ตะลอนเที่ยว : สัมผัสความงามด้วยตาและใจ ด้วยการย่างก้าวเข้าไปชม

ตะลอนเที่ยว : สัมผัสความงามด้วยตาและใจ ด้วยการย่างก้าวเข้าไปชม

ตะลอนเที่ยว : สัมผัสความงามด้วยตาและใจ ด้วยการย่างก้าวเข้าไปชม

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยามที่รัฐบาลไทยกำลังเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะวิตกว่าเศรษฐกิจไทยจะตกเหวลึกมากไปกว่าเดิม เนื่องจากคนจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยน้อยลง แต่ก็นับเป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐบาลไทยจะเกิดความปริวิตก เพราะเขาเห็นแค่เพียงว่าเงินจากนักท่องเที่ยวจีนคือตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่ทว่ารัฐบาลไม่เคยมีปัญญาคิดว่า อันที่จริงแล้ว เศรษฐกิจของบ้านเราจะดีขึ้นมาได้ก็ต้องมาจากปัจจัยภายในประเทศด้วย นั่นคือจากการซื้อหา ค้าขาย แลกเปลี่ยนด้วยกันเองของผู้คนภายในบ้านในเมืองของเรา 

คนไทยเท่านั้นที่จะช่วยกันดูแล แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของไทยได่อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นเพียงตัวช่วยเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้น เพราะฉะนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับผู้คนของเราเป็นอันดับแรก ต้องเน้นให้ตลาดในบ้านของเราดำเนินต่อไปด้วยแรงสนับสนุนของคนไทยด้วยกันเอง

วันนี้ Mr. Flower ชวนคุณ ๆ ไปเที่ยว ไปชม ไปช้อป ไปชิม และไปประทับใจกับความงดงาม และมนต์เสน่ห์ของสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในบ้านเมืองของเราด้วยกัน โดยเราจะเน้นการเดินทอดน่อง แล้วค่อย ๆ ละเลียดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมในบ้านเมืองของเรา แม้ศิลปวัฒนธรรมบางอย่างจะไม่ใช่ของไทยแท้แต่ดั่งเดิม เพราะว่ามีรากเหง้ามาจากชนเชื้อชาติอื่นที่เข้ามาดำเนิดชีวิตบนแผ่นดินสยาม (ไทย) ตั้งแต่โบราณกาลแล้ว แต่คนไทย (สยาม) ก็สามารถผสมกลมกลืนศิลปวัฒนธรรมของต่างชาติให้ผสมผสานไปกับของไทยได้อย่างงดงามและลงตัว ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแตกแยกแปลกประหลาด

วันนี้ เราไปกราบไหว้นมัสการพระพุทธรูป และเที่ยวชมวัดเครือวัลย์ วัดกัลยาณมิตร และไปกราบมมัสการพระเยซูเจ้า และเที่ยวชมวัดซางตาครูส กราบไหว้ศาลเจ้าเกียงอันเกง แล้วเดินเที่ยวชมชิมช้อปย่านกุฎีจีน อันที่จริงหากจะให้ครบรสชาติของการผสมกลมกลืนกันระหว่างพุทธ คริสต์ อิสลาม และศาลเจ้าจีน ก็ต้องไปเจริญพาสน์ด้วย แต่เพียงแค่มีเวลาจำกัด ดังนั้น ทริปนี้จึงไม่ได้พาไปเที่ยวเจริญพาสน์

เริ่มจากวัดเครือวัลย์ วรวิหาร วัดที่สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยผู้สร้างวัดคือเจ้าพระยาอภัยภูธร (น้อย บุณยรัตพันธุ์) และพระธิดาคือเจ้าจอมเครือวัลย์ ในรัชกาลที่ 3

ภายในพระอุโบสถของวัดเครือวัลย์มีความแตกต่างจากพระอุโบสถอื่น ๆ คือพระประธานเป็นปางห้ามพยาธิ ประทับยืน ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นเสมอพระอุระ หงายพระหัตถ์ขาวออก ส่วนพระกรซ้ายทอดยาววางแนบพระวรกาย ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระเจ้า 500 พระชาติ และที่สำคัญคือยังมีภาพจิตรกรรมบนบานประดูและหน้าต่างเป็นภาพฉัตร โดยที่บานประตูคือภาพฉัตร 5 ชั้น ส่วนที่หน้าต่างคือฉัตร 7 ชั้น 

วัดต่อไปคือวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร วัดนี้สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 สร้างโดยเจ้าสัวโต เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) แล้วรัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่าวัดกัลยาณมิตร 

พระประธานในพระอุโบสถวัดกัลยาณมิตรคือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต ซำปอกง พระพุทธรูปปางมารวิชัย 

ภายในเขตวัดกัลยาฯ มีศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมกลมกลืมอยู่อย่างลงตัว และยังมีระฆังใบใหญ่มหึมาด้วย ส่วนใกล้ ๆ กับวันกัลยาฯ คือศาลเจ้าเกียนอันเกง คือศาลของเจ้าแม่กวนอิม ของคนจีนฮกเกี้ยนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ไม่ไกลจากวัดกัลยาฯ คือที่ตั้งของอาสนวิหารวัดซางตาครูส หรือวัดกุฎีจีน ของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาธอลิค โบสถ์คริสต์แห่งนี้สร้างในสมัยกรุงธนบุรี แต่เดิมโบสถ์นี้สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง แต่ถูกไฟไหม้ จึงต้องสร้างใหม่แบบก่ออิฐถือปูน เป็นสถาปัตยกรรมแบบนิโอคลาสสิคผสมเรเนอซองส์ โดยโดมของโบสถ์ถอนแบบมาจากมหาวิหารฟลอเรนซ์ แคว้นทัสคานี อิตาลี 

และยังมีชุมชนกุฏีจีนอยู่ใกล้ ๆ กับโบสถ์ซางตาครูส วัดกัลยาฯ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ชุมชนกุฏีจีนคือที่อยู่ของชาวไทยเชื้อสายจีนผสมกับโปรตุเกส ที่อพยพหนีภัยสงครามเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่สอง แล้วมาตั้งรกราก ณ บริเวณนี้ ในชุมชนยังคงมีบ้านเรือนเก่าที่แสนคลาสสิคหลงเหลืออยู่ แต่บางหลังก็ทรุดโทรมมาก คงแค่เพียงรอยอดีตที่แสนงดงาม แต่เมื่อมาชุมชนกุฎีจีนแล้ว สิ่งที่ต้องซื้อหามากินคือขนมฝรั่งกุฎีจีน เป็นลูกผสมระหว่างขนมของโปรตุเกสกับจีน  

วันหน้าจะพาคุณไปเที่ยวชุมชนอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ ด้วยกันอีก เพราะยังมีอีกหลายสิบชุมชนที่น่าจะเที่ยวชมและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของชุมชน หากสนใจร่วมทริปเดินทอดน่อง ท่องทั่วกรุงเทพฯ กับ Mr. Flower โปรดติดต่อ 091 7233615 

หมายเหตุ ขอบคุณภาพประกอบจากกลุ่มเที่ยว อิ่ม บุญ  

by Mr. Flower

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โป๊ปเลโอที่ 14 : พระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก

ประมวลภาพบรรยากาศ โรเบิร์ต ฟรานซิส พรีโวสต์ (Robert Francis Prevost) พระคาร์ดินัลจากสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสาธารณชนในนครรัฐวาติกัน เมื่อวันพฤหัสบดี (8 พ.ค.) หลังจากได้รับคัดเลือกเป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่แห่งคริสตจักรคาทอลิก ในวันที่ 2 ของการลงคะแนนคัดเลือกแบบลับ หรือคอนเคลฟ โดยพระองค์เลือกใช้พระนาม สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 (Pope Leo XIV)

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

Science Update : โบอิงและนาซา ระงับโครงการ ‘เครื่องบินสาธิตการบินยั่งยืน’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โบอิง (Boeing) และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ประกาศว่าจะระงับการดำเนินงานของ “เอ็กซ์-66เอ” (X-66A) เครื่องบินต้นแบบในโครงการเครื่องบินสาธิตการบินอย่างยั่งยืนเป็นการชั่วคราว

โบอิงและนาซาระบุร่วมกันว่า โบอิงจะยังคงศึกษานวัตกรรมปีกบาง (thin-wing technology) ต่อไป แต่โครงการเครื่องบินโดยรวมจะถูกระงับไว้ก่อน

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นในปี 2023 เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหญ่ที่นำโดยนาซา โดยมุ่งเป้าวิจัยการออกแบบเครื่องบินที่ประหยัดเชื้อเพลิงและยั่งยืน ตั้งแต่การทดสอบอุโมงค์ลม การสร้างแบบจำลองพลศาสตร์ของไหล ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนการออกแบบโครงสร้าง

ช่วงเริ่มต้นโครงการ นาซาได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนเงิน 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.42 หมื่นล้านบาท) ในการพัฒนาเครื่องบินต้นแบบ ขณะที่ฝั่งโบอิงและพันธมิตรในอุตสาหกรรมให้คำมั่นว่าจะลงทุน 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.43 หมื่นล้านบาท) โดยเดิมทีกำหนดให้มีการทดสอบบินเครื่องต้นแบบในปี 2028 และ 2029

โบอิงกล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทได้เรียนรู้มากมายจากการร่วมมือกับนาซาในโครงการเอ็กซ์-66 (X-66) (ชื่อโครงการเครื่องบินสาธิตการบินอย่างยั่งยืน) ตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อการออกแบบเครื่องบินในอนาคต และก้าวต่อไปโบอิงจะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบปีกบางซึ่งเป็นจุดเด่นที่มีแนวโน้มที่ดี

ทั้งนี้ โบอิงจะย้ายวิศวกรจากโครงการเครื่องบินต้นแบบเอ็กซ์-66A ไปทำงานในสายการผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของบริษัท โดยเฉพาะโรงงานผลิตเครื่องบินรุ่น777เอ็กซ์ (777X) และ 737 แม็กซ์ (737 MAX)

CPF ปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร ลดเสี่ยงภัยแล้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

CPF ปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร ลดเสี่ยงภัยแล้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

CPF ปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร ลดเสี่ยงภัยแล้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทุกวันนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล และภัยแล้งที่เกิดขึ้นแทบทุกปี ทำให้ธรรมชาติแปรปรวน และส่งผลกระทบหนักต่อเกษตรกร รวมถึงปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค และการบริโภค ถ้าเราไม่วางแผนเตรียมรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ สถานการณ์อาจแย่ลง การเตรียมวางแผนบริหารจัดการน้ำจึงเป็นทางออกสำคัญที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้

“โครงการปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร” นับเป็นอีกตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ ซีพีเอฟ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรอบฟาร์มและโรงงานของบริษัท ด้วยการปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) ให้กับเกษตรกรและชุมชนภายนอกเพื่อใช้ในการเพาะปลูก ปัจจุบันให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากทุกภาคทั่วประเทศรวม 40 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 640 ไร่ โดยเกษตรกรสามารถนำน้ำปุ๋ยไปใช้ในไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส สวนผลไม้ และแปลงผักสวนครัว ฯลฯ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากจากภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง และยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยปรับปรุงดินไม่ให้เสื่อมโทรม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

ปันน้ำปุ๋ยสู่เกษตรกร เกิดจากการที่เกษตรกรรอบข้างฟาร์มและโรงงานของซีพีเอฟ เล็งเห็นว่า ภายในสถานประกอบการของซีพีเอฟ มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ด้วยมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนไว้ในบ่อเก็บน้ำ ส่วนน้ำที่ออกจากระบบไบโอแก๊ส และต้องผ่านการบำบัดในหลายขั้นตอน จนได้น้ำในบ่อสุดท้ายที่สะอาดและยังคงมีสารอาหารที่เหมาะกับต้นพืช ที่เรียกว่า “น้ำปุ๋ย” นำมาใช้ประโยชน์ ทั้งรดต้นไม้ สนามหญ้า และผักปลอดภัยจากสารพิษที่พนักงานปลูกรับประทานเองภายในฟาร์ม และเมื่อส่งต่อน้ำปุ๋ยที่มีแร่ธาตุเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ขอรับน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซีพีเอฟภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งให้กับเกษตรกร และยังช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนค่าน้ำค่าปุ๋ยแก่เกษตรกรได้กว่า 1.3 ล้านบาทต่อปี

โครงการ“ปันน้ำปุ๋ยให้ชุมชน” ช่วยเกษตรกรบริหารจัดการผลผลิตและรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำปุ๋ยซึ่งมีธาตุอาหารที่เหมาะสมต่อการเติบโตของพืช ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดีและมีผลผลิตเพิ่มขึ้น และยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าน้ำลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ถึง 40-50 % โดยในปี 2561 ซีพีเอฟปันน้ำปุ๋ยช่วยเหลือเกษตรกรไปรวม 380,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2562 ปันน้ำปุ๋ยให้เกษตรกรรวม 465,000 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ เน้นให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

คุณแหน : 11 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 11 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 11 พฤษภาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.


ll ชาวคริสตชน ทั่วโลกสุดปลื้ม หลังประชุมสี่รอบ ได้พระสันตปาปาองค์ใหม่ที่ 267  เป็น พระคาร์ดินัล โรเบิร์ต พรีโวสต์  เป็นพระสันตปาปาพระองค์แรกจากสหรัฐฯ  มีพระนาม เลโอ ที่ 14 ……..   

ll ฟังรายการ นายกแพรทองธาร  ออกรายการ โอกาสไทยกับนายกแพรทองธาร  เมื่อ 4 พค. เรื่องการรับมือภาษีที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ  รับมือแผ่นดินไหว ตึกสตง.ถล่ม  และทำความเข้าใจและประโยชน์ของ เอ็นเตอร์เทนเม้น คอมเพล็ก  ยกตัวอย่างสิงคโปร์ โมเดล  คนไทยตั้งเกือบ70 ล้านคน แต่สิงคโปร์มีแค่สี่ล้านคน  และทุกคนปฎิบัติตามกฎหมายอย่างแท้จริง  ไม่เหมือนบ้านเรา ….. 

ll ส่วนรองนายกฯ อนุทิน  ชาญวีรกุล  “อย่าว่าเรื่องเคยแอบอ้าง  แค่คิดก็ไม่เคยคิดอยู่แล้ว  แบบไม่มีความจำเป็นใดๆในหน้าที่การงานของผมที่จะต้องไปแอบอ้างสถาบัน  และผมก็มีความจงรักภักดีในสายเลือดอยู่แล้ว ถ้าจะถามว่าตนรู้สึกอะไรกับสถาบันสูงสุดของประเทศ ผมก็ตอบได้อย่างเดียวว่ามีความจงรักภักดีไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  เทิดทูนและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ตลอดมาแค่นั้น  ขออย่าเอาไปเกี่ยวข้องกับการเมือง” ……  

ll มาดามแป้ง จ่ายเงินหนุนไทยลีก จนครบแล้ว ๒๘๐ ล้านบาท  หวังว่าฟุตบอลไทยคงเจริญ ภายใต้การนำของ นายกสมาคม นวลพรรณ  ล่ำซำ …..

ll ศ.ดร.ประสิทธิ์  วัฒนาภา ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการแพทย์สภาชุดใหญ่  แถลงผลสรุปการสอบสวนจริยธรรมแพทย์  กรณีย์การพักรักษาตัวของนายทักษิณ  ว่าขณะนี้มีข้อมูลที่เราได้รับไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า มีภาวะวิกฤติเกิดขึ้น  คงจะต้องรอ รมต.สมศักดิ์  เทพสุทิน ตัดสินอีกครั้ง ……. 

ll ส่วน นพ.ตุลย์  สิทธิสมวงศ์  อาจารย์คณะแพทย์จุฬาฯ ” ที่ผ่านมายังไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านใด  ในฐานะสภานายกพิเศษ ยับยั้งมติคณะกรรมการแพทย์สภาใช่หรือไม่   ในเรื่องนี้แพทย์สภาต้องอออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณชน  เพราะเป็นกรณีที่ถูกเฝ้ามองจากผู้คนทั่วประเทศ และสภาวิชาชีพแพทย์ในต่างประเทศให้ความสนใจ  ในกรณีทำการยับยั้งมติคณะกรรมการแพทยสภา  รมต.ต้องมีคำชี้แจงต่อสังคมเช่นกัน ” ……

ll จ้าว ซินถง  หนุ่มจีน วัย ๒๘ ชนะเลิศได้แชมป์โลกสนุ๊กเกอร์ที่ครูซิเบิลเธียเตอร์  โดยชนะ มาร์ก  วิลเลี่ยม  เจ้าของสถิติเข้ารอบชิงชนะเลิศที่อายุมากที่สุด 50 ปี ….. 

ll อดีต สว. ทพ.พิทักษ์  ไชยเจริญ พร้อมครอบครัว หนีไปพักผ่อนที่เซี่ยงไฮ้ หนึ่งสัปดาห์  ติดใจในความเป็นระเบียบของบ้านเมือง สะอาด  ปลอดภัย  และสวยงามด้วยดอกไม้   แต่เมื่อกลับมากทม. เห็นสภาพบ้านเราแล้วยังห่างจากเขากว่าสามสิบปีในอดีต  ใช่ไหมครับท่านผู้ว่า กทม……  

น้องนิ่ง…นิ่ง…

สวทช.เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มร้องทุกข์ ‘Traffy Fondue’ ต่อยอดสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ

สวทช.เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มร้องทุกข์ 'Traffy Fondue' ต่อยอดสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ

สวทช.เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มร้องทุกข์ ‘Traffy Fondue’ ต่อยอดสู่การสร้างเมืองอัจฉริยะ

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.25 น.

“ศุภมาส” รับลูกนโยบายนายกฯ ขยายผลการใช้งาน Traffy Fondue แพลตฟอร์มร้องทุกข์ผ่านปลายนิ้วไปทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกกระทรวง มอบ สวทช. ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเดินหน้าหนุนเต็มสูบ พร้อมต่อยอดสู่การสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” และ “ระบบราชการที่รับฟังอย่างแท้จริง”

10 พฤษภาคม 2568 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเน้นย้ำการขยายผลแพลตฟอร์ม Traffy Fondue (ทราฟฟี ฟองดูว์) ไปสู่ทั่วประเทศและทุกกระทรวง เพื่อเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนหลักของรัฐบาล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

 น.ส.ศุภมาส  กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายการดำเนินงานและข้อสั่งการดังกล่าวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตนจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนทางเทคนิคและพัฒนาระบบ Traffy Fondue อย่างเต็มรูปแบบ โดย สวทช. ถือเป็นหน่วยงานวิจัยหลักของประเทศและเป็นผู้พัฒนา Traffy Fondue ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรบุคล เทคโนโลยี มีงานวิจัยที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวง อว.ที่ตนมุ่งเน้นมาโดยตลอด และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเช่น Traffy Fondue ให้เป็นแพลตฟอร์มในการให้บริการประชาชน จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม มีความคุ้นเคยในการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล จะนำประเทศเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบได้ในอนาคต

 รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มีหน่วยงานที่เข้าร่วมแล้ว 17,747 แห่ง มีรับเรื่องร้องเรียนแล้ว 1,379,896 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 1,064,376 เรื่อง หรือคิดเป็น 77% ครอบคลุมประชากร 31.7 ล้านคน หรือประมาณ 48% ของประชากรทั้งประเทศ โดยมีการใช้งาน Traffy Fondue จากหน่วยงานระดับกระทรวง กรม และองค์กรอิสระ เช่น กรุงเทพมหานคร กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การไฟฟ้านครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กรมทางหลวง และ กรมควบคุมมลพิษ เป็นต้น และยังมีหน่วยงานท้องถิ่นที่ใช้ ได้แก่ เทศบาล 2,057 แห่ง และ อบต. 2,407 แห่ง

 ด้าน ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า สวทช. ไม่เพียงแค่พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue แต่ยังได้ต่อยอดไปสู่การวางระบบ Dashboard สำหรับผู้บริหาร, ระบบวิเคราะห์เชิงพื้นที่, การผสานข้อมูลกับ LINE Official, รวมถึงการพัฒนา AI สำหรับวิเคราะห์ประเภทปัญหาและประเมินคุณภาพการแก้ไข ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้าง “เมืองอัจฉริยะ” และ “ระบบราชการที่รับฟังอย่างแท้จริง”

 “Traffy Fondue ไม่ได้เปลี่ยนแค่กระบวนการรับเรื่อง แต่กำลังเปลี่ยนวัฒนธรรมการตอบสนองของรัฐให้เร็ว โปร่งใส และวัดผลได้จริง เพราะทุกเสียง คือโอกาสในการพัฒนา เสียงของคนธรรมดาไม่หาย เพราะ Traffy Fondue ช่วยให้ทุกเสียงไปถึงมือคนแก้ปัญหา” น.ส.ศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ Traffy Fondue เป็นแพลตฟอร์ม “ร้องทุกข์ผ่านปลายนิ้ว” เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาในพื้นที่ เช่น ถนนชำรุด ไฟทางขัดข้อง น้ำท่วม ขยะตกค้าง ฯลฯ ไปยังหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยระบบจะจัดการส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทันที และสามารถติดตามสถานะการแก้ไขได้แบบเรียลไทม?

-(016)

‘เบสท์ ชนิดาภา’แชร์อุทาหรณ์ ถูกมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน 1.2 ล้านบาท

'เบสท์ ชนิดาภา'แชร์อุทาหรณ์ ถูกมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน 1.2 ล้านบาท

‘เบสท์ ชนิดาภา’แชร์อุทาหรณ์ ถูกมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน 1.2 ล้านบาท

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.08 น.

นักแสดงสาวชื่อดัง “เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์” ได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์สุดช็อกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chanidapa Pongsilpipat หลังถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินสมัครงานรีวิวโรงแรม อ้างเป็นแคมเปญรีวิวร่วมกับ Agency ชื่อดัง สูญเงินไปกว่า 1.2 ล้านบาท โดยเจ้าตัวได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แล้ว

โดย เบสท์ ชนิดาภา ได่โพสต์ข้อความเล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ #เบสท์ มีเวลามาคิดทบทวนว่า เฮ้ย! เราโดนไปได้ยังไง ทั้งๆที่ “ปกติ” เป็นคนระวังตัวมาก ไม่เคยหลงเชื่ออะไรง่ายๆ

แต่ในวันที่เราหลวมตัวเข้าไปสู่โลกของมิจ มันเหมือนถูกดึงเข้าไปให้ ”ติดกับดัก“ เพราะสนใจทำงานและอยากมีรายได้ (ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้เสียค่าสมัครนะคะ คนเข้าใจผิดกันเยอะ) และพวกนี้มืออาชีพทำงานเป็นทีมเล่นกับความรู้สึกคน กดดันเรื่องเวลา หน้าม้าก็รุมพิมพ์ต่อว่าเพื่อบีบให้เราต้องทำเพื่อส่วนรวม

ยอมรับว่า ณ เวลานั้น “ขาดสติ” และมัวแต่ใจจดใจต่อในการอยากได้เงินตัวเองคืน ทำให้โอนต่อ โอนเพิ่ม โดยไม่ทันได้ฉุกคิดหรือไหวตัวช้าไปมาก จนยอดความเสียหายสูงไปถึงหลักล้าน

ไม่มีใครอยาก “ตกเป็นเหยื่อ” ไม่มีใครอยาก ”เสียค่าโง่“ แต่ในเมื่อสิ่งนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องตั้งรับและยอมรับความจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาต่อ

โชคดีที่คนในครอบครัวและคนรอบตัวไม่มีใครเหยียบย่ำซ้ำเติมหรือสมน้ำหน้า และบอกว่าต่อไปมีอะไรต้องรีบปรึกษาคนในครอบครัวหรือคนใกล้ตัว อย่ากลัวที่จะบอกหรือเล่า และอย่าแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองคนเดียว ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ #เบสท์ พลาดไปแล้วจริงๆ

ขอบคุณทุกคนที่ติดต่อเข้ามาทุกช่องทาง มาสอบถามถึงสภาพจิตใจ และให้กำลังใจ ทำให้รู้ว่ามีคนรอบตัวอีกหลายคนที่โดนแบบ #เบสท์ มีทั้งแบบเดียวกันเป๊ะๆและแบบที่คล้ายๆกัน แต่แค่พวกเค้าไม่กล้าที่จะออกมาเล่ามาแชร์ในสิ่งที่ตัวเองเจอเพราะกลัวโดนด่าว่า “โง่” นี่แหละค่ะ

เข้าใจว่าต่างคนต่างมุมมองต่างความคิด และทุกวันนี้มีข่าวออกอยู่เรื่อยๆจริง แต่มิจก็มีรูปแบบใหม่ๆที่แยบยลขึ้นทุกวัน จนบางทีเราก็ตามไม่ทันทุกข่าว เพราะตอนที่ไปแจ้งความที่สน. จนท.ตำรวจยังบอกเลยว่ามีเคสแบบนี้ทุกวัน วันนึงไม่ต่ำกว่า 5 รายที่มาแจ้ง ซึ่งฟังแล้วน่าตกใจ เห็นใจ และไม่คิดว่าวันนึงเราจะตกเป็น ”เหยื่อมิจฉาชีพ“ เหมือนกัน

อยากให้เรื่องราวครั้งนี้ของ #เบสท์ เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสำหรับคนที่อาจจะหลงกล หลวมตัว ก้าวขาเข้าไปแล้ว ให้รีบถอยออกมาให้ไวที่สุด ยอมทิ้งเงินที่เสียจำนวนนั้นไปเลย ไม่ต้องไปสงสารหรือเห็นใจใคร (เพราะมันคือหน้าม้าที่เตี๊ยมการละครมาอย่างดี มี story ของตัวเอง) อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปเยอะกว่านี้ หรือถ้าใครไหวตัวทันแต่แรกคือ คุณโชคดีมากๆที่มีสติและยินดีด้วยจริงๆที่ไม่โดนหลอกค่ะ

ขอให้ทุกคนที่เคยโดน กล้าแชร์ กล้าบอกต่อเรื่องราวของตัวเอง ถึงแม้ว่าโดนด่า โดนตำหนิแน่ๆ 70-80% ว่าไม่มีสมอง สวยแต่โง่ การศึกษาสูงซะเปล่า แต่มันคือการช่วยเหลือคนอื่นๆอีกทางนึง อย่างน้อยวันนี้คนที่เห็นข่าว #เบสท์ ก็จะได้ระมัดระวังตัวเมื่อเห็นเพจเหล่านี้หรือลักษณะงานแบบนี้เด้งขึ้นมาใน feed ของตัวเอง (ซึ่งเพจได้ปลิวไปเรียบร้อย สลายตัวไวมาก)

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่ #เบสท์ ต้องการจะสื่อและบอกต่อ ขอบคุณคนที่เข้าใจว่า “ไม่โดนกับตัวไม่มีวันรู้หรอก” เศรษฐกิจแบบนี้ สถานการณ์แบบนี้ ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะ ”ตกเป็นเหยื่อ” ได้เหมือนกันหมด

นาทีระทึก! ‘ลิลลี่’เผยคลิปร้องไห้หนัก หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรง

นาทีระทึก! 'ลิลลี่'เผยคลิปร้องไห้หนัก หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรง

นาทีระทึก! ‘ลิลลี่’เผยคลิปร้องไห้หนัก หลังเครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนในวงการต่างตกใจและส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม เมื่อนักแสดงสาวสวย ลิลลี่ ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ หวานใจของนักร้องหนุ่ม ชิน ชินวุฒ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สุดระทึกขวัญ เครื่องบินตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนจากพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยลิลลี่ได้โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพขณะที่เจ้าตัวอยู่ในอาการหวาดกลัวอย่างหนัก ร้องไห้จนแทบขาดสติ หลังเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเล่าถึงนาทีชีวิตผ่านแคปชั่นว่า

“ร้องให้ขาดสติแบบนี้ล่าสุดเมื่อไหร่จำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นคือกลัวมากจริงๆ เครื่องพึ่งขึ้นได้ไม่นานแล้วเจอเหตุการณ์นี่เลย ปกติขึ้นเครื่องบินจะจอยมากไม่กลัวเลย เเต่ครั้งนี้มันเกินไปสำหรับเรา เราไม่เคยเจอเเบบนี้ แพนิคมาก ทุกคนตัวลอยเลย มันแรงมากจริงๆ และถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

ขอบคุณผู้ช่วยทั้ง2คนของลี่มากๆนะ พี่เปิ้ลสุดยอด ดูเเลเเละเป็นสติที่ดีให้ลี่มากๆ น้องเอก็กลัวมากเช่นกันแต่พอเห็นลี่อาการหนักน้องเลยพยายามทำให้ลี่เย็นลง ถ้าไม่มีพวกเค้าจะเป็นยังไง ไม่อยากคิดเลย ขอบคุณจากใจเลยนะ ขอบคุณทุกคนที่ส่งข้อความมานะคะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วค่ะ”

ทำเอาหลายคนต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจและส่งกำลังใจให้ลิลลี่อย่างล้นหลาม

‘เมย์ วาสนา’เผยเหตุผลส่งพวงหรีด ร่วมอาลัยในงานศพคุณพ่อ’ดิว อริสรา’

'เมย์ วาสนา'เผยเหตุผลส่งพวงหรีด ร่วมอาลัยในงานศพคุณพ่อ'ดิว อริสรา'

‘เมย์ วาสนา’เผยเหตุผลส่งพวงหรีด ร่วมอาลัยในงานศพคุณพ่อ’ดิว อริสรา’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.32 น.

เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกครั้งสำหรับนักแสดงสาวชื่อดัง “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์” หลังต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อคุณพ่อ “นายวิชิต ทองบริสุทธิ์” หรือ “เฮียหลี” ได้จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยหลายคนต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของดิว อริสรา ว่าเธอจะสามารถกลับมาร่วมพิธีศพของคุณพ่อได้หรือไม่

ล่าสุด ดิว อริสรา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเธอได้โพสต์ภาพพวงหรีดจำนวนมากที่ถูกส่งมาแสดงความเสียใจจากเพื่อนพ้องศิลปินดารา แบรนด์ดังต่างๆ รวมถึงคนสนิทที่รู้จัก โดยในโพสต์ดังกล่าว ดิวได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ในช่วงเวลาที่แสนเศร้านี้

รวมถึง เมย์ วาสนา ไฮโซชื่อดังที่เป็นคู่กรณีกับดิว อริสรา ในประเด็นเรื่องทรัพย์สินที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยในโพสต์ภาพพวงหรีดดังกล่าว ดิว อริสรา ยังได้แท็กอินสตาแกรมส่วนตัวของเมย์ วาสนา อีกด้วย

โดยล่าสุดเพจ อีป้าข้างบ้าน ได้เผยคลิปที่ เมย์ วาสนา พูดถึงเหตุผลที่ส่งพวงหรีดไปร่วมแสดงความอาลัยในงานศพของคุณพ่อดิว อริสรา ไว้ว่า “พี่ว่ามันคนละเรื่องกัน เราก็เคยเป็นคนที่เคยสูญเสีย จริงๆ เราก็ไม่ถึงขั้นโกรธอะไรน้องเขา มันไม่ได้โกรธแค้นอะไรขนาดนั้น สำหรับเมย์ เมย์ว่ามันคนละเรื่อง ตอนนี้เขาสูญเสีย หนึ่งในคนที่รู้จักกัน ก็รู้สึกว่าการเติมกำลังใจ การไม่ซ้ำเติมมันคือสิ่งที่เขาอาจจะเยียวยา

เราเสียพ่อเสียแม่เสียพี่ แล้ววันที่เราสูญเสีย เรารู้ว่ามันดิ่งมาก มันดาวน์มาก วันนี้เขาสูญเสีย เมย์ว่าน้องก็คงจะเจ็บพอสมควรและล้าหัวใจมากๆ อย่างน้อยๆ คนที่มีเรื่องกับเขาอยู่ พูดตรงๆ อย่างเราก็ไม่ได้อยากไปซ้ำเติมเขา เราก็รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นการแสดงความเสียใจจากใจจริงๆ คือพ่อเขาเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้นมันคนละเรื่องกัน

สุดท้ายคนเราเนอะ งานศพมันเป็นงานที่ไม่ต้องเชิญ พวงหรีดเป็นการแสดงความให้เกียรติผู้วายชนม์ สำหรับส่วนตัวนะ ก็คิดพอสมควร แต่รู้สึกว่าอยากเป็นหนึ่งส่วนที่รู้สึกว่าเราไม่ได้ซ้ำเติมนะ เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าดิ่งไปมากกว่านี้”

ต้อนรับสมาชิกใหม่! ‘ตู่ ปิยวดี’คลอดลูกสาวคนแรกแล้ว

ต้อนรับสมาชิกใหม่! 'ตู่ ปิยวดี'คลอดลูกสาวคนแรกแล้ว

ต้อนรับสมาชิกใหม่! ‘ตู่ ปิยวดี’คลอดลูกสาวคนแรกแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

ขอแสดงความยินดีกับ ผู้จัดละครคนเก่ง “ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์” ที่ได้ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกแล้ว ท่ามกลางความยินดีของสามีสุดที่รัก “มาวิน ทวีผล” รวมถึงครอบครัวและเพื่อนสนิท โดย ตู่ ปิยวดี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก พร้อมข้อความ “หัวหน้าห้องรายงานตัวค่ะ ใหญ่สุดใน ward สังเกตเห็นง่าย ดูกันชัดๆอีกทีว่า “เหมียวหมี่“ หน้าเหมือนใคร #MawinWadeeBaby” งานนี้มีเหล่าคนบันเทิงเข้ามาร่วมแสดงความยินดีคับคั่งเลยทีเดียว