ราชกิจจาฯประกาศใช้ ธนบัตรใหม่ ชนิด 50 บาท และ 100 บาท

ราชกิจจาฯประกาศใช้ ธนบัตรใหม่ ชนิด 50 บาท และ 100 บาท

ราชกิจจาฯประกาศใช้ ธนบัตรใหม่ ชนิด 50 บาท และ 100 บาท

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2568  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลักษณะ สี และขนาดธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ที่จะนำออกใช้ ลงนามโดย พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ออกใช้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 จึงประกาศลักษณะ สี และขนาดของธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ดังปรากฏรายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย

ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย

ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

ส่งสัญญาณหนักมาก! “กลุ่มมะขามหวาน พปชร.”ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงนายกฯ อุบตอบเดินเกมการเมืองพลิกขั้ว อ้างแค่มารับประทานอาหารกัน

เมื่อเวลา 13.38 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สส.เพชรบูรณ์ พรรค พปชร. (ภรรยาของ นายสันติ พร้อมพัฒน์) , นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ รองโฆษกพรรค พปชร. , นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส.เพชรบูรณ์ , นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส.เพชรบูรณ์ และ น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส.เพชรบูรณ์ เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยลงมาให้การต้อนรับ พร้อมสวมกอด ก่อนที่จะพาขึ้นไปที่ห้องรับรองชั้นบน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า การเดินทางมาแบบนี้ ถือว่าส่งสัญญาณหรือมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ หรือเป็นการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่มีการตอบคำถาม มีเพียง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “มารับประทานอาหารกัน”

– 006

‘ชัยวุฒิ’ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร

'ชัยวุฒิ'ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร

‘ชัยวุฒิ’ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

“ชัยวุฒิ”ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร ย้ำ”คนขายชาติ เลวยิ่งกว่า คนขาดจริยธรรม”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ในวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน เข้าชื่อยื่นประธานวุฒิสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

ทั้งนี้ ก่อนเวลาวินิจฉัย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ประเทศไทย เป็นของคนไทยทุกคน อธิปไตยของชาติ เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งชาติ ยอมไม่ได้ ผืนแผ่นดินไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของนายกฯ และครอบครัว “คนขายชาติ เลวยิ่งกว่า คนขาดจริยธรรม”

โฆษก ทบ.ย้ำ!ยิงตอบโต้ทันที หาก’ทหารกัมพูชา’รุกล้ำลอบวางทุ่นระเบิด

โฆษก ทบ.ย้ำ!ยิงตอบโต้ทันที หาก'ทหารกัมพูชา'รุกล้ำลอบวางทุ่นระเบิด

โฆษก ทบ.ย้ำ!ยิงตอบโต้ทันที หาก’ทหารกัมพูชา’รุกล้ำลอบวางทุ่นระเบิด

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

โฆษก ทบ.ย้ำ!ยิงตอบโต้ทันที หาก”ทหารกัมพูชา”รุกล้ำลอบวางทุ่นระเบิด ชี้มีโอกาสบานปลายหากยิงสวนกลับมา

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ยังต้องเฝ้าระวัง และกำลังพลยังคงมีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย ไม่ต่างกับห้วงที่ผ่านมา แต่ในห้วงนี้ ในพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุม ยังมีการลักษณะในการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด หลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง ยังคงมีการใช้อาวุธทำร้ายฝ่ายไทย จำนวน 3 ครั้ง

ทั้งนี้ การลาดตระเวน แม้จะเป็นพื้นที่ที่เราควบคุมได้ แต่ก็ยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะงานด้านการข่าวยังพบว่าฝ่ายกัมพูชายังลอบเข้าพื้นที่เพื่อมาทำร้ายฝ่ายไทยด้วยการลอบวางทุ่นระเบิด นอกจากนี้ การคุกคามด้วยการใช้โดรนก็ยังคงมีอยู่ แต่มีความหนาแน่นน้อยลง ตลอดจนบิดเบือนข้อมูล

ซึ่งกองทัพบกยังคงเน้นการสื่อสารในเรื่องของการใช้ทุ่นระเบิด แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อมูลว่าเป็นของเก่าจากสงครามในอดีต ซึ่งเรามีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการวางใหม่ โดยเฉพาะข้อมูลในหลักฐานในโทรศัพท์ของทหารกัมพูชาประมาณกว่า 20 เครื่อง แบ่งเป็น 2 ส่วน ของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งมีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเป็นการสอนการใช้ทุ่นระเบิด ซึ่งไม่สามารถไปปลอมแปลงได้อยู่แล้ว และผู้ที่สืบค้นข้อมูลเชิงลึกให้กับกองทัพคือสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปยืนยันกับองค์กรต่างประเทศได้

“กองทัพบกจะเน้นย้ำในเรื่องของทุ่นระเบิด เนื่องจากมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประเทศไทยมาก ไม่ใช่เพียงเฉพาะหน่วยงานของกองทัพ ยังรวมถึงประชาชนที่ยังกังวลต่อเรื่องนี้” โฆษกกองทัพบก กล่าว

เมื่อถามว่า คำสั่งอนุมัติให้ยิงตอบโต้ทันที หากพบทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาวางระเบิด จะสามารถป้อมปรามได้หรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่จะเกิดการยิงสวนกลับมา ทำให้สถานการณ์บานปลาย พลตรี วินธัย กล่าวว่า ถือว่าอยู่ในเรื่องของกฎการใช้กำลังหรือกฎการปะทะ เนื่องจากมีความชัดเจน ว่าทหารกัมพูชาเข้ามาเพื่อคุกคามชีวิต ทำอันตรายต่อทหารไทย เพราะฉะนั้นแนวทางในการป้องกันตัวสามารถทำได้อยู่แล้ว และยอมรับว่าหากฝ่ายไทยยิงตอบโต้ ก็มีโอกาสที่ฝ่ายกัมพูชาจะยิงสวนกลับมา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ แต่หากมีการรุกล้ำ สิ่งบ่งชี้ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน เข้ามาเพื่อทำอันตรายกับทหารไทย เพราะฉะนั้นหลักของการป้องกันตัว เมื่อภัยคุกคามนั้นมาถึงที่กระทบต่อชีวิต หลักทั่วไปของสากล ก็สามารถทำได้

ส่วนจะถูกมองว่าฝ่ายไทยละเมิดการหยุดยิงหรือไม่นั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า เราเคารพในข้อตกลงอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นการดำเนินการจากรัฐบาลสองประเทศ แต่ไม่ปิดโอกาสในการป้องกันตัวเอง ต้องแยกกัน

โฆษก ทบ.ยันคดีคลิปเสียงนายกฯ ไม่ส่งผลดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา

โฆษก ทบ.ยันคดีคลิปเสียงนายกฯ ไม่ส่งผลดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา

โฆษก ทบ.ยันคดีคลิปเสียงนายกฯ ไม่ส่งผลดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

โฆษก ทบ.ยันคดีคลิปเสียง ไม่ส่งผลดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ ทบ.เป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่เกี่ยวข้องงานบริหาร ไม่ว่ารัฐบาลเก่าหรือใหม่ ส่วนแต่งตั้งโยกย้ายนายพล ยึดตำแหน่งมากกว่าตัวบุคคล จึงไม่กระทบการทำงาน ชี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอบยากจะยืดเยื้อถึงเมื่อใด เพราะมีความไม่แน่นอน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง สถานการณ์การเมืองที่ศาลศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี จะส่งต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา หรือไม่ ว่า ไม่น่าจะกระทบ เพราะในส่วนของกองทัพได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารจากรัฐบาลอยู่แล้ว การทำงานในกรอบฝ่ายทหารเป็นไปตามบทบาทหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายรัฐบาลคอยให้การสนับสนุนอยู่ตลอด ไม่มีผลกระทบอะไรเกี่ยวกับงานด้านการเมืองเลย

เมื่อถามว่า จะเป็นรัฐบาลชุดเดิมหรือรัฐบาลชุดใหม่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของกองทัพใช่หรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า “ไม่ เพราะกองทัพบกอยู่ในกรอบของหน่วยปฏิบัติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานบริหาร”

เมื่อถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล มีเปลี่ยนตำแหน่งภายในกองทัพบก เช่น แม่ทัพภาคที่ 1 – 2 จะทำให้เกิดรอยต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะว่ากองทัพภาคที่ 1 – 2 – 3 – 4 ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายกองทัพบก มีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้รับผิดชอบ และการทำงานภายในหน่วยทหาร เป็นการทำงานตามตำแหน่ง ใครได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลัง ก็มีกรอบบทบาทหน้าที่การทำงาน แบะในฐานะที่เป็น ผบ.กองกำลัง หากเป็นแม่ทัพภาค ตำแหน่งความรับผิดชอบก็อยู่กับตำแหน่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นตัวบุคคลจะไม่มีผลต่อการทำงาน

เมื่อถามว่า ได้ประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ตอนนี้ตอบยาก ยอมรับว่าสถานการณ์มีความไม่แน่นอน เพราะจากช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดมา จะเห็นหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้น่ากังวล เพราะกองทัพบกถือว่ามีความพร้อม รวมถึงกองทัพภาคที่ 1 – 2 ก็มีความพร้อมที่จะเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว

‘ไชยชนก’ย้ำวอร์รูมภูมิใจไทย แค่คิดถึงกัน นัดรวมพลเฉยๆไม่ได้ลุ้น‘คดีอิ๊งค์’

‘ไชยชนก’ย้ำวอร์รูมภูมิใจไทย แค่คิดถึงกัน นัดรวมพลเฉยๆไม่ได้ลุ้น‘คดีอิ๊งค์’

‘ไชยชนก’ย้ำวอร์รูมภูมิใจไทย แค่คิดถึงกัน นัดรวมพลเฉยๆไม่ได้ลุ้น‘คดีอิ๊งค์’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

‘เลขาฯภท.’ยันตั้งวอร์รูมแค่รวมพลเฉยๆ ไม่ได้ลุ้นคดีคลิปเสียง‘แพทองธาร’ ยันห่วงสารพัด‘ภัยธรรมชาติ-ความมั่นคง’ ซัดรัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมไม่ใกล้เคียงความสูญเสีย ห่วงประชาชนสิ้นหวัง ประเทศไม่เดินหน้า ขณะที่‘พิพัฒน์’บอกมาช่วยกันลุ้น

29 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วอร์รูม พรรคภูมิใจไทย เพื่อเกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยในเวลา 12.09น. นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรค โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันนี้มาวอร์รูมอะไรกัน นายไชยชนก ตอบเพียงว่า ”รวมพลเฉยๆ คิดถึงกัน ก็ลุ้นครับลุ้น“

เมื่อถามย้ำว่าลุ้นให้กับนายกฯใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เรื่องนั้น ตนรู้สึกว่า ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องของระยะเวลา วันนี้สิ่งที่ตนอยากให้นึกถึงมากที่สุดคือให้ธรรมชาติ ซึ่งจะมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่น เราเห็นการถามคำถามของเพื่อน สส.พรรคประชาชนแล้ว และการตอบคำถามของ มท.2 เขาพึงพอใจมากกับสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไป แต่สำหรับตนรัฐบาลที่รู้ข้อมูลล่วงหน้า และเราต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชน

“ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไร เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรพรรคภูมิใจไทยก็จะเดินหน้าเหมือนเดิมมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ” นายไชยชนก กล่าว

เมื่อถามว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เราก็จะขับเคลื่อนเรื่องภัยพิบัติใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่ายืนยันว่า ไม่ใช่แค่เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ แต่รวมถึงภัยความมั่นคง และสภาวะจิตใจของคนไทย ตนคิดว่าการเยียวยาการช่วยเหลือมันไม่เพียงพอสำหรับทุกสถานการณ์ เรื่องน้ำท่วมเยียวยาไม่ใกล้เคียงสิ่งที่สูญเสียไป สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดในประเทศคือประชาชน และหากประชาชนท้อ และหมดหวัง สิ้นหวัง คุณจะพยายามทำสิ่งใด ไอเดียดีแค่ไหน ตนก็คิดว่าไม่ก้าวไปข้างหน้า และไม่เพียงแค่รัฐบาลทุกคนอาจจะมองข้ามประเด็นเหล่านี้ไป

ต่อมาในเวลา 12.31 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรค เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าร่วมลุ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ ตอบเพียงว่า ”ก็มาช่วยกันลุ้นนะครับ“

ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทย ต่างเดินทางทยอยเข้าพรรค อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เข้าพรรคโดยใช้ไม้ค้ำพยุง เนื่องจากประสบอุบัติ แต่ก็มาร่วมวอร์รูมในครั้งนี้ด้วย

พรรคร่วมแน่นปึก! ‘ภูมิธรรม’ปัดข่าวดีลพลิกขั้วล้มรัฐบาล

พรรคร่วมแน่นปึก! 'ภูมิธรรม'ปัดข่าวดีลพลิกขั้วล้มรัฐบาล

พรรคร่วมแน่นปึก! ‘ภูมิธรรม’ปัดข่าวดีลพลิกขั้วล้มรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

“ภูมิธรรม”ปัดข่าวดีลพลิกขั้วล้มรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วมจับมือแน่นปึก ยันต่อสายคุยกันอยู่ เมิน”บิ๊กป้อม-อนุทิน”หม่ำข้าวส่งสัญญาณ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการพลิกขั้วล้มรัฐบาลชุดนี้ ได้มีการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณ ส่วนเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น ก็เห็นพูดมาเป็นเดือน ไม่เป็นอะไร ทุกอย่างชัดเจนและเรามั่นใจว่าได้แสดงความจริงใจทุกอย่าง และตั้งใจทำไม่มีปัญหาแบบที่ถูกกล่าวหาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หากศาลตัดสินอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวพรรคฝ่ายค้านประชุมกันถึงตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็เชิญประชุมไป ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ แต่ถ้าจะไปถามว่ามีเงินมาซื้อจำนวนหนึ่ง ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเอาความจริงดีกว่า เขามีสิทธิ์ประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือกันอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจเราคุยกันดีมาตลอด เวลาเจอกันก็บอกว่าสื่อไปไกล ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ดังนั้นตนมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาสถานการณ์จะช่วยให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยตัวของเขาเอง เราจะไม่คาดหวังและไปพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตนจะพูดเฉพาะความจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ำว่าไม่มีปัญหา ใครจะไปกินข้าวกับใครหรือไปประชุมกับใครก็ทำได้ไม่มีอะไร และในสถานการณ์แบบนี้ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ตนก็คุยโทรศัพท์กับบุคคลต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาในวงการเมือง

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พบกันที่บ้านป่ารอยต่อ เป็นการส่งสัญญาณว่ามีการเดินเกมพลิกขั้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณหรอก ตนก็นั่งกินข้าวกับคนอื่น

เมื่อถามย้ำว่า มีการปล่อยข่าวว่าฝั่งตรงข้ามมีการรวมเสียงได้แล้วถึง 270 เสียง มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ควรไปถามคนปล่อยข่าว ให้เขาพูดมาให้ชัดเจน ตนไม่อยากตอบ เมื่อถามอีกว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลต่อสายมาพูดคุยบ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูด เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค

‘อิ๊งค์’เข้าทำเนียบฯ ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรธน.คดีคลิปเสียง

'อิ๊งค์'เข้าทำเนียบฯ ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรธน.คดีคลิปเสียง

‘อิ๊งค์’เข้าทำเนียบฯ ลุ้นคำวินิจฉัยศาลรธน.คดีคลิปเสียง

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

เมื่อเวลา 12.35 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียง โดยเมื่อลงจากรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร มีสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือทักทายสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่รอติดตามการแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) จะมาร่วมให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร และรับฟังคำวินิจฉัยศาลไปพร้อมกัน

– 006

‘ภูมิใจไทย’เกาะติดคดีคลิปเสียง‘อิ๊งค์’ หากหลุดบ่วงเจอดาบ‘ซักฟอก’ต่อ

‘ภูมิใจไทย’เกาะติดคดีคลิปเสียง‘อิ๊งค์’ หากหลุดบ่วงเจอดาบ‘ซักฟอก’ต่อ

‘ภูมิใจไทย’เกาะติดคดีคลิปเสียง‘อิ๊งค์’ หากหลุดบ่วงเจอดาบ‘ซักฟอก’ต่อ

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.43 น.

วอร์รูม‘ภูมิใจไทย’เริ่มเกาะติดชี้ชะตาคดีคลิปเสียง‘อิ๊งค์’ โฆษกภท.อ้างแค่สังเกตการณ์ พรรคอื่นก็ทำ ยันหากหลุดบ่วงเจอดาบ‘ซักฟอก ม.151-152’ต่อ ปัด‘อนุทิน’เคลื่อนไหวเดินสายพบปะกินข้าวส่งสัญญาณปูทางนั่ง‘นายกฯ’ ชี้ไม่แปลก มีคนรู้จักเยอะ เปิดเผยในโซเชียลฯ

29 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ที่วันนี้(29ส.ค.) นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ ​หัวหน้า​พรรค​ภูมิใจ​ไทย​ พร้อมกรรมการบริหารพรรค​ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันเพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยในคดีคลิปเสียงสนทนาหลุด ระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน​ ประธานวุฒิสภากัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป​ ไม่ว่าน.ส.แพทองธาร​​ จะรอดหรือไม่ โดยล่าสุด​ เริ่มมี​สส.และกรรมการบริหารพรรค​ ทยอยเดินทางเข้าพรรคแล้ว​

ด้านน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า วันนี้ที่มาปักหลักอยู่พรรคภูมิใจไทยนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เพียงแต่มาร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่เพียงพรรคภูมิใจไทยเพียงอย่างเดียว แต่มีพรรคอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่าหากผลคำวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญ ออกมาเป็นลบต่อนายกรัฐมนตรีท่าทีของพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เราได้มีเวลาได้พูดคุยกันอีกรอบ และเราคงไม่คิดไปล่วงหน้าก่อนว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขณะนี้เราก็รอสถานการณ์เหมือนทุกพรรคการเมืองตอนนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่ขณะนี้มีการตีความเรื่องที่นายอนุทิน ถึงท่าทีการเดินสายไปรับประทานข้าวหน้าไก่ และพบปะกับ พลเอก ประวิตรวงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า นายอนุทิน มีเพื่อนพี่น้องคนรู้จักเยอะมาก การไปทานข้าวกับใครก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร และหากติดตามเพจของนายอนุทินก็จะเห็นว่านายอนุทินก็โพสต์อยู่ตลอดว่า เจ้าตัวทำอะไร จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

เมื่อถามต่อว่าตอนนี้พรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายค้านแต่ถ้ามีอุบัติเหตุทางการเมือง ยืนยันได้หรือไม่ว่าทางพรรคภูมิใจไทยยังต่อติดกับพรรคร่วมอื่นโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ขอให้ความเห็นอะไรที่เป็นเรื่องในอนาคตเพราะไม่ว่าอะไรก็ตาม ต้องดูสถานการณ์ของวันนี้จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาลที่ชัดเจนและเราจะเดินหน้าอะไรอย่างไรต่อไปค่อยว่ากันอีกที  แต่ในส่วนของที่ได้มีการให้สัมภาษณ์ไปหลายรอบแล้วว่า ถ้าในกรณีที่คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบวกกับนายกรัฐมนตรีทางพรรคภูมิใจไทยก็ยังยืนยันทำหน้าที่ในส่วนของนิติบัญญัติ ต่อไปเหมือนเดิมเพราะสภาก็ยังอยู่ไม่มีปัญหาอะไรในส่วนของสภาอยู่แล้ว

“ทั้งนี่ ตนเคยให้สัมภาษณ์ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ ถ้าตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังเป็นน.ส.แพทองธารอยู่ และได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เราก็พร้อมที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 และมาตรา 152” น.ส.แนน กล่าว

‘ก่อแก้ว’โต้นักวิเคราะห์ข่าว อย่าปั่นเฟกนิวส์ปม’แคนดิเดตนายกฯพท.’

'ก่อแก้ว'โต้นักวิเคราะห์ข่าว อย่าปั่นเฟกนิวส์ปม'แคนดิเดตนายกฯพท.'

‘ก่อแก้ว’โต้นักวิเคราะห์ข่าว อย่าปั่นเฟกนิวส์ปม’แคนดิเดตนายกฯพท.’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.14 น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความโต้นักวิเคราะห์ข่าวชื่อดังรายหนึ่ง ที่อ้างคำพูดสรุปข้อความของนายก่อแก้วจากความเข้าใจผิดกรณีโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในอนาคต ว่า คุณศิโรตม์ Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์) อย่าสรุปไปเองแบบนี้สิครับ พูดลักษณะนี้เหมือนบิดเบือนหรือทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากท่านนายกฯ ถูกถอดถอนและต้องเลือกนายกฯ ใหม่ ผมจะโหวตให้แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น และเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะโหวตให้คนอื่น ส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่า ท่านนายกฯ ไม่ผิดและจะไม่ถูกถอดถอนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณ อย่าเป็นนักบิดเบือน ปั่น fake news เลยครับ มันจะเครียดจนต้องหายาความดันพกติดตัวไปเปล่าๆ