Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ถกด่วน!! แนวทางแก้ปัญหา ‘หลีเป๊ะ’ หลังเอกชนปิดกั้นเส้นทางสัญจร

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695704

ถกด่วน!! แนวทางแก้ปัญหา 'หลีเป๊ะ' หลังเอกชนปิดกั้นเส้นทางสัญจร

ถกด่วน!! แนวทางแก้ปัญหา ‘หลีเป๊ะ’ หลังเอกชนปิดกั้นเส้นทางสัญจร

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.49 น.

ที่ห้องประชุมวัฒนโกเมร ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายจำเริญ   ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานประชุมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวเลอุรักลาโว้ย เกาะหลีเป๊ะ กรณีข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับชาวเล หลังมีผู้ประกอบการเอกชนรายหนึ่งในพื้นที่อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ    

ได้ทำรั้วเหล็กปิดถนนทางเข้าออกโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านบนเกาะใช้สัญจรไปมาอยู่เป็นประจำอีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ผ่านไปยังสถานีอนามัย ท่าเรือ และ บ้านเรือนชาวบ้าน ปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยมีนายอำเภอเมืองสตูล  ปลัดจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ภายหลังการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้สรุปแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาความร้อนของชาวเลอุรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ คือ ขอความร่วมมือผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นเส้นทางการสัญจร อนุโลมให้ประชาชนได้ใช้เส้นทางเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน โดยมอบหมายให้ทางอำเภอเมืองสตูลเข้าไปประสานงานพร้อมประนีประนอม

รวมถึงข้อเรียกร้องของตัวแทนชาวเลอุรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ในการให้ทางศาลฯ เป็นผู้วินิจฉัยถึงสิทธิที่เกิดขึ้นจากใช้เส้นทางสัญจรมาช้านานแล้วว่ามีสิทธิอย่างไรบ้าง โดยทางจังหวัดสตูลจะประสานสำนักงานอัยการจังหวัดสตูล ช่วยให้คำแนะนำข้อกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ด้านนายอาทิตย์   ทะเลลึก  ตัวแทนชาวเลอูรักลาโว้ย กล่าวว่า ชาวบ้านยังคงปักหลักตรงจุดที่เอกชนได้ปิดเส้นทาง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการมาดำเนินการต่อไป จนกว่าจะได้ข้อยุติจากศาลวินิจฉัย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาดูได้ยาก?! ยายวัย 85 ปี กินข้าวกับกะลามะพร้าวแบบโบราณ

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695694

หาดูได้ยาก?! ยายวัย 85 ปี กินข้าวกับกะลามะพร้าวแบบโบราณ

หาดูได้ยาก?! ยายวัย 85 ปี กินข้าวกับกะลามะพร้าวแบบโบราณ

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.43 น.

นายนิพนธ์ อมรการ อายุ 53 ปี หรือ “ นายหนังโขน อ้ายลูกหมี “ ศิลปินพื้นบ้านภาคใต้ชื่อดัง เล่าว่า วันนี้ระหว่างที่ตนเดินทางไปเยี่ยมญาติในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา ก่อนจะแวะไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ซึ่งมีหลายคน ส่วนใหญ่อายุ 80-90 ปี และหนึ่งในนั้นมียายเผี้ยน บุญต่อ อายุ 85 ปี กำลังนั่งกินข้าวอยู่บนแคร่หน้าบ้าน อย่างไรก็ตามพบว่าภาชนะที่ยายเผี้ยน ใช้กินข้าวอยู่นั้น ไม่ใช่ถ้วยชามที่เป็นกระเบื้อง เซรามิก หรือสังกะสี แต่เป็นกะลา หรือ ภาษาใต้เรียกว่า “พรก”

นายนิพนธ์ เล่าอีกว่า ด้วยความแปลกใจ จึงเข้าสอบถามได้ความว่า ยายเผี้ยน เป็นผู้สูงอายุคนหนึ่งที่ยังคงใช้ชีวิตแบบคนสมัยโบราณ โดยเฉพาะการกินข้าว นางเผี้ยน จะนำกะลา 3 อัน ที่ไม่มีรูตรงกลางกะลา มาทำความสะอาด แล้วนำมาใส่กับข้าวกิน อย่างไรก็ตามแม้ว่าลูกหลานเหลน จะขอให้ตนใช้ภาชนะใส่ข้าวที่เป็นกระเบื้องหรือเซรามิก แต่ด้วยความคุ้นเคยกะลา ซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยเด็ก จึงตัดสินใจใช้กะลาใส่กับข้าวกินเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากใช้มือกินข้าวมาใช้ช้อนกินข้าว ตามที่ลูกหลานต้องการ. -008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นครพนม’ยืนหนึ่ง!ททท.เผย 3 จังหวัด‘สนุก’ปลุกท่องเที่ยวอีสานฟื้น

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695692

‘นครพนม’ยืนหนึ่ง!ททท.เผย 3 จังหวัด‘สนุก’ปลุกท่องเที่ยวอีสานฟื้น

‘นครพนม’ยืนหนึ่ง!ททท.เผย 3 จังหวัด‘สนุก’ปลุกท่องเที่ยวอีสานฟื้น

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.26 น.

‘นครพนม’ยืนหนึ่ง!ททท.เผย 3 จังหวัด‘สนุก’ปลุกท่องเที่ยวอีสานฟื้น

2 ธันวาคม 2565 กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานข้อมูลความเติบโตตัวเลขด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ “ภาคอีสาน” หลังสถานการณ์โควิดระบาด ในช่วงงบประมาณปี 2565 พบว่า ภาคอีสานมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2,789,487 คน แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวคนไทย 2,680,022 คน และนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ 109,465 คน อีกทั้งยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 4,829  ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากคนในประเทศ

นอกจากนี้ยังมี 3 จังหวัดภาคอีสาน ที่มีการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทยสูงสุด ในปี 2565 เทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดเหตุการณ์โควิด ประกอบด้วย อันดับ 1.นครพนม ฟื้นตัว 132 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2.บุรีรัมย์     ฟื้นตัว 130 เปอร์เซ็นต์  อันดับ 3.บึงกาฬ ฟื้นตัว 123 เปอร์เซ็นต์ จึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยว ในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้ประชาชน มีรายได้จากเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พักมีแนวโน้มสร้างรายได้มากขึ้นในปี 2566

ด้านนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครพนม(สนพ.) เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่ “กลุ่มสนุก” 3 จังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ถือว่าเป็นพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ที่ประชาชนให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ ของอีสาน ที่สำคัญพื้นที่ จ.นครพนม จากข้อมูลของ  กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาเปิดเผยข้อมูล ว่ามีการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวมากอันดับ 1 ของภาคอีสาน มากถึง 132 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นเรื่องดี และน่าภาคภูมิใจของ ชาว จ.นครพนม ทั้งภาครัฐเอกชน ที่มีส่วนร่วมในการต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึง ททท. ได้มีการทำการตลาดกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงรุกมาต่อเนื่อง เน้นสร้างจุดขาย ในเรื่องประเพณีวัฒนธรรม พลังศรัทธา ถือเป็นจุดแข็งของพื้นที่ กลุ่มสนุก 3 จังหวัดอีสาน

ส่วนนครพนม ต้องยอมรับว่า เป็นจังหวัดที่มีจุดแข็ง เรื่องเส้นทางพลังศรัทธา มีทั้งเส้นทางความเชื่อ ทั้งองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง รวมถึงพระธาตุศักดิ์สิทธิประจำวันเกิด และเส้นทางศรัทธาสายนาคา องค์พญาศรีสัตตนาคราช ถ้ำนาคี นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีทัศนียภาพสองฝั่งโขงไทยลาวที่สวยงาม มีการพัฒนาริมฝั่งโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ให้เป็นที่รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชื่นชมความสวยงาม รวมถึงเส้นทางสุขภาพ ปั่นจักรยาน เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ จึงเกิดแรงดึงดูดมากกว่าหลายจังหวัดริมฝั่งน้ำโขง

ผอ.ททท.สนพ.กล่าวต่ออีกว่า จากการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของ ททท. พบว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน มีประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ มากกว่า 1.5 ล้านคน มีอัตราการเข้าพัก จากโรงแรมที่พัก จำนวนกว่า 3,000 ห้อง เข้าพักเฉลี่ยถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญมีตัวเลขเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาพรวม สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัด ตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงปลายปี มากกว่า 1,600 ล้านบาท ถือว่าจังหวัดนครพนม มีจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยทาง ททท.สำนักงาน นครพนม จะได้ทำงานเชิงรุกในเรื่องการประชาสัมพันธ์ จัดแคมเปญ ร่วมกับภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยว ตลอดทั้งปี เพื่อเป็นการสร้างรายได้ในพื้นที่ให้มากที่สุด และจะต้องมีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ ในพื้นที่กลุ่มสนุก 3 จังหวัด นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเน้นจุดแข็งของแต่ละจังหวัดเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าตกใจ! เด็ก 9-10 ขวบนั่งจับกลุ่มดูดบ้องกัญชาริมหาดพัทยา เหมือนเป็นเรื่องปกติ

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695685

น่าตกใจ! เด็ก 9-10 ขวบนั่งจับกลุ่มดูดบ้องกัญชาริมหาดพัทยา เหมือนเป็นเรื่องปกติ

น่าตกใจ! เด็ก 9-10 ขวบนั่งจับกลุ่มดูดบ้องกัญชาริมหาดพัทยา เหมือนเป็นเรื่องปกติ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.42 น.

โลกโซเซียลลงภาพน่าตกใจ เด็กๆอายุแค่ 9-10 นั่งจับกลุ่มดูดบ้องกัญชาบริเวณชายหาดพัทยา โดยไม่มีคนสนใจ เหมือนเป็นเรื่องปรกติ จนมีคนแชร์และคอมเมนต์จำนวนมากถึงความไม่เหมาะสม ผู้เห็นเหตุการณ์เผยเข้าไปตักเตือนแล้วกลับโดนสวนบอกไม่มีพ่อแม่ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลด่วน หวั่นทำเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

1 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ติดต่อไปยังนายกฤติวัฒน์ มาตรง อายุ 35 ปี ผู้โพสต์ภาพดังกล่าว โดยเล่าเหตุการณ์ว่า วันนั้นไปแสดงงานพลุ ซึ่งตนกำลังเตรียมของเพื่อลงเรือบริเวณสะพานปลา ก็เห็นเด็ก 2 คนนั่งดูดกัญชาโดยใช้บ้องไม้ไผ่ ตอนแรกก็คิดว่าเล่นกันหรือป่าว แต่ยืนดูสักพักก็พบว่าเป็นการดูดจริง ก็เลยเข้าไปตักเตือนแล้วพอสอบถามอายุก็พบว่า อายุแค่ 9 กับ 10 ขวบเอง แล้วก็ถามว่าทำแบบนี้พ่อแม่ไม่รู้หรอ เด็กทั้งสองบอกว่าไม่มีพ่อแม่ ผมก็พูดตักเตือนไปนิดหน่อย

“เด็กก็พูดสวนผมว่า ไม่กลัวหรอก พ่อผมเป็นทหาร เด็กทั้งสองออกจะแก่นๆ ผมก็เลยไปพูดกับผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ว่าตัวเองโตกว่าทำไมไม่ตักเตือน อันไหนผิดอันไหนถูก เด็กมันยังมีอนาคตอีกยาวไกล แต่เด็กชายคนดังกล่าวก็นิ่งเฉยไม่พูดอะไร”นายกฤติวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ นายกฤติวัฒน์ ได้อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาดูแลลงมาตรวจสอบในบริเวณดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ และเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว รวมถึงเด็ก เยาวชน ที่มาดูดกัญชา ซึ่งมองว่าไม่เหมาะสม

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการ มธ. ชำแหละการแข่งขัน ‘ตลาดข้าว’ปลุกรัฐอัดฉีด ‘งบวิจัย’ทวงบัลลังก์แชมป์ ‘ข้าวที่ดีที่สุดในโลก’

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695652

นักวิชาการ มธ. ชำแหละการแข่งขัน ‘ตลาดข้าว’ปลุกรัฐอัดฉีด ‘งบวิจัย’ทวงบัลลังก์แชมป์ ‘ข้าวที่ดีที่สุดในโลก’

นักวิชาการ มธ. ชำแหละการแข่งขัน ‘ตลาดข้าว’ปลุกรัฐอัดฉีด ‘งบวิจัย’ทวงบัลลังก์แชมป์ ‘ข้าวที่ดีที่สุดในโลก’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.40 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ แนะอัดฉีดงบประมาณวิจัยข้าวไทย ทวงแชมป์ “ข้าวดีที่สุดในโลก” เหตุผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าคู่แข่ง-ต้องพัฒนาพันธุ์ให้สอดคล้องความต้องการตลาด ชี้แม้ยังส่งออกได้ดี แต่ราคาและต้นทุนยังต้องจับตา

ผศ.ดร.พรชัย หาระโคตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงผลการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก The World’s Best Rice 2022 ซึ่งข้าวหอมผกาลำดวนจากประเทศกัมพูชา สามารถคว้าแชมป์โลก โดยเอาชนะข้าวหอมมะลิไทย ตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่การเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2552 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชนะไม่ใช่ประเทศไทย และไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าวหอมผกาลำดวนได้เป็นแชมป์ โดยการแข่งขันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศในภูมิภาคเอเชียได้ผลัดกันแพ้ชนะ โดยไทยได้แชมป์ 7 ครั้ง กัมพูชา 5 ครั้ง ที่เหลือเป็นของประเทศอื่น เช่น จากประเทศเวียดนาม เมียนมา และสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สะท้อนในการประกวดไม่ใช่แค่การได้แชมป์ในแต่ละปี แต่คือที่มาของพันธุ์ข้าวซึ่งส่งเข้าประกวด เพราะข้าวไทยพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งถูกส่งเข้าประกวดนั้น ถูกพัฒนาและรับรองพันธุ์มามากกว่า 60 ปี ขณะที่ข้าวหอมผกาลำดวน ถูกพัฒนาประมาณ 20 ปีและสำหรับประเทศเวียดนาม ได้ส่งข้าวพันธุ์ ST25 ซึ่งได้พัฒนาสายพันธุ์มาเมื่อไม่กี่ปีก่อน

“ตรงนี้สะท้อนว่า ในขณะที่ประเทศอื่นกล้าที่จะส่งข้าวใหม่เข้าประกวด มีการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์อยู่ตลอด แต่ไทยยังไม่กล้าตัดสินใจส่งพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ยังต้องส่งข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่รวบรวมพันธุ์จากอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา นำมาปลูกและคัดเลือกพันธุ์มากว่า 60 ปีแล้ว ประกวดอยู่ ซึ่งเป็นข้อสังเกตว่าเพราะอะไร” ผศ.ดร.พรชัย กล่าว

ผศ.ดร.พรชัย กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลจนถึง กันยายน 2565 ประเทศไทยยังอยู่ในลำดับต้นๆ ของแหล่งผลิตข้าวของโลก และมีตัวเลขส่งออกอยู่ที่ 5.4 ล้านตัน ครองอันดับที่ 2 ของประเทศส่งออกข้าวของโลกรองจากอินเดีย ซึ่งจากการคาดการณ์ก็เชื่อว่า จนถึงสิ้นปีตัวเลขการส่งออกจะอยู่ที่ระดับ 8 ล้านตัน รวมมูลค่าประมาณแสนล้านบาท ซึ่งแนวโน้มตัวเลขการส่งออกสูงขึ้นจากปีก่อน  ทั้งนี้มาจากหลายปัจจัย เช่น ค่าเงินบาท 

อย่างไรก็ดี การพิจารณาแค่เพียงตัวเลขส่งออกอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ หากแต่ต้องดูที่ปัจจัยด้านราคาซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา พบว่า ราคาข้าวไทยมีราคาที่ต่ำลง ราคาข้าวหอมมะลิไทยในอดีตเคยสูงถึงตันละ 1,200 เหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันลดลงเหลือในระดับ 750-780 เหรียญสหรัฐ ซึ่งอธิบายได้ว่า เป็นเพราะการแข่งขันด้านราคา โดยคู่แข่งพัฒนาคุณภาพข้าวได้ใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิไทย แต่มีราคาต่ำกว่า  ทำให้ไทยต้องลดราคามาแข่งขัน

“จะมองแค่ตัวเลขส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะแม้จะยังดีอยู่ แต่ปัจจุบันเราขายข้าวแพงเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องแข่งขันในราคาที่ต่ำลงเพื่อให้ใกล้เคียงกับคู่แข่ง ราคาข้าวของไทยจึงลดลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวต่อไร่ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยปลูกได้ 450-650 กก./ ไร่ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 900 กก./ ไร่ อีกทั้งต้นทุนในการปลูกยังสูงกว่า คือเกษตรกรไทยมีต้นทุนในการปลูกข้าวที่ 9,000 บาท/ตัน ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 6,000 บาท/ตัน ซึ่งอธิบายได้ว่าชาวนาไทยรับภาระต้นทุนการผลิตมากกว่าชาวนาในประเทศใกล้เคียง

ผศ.ดร.พรชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต ราคาข้าวที่ลดต่ำลง ผลผลิตต่อไร่ที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เห็นว่าการพัฒนาและวิจัยพันธุ์ข้าว เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาแนวทางหนึ่งที่ตรงจุดและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนับร้อยล้านบาท เมื่อถูกแจกจ่ายให้กับศูนย์วิจัยข้าวที่มีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 27 แห่ง ทำให้เรื่องงบประมาณวิจัยยังเป็นข้อจำกัด ขณะเดียวกันการพัฒนาพันธุ์ข้าวก็ต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาดเป็นหลัก เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าข้าวจะตรงใจกับผู้ซื้อหรือไม่ ขณะเดียวกันภาครัฐต้องกำหนดทิศทางการพัฒนาพันธุ์ข้าวของไทย รวมถึงช่วยผู้ประกอบการในเรื่องการหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อกระจายข้าว ไม่ให้ข้าวอยู่ในสต็อกนานเกินไป ซึ่งจะช่วยทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศสูงขึ้น และเป็นนโยบายต้นทางในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

“สำหรับเกษตรกรเขาคงไม่ได้กังวลเรื่องการประกวด การเป็นแชมป์ จริงอยู่ว่าการชนะในทุกๆ ปี และการถูกเอ่ยถึงในการแข่งขันถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ และเป็น Branding ให้กับข้าวไทย แต่เหนืออื่นใด เขาต้องการพันธุ์ข้าวที่มีผลผลิตสูง แข็งแรง ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช และเป็นที่ต้องการของตลาด ขอยกตัวอย่างที่ครั้งหนึ่ง เวียดนามได้ตั้งเป้าและโหมวิจัยในการพันธุ์ข้าวพื้นนุ่มที่มีผลผลิตสูง ซึ่งขณะนั้นตลาดข้าวพื้นนุ่มกำลังขยายตัวเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเวียดนามได้ทุ่มเทงบประมาณวิจัย ช่วยหาตลาด ทำให้กลับมาครองตลาดส่งออกข้าวชนิดดังกล่าว รวมถึงแย่งส่วนแบ่งตลาดข้าวข้าวหอมไทย ซึ่งถ้าไทยจะพัฒนาข้าวก็ต้องทำเป็นระบบ ทั้งเรื่องการวิจัย การหาตลาด รวมถึงการช่วยลดต้นทุนของเกษตรกรที่ทำให้เขาอยู่ได้” ผศ.ดร.พรชัย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกิดมาเป็นมนุษย์ได้มาเจอพระพุทธศาสนาก็เป็นบุญเป็นวาสนาของพวกเรา

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695646

เกิดมาเป็นมนุษย์ได้มาเจอพระพุทธศาสนาก็เป็นบุญเป็นวาสนาของพวกเรา

เกิดมาเป็นมนุษย์ได้มาเจอพระพุทธศาสนาก็เป็นบุญเป็นวาสนาของพวกเรา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.18 น.

ท่านได้มาวัดเพื่อปฏิบัติภารกิจปฏิบัติหน้าที่ของมนุษย์ เพราะมนุษย์เรานี้เป็นภพชาติเดียว ในบรรดาภพชาติทั้งหมดที่สามารถจะสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อนำมาปลดเปลื้องการถูกจองจำอยู่ในคุก แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ ไม่มีภพอื่นชาติอื่นที่จะสามารถปลดเปลื้องตนเองให้หลุดพ้น จากการถูกจองจำอยู่ในวัฏฏสงสารแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ มีภพของมนุษย์เท่านั้น และเป้าหมายของพวกเราทุกคน เราจะรู้หรือไม่ก็ตามก็คือการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายนั่นเอง เพราะไม่มีใครปรารถนาความทุกข์กัน ทุกคนปรารถนาความสุข และไม่มีที่ไหนภพไหนจะเหมาะอย่างยิ่ง ต่อการบำเพ็ญเพื่อให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้นอกจากภพของมนุษย์นี้เท่านั้น 

เพราะภพของมนุษย์นี้เป็นเหมือนกับที่เติมเสบียง ที่เติมอาหาร ที่เติมน้ำมันเติมน้ำในขณะที่เราเดินทางไกล เช่น เราขับรถ รถก็ต้องแวะจอดตามสถานีบริการต่างๆ เพื่อเติมน้ำมัน เติมน้ำ เติมลม คนขับก็ต้องเติมอาหาร เข้าห้องน้ำห้องท่า ฉันใดภพของมนุษย์นี้ก็เป็นอย่างนั้นสำหรับจิตใจ จิตใจของพวกเรานี้เป็นจิตใจ ที่เดินทางอยู่ตลอดเวลาหาจุดหมายปลายทางไม่เจอ เพราะเราไม่รู้ว่า ทางที่จะพาให้เราไปสู่การสิ้นสุด แห่งการเวียนว่ายตายเกิด สิ้นสุดแห่งความทุกข์ทั้งหลายนั้นไปทางไหน

ถ้าเราได้มาเกิดมาเป็นมนุษย์และได้มาเจอพระพุทธศาสนาก็ถือว่าเป็นบุญเป็นวาสนาของพวกเรา เพราะพระพุทธศาสนาเป็นเหมือนกับแผนที่บอกทางที่จะพาให้เราไปสู่การสิ้นสุดแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ เมื่อเราได้มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้มาพบพระพุทธศาสนาจึงเป็นโอกาสที่ดีเลิศที่สุดเท่าที่จะสามารถหาได้

เพราะถ้าไม่ได้เป็นมนุษย์ เช่นมาเกิดในโลกนี้แล้วเป็นเดรัจฉาน เป็นสุนัข เป็นแมว ถึงแม้จะมาอยู่ในวัด ก็ไม่ได้รับประโยชน์จากพระพุทธศาสนาเพราะไม่สามารถศึกษาและปฏิบัติพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ ต้องเป็นมนุษย์เท่านั้นที่จะมีสติปัญญาความรู้ความสามารถ พอที่จะศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้าได้ 

ดังนั้น เมื่อเราได้มาพบพระพุทธศาสนาได้เป็นมนุษย์จึงถือว่าเราได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการปลดเปลื้องให้ เราหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ อยู่ที่เราว่าเราจะมีศรัทธาเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนหรือไม่ อยู่ที่ว่าเราจะน้อมเอามาปฏิบัติหรือไม่ ถ้าเรามีความเชื่อและน้อมเอามาปฏิบัติ ก็เท่ากับการได้เติมเสบียงเติมน้ำ มันเติมน้ำให้กับรถของเราและเปิดแผนที่ดูว่าทิศทางที่เราจะต้องไปนั้นอยู่ในทิศทางใด

และเมื่อเราขับรถหรือเดินทางไปตามแผนที่ไม่ช้าก็เร็วเราก็จะได้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่พระพุทธเจ้าและ พระอรหันต์ทั้งหลายได้ไปถึง พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายก็ไม่ได้เป็นผู้วิเศษมาจากที่ไหน ก่อนที่ท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ท่านก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเรานี่แหละ แต่อาศัยว่าท่านมีศรัทธาความเชื่อในบุญในกุศล ในการปฏิบัติเพื่อที่จะทำให้จิตใจของท่าน หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

ท่านจึงทุ่มเทเวลาชีวิตจิตใจกับการสร้างบุญสร้างกุศล กับการศึกษาหาทางที่จะทำให้ตนหลุดพ้น จากการเวียนว่ายตายเกิดไปได้ บุคคลที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดก็คือพระพุทธเจ้าหรือที่เราเรียกว่า ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าเราเรียกท่านว่าพระโพธิสัตว์ เพราะพระโพธิสัตว์นี้ไม่มีผู้ใดชี้ทางไม่มีแผนที่ ท่านต้องศึกษาทดลองเอาเองว่าไปทางไหนถึงจะพาให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้

ท่านจึงต้องเสียเวลามากต่อการทดลอง แต่สำหรับพวกเราหลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ ได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดแล้วท่านก็นำเอาทางที่ท่านรู้นี้มาสั่งสอนพวกเรา พวกเราจึงไม่ต้องเสียเวลาไปทดลอง เพียงแต่เราปฏิบัติตามเราก็จะสามารถบรรลุถึงเป้าหมาย ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบรรลุถึงไปได้ง่ายดายกว่าพระพุทธเจ้าเป็นหลายร้อยเท่าหลายพันเท่าด้วยกัน

ดังนั้น เราจึงต้องอย่าไปคิดว่าเราไม่มีบุญไม่มีวาสนา เพราะถ้าเราไม่มีบุญไม่มีวาสนาเราจะไม่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เราจะไม่ได้มาพบกับพระพุทธศาสนาและจะไม่มีจิตใจใฝ่บุญใฝ่กุศลมาวัดมาทำบุญมารักษาศีลมาฟังเทศน์ฟังธรรมมาปฏิบัติธรรม สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากบุญวาสนาบารมีที่เราได้บำเพ็ญกันมาในภพชาติต่างๆในอดีต จนส่งผลให้เราได้เข้ามาสู่พระพุทธศาสนา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกษตรคนเมือง’ จะขจัดความยากจนได้อย่างไร?

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695645

'เกษตรคนเมือง' จะขจัดความยากจนได้อย่างไร?

‘เกษตรคนเมือง’ จะขจัดความยากจนได้อย่างไร?

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

เมื่อกระแส “เกษตรคนเมือง” ที่มากับความยั่งยืนทั่วโลก เกษตรคนเมืองจะเป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้า “ขจัดความยากจน” ในทุกองคพยพของประเทศได้อย่างไร เรานำเสนอรายงานพิเศษ ชุด “เกษตรคนเมืองขจัดความยากจน” (Urban Agriculture to eradicating poverty) ตอนที่ 3 หัวข้อ “เกษตรคนเมือง” จะขจัดความยากจนได้อย่างไร? 

ในประเทศสิงคโปร์มีเป้าหมายส่งเสริมให้คนสิงคโปร์ทำเกษตรคนเมือง เพราะด้วยเนื้อที่จำกัด และ เป็นวิธีการการสร้างแหล่งอาหารใหม่ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้ในโลกแห่งปัจจุบันและอนาคต โดยสิงคโปร์นั้นเริ่มวางรากฐาน “เกษตรคนเมือง” มาตั้งแต่ปี 2559 และ ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพที่เป็น “เกษตรคนเมือง” ระดับแนวหน้า และ เป็นแรงบันดาลใจส่งต่อการทำเกษตรในเมืองที่สิงคโปร์ นั่นคือ “เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้” (https://www.ediblegardencity.com/)

“บีจอรน์ โลว์” (Bjorn Low) เป็นฟาวเดอร์ (Founder) ซึ่ง “เอดิเบิล การเด้นท์ ซิตี้” นั้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือ ใน ค.ศ. 2022 ด้วยการเนรมิตสวนกลางกรุงให้กับกลุ่มธุรกิจโรงแรม , ร้านอาหาร , โรงเรียน,กลุ่มธุรกิจห้างร้านบริษัท, โรงพยาบาล, บนดาดฟ้า เช่น บน Capitaspring  และ พื้นที่ในควีนส์ทาวน์ (Queenstown) และ สวนสาธารณะซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในสิงคโปร์ รวมไปถึงเป็นศูนย์รวมกระจายอาหารกรีนไปยังเครือข่าย และเผยแพร่ความรู้ด้านการปลูกพืชไมโครกรีน และนวัตกรรมอาหารกรีนให้คนเมือง และ ปัจจุบัน “เอดิเบิล การ์เด้นท์ ซิตี้” ขยายธุรกิจมายังโมเดล “ฟาร์มคนเมืองอย่างยั่งยืน” (A sustainable urban farming model)

จะเห็นว่า สิงคโปร์มีการต่อยอด “เกษตรคนเมือง” อย่างเป็นระบบ โดยเน้นพื้นที่การปลูกแบบแนวตั้ง และ ประกอบกับสิงคโปร์มีข้อจำกัดเรื่อง “น้ำ” การทำเกษตรภายใต้ข้อจำกัดเรื่องน้ำ จึงต้องอาศัยทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ และ บวกกับการใช้นวัตกรรมการเกษตร เช่น การใช้แอพพลิเคชั่น รวมไปถึงการคำนวนค่าของสภาพอากาศโดยใช้เทคโนโลยี 

เว็บไซต์ environnet.in.th ระบุว่า การทำการเกษตรในพื้นที่เมืองและรอบๆ เขตพื้นที่เมือง เป็นการผสมผสานขอบเขตของเศรษฐกิจเมืองเข้ากับระบบนิเวศ และพัฒนาเมืองต่างๆ ให้เป็นเมืองที่มีความยั่งยืนและมีศักยภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สามารถออกแบบการเกษตรในเมืองเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเป็นระดับจุลภาคหรือมหภาค 

ในบทความนี้มีการวิเคราะห์ข้อจำกัดและโอกาสด้านกฎหมาย สังคมและเศรษฐกิจของเกษตรในเมือง ในการจัดการกับความขาดแคลนทรัพยากร ความกดดันทางประชากรและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเมืองนั้นๆ จำเป็นต้องมีการจัดการที่ดี นอกจากนี้โครงสร้างด้านความรู้และโครงสร้างสถาบันก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโอกาส การทำการเกษตรในพื้นที่เมืองและรอบๆ เขตพื้นที่เมือง (UPA) สามารถให้ประโยชน์ทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ โดยจะสามารถมองเห็นมิติทางสังคมจากการทำเกษตรวิธีนี้ได้ในรูปแบบความมั่นคงด้านอาหารและการเข้าถึงอาหาร อาหารและสุขภาพ ความอยู่ดีมีสุขของบุคคล 

วัตถุประสงค์ด้านสุขภาพร่างกายและสมรรถภาพทางกาย ความรู้สึกพิเศษต่อสถานที่ สุนทรียศาสตร์ การกระทำระหว่างกันทางสังคมและการสร้างชุมชน ทักษะส่วนบุคคล การวางแผนชุมชนเมือง การจ้างงานและรายได้ และความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย ส่วนมิติทางเศรษฐกิจแบ่งออกเป็น การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจ้างงานและรายได้ในการทำเกษตรในเมือง (ผลประโยชน์ส่วนรวมต่อสังคม) การกระจายธุรกิจเชิงอุตสาหกรรมโดยมีฐานการผลิตในเมือง และการขนส่งพลังงานในรูปแบบระยะทางอาหาร และมิติทางสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การรีไซเคิลขยะ ความร้อนและคุณภาพอากาศในพื้นที่เมือง การกักเก็บคาร์บอน การรีไซเคิลน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่และสุขภาพ โรคมาลาเรีย เสียงรบกวน กลิ่นรบกวน แสงและยาฆ่าแมลง

ปัจจุบันในกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล เริ่มเห็นพื้นที่การทำ “เกษตรคนเมือง” มีให้เห็น แต่ว่าก็ยังมีการทำเกษตรคนเมืองในสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับการกระตุ้นให้มีการทำเกษตรในเมืองของต่างประเทศ ด้วยข้อจำกัด อาทิ ถึงแม้คนเมืองจะมีเงินทุน แต่การเข้าถึงแหล่งข้อมูลการทำเกษตรคนเมืองในไทยยังมีข้อจำกัด การใช้เวลาในการเรียนรู้การทำเกษตรจากตัวอย่าง หรือ ต้นแบบ รวมไปถึงการให้การสนับสนุนจากภาครัฐในวงกว้าง และ ครอบคลุม 

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้รวบรวม “เกษตรนวัตกรรมใหม่” ใน 7 สาขาการเกษตรที่จะต่อยอดให้กับภาคเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืน ดังนี้ 1.เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร 2.บริการทางธุรกิจการเกษตร 3.เกษตรดิจิทัล 4.เครื่องจักรกลเกษตร หุ่นยนต์ และ ระบบอัตโนมัติ 5.การจัดการฟาร์มรูปแบบใหม่ 6.การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการขนส่ง และ 7.ธุรกิจไบโอรีไฟนารี 

สำหรับความเป็น “เกษตรคนเมือง” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองทั่วประเทศ และ ปริมณฑล สามารถนำ 7 อาชีพ

เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับการทำเกษตรในเมือง โดยปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้กับการทำเกษตรในเมืองจนสามารถปลดหนี้สินส่วนตัวได้จำนวนมาก นับว่าเป็นอีกรูปแบบที่ขจัดความยากจนให้ค่อยๆหมดไป และ เกิดความอย่างยั่งยืนทางการเงินของครอบครัว

ทั้งนี้ การขจัดความยากจนโดยใช้ “เกษตรคนเมือง” เป็นหัวหอก เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ภาคเอกชนและภาครัฐ จะต้องร่วมกันสนับสนุนทั้งงบประมาณสนับสนุนในวงกว้าง โดยมิได้จำกัดอยู่แค่เพียงคนรู้จัก หรือ กลุ่มที่เป็นพวกตนเองเองเท่านั้น เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ “เกษตรคนเมือง” ถูกตีกรอบอยู่แค่เพียงคนวงใน ไม่สามารถขยายไปสู่ฐานของประชาชนได้อย่างแท้จริง โอกาสที่จะร่วมกันเดินหน้าขจัดความยากจนจึงขาดพลังอันมาจากฐานของประชาชนในวงกว้างนั่นเอง


ขอบคุณข้อมูล:- 
http://www.environnet.in.th/archives/1416
https://www.salika.co/2020/12/26/7-smart-agricultural-for-new-gen-post-covid/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยแม่เฒ่าวัย 80 อาละวาดนอนกลางถนนชาวบ้านหวั่นรถเหยียบแจ้งกู้ภัยนำส่ง รพ.

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695600

ช่วยแม่เฒ่าวัย 80 อาละวาดนอนกลางถนนชาวบ้านหวั่นรถเหยียบแจ้งกู้ภัยนำส่ง รพ.

ช่วยแม่เฒ่าวัย 80 อาละวาดนอนกลางถนนชาวบ้านหวั่นรถเหยียบแจ้งกู้ภัยนำส่ง รพ.

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.09 น.

ชาวบ้านเจอยายเฒ่าวัย 80 นอนริมถนน กลัวรถเหยียบช่วยกันพามานอนข้างถนนปากทางเข้าวัดช่องสลอด เมืองระยอง พูดจาวกวนคล้ายคนเมา ขณะที่บุตรสาวเผยแม่มีอาการจิตเภทและดื่มสุราหนีออกจากบ้านหลังอาละวาดจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ สุดลำบากไร้เงินพาไปรักษาให้หาย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ธ.ค.65 หน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือพบหญิงชรานอนอยู่ริมถนน หวั่นจะถูกรถชนบริเวณปากทางเข้าวัดช่องสลอด ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่จุดรับแจ้ง พบหญิงชราผมขาวโพลน ใส่เสื้อคอกระเช้าสีม่วงผ้าถุงลายดอกสีส้ม นอนอยู่ริมถนน โดยไม่สนใจต่อรถราที่วิ่งผ่านไปมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศลระยอง จึงเข้าไปตรวจสอบ โดยเรียกให้ยายลุกจากพื้นถนน แต่ปรากฎว่ายายมีอาการเกรี้ยวกราดและพูดจาวกวน คล้ายคนเมาพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้กลับบ้าน แต่ไม่เป็นผล ส่งเสียงตะโกนด่าลั่นถนน  

ต่อมา น.ส.บัวลอย อายุ 43 ปีได้เดินทางมาพร้อมทั้งกล่าวว่า ยายชื่อนางค่าย อายุ 80 ปี เป็นมารดาของตนเองโดยป่วยเป็นโรคเครียดและชอบดื่มสุราโดยเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.65) ช่วงหัวค่ำ นางค่าย เกิดอาการเครียด และอาละวาดด่าทอตนเองลั่นบ้านแล้วก็ถือมีดจะมาฟันตน ซึ่งตนก็ยอมให้แม่ฟัน แต่แม่ไม่ฟัน แม่จึงเอามีดที่ถือ ฟันไปที่หัวตัวเอง ตนก็เลยเข้าไปแย่งมีดมาได้ หลังจากนั้นแม่ก็หันไปคว้าไม้กวาด ฟาดเข้าที่ศีรษะของตนจนหน้าผากบวมเล็กน้อย ด้วยความกลัวจึงรีบพาหลานชายอายุ 9 ขวบหนีออกจากบ้านไปนอนที่ โรงเรียนจนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ (1 ธ.ค.) มาได้รับแจ้งว่าเจอแม่นอนอยู่ริมถนน จึงรีบมาดู 

ต่อมา น.ส.บัวลอย ได้เข้าหานางค่าย พยายามบอกให้แม่ไปกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะได้พาไปรักษาที่ รพ.ระยอง แต่ก็ไม่เป็นผล ต่อมามี น.ส.นายิกา ศิรารัตน์ อายุ 55 ปีได้มาช่วยคุยให้ยายใจเย็นลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันพาตัวไปส่งไปรักษาที่ รพ.ระยองได้ 

น.ส.บัวลอย เปิดเผยต่ออีกว่า ที่ผ่านแม่ป่วยเป็นจิตเภทและหันมาดื่มสุรา อาการก็กำเริบหนักขึ้น มักจะมีอาการเครียดบ่อยครั้งและมักจะมีอาการเกรี้ยวกราด ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ จะคว้ามีด คว้าไม้ทำร้าย สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็ก ตนก็หวาดระแวงไม่รู่เมื่อไหร่จะถูกทำร้าย แม่ยังเคยเอามีดมาตัดนิ้วตัวเองจนขาด ปัจจุบันนิ้วชี้มือซ้ายก็ขาดไป 2 ข้อตนจึงต้องระวังตัวอยู่ตลอด อยากจะพาไปรักษาแต่ก็ไม่มีเงิน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพาแม่ไปรักษาโรคจิตเภทเพื่อจะได้หายจากอาการที่เป็นอยู่จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน

น.ส.นายิกา ศิลารัตน์ จิตอาสา เล่าว่า เมื่อเช้าวันนี้มีชาวบ้านแจ้งมาว่าพบยายเฒ่านอนอยู่กลางถนน ชาวบ้านกลัวรถจะเหยียบเอาเลยขอให้ยายไปนอนข้างถนน แต่ยายต่อต้าน ชาวบ้านเลยช่วยกันอุ้มมานอนอยู่ข้างถนน ตนจึงแจ้งกู้ภัยสว่างพรกุศลให้ไปตรวจสอบ 

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ทราบดีถึงอาการป่วยของนางค่าย เพราะมักจะเห็นนางค่ายอาละวาด และหนีออกจากบ้านมาเดินอยู่ริมถนน เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เดินมานอนอยู่ริมถนนที่อยู่ห่างจากบ้านร่วม 5 กิโลเมตรต่างก็เห็นใจทั้งตัวนางค่ายและบุตรหลาน จึงต้องการให้พาไปรักษาให้หายจากอาการป่วยที่เป็นอยู่ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว!! รพ.วัดห้วยปลากั้ง เพื่อคนยากไร้ ‘หลวงพ่อพบโชค’ รักษาฟรีวันละ 500-1,000 ราย

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695566

เปิดแล้ว!! รพ.วัดห้วยปลากั้ง เพื่อคนยากไร้ 'หลวงพ่อพบโชค' รักษาฟรีวันละ 500-1,000 ราย

เปิดแล้ว!! รพ.วัดห้วยปลากั้ง เพื่อคนยากไร้ ‘หลวงพ่อพบโชค’ รักษาฟรีวันละ 500-1,000 ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.29 น.

1 ธ.ค.65 ที่วัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พระพุทธิญาณมุนี (ประเสริฐ ปัญญาวชิโร) เจ้าคณะ จ.เชียงราย ประธานฝ่ายสงฆ์ และนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ในการเปิด “โรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม” ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าวัดห้วยปลากั้ง โดยพระไพศาลประชาทร วิ.” หรือ “หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง นายแพทย์วัชรพงศ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมในพิธีครบครัน

โดย นายภาสกร กล่าวว่า ในปัจจุบันปัญหาความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาลยังคงมีอยู่ในสังคม ดังนั้นการสร้างโรงพยาบาลจึงถือเป็นการเติมเต็มด้านการรักษาพยาบาลต่อผู้ยากไร้ โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดสร้างด้วยงบประมาณจำนวนมากจึงถือเป็นเรื่องของบุญบารมีของผู้ที่จะก่อสร้าง จนกระทั่งเมื่อมีการเปิดให้บริการได้ในครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า พระไพศาลประชาทร วิ.” หรือ “หลวงพ่อพบโชค” เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง  เป็นผู้มีบารมีและจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง

ทางด้าน พระไพศาลประชากร วิ. หรือ หลวงพ่อพบโชค กล่าวว่า จ.เชียงราย ยังมีผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยและอื่นๆ ที่เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีได้ยากเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีแนวคิดจะสร้างโรงพยาบาลมานานแล้ว และเบื้องต้นจะมุ่งเน้นในเรื่องทันตกรรม และช่องปาก ส่วนแต่ก็สามารถรับรักษาโรคทั่วไป และสามารถตรวจภายในอวัยวะประเภทตับ ไต ปอด ฯลฯ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถรองรับได้วันละประมาณ 500 ราย และในอนาคตสามารถขยายไปถึง 1,000 คนได้ต่อไป ดังนั้นทางวัดจะไม่มีการก่อสร้างโครงการใหม่อีกแล้วเพราะต่อไปนี้จะทุ่มงบประมาณไปเพื่อกิจการของโรงพยาบาลเท่านั้น และจะทำงานประสานกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กรณีต้องส่งต่อ กรณีผู้ป่วยหนักต่อไป

“เนื่องจากในช่วงก่อสร้างโรงพยาบาล เป็นช่วงเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ราคาของวัสดุก่อสร้างต่างๆ เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 300% ทำให้การคำนวนการใช้งบประมาณช่วงแรกว่าจะใช้ประมาณ 400 ล้านบาท ปรากฎว่าเมื่อประสบเหตุดังกล่าวทำให้ต้องใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 730 ล้านบาท กระนั้นตนต้องการเร่งช่วยเหลือผู้ยากไร้จึงไม่ได้ชะลอการก่อสร้างและหลังจากการเปิดแล้วในวันที่ 10-11 ธ.ค.ก็จะเริ่มมีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ให้คนไข้กว่า 1,000 คน ต่อไปโรงพยาบาลยังเป็นเวทีแห่งการสาธารณสุข จ.เชียงราย เช่น พื้นที่คัดกรอง ฉีดวัคซีน ควบคุมโรค ฯลฯ โดยจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน ส่วนบุคคลากรต่างๆ ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ก็จะเน้นไปที่การมีจิตสาธารณะและมารยาททางสังคม สำหรับนายอิ่น จินดา อายุ 40 ปี และนางสิงห์นิตย์ จินดา อายุ 38 ปี ชาวชุมชนห้วยปลากั้ง ที่มีฐานะยากจนและบุตรเสียชีวิต เมื่อได้เงินค่าสินไหมมาได้จำนวน 100,000 บาทได้นำมาบริจาคให้วัดหมดนั้นก็จะนำชื่อติดไว้ที่ด้านหน้าโรงพยาบาลเพื่ออนุโมทนาบุญด้วยแล้ว” พระไพศาลประชากร วิ. หรือ หลวงพ่อพบโชค กล่าว

แพทย์หญิงอัมพวัน ศรีครุฑรานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาเม็งราย กล่าวว่า การสร้างโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาล เพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชน นอกเหนือจากที่ต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชน จึงได้จัดหางบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างเบื้องต้น 720 ล้านบาท ซึ่งเริ่มการก่อสร้างเมื่อวันที่11 เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ลักษณะโครงสร้างของโรงพยาบาลออกแบบคล้ายกับรูปเรือ มีความยาว 108 เมตร ความสูง 7 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 19,000 ตารางเมตร มีบุคลากรจำนวน 35 คน  ประกอบด้วย แพทย์ 3 คน  ทันตแพทย์ 1 คน พยาบาล10 คน เภสัชกร 1 คน พนักงานทั่วไป 20 คน รวมถึงมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ มีเอกลักษณ์เฉพาะ ตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ที่ดี และสวยงาม ที่พร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้แล้วในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจของวัดห้วยปลากั้ง ได้เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปได้บริจาคทานเพื่อช่วยเหลือกิจการของโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม โดยร่วมเป็นเจ้าภาพจัดซ์้อเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่นๆ ในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีวัดห้วยปลากั้ง หมายเลขบัญชี 118-1-21984-6 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมไดที่ 086-620-0647,053-150-274

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หนูนา’ประสานเฮลิคอปเตอร์ เร่งช่วยลูกช้างป่าเพศเมียพลัดหลงโขลงล้มป่วย (คลิป)

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695565

'หนูนา'ประสานเฮลิคอปเตอร์ เร่งช่วยลูกช้างป่าเพศเมียพลัดหลงโขลงล้มป่วย (คลิป)

‘หนูนา’ประสานเฮลิคอปเตอร์ เร่งช่วยลูกช้างป่าเพศเมียพลัดหลงโขลงล้มป่วย (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

“หนูนา-น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา”อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กขณะเจ้าหน้าที่รักษาลูกช้างป่าพลัดหลงล้มป่วย พร้อมประสาน ฮ.เคลื่อนย้านรักษาที่บึงฉวาก สุพรรณบุรี

วันนี้ (1 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้นำคลิปวีดีโอขณะเจ้าหน้าที่กำลังทำการช่วยเหลือรักษาลูกช้างป่าที่กำลังล้มป่วยรวม 3 คลิปมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก “NuNa Silpa-archa” พร้อมกับเขียนข้อความระบุว่า “ป้าจะช่วยหนูเต็มที่ กำลังขอ รมว.ทส.ประสานเรื่อง ฮ.หนูต้องสู้นะลูกนะ…”

สำหรับข้อความถัดไปเป็นไปในลักษณะรายงานผู้บังคับบัญชา ระบุว่า “เพื่อโปรดทราบ ภายใต้การกำกับการของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) วันที่ 30 พ.ย.2565 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) และสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า ขอรายงานการปฏิบัติงาน ช่วยเหลือลูกช้างป่าพลัดหลง เพศเมียจำนวน 1 ตัว น้ำหนักโดยประมาณ 130-150 กิโลกรัม พิกัดพื้นที่ 47P 0524240E 1654254N ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี รายละเอียดมีดังนี้

1.วันที่ 29 พ.ย. 65 เข้าทำการช่วยเหลือลูกช้างป่าพลัดหลง ตัวดังกล่าว

1.1 ได้รับแจ้งจากพระธุดงค์ในพื้นที่ว่าพบลูกช้างป่าพลัดหลง ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.65 โดยได้สร้างคอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก เพื่อรอฝูงช้างป่าให้เข้ามารับลูกช้างป่าพลัดหลงตัวดังกล่าว แต่ยังไม่พบฝูงช้างป่ามารับแต่อย่างใด

1.2 เข้าทำการช่วยเหลือลูกช้างป่าพลัดหลงตัวดังกล่าว โดยการให้นมผงชนิดเอนฟาแลคผสมยาขับลมไกรวิเตอร์ ทุก 1 ชม. และให้สารน้ำเข้าหลอดเลือดดำ 

1.3. ทีมสัตวแพทย์ประเมินอาการแล้วพบว่า ลูกช้างป่าตัวดังกล่าว อ่อนแรงมาก ขาดน้ำรุนแรง ถ่ายเหลว มีเยื่อเมือกซีด พบแผลหลุมในช่องปาก พบแผลแมลงวันวางไข่บริเวณปลายริมฝีปากล่างและใบหู พบรอยขีดข่วนบริเวณลำตัว 

2.วันที่ 30 พ.ย. 65 2.1 ป้อนนมชนิด Enfalac ผสมยาขับลม 2.2 ป้อนเกลือแร่ 2.3 ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 2.4 ให้วิตามินบำรุงแบบฉีด 2.5 ให้ยากำจัดปรสิตภายในและภายนอก 2.6 ให้ความอบอุ่นแก่ลูกสัตว์โดยการก่อไฟ ห่มผ้าห่ม ในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้า 2.7 ทำการวัดอุณหภูมิร่างกาย อยู่ที่ 98 องศาฟาเรนไฮร์ 

ทั้งนี้ สภาพพื้นที่ที่ทำการเลี้ยงดูแลลูกช้างป่าพลัดหลงตัวดังกล่าว ไม่เหมาะสม ซึ่งสรุปโดยทีมสัตวแพทย์และคณะเจ้าหน้าที่ ดังนี้ 

1.เส้นทางการเข้าออกลำบาก เดินทางเส้นทางชัน (เดินขึ้นเขา) ป่ารกทึบ ฝนตกเป็นระยะๆ ต้องเดินข้ามห้วย แนวการเดินค่อนข้างแคบ ลื่น ไม่สามารถใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ (เดินเข้าป่าลึกระยะทาง 4 กิโลเมตร) 

2.ถ้าเกิดเหตุกรณีฉุกเฉินเกี่ยวกับตัวสัตว์และทีมเจ้าหน้าที่ จะอันตรายมาก เนื่องจากไม่สะดวกทั้งการเดินทาง และติดต่อสื่อสาร

3.หัวหน้าและทีมสัตวแพทย์ มีความเห็นว่า ควรใช้เฮลิคอปเตอร์ ขนาดที่เหมาะสมกับตัวลูกช้างป่า ลูกช้างป่ามีขนาดความยาว 117 ซม. ความสูง 89 ซม. และ ความกว้าง  (ซ้าย-ขวา) 49 ซม. โดยวางแผนตอนทำการเคลื่อนย้ายโดยให้ลูกช้างป่าอยู่บริเวณในตัวเฮลิคอปเตอร์ (ห้องโดยสาร)  

 4.ทั้งนี้ สภาพพื้นที่เป็นหุบเขา ร่องห้วย การประเมินการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการลงจอด จะต้องประเมินโดยนักบินผู้เชี่ยวชาญ ว่าสามารถทำการลงจอดได้หรือไม่ อย่างไร

 5.ทีมสัตวแพทย์ ลงความเห็นว่า ควรนำลูกช้างป่าพลัดหลงตัวดังกล่าว มาดูแลรักษาเบื้องต้น ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เนื่องจากมีทีมสัตวแพทย์จากสบอ.3 (บ้านโป่ง ) สัตวแพทย์จากส่วนกลางกรมอุทยานฯ และ สัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก ยารักษา และอุปกรณ์ที่มีความพร้อม สะดวกในการเดินทาง และระยะทางการเคลื่อนย้ายใกล้กว่าพื้นที่อื่นๆซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพสัตว์

นายไชยวุฒิ อารีย์ชน เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สพ.ญ.ลักขณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก – 003

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnuna.silpaarcha%2Fposts%2Fpfbid02Zme8mk81LE59iazZux1aTL5HkuzNntNuf9iMwhzU23HBLxFeEpZqWMs9EcK14UNSl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,487 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d