‘อิ๊งค์’บอกไม่มีอะไร หลัง’ทักษิณ’ทวงคืนมหาดไทย ยันไม่มีครอบงำ บรรยากาศดีอยู่

'อิ๊งค์'บอกไม่มีอะไร หลัง'ทักษิณ'ทวงคืนมหาดไทย ยันไม่มีครอบงำ บรรยากาศดีอยู่

‘อิ๊งค์’บอกไม่มีอะไร หลัง’ทักษิณ’ทวงคืนมหาดไทย ยันไม่มีครอบงำ บรรยากาศดีอยู่

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.43 น.

“อิ๊งค์” บอกไม่มีอะไร หลัง ”ทักษิณ“ ทวงคืนมหาดไทย ยันไม่มีครอบงำ บรรยากาศดีอยู่ บ่นเหนื่อยมาก ง่วง 

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.50 น. ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุจะเอากระทรวงมหาดไทยมาดูแลจริงหรือไม่ ว่า ไม่มี ยังไม่มีอะไรเลย เมื่อถามว่า ตอนนี้ถูกมองว่านายทักษิณครอบงำพรรคเพื่อไทยไปแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ไม่ครอบๆ เมื่อถามอีกว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการประชุมงบประมาณปี 69 ผ่านใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้สัมภาษณ์ไปแล้วค่ะ เมื่อถามว่าบรรยากาศเหมือนจะดีแต่พอเป็นแบบนี้จะทำให้ ระส่ำหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า บรรยากาศดีอยู่ค่ะ เมื่อถามอีกว่าตอนนี้ปัญหาเรื่องการครอบงำกลับมาอีกแล้วหลังนายทักษิณพูดลักษณะนี้ นายกฯไม่ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามอีกว่านายทักษิณพูดเช่นนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะสะเทือนใจหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ไม่ตอบคำถามเช่นกัน เมื่อถามว่าได้คุยกับนายอนุทินบ้างหรือไม่เรื่องกระทรวงมหาดไทย นายกฯไม่ตอบคำถามดังกล่าวและได้หันไปพูดคุยกับ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม ที่มารอส่งขึ้นรถกลับออกจากสภา ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถ นายกฯได้หันไปพูดกับทีมงานว่า “เหนื่อยมาก ง่วง” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรอการประชุมสภาวันเดียวกันนี้ นายกฯได้ประชุมทีม สส.เพื่อไทย ภายหลังการประชุมนายกฯโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตผ่าน X ว่า ระหว่างรอการประชุมงบประมาณ ดิฉันถือโอกาสประชุมกับทีม ส.ส. เพื่อไทย เพื่อรับฟังปัญหาจากพื้นที่ ปัญหาเศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชนฝากมาโดยตรง ข้อเสนอและปัญหาที่ได้รับในวันนี้ จะเป็น “การบ้าน” สำคัญของรัฐบาล เพื่อให้การทำงานตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ตรงจุด ตรงใจ และเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมค่ะ

ศธ.โต้’ฝ่ายค้าน’ ไม่เคยได้รับงบฯจัดพิมพ์ตำรา แม้แต่บาทเดียว ยันหลักสูตรใหม่ให้เด็กทันสถานการณ์โลก

ศธ.โต้'ฝ่ายค้าน' ไม่เคยได้รับงบฯจัดพิมพ์ตำรา แม้แต่บาทเดียว ยันหลักสูตรใหม่ให้เด็กทันสถานการณ์โลก

ศธ.โต้’ฝ่ายค้าน’ ไม่เคยได้รับงบฯจัดพิมพ์ตำรา แม้แต่บาทเดียว ยันหลักสูตรใหม่ให้เด็กทันสถานการณ์โลก

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.20 น.

‘ศธ.แถลงโต้’ฝ่ายค้าน‘ ไม่เคยได้รับงบจัดพิมพ์ตำราแม้แต่บาทเดียว พร้อมขออย่าตัดงบ 158 ล้าน หวั่นกระทบสวัสดิการครู แจงหลักสูตรใหม่รอบครอบ ให้เด็กทันสถานการณ์โลก

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีและโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน   ได้อภิปรายงบประมาณด้านการศึกษา และพาดพิงหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น พบว่ามีความคลาดเคลื่อนหลายอย่าง จึงอยากจะขอชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจอย่างถูกต้องกับประชาชน    

โดยนายพีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ชี้แจง ว่า สกสค. มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการของครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 1 ล้านคน ซึ่งได้ดูแลมาตั้งแต่ปี 2494 และได้รับกาาจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในส่วนนี้ เฉลี่ยปีละประมาณ 100 ล้านบาท แต่มีภารกิจต้องดูแลจริง 10,000 ล้านบาท ทำให้ สกสค. ต้องจัดหางบประมาทเพิ่มเติมเอง ส่วนองค์การค้าที่รับโอนมาจากคุรุสภานั้น สกสค. มีหน้าที่ต้องจัดหาแหล่งทุนสำหรับจัดพิมพ์ตำราเรียน  ซึ่งตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์การค้า ก็ไม่เคยได้รับการอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาท ทั้งที่ขอไปตลอดทุกปี แต่ถูกตัดงบประมาณตลอด ส่งผลให้ปี 2569 สกสค. ไม่ได้ของบประมาณในส่วนนี้ 

นายพีระพันธ์  กล่าวต่อว่า องค์การค้ามีส่วนแบ่งทางการตลสดในการจีดพิมพ์ตำราเรียน เพียง 30% เพราะต้องตรึงราคาไว้ ไม่ให้กระทบกับผู้ปกครองและนักเรียนกว่า 6,400,000 คน และต้องดำเนินการให้ทันก่อนเปิดภาคเรียน  ดังนั้นในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ สกสค. ดำเนินการมาทุกปีตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลัง   ทั้งนี้ หวังว่า สส. จะไม่ใจร้ายตัดงบประมาณในส่วนที่ได้ขอไป 158 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่ใช้ดูแลสวัสดิการและสวัดิภาพ เพราะจะกระทบกับครูและบุคลากร

ด้านนายธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงการจัดทำหลักสูตรใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ระดับอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ว่า จะต้องผ่านความเห็นชอบจาก กพฐ. ซึ่งมีทั้งอาจารย์   จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ    โดยเป็นการนำหลักสูตรเดิมที่มีอยู่แล้วมาปรับปรุง ใช้ระยะเวลา 5 เดือน    ไม่ใช่การยกร่างหลักสูตรใหม่ เรียกว่า หลักสูตรทางสมรรถนะ ซึ่งประกาศและทดลองใช้ในโรงเรียน 8 จังหวัด รวม 184 โรงเรียน 

แต่เมื่อสถานการณ์โลก และเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไป จึงเกรงว่านักเรียนจะพัฒนาไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก กพฐ.จึงมีมติตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ให้ สพฐ. โดยสำนักวิชาการยกร่างหลักสูตรนี้ ซึ่งมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารโรงเรียน ครู และศึกษานิเทศ มาร่วมกันร่างหลักสูตร โดยใช้ชื่อหลักสูตร “ประถมวัย 2568 และหลักสูตรประถมต้น 2568“ ซึ่งปัจจุบัน มีโรงเรียนสมัครใจเข้ามาใช้กว่า 4,300 โรงเรียน พร้อมยืนยันว่า ได้จัดทำหลักสูตรอย่างรอบคอบ จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

‘มาริษ’หารือ‘รมว.กต.กัมพูชา’ เห็นพ้องสร้างชายแดนแห่งมิตรภาพ-ความร่วมมือ

‘มาริษ’หารือ‘รมว.กต.กัมพูชา’ เห็นพ้องสร้างชายแดนแห่งมิตรภาพ-ความร่วมมือ

‘มาริษ’หารือ‘รมว.กต.กัมพูชา’ เห็นพ้องสร้างชายแดนแห่งมิตรภาพ-ความร่วมมือ

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุม Nikkei Forum ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายของเอเชียในโลกที่ปั่นป่วน” ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้หารือร่วมกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา โดยเห็นพ้องกันว่า ทั้งสองประเทศควรร่วมมือกัน ทำให้สถานการณ์ตามแนวชายแดน เป็นชายแดนแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ

– 006

‘แพทย์ศิริราช รุ่น 93′ แสดงจุดยืนสนับสนุน’มติแพทยสภา’

'แพทย์ศิริราช รุ่น 93' แสดงจุดยืนสนับสนุน'มติแพทยสภา'

‘แพทย์ศิริราช รุ่น 93′ แสดงจุดยืนสนับสนุน’มติแพทยสภา’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.44 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เรา ในนามแพทย์ศิริราช รุ่น 93 ดังรายนามที่ปรากฏด้านล่างของหนังสือฉบับนี้ ขอแสดงจุดยืนในการสนับสนุนมติของแพทยสภา ซึ่งได้พิจารณาคดีจริยธรรมของแพทย์ตามกระบวนการที่เป็นธรรม โปร่งใส และยึดมั่นในหลักวิชาชีพเวชกรรม โดยมุ่งหวังให้การประกอบวิชาชีพของแพทย์เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน และอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525

เราขอเป็นกำลังใจแก่คณะกรรมการแพทยสภา ในการทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพมาตรฐานจริยธรรมของแพทย์ไทย ให้ดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของวิชาชีพแพทย์ในสายตาสังคม และขอยืนยันว่า การตัดสินของแพทยสภา ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เป็นความกล้าหาญในการยึดถือหลักจริยธรรมของวิชาชีพ และความถูกต้องเหนือผลประโยชน์ส่วนตน

เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันเคารพกระบวนการอิสระขององค์กรวิชาชีพ และร่วมกันธำรงไว้ซึ่งจริยธรรมอันเป็นรากฐานสำคัญของวิชาชีพแพทย์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

รายชื่อ แพทย์ศิริราช รุ่น 93 ดังนี้

1) นพ.ภูษิต ประคองสาย
2) นพ.ไพโรจน์ ยิ่งวัฒนเดช
3) นพ.ศิริพงษ์ ทรงวศิน
4) นพ.วุฒิชัย วรรณภิญโญชีพ
5) นพ.สิมา เมืองเจริญ
6) นพ.ยอดรัก ประเสริฐ
7) นพ.ดิษฐพงศ์ สัตตบงกช
8) นพ.สมบัติ เทพรักษ์
9) นพ.อานนท์ ชวาลา
10) นพ.ชวลิต เศวตรัตนเสถียร

11) นพ.ประทักษ์ อุปริพุทธิกุล
12) นพ.สกล สิงหะ
13) พญ.ดวงตา ไกรภัสสร์พงษ์
14) นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์
15) นพ.โชคราชัน ชัยฤกษ์สุขสันต์
16) พญ.สุวรรณี จิตภักดีบดินทร์ 
17) นพ.มนัสวี โกวิทยา
18) นพ.สุนทร บูรณวัฒนาโชค
19) นพ.พิทักษ์ จริยะธีรวงศ์
20) นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล

21) นพ.อุดม ลายธีระพงศ์
22) นพ.คมสันติ์ สุวรรณฤกษ์
23) นพ.สาธิต ปิงสุทธิวงศ์
24) นพ.คมพจน์ จิระจรัส
25) นพ.โสภณ นิลกำแหง
26) พญ.เนาวรัตน์ สมนาม
27) พญ.สุนารี สัมพันธ์ธนรักษ์
28) นพ.วุฒิพงศ์ สุทัศนีย์
29) พญ.นภิสวดี ว่องชวณิชย์ 
30) นพ.นฤชา สังขชาติ

31) พญ.วิภาวี บูรณพงศ์
32) พญ.นวพร เตชะมณีสถิตย์
33) นพ.พรชัย ตันติวุฒิพงศ์
34) พญ.เล็ก กาญจนโกมุท
35) นพ.สุรชัย ภูพิพัฒน์ผล
36) นพ.แสงชัย พงศ์พิชญ์พิทักษ์
37) พญ.มณฑิรา ประสมทรัพย์
38) นพ.ชัยนันต์ เถียรสุทธิกุล
39) นพ.วุฑฒา สว่างสุภากุล
40) นพ.ชุมพล แย้มเจริญ

41) นพ.อนุวัฒน์ สุตัณฑวิบูลย์
42) นพ.ฤชุกรณ์ เติมทอง
43) พญ.บุณยาพร พันธิตพงษ์
44) นพ.วิเชียร เทียนจารุวัฒนา
45) นพ.สุทธิชัย เนาวนิรุทธ์
46) นพ.สุพร กุละพัฒน์
47) นพ.กิตติพงศ์ มณีโชติสุวรรณ
48) พญ.เปรมวดี พิศูทธินุศาสตร์
49) พญ.ศตนันท์ เจริญชลวานิช
50) นพ.เกียรติศักดิ์ โชติเบญจมาภรณ์

51) นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์
52) พญ.สุรีย์พร ศันสนีย์วิทยกุล
53) นพ.อนุศักดิ์ ชัยยะเพกะ
54) นพ.พรชัย ลิขิตศานต์
55) นพ.เฉลิมพล ศรีเจริญ
56) นพ.มงคล อุยประเสริฐกุล
57) พญ.เพ็นนี สิงหะ
58) นพ.จรัญ จันทมัตตุการ
59) น.พ.ไพฑูรย์ ขจรวัชรา
60) นพ.ปัญญา สนั่นพานิชกุล

61) นพ.โชคชัย รงควิลิต
62) พญ.สุวรรณทิพย์ พัชรานุรักษ์ 
63) นพ.เสริมพงศ์ ศิริกุล 
64) พญ.สุธิดา กาญจน์คีรวัฒนา
65) นพ.ชัยโรจน์ เอื้อไพโรจน์กิจ
66) นพ.ธัญญลักษณ์ เชาว์นิธื
67) พญ.นฤนาท วานิชชินชัย
68) นพ.สกุล เล็กศรีสกุล
69) นพ.ธนากร วัตราเศรษฐ์
70) นพ.นิมิตร เลิศพัฒนสุวรรณ

71) พญ.นุศรา ตันศรีวรรัตน์  
72) นพ.ธีระชัย คูหะเปรมะ
73) พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ 
74) นพ.พยงค์ เมฆกระจ่าง 
75) นพ.สุเทพ เพชรมาก 
76) นพ.สุชาติ ปิยวิวัฒน์   
77) นพ.วัชรินทร์ ล่องพาณิชย์

‘ดร.เสรี’ อ่านเกม ‘ทักษิณ’ บอกไม่เกี่ยวขบวนการชั้น 14 ชี้’หมอ-ราชทัณฑ์’เสี่ยงผิด 157

'ดร.เสรี' อ่านเกม 'ทักษิณ' บอกไม่เกี่ยวขบวนการชั้น 14 ชี้'หมอ-ราชทัณฑ์'เสี่ยงผิด 157

‘ดร.เสรี’ อ่านเกม ‘ทักษิณ’ บอกไม่เกี่ยวขบวนการชั้น 14 ชี้’หมอ-ราชทัณฑ์’เสี่ยงผิด 157

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.16 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568  ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าข้าราชการของราชทัณฑ์และหมอรวมกันทำขบวนการช่วยให้ทักษิณได้ออกมาอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แล้วทักษิณบอกว่าเขาไม่เกี่ยว ไม่รู้ไม่เห็นว่ามีขบวนการดังกล่าว หมอและราชทัณฑ์ทำเอง

ส่วนตัวเขานั้น เขาส่งตัวออกนอกเรือนจำ ก็ออกตามที่เขาส่ง และที่อยู่โรงพยาบาลนานถึง 180 วันก็เป็นเรื่องของหมอ เมื่อหมอบอกให้อยู่ เขาก็ต้องอยู่ตามที่หมอบอก ดังนั้นการจะอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 ยาวนานถึง 180 วันเป็นเรื่องของหมอกับราชทัณฑ์

ถ้าหากขบวนการนี้ผิดอย่างไร ก็ต้องเอาผิดกับหมอและราชทัณฑ์ จะมาเอาผิดกับเขาไม่ได้ การที่เขาอยู่ที่ห้อง VVIP ชั้น 14 ตามที่ราชทัณฑ์ให้เขาอยู่ ก็หมายความว่าเขาถูกคุมขังครบ 180 วันแล้ว จะเอาเขากลับเข้าคุกอีกไม่ได้

แบบนี้หมอกับข้าราชการราชทัณฑ์อาจจะผิดมาตราม157 ถ้ารูปการออกมาแบบนี้จริง ท่านมองตรรกะแบบนี้อย่างไร

ท่านมองทักษิณที่ใช้ตรรกะนี้อย่างไร ท่านมองข้าราชการราชทัณฑ์และหมอในขบวนการนี้อย่างไร

อนุสรณ์ ชม ‘Digital Health’ เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

อนุสรณ์ ชม 'Digital Health' เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

อนุสรณ์ ชม ‘Digital Health’ เพื่อทุกคน ทุกที่ ทุกวัย ต่อยอดนโยบายเรือธง รัฐบาลเพื่อไทย

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.11 น.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ว่า รัฐบาลได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญของการลงทุนใน “สุขภาพดิจิทัล” หรือ Digital Health ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่คือ “เครื่องมือชี้ขาด” ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ สร้างความมั่นคงในชีวิต และที่สำคัญที่สุด คือ การต่อยอดนโยบายเรือธงของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร คือ “30 บาทรักษาทุกที่” ให้สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างแท้จริง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 13 ล้านคน (>20%) และคาดว่าจะเข้าสู่ Super-Aged Society ในเวลาอันใกล้ ในด้านของโรคภัยไข้เจ็บ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึงร้อยละ 77 ของประชากรทั้งหมดขณะเดียวกัน สัดส่วนแพทย์ต่อประชากรยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉลี่ยแพทย์ 1 คนดูแลประชาชนถึง 1,680 คน และในหลายพื้นที่ห่างไกล ตัวเลขนี้อาจเกิน 1 ต่อ 5,000 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “30 บาทรักษาทุกที่” มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มจาก 3,856 เป็น 4,175 บาท/คน รวม 198,367 ล้านบาท ค่าบริการนอกเหมาจ่ายรายหัว เพิ่มเป็น 66,927 ล้านบาท เช่น โรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ติดเชื้อ HIV และบริการเชิงป้องกัน งบประมาณนี้แสดงถึง เจตจำนงที่ชัดเจนของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพให้ครอบคลุมและมีคุณภาพมากขึ้น โครงการ Digital Health ปี 2569 ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 335.70 ล้านบาท เพื่อเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งอนาคตอย่างครบวงจร โดยแบ่งเป็นงบประมาณหลัก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

 1. แผนงานรัฐบาลดิจิทัล จำนวน 229.28 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ

 2. แผนงานสุขภาวะ จำนวน 106.41 ล้านบาท  เป็นงบที่สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

การลงทุนด้าน Digital Health จึงไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อความทันสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ทั่วถึง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของประชาชนในทุกมิติอย่างแท้จริง “Digital Health” มิใช่เพียงระบบดิจิทัล แต่คือ การจัดวางองค์ประกอบใหม่ของระบบสุขภาพ ให้เชื่อมโยงทุกช่วงวัย ทุกพื้นที่ ทุกหน่วยบริการอย่างไร้รอยต่อ  

Digital Health จะเข้ามาเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่ทำให้นโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ไม่ใช่แค่สิทธิพื้นฐานของประชาชน แต่เป็น ระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้ เท่าเทียม และตอบโจทย์ความเป็นจริง

ทั้งหมดนี้จะทำให้นโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ไม่ใช่แค่เรื่องของการเข้าถึง แต่คือ การเข้าถึงที่มีคุณภาพ มีความต่อเนื่อง และไม่ตกหล่นแม้แต่กลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคม สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการไม่ใช่เพียงแค่การจัดสรรงบประมาณหรือวางระบบใหม่ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบสุขภาพทั้งระบบ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ และมีความเท่าเทียมเป็นเป้าหมาย

“Digital Health จึงไม่ใช่อนาคตที่เราคาดหวัง แต่คือ ปัจจุบันที่เราต้องลงมือทำ เพื่อให้คนไทยทุกคน ได้รับบริการสุขภาพที่ดี มีคุณภาพ และเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ขอสนับสนุนงบประมาณและแนวนโยบาย Digital Health อย่างเต็มที่” นายอนุสรณ์ กล่าว 

‘ธรรมนัส’ท้าให้รอดู ‘กล้าธรรม’พรรคเฉพาะกิจหรือไม่

'ธรรมนัส'ท้าให้รอดู 'กล้าธรรม'พรรคเฉพาะกิจหรือไม่

‘ธรรมนัส’ท้าให้รอดู ‘กล้าธรรม’พรรคเฉพาะกิจหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.39 น.

“ธรรมนัส”ท้าให้รอดู “กล้าธรรม”พรรคเฉพาะกิจหรือไม่ มั่นใจเลือกตั้งครั้งหน้า สส.อยากลงเลือกตั้งสีเสื้อ กธ.เพียบ จ่อลุยสัญจรพื้นที่”กฤษฎิ์”ชลบุรี เขต 6 โยนอำนาจ”นายกฯ”ปรับครม. เบื่อนักการเมืองพูดแต่ไม่ทำ ไม่ใส่ใจปัญหาชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่อาคารอินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ.ว่า น.อ.อนุดิษฐ์ จะดูพื้นที่ทั่วประเทศให้กับพรรค โดยเฉพาะการสรรหาและกลั่นกรองคนที่จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณี น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน (ปชน.) ที่พร้อมมาร่วมอุดมการณ์กับพรรค กธ.นั้น ได้มีการติดต่อผ่าน สส.พะเยา คนหนึ่งของพรรค ตนก็ไม่ขัด เพราะรู้จัก น.ส.กฤษฎิ์ มานานอยู่แล้ว และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ เราจะไปจัดพรรค กธ.สัญจรในเขตพื้นที่เขา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตัวเลข สส.พรรค กธ.เป็นทางการ 26 คน และยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ถูกขับจากพรรคเดิมตามที่เป็นข่าว

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ ร.อ.ธรรมนัส จะคัมแบ็กรัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมองไปถึงอีกสเต็ปของชีวิตแล้วว่าเราก็เป็นมาทุกอย่าง ทั้ง รมช.และ รมว.ก็อยากจะทำพรรคของเราให้มันโต การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้ประชาชน ถ้าพรรคยังเล็กมันทำอะไรไม่ได้มาก อยากจะทำพรรคให้โต ต้องการทำอะไรให้บ้านเมือง อยากทดแทนคุณแผ่นดินมากกว่าที่จะทำเรื่องอื่น

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าพรรค กธ.เป็นพรรคเฉพาะกิจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็เดี๋ยวคอยดู ตนไม่เคยทำพรรคไหนที่เป็นพรรคเฉพาะกิจ ส่วนใหญ่ที่ตนอยู่ในฐานะหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรค พรรคนั้นต้องโต

“ผมก็มั่นใจในตัวเอง เวลานี้ถึงแม้ว่ายังอยู่ในสมัยรัฐบาลชุดนี้ สส.ปัจจุบันหลายคนก็มาขอสมัครร่วมอุดมการณ์ในสมัยหน้าเยอะ” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงครึ่งปีหลังว่า บรรยากาศการเมืองบางครั้งการพูดของคนที่มีบทบาททางการเมืองอาจทำให้การเมืองวุ่นวาย แต่จริงๆ แล้ว ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนี้ ตนว่าคงไปยาว ส่วนจะปรับอะไรอย่างไรเป็นเรื่องของนายกฯ ไม่เกี่ยวกับเรา

เมื่อถามว่า คิดว่าเวลานี้ควรจะต้องปรับ ครม.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นอำนาจนายกฯ แต่เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นโยบายว่าอย่างไรเราก็พร้อมปฏิบัติให้เกิดประโยชน์

“ผมไม่อยากเห็นการเมืองปัจจุบันพูดแต่ก็ไม่ทำ นักการเมืองต้องใส่ใจเรื่องชาวบ้านจริงๆ ต้องรู้จริงๆ ปัญหาชาวบ้านคืออะไร และนำเสนอการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ทุกวันนี้ส่วนใหญ่นักการเมืองพูดเก่งกันซะมากกว่า ไม่ทำไม่ใส่ใจเรื่องชาวบ้าน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

อะไรคือจุดจบ! ‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง เลือก’องค์กรอิสระ’ไม่สนข้อกล่าวหา

อะไรคือจุดจบ! ‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง เลือก'องค์กรอิสระ'ไม่สนข้อกล่าวหา

อะไรคือจุดจบ! ‘เจิมศักดิ์’สะท้อนมุมมอง เลือก’องค์กรอิสระ’ไม่สนข้อกล่าวหา

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.55 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และนายวิทเยนทร์ มุตตามระ ได้สะท้อนมุมมองผ่านรายการ “ถอนพิษ” ทางช่องยูทูบ WATCHDOG CHANNEL เรื่อง “สว.เสียงข้างมากลากเดินหน้าโหวตรับรององค์กรอิสระ ตีตกญัตติ” (ชมคลิปด้านล่าง)

ขณะที่ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “วุฒิสภาลุยไฟ เลือกองค์กรอิสระ ไม่สนข้อกล่าวหา มีส่วนได้ส่วนเสีย อะไรคือจุดจบ”

– 006

ห้ามใครแตะ‘กล้าธรรม’ ‘ธรรมนัส’เสียงแข็ง‘ก.เกษตรฯ’ต้องเป็น กธ.ดูแล

ห้ามใครแตะ‘กล้าธรรม’ ‘ธรรมนัส’เสียงแข็ง‘ก.เกษตรฯ’ต้องเป็น กธ.ดูแล

ห้ามใครแตะ‘กล้าธรรม’ ‘ธรรมนัส’เสียงแข็ง‘ก.เกษตรฯ’ต้องเป็น กธ.ดูแล

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

“ธรรมนัส”ลั่น! ไม่มีใครกล้าแตะ”กล้าธรรม” หลัง”ทักษิณ”ปูดเป็นหนึ่งในกระทรวงที่”เพื่อไทย”ต้องดู ย้ำ”ก.เกษตรฯ”ต้องเป็น กธ.ดูแล

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อเครือเนชั่น ว่ากระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรเป็นของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ได้ดูแล ว่า “ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ผมไม่ทราบ แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเป็นพรรคกล้าธรรมดูแล”

เมื่อถามว่า นายทักษิณได้ย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหมาะที่จะให้พรรคเพื่อไทยได้ดู ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แล้วแต่ แต่ต้องเป็นพรรคกล้าธรรม ที่ผ่านมาในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนทำดีที่สุด ช่วงเป็นรัฐมนตรีช่วยก็ได้ดูเรื่องที่ดินทำกินให้เกษตรกร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตร อย่าไปกังวล เรื่องพวกนี้ ไม่มีใครมาแตะกล้าธรรมหรอก

เมื่อถามว่า เมื่อเราทำเต็มที่แล้วทำไมจึงมีกระแสแบบนี้ออกมา เพราะมีช่องโหว่อะไรหรือไม่ ทำให้นายทักษิณออกมาพูดแบบนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยืนยันว่าในส่วนของกล้าธรรมยังเหมือนเดิม ส่วนกระทรวงอื่นตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า มีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาบ้างหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี

เมื่อถามว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่มองว่ามีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายใน ครม. ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตนคงพูดไม่ได้

‘วุฒิสภา’ไฟเขียว ‘เพียรศักดิ์ สมบัติทอง’เป็น‘กก.ป.ป.ช.’

‘วุฒิสภา’ไฟเขียว ‘เพียรศักดิ์ สมบัติทอง’เป็น‘กก.ป.ป.ช.’

‘วุฒิสภา’ไฟเขียว ‘เพียรศักดิ์ สมบัติทอง’เป็น‘กก.ป.ป.ช.’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.32 น.

“วุฒิสภา”ไฟเขียว “เพียรศักดิ์ สมบัติทอง”เป็น”กก.ป.ป.ช.” ด้วยเสียงข้างมาก 138 ต่อ 2 เสียง ขณะที่”ประกอบ-ประจวบ”ชวด

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติฯ จำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1.คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและจริยธรรมผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา) จำนวน 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน จำนวน 15 คน 2.ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและจริยธรรมผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ศ.ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ และนายสราวุธ ทรงศิวิไล) จำนวน 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 60 วันจำนวน 15 คน และ 3.ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและจริยธรรมผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นอัยการสูงสุด (นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด) จำนวน 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน

จากนั้นที่ประชุมวุฒิสภา ที่ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เข้าสู่วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 3 คน ได้แก่ นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ รองประธานศาลฎีกา , นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อธิบดีอัยการภาคสอง และ นายประจวบ ตันตินนท์ กรรมการอิสระ บริษัท สิริเวช จันทบุรี จำกัด (มหาชน) หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญตรวจสอบประวีติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ได้นำเสนอรายงานตรวจสอบต่อที่ประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเป็นการลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ที่ประชุมได้ประชุมลับนานเกือบ 2 ชั่วโมง ได้กลับมาประชุมแบบเปิดและลงมติด้วยการลงคะแนนลับผ่านการกดบัตรออกเสียง ผลปรากฏว่า ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติให้ความเห็นชอบนายเพียรศักดิ์ เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ด้วยมติ เห็นด้วย 138 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง

ขณะที่ นายประกอบ ไม่ได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากได้รับคะแนนเห็นชอบเพียง 61 เสียง ไม่เห็นด้วย 60 เสียง งดออกเสียง 33 เสียง ถือว่าได้เสียงเห็นชอบน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 100 คะแนน เช่นเดียวกับนายประจวบ ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบ เพราะมติ สว.ให้ความเห็นชอบ 14 เสียง ไม่เห็นชอบ 108 เสียง งดออกเสียง 31 เสียง ถือว่าได้เสียงเห็นชอบน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 100 คะแนน