‘ภูมิธรรม’ท้าลาก 17 งูเห่าออกมา เผยยังเป็นรัฐบาล แม้ ภท. อ้างรวมได้ 280 เสียงแล้ว

'ภูมิธรรม'ท้าลาก 17 งูเห่าออกมา เผยยังเป็นรัฐบาล แม้ ภท. อ้างรวมได้ 280 เสียงแล้ว

‘ภูมิธรรม’ท้าลาก 17 งูเห่าออกมา เผยยังเป็นรัฐบาล แม้ ภท. อ้างรวมได้ 280 เสียงแล้ว

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.28 น.

“ภูมิธรรม” ลั่นยังเป็น รบ.แม้ ภท.อ้างรวมเสียงได้ 280 เสียง พร้อมเดินหน้าคุย ปชน. ท้าลากคองูเห่า 17 เสียงออกมา ชี้ถ้ามีเห็นตอนโหวตนายกฯ เตือนสติ ภท.เป็น รบ. “เขากระโดง-ฮั้ว สว.” เป็นศูนย์

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 19.50 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการหารือร่วมกับแกนนำพรรคประมาณ 1 ชั่วโมงว่า ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันเหนียวแน่น พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่อย่างที่แถลงข่าวมาแล้วตั้งแต่ต้น ขณะนี้เสียงของรัฐบาลยังเป็นไปเหมือนเดิม และเราคิดว่าข้อเสนอต่างๆ ไม่ว่าฝ่ายใด ถ้าเราดูแล้วเป็นไปในแนวทางประชาธิปไตย และเป็นแนวทางเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่เคยมีมา เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อ ดังนั้นไม่มีปัญหา เราสามารถเปิดรับกับทุกพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะร่วมมือกับเราได้เพื่อให้การดำเนินงานให้รัฐบาลมั่นคง และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และแก้ปัญหาเรื่องประชาธิปไตยได้ เรายินดีร่วมมือทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประสานงานกันต่อไป 

เมื่อถามถึงกรณีได้พูดคุยกับพรรคกล้าทำแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ยังเหมือนเดิม พรรคร่วมพูดคุยกันยังเหมือนเดิม

เมื่อถามต่อว่าล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้เดินทางไปทาบทามพรรคกล้าธรรมแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ต้องดูว่ามีคำตอบอะไร ในการเดินทางไปพบไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีคำตอบอย่างไรก็ต้องไปดูความเป็นจริงที่ปรากฏ ตอนนี้เห็นคุณอนุทินก็ไปทุกพรรค 

เมื่อถามต่อว่าคิดว่านายอนุทินจะสามารถรวมเสียงและตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปถามนายอนุทินเพราะพรรคร่วมรัฐบาล จับมือร่วมกันหนักแน่นอยู่แล้ว เรายังเชื่อว่าที่เป็นอยู่ณ วันนี้ไปด้วยกันได้หมด แม้กระทั่งพรรคประชาชน สิ่งที่พรรคประชาชนเสนอเป็นเงื่อนไขขึ้นมา พรรคภูมิใจไทยตอบรับแล้วก็ตาม สำหรับพรรคเพื่อไทยที่ได้รับมอบหมายจากพรรคร่วมให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราก็เห็นว่าสิ่งที่เขาเสนอก็ไม่ได้แตกต่างจากพรรคเพื่อไทยมี พรรคเพื่อไทยก็ยินดีที่จะสร้างรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยอยู่แล้วในรายละเอียดและข้อเสนอต่างๆ ต้องอยู่ที่การคุยกัน ก็ตอนนี้ก็พยายามประสานหาทางคุยกันอยู่ 

เมื่อถามว่าเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่จะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตรงนี้พรรคภูมิใจไทยจะรับได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบต้องไปถามพรรคภูมิใจไทย ว่ารับเงื่อนไขได้หรือไม่
และต้องไปถามพรรคประชาชนว่าเข้าใจ และยอมรับ เชื่อมั่นข้อเสนอนั้นว่าปฏิบัติได้จริงหรือเปล่า ต้องไปถามพรรคประชาชน ส่วนพรรคเราสามารถประสานและพูดคุยกันอย่างไร ตนมองว่าในช่วงสองถึงสามวันนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องคุยกัน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีงูเห่าเพราะมีกระแส ว่ามีงูเห่า 17 คน ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย นายภูมิธรรม กล่าวว่า งูเห่าก็เหมือนที่พูด ต่างฝ่ายต่างอ้างอิงแต่ยังไม่เคยมีใครลากงูเห่าออกมาเลย ก็ ขึ้นอยู่กับคนพูดว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่ว่าจะแสดงออกจริงคือวันที่เลือกนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยยังมีแต้มต่อและมีไม้เด็ดในการรวบรวมเสียงหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่พูดถึงการมีแต้มต่อหรือไม้เด็ด แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยยังเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็ยังยืนยันว่าเป็นอย่างนั้นอยู่ แต่สิ่งที่เราทำคือคือการทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ และยืนแนวทางประชาธิปไตย ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

เมื่อถามว่าอยากให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนอย่างไร เพราะหลายคนยังมีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้อยู่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรายืนยันที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่าภารกิจในการแก้ไขปัญหาประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นสร้างความมั่นคงให้กับระบบการเมืองในประเทศไทย ไม่ให้กระทบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เรายืนยันว่าจะจับมือร่วมกันและเดินหน้าต่อ ส่วนรัฐบาลในวันที่ 30 ส.ค.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อเลือกรักษาการนายกรัฐมนตรีคนใหม่และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย

เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นนายชัยเกษม นิติสิริอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการ ซึ่งก็ต้องรีบแถลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งนายชัยเกษมก็ไม่มีปัญหา ก็ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอยู่ 

เมื่อถามว่าเวลานึ้ตอบได้เลยหรือไม่ว่าจะเสนอชื่อนายชัยเกษมเป็นนายกฯ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จริงๆตนตอบได้ แต่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่ต้องรับฟังและพูดคุยกันถ้วนหน้า 

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยระบุว่าสามารถรวมเสียงได้ 280 เสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าเขาได้ 280 เสียง เขาเป็นรัฐบาลแล้วแต่เรายืนยันว่าเรายังเป็นรัฐบาลอยู่ อยู่ที่ประชาชนจะเชื่อใคร ใครมีเครดิต ใครมีความสามารถในการทำ ถ้าทำแล้วการเปลี่ยนแปลงแสดงว่า โครงการต่างๆที่พรรคเพื่อไทยทำทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง เรื่องฮั้ว สว.ก็ต้องกลับไปศูนย์หมด ประชาชนคงเข้าใจสิ่งนี้อยู่แล้ว พรรคการเมืองต่างๆก็ต้องเข้าใจสิ่งนี้ และตัดสินใจบนพื้นฐานของประชาชนที่ได้ประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่ามีโอกาสที่จะยุบสภาหรือไม่ หากไม่สามารถรวบรวมเสียงได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ผมยืนยันไปแล้วว่ามั่นใจนะครับ”

‘อนุทิน’ โว เสียงโหวตนายกฯพอแล้ว ชี้เงื่อนไข ภท.ตรง ปชน.มากกว่า พท. เพราะมุ่งยุบสภา

'อนุทิน' โว เสียงโหวตนายกฯพอแล้ว ชี้เงื่อนไข ภท.ตรง ปชน.มากกว่า พท. เพราะมุ่งยุบสภา

‘อนุทิน’ โว เสียงโหวตนายกฯพอแล้ว ชี้เงื่อนไข ภท.ตรง ปชน.มากกว่า พท. เพราะมุ่งยุบสภา

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.25 น.

“อนุทิน” โว เสียงโหวตนายกฯพอแล้ว ไม่ใช่เสียงข้างน้อย ไม่ต้องพึ่งงูเห่า บอก เงื่อนไข ภท.ตรง ปชน.มากกว่า พท. เพราะมุ่งยุบสภา ระบุ ทำงาน 4 เดือน ไม่ใช่ปัญหา 

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 19.30 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี แกนนำพรรค นายภราดร ปริศนานันกุล สส.อ่างทอง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายังพรรคกล้าธรรม โดยมี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง จากนั้นมีการปิดห้องพูดคุยกันระหว่างแกนนำพรรค

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ไม่ได้มาทาบทาม เราเข้าใจกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เสียงครบ 280 หรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่อยากพูดเรื่องเสียง เราทำการเมืองมา อย่าเอาเรื่องจำนวนเสียงมาเป็นตัวตั้ง เมื่อถามว่า หากเสียงส่วนใหญ่ของพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่เห็นด้วยในการโหวตให้นายอนุทิน อาจจะทำให้ไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างมาก หรือเสียงอาจจะเกินไม่มากพอ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้หารือกับพรรค ปชน.และได้นำกรอบของพรรค ปชน.มาแจ้งให้กับทางหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค กธ.ทราบ และได้มีการสอบถามในเรื่องข้อสงสัยต่างๆ ก็ได้อธิบายและชี้แจง ซึ่งเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรค ปชน.แถลงว่าเงื่อนไขมีอะไรบ้าง ซึ่งมีการหารือเรื่องรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ กันครบถ้วนหมดแล้ว 

เมื่อถามว่า ตอนนี้ถือว่าปิดดีล 250 เสียงหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า เลิกใช้คำว่าดีลเถอะ นี่เป็นเรื่องของการบริหารประเทศ เราต้องหาคนที่มีความเข้าใจตรงกัน สิ่งสำคัญที่สุดของวันนี้คือ ความสามัคคี การทำงานที่ไปในทิศทางเดียวกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ขัดแข้งขัดขากัน ไม่ทำลายกัน เอาประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญ ตอนนี้พวกเราทุกคนเห็นตรงกัน

เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) สามารถรับเงื่อนไขของพรรค ปชน.ได้ จะทำให้เกิดความสับสนหรือหวั่นไหวกับพรรค ปชน.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปถามพรรค ปชน. แต่ยืนยันว่า พรรค ปชน.ก็พูดคุยกับเรา ซึ่งลงไปในรายละเอียดมากพอสมควรแล้ว

เมื่อถามอีกว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค พท.ระบุว่าแนวทางของพรรค พท.ไม่แตกต่างจากพรรค ปชน. นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าแตกต่าง เพราะพรรค ปชน.กับพรรค ภท.และพรรคที่จะมาร่วมหรือมวลหมู่ สส.ที่จะมาร่วม เห็นว่าควรจะคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ถ้าถามว่าตรงนี้มีความแตกต่างหรือไม่ ตนคิดว่าเราเห็นพ้องเรื่องนี้กันมานานแล้ว  เมื่อถามย้ำว่า ณ วันนี้จุดยืนของนายอนุทินและพรรค ภท.ในการจัดตั้งรัฐบาลคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า คือการคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชน เพราะประเทศบอบช้ำมา มีปัญหามา เป็นขั้วฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มันปริ่มมาก สภาก็ล่ม ไปกันไม่ได้ เราไม่อยากให้มีการแตกความสามัคคีกัน  มีเรื่องของคนพูดถึงการไม่รักชาติ ซึ่งตนไม่เชื่อ ทุกคนรักชาติหมด เราต้องให้เรื่องเหล่านี้มันหมดไปแล้วไปในเซ็ตใหม่ ให้ประชาชนเลือกเข้ามาเลยว่าใครควรจะมาบริหารประเทศหลังจากนี้

เมื่อถามว่า คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จในวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเราหารือกันแล้ว มีเสียงสนับสนุนที่เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อยู่แล้วว่าจะแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯอย่างไร เมื่อถามว่า ที่พูดว่าจะเป็นรัฐบาลและคืนอำนาจประชาชน หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเพื่อไปยุบสภาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถูกต้องครับ ยุบสภาแล้วให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจต่อผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เราคุยกับทุกพรรคที่มีอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน แต่วันนี้พรรค กธ.และสส.อีกหลายสิบคนเราแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าเราไปในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้น ถามว่าตอนนี้เสียงพอหรือไม่ ที่จะทำให้ผ่าน ก็ต้องบอกว่าพอ และต้องไม่มีคำว่างูเห่า เชื่อว่าระบบงูเห่าเป็นเรื่องโบราณ ต้องไม่มี 

เมื่อถามว่า อะไรทำให้มั่นใจว่าจะได้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็พรรค กธ.นี่ไงครับ” เมื่อถามถึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมาทั้งพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคที่มาคุยกันอยู่แล้ว พรรค พปชร.ก็พูดคุยกันแล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีคนจากพรรค พท.มาสนับสนุนด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าให้แต่ละท่านได้พูด อย่างวันนี้ก็มีหลายกลุ่มที่ได้มาแสดงเจตจำนงที่พรรค ภท. ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่พรรค ภท. เมื่อถามอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาครึ่งหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้เจ้าตัวเป็นผู้แถลงดีกว่า 

เมื่อถามว่า การที่พรรค ปชน.จะโหวตให้นายอนุทิน จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีภารกิจชัดเจนเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะให้ดี ทำสิ่งที่ยังจำเป็นต้องทำเพื่อประเทศ เพื่อประชาชนแล้วคืนอำนาจเลย ส่วนเงื่อนไขของพรรค ปชน.ที่ให้อยู่แค่ 4 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเราตั้งใจทำงาน เดือนเดียวก็ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ เรื่องเวลาไม่ใช่สำคัญ เมื่อถามย้ำว่า กับพรรค ปชน.ต้องทำสัตยาบันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พูดจริงๆ พรรค ปชน.ควรจะข้อตกลง ควรจะมีสัตยาบันอะไรกันให้มันชัดเจน เพราะมันมีเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ 

‘กัณวีร์’ลั่น 1 เสียงอันน้อยนิด ขอยกให้’อนุทิน’ เหตุ’เพื่อไทย’หมดความชอบธรรมแล้ว

'กัณวีร์'ลั่น 1 เสียงอันน้อยนิด ขอยกให้'อนุทิน' เหตุ'เพื่อไทย'หมดความชอบธรรมแล้ว

‘กัณวีร์’ลั่น 1 เสียงอันน้อยนิด ขอยกให้’อนุทิน’ เหตุ’เพื่อไทย’หมดความชอบธรรมแล้ว

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.04 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า 1 เสียงของผม ที่ดูไม่มีอิทธิพลใดๆ กับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย จะขอเลือกผู้ที่สามารถให้คำมั่นได้ใน 2 เรื่อง

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามการประเมินและคาดการณ์ ว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตรผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากรณีที่เป็นปฐมบทการเผชิญหน้าและการปะทะด้วยกำลังทหารระหว่างไทย-กัมพูชา จนทำให้มีการสูญเสียทั้งชีวิต บาดเจ็บ ทรัพย์สินพังทลาย การผลัดถิ่น และบาดแผลทางจิตใจของพี่น้องทั้งสองประเทศ

จบไปหนึ่งเรื่อง แต่สิ่งสำคัญเร่งด่วนเฉพาะหน้าของไทย คือ การเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่จะมาจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ เป็นไปตามความเป็นจริงทางการเมืองไทย คือ ความพยายามรวมเสียงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ให้เกินกึ่งหนึ่งไปหลายๆ เสียงเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการบริหารจัดการต่อไป

ที่เห็นๆ ว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย แคนดิเดต มีทั้ง 2 พรรค ศักยภาพในการรวมเสียงมีทั้ง 2 พรรค ซึ่งก็คงเป็นการต่อสู้ช่วงชิงจำนวน สส.ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้โดยเร็ว 

สำหรับผม คนเดียว เสียงเดียว พรรคเดียว คงไม่มีพลังจะไปมีอิทธิพลอะไรกับใคร แต่ขอใช้พื้นที่ตรงนี้เน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่ได้เป็น สส. ว่าการเมืองต้องตรงไปตรงมา ไม่บิดไม่เบี้ยว เพราะหากเป็นนักการเมืองแล้วบิดไปเบี้ยวมา อย่ามาเป็นเลยครับผู้รับใช้ประชาชน !!

สำหรับผม พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมในการเป็นผู้นำในการบริหารจัดการประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะนโยบายที่ล้มเหลว อาทิ ดิจิทัลวอลเลท ความพยายามผลักดัน entertainment complex การแก้ไขปัญหาคอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ที่ผิดพลาด การจัดการปัญหาชายแดนที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้ไทยต้องสุ่มเสี่ยงจากผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา และนโยบายแบะงานการต่างประเทศ (การทูต) ที่แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

ดังนั้น 1 เสียงอันน้อยนิดของผม จะมอบให้กับผู้ที่จะถูกเสนอรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่สามารถยึดมั่นในการจัดการเรื่องสำคัญเร่งด่วน 2 เรื่อง

เรื่องแรก จุดยืนเดียวกับพรรคประชาชน คือเรื่องที่ต้องยืนยันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยการออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องยุบสภาในเวลาอันชอบโดยเร่งด่วน และมอบอำนาจกลับไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อเลือกคนที่จะมารับใช้ประเทศนี้โดยเร็ว

เรื่องที่สอง คือ คนที่สามารถมีวิสัยทัศน์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแผนระยะเฉพาะหน้า กลางและยาว และคนที่สามารถสถาปนาจุดยืนทางการทูตเชิงรุกของไทยที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน และเรียกศรัทธาของพี่น้องประชาชนคนไทยกลับคืนมาได้อย่างชอบธรรม และใหสามารถทำให้ประชาคมโลกเชื่อมั่นกับจุดยืนทางการทูตของไทยที่จะมุ่งหวังไปสู่สันติภาพและการพัฒนาแบบยั่งยืนของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคที่ไทยพร้อมแสดงบทบาทการเป็นผู้นำ คนที่จะไม่ทำให้บาดแผลที่มีอยู่ขยายกว้างขึ้นไปอีกระหว่างไทยและกัมพูชา ด้วยการกระทำหรือการไม่กระทำใดๆ เหมือนรัฐบาลของแพทองธาร ชินวัตร ที่ผ่านมา

เสียง 1 เดียวที่ไม่ค่อยมีผลอะไรมากนักกับการจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย แต่เป็นเสียงที่มั่นคงทางการเมือง จะยกให้กับผู้ที่สามารถเสนอทางออกให้กับเรื่อง 2 เรื่องนี้ครับ
เพิ่มเติมนิดนะครับ ตอนให้สัมภาษณ์รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 และน้องๆ นักข่าวถามกันมาว่าถ้าจะให้เลือกระหว่าง คุณชัยเกษม กับ คุณอนุทิน พี่นลจะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ ผมตอบไปว่า คงเป็นคุณอนุทินครับ เพราะพรรคเพื่อไทย สำหรับผมหมดความชอบธรรม ไปแล้ว !!

สู้ครับประเทศไทย !!

ด่วน! สภาฯ นัดประชุมพิเศษ 3-5 ก.ย. จับตาโหวตนายกฯ คนใหม่

ด่วน! สภาฯ นัดประชุมพิเศษ 3-5 ก.ย. จับตาโหวตนายกฯ คนใหม่

ด่วน! สภาฯ นัดประชุมพิเศษ 3-5 ก.ย. จับตาโหวตนายกฯ คนใหม่

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.04 น.

‘สำนักเลขาฯ สภา’ ออกหนังสือนัดประชุม 3-5 ก.ย.นี้ ‘อาพัทธ์’ เผย เตรียมเผื่อไว้ รอโหวต ‘นายกฯ ใหม่’ หลัง ‘อิ๊งค์’ หลุด หาก ‘วิปสองฝ่าย’ ตกลงกันได้ สามารถเพิ่มเข้าระเบียบเป็นกรณีพิเศษ 

วันที่ 29 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือเรื่อง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีเนื้อหาระบุว่า ด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 2 ปีที่ 3 ครั้งที่ 19 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เป็นพิเศษ ในวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ครั้งที่ 19 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวันวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 และครั้งที่ 20 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา เป็นต้นไป 

โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นไปเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ ซึ่งว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ กล่าวว่า เป็นการเพิ่มวัน เพื่อเตรียมรอไว้ หากวิปทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันได้แล้ว ก็จะต้องมีการส่งเรื่องมายังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้น สามารถบรรจุลงระเบียบวาระเป็นกรณีพิเศษได้ 

.-008 

‘ไทยสร้างไทย’แถลงการณ์! รัฐบาลใหม่ต้องยึดจริยธรรม แก้ รธน.ด้วย สสร. เลิกกาสิโน–MOU 43/44

'ไทยสร้างไทย'แถลงการณ์! รัฐบาลใหม่ต้องยึดจริยธรรม แก้ รธน.ด้วย สสร. เลิกกาสิโน–MOU 43/44

‘ไทยสร้างไทย’แถลงการณ์! รัฐบาลใหม่ต้องยึดจริยธรรม แก้ รธน.ด้วย สสร. เลิกกาสิโน–MOU 43/44

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.49 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก พรรคไทยสร้างไทย ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาดังนี้  แถลงการณ์พรรคไทยสร้างไทย ข้อเสนอเกี่ยวกับจุดยืนของพรรค

ประเทศไทยยังไม่ถึงทางตัน หากแต่ยังมีหนทางและโอกาสที่จะก้าวข้ามวิกฤตไปสู่อนาคตที่ดีกว่า การแก้ไขปัญหาของประเทศชาติจึงจำเป็นต้องดำเนินต่อไปอย่างจริงจัง รอบคอบ และต่อเนื่อง พรรค ไทยสร้างไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบในการนำเสนอแนวทาง เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทยจึงขอแถลงการณ์และข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ ดังต่อไปนี้

รัฐบาลใหม่จะต้องเดินหน้าอย่างจริงจังและจริงใจในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เพื่อสร้างความหวัง ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประเด็นสำคัญ

1. การธำรงจริยธรรมและคุณธรรม

รัฐบาลใหม่ต้องยึดมั่นในหลักจริยธรรมและคุณธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและวิกฤตทางการเมืองเช่นที่ผ่านมา

2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาดำเนินการร่างใหม่ โดยใช้เวลาให้สั้นที่สุด ทั้งนี้ ต้องไม่แก้ไขบทบัญญัติในหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ

3. การรักษาอธิปไตยและเขตแดนของชาติ

รัฐบาลต้องให้ความสำคัญต่อปัญหาอำนาจอธิปไตยเกี่ยวกับเส้นเขตแดนอย่างจริงจังและโปร่งใส โดยยึดหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายระหว่างประเทศ และการเจรจาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งควรพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544

4. การบริหารเศรษฐกิจอย่างมีวินัย

รัฐบาลไม่ควรดำเนินนโยบายประชานิยมที่มุ่งเน้นการแจกเงินในลักษณะไม่ยั่งยืนและไม่ควรผลักดันการจัดตั้งคาสิโนภายใต้โครงการ Entertainment Complex ซึ่งอาจสร้างปัญหาทางสังคมตามมา

พรรคไทยสร้างไทย

29 สิงหาคม 2568

‘พีระพันธุ์’ปัดตอบ คน’รทสช.’โผล่ยินดี ภท. ชี้สถานการณ์พรรคร่วมตามที่’ภูมิธรรม’แถลง

'พีระพันธุ์'ปัดตอบ คน'รทสช.'โผล่ยินดี ภท. ชี้สถานการณ์พรรคร่วมตามที่'ภูมิธรรม'แถลง

‘พีระพันธุ์’ปัดตอบ คน’รทสช.’โผล่ยินดี ภท. ชี้สถานการณ์พรรคร่วมตามที่’ภูมิธรรม’แถลง

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.30 น.

”พีระพันธุ์“ บอกยังอยู่กับรวมไทยสร้างชาติ ชี้ สถานการณ์พรรคร่วม เป็นไปตามที่แถลงข่าว

วันที่ 29 ส.ค. 68 ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ปฏิเสธตอบคำถามกรณีมี สส. บางส่วน เดินทางไปแสดงความยินดี และให้กำลังใจที่พรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวเพียงว่า ตนยังอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เมื่อถามว่า สถานการณ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้เป็นอย่างไร นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่แถลงข่าว พร้อมย้อนถามสื่อว่า ได้ฟังหรือไม่

‘เฉลิมชัย’ หนุน ‘เพื่อไทย’ เดินหน้าหาเสียงโหวต’นายกฯ’เต็มที่ อ้ำอึ้งกอดคอเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

'เฉลิมชัย' หนุน 'เพื่อไทย' เดินหน้าหาเสียงโหวต'นายกฯ'เต็มที่ อ้ำอึ้งกอดคอเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

‘เฉลิมชัย’ หนุน ‘เพื่อไทย’ เดินหน้าหาเสียงโหวต’นายกฯ’เต็มที่ อ้ำอึ้งกอดคอเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.19 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 18.30 น. ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจับมือพรรคเพื่อไทยเดินหน้าโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยว่า เป็นไปตามกระบวนการที่นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าว และต้องให้พรรคเพื่อไทยในฐานะ แกนนำพรรครัฐบาลได้เดินหน้ากระบวนการในเรื่องนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยตลอดไปแม้ว่า จะต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัย ไม่ได้ให้คำยืนยัน ตอบเพียงว่า ขณะนี้ยังมีเวลา ซึ่งต้องรอให้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ก่อน เมื่อถามว่า อีกฝ่ายเตรียมประกาศตัวเลขออกมาแล้ว นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่เป็นไร โดยบางสมัยใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ 

‘สุรทิน’หอบดอกไม้ยินดี ‘อนุทิน’ โวเตรียมยกมาอีก 4 เสียงช่วยโหวตนั่งนายก

'สุรทิน'หอบดอกไม้ยินดี 'อนุทิน' โวเตรียมยกมาอีก 4 เสียงช่วยโหวตนั่งนายก

‘สุรทิน’หอบดอกไม้ยินดี ‘อนุทิน’ โวเตรียมยกมาอีก 4 เสียงช่วยโหวตนั่งนายก

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.08 น.

‘สุรทิน’ อีกราย! ดอดเข้าภูมิใจไทยหอบดอกไม้ยินดี ‘อนุทิน’ โวเตรียมยกมาอีก 4 เสียง ปัดตั้งเงื่อนไข-ต่อรองเก้าอี้ แต่ถ้าเขาให้ ก็แล้วแต่วาสนา

29ส.ค.2568 เมื่อเวลา18.50 นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เดินทางมายังพรรคภูมิใจไทย เพื่อรอให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการเตรียมโหวตให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

นายสุรทิน กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เป็นการรับคำจากประชาชนมาหนุนนายอนุทิน ซึ่งตนยังได้ชวนเพื่อนสส.มาอีก 4 คน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นพรรคไหน ขออย่าเพิ่งรีบเปิดเผย ขณะนี้กำลังประสานงานแบบไฟไหม้สาย ซึ่งการยกมือโหวตครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา 3 ประเด็น คือ ปัญหาสังคม ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาความมั่นคงของชาติ

เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสุรทิน กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยแล้ว แต่ว่าเห็นมีฝั่งเก่าและฝั่งใหม่ ตนขอมาอยู่ฝั่งใหม่สบายใจกว่า

เมื่อถามถึงการต่อรองเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี นายสุรทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มี ไม่ได้พูดกัน เพราะมีเพียงแค่ 4 คน ส่วนถ้าพรรคแกนนำจะให้ ก็คงแล้วแต่วาสนา

คณะรวมพลังแผ่นดินฯ นัดชุมนุม 31 ส.ค.นี้ ค้าน’ชัยเกษม’ นั่งเก้าอี้นายกฯ

คณะรวมพลังแผ่นดินฯ นัดชุมนุม 31 ส.ค.นี้  ค้าน'ชัยเกษม' นั่งเก้าอี้นายกฯ

คณะรวมพลังแผ่นดินฯ นัดชุมนุม 31 ส.ค.นี้ ค้าน’ชัยเกษม’ นั่งเก้าอี้นายกฯ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.31 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมรัตน์โกสินทร์ คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิไตย แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง โดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. กล่าวว่า ถึงแม้ น.ส.แพทองธาร จะพ้นจากตำแหน่งทันที แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยจะมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้การบงการของนายทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นสิ่งที่ไม่ไว้วางใจคือผลประโยชน์ที่อยู่เหนือเกียรติภูมิประเทศชาติที่นำโดยนายทักษิณ ถึงแม้ น.ส.แพทองธาร จะพ้นตำแหน่งไปแต่ผลประโยชน์ที่เคลือบแคลงสงสัยยังคงดำรงอยู่

นายพิชิต กล่าวว่า เราไม่ไว้ใจให้พรรคเพื่อไทยที่นายทักษิณ บงการอยู่ในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนต่อไป ดังนั้นเพื่อแสดงจุดยินไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ จึงขอนัดหมายประชาชนมาแสดงพลังร่วมกันเพื่อคัดค้านผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนนำจัดตั้งรัฐบาลเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งในประเทศและนอกประเทศ จึงนัดหมายวันที่ 31 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไปมาร่วมแสดงพลังร่วมกัน

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พี่น้องประชาชนติดตามเรื่องนี้มาด้วยความไม่สบายใจ เต็มไปด้วยข่าวลือ แม้กระทั่งก่อนการวินิจฉัยของศาลข่าวก็สร้างความไม่สบายใจ แต่แล้วมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พวกเราขอขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากทั้ง 6 ท่านด้วย

ประเด็นต่อมาเมื่อ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกฯไปแล้ว ถามว่าทำไมจึงต้องมีการจัดการชุมนุมสำแดงพลัง เพื่อไม่ให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 คือ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯอีกต่อไป ถ้าภาคประชาชนไม่สำแดงพลังเราจะเจอปรากฏการณ์เดียวกันกับที่ตอนนายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่ง ตอนแรกที่กินมาม่าก็จะเอาชัยเกษม และก็มาเปลี่ยนเป็น น.ส.แพททองธาร และในท่วงทำนองขณะนี้เราได้เห็นซึ่งความพยายามที่จะเอาแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยคนที่ 3 ขึ้นมาเป็นนายกฯคนต่อไป

คณะรวมพลังแผ่นดินฯเห็นว่าการที่จะให้นายชัยเกษมขึ้นมาเป็นนายกฯจะทำให้สถานการณ์ไทยกัมพูชาไม่มีวันจบสิ้น เพราะไม่รู้ทางกัมพูชาจะเปิดคลิปเปิดข้อมูลอะไร เจรจาก็ไม่ขาดเพราะมีอำนาจอื่นใดพร้อมงัดขึ้นมาตลอดเวลา

นายจตุพร กล่าวต่อว่า คนที่เป็นนายกฯต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัฐของกัมพูชา ที่ถามว่าไม่เอานายชัยเกษมแล้วจะเอาใครนั้น เอาใครก็ได้ที่เอาเงื่อนไขของประชาชน 1.ต้องยกเลิก เอ็มโอยู 43 และเอ็มโอยู44 โดยทันที 2.ต้องยกเลิกกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์โดยทันที 3.ยกเลิกการขายแผ่นดิน 99 ปี ทันที 4.แลนด์บริดที่ไปซุกขายแผ่นดิน 99 ปี ต้องยกเลิกโดยทันที และ พ.ร.บ.ที่จะสร้างศูนย์กลางทางการเงินขึ้นมาใหม่ต้องยกเลิกทันที

เรื่องเหล่านี้เป็นประโยชน์ของชาติ ใครเป็นนายกฯ ถ้ารับเงื่อนไขไม่ได้ก็ต้องถูกขับไล่ไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น คณะรวมพลังแผ่นดินเดินมาถึงจุด ว่าคนไทยต้องยึดหลักประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ฉะนั้นขอนัดหมายประชาชนมาชุมนุมใหญ่ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 31 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแสดงจุดยืนแสดงพลังถ้าไม่ออกมาพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยพายเรือให้โจรนั่งเขาอาจจะพายเรือกันต่อ แล้วเชิดชัยเกษมขึ้นมา

ฉะนั้นอย่ารอให้สถานการณ์เดินไปถึงวันนั้น การแสดงพลังของประชาชนในวันที่ 31 ส.ค.นี้จึงสำคัญที่สุด มิฉะนั้นนักการเมืองจะคิดประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก เพราะตอนนี้พรรคการเมืองมีการตั้งวอรูมกันแล้ว การเมืองขณะนี้ประชาชนต้องเป็นผู้กำหนด หากประชาชนมามากเราจะสามารถสืบทอดอำนาจแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยคนที่ 3 ได้

“หากยังคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องก็ต้องเจอกับประชาชน วันที่ 31 ส.ค.นี้มาเจอกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แสดงพลังประชาชนเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของคนในตระกูลนี้” นายจตุพร กล่าว

‘พรรคกล้าธรรม’แถลงจุดยืน ยึดประโยชน์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

'พรรคกล้าธรรม'แถลงจุดยืน ยึดประโยชน์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

‘พรรคกล้าธรรม’แถลงจุดยืน ยึดประโยชน์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.16 น.

“พรรคกล้าธรรม”แถลงจุดยืน ยึดประโยชน์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แนวทางต้องตรงกัน ย้ำ ขอฟังเสียงสมาชิกก่อนตัดสินใจเข้าร่วม รบ. 

เมื่อเวลา 18.30 น.พรรคกล้าธรรม นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค แถลงข่าวจุดยืนของพรรคภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้คณะรัฐมนตรีชุดเดิมสิ้นสุดลงโดยทันที อันเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติและฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงว่า เราต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ โดยยึดหลักประโยชน์ 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ส่วนเราจะจับมือร่วมกับใครนั้น ขอดูทิศทางการบริหารประเทศของทั้ง 2 ฝ่าย และสอดคล้องกับแนวทางของกล้าธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ เราจะต้องฟังมติของสมาชิกพรรคด้วย 

“จุดยืนของพรรคกล้าธรรม คือ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็พร้อมที่จะร่วมมือกันแก้ไข และกฎหมายอื่นๆ ที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้”นางนฤมล กล่าว

เมื่อถามว่าทำไมพรรคกล้าธรรม ถึงไม่ได้เดินทางไปร่วมกับอดืหพรรคร่วมฯ นางนฤมล บอกว่า ตอนที่ศาลท่านอ่านคำวินิจฉัย ตนอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลกับคณะรัฐมนตรี กับท่านนายก หลังจากท่านนายกแถลงเสร็จ เราจะเดินหน้าต่ออย่างไร ตนเองตัดสินใจเป็นตัวคนเดียวไม่ได้ เพราะเราเป็นพรรคการเมือง เราต้องมารับฟังความเห็นของสมาชิกพรรคทุกคน และต้องขอมติของทุกคนในพรรคว่าเราจะเดินไปในทิศทางใด จึงเดินทางมาที่พรรคก่อน เพื่อที่จะถามพี่น้องพรรคกล้าธรรมว่า จะเดินหน้าต่ออย่างไร จึงต้องมารับฟังความเห็นของสมาชิกพรรคก่อน