‘สมชาย’ชี้คำวินิจฉัยชัดเจน เชื่อส่งผล ปปช.ลุยดำเนินคดีอาญา‘แพทองธาร’

‘สมชาย’ชี้คำวินิจฉัยชัดเจน เชื่อส่งผล ปปช.ลุยดำเนินคดีอาญา‘แพทองธาร’

‘สมชาย’ชี้คำวินิจฉัยชัดเจน เชื่อส่งผล ปปช.ลุยดำเนินคดีอาญา‘แพทองธาร’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

“สมชาย”ชี้คำวินิจฉัยชัดเจน เชื่อส่งผลให้ ป.ป.ช.ลุยดำเนินคดีอาญา”แพทองธาร” ย้ำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ แล้วนั้น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ พร้อมทีมทนาย เดินทางออกจากศาลโดยไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ขณะที่ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา 1 ใน36 ผู้ร้อง ให้สัมภาษณ์ว่า คำพิพากษาเป็นไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งศาลพูดถึง 2 ครั้งว่า ย่อมรู้ด้วยวิญญูชน เรื่องนี้เป็นการทำหน้าที่ตามความความรับผิดชอบ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของผู้ดำรงแหน่งนายกรัฐมนตรี และจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป

ด้าน นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ชัดเจน คือเป็นการทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง การที่นายกฯ แถลงไต่สวนหรือกล่าวอ้างใดๆ ก็ได้ปรากฏชัดแล้วตามคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วน ซึ่งตนคิดว่าเป็นคำแถลงที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะคำร้องนี้มีการร้อง 2 ประเด็น ถือร้องตาม (4) ไม่ซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่รักษาเกียรติภูมิของประเทศ มีส่วนได้เสีย ตามที่พวกเราได้รับทราบ และพวกตนก็ยืนยันมาตลอด ว่านายกรัฐมนตรีมีความคิดในส่วนนี้

นายสมชาย กล่าวว่า มันมีตั้งแต่กรณีคดีของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ชัดเจน และศาลบรรยายพฤติการณ์ทั้งหลาย ในกรณีที่โทรศัพท์ของนายกรัฐมนตรี มีส่วนได้เสียปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ในเรื่องของคพแนนนิยม เรื่องการถูกไล่ไปเป็นนายกฯ เขมรอยู่แล้ว อันนี้ก็ชัด ในเนื้อหาการเจรจาเราก็เห็นว่า เป็นการยอมรับข้อเสนอของ ฮุน เซน ทั้งนั้น ไม่ได้มีข้อเสนอของฝ่ายไทยเลย ดังนั้น ศาลวินิจฉัยโดยชอบแล้ว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะผูกพันทุกองค์กร ซึ่งคดีที่ค้างอยู่ก็มีเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ สว.ปัจจุบัน ไปร้องผิดจริยธรรม และมีเรื่องที่ตนเองและคณะที่ไปร้อง และมีประชาชนอื่นไปร้อง ตนเชื่อว่าคำวินิจฉัยก็เข้าในประเด็นที่ร้องอยู่แล้ว ป.ป.ช.ก็คงจะเร่งดำเนินการเรื่องคดีอาญาต่อไป

เมื่อถามว่า หลังเสร็จสิ้นคดีนี้แล้วจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน อย่างไรหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ตนยังตอบไม่ได้ เพราะเขามีการประชุมช่วงเที่ยง ซึ่งตนมาฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เล็งใช้กฎหมาย มท. ผลักดันเขมร รุกล้ำบ้านหนองจานแทนการใช้กำลังทหาร

เล็งใช้กฎหมาย มท. ผลักดันเขมร รุกล้ำบ้านหนองจานแทนการใช้กำลังทหาร

เล็งใช้กฎหมาย มท. ผลักดันเขมร รุกล้ำบ้านหนองจานแทนการใช้กำลังทหาร

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

“พล.อ.ณัฐพล” เล็งใช้กฎหมาย มท. ผลักดัน ชาวกัมพูชา รุกล้ำบ้านหนองจาน แทนใช้กำลังทหาร หวั่น ต่างชาติ ตำหนิ ยัน “แพทองธาร” หลุด เก้าอี้นายกฯ ไม่กระทบถกจีบีซี

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่กระทรวงกลาโหม  พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุหลังการประชุมสภากลาโหม กล่าวถึง แนวคิดการสร้างชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ในขั้นการหารือมีการเสนอหลายรูปแบบ เช่น การสร้างเป็นคูคลองเพื่อประหยัดงบประมาณหรือจัดทำเป็นรั้วลวดหนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการจัดทำ 

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็มีการขอจัดทำรั้วก็ต้องพิจารณาว่าจุดไหนมีความจำเป็นมากกว่า โดยปัจจุบันคณะทำงานที่เตรียมการประชุมคณะกรรมการ ชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา หรือ GBC กำลังพิจารณาอยู่

สำหรับ บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้วนั้น เส้นเขตแดนมีความชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่อธิปไตยไทย ซึ่งจะนำเรื่องนี้หารือในที่ประชุม GBC เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามากลับออกไป แต่จุดยืนในการเจรจาฝ่ายไทยต้องแสดงถึงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะ ในฐานะประเทศที่เจริญ ต้องพูดคุยด้วยเหตุและผล แต่หากพูดคุยแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะต้องพิจารณาในขั้นต่อไป 

โดยอาจจะใช้กฎหมายเรื่องการบุกรุกเข้ามาในราชอาณาจักร ของกระทรวงมหาดไทย เป็นหลัก และ ค่อยๆยกระดับไปตามขั้นตอน ไม่ใช่การใช้กำลังทหารเข้ากดดัน จึงขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนเพราะชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตไทยกว่า 40 ปี การจะผลักดันออกภายในสัปดาห์เดียวอาจจะทำให้ต่างชาติตำหนิได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงอาจจะไม่ถูกใจใครบ้าง แต่จะเน้นแก้ปัญหาด้วยความยั่งยืน 

พล.อ.ณัฐพล ยังการประชุม GBC ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ว่า ยังมีความหวังว่าทางกัมพูชาจะให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นหรือ RBC ที่ผ่านมาทางกัมพูชาก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพียงแต่ให้นำขึ้นมาหารือในที่ประชุม GBC 

พร้อมย้ำว่าสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากนายกรัฐมนตรี ไม่ส่งผลกระทบต่อวงประชุม GBC เพราะทีมทำงานก็ยังคงเป็นทีมเดิม และยังคงทำต่อไป ไม่ได้มีผลกระทบ

ทั้งนี้พลเอกณัฐพลไม่ขอตอบคำถามถึงการเตรียมวางอนาคตทางการเมือง โดยระบุว่า ยังไม่ได้มองอะไรไว้ ตราบใดที่ยังอยู่ในหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่หากไม่อยู่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกมาก ดังนั้นหากไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว ก็แสดงว่ารัฐบาลหาคนที่ดีกว่า-เก่งและมีความสามารถมากกว่าได้แล้ว 

ขาดคุณสมบัติแล้ว! ‘ชูศักดิ์’แจงโหวต‘อิ๊งค์’กลับนั่งนายกฯไม่ได้

ขาดคุณสมบัติแล้ว! ‘ชูศักดิ์’แจงโหวต‘อิ๊งค์’กลับนั่งนายกฯไม่ได้

ขาดคุณสมบัติแล้ว! ‘ชูศักดิ์’แจงโหวต‘อิ๊งค์’กลับนั่งนายกฯไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข้อกฎหมาย ว่าสามารถโหวตให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ว่า ไม่ได้ เนื่องจากขาดคุณสมบัติไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในตอนนี้มีความพยายามไปรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้ว ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้มีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง จะมีการสนับสนุน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะพูดคุยกัน ในช่วง 17.30 น.วันนี้

‘นิพนธ์’ก็มา! ดอดเยือน‘ภูมิใจไทย’ ชี้มาให้กำลังใจ ยันไม่ได้มาในนาม‘ปชป.’

‘นิพนธ์’ก็มา! ดอดเยือน‘ภูมิใจไทย’ ชี้มาให้กำลังใจ ยันไม่ได้มาในนาม‘ปชป.’

‘นิพนธ์’ก็มา! ดอดเยือน‘ภูมิใจไทย’ ชี้มาให้กำลังใจ ยันไม่ได้มาในนาม‘ปชป.’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.05 น.

เมื่อเวลา 17.03 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการเดินทางมาในครั้งนี้ นายนิพนธ์ ระบุว่า เดินทางมาให้กำลังใจ เพราะพูดคุยกันเป็นประจำกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ทั้งนี้ นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ตนเองไม่ใช่ สส. แต่มาให้กำลังใจ ส่วนใครจะสนับสนุน ตนก็ว่าโอเค ตนมาแค่ให้กำลังใจ ซึ่งได้พูดคุยกับคนในกลุ่มของตนเองแล้ว และไม่ได้มาในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในกลุ่มของตนก็มีการพูดคุยในประเด็นนี้แล้ว

เปิดโผทหาร! ‘อุกฤษฎ์’นั่งผบ.ทสส. ‘เสกสรร’ ขึ้น ผบ.ทอ. ‘ไพโรจน์’ ผงาด ผบ.ทร.

เปิดโผทหาร! 'อุกฤษฎ์'นั่งผบ.ทสส. 'เสกสรร' ขึ้น ผบ.ทอ. 'ไพโรจน์' ผงาด ผบ.ทร.

เปิดโผทหาร! ‘อุกฤษฎ์’นั่งผบ.ทสส. ‘เสกสรร’ ขึ้น ผบ.ทอ. ‘ไพโรจน์’ ผงาด ผบ.ทร.

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.58 น.

“พล.อ.ณัฐพล” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร”ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์  คาด“อุกฤษฎ์”ผบ.ทสส. -“เสกสรร” ผบ.ทอ. -ไพโรจน์ ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์”รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา  จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต- ณรงค์ฤทธิ์” รอชิงผบ.ทบ.ปี 70 

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 13.35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที  

หลังจากนั้นจึงเข้าประชุมสภากลาโหม ในเวลา 14.20 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งมีคำวินิจฉัยพ้นตำแหน่ง และ ครม.พ้นจากตำแหน่งยกชุด 

จากนั้น พล.อ.ณัฐพล เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ว่าวันนี้เป็นการพูดคุยและพิจารณากันครั้งสุดท้าย โดยที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น โดยคำนึงถึงแผนปรับลดนายพล ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 เรามีตำแหน่งระดับผู้ทรงคุณวุฒิ 756 คน และเป้าหมายคือในปี 2571 ต้องเหลือ 378 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับ และปีนี้ยังลดได้ตามเป้า แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ละเอียดได้ ต้องรอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ จึงจะสามารถเปิดเผยได้

พลเอก ณัฐพล กล่าวว่าการจัดโผครั้งนี้ เป็นไปตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เนื่องจากได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะ และขอความร่วมมือ ผบ.เหล่าทัพ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ ว่าอยากให้สร้างกองทัพที่มีความเหมาะสม มีความพร้อมรบ ในการปฏิบัติการรับมือภัยทุกชนิด หลายรูปแบบ โดยเฉพาะสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น การปรับย้ายครั้งนี้จึงมีความพิเศษ คือปรับกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งด้านตะวันออก และด้านตะวันตก เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ เราปรับย้ายโดยคำนึงถึงหลักอาวุโส แต่ปัจจุบันต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพประกอบด้วย

เมื่อถามว่า มีการนำกระแสเรียกร้องเรื่องชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องแม่ทัพภาคที่ 1 มาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.อ. ณัฐพล ยืนยันว่าไม่มีผล เนื่องจากเป็นอำนาจในการพิจารณาของผู้บัญชาการทหารบก  ส่วนการที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ออกจากห้องประชุมเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากมีการหารือเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีอะไร อาจเกิดจากการที่ติดธุระ

พร้อมกันนี้ได้ยืนยันว่า ในวันนี้ได้ลงนามรับรองบัญชีรายชื่อโยกย้ายดังกล่าว ร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ เรียบร้อยแล้ว และแม้ว่าในขณะนี้จะดำรงตำแหน่งรักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากที่คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ไม่มีผลใด ๆ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551

จากนั้น ในที่ประชุมได้ขอบคุณผู้บังคับหน่วย ทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงกลาโหมจนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้เน้นย้ำ การเตรียมการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ และเตรียมความพร้อมสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ ได้แก่ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ  พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ 

ขณะที่กองทัพบก ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือทบ.โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงษ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. พล.ท. อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่1   เป็น ผช.ผบ.ทบ.  พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ.เป็น ผช.ผบ.ทบ. พล.ท.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก โดยมีชื่อ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่1 และ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่2 

การเมืองมีทางไปต่อ! ‘ภูมิใจไทย’เด้งรับ 3 เงื่อนไข‘พรรคประชาชน’

การเมืองมีทางไปต่อ! ‘ภูมิใจไทย’เด้งรับ 3 เงื่อนไข‘พรรคประชาชน’

การเมืองมีทางไปต่อ! ‘ภูมิใจไทย’เด้งรับ 3 เงื่อนไข‘พรรคประชาชน’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.55 น.

การเมืองมีทางไปต่อ! “ภูมิใจไทย”มีมติเด้งรับ 3 เงื่อนไข”พรรคประชาชน” ด้าน”อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร”รุดนำทีมคุย”พรรคส้ม”ขอแรงหนุนช่วยโหวตนายกฯ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในคดีคลิปเสียง ว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดได้รับฟังคำแถลงการณ์จาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งพรรคภูมิใจไทยรับฟังข้อเสนอของนายณัฐพงษ์ ที่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาล โดยหลังจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย , นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ นายภารดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง แกนนำพรรค จะเดินทางไปที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ กับนายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน

“ขอย้ำว่า การแถลงข่าวของพรรคประชาชนถือเป็นท่าทีที่ดีสำหรับการเมืองไทย การเมืองไทยยังไม่ถึงทางตัน และยังมีทางที่เดินต่อไปได้ ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่การเมืองจะเดินหน้าต่อไป แม้ว่าฝ่ายบริหารจะหลุดจากตำแหน่งไปแล้ว แต่สภานิติบัญญัติยังทำงานทำหน้าที่ต่อไป และมีเส้นทางในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีการพูดคุยหรือไม่ว่าจะจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคไหนและไม่จับมือกับพรรคไหน น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า เรื่องนี้ให้เป็นการพูดคุยระหว่างหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคที่จะพูดคุยกัน ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยขอไม่ก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาล แต่ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง จากมุมมองของนักวิเคราะห์ และนักกฎหมาย ก็ยังพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า การเมืองไทยยังมีทางไปต่อ ไม่ถึงขั้นติดล็อค

ด้าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สส.พระนครศรีอยุธยา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทาง สส. , กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค ยังคงรอแสตนบายด์อยู่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จนกว่าจะมีคำแถลงการณ์จากนายอนุทิน ส่วนจะการแถลงข่าวหรือไม่นั้น ต้องรอความชัดเจนหลังจากพูดคุย ซึ่งอาจเป็นไปได้ 2 ทาง คือ แถลงข่าวที่พรรคประชาชน หรือกลับมาแถลงข่าวที่พรรคภูมิใจไทย และจะมีคำแถลงการณ์ของพรรคออกมาอีกครั้งแน่นอนหลังจากที่นายอนุทินได้เดินทางไปพูดคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอข้อพรรคประชาชน ที่มีขึ้นภายหลัง น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ รวมถึง ครม.ทั้งคณะ จำนวน 3 เงื่อนไข คือ 1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง 2.คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป และ 3.พรรคประชาชนยืนยันว่า จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรี (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กาง 3 เงื่อนไข ปชน. โหวตนายกใหม่ ต้องยุบสภาใน 4 เดือน-ประชามติแก้ รธน.)

‘มวลชนเสื้อแดง​’ร้องโห่ ลั่น’ยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทยตลอดไป’

'มวลชนเสื้อแดง​'ร้องโห่ ลั่น'ยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทยตลอดไป'

‘มวลชนเสื้อแดง​’ร้องโห่ ลั่น’ยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทยตลอดไป’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.47 น.

“มวลชนเสื้อแดง​” โห่ลั่นพรรค​ หลังศาล รธน.ฯ อ่านคำวินิจฉัย​ “แพทองธาร” พ้นนายกฯ​ โอด​เพื่อไทยยังมี​ “ชัยเกษม”​ ขอ​อย่าให้เผด็จการหรืออีกพรรคที่มีคดี ฮั้วสว.​เป็นรัฐบาล

29 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 15.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มวลชนได้ลุกขึ้นโห่ร้อง และตะโกนร้องเพื่อไทยสู้ต่อๆ เพื่อไทยสู้ๆ เข้าทางฮุน เซน

โดยตัวแทนมวลชนเสื้อแดงที่ได้เดินทางมาติดตามผลคำวินิจฉัยที่พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ต้องตกใจอย่างน้อยมี นายชัยเกษม นิติสิริ เราคิดอยู่แล้วว่ารูปการจะออกมาเป็นแบบนี้ เราสนับสนุนเพื่อไทยไม่ว่าจะส่งใครลง เราจะยังขอเลือกพรรคเพื่อไทยตลอดไป นายชัยเกษมเป็นนายกฯ ต่อได้แน่นอน เราเชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ไปไหน เราจะเป็นกำลังใจยืนเคียงข้างกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค พรรคเพื่อไทยถูกเลือกมา 12 ล้านเสียง ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรเรามวลชนคนเสื้อแดงจะยืนเคียงข้างพรรคเพื่อไทยตลอดไป และอย่าให้เผด็จการหรืออีกพรรคที่มีคดีฮั้ว สว.อยู่ ได้เป็นรัฐบาล หากได้เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ประเทศชาติเจ๊งแน่

กาง 3 เงื่อนไข ปชน. โหวตนายกใหม่ ต้องยุบสภาใน 4 เดือน-ประชามติแก้ รธน.

กาง 3 เงื่อนไข ปชน. โหวตนายกใหม่ ต้องยุบสภาใน 4 เดือน-ประชามติแก้ รธน.

กาง 3 เงื่อนไข ปชน. โหวตนายกใหม่ ต้องยุบสภาใน 4 เดือน-ประชามติแก้ รธน.

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.45 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคประชาชน แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เนื่องจาก ศาลเห็นว่าการเจรจาของนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุนเซ็นตามคลิปเสียงดังกล่าว มีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ เป็นการถือเอาผลประโยชน์ของสมเด็จฮุนเซนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ จึงเข้าข่ายมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้มีผลความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. และมีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุด

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนและพรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่า คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในประเด็นที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือมาตรฐานทางจริยธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนแน่นอนตายตัว อีกทั้งในเรื่องนี้ เป็นโอกาสให้การใช้ดุลพินิตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ จึงมิควรถูกวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีนี้พรรคประชาชนเห็นว่า นางสาวแพทองธาร จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก หรือยุบสภา ให้ประชาชนได้ตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ซึ่งมีผลเป็นที่สิ้นสุด ทำให้สภาผู้แทนราษฎรจำเป็นจะต้องมีมติในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้  รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้ จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง อีกทั้งจะต้องเป็นรัฐบาลที่ใช้อำนาจในการแต่งตั้งทีมผู้บริหาร ที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าการแต่งตั้งบุคคล ที่เกิดจากการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง

หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว อีกว่า ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ จากองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในขณะนี้ จำเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนในฐานะเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร จึงถือภารกิจในการผ่าทางตันทางการเมือง โดยอาศัยกระบวนการ และกลไกในรัฐสภา คือการเลือกนายกฯคนใหม่ ในการทำหน้าที่ยุบสภา เพื่อป้องกันกรณีให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือนายกรัฐมนตรีคนนอกเข้าสู่อำนาจได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สว.พรรคประชาชนทุกคน พร้อมเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน ตั้งแต่ที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2.คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวันก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3.พรรคประชาชนยืนยันที่จะไม่ร่วมรัฐบาล และทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชน ไปดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีนี้ ส่วนมองผลคดีเป็นบวกหรือเป็นลบนั้น ตนไม่คิดว่าเป็นบวกหรือเป็นลบใดๆ แต่ตนคิดว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้ คือเรื่องการทำให้ประเทศเดินหน้า คือการต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองใดติดต่อมาแล้วบ้าง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ยังไม่มีการตกลงใดๆ อย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็ตาม ก่อนหน้านี้เราเองได้มีการแถลงจุดยืนไปแล้ว วันนี้ก็ออกมาแถลงในการยืนยันจุดยืนเดิมอีกหนึ่งครั้งว่า พวกเราไม่ร่วมรัฐบาล และพร้อมจะใช้เสียงของพวกเราทุกเสียง กลไกทุกอย่างที่มีในสภา เพื่อผ่าทางตันของประเทศ ดังนั้น ในตอนนี้ถ้าพรรคใดๆ ก็ตาม ที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากในการตั้งรัฐบาลได้ จะต้องมาขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน โดยที่เราไม่ร่วมรัฐบาล ก็ต้องยอมรับเงื่อนไข ที่ตนได้แถลงไป

เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมาที่ทำการพรรคประชาชน ได้มีการติดต่อประสานงานกันหรือยัง นายณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการติดต่อประสานงานทางการใดๆ ตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าความตั้งใจของนายอนุทินที่จะเข้ามาพูดคุยจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่เชื่อว่า วันนี้ได้แถลงเรื่องเงื่อนไขในการตั้งรัฐบาล ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการยุบสภาโดยเร็วไปแล้ว

เมื่อถามว่า หากตอนที่พรรคอื่นมาขอเสียงโดยยอมรับเงื่อนไข แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว มีความกังวลว่า จะโดนหักหรือเบี้ยวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไปแล้วว่า คนที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ คงไม่จำเป็นจะต้องมายอมรับเงื่อนไขพรรคประชาชน ดังนั้น ถ้าพรรคใดๆ ก็ตาม ที่จะเข้ามาบรรลุข้อตกลงตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนได้แถลงไป แปลว่าเขาต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะฉะนั้น หนึ่งประการ ที่ สส.ของเราทั้งหมด จะใช้เสียงทั้งหมดที่เรามี กำกับทิศทางของรัฐ บาลนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว ตนเชื่อว่าเราจะเป็นเสียงสำคัญในสภา ที่จะกำกับนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว

นายณัฐพงษ์ ยังเชื่ออีกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลแต่ละชุดมีการผิดสัญญากับประชาชนหลายครั้ง และหากครั้งนี้ทำผิดสัญญากับประชาชนอีกสักหนึ่งครั้ง ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป ประชาชนจะจดจำ และตัดสินนักการเมืองที่โกหกประชาชน

เมื่อถามว่าการกำหนดเงื่อนไขในการยุบสภาภายใน 4 เดือน พรรคประชาชนมีความพร้อมในการเลือกตั้งอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พวกเราไม่ได้ตั้งเงื่อนไขนี้ บนพื้นฐานที่ว่า เราประเมินจากความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบทางการเมืองของพรรคประชาชน แต่เราตั้งเงื่อนไขนี้ เพราะเป็นสิ่งที่เราอยากยืนยันมาโดยตลอด ว่าประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรมผ่านการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่ได้ประเมินเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ หรือพร้อมไม่พร้อม เพราะจริงๆ แล้ว เราพร้อมเลือกตั้งทุกวัน แต่การที่เราตัดสินใจตั้งเงื่อนไขแบบนี้ ก็เพื่อยืนยันในหลักการเดิม

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัย จะมีส่งผลต่อสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ เห็นว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ รวมถึงส่วนราชการของไทยทุกส่วน ที่จะต้องสื่อสาร แลถทำอย่างไร ไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

‘ชัยเกษม’แคนดิเดตพท. ‘ฉลาด’มั่นใจ 1-2 ก.ย.ได้ข้อสรุป‘นายกฯคนใหม่’

‘ชัยเกษม’แคนดิเดตพท. ‘ฉลาด’มั่นใจ 1-2 ก.ย.ได้ข้อสรุป‘นายกฯคนใหม่’

‘ชัยเกษม’แคนดิเดตพท. ‘ฉลาด’มั่นใจ 1-2 ก.ย.ได้ข้อสรุป‘นายกฯคนใหม่’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.28 น.

“ฉลาด”เผยต้องพิจารณาชื่อ”ชัยเกษม”แคนดิเดตเพื่อไทยก่อนรายอื่น มั่นใจ 1-2 ก.ย.นี้ได้ข้อสรุป”นายกฯคนใหม่” ย้ำเก้าอี้”รองประธานสภาฯ”ไม่สั่นคลอน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราฎร คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่าตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องมีการนำชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) มาพิจารณาก่อน คือ นายชัยเกษม นิติสิริ เพราะยังถือเป็นแคนดิเดตอีกหนึ่งคนของพรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือกก่อน ถ้าไม่ได้ จึงจะพิจารณารายชื่อลำดับต่อไป แต่ก็อยู่ที่การรวบรวมเสียง ถ้ารัฐบาลปัจจุบันเหนียวแน่นมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งอยู่ ทุกคนร่วมมือกัน และใน 1 – 2 วันนี้กระแสเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องคุยกันให้ชัดเจน เพราะทางสภาฯ ก็มีความพร้อม หากพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลมีความพร้อมก็แจ้งมายังประธานสภาฯ ก็จะนัดประชุมด่วนเป็นกรณีพิเศษให้เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า จะสามารถเลือกได้ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า ตนคิดว่าภายในวันที่ 1 – 2 กันยายนนี้ น่าจะมีความชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของกลุ่มพรรคการเมืองใด เพราะเรายังไม่รู้ว่าหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคคิดอย่างไร ยังตั้งหลักไม่ทัน เนื่องจากเราวิเคราะห์กันว่า น.ส.แพทองธาร รอด แต่ฟังไปฟังมาประเด็นแรกก็รอดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แต่โดนเรื่องจริยธรรม เมื่อศาลมีความเห็นอย่างนี้เราก็ต้องเคารพ เพราะเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของนักการเมือง

เมื่อถามว่า หากมีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะกระเทือนเก้าอี้รองประธานสภาฯ หรือไม่ นายฉลาด กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะการทำหน้าที่ต้องเป็นกลางอยู่แล้ว แต่ก็ต้องอยู่ที่การเจรจากัน และไม่เกี่ยวว่าหากพรรคเพื่อไทยมาเป็นฝ่ายค้านแล้วคนของพรรคไม่สามารถเป็นรองประธานสภาฯ ได้ ไม่ได้มีการห้ามไว้ ตัวอย่างมีให้เห็นเช่นสมัยก่อนที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาฯ เปลี่ยนรัฐบาลจากพรรคความหวังใหม่ เป็นพรรคประชาธิปัตย์ นายวันมูหะมัดนอร์ก็ยังทำหน้าที่ประธานสภาฯ ต่อไป

‘ภูมิธรรม’เผยพรรคร่วมเตรียมแถลง 17.30 รอฟังใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ

'ภูมิธรรม'เผยพรรคร่วมเตรียมแถลง 17.30 รอฟังใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ

‘ภูมิธรรม’เผยพรรคร่วมเตรียมแถลง 17.30 รอฟังใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

“ภูมิธรรม” เผย พรรคร่วมเตรียมแถลงด่วน โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง 17.30 ยัน ทิศทางดี ย้ำ ขอให้รอฟังใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ

วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 16.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พรรครวมรัฐบาลจะมีการแถลงข่าวที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวงในเวลา 17.30 น.

เมื่อถามว่า ผลการหารือของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอย่างไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้ติดตามการแถลงข่าว แต่ยืนยันว่าทิศทางเป็นไปในแนวทางที่ดี

เมื่อถามว่า จะมีการเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า ขอให้ไปฟังในการแถลงข่าว