อ้าวเหรอ! ‘เดชอิศม์’อ้างลืมบอก‘พี่ต่อ’ จะร่วมวง‘เพื่อไทย’ดีลคุย‘ปชน.’

อ้าวเหรอ! ‘เดชอิศม์’อ้างลืมบอก‘พี่ต่อ’ จะร่วมวง‘เพื่อไทย’ดีลคุย‘ปชน.’

อ้าวเหรอ! ‘เดชอิศม์’อ้างลืมบอก‘พี่ต่อ’ จะร่วมวง‘เพื่อไทย’ดีลคุย‘ปชน.’

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

อ้าวเหรอ! “เดชอิศม์”อ้างลืมบอก”พี่ต่อ” จะร่วมวง‘เพื่อไทย’ดีลคุย‘ปชน.’ ดักคอหากสมาชิกหนุน”ภท.”ถือว่าไปในนามส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค เหตุต้องมีการเทียบเชิญ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุยังไม่ทราบว่าจะเดินทางมาร่วมเจรจากับพรรคประชาชน ในวันนี้ด้วย ว่า “อ้าวเหรอ พี่ลืมบอกพี่ต่อ”

เมื่อถามต่อว่า แล้วการมาพูดคุยในวันนี้ถือเป็นมติพรรคหรือในนามส่วนตัว หรือต้องโทรบอกนายเฉลิมชัยก่อน นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่ต้อง วันนี้มาฟังเขา เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย (พท.) และไม่ตอบว่าการมาวันนี้ ถือเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

เมื่อถามว่า ในพรรคให้มีการพูดคุยกันหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าบางส่วนจะร่วมโหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเดชอิศม์ กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมกับพรรคอื่น ต้องมีการเทียบเชิญ เป็นมติร่วม การไปส่วนตัวไม่ถือว่าไปในนามพรรค

เมื่อถามถึงกรณีของ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดคุยกับพรรคหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่มี และไม่แน่ใจ ยังไม่ได้เช็คว่าลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วหรือยัง

‘ศรีสุวรรณ’ ส่งด่วน EMS ถึง ป.ป.ช. เร่งลงดาบสอง ‘อิ๊งค์’ ชี้มูล-ส่งศาลฎีกาฟัน

'ศรีสุวรรณ' ส่งด่วน EMS ถึง ป.ป.ช. เร่งลงดาบสอง 'อิ๊งค์' ชี้มูล-ส่งศาลฎีกาฟัน

‘ศรีสุวรรณ’ ส่งด่วน EMS ถึง ป.ป.ช. เร่งลงดาบสอง ‘อิ๊งค์’ ชี้มูล-ส่งศาลฎีกาฟัน

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.35 น.

ไม่รอช้าศรีสุวรรณส่ง EMS ถึง ป.ป.ช.เร่งลงดาบสองอิ๊งค์ ชี้มูล-ส่งศาลฎีกาฟัน

วันที่ 31 ส.ค. 68 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่าตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากกรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชาเผยแพร่ทางสื่อมวลชนนั้น

คำวินิจฉัยในคดีระบุไว้ชัดเจนว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธาร เป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลฯสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค.2568

กรณีคลิปเสียงดังกล่าวองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้นำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ชี้มูลความผิดไว้แล้วว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เมื่อ 19 มิ.ย.68 และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกรณีดังกล่าวเมื่อ 29 ส.ค.68 แล้วถือว่าเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินจึงได้ถอดคำพูดคำต่อคำของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วส่งไปรษณีย์ EMS ไปให้ ป.ป.ช. ใช้อำนาจตามหน้าที่โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันจันทร์ที่ 1 ก.ย.2568 ที่จะเดินทางไปยื่นด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ป.ป.ช.ในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระและได้รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว ไม่จำต้องแสวงหาข้อเท็จจริงใดเพิ่มอีก เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรีบเร่งดำเนินการชี้มูลความผิด และส่งศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษตามมาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 แห่ง พรป.ป.ป.ช.2561 โดยเร็ว ก็จะถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

‘อนุทิน’สุดชิว! หม่ำ‘ห่านพะโล้เจ้าดัง’กลางสมรภูมิร้อนชิงเก้าอี้‘นายกฯ’

‘อนุทิน’สุดชิว! หม่ำ‘ห่านพะโล้เจ้าดัง’กลางสมรภูมิร้อนชิงเก้าอี้‘นายกฯ’

‘อนุทิน’สุดชิว! หม่ำ‘ห่านพะโล้เจ้าดัง’กลางสมรภูมิร้อนชิงเก้าอี้‘นายกฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นข้อเสนอให้พรรคประชาชน (ปชน.) โหวตหนุน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ แทนการไปหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรี โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ถึงขั้นยกเลิกการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อไปเจรจากับพรรคประชาชนด้วยตัวเอง

สำหรับบรรยากาศทางฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทยกลับเป็นไปอย่างเรียบร้อย ล่าสุดปรากฏภาพของนายอนุทิน ในช่วงเช้าไปรับประทานห่านพะโล้เจ้าดัง ร้าน ฉั่ว คิม เฮง ย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งแต่งตัวสบายๆ โดยไม่มีท่าทีกดดันอะไรกับการแย่งชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในครั้งนี้

– 006

‘ชวน’ปัดหนุน‘ภูมิใจไทย’ตั้งรัฐบาล ยันไม่เคยมีใครมาเจรจา ขออย่าเชื่อกระแสข่าว

‘ชวน’ปัดหนุน‘ภูมิใจไทย’ตั้งรัฐบาล ยันไม่เคยมีใครมาเจรจา ขออย่าเชื่อกระแสข่าว

‘ชวน’ปัดหนุน‘ภูมิใจไทย’ตั้งรัฐบาล ยันไม่เคยมีใครมาเจรจา ขออย่าเชื่อกระแสข่าว

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเลี่ยงการตอบคำถาม และบอกว่า วันนี้มีการชุมนุมชาวตรัง

ผู้สื่อข่าวจึงพยายามสอบถามว่า มองอย่างไรถึงการฟอร์มทีมตั้งรัฐบาล นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดตาม และส่วนตัวไม่ได้สนใจ เรื่องที่จะไปนั่งรัฐบาล เพราะฉะนั้นมีข่าวอะไร ที่เกี่ยวกับตน ขอให้อย่าไปเชื่อ ไม่เคยมีใครมาเจรจา หรือมีความคิดจะไปเจรจากับใคร

เมื่อถามต่อว่า ยังไม่มีแนวคิดสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ว่า นายชวน กล่าวว่า นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของตน เพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค ขอให้ไปถามกรรมการบริหารพรรค แต่ส่วนตัวของตน ไม่ได้มีความคิดจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลอะไรกับใคร

‘ทนายเชาว์’ตีแสกหน้า‘เพื่อไทย’ หมดความชอบธรรม ‘อิ๊งค์’อ่อนด้อยหยุดกอดอำนาจ

‘ทนายเชาว์’ตีแสกหน้า‘เพื่อไทย’ หมดความชอบธรรม ‘อิ๊งค์’อ่อนด้อยหยุดกอดอำนาจ

‘ทนายเชาว์’ตีแสกหน้า‘เพื่อไทย’ หมดความชอบธรรม ‘อิ๊งค์’อ่อนด้อยหยุดกอดอำนาจ

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

‘ทนายเชาว์’ ตีแสกหน้า ‘เพื่อไทย’ หมดความชอบธรรมแล้ว หยุดกอดอำนาจ ชี้ชัด ‘อิ๊งค์’ อ่อนด้อย-กระทบมั่นคง-ไร้คำนึงประโยชน์ชาติ เตือนทุกพรรคคิดกอดศพ ระวังถูกปชช.ลงโทษ

31 สิงหาคม 2568 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ค “Chao Meekhuad” เรื่อง เพื่อไทยหมดความชอบธรรม : ผู้นำรักษาประโยชน์กัมพูชามากกว่าชาติตัวเอง มีเนื้อหาระบุว่า ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่จะจับมือกับขั้วเดิม พร้อมทั้งพยายามดึงพรรคประชาชนเข้ามาเติมเสียง เพื่อรักษาอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป โดยไม่คิดทบทวนบทเรียนของตัวเอง ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่เอาเพื่อไทย” คือสิ่งที่สะท้อนความดื้อดึงทางการเมือง และเป็นการเมินเฉยต่อความจริงที่ว่าหลายปัญหาของประเทศโดยเฉพาะความขัดแย้งเรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกระทบถึงความมั่นคงของชาติ มีรากมาจากการบริหารของพรรคเพื่อไทยเอง

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ตอกย้ำชัดใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การแบ่งข้างในเชิงความมั่นคง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงตนเองและสมเด็จฮุน เซนว่าเป็น “เรา” ขณะที่ตำหนิแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามและไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างภาพการแบ่งฝ่ายระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ และแสดงความอ่อนแอทางการเมืองภายในประเทศต่อคู่ขัดแย้งอย่างกัมพูชา อันเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในได้
 
2.การยอมจำนนต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและการเมือง น.ส.แพทองธาร ใช้ถ้อยคำขอความเห็นใจและความช่วยเหลือจากสมเด็จฮุน เซน เพื่อบรรเทาคำวิจารณ์ในประเทศ และโน้มน้าวให้มีการเปิดด่านพร้อมกัน โดยไม่ตั้งเงื่อนไขหรือรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่กลับเอื้อให้ฝ่ายกัมพูชายื่นข้อเรียกร้องได้ตามใจ สะท้อนว่าการกระทำทั้งหมดมุ่งรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวและคะแนนนิยมทางการเมือง มากกว่าความมั่นคงและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ

นายเชาว์​ ระบุต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยจึงไม่อาจอ้างความชอบธรรมใด ๆ ได้อีกต่อไป หากยังฝืนดิ้นรนจัดตั้งรัฐบาลต่อ นั่นคือการปิดหูปิดตาต่อความจริงและเสียงประชาชน

“คำแนะนำเดียวที่ควรทำ คือไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถ่องแท้ และเงี่ยหูฟังเสียงคนในชาติ เพราะเพื่อไทยได้หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อแล้วอย่างสิ้นเชิง ”พรรคการเมืองใดก็ตามที่ยังคิดกอดศพเพื่อไทย ต้องตระหนักด้วยว่ามือที่โอบอุ้มซากย่อมติดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เมื่อไหร่ที่ลงสนามเลือกตั้งย่อมได้รับบทเรียนจากประชาชน“ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ.

ประชาธิปัตย์ขยับ! เตรียมประชุม กก.บห.บ่าย3นี้ ถกทิศทางการเมืองร้อน

ประชาธิปัตย์ขยับ! เตรียมประชุม กก.บห.บ่าย3นี้ ถกทิศทางการเมืองร้อน

ประชาธิปัตย์ขยับ! เตรียมประชุม กก.บห.บ่าย3นี้ ถกทิศทางการเมืองร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

ประชาธิปัตย์ขยับ! เตรียมประชุม กก.บห.บ่าย3นี้ ถกทิศทางการเมืองร้อน ‘เฉลิมชัย’ ปัดตอบ ‘เดชอิศม์’ ร่วมวง ‘เพื่อไทย’ คุยดีล ขอเสียงหนุนจาก ‘ปชน.’ อ้างไม่ใช่หน้าที่เรา

31 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา​ 12.10.น.​ ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายเฉลิม​ชัย​ ศรีอ่อน​ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในเวลา 15.00​ น.

โดยนายเฉลิมชัย​ ปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่นายเดชอิศม์​ ขาวทอง​ รมช.มหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ จะไปร่วมการเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ในช่วงบ่ายวันนี้(31ส.ค.) ด้วย​ โดยกล่าวเพียงว่า​ไม่ทราบ​ เนื่องจากยังไม่ได้พบกัน​ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า​ ‘ไม่ได้คุยหรอกครับ​ เพราะไม่ใช่หน้าที่เรา’

จากนั้น นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค.

‘ทนายชนินทร์’ยัน‘คดีเขากระโดง’ไม่ใช่คดีอาญา-คดีพิเศษ ชี้ควรจบลงใน‘ศาลยุติธรรม’เสียที

‘ทนายชนินทร์’ยัน‘คดีเขากระโดง’ไม่ใช่คดีอาญา-คดีพิเศษ ชี้ควรจบลงใน‘ศาลยุติธรรม’เสียที

‘ทนายชนินทร์’ยัน‘คดีเขากระโดง’ไม่ใช่คดีอาญา-คดีพิเศษ ชี้ควรจบลงใน‘ศาลยุติธรรม’เสียที

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

‘ทนายชนินทร์’ ยัน ‘คดีเขากระโดง’ ไม่ใช่คดีอาญา-คดีพิเศษ โดยอาศัยแรงกดดันการเมือง ชี้ควรจบลงใน ‘ศาลยุติธรรม’ เสียที วอนยึดหลักนิติธรรม-มีวุฒิภาวะ อย่าตกเป็นเครื่องมือผู้มีอำนาจ

31 สิงหาคม 2568 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความในคดีเขากระโดง กล่าวว่า คดีเขากระโดงคือข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เป็นคดีแพ่งที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม และในบางส่วนก็มีการพิจารณาอยู่ในศาลปกครองโดยใช้กลไกตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่ใช่คดีอาญา ไม่ใช่คดีฟอกเงิน และไม่ใช่หน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะสอดรับคำสั่งการเมืองแล้ว “ยกระดับคดี” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับบางคน หาก DSI ดำเนินการโดยไม่มีฐานความผิดตามกฎหมายรองรับ อาจเข้าข่ายกระทำโดยมิชอบตามกฎหมายเสียเอง และอาจมีผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และองค์กรในภายหลัง

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนคำคัดค้านของเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินกว่า 900 แปลง ที่คัดค้านไม่ให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์นั้น เห็นว่าเป็นแนวคำคัดค้านเดียวกันทั้งหมด โดยโต้แย้งว่าเอกสารสิทธิของตนออกโดยชอบ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่พระราชกฤษฎีกา และการรถไฟไม่เคยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเขากระโดง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ต้องเสียเวลา เสียงบประมาณของรัฐ และตกเป็นเครื่องมือของเกมการเมืองอีก ขอเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้สิทธิตามกฎหมาย ฟ้องเจ้าของที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง หรือบางแปลงต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัยว่า ข้อโต้แย้งสิทธิ ตามคำคัดค้านของเจ้าของที่ดินฟังขึ้นตามกฎหมายหรือไม่

ทนายความคดีเขากระโดง กล่าวอีกว่า และเพื่อยุติข้อถกเถียงในหมู่นักกฎหมายที่ยังเห็นต่างกันอยู่ว่า คำพิพากษาหลายคดีของศาลฎีกาที่วินิจฉัยเรื่องเขากระโดงนั้น จะมีผลผูกพันกับเจ้าของที่ดินทั้ง 900 กว่าแปลงได้โดยอัตโนมัติหรือไม่ จึงควรให้ศาลยุติธรรมพิจารณาในคราวเดียวกันนี้ด้วยว่า ตามหลักของมาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “คำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น” นั้น ศาลจะเห็นว่าคำพิพากษาก่อนหน้าสามารถนำมาใช้ยันบุคคลภายนอกได้หรือไม่ หากบุคคลภายนอกนั้นไม่มีสิทธิที่ดีกว่า เพื่อให้คำพิพากษาใหม่เป็นข้อยุติในทางกฎหมายและปิดข้อโต้แย้งที่มีอยู่ทั้งหมดเสียที หากศาลเห็นว่าคัดค้านฟังไม่ขึ้น คณะกรรมการตามมาตรา 61 ก็สามารถเพิกถอนสิทธิในแปลงอื่น ๆ ตามวรรค 8 ได้โดยไม่ต้องตั้งเรื่องซ้ำซ้อนอีก หากศาลเห็นว่าคัดค้านฟังขึ้น ก็ถือว่าเจ้าของเอกสารสิทธิ์มีสิทธิโดยชอบ และเรื่องนี้ก็จะยุติอย่างเป็นธรรม จบด้วยกระบวนการศาล ไม่ต้องตีความกันเอง ไม่ต้องใช้อำนาจนอกระบบ ไม่ต้องให้นักการเมืองแทรกแซง ข้าราชการไม่ต้องเสี่ยงผิดมาตรา 157

“ขอยืนยันว่าเขากระโดงไม่ใช่คดีพิเศษ และไม่ควรถูกสร้างให้เป็นคดีพิเศษ โดยอาศัยแรงกดดันทางการเมือง ขอฝากข้อเสนอและคำเตือนนี้ถึงผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ทุกฝ่ายยืนหยัดในหลักนิติธรรม ยุติข้อขัดแย้งอย่างมีวุฒิภาวะ และไม่ให้กลไกรัฐตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ว่าฝ่ายใดอีกต่อไป” นายชนินทร์ กล่าว.

มวลชนมาตามนัด! รวมพลังแสดงจุดยืน ไม่เอา ‘เพื่อไทย’ ส่งแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่

มวลชนมาตามนัด! รวมพลังแสดงจุดยืน ไม่เอา 'เพื่อไทย' ส่งแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่

มวลชนมาตามนัด! รวมพลังแสดงจุดยืน ไม่เอา ‘เพื่อไทย’ ส่งแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.35 น.

31 ส.ค. 68 รายงานแจ้งว่า บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย (คปท.) นัดรวมพลังแสดงจุดยืนทางการเมือง หลังการพ้นตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมีความผิดร้ายแรง สิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงพลังจุดยืนสงสัญญาณไปยังพรรคการเมือง “ไม่เอาพรรคเพื่อไทย ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อไป แคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ ต้องไม่มาจากพรรคเพื่อไทยโดยเด็ดขาด”

.-008 

‘วรชัย’ แนะ ปชน. เลือกพรรคจุดยืนชัดเรื่องแก้ รธน. ชี้ควรร่วมรบ. ลองงาน

'วรชัย' แนะ ปชน. เลือกพรรคจุดยืนชัดเรื่องแก้ รธน. ชี้ควรร่วมรบ. ลองงาน

‘วรชัย’ แนะ ปชน. เลือกพรรคจุดยืนชัดเรื่องแก้ รธน. ชี้ควรร่วมรบ. ลองงาน

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

‘วรชัย’ แนะ ‘ปชน.’ เลือกพรรคชัดเจนแก้รธน. แนะใช้โอกาสลองงานรมต.รอเลือกตั้งรอบหน้า 

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชน(ปชน.) ในการสนับสนุนใครเป็นนายกฯว่า  เรื่องนี้พรรคปชน.ต้องคิดถึงว่าการจับมือกับใครจะนำไปสู่อะไร โดยเฉพาะความคิดที่พรรค ปชน.ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ จึงต้องคิดว่าหากจับมือกับใครจะได้แก้รัฐธรรมนูญ และอาศัยเงื่อนไขเช่นนี้มากดดันพรรคที่จะโหวตให้เป็นรัฐบาลต้องแก้รัฐธรรมนูญลงสัตยาบันให้สัญญาประชาคมไว้ การเมืองเดินมาถึงทางตันเพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป ทำให้ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองขององค์กรอิสระ ซึ่งเราต้องมีการแก้ไขแน่นอน 

นายวรชัย กล่าวต่อว่า วันนี้การที่พรรคปชน.บอกว่ายุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน ถามว่ายุบสภาแล้วได้อะไร เพราะหากมีการยุบสภาฯ แล้วเลือกตั้งใหม่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปี 2560 ต่อไปก็จะมีปัญหาเช่นนี้อีก นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐมนตรีก็จะโดนเช่นนี้อีก ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพรรคปชน.ต้องเข้าไปบริหารประเทศด้วย ไปเป็นรัฐมนตรีด้วย ไม่ใช่พูดแค่ว่าจะโหวตให้แต่ไม่ร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะหากการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคปชน.ชนะเลือกตั้ง ได้รับเสียงเกิน 250 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียว อยากให้ลองคิดดูว่าพวกคุณจะทำสำเร็จหรือไม่ การบริหารประเทศต้องฝึกงานพื้นฐานและเข้าใจระบบรัฐราชการไทยว่าเป็นอย่างไร 

“ฉะนั้น พวกคุณควรเข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าไปเป็นรัฐมนตรี และร่วม ครม.ด้วย เพื่อฝึกงานเพราะมีส่วนร่วมในการเลือกรัฐบาลอยู่แล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเริ่มต้นกี่เดือน กี่ปี แต่ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ ขอให้ทำเอ็มโอยูเลยว่าพรรคการเมืองไหน เช่นหากอยู่กับพรรคเพื่อไทยที่เป็นมิตรเก่า ก็ถือเป็นฝ่ายประชาธิปไตยและเป็นซีกเดียวกัน แต่หากคุณไปอยู่กับซีกหนึ่ง ไปอยู่กับสีน้ำเงิน แม้ว่าสีน้ำเงินเขาจะมีสว. ฉะนั้น หากสีน้ำเงินรับปากว่าจะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีสว.การันตีอยู่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาติ เพราะบริหารไม่นาน ให้มีการทำรัฐธรรมนูญสำเร็จแล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าประเทศนี้จากพรรคใดบริหารประเทศ วันนี้ต้องเอาให้ชัด และคิดว่าไม่มีโอกาสเหมือนวันนี้อีกแล้วที่จะแก้รัฐธรรมนูญ” นายวรชัย กล่าว

‘ณัฐวุฒิ’ยั่ว‘ส้ม’จับมือ‘แดง’ได้ภาพผ่าทางตัน เดาไม่ออก‘น้ำเงิน’พาบ้านเมืองไปทิศไหน

‘ณัฐวุฒิ’ยั่ว‘ส้ม’จับมือ‘แดง’ได้ภาพผ่าทางตัน เดาไม่ออก‘น้ำเงิน’พาบ้านเมืองไปทิศไหน

‘ณัฐวุฒิ’ยั่ว‘ส้ม’จับมือ‘แดง’ได้ภาพผ่าทางตัน เดาไม่ออก‘น้ำเงิน’พาบ้านเมืองไปทิศไหน

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.38 น.

‘ณัฐวุฒิ’ยั่ว‘ส้ม’จับมือ‘แดง’ได้ภาพผ่าทางตัน เดาไม่ออก‘น้ำเงิน’พาบ้านเมืองไปทิศไหน

31 สิงหาคม 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “รูปธรรมของการเมือง 3 ก๊กฉายชัดยิ่งขึ้นในยกนี้” ระบุว่า…

รูปธรรมของการเมือง 3 ก๊กฉายชัดยิ่งขึ้นในยกนี้

รัฐบาลที่จะตั้งขึ้น ต้องมี 2 ใน 3 ก๊ก คือแดง ส้ม น้ำเงิน จับมือกันเสมอ

พรรคประชาชน เปิดข้อเสนอต่อทุกพรรคตามที่เคยประกาศไว้ ซึ่งผมเคยแสดงความเห็น ตั้งข้อสังเกตไปบ้างแล้วตั้งแต่ตอนนั้น

เป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชนที่จะเสนอเงื่อนไขและตัดสินใจเลือก การยกมือหนุนใครแม้ไม่ทำให้เกิดอำนาจบริหารในมือตน เพระพรรคสีส้มยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล แต่ความรับผิดชอบเกิดแล้วเนื่องจากเป็นคนโหวตให้มีรัฐบาล

พรรคเพื่อไทย ตอบรับข้อเสนอพรรคประชาชน พร้อมจะยุบสภาก่อน 4 เดือนด้วย จะหารืออย่างเป็นทางการบ่ายวันนี้ ข้อเสนออื่นๆถ้าคุยกันแล้วเห็นชอบร่วมกันก็เดินหน้า ถ้าไม่ตรงกันก็จบ กลับมาเดินตามเงื่อนไขเดิมของพรรคประชาชน

เมื่อวานนี้ตั้งแต่ช่วงเย็นพรรคประชาชนมีงานระดมทุน แกนนำทุกคนอยู่ในงาน ประสานงานและกำหนดเวลานัดหมายกันได้ก็ช่วงดึกหลังงานลี้ยงเลิก โดยพรรคประชาชนให้เวลานัดเป็น 14.00 น.

พรรคร่วมรัฐบาลเดิมหารือร่วมกันและจะไปเป็นคณะ ทั้งเลขาธิการพรรคเพื่อไทยพร้อมรองหัวหน้าพรรคอีก 3 คน หัวหน้าพรรคประชาชาติและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมทีมไปด้วย

เมื่อเพื่อไทยตอบรับเงื่อนไข วันนี้ก็พูดคุยให้ชัดเจน แล้วก็รอให้พรรคประชาชนมีข้อสรุป

ถ้าได้เป็นรัฐบาลต่อก็เร่งทำตามเงื่อนไขให้สำเร็จ ระหว่างนั้นก็เร่งงานที่เกือบจบอยู่แล้วให้เข้าเป้า เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ODOS หวยเกษียณ และขับเคลื่อนเรื่องที่กำลังคืบหน้าให้ไปต่อ ทั้งบ้านเพื่อคนไทย แก้หนี้ครัวเรือน หรืออื่นๆ ส่วนเรื่องเร่งด่วนอย่างสถานการณ์กัมพูชาก็ต้องเดินหน้าต่อไป คดีฮั้วส.ว. คดีเขากระโดงก็ต้องเดินให้สุด

ถ้าพรรคสีส้มไปยกมือให้ภูมิใจไทย เพื่อไทยก็เป็นฝ่ายค้าน ได้ตรวจสอบรัฐบาลภูมิใจไทยคงมีเรื่องใหญ่ๆให้ทำไม่น้อย อีก 4 เดือนเลือกตั้งในสนามคงสนุก การเมือง 3 ก๊กจะเข้าสู่ช่วงเข้มข้นเพราะทั้ง 3 ก๊กพลังทางการเมืองจะไล่เลี่ยกัน

หมากตานี้ไม่มีใครเดินง่าย

ถ้าส้มจับมือแดง แดงจะได้อำนาจรัฐไปต่อ ส้มได้ภาพการผ่าทางตัน น้ำเงินวืดแห้ว

ถ้าส้มจับมือน้ำเงิน น้ำเงินได้อำนาจรัฐ กุมรัฐบาล ยึดสภาสูง คุมองค์กรอิสระ คดีต่างๆที่ค้างคาอาจจะได้ด้วย แดงเสียอำนาจรัฐ ส้มไม่แน่ว่าจะได้ เพราะผมเดาไม่ออกว่าน้ำเงินจะพาบ้านเมืองไปทิศไหน