‘แพทองธาร’เปิดใจ! หลังพ้นนายกฯ ปมคลิปเสียง น้อมรับคำวินิจฉัย ยันทำเพื่อประเทศชาติ

'แพทองธาร'เปิดใจ! หลังพ้นนายกฯ ปมคลิปเสียง น้อมรับคำวินิจฉัย ยันทำเพื่อประเทศชาติ

‘แพทองธาร’เปิดใจ! หลังพ้นนายกฯ ปมคลิปเสียง น้อมรับคำวินิจฉัย ยันทำเพื่อประเทศชาติ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

แพทองธาร’ แถลงหลังศาล รธน. มีมติเสียงข้างมาก 6:3 ให้ความนายกฯ – ครม. สิ้นสุดลง น้อมรับคำตัดสิน ภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ยัน เจตนาบริสุทธิ์ พร้อมขอบคุณทุกประสบการณ์ ยินดีทำเพื่อชาติต่อไป

วันที่ 29 สิงหาคม 2568  เวลา 16.00 น. ที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.วัฒนธรรมแถลง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมทุกพรรคร่วมยืนด้านหลังในการแถลงข่าว 

โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า  อย่างแรกด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ตนเองขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนานั้นที่เป็นคลิปเสียงออกไป ตนเองไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเองเลย อยากบอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนเองยึดมั่นเสมอคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร หรือพลเรือน ตนเองตั้งใจจริง ๆ ด้วยจิใจที่มุ่งมั้ย ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ คลิปนี้ก็เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24  ก.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะสื่อสารจริง ๆ 

คำตัดสินในวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องมาช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเอง หรือฝ่ายค้าน ประชาชนต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองของเราให้กลับมาเข้มแข็งให้ได้ ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก แน่นอนว่าตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ให้โอกาสตนเองได้ทำงานมาเกือบ 1 ปีเต็ม ตนเองภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ นำประสบการณ์ และความตั้งใจเพื่อมาพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศไทยของเราเต็มไปด้วยโอกาศ

นางสาวแพทองธาร กล่าวต่อว่า ตนเองคิดว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลต่อจากนี้ ก็จะนำเรื่องโอกาสกลับมาให้ประชาชนให้ได้ เพราะว่าการที่พี่น้องประชาขน สามารถลืมตาอ้าปาก กินดีอยู่ดีขึ้นได้ นั่นเองคือพื้นฐานที่สำคัญ ในการเป็นประเทศที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ 

“ดิฉันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์สุดหัวใจ เท่าที่คนไทยจะทำได้ ยังขอยืนยันในเรื่องนี้ตลอดไป”

“ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ให้โอกาส และขอขอบคุณ ครม. ที่ทำงานรวมกันมา ขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ทำให้ดิฉันได้รู้ข้อดีข้อเสียของตัวเอง พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป แน่นอนว่าหากมีส่วนไหน ที่ดิฉันจะทำเพื่อประเทศชาติให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ดิฉันก็ยินดีที่จะทำทั้งนั้น ต่อจากนี้ขอส่งกำลังใจให้ทีมบริหารต่อไป ช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป ดิฉันก็จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นกำลังที่ดีให้ประเทศชาติต่อไป 

เปิดมติ 6 ต่อ 3 ศาลรธน.วินิจฉัย‘อิ๊งค์’หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

เปิดมติ 6 ต่อ 3 ศาลรธน.วินิจฉัย‘อิ๊งค์’หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

เปิดมติ 6 ต่อ 3 ศาลรธน.วินิจฉัย‘อิ๊งค์’หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.30 น.

มติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรี”แพทองธาร”สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

มติศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 (คือ นายปัญญา อุดชาชน / นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม / นายวิรุฬห์ แสงเทียน / นายจิรนิต หะวานนท์ / นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และ นายอุดม รัตน์อมฤต) วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 เสียง (คือ นายปัญญา อุดชาชน / นายวิรุฬห์ แสงเทียน / นายจิรนิติ หะวานนท์ / นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์) เห็นว่า นางสาวแพทองธาร ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5)

และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 เสียง คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และ นายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่า นางสาวแพทองธาร ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ทั้งนี้ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ นางสาวแพทองธาร ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยจำนวน 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายสุเมธ ลอเจริญกุล เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมไม่ร้ายแรงความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) แล้วรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (3) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้นกำหนด 15 วันนับแต่วันที่อ่านคำวินิจฉัย

– 006

โซเชียลวิจารณ์สนั่น! ดัน#แพทองธารชินวัตรพุ่งติดเทรนด์เอ็กซ์ หลังพ้นตำแหน่งนายกฯ

โซเชียลวิจารณ์สนั่น! ดัน#แพทองธารชินวัตรพุ่งติดเทรนด์เอ็กซ์ หลังพ้นตำแหน่งนายกฯ

โซเชียลวิจารณ์สนั่น! ดัน#แพทองธารชินวัตรพุ่งติดเทรนด์เอ็กซ์ หลังพ้นตำแหน่งนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

29 สิงหาคม 2568 หลังจากที่ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ มีมติเสียงข้างมากให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี พ้นเก้าอี้นายกฯ ปมคดีคลิปเสียงคุย “อังเคิลฮุน เซน” ส่งผลให้ตั้งแต่ 16.00 น. ชาวเน็ตได้ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ ถึงประเด็นดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แฮชแท็ก #ศาลรัฐธรรมนูญ พุ่งติดเทรนด์เอ็กซ์อันดับ 1 ในไทย พ่วงด้วย #แพทองธารชินวัตร #นายกรัฐมนตรี ติดเทรนด์ประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

‘เลขาฯสภา’แจง! ยังไม่กำหนดวันโหวต’นายกฯคนใหม่’ รอวิปสองฝ่ายเคาะ

'เลขาฯสภา'แจง! ยังไม่กำหนดวันโหวต'นายกฯคนใหม่' รอวิปสองฝ่ายเคาะ

‘เลขาฯสภา’แจง! ยังไม่กำหนดวันโหวต’นายกฯคนใหม่’ รอวิปสองฝ่ายเคาะ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

“เลขาฯสภา”แจง ยังไม่กำหนดวันโหวต”นายกฯคนใหม่” รอวิปสองฝ่ายเคาะ ก่อนโยน”วันนอร์”กำหนดวันเลือก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า การจะเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นวันไหนนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบ เพราะต้องรอให้วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านหารือร่วมกันก่อนว่าจะพร้อมวันไหน และแจ้งมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งการเลือกนายกฯ คนใหม่ ไม่ได้มีระยะเวลากำหนดว่าจะต้องเลือกภายในกี่วัน

ชมสด!‘แพทองธาร’แถลง หลังศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

ชมสด!‘แพทองธาร’แถลง หลังศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

ชมสด!‘แพทองธาร’แถลง หลังศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.15 น.

เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียง

‘อิ๊งค์’ไม่รอด! ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’วินิจฉัยผิดคดี‘คลิปเสียง หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

‘อิ๊งค์’ไม่รอด! ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’วินิจฉัยผิดคดี‘คลิปเสียง หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

‘อิ๊งค์’ไม่รอด! ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’วินิจฉัยผิดคดี‘คลิปเสียง หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

‘อิ๊งค์’ไม่รอด! ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’วินิจฉัยผิดคดี‘คลิปเสียง หลุดนายกฯ-ครม.พ้นทั้งคณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น.วันนี้ (29 ส.ค.68) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติกรณีคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งมาจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน เสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีมีพฤติกรรมขัดต่อรัฐธรรมนูญขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธารสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82, มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง

จากนั้นเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบังลังก์อ่านคำวินิจฉัย โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5)

จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา โดยศาลเห็นว่าการเจรจาของนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จ ฮุน เซน ตามคลิปเสียงดังกล่าว มีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ เป็นการถือเอาผลประโยชน์ของสมเด็จฮุนเซนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ จึงเข้าข่ายมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยให้มีผลความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และมีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลง

‘วิสุทธิ์’มั่นใจ! เจตนารมณ์’นายกฯอิ๊งค์’ได้รับความเป็นธรรม

'วิสุทธิ์'มั่นใจ! เจตนารมณ์'นายกฯอิ๊งค์'ได้รับความเป็นธรรม

‘วิสุทธิ์’มั่นใจ! เจตนารมณ์’นายกฯอิ๊งค์’ได้รับความเป็นธรรม

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.25 น.

“วิสุทธิ์”มั่นใจเจตนารมณ์”นายกฯอิ๊งค์”ได้รับความเป็นธรรม เชื่อไม่มีงูเห่า-ดีลพลิกขั้วรบ. ลั่นมีแต่พรรคอื่นจะมาหาเรา เหน็บคนอยากอยากเป็นนายกฯ รอไปก่อน ย้ำ พท.ยังมี”ชัยเกษม”เป็นแคนดิเดต

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง สส.พรรคเพื่อไทย รวมตัวกันที่พรรคเพื่อให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรมว่า วันนี้มีการนัดหมายตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00 น.เพื่อส่งกำลังใจให้นายกฯ และมีความมั่นใจว่าเจตนารมณ์ของนายกฯ ที่ผ่านมา เราเชื่อมั่นว่าท่านจะได้รับความเป็นธรรม สส.ทุกคนกำลังใจดี และเชื่อมั่นอีกว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีของพวกเรา

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะมีกิจกรรมอะไรนอกเหนือจากการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องมานั่งปรึกษาหารือกัน ซึ่งที่ผ่านมาหลายสัปดาห์มีการยุ่งเรื่องกฎหมาย เพื่อผ่านกฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ที่มีการลงมติจนผ่านไปได้ ซึ่ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมางานในสภาฯ หนักมาก แทบจะไม่ได้มีเวลาปรึกษาหารือกันเลย วันนี้จะได้มีโอกาสปรึกษาหารือกันในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นประเด็นเกี่ยวกับงานสภาฯ

เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จะมีการประชุมที่พรรคเลยใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เราอยู่ที่นี่กันหมด มั่นใจว่าทุกอย่างน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้เป็นวันธงชัย ฤกษ์ดี โดยมีการแจ้งในกลุ่มไลน์ สส.มาที่พรรค เพื่อมาส่งพลังใจช่วยนายกฯ และเรามั่นใจในท่านหัวหน้าพรรคเราอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดีลพลิกขั้วรัฐบาล ทาง สส.พรรคเพื่อไทยมีท่าทีอย่างไร นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ ไม่มีงูเห่า นั่นเป็นอดีตที่มีงูเห่า เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว มีแต่พรรคอื่นจะมาหาเรา เราไม่มีงูเห่า ไม่มีใครไปหรอกที่อื่น ผมเพิ่งเห็นข่าวเมื่อสักครู่มีดีลตี 1 ตี 2 และมั่นใจว่าวันนี้ สส.มาครบ ไม่มีปัญหาครับ”

เมื่อถามว่า มองว่ากระแสข่าวที่ออกมามีปัจจัยหรือเจตนาอย่างไร นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ก็รู้อยู่แล้ว บางคนเขาอยากเป็นนายกฯ ซึ่งของพรรคเพื่อไทยยังมี นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 รออยู่ มีหลายขั้นตอน รอไปก่อน ไปสมัยหน้าก็แล้วกัน ใจเย็นๆ

เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะยังจับมือกันแน่นใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวานก็ยังอยู่ด้วยกันในสภาฯ ช่วยโหวตกฎหมายที่สำคัญ ผ่านได้หมด

เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่ที่มีสมการให้พรรคเพื่อไทยไปเป็นฝ่ายค้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “ไม่กลัวหรอกครับ ต้องถามว่าพรรคที่มาเป็นแกนนำรัฐบาลเขามีกี่เสียง 70-80 เสียง เขาต้องหาอีก 150-160 อีก ไหวหรือ ผมเชื่อว่าพรรคประชาชนไม่ไปร่วมกับเขาหรอก”

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการปล่อยภาพแกนนำพรรคฝ่ายค้านอยู่ด้วยกัน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ใครจะคุยกับใครเป็นไปได้หมดในทางการเมือง แต่ตนเชื่อมั่นในพรรคเรา มีพรรคการเมืองอื่นให้การสนับสนุน เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลจะให้การสนับสนุนนายชัยเกษมใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า แน่นอน เราก็ยังจับมือกันแน่น ไม่มีปัญหา อย่ากังวล วันนี้ก็ทำใจร่มๆ สบายๆ

เมื่อถามว่า จะมีวอร์รูมพิเศษที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ มีแต่พวกเราที่นัดกันเมื่อวานว่าวันนี้จะมาที่นี่กัน เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะมาหรือไม่มา ถ้ามาก็ดี

ชุดใหญ่จัดเต็ม! ‘ครูใหญ่เนวิน-อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ซุ่มเข้าวอร์รูม ภท. ‘สันติ’โผล่ร่วมวง

ชุดใหญ่จัดเต็ม! ‘ครูใหญ่เนวิน-อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ซุ่มเข้าวอร์รูม ภท. ‘สันติ’โผล่ร่วมวง

ชุดใหญ่จัดเต็ม! ‘ครูใหญ่เนวิน-อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ซุ่มเข้าวอร์รูม ภท. ‘สันติ’โผล่ร่วมวง

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

ลุ้นชุดใหญ่จัดเต็ม! “ครูใหญ่เนวิน-อนุทิน-ศักดิ์สยาม”ซุ่มเข้าวอร์รูมพรรคภูมิใจไทย เกาะติดคดีนายกฯ ทางประตูหลัง ไม่ปรากฎตัวกับสื่อ ขณะที่”ชาดา”นุ่งชุดขาว ลั่น 50:50 แล้วแต่พระเจ้ากำหนด ขอทุกคนเผชิญเหตุการณ์ด้วยสติ-ความคิดที่ดี ขณะที่”สันติ”ไม่ตกขบวนโผล่ร่วมด้วย ปัดร่วมลุ้นผล-ยินดี”เสี่ยหนู”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวอร์รูมที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในช่วงบ่าย เพื่อติดตามฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) สส.และสมาชิกพรรค ทยอยเดินทางเข้าพรรคอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรค มาถึงที่ทำการพรรคในเวลาประมาณเวลา 13.00 น.โดยได้ขึ้นอาคารทางประตูด้านหลังขณะที่แกนนำพรรคคนอื่นๆ เดินทางเข้าพรรคอย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรค นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรค นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวีสส.นครราชสีมา นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นต้น

ทั้งนี้ นายชาดา ที่วันนี้เดินทางเข้าพรรคโดยแต่งกายชุดขาวทั้งชุด ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า แต่งกายด้วยชุดขาวทั้งชุดมีนัยอะไรหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนไปมัสยิดมา ใจก็บริสุทธิ์ 50 : 50 แล้วแต่พระเจ้ากำหนด ขอให้ทุกคนเผชิญเหตุการณ์ด้วยสติ และความคิดที่ดี ให้บ้านเมืองเดินไปด้วยกัน ให้ประเทศไทยมีความสุข นี่คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

ต่อมาในเวลา 14.48 น. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมายังพรรคภูมิใจไทย โดยทันทีที่เห็นผู้สื่อข่าว ได้ทักทายว่าวันนี้นักข่าวเยอะเลย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า วันนี้ (29 ส.ค.) มาให้กำลังใจถึงที่นี่ หรือมายินดีอะไรหรือไม่ นายสันติ ตอบว่า “ไม่มีอะไรเลย” เมื่อถามว่า มาวอร์รูมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า เปล่า ไม่ได้มาทำอะไรเลย และเมื่อถามว่ามาลุ้นคดีนายกฯ ด้วยหรือไม่นั้น นายสันติ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และเดินเข้าไปภายในลิฟต์ทันที

– 006

ให้กำลังใจ‘อิ๊งค์’ รมต.เพื่อไทย-พรรคร่วมฯทยอยขึ้นตึกไทยฯ

ให้กำลังใจ‘อิ๊งค์’ รมต.เพื่อไทย-พรรคร่วมฯทยอยขึ้นตึกไทยฯ

ให้กำลังใจ‘อิ๊งค์’ รมต.เพื่อไทย-พรรคร่วมฯทยอยขึ้นตึกไทยฯ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

ทำเนียบ!คึกคัก รัฐมนตรีเพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาล ทยอยขึ้นตึกไทยฯ “ปอ-ปิฎก”มาให้กำลังใจ”อิ๊งค์”ลุ้นคำตัดสินศาลรธน.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคร่วมรัฐบาล ทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับฟังคำวินิจฉัยร่วมกับ น.ส.แพทองธาร โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เดินทางเข้าทำเนียบฯ เป็นคนแรก ตามด้วยรัฐมนตรี อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข , นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ , นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม , นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย , นายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข , นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ และ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นต้น

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มาเป็นทุกอย่าง มาเป็นพลังให้นายกฯ และนายกฯ กำลังใจดีอยู่แล้ว ขณะที่ นางมนพร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า มาให้กำลังใจนายกฯ

จากนั้น 13.59 น. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะตัวแทนนายกฯ เพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมาเวลา 14.28 น. นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล

ชมสด! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง’แพทองธาร’

ชมสด! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีคลิปเสียง’แพทองธาร’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน เข้าชื่อยื่นประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา