Falcon and the Winter Soldier)

ที่น่าเสียดายสุดคือ เอวา สตาร์ Ghost ผีน้อย ที่เปิดตัวมาได้อย่างน่าสนใจ การล่องหน สามารถแทรกตัวผ่านวัสดุที่มีความแข็ง และควบคุมพลังงานได้ ความสามารถความเก่ง ต่างๆ ดูเข้ากับ ฮันนาห์ จอห์น-คาเมน ที่มารับบทนี้ รอซึมซับไปกับตัวละคร แต่ไปๆ มาๆ กลับไม่มีได้เล่นอะไร ปล่อยทิ้งไปเฉยๆ(แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์ (Ant-Man and the Wasp)

ทาส์กมาสเตอร์ รับบทโดย โอลกา คูรีเลนโก  นักฆ่าที่เลียนแบบการต่อสู้ของศัตรู ที่ถูกส่งมาตามล่า เยเลน่า(แบล็กวิโดว์ (Black Widow))โดยมี บ๊อบ-โรเบิร์ต เรย์โนลด์ส เข้ามาเป็น ตัวเสริม ขยี้ความสัมพันธ์ กับ เยเลน่า ที่ดูดี ในส่วน ดราม่าความสัมพันธ์หนุ่มสาว(ที่ไม่ใช่ความรัก) และ มาเด่นใน พลังพิเศษในตัวลูอิส พูลแมน ดูดี ทั้ง ในการเป็น ป๊อบ หนุ่มเอ๋อๆ ความจำเสื่อม เป็น เซนทรี ที่ทรงพลัง และเป็น เดอะ วอยด์ คนเก่งในด้านเงามืด

วาเลนตินา อัลเลกรา เดอ ฟอนเทน ผอ.ซีไอเอ หัวหน้าโครงการ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับบทโดยจูเลีย หลุยส์-เดรย์ฟัส ดูเหมือน หัวหน้าตัวร้าย ในหนังตลกมากกว่า ไม่มีออร่า รังสี ความร้าย ใดๆ ทุกฉากที่ออกมา ดูน่ารำคาญ(แบล็กวิโดว์ (Black Widow)  ฟัลคอนและวินเทอร์ โซลเยอร์ (The Falcon and the Winter Soldier)  Black Panther: Wakanda Forever)

ผิดกับ เจอรัลดีน วิศวนาธาน ที่มารับบท เมลิสซ่า โจน “เมล” โกลด์เมล์ เลขา คนสนิท ยังดูดี ทุกฉากที่ออกมาที่ขัดใจสุดๆ ไม่ชอบที่สุดของธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) คือ ฉากแอ็คชั่น มาแค่นี้ มาน้อยมากๆ ที่มาก็ดูเบบี้ เด็กๆ เหมือนจะมีอะไร แต่กลับไม่มีอะไร เด่นเป็นพิเศษฉากโชว์ การปะทะ เปิดตัว นักฆ่าในห้อง ออกมาดูดี น่าสนใจ ชวนให้ อยากดูต่อ
แต่หลังจากนั้น ฉากบู๊ดูธรรมดามากๆ ทหาร มาให้ฆ่า เหมือน พวกข้อคเกอร์ในหนังไอ้มดแดง หรือบิ้วล้อในหนังกำลังภายใน ไม่มี ตัวร้ายที่เก่ง เหมือนในเรื่องอื่นๆ ของ มาร์เวล
ฉากปะทะ ทีม ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) กับ แม้จะดีในด้านเทคนิค แต่ก็ไม่มีความสูสี ไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจ แถม หักจบแบบง่าย เกินและที่ ดูห้วนๆๆๆ สุดๆๆๆ ฉากกู้โลก ความมืดเข้าครอบงำ ที่ ทีม ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ออกมาช่วย ความรู้สึกเหมือน Avengers แต่ มันมีนิดเดียว ถ้ามาก หรือ ขยี้มากกว่านี้ น่าจะดูดี ไม่ดู ง่ายเกินน้อยเกิน ไป

และที่ยิ้มได้ มีความสุข มากกว่าตัวหนัง ทั้งเรื่อง คือ การมาแว่บๆ ของ 4 กายสิทธิ์ ภาพนิดๆ ประกอบเพลงธีม ที่คุ้นหู แค่นี้ก็โอเคแล้วธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ดูจนจบแล้ว ก็ไม่มีความรู้สึก ว่าต้องดู จอใหญ่อย่าง IMAX หรือระบบอื่นใด ที่ทำให้หนังสนุกขึ้น ..ตัวหนังโดยรวม ..แอ็คชั่นน้อยนิด.. ดูระบบธรรมดา ก็พอแล้วและถ้า..ได้ดูเสียงไทย บอกว่า ดีเยี่ยม ดีมากๆ เป็นอีกหนึ่งงานคุณภาพ หนังมาร์เวล เสียงไทยที่ได้มาตราฐานหนังจบอย่าเพิ่งลุก..หนังปิดท้ายด้วย ธรรมเนียมของ หนังมาร์เวล มีติ่งในช่วงเอนเครดิต มุขขายขำกับตัวละคร และ ปิดจอดำด้วย การส่งต่อตอนต่อ

ไม่เคยรังเกียจ..ชอบๆๆ..สนุก..พร้อมเทใจกับ หนังมาร์เวล ทุกๆ เรื่องแค่  ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) สนุกแต่ไม่สุด ไม่ได้ดั่งใจ มากนัก

ถ้าเป็น หนังแอ็คชั่น ธันเดอร์โบลต์ส* (Thunderbolts*) ดูสนุกดูได้เรื่อยๆ เพลินๆแต่พอเป็น หนังมาร์เวล มันไม่ใช่.. หนังเสน่ห์ของหนังฮีโร่ พลังพิเศษ ที่น่าจะโชว์แบบเต็มๆ มากกว่าไปเน้น มุขเฮฮาปนดราม่าด้านมืดๆแม้ จะเป็น หนังดี หนังที่ดีกว่า หนังมาร์เวลหลายๆเรื่อง ในยุคหลัง  Avengers: Endgame แต่ ส่วนตัวแล้ว อยู่ใน อันดับท้ายๆ ที่รู้สึกสนุก ดูได้แค่ ครั้งเดียว ไม่มีแรงดึงดูดให้กลับมาดูซ้ำและที่เก๋ไก๋ หลังจากหนัง ได้รับคำชมอย่างท่วมท้น คนส่วนใหญ่ชอบ คนไม่ชอบแค่ส่วนน้อย มาร์เวล เลยเปลี่ยนชื่อ หนังใหม่ เป็น (*The New Avengers) สนุกแค่ระดับ7/10 คะแนนครับ

‘แอชลีย์ กรีน’กลับสู่โลกภาพยนตร์กับผลงานสยองขวัญสุดสะพรึง’It Feeds – นรกกลืนกิน’

'แอชลีย์ กรีน'กลับสู่โลกภาพยนตร์กับผลงานสยองขวัญสุดสะพรึง'It Feeds – นรกกลืนกิน'

‘แอชลีย์ กรีน’กลับสู่โลกภาพยนตร์กับผลงานสยองขวัญสุดสะพรึง’It Feeds – นรกกลืนกิน’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“แอชลีย์ กรีน” นักแสดงสาววัย 38 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักจากการสวมบทเป็น “อลิส คัลเลน” 1 ในครอบครัวแวมไพร์ที่มีอายุยาวนานนับหลายศตวรรษจาก The Twilight Saga – แวมไพร์ ทไวไลท์” นวนิยายที่ติดอันดับขายดีทั่วโลกของ “สเตเฟนี เมเยอร์” ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และได้รับการต้อนรับจากแฟน ๆ ภาพยนตร์ทั่วโลกอย่างถล่มทลาย

ปีนี้ “แอชลีย์ กรีน” กลับสู่โลกภาพยนตร์อีกครั้งใน It Feeds – นรกกลืนกิน” ภาพยนตร์เขย่าขวัญเหนือธรรมชาติในบทของนักบำบัดสาวผู้มีญาณหยั่งรู้ที่ต้องต่อสู้กับปีศาจร้ายเพื่อช่วยชีวิตบุตรสาวของตนก่อนที่ดวงวิญญาณของเธอจะกลายเป็นของมันไปตลอดกาล

เตรียมพบกับผลงานสุดสะพรึงครั้งใหม่ของผู้กำกับฯ “แชด อาร์ชิบอลด์” (แห่ง I’ll Take Your Dead) ใน It Feeds – นรกกลืนกิน” โดย Movie Copyright (Thailand) 26 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

‘อู’ออกทะเล..!ตามหาความมหัศจรรย์ของทะเลขนอม

'อู'ออกทะเล..!ตามหาความมหัศจรรย์ของทะเลขนอม

‘อู’ออกทะเล..!ตามหาความมหัศจรรย์ของทะเลขนอม

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้ “อู – ภาณุ” ยังอยู่ปักษ์ใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช  คราวนี้พาออกทะเลตามหาพระเอกของทะเลขนอมอย่าง “โลมาสีชมพู” หรือโลมาหลังโหนก เป็นโลมาประจำถิ่นที่หายากและที่สำคัญเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายด้วย  ซึ่งที่ อ.ขนอม เป็นแหล่งที่พบโลมาสีชมพูได้บ่อยที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว

จากโลมาสีชมพู… นั่งเรือพุ่งทะยานกันต่อที่บนเกาะหินเขาพับผ้า หรือหินแพนเค้ก อีกหนึ่ง Unseen ของนครศรีธรรมราช  มีลักษณะเป็นชั้นหินที่วางทับๆ กันๆ เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา อายุ 260 ล้านปี นอกจานี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับ 1 ใน 25 Unseen New Chapters  ปักหมุดมุมใหม่เปิดไทยมุมต่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ มุมใหม่ของเมืองไทยที่แตกต่าง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วยจากนั้นไปกันต่อที่เกาะนุ้ย อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้  กับตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด  เพราะที่นี่มีบ่อน้ำจืดกลางทะเล มีลักษณะคล้ายรอยเท้าปิดท้ายกันบนบก…  ที่เจดีย์เขาธาตุ หรือเจดีย์พระธาตุปะการัง เป็นโบราณสถานเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่บนเขาธาตุ วัดจันทร์ธาตุทาราม ที่สำคัญสร้างขึ้นด้วยปะการังจากท้องทะเลเป็นหนึ่งเดียวในโลก… !!ส่วนที่พักก็ต้องที่ เอ็ม ทู พลัส รีสอร์ท ที่พักน่ารักๆ และอบอุ่นตามเที่ยวได้ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม เวลา 05.05 น. ทางช่อง 3กด33 ดูทีวี กด33 ดูมือถือ กด 3 Plus

สุดคลาสสิก’ฟลุค-ลี’นั่งรถม้าชมเมืองเสิร์ฟซีนโรแมนติกกลางสวิตเซอร์แลนด์

สุดคลาสสิก'ฟลุค-ลี'นั่งรถม้าชมเมืองเสิร์ฟซีนโรแมนติกกลางสวิตเซอร์แลนด์

สุดคลาสสิก’ฟลุค-ลี’นั่งรถม้าชมเมืองเสิร์ฟซีนโรแมนติกกลางสวิตเซอร์แลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“หนีเที่ยวกัน” พาสัมผัสความเย็นสุดขั้วถึงสวิตเซอร์แลนด์ แต่ดูท่าว่าอากาศหนาวจะแพ้ความหวานของคู่รักพิธีกร ฟลุค-เกริกพล กับ ลี-นาตาลี ที่ควงแขนนั่งรถม้าชมเมืองเซอร์แมท เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมาย พร้อมเสิร์ฟซีนโรแมนติกหวานฉ่ำท่ามกลางภูเขาหิมะ จนหิมะแทบละลายเลยทีเดียว ตามชม วันเสาร์ที่ 10 พ.ค. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจในเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/nheetiew/ อินสตาแกรม https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ และติ๊กต่อก https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

‘นิว-บอย’เปิดซอยเมาท์ ‘หมอปลา’ ฉีกคาแรกเตอร์ สู่โหมดพ่อบ้านเต็มตัว

'นิว-บอย'เปิดซอยเมาท์ 'หมอปลา' ฉีกคาแรกเตอร์ สู่โหมดพ่อบ้านเต็มตัว

‘นิว-บอย’เปิดซอยเมาท์ ‘หมอปลา’ ฉีกคาแรกเตอร์ สู่โหมดพ่อบ้านเต็มตัว

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“นิว บอย” ฉีกลุค “หมอปลา” เจ้าของช่องยูทูบดัง ชวนชอปปิ้งเป็นพ่อบ้าน พร้อมเปิดใจ เผยชีวิตส่วนตัว ครอบครัวแบบหมดเปลือก ในรายการ นิว-บอย Soi 7 วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ เวลา 15.35 น. สัปดาห์นี้  รายการ นิว-บอย Soi 7  มีทีเด็ด  2 พิธีกร  บอย-ธิติพร จุติมานนท์ และ นิวหนวด-ธนิศแก้วนาค  ขอนัดเจอกับ  หมอปลา-จีรพันธ์ เพชรขาว เจ้าของช่องยูทูบดัง “หมอปลาช่วยด้วย” ไม่ใช่ว่า นิว-บอย ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสเจอกับหมอปลาจริง ๆ เพราะเป็นคนที่คิวแน่นมาก  ได้คิวมารายการทั้งที ก็ต้องจัดใหญ่ต้อนรับกันหน่อย  นิว-บอย เลยจัดให้ที่นี่เลย ตลาดไท ใหญ่สมมงแน่นอนจ้า

งานนี้ นิว บอย ขอฉีกลุคให้ต่างจากที่แฟน ๆ เคยเห็น  โดยการชวนหมอปลา มาสวมบทพ่อบ้านช้อปปิ้งจ่ายตลาด  เพราะรู้มาว่าหมอปลากำลังหลง “น้องกอหญ้า” ลูกบุญธรรมสุด ๆ เลยชวนหมอปลามาช้อปปิ้งกับข้าวไปฝากน้องและที่บ้านกันซะหน่อย  แน่นอนการเปิดตัวต้องจัดใหญ่ให้หมอปลาเข็นผักกันมาเลยจ้า  ซึ่งต้องบอกว่าตลอดทาง มีพ่อค้าแม่ค้าทักทายเกรียวกราวกันเลยทีเดียว   จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศไปโซนอื่น แฟน ๆ ก็ยังทักทายขอถ่ายรูปกันไม่หยุด เรียกว่าอบอุ่นมาก ๆ จากนั้นมานั่งพูดคุยถึงตัวตนของหมอปลา  ชีวิตครอบครัว  ความเป็นคุณพ่อของน้องกอหญ้า เรียกว่าเป็นอีกแง่มุมที่เราอาจไม่เคยได้เห็นของหมอปลา แต่จะได้มารู้จักไปพร้อมกันในรายการ   ต้องแอบบอกว่าตลอดการทำงานวันนั้น นิว บอย ได้เห็นโมเมนต์น่ารักของหมอปลา ที่พอว่างปุ๊บจะวิดีโอคอลคุยกับน้องกอหญ้าทันที  เรียกว่าเป็นอีกด้านที่แฟน ๆ ไม่ค่อยจะได้เห็นเชียวล่ะ

โดย หมอปลา เผยถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมเมาท์ ในรายการ นิว-บอย Soi 7 ว่า“ต้องบอกว่าวันนี้สนุกมาก ชีวิตไม่เคยเดินตลาดซื้อของเจอคนเยอะขนาดนี้  ปกติก็จะอยู่บ้านจับปลาเก็บผัก
แถวบ้านแบบง่าย ๆ ต้องขอบคุณรายการมากที่ชวนมาเจอแฟน ๆ มาพูดคุย  ฝากติดตามรายการตอนนี้ด้วยครับ”   มาเปิดซอยทำความรู้จักกับแง่มุมใหม่ ๆ ของ หมอปลา กับ 2 พิธีกร นิว บอย  ในรายการ “นิว-บอย Soi 7” วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้  เวลา 15.35  น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 ดูย้อนหลังได้ที่ Facebook : Ch7HD Entertainment  YouTube : Ch7HD และ BUGABOO.TVและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com   

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน’CSTD Thailand Dance Grand Prix 2025’ครั้งที่ 12

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน'CSTD Thailand Dance Grand Prix 2025'ครั้งที่ 12

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน’CSTD Thailand Dance Grand Prix 2025’ครั้งที่ 12

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆนี้ “นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ“ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม  เป็นประธานเปิดงาน “CSTD Thailand Dance Grand Prix 2024” ณ ชั้น3 โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ จัดโดย สถาบัน The Commonwealth Society of Teachers of Dancing (CSTD) ประเทศ ไทย  โดย “คุณวัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์”ผู้แทนสถาบัน CSTD ประเทศไทย ซึ่งงานนี้เป็นงานศิลปะการเคลื่อนไหว หรือศิลปะการเต้น เป็นการเชื่อม “โยงร่างกาย” และ “หัวใจ” ช่วยพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ได้มากกว่าที่คิด ทั้งด้านอารมณ์ สมาธิ ทักษะทางปัญญา รวมถึงการเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุขการแข่งขันศิลปะการเต้นเทคนิคเวทีแรกในประเทศไทย มาตรฐานสากลจากประเทศออสเตรเลีย การแข่งขันเดียวที่รวมศิลปินเยาวชนนักเต้นทั้งมือสมัครเล่นและระดับมืออาชีพไว้กว่า 1,500 ชีวิต จาก 42สถาบันสอนศิลปะการเต้นทั่วประเทศไทย

ภายใต้รูปแบบการเต้นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บัลเลต์, ระบำประจำชาติ, คอนเท็มโพรารี่ แดนซ์, แจ๊สแดนซ์, บัลเล่ต์ ลาลีเคิล, แท็ปแดนซ์, ฮิปฮอป, ร้องและเต้น, เต้นเล่าเรื่องราว เป็นต้น พร้อมรูปแบบการแข่งขัน ทั้งแบบ 1 คน (Solo), 2-3 คน (Duos/Trios), กลุ่มเล็ก 4-6 คน (Ensembles), กลุ่มใหญ่มากกว่า 30 คน (Troupes) กับการแข่งขันตลอด 6 วันเต็ม 26 รอบการแข่งขันวันที่ 7-12 พฤษภาคม 2568 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

โดยงาน “CSTD Thailand Dance Grand Prix 2025” จะถูกจักขึ้นปีละ1ครั้ง ครั้งที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียว การฝึกซ้อม ระเบียบวินัย ความทุ่มเท เพื่อให้แต่ละโชว์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันศิลปะการเต้นระดับนานาชาติ ณ เวที Asia Pacific Dance Competition ครั้งที่ 27 ร่วมกับตัวแทนอีกกว่า 10ประเทศทั่วโลก ณ ประเทศสิงคโปร์

ในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Sonata Thailand, City Academy ประเทศอังกฤษ, บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน), เครื่องสำอาง BSC, น้ำแร่มองค์เฟลอ, BSC แคทเทอลีน, โรงพยาบาลอินทรารัตน์, Dr. Tony Clinic, น้ำดื่มสิงห์, โรงพลูแมน คิงเพาวเวอร์, โรงละครอักษรา, โชคชัยครีเอชั่นปริ้นติ้งกรุ๊ป และ Redclay Recording

ทั้งนี้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และอัปเดททุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “CSTD Thailand Dance Grand Prix 2025” การแข่งขันศิลปะการเต้นเทคนิคเวทีแรกในประเทศไทย มาตรฐานสากลจากประเทศออสเตรเลีย การแข่งขันที่เข้มข้น เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ในโรงละคร แสง สี เสียง จัดเต็มรูปแบบ บนเวทีระดับมาตรฐานสากล ได้ที่ Facebook: CSTD Thailand

#12TDGP #TDGP #CSTDThailand#BorntoPerform #Comdance#ThailandDanceGrandPrix