ด่วน! พ.ร.บ.งบฯปี69 ฉลุยวาระแรก ด้วยคะแนนเสียง 322 ต่อ 158

ด่วน! พ.ร.บ.งบฯปี69 ฉลุยวาระแรก ด้วยคะแนนเสียง 322 ต่อ 158

ด่วน! พ.ร.บ.งบฯปี69 ฉลุยวาระแรก ด้วยคะแนนเสียง 322 ต่อ 158

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.10 น.

มติสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท วาระรับหลักการ

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.05 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท ในวาระรับหลักการ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 322 เสียง ไม่เห็นชอบ 158 เสียง ไม่มีงดออกเสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง 

‘อนุทิน’ยันทำถึงตลอด! ไม่เชื่อไปดูข่าวได้ หลัง’ทักษิณ’ทวงเก้าอี้มหาดไทย

'อนุทิน'ยันทำถึงตลอด! ไม่เชื่อไปดูข่าวได้ หลัง'ทักษิณ'ทวงเก้าอี้มหาดไทย

‘อนุทิน’ยันทำถึงตลอด! ไม่เชื่อไปดูข่าวได้ หลัง’ทักษิณ’ทวงเก้าอี้มหาดไทย

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

“อนุทิน” อ้าง​ “ปวดท้อง” ยัน​ ทำถึงตลอด​ หลัง​ “ทักษิณ” ทวงเก้าอี้มหาดไทย​ แจงยังไม่ได้​คุย”อิ๊งค์” แต่”นายกฯ”เคยบอกแล้วไม่มีอะไร​ ปัดน้อย​ใจ บอก “หัวไม่ล้าน”

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา​14.40 น. รัฐสภา​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​และรมว.มหาดไทย​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมา ที่รัฐสภาเพื่อโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 โดยพยายามปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน  ซึ่งบอกกับสื่อมวลชนว่า​ “ปวดท้อง” 

แต่สื่อมวลชนพยายามตามสอบถามถึงกรณีที่นายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี​ ส่งสัญญาณการปรับครม. โดยมีกระแสข่าวอยากทวงคืนกระทรวงมหาดไทย​มาให้พรรคเพื่่อไทย​ดูเอง​ เนื่องจาก มองว่ากระทรวงมหาดไทยขณะนี้ ยังทำไม่ถึง หรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งนายอนุทิน​ รีบเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าว เพื่อขึ้นลิฟท์ไปยังห้องประชุม และได้พูดก่อนประตูลิฟท์จะปิดว่า พรุ่งนี้ไปดูเรื่องน้ำท่วมที่จังหวัดอ่างทอง​ ที่ผ่านมาก็ทำงานทั้งจับบุหรี่เถื่อน และเรื่องงานอื่น​ๆด้วย ไม่เชื่อไปดูข่าวต่างๆได้​ 

เมื่อถามว่านายทักษิณ​ พูดว่าจะยึดกระทรวงมหาดไทยแบบนี้ทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “นายกฯบอกว่าไม่มีอะไร เดี๋ยวลองถามท่านนายกฯดู​ ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่คนที่พูดคือพ่อนายกฯ นายอนุทินไม่ตอบ แต่พยายามดันสู้สื่อข่าวออกจากลิฟท์ และบอกว่า ออกกันไปได้แล้ว

เมื่อถามว่า การพูดของนายทักษิณ จะเป็นเหตุให้ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันยังไม่มีอะไร​ ยังไม่มีการพูดคุยกันเลย 

เมื่อถามว่า น้อยใจหรือไม่​ นายอนุทิน หันไปจับที่หัวตัวเองแล้ว ย้อนถามว่า” ผมหัวล้านหรือเปล่า”

เมื่อถามว่าเราก็ทำงานเต็มที่ แต่ทำไมยังบอกว่ายังทำไม่ถึงอีก นายอนุทิน บอกให้ผู้สื่อข่าวออกจากลิฟท์อีกครั้ง พร้อมบอกว่า ไม่มี ยังไม่ได้คุยกับท่านนายกเลย และนายกก็บอกว่าไม่มีอะไร

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ นายอนุทิน​ ย้อนกลับว่า​ “ต้องคุยกับท่านนายกสิครับ ลูกพี่​ (สื่อ)​” พร้อมดันสื่อออกจาก ลิฟท์ โดยบอกลากเสียงยาวว่า “ปวดท้อง”

‘พิพัฒน์’ มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถวโหวตรับงบ 69 ทั้งพรรค

'พิพัฒน์' มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถวโหวตรับงบ 69 ทั้งพรรค

‘พิพัฒน์’ มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถวโหวตรับงบ 69 ทั้งพรรค

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

“พิพัฒน์” มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถวโหวตรับงบ 69 ทั้งพรรค ชี้ เป็นมารยาทพรรคร่วม ไม่เกี่ยวปมทักษิณ ทวงเก้าอี้ มท. 

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา13.30 น.ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ว่าจะรับหรือไม่ หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาทวงคืนกระทรวงมหาดไทย ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคจะโหวตรับหลักการ แต่ก็ต้องรอหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่เชื่อว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาลโดยมารยาทต้องโหวต ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่โหวต มั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยโหวตให้ทั้งพรรค
    
เมื่อถามว่า นายทักษิณ ระบุจะทวงคืนกระทรวงมหาดไทย จะเป็นการบั่นทอนการทำงานของพรรคร่วมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ บอกแล้วว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วม กระทรวงต่างๆที่พวกเราดูแลก็ได้รับงบประมาณเช่นกัน ดังนั้น โดยมารยาทเรื่องของงบประมาณเราต้องโหวตให้กับรัฐบาล แต่ส่วนอื่นตนไม่ขอพูดถึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ และตนยังไม่ได้เจอหรือพูดคุยหัวหน้าพรรคฯ

‘ไชยชนก’ ฝากถึง ‘แพทองธาร​’ ภท.ทำเพื่อประโยชน์คนไทย พวกท่านทำแล้วหรือยัง?

‘ไชยชนก’ ฝากถึง ‘แพทองธาร​’ ภท.ทำเพื่อประโยชน์คนไทย พวกท่านทำแล้วหรือยัง?

‘ไชยชนก’ ฝากถึง ‘แพทองธาร​’ ภท.ทำเพื่อประโยชน์คนไทย พวกท่านทำแล้วหรือยัง?

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.35 น.

‘ไชยชนก’ฝากถึง ‘แพทองธาร​’สถานการณ์เขียนบทวีรสตรีวันนี้‘ภท.’ทำแล้ว ท่านทำหรือยัง พร้อมโชว์วิสัยทัศน์เห็นปัญหาภัยพิบัติในประเทศ – โอกาสกู้วิกฤต แนะต้องระมัดระวัง

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นที่สี่ ว่า ตนอภิปรายด้วยความสบายใจ และภาคภูมิใจ หลังจากที่ตนอภิปรายรอบที่แล้ว นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สละเวลาคุยกับตนด้วยความรักและเมตตา ด้วยใจที่เปิดกว้างและฟังข้อมูลที่ตนพูด วันนั้นไม่เข้าใจสิ่งที่นักการเมืองเจนวายนำเสนอทั้งหมด แต่เล็งเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบที่ตกไปยังประชาชนไทยถ้วนหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้นได้นับขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทย ตื่นตัว ตระหนัก ภายใต้อำนาจหน้าที่รับผิดชอบรับมือกับความไม่แน่นอนที่คาดการณ์ได้ยาก ทำให้ 15 พ.ค. ส่งประกาศไปยังหน่วยงานภายใต้การดูแลของนายอนุทิน ว่า ปีนี้ฝนมาเร็วและเฝ้าระวังมวลน้ำทุกรูปแบบใกล้ชิด

“ผมขับรถไปจากบุรีรัมย์ไปยังพื้นที่ภาคใต้ พบความตื่นตัวของจังหวัดภาคใต้ เชื่อว่าจะรับมือกับทุกภัยที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่พื้นที่ จ.อยุธยาเชื่อว่าจะเกิดภัยน้ำท่วมหนัก ในช่วงเดือนมิ.ย. และหลังจากอยุธยา จะเกิดที่ ภาคอีสาน และภาคใต้ ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกองคาพยพของพรรคภูมิใจไทย จะอยู่เคียงข้างประชาชนต่อไป” นายไชยชนก อภิปราย

นายไชยชนก อภิปรายด้วยว่า ภัยพิบัติไม่มีเลือกข้าง ไม่มีคอร์รัปชั่น ไม่มีแดง ไม่มีส้ม ไม่มีน้ำเงิน ทั้งนี้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นสิ่งที่ทำได้คือต้องรับมือ ขณะที่ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะวิกฤตกว่านี้ แต่วิธีการรับมือไม่ยาก ไม่ใช่แก้ไขเพราะแก้ไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล โดยทุกคนทุกระดับทำตามคำสอนของเสด็จพ่อรัชกาลที่9 คือ  ใช้ชีวิต พอเพียง

นายไชยชนก อภิปรายต่อว่าขณะที่ภัยความมั่นคง  เมื่อ 11 เดือนที่ผ่านมามีการค้นพบแผ่นแรร์เอริธ ในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เวลาเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่เป็นเพื่อนบ้านที่จริงใจ ต้องมีสติและรู้ก่อนว่าสิ่งที่เผชิญความไม่แน่นอนไม่มั่นคง เศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ที่เจอทั่วโลก ดังนั้นต้องเจรจาและบอกว่าสิ่งที่เผชิญกำลังสำคัญที่สุดในการช่วยเหลือได้คือ ทหาร ไม่ใช่เวลารบภัยนอก แต่ต้องใช้กำลังรักษาภายในหากต้องการเจรจาจีนหรือสหรัฐ แร่นี้คือคำตอบ แต่ต้องทำอย่างระวัง เพราะเราเลือกข้างไม่ได้

“ไม่มีทางที่การทำเหมืองแร่หายากไม่ส่งมลพิษต่อประชาชน ผมอยากฝากให้ประชาชนระวัง อย่าตายใจ ข้อสรุปโดยหลายสิ่งที่ได้อภิปรายและหลายสิ่งที่สส.อภิปรายมีสิ่งเดียวที่มั่นใจในปีหนี้ ผลกระทบของวิกฤตจะมากขึ้นและเกินคาดหมาย สิ่งที่ทำได้ในสภาฯ ในวาระสอง คือ เตรียมพร้อมสร้างความยืดยุ่นในการใช้งบประมาณปีหน้าเพื่อรับมือสิ่งที่ไม่แน่อนให้ได้” นายไชยชนก อภิปราย

นายไชยชนก อภิปรายด้วยว่าตนฝากกำลังไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ  ฐานะนักการเมืองเจนวาย ว่า ด้วยความเห็นใจ เพราะตนเป็นคนที่ทั้งสังคม สส. ครอบครัวเข้าใจผิดหลายรอบ ตนเห็นใจที่วันนี้ สังคมหลายส่วนผูกการอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดในประเทศของนายกฯ และครอบครัว ไปกับภัยพิบัติ

“เหรียญมีสองด้านเสมอ และท่านเลือกทางเดินเองเสมอ สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่หายนะ แต่คือ โชคชะตา เมื่อช่วงเกิดสึนามิ สมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ตระหนักถึงงบส่วนกลางที่ต้องมากขึ้น ทำให้ภายใต้การบริหารประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีงบกลางมาก เยี่ยวยาช่วยเหลือประชาชนจากภัยน้ำท่วมและได้บทเรียน ว่า การไม่ใช้ก่อน แต่ใช้หลัง ประชาชนสูญเสีย สถานการณ์ที่เห็นคือ ประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนเป็นวีรสตรีไทย อยู่ที่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ว่าเลือก ผมและสส.ภูมิใจไทย และนายอนุทิน พูดด้วยความภาคภูมิใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้อำนาจหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยและทำต่อไป คำถามเดียวที่จะฝากไปคือ พวกเราทำแล้ว พวกท่านทำแล้วหรือยัง” นายไชยชนก อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนการอภิปราย นายไชยชนก กล่าวว่า ขอเรียกร้อง ตนอยากให้ผู้รับฟัง กดหยุด ตรวจสอบข้อมูลที่นำเสนอเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด  น้อมรับเจตนาดีๆ ของ สส.ในพรรคตนและพรรคอื่นที่ห่วงเรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และขอบคุณสส.พรรคฝ่ายค้าน มอบเวลาที่เหลือให้ใช้ ตนจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุด 

นายไชยชนก ชี้แจงต่อกรณีที่มีผู้อภิปรายถึงการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในกิจกรรมคัลเลอร์ออฟบุรีรัมย์ บูรณาการภาครัฐ เอกชน ประชาชนคนบุรีรัมย์รวมพลัง จัดงาน 30 วัน โดยให้ช่างทอผ้าทั่วประเทศ 110 ร้านค้าเข้าร่วมและร้านอาหารเด็ด 110 ร้าน มูลค่าขายผ้า 50 ล้านบาท และคิดเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งนี้ภคเอกชนไม่มีการเก็บค่าเช่า ค่าคอมมิชชั่นการค้าขาย ฝากไปถึงคนที่มีส่วนร่วมทำให้งานดังกล่าวเกิดขึ้น ตนภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นส่วนเล็กๆ ที่สร้างความสำเร็จ และเพื่อความมั่นใจกับคนที่ให้ความสำคัญกับคราฟท์ไทย ตน น้องสาว ประชาชนและสส.พรรคภูมิใจไทยเห็นความสำคัญ พร้อมสนับสนุนต่อไป แม้ว่าจะไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ

‘ชาดา’เดือด!!! บอกต้องแจกเงินหมื่น ไม่งั้น ‘นายกฯเท้ง’มาแน่ จวกถ้าไม่มีปัญญาทำ ก็ลงมา

‘ชาดา’เดือด!!! บอกต้องแจกเงินหมื่น ไม่งั้น ‘นายกฯเท้ง’มาแน่ จวกถ้าไม่มีปัญญาทำ ก็ลงมา

‘ชาดา’เดือด!!! บอกต้องแจกเงินหมื่น ไม่งั้น ‘นายกฯเท้ง’มาแน่ จวกถ้าไม่มีปัญญาทำ ก็ลงมา

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

‘ชาดา’ เตือนรีบแจก ‘หมื่นดิจิทัล’ ไม่งั้น ‘นายกฯเท้ง’ มาแน่ ชี้เงินเยอะแยะ อัดถ้าไม่มีปัญญาทำ ก็ลงมา เอาคนอื่นมาแทน ซัด ‘งบฯลงทุน-ก่อสร้าง‘ ทำช่องว่าง ‘คนจน-รวย’ ห่างยิ่งขึ้น 

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.10 น. ที่รัฐสภา ในการในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4  ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นอภิปรายวิจารณ์การจัดงบประมาณหลายประเด็นอย่างเข้มข้น เช่น ปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่าง คนจนกับคนรวย ในประเทศที่ห่างขึ้นทุกวันว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ ปีนี้งบฯลงทุน เจ็ดแสนล้านบาท เป็นงบฯก่อสร้างประมาณ 4.75 แสนล้านบาท การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบฯก่อสร้างไม่เหมือนอดีต เพราะงบฯลงทุน แบงก์เอาไปเกือบ 10% ขอฝากไปถึงธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ด้วยว่า ต้องเข้ามาดู มันเป็นการเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้ โครงการก่อสร้าง ต่างๆ มีแรงงานเพียง15 % เงินส่วนนี้ไม่ได้ไปสู่ระบบข้างล่าง มันไปสู่ชนชั้นกลาง กับข้างบน จึงทำให้เกิดปัญหาช่องว่าง ระหว่างคนจนกับคนรวยมากขึ้น เพราะงบฯของรัฐที่ผ่านมาหลายสิบปี รัฐบาลชุดไหนก็โครงสร้างงบฯเหมือนกันหมด กลุ่มทุนก็เอาไปเสียมาก แบงก์ก็เอาไปเสียหมด  ไม่มีคำว่าขาดทุน เรื่องนี้ตนว่า ต้องมาคิดดูให้ดี แล้วสิ่งที่สำคัญ การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะโครงการก่อสร้างอย่างเดียว มันมีเรื่องการพัฒนาแรงงานอย่างเดียว ตนฝากรัฐบาลด้วย ทำให้มันไปถึง 

“ผมเองเมื่อก่อน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย แต่ ปัจจุบันนี้ผมเห็นด้วย ฝากท่านประธานถึงท่านนายกฯ ต้องแจกครับ เงินมี ใครที่อยู่ข้างบนแจกไม่ได้ลงมา เอาคนอื่นขึ้นไปนั่ง ผมเรียนด้วยความเคารพ พูดอย่างนี้จริงๆ ถ้าไม่มีปัญญาทำให้นายกฯได้ลงมา คนอื่นมีเยอะแยะ ที่เขาทำได้ แล้วเงินมีเยอะครับประเทศไทย ตรงไหนที่ติดขัด ก็แก้ซะ ถ้าท่านไม่จัดการเรื่องดิจิทัลให้เรียบร้อย อย่าไปแจกใกล้ๆเลือกตั้งครับ ผมบอกอย่าว่าแต่หมื่นเลย สองหมื่น ก็แจกได้ ถ้าไม่แจกเขามาแน่ครับ นายกฯเท้ง(นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ)” นายชาดา กล่าว

‘จิราพร’ปัดซอฟต์พาวเวอร์ คิดใหญ่ทำมั่ว ด้าน’ประเสริฐ’ยันกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่เลือกพื้นที่

'จิราพร'ปัดซอฟต์พาวเวอร์ คิดใหญ่ทำมั่ว ด้าน'ประเสริฐ'ยันกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่เลือกพื้นที่

‘จิราพร’ปัดซอฟต์พาวเวอร์ คิดใหญ่ทำมั่ว ด้าน’ประเสริฐ’ยันกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่เลือกพื้นที่

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

‘จิราพร’ ปัด ‘ซอฟต์พาวเวอร์เกงช้าง’ เปล่าคิดใหญ่ทำมั่ว ขอเปิดหู-ตา-ใจ อย่ามัวแต่ค้านทุกเรื่อง ด้าน ‘ประเสริฐ’ แจงกระจายงบน้ำทั่วถึงไม่กระจุกเฉพาะพื้นที่

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ (เป็นพิเศษ) ที่มีนายภราดรปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4  ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

โดยในช่วงเช้าบรรดารัฐมนตรีต่างลุกขึ้นทะยอยชี้แจงสิ่งที่สมาชิกอภิปรายพาดพิง อาทิ  น.ส.จิราพร สินธุไพรรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายโครงการซอฟต์พาวเวอร์มีภาพจำแค่ “กางเกงช้าง” ว่าการสร้างการรับรู้โครงการซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลต่อประชาชน และต่างประเทศ ไม่ได้จำกัดแค่กางเกงช้างอย่างที่ถูกเสียดสี อย่างการจัดอีเวนต์ซอฟต์พาวเวอร์ในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จำเป็นต้องลงทุนเรื่องนี้ เพื่อช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่จดจำของต่างประเทศ ดึงดูดคนมาร่วมงาน สามารถสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้4,000ล้านบาท ในเวลา 5วัน แสดงว่า การลงทุนซอฟต์พาวเวอร์ไม่สูญเปล่า อย่ามองแค่งบที่ใช้ลงทุนอย่างเดียว ให้มองผลทางเศรษฐกิจที่ตามมาด้วย  เรื่องนโยบายซอฟต์พาวเวอร์นั้น หลายประเทศเดินทางมาหารือความร่วมมือเรื่องซอฟต์พาวเวอร์กับประเทศไทย และซอฟต์พาวเวอร์ไทยก็ไปปักธงในต่างประเทศไทย 

“ขอให้เปิดหู เปิดตา เปิดใจ อย่าแค่เป็นฝ่ายค้านแล้วค้านทุกเรื่อง การผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ แม้ไม่เห็นผลทันที ต้องใช้เวลา แต่วันนี้เราเริ่มลงมือทำแล้ว นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้คิดใหญ่ ทำโคตรมั่วอย่างที่กล่าวหา แต่เราคิดใหญ่ลงมือทำ ไม่ใช่คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ลงมือทำ” น.ส.จิราพร กล่าว

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงกรณีงบประมาณบริหารจัดการน้ำที่ถูกมองกระจายงบลงไปพื้นที่เฉพาะสส.ฝั่งรัฐบาลว่า ในฐานะประธานกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ(กนช.) ยืนยันว่า การกระจายงบประมาณบริหารจัดการน้ำทำอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ตามความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้คำนึงถึงพื้นที่การเป็นสส.ตามที่ฝ่ายค้านอภิปราย ในภาคอีสานเป็นพื้นที่ใหญ่ รายได้ประชาชนน้อย ภาคการเกษตรจึงเป็นพื้นที่ต้องให้ความสำคัญกว่าภาคอื่น จริงอยู่แม้พรรคเพื่อไทยมีสส.ในพื้นที่นี้มาก แต่พื้นที่สส.พรรคประชาชน อยู่ในเขตเมืองหรือรอบกทม. จึงต้องแก้ไขเรื่องปัญหาอุทกภัย ส่วนเรื่องภัยแล้งอาจมีความจำเป็นน้อยลงยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญ กระจายงบทั่วถึงเป็นธรรม ส่วนการใช้งบกลางแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ แทนการใช้งบปกตินั้น เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้งบกลางมีความจำเป็น เพราะเป็นการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที อย่างการขุดลอกหนองบึงที่มีความจำเป็นต้องทำให้เสร็จในกรอบเวลา 120วัน ส่วนที่มีการซอยงบประมาณในงบกลางไม่ให้เกิน 5แสนบาทต่อโครงการนั้น เนื่องจากการใช้งบกลาง มีจุดมุ่งหมายแก้ไขปัญหาทันท่วงทีในกรอบ 120วัน  ในโครงการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนการใช้งบปกติใช้แก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว 

มันเกินเส้น ครอบงำไปไกล? ‘สุทธิชัย หยุ่น’ซัด’ทักษิณ’ ปมทวงคืนมหาดไทย

มันเกินเส้น ครอบงำไปไกล? 'สุทธิชัย หยุ่น'ซัด'ทักษิณ' ปมทวงคืนมหาดไทย

มันเกินเส้น ครอบงำไปไกล? ‘สุทธิชัย หยุ่น’ซัด’ทักษิณ’ ปมทวงคืนมหาดไทย

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.04 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ต้องการให้กระทรวงมหาดไทย กลับไปให้พรรคเพื่อไทยดูแลเองนั้น

ขณะที่  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์  ว่า ไม่มี ยังไม่มีอะไรเลย เมื่อถามว่า ตอนนี้ถูกมองว่านายทักษิณครอบงำพรรคเพื่อไทยไปแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ไม่ครอบๆ

ล่าสุด  นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊ก Suthichai Yoon ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  “วิญญูชนคนเดินถนนเหมือนถูกตบหน้าทุกวัน เขาพูดอะไรทำอะไรก็ได้หรือ?”

‘อ.ไชยันต์’ยกย่อง‘หมอรักษาความยุติธรรม’

‘อ.ไชยันต์’ยกย่อง‘หมอรักษาความยุติธรรม’

‘อ.ไชยันต์’ยกย่อง‘หมอรักษาความยุติธรรม’

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.44 น.

‘อ.ไชยันต์’ ชี้หมอรักษาคนพันคนให้หายป่วย ” แต่ “หมอแห่งความยุติธรรม” รักษาคนได้ “ล้านคน”

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyapor ระบุว่า รักษาคนไข้ รักษาความยุติธรรม

”หมอรักษาคนพันคนให้หายป่วย แต่หมอรักษาความยุติธรรม จะรักษาคน อีกเป็น หลายล้านคนในประเทศ เคารพรักท่านหมอครับ จักษ์ จันทรประทิน “

’ชวน‘ ปูด ‘งบฯซ่อมบำรุงกองบินตำรวจ’ มีงาบเงินทุจริต ตัวต้นเหตุสูญเสีย ‘นักบิน-ช่างฯ’ ฝีมือชั้นเยี่ยม

’ชวน‘ ปูด ‘งบฯซ่อมบำรุงกองบินตำรวจ’ มีงาบเงินทุจริต ตัวต้นเหตุสูญเสีย ‘นักบิน-ช่างฯ’ ฝีมือชั้นเยี่ยม

’ชวน‘ ปูด ‘งบฯซ่อมบำรุงกองบินตำรวจ’ มีงาบเงินทุจริต ตัวต้นเหตุสูญเสีย ‘นักบิน-ช่างฯ’ ฝีมือชั้นเยี่ยม

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

เอาไม่เลือก! ’ชวน‘ ปูด ‘งบฯซ่อมบำรุงกองบินตำรวจ’ มีงาบเงินทุจริต ตัวการต้นเหตุสูญเสีย ‘นักบิน-ช่างฯ’ ฝีมือชั้นเยี่ยม จากเหตุฮ.ตกต่อเนื่องในรอบ1เดือน จี้เข้มเช็ค ’สถานภาพ 24 ลำใช้งาน‘ อย่าให้ซ้ำรอยโกง ฝาก ‘กมธ.วิสามัญฯ’ ดูแลเป็นพิเศษ

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เมื่อ 12.55 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นวันสุดท้าย โดยนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกรณีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจประสบอุบัติเหตุตกที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่24พ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้นายตำรวจนักบิน และช่างซ่อมบำรุงเสียชีวิตรวม 3 รายว่า จากเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวที่เกิดขึ้นภายในรอบ1เดือน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นนายตำรวจมือชั้นเยี่ยมถึง 9 ราย โดยเฉพาะร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน(สบ1) กลุ่มงานการบิน กองบินตำรวจ ที่เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตกที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นชาวจ.ตรัง และเป็นคนเก่งของจังหวัด ตนคุ้นเคยกับครอบครัวของเขา และเมื่อเชื่อมโยงมาถึงงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้เราจะไม่สามารถนำทั้ง 9 ชีวิตกลับคืนมาได้ แต่เราไม่ควรปล่อยให้สูญเสียชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดไปโดยไม่คิดแก้ไข เตรียมตัว ป้องกัน 

นายชวน กล่าวต่อว่า สถานภาพของกองบินตำรวจ มีโอกาสจะเกิดเหตุขึ้นอีก เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) มีเฮลิคอปเตอร์ในความดูแล ทั้งหมด 71 ลำ ใช้การได้ 24 ลำ อยู่ระหว่างซ่อมแซม 27 ลำ และรอปลดประจำการ 20 ลำ โดย1ใน24ลำที่ใช้การได้ เป็นเครื่องที่ประสบอุบัติเหตุตก อาจมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เป็นการสูญเสียที่ไม่ใช่มาจากการปะทะกับคนร้าย แต่เกิดจากเครื่องมือไม่มีคุณภาพ มันไม่ควรเกิดขึ้น น่าเสียดายที่สุด ส่วนตัวแม้ตนจะไม่รู้จักผู้เสียชีวิตอีก2ราย แต่เป็นบุคคลที่มีฝีมือ มีอุดมการณ์ในระดับมือ1 ส่วนร.ต.อ.ทรงพล ตัดสินใจมาเป็นนักบิน เนื่องจากไม่อยากอยู่ในหน่วยงานเดิมเพราะเบื่อหน่ายการวิ่งเต้นเพื่อเป็นโน่นเป็นนี่

นายชวน กล่าวด้วยว่า สำหรับงบฯซ่อมบำรุงของกองบินตำรวจ ในงบฯสตช. ในปี69ตั้งไว้950ล้านบาทเหมือนปี68 มีข้อคิดจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ทำงานด้านนี้บอกตนว่า ขอให้จัดงบฯให้พอในการซ่อมบำรุง โดยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวพูดในฐานะส่วนตัว ไม่ขอพูดในนามราชการ คือการหาผลประโยชน์จากการซ่อมบำรุง มีการพูดถึงขนาดว่าหน่วยงานอื่นด้านความมั่นคงอาจมีการทุจริต แต่งบฯซ่อมบำรุงเขาจะไม่ยุ่ง แต่ สตช. เอาไม่เลือก จึงเป็นข้อครหา แต่เพื่อความยุติธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่สุจริต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้ิงนำไปพิจารณา ทั้งนี้ สิ่งที่เราควรป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก ต้องดูสถานภาพของเฮลิคอปเตอร์ 24 ลำที่ใช้งานอยู่มีสภาพเป็นอย่างลำที่ตกเมื่อวันที่24พ.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่

”ลำที่เกิดอุบัติเหตุตก มีเพื่อนส่งข้อความมาหาผมว่าเครื่องอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้ ผมจึงโทรไปหาคนที่ส่งข้อความมาหาผม เขาบอกว่า คืนวันที่23พ.ค.ก่อนวันที่จะบิน เขาอยู่ด้วยกันกับนักบิน ผมคิดว่านักบินเขารู้ว่า เครื่องอยู่ในสภาพที่ใช้ไม่ได้ แต่สตช. ปล่อยเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่อยากตำหนิ แต่ขอให้เป็นตัวอย่างทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญของ สตช. และบ้านเมืองมากไปกว่านี้อีก หวังว่าขอให้กรณีนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดเหตุอันเกิดขึ้นจากความบกพร่องของอะไหล่เครื่องบิน เข้าใจว่าการดูแลซ่อมบำรุง หรือดีลเลอร์ ยังไม่เป็นระบบเท่ากับของกองทัพอากาศที่มีระบบซ่อมบำรุงที่ดี ผมคิดว่าพวกเราที่ไปอยู่ในกมธ.วิสามัญฯ คงจะช่วยดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ และจะส่งเรื่องนี้ให้กมธ.การตำรวจ ไปหารือในชั้นกมธ.ต่อไป“ นายชวน กล่าว

งานการเมืองต้อง’ขันน็อต’ตลอด! ‘ธรรมนัส’ย้ำนักการเมือง อย่ายึดติดหัวโขน ไม่วิจารณ์ปรับ ครม.

งานการเมืองต้อง'ขันน็อต'ตลอด! 'ธรรมนัส'ย้ำนักการเมือง อย่ายึดติดหัวโขน ไม่วิจารณ์ปรับ ครม.

งานการเมืองต้อง’ขันน็อต’ตลอด! ‘ธรรมนัส’ย้ำนักการเมือง อย่ายึดติดหัวโขน ไม่วิจารณ์ปรับ ครม.

วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

“ธรรมนัส”ปัดตอบ”ปรับครม.หลังงบประมาณผ่าน หลัง”ทักษิณ”บอกมหาดไทย ยังทำไม่ถึง ส่งผลการเมืองร้อน ชี้เป็นเรื่องรัฐบาลตัดสินใจ เปรยลอยๆ นักการเมืองต้องไม่ยึดติดหัวโขน แนะงานการเมืองต้อง”ขันน็อต”ตลอดเวลา ย้ำ การเมืองต้องจบด้วยการเมือง ไม่งั้นก็จบเห่ ชื่อพรรคร่วมรัฐบาลคุยกันได้อยู่จนครบวาระ

วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 12.10 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ถึงเวลาปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วหรือยังว่า ไม่ทราบไม่ใช่หน้าที่ตน เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ เราไม่ควรไปแสดงความคิดเห็นมากในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่า หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังไม่ค่อยเต็มที่ จนทำการเมืองคึกคัก และอยากให้มีการปรับครม. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองก็เหมือนเรื่องทั่วๆ ไป เมื่อมันหลวมก็ขันให้มันแน่นหน่อย 

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นว่าการทำงานครม.ยังหลวมอยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวกับประเทศชาติบ้านเมือง มันไม่ควรจะหลวม ควรจะขันให้แน่นอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามว่า มองว่ากระทรวงไหน การทำงานยังหลวมอยู่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปวิเคราะห์หรือวิจารณ์ได้ ประชาชนเขาเห็นเอง 

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ระบุว่าการทำงานของกระทรวงมหาดไทยยังทำไม่ถึง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เขาเลย และตนไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น หรือก้าวล่วงคนอื่น

เมื่อถามว่า การพูดของนายทักษิณ ถือว่ามีนัยเป็นการส่งสัญญาณในการปรับครม.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะพิจารณา เมื่อถามว่า หากมีการขยับเหมือนที่นายทักษิณพูด คิดว่าเสถียรภาพรัฐบาลจะระส่ำหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเชื่อว่าท้ายสุดก็จบด้วยการคุยกัน 

“การเมืองต้องคุยกัน การจบด้วยการเมืองอย่างที่ตนเคยย้ำเสมอ การเมืองถ้าไม่จบด้วยการเมือง มันก็จะจบเห่ไปด้วยกันซึ่งมันก็จะยุ่ง”

เมื่อถามว่า เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะอยู่ด้วยกันไปจนครบวาระหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า บรรยากาศเวลานี้โดยเฉพาะตนเองก็คุยกับทุกพรรค ไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยเฉพาะในพรรคร่วมรัฐบาลก็คุยกันปกติอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีเรียกไปคุยเรื่องปรับครม.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี ส่วนใหญ่ก็คุยกับเพื่อนๆ ในพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคกธ.ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่างที่ตนได้เคยพูดไปในพรรคกธ. เราเน้นเสมอว่าการที่จะเอาใครไปนั่งตำแหน่งอะไรต้องมาจากกรรมการบริหารพรรค จะไม่มีการตัดสินใจโดยคนใดคนหนึ่งอย่างเด็ดขาด ไม่มีการครอบงำใดๆ 

เมื่อถามว่า ในพรรคกธ. มีคนเก่งหลายคน จะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ามารับตำแหน่งบ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนเราคนที่เป็น สส.หรือเข้าสู่เวทีการเมือง หลายคนเป็นสส.มาหลายสมัย ก็ไม่ขี้เหร่ ก็มีโอกาสสูง

เมื่อถามว่า ประเมินการเมือง 2  ปีที่เหลือของรัฐบาลคิดว่าถึงเวลาจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแล้วหรือยัง เพื่อให้เกิดการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น และนำไปสู่การเลือกตั้งข้างหน้า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเข้าสู่เวทีการเมือง เราอย่าไปยึดติด ถ้ายึดติดแล้ว พอมีการปรับเปลี่ยนอะไร มันก็จะเป็นปัญหา

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าไปยึดติดเด็ดขาด มันต้องประมาณตัวเองตลอดเวลา ว่าเราทำงานตอบโจทย์หรือไม่ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ประเทศชาติหรือไม่ ซึ่งหลักการทั่วไปของการเป็นนักการเมืองคือ อย่ายึดติด บางครั้ง บางคน บางท่าน หัวโขนที่เขาสวมให้ ไปยึดติดมากเกินไป ไม่ดูตัวเอง มันก็ไปไม่รอด ที่ผมพูดไม่ได้หมายถึงใคร ผมเป็นนักการเมือง ก็ต้องประมาณตัวเอง”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่า ตอนนี้ได้คุยกับนายทักษิณ บ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็คุยกันตลอด