‘กมธ.สันติสุข’ ปิดประตูนิรโทษ 112 รอลุ้นถกหามาตรการอื่นช่วย สัปดาห์หน้า

‘กมธ.สันติสุข’ ปิดประตูนิรโทษ 112 รอลุ้นถกหามาตรการอื่นช่วย สัปดาห์หน้า

‘กมธ.สันติสุข’ ปิดประตูนิรโทษ 112 รอลุ้นถกหามาตรการอื่นช่วย สัปดาห์หน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.42 น.

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…. สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีวาระพิจารณาเนื้อหาของมาตรา 3 ว่าด้วยข้อยกเว้นของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ ทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นเฉพาะรายหรือกลุ่ม ว่า เมื่อเปิดการประชุม นายณัฐวุฒิได้เปิดให้มีการเสนอญัตติเข้าไปว่าหากไม่เอาถ้อยคำตามร่างเดิมจะเอาแบบใด โดยผู้ที่เสนอญัตติเข้าไปได้แก่ นายวิชัย สุดสวัสดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่เสนอให้คงตามร่างเดิมที่รับหลักการมา นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้มีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข และน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอให้มีการนิรโทษกรรมกับผู้ที่กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่หากผู้ที่กระทำความผิดอายุครบ 18 ปี ณ วันนั้น จะไม่ให้นิรโทษกรรม ซึ่งเมื่อเสนอญัตติเสร็จประธานได้ให้โหวตเลย ไม่ได้เปิดให้อภิปรายเนื้อหาของญัตติ โดยให้เหตุผลว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันมาเยอะแล้ว 

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังจะโหวตนายชัยธวัช ได้ขอถอนญัตติของตนเองออกเพื่อไม่ให้เสียงแตก และขอสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในห้องประชุมใหญ่ ทั้งนี้เป็นโหวตโดยการยกมือว่าจะเลือกแก้แบบของใคร ระหว่างของนายวิชัยกับน.ส.ศศินันท์ ซึ่งผลการลงมติออกมาปรากฎว่า มีกมธ.ฯ เห็นด้วยกับญัตติของนายวิชัย 15 เสียง ส่วนใหญ่เป็นเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาล ขณะเห็นด้วยกับญัตติของน.ส.ศศินันท์ 8 เสียง คือเสียงของกมธ.ในสัดส่วนของพรรค ปชน. และงดออกเสียง 1 เสียงคือนายณัฐวุฒิ ประธานกมธ. โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า กลัวจะไม่ผ่านห้องใหญ่ ขณะที่กมธ.ในสัดส่วนของพรรคปชน. พยายามสู้ในแง่ของการนิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไขคือ หากยอมรับมาตรการการทำผิดซ้ำก็จะให้นิรโทษกรรม เป็นต้น แต่เมื่อไม่ผ่านก็ทำให้ต้องไปสู้ต่อที่มาตรา 6 โดยมาตรา 6 จะเกี่ยวข้องกับคำขยายของการนิรโทษกรรมว่าจะนิรโทษกรรมให้ใคร ซึ่งวันนี้ได้เพียงแค่การพูดคุยเบื้องต้น ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร โดยในสัปดาห์หน้าต้องมาดูว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะหากไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขอะไรเข้าไปในมาตรา 6 ผู้ที่กระทำผิดมาตรา 112 จะไม่ได้อะไรเลยจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม กมธ.ส่วนใหญ่มองว่าสำหรับโทษที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายทั้งหมดจะได้รับการรับโทษกรรม แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะต้องใช้มาตรการอื่น เช่น อภัยโทษ ลดโทษ คุมขังนอกเรือนจำ เป็นต้น หลังจากที่ใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมง ประธานได้สั่งปิดประชุมและนัดประชุมเพื่อพิจารณามาตรา 6 ต่อในสัปดาห์เวลา 09.00 น. 

จากนั้น นายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ ในฐานะกมธ.ฯ ให้สัมภาษณ์ว่า มติของที่ประชุมเห็นให้แก้ไขในประเด็นถ้อยคำตามที่กฤษฎีกาแนะนำให้เป็นไปตามการเขียนกฎหมายและคำเชื่อมเล็กน้อย โดยไม่ปรับหรือแก้ไขในสาระสำคัญ รวมถึงไม่ตัดเงื่อนไขของข้อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายหรือเติมถ้อยคำให้ยกเว้นบุคคลที่อายุต่ำกว่า18 ปี

“การประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมมีมติให้แก้ไขและมีข้อเสนอหลายรูปแบบนั้น เป็นเพียงความเห็นของกมธ.เท่านั้น แต่ไม่ใช่การเสนอให้กมธ.พิจารณาแก้ไข วันนี้ที่ประชุมจึงได้ให้ กมธ.เสนอ ซึ่งพบว่านายวิชัยในฐานะผู้ที่เสนอร่างกฎหมายได้เสนอเพิ่มให้ที่ประชุมพิจารณา ทำให้ต้องมีการลงมติตัดสินและข้อเสนอของนายวิชัยโหวตชนะ” นายยุทธพร กล่าว

นายยุทธพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเนื้อหาของมาตราที่เกี่ยวข้องกับคดีและระยะเวลาที่จะครอบคลุมการบังคับใช้ เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ซึ่งที่ประชุมให้ กมธ.แต่ละคนไปศึกษา ก่อนจะกลับมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

‘ทวี’ ย้ำเป้าหมายกระทรวงยุติธรรม ‘เป็นที่พึ่งแห่งแรกของประชาชนที่เข้าถึง-แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้อย่างรวดเร็ว’

'ทวี' ย้ำเป้าหมายกระทรวงยุติธรรม 'เป็นที่พึ่งแห่งแรกของประชาชนที่เข้าถึง-แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้อย่างรวดเร็ว'

‘ทวี’ ย้ำเป้าหมายกระทรวงยุติธรรม ‘เป็นที่พึ่งแห่งแรกของประชาชนที่เข้าถึง-แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้อย่างรวดเร็ว’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.55 น.

‘ทวี สอดส่อง’ย้ำเป้าหมายกระทรวงยุติธรรม “เป็นที่พึ่งแห่งแรกของประชาชนที่เข้าถึงและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้อย่างรวดเร็ว” พร้อมขอบคุณสื่อที่ช่วยทำหน้าที่สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจอย่างรอบด้าน

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติ ธรรม เป็นประธานในการจัดกิจกรรม “กระทรวงยุติธรรมพบสื่อมวลชน : เชื่อมั่น เข้าถึง ที่พึ่งประชาชน” ณ ห้องสนฉัตร อาคารกระทรวงยุติธรรม โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจที่ดีกับสื่อมวลชน ภายในงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกับสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักข่าว โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

พันตำรวจเอกทวี ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน และเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสื่อสารระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับประชาชน โดยเน้นย้ำว่าการสื่อสารที่ดีจะนำไปสู่มิติใหม่ของความรู้ และยังช่วยตั้งคำถามในประเด็นที่ต้องหาคำตอบร่วมกัน
นอกจากนี้ พันตำรวจเอกทวี ยังได้กล่าวถึงเป้าหมายสูงสุดของกระทรวงฯ คือ การสร้างความเป็นธรรมทางกฎหมาย และการทำให้กระทรวงยุติธรรมเป็น”ที่พึ่งแห่งแรก” ของประชาชน ไม่ใช่ที่พึ่งสุดท้าย ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาที่ซับซ้อนและเรื้อรัง รวมถึงการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่มีปากเสียง

ทางด้าน นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมพร้อมสนองนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการขับเคลื่อนและการสื่อสารผลงานไปสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงหวังว่าจะช่วยให้การเผยแพร่ข่าวสารของกระทรวงฯ เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงยุติธรรม ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จะทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคม และยกระดับการทำงานของกระทรวงฯ ให้เป็นที่พึ่งที่แท้จริงของประชาชนอย่างยั่งยืน 

‘วิปรัฐบาล’ตั้งกมธ. ศึกษาข้อดี-เสีย MOU43-44 สัปดาห์หน้า 33 คน

'วิปรัฐบาล'ตั้งกมธ. ศึกษาข้อดี-เสีย MOU43-44 สัปดาห์หน้า 33 คน

‘วิปรัฐบาล’ตั้งกมธ. ศึกษาข้อดี-เสีย MOU43-44 สัปดาห์หน้า 33 คน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.51 น.

‘ปธ.วิปรัฐบาล’ เผยตั้ง ‘กมธ.วิสามัญศึกษาข้อดี-เสีย ‘เอ็มโอยู43-44’ จำนวน 33 คน มีเวลา3เดือน ก่อนเคาะส่งต่อรัฐบาลพิจารณา

28ส.ค.2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)กล่าวว่า การอภิปรายญัตติที่เกี่ยวข้องกับเอ็มโอยู43และ 44 ในการประชุมลับ เป็นไปด้วยดี มีผู้อภิปรายประมาณ 10 กว่าคน ทุกฝ่ายเห็นตรงกันให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อดี ข้อเสีย จำนวน 33 คน มาพิจารณารายละเอียดในเอ็มโอยู โดยจะตั้งกมธ.ชุดนี้วันที่ 4 ก.ย. มีกรอบเวลาศึกษา 3 เดือน แล้วส่งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรรับทราบ เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

รมช.กลาโหม กำชับ ทภ.1 แจ้งมวลชน ออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน รอกลไก GBC แก้ปัญหา

รมช.กลาโหม กำชับ ทภ.1 แจ้งมวลชน ออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน รอกลไก GBC แก้ปัญหา

รมช.กลาโหม กำชับ ทภ.1 แจ้งมวลชน ออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน รอกลไก GBC แก้ปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.30 น.

“รมช.กลโหม”  กำชับทภ.1 ขอความร่วมมือมวลชน ที่เคลื่อนไหวบริเวณบ้านหนองจาน ออกจากพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย รอกลไก GBC แก้ปัญหา ยืนยันทำหน้าที่บนพื้นฐานผลประโยชน์ชาติ ไม่มีใบสั่งจากใคร 

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.68 ที่วิทยาลัยเสนาธิการทหาร พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชาบริเวณบ้านหนองจานจังหวัดสระแก้วที่มีการ เคลื่อนไหวนำมวลชน 2 ฝ่ายเข้ามาในพื้นที่ว่า ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 ประสานกับประชาชนที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะทางเจ้าหน้าที่ห่วงใยความลำบาก และความปลอดภัย พร้อมทั้ง ขอให้ใช้กลไกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชาหรือ GBC ได้ทำงาน ร่วมกันก่อน 

ในช่วงนี้จึงขอให้ออกจากพื้นที่ก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะหากประชาชนเกิดการปะทะกันเองจะเป็นเรื่องควบคุมได้ยาก แต่เชื่อมั่นว่า เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อการเจรจา แต่ถ้าเหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ก็อาจจะกระทบได้ 

เมื่อถามว่ามีความเคลื่อนไหวของ “กันจอมพลัง” ที่โพสต์ผ่าน Social Media เรื่องการนำรถขนปฏิกูลเข้าในพื้นที่จะเป็นการยั่วยุ หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า แล้วแต่สื่อมวลชนจะคิด แต่สิ่งสำคัญคือเป็นห่วงประชาชนมากกว่า

เมื่อถามว่าจะต้องเตือนสติคนไทยให้ระมัดระวังเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องขอฝากสื่อมวลชน เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ โดยที่ทางฝ่ายกัมพูชาเองก็ไม่สามารถควบคุมมวลชนของกัมพูชา ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องขอความร่วมมือประชาชนได้เพียงอย่างเดียว 

พล.อ.ณัฐพล ยังได้กล่าวถึงแนวคิดการสร้างรั้วถาวรบริเวณบ้านหนองจานจังหวัดสระแก้วว่า ตามโรดแมปที่คิดไว้มีหลายเรื่องแต่ต้องทำเป็นขั้นตอน แต่ประเด็นสำคัญจะต้องทำเรื่องของการหยุดยิงให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการเจรจาตามกลไกของ GBC แต่ต้องทำเป็นขั้นตอนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา 

โดยร่างโรดแมปที่จะนำไปพูดคุยในที่ประชุม GBC ดำเนินการเสร็จในเบื้องต้นแล้วเพื่อเตรียมนำเสนอเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งในการประชุม GBC ที่จะเกิดขึ้น ยอมรับว่าเป็นงานยาก และมีหลายประเด็นที่จะนำไปพูดคุย โดยฝ่ายไทยจะยึดในหลักการความเป็นผู้มีวัฒนธรรมเพื่อตีกรอบการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

“ประเด็นหลักจะเป็นพูดคุยเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด การแก้ปัญหาสแกมเมอร์ และ ปัญหาเรื่องชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ทางผู้แทนญี่ปุ่น ขอประสานความร่วมมือ เนื่องจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กระทบต่อ ผู้ประกอบการญี่ปุ่นในการขนส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ”พล.อ.ณัฐพล กล่าว

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ดังนั้นหากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ยุติก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ซึ่งในฐานะรัฐบาลหนักใจจึงต้องพยายามสร้างสมดุลทุกเรื่องให้ดี  โดยใช้กลไกที่มีอยู่ และเป้าหมายสุดท้ายคือจะต้องหยุดยิงโดยสมบูรณ์ พร้อมขอยืนยันว่า ไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องและไม่มีใบสั่งจากใคร 

นอกจากนี้พล.อ.ณัฐพล ยังปฏิเสธตอบคำถามเรื่องที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนางสาวแพทองธาน ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน ในวันพรุ่งนี้ 

ปีนี้ได้เห็นแน่! ‘กองทัพไทย’เคาะสร้างรั้วกำแพงชายแดนไทย-เขมร อ.อรัญประเทศ

ปีนี้ได้เห็นแน่! 'กองทัพไทย'เคาะสร้างรั้วกำแพงชายแดนไทย-เขมร อ.อรัญประเทศ

ปีนี้ได้เห็นแน่! ‘กองทัพไทย’เคาะสร้างรั้วกำแพงชายแดนไทย-เขมร อ.อรัญประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.28 น.

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-เขมร จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50 – 51 ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหาร  กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51  บริเวณพื้นที่  บ้านป่าไร่  ถึง บ้านท่าข้าม ในเขต อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว 

โดยการสำรวจ ดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชา เห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดนจะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กม.

ขณะที่บริเวณอื่นๆซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน และวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิด ในจุดที่สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลังรวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรานอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้นซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหา สแกมเมอร์ ได้

โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใดเชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทยกัมพูชาเริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้างแต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม

พล.ต.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน  ส่วนกรณี ประชาชนต้องการระดมงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการสร้างรั้วชายแดนไทยกัมพูชา ว่าต้องขอบคุณประชาชนซึ่งคงจะต้องดูในแง่กฎหมายว่าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมได้อย่างไรต่อไป

สภาฯเคาะขยับเลื่อน ตั้ง‘กมธ.วิสามัญศึกษาเอ็มโอยู 43-44’สัปดาห์หน้า

สภาฯเคาะขยับเลื่อน ตั้ง‘กมธ.วิสามัญศึกษาเอ็มโอยู 43-44’สัปดาห์หน้า

สภาฯเคาะขยับเลื่อน ตั้ง‘กมธ.วิสามัญศึกษาเอ็มโอยู 43-44’สัปดาห์หน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

สภาฯเคาะขยับเลื่อน ตั้ง”กมธ.วิสามัญศึกษาเอ็มโอยู 43-44″สัปดาห์หน้า ขอไปสรรหาตัวบุคคลก่อน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติที่เกี่ยวกับเอ็มโอยู 43 และ 44 จำนวน 5 ญัตติ โดยมีมติให้เป็นการประชุมลับ ซึ่งภายหลังจากที่ที่ประชุมได้อนุโลมให้ผู้เสนอญัตติทั้ง 5 ญัตติ ชี้แจงในหลักการและเหตุผลของการเสนอญัตติ และเมื่อถึงตอนอภิปรายของสมาชิกจะให้เป็นการประชุมลับ

จากนั้นในเวลา 17.43 น.ภายหลังการประชุมลับมาประมาณ 2 ชั่วโมง ได้กลับมาเปิดการประชุมอีกครั้ง โดย นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งผลการประชุมลับว่า จากญัตติในลักษณะดังกล่าวที่มีผู้เสนอขอให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษา รวมถึงขอให้ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการ แต่จากการฟังการอภิปรายของสมาชิกส่วนใหญ่ และรับการประสานงานจากตัวแทนวิปทั้ง 2 ฝ่าย เห็นตรงกันว่า จะต้องมีการตั้ง กมธ.วิสามัญ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้มีการตั้ง กมธ.ฯ วิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว แต่ให้เลื่อนการตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ไปเป็นการประชุมสัปดาห์หน้า เนื่องจากตัวแทนพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขอระยะเวลาในการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งใน กมธ.วิสามัญฯ

มองข้ามช็อต! ไม่สนแล้ว’อุ๊งอิ๊งค์’ พุ่งเป้าใคร’นายกฯคนใหม่-รบ.ชุดใหม่’

มองข้ามช็อต! ไม่สนแล้ว'อุ๊งอิ๊งค์' พุ่งเป้าใคร'นายกฯคนใหม่-รบ.ชุดใหม่'

มองข้ามช็อต! ไม่สนแล้ว’อุ๊งอิ๊งค์’ พุ่งเป้าใคร’นายกฯคนใหม่-รบ.ชุดใหม่’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.12 น.

28 ส.ค. 68 นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก หลังจากที่เห็นท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินสายไปพบนักการเมืองหลากหลายในช่วงเวลาหลังจากที่ประกาศออกจากพรรคร่วมรัฐบาล 

โดยข้อความระบุว่า “เห็นการเดินสายของอนุทิน ชาญวีรกุล ไล่ตั้งแต่ กรณ์ จาติกวณิช สารัชถ์ รัตนาวะดี รวมถึงประวิตร วงษ์สุวรรณ ตอนนี้เขาไม่คุยกันแล้วครับ ว่า อุ๊งอิ๊งจะรอดหรือไม่ แต่มาคุยกันว่า นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะชื่ออะไร รัฐบาลชุดใหม่ ใครจะจับมือกันบ้าง ซึ่งตอนนี้พรรคฝ่ายค้าน หลังวันที่ 29 สิงหาคม มีอยู่พรรคเดียวคือพรรคประชาชนเท่านั้น”

.-008 

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมสถานที่ ถ่ายทอดสดอ่านคำวินิจฉัย’แพทองธาร’ 29 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมสถานที่ ถ่ายทอดสดอ่านคำวินิจฉัย'แพทองธาร' 29 ส.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมสถานที่ ถ่ายทอดสดอ่านคำวินิจฉัย’แพทองธาร’ 29 ส.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.07 น.

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(29ส.ค.)ศาลรัฐธรรมนูญ มีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ ในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็น สว. 36 คน   ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย   ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82   ว่าความเป็นรัฐมนตรี ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา  และจะออกนั่งบัลลังค์อ่านคำวินิจฉัย ในเวลา 15.00 น.   

ซึ่งก่อนหน้านี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนนางสาวแพทองธาร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขา สมช. เมื่อวันนี้  21 ส.ค. โดยให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องส่งคำแถลงผิดคดีเมื่อวันที่  25 ส.ค.

โดยช่วงบ่ายวันนี้  เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ ด้วยการนำรั้วเหล็กมากั้นเป็นแนวระหว่างพื้นที่สำหรับสื่อมวลชน  ทางเข้า-ออก  เจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ    และพื้นที่ผู้เกี่ยวข้อง  คู่กรณีที่จะมาเข้ารับฟังคำวินิจฉัย 

นอกจากนี้ได้มีการติดตั้งจอโทรทัศน์เพื่อรับภาพและเสียง จากห้องพิจารณาคดีมายังพื้นที่ทำงานของสื่อมวลชน  ขณะที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีการนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ด้านหน้าสำนักงาน และเปิดให้มีการเดินรถได้ทางเดียว  ขณะเดียวกันก็จะมีการถ่ายทอดคำวินิจฉัยผ่านช่องทาง youtube สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญด้วย  

สำหรับมาตรการดูแลความปลอดภัย สำนักงานได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องและพื้นที่ใกล้เคียง มาดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่    อย่างไรก็ตามจะมีการประเมินสถานการณ์กันอีกครั้งในคืนวันนี้    เพื่อเตรียมมาตรการรองรับวันลงมติและอ่านคำวินิจฉัย 

‘เสธ.เบิร์ด’ยันได้เห็นแน่! รั้วกั้นชายแดน’ไทย-เขมร’

'เสธ.เบิร์ด'ยันได้เห็นแน่! รั้วกั้นชายแดน'ไทย-เขมร'

‘เสธ.เบิร์ด’ยันได้เห็นแน่! รั้วกั้นชายแดน’ไทย-เขมร’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

เสธ.เบิร์ดพูดชัด รั้วกั้นชายแดนไทย – เขมร เกิดแน่ นำทีมลงพื้นที่สำรวจเอง คาดไม่เกินหนึ่งเดือนจากนี้ได้ลงเสาเข็มต้นแรก

หลังจากที่มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนคนไทยจำนวนมาก ให้มีการสร้างรั้วกั้นชาบแดนไทย – กัมพูชา เพื่อป้องกันการละเมิดอธิปไตยของไทย รวมถึงการป้องกันการลอบเข้ามาวางระเบิด โดยประชาชนพร้อมที่จะควักกระเป๋าร่วมกันบริจาคนั้น  

ล่าสุด พลตรีวันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผย “แนวหน้าออนไลน์” ถึงความเป็นไปด้ในเรื่องการสร้างรั้วกันชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า  เรื่องการสร้างรั้วกั้นชายแดนไทย – กัมพูชา นั้น มีความเป็นไปได้มากว่าจะมีการดำเนินการ ซึ่งจุดแรกที่จะมีการก่อสร้างก็คือ ที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยในวันนี้ (28 สิ.ค.68) ตนและคณะได้เดินทางลงไปดูพื้นที่ เพื่อจะนำมาสรุปรายละเอียดกันต่อไป และคาดว่า จะสามารถลงเสาเข็มต้นแรกไม่เกินหนึ่งเดือนจากนี้ไป โดยที่บ้านคลองลึกนั้นคาดว่า น่าจะเป็นรั้วแบบคอนกรีตที่มีความแข็งแรงทนทาน ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ที่อาจจะมีความแตกต่างกัน

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 68 พลเอกทรงวิทย์  หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันจะสนับสนุน การสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้มีความเข้มแข็ง ป้องกันการรุกราน ซึ่ง กองทัพบกกำลังพิจารณาและนำไปปฏิบัติ ทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 โดย ได้ให้ เสนาธิการทหาร ลงไปในพื้นที่ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนั้นคือดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงที่แข็งแรง เพื่อปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้าม และยืนยันว่าตนเองจะสนับสนุนทุกการกระทำของกองทัพบกอย่างแน่นอน

สงสัย?ปม’นั่งลงลูก’ ‘โบว์ ณัฏฐา’งงทำมั้ยโดนแค่ 2 สื่อ ลั่นพร้อมเป็นพยาน

สงสัย?ปม'นั่งลงลูก' 'โบว์ ณัฏฐา'งงทำมั้ยโดนแค่ 2 สื่อ ลั่นพร้อมเป็นพยาน

สงสัย?ปม’นั่งลงลูก’ ‘โบว์ ณัฏฐา’งงทำมั้ยโดนแค่ 2 สื่อ ลั่นพร้อมเป็นพยาน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ระบุว่า สื่อใหญ่ๆที่เผยแพร่คลิปที่คนได้ยินว่า “นั่งลงลูก” นี่เยอะมากเลยนะ สองสื่อนี้พิเศษอย่างไร? เท่าที่สังเกตเป็นสื่อที่นำเสนอข่าวแล้วตามด้วยพระบรมราโชวาท ร.10 ที่เคยพระราชทานให้ตุลาการค่ะ ไม่รู้เกี่ยวมั้ยเหมือนกัน ถ้าต้องการพยานติดต่อมานะคะ ยินดีไปให้การตามความเป็นจริง ว่าแต่ศาลพร้อมเผยแพร่คลิปต้นฉบับหรือยัง?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ศาลรธน. แจ้งความเอาผิดเพจดัง เผยแพร่คลิปบิดเบือน ‘นั่งลงลูก’

– 006