Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694143

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

งานศิลปะที่เอื้อกับเกษตรคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.08 น.

ถ้านึกถึงงานศิลปะที่โดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ ในวงการตกแต่งบ้านสไตล์คนเมืองที่รักการผสมผสานระหว่างงานเกษตรและงานด้านศิลปะ จะต้องนึกถึง “สนิท” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันในวงการบ้านและสวน ซึ่งโดดเด่นสะดุดตาผู้เข้าชมงานบ้านและสวน 2022 

ที่สำคัญเจ้าของธุรกิจไอเดียบรรเจิดนี้ คือ นางนุชนารถ รัตนเวโรจน์ ภรรยาของนายจอห์น รัตนเวโรจน์ หนึ่งในศิลปินนักร้องและนักดนตรีวง “นูโว” ซึ่งนำความชอบด้านงานศิลปะมารังสรรค์ผสมผสานกับงานต้นไม้ได้อย่างลงตัวในราคาตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักแสนบาท โดยใช้ชื่อร้านว่า “สนิท” (SANIT) และ ปัจจุบันมี 2 สาขา คือ สาขาแรกที่หมู่บ้านสัมมากร รามคำแหง ซอย 110 และ คลองเตย กรุงเทพมหานคร ตกแต่งสไตล์โมรอคโค และ สาขาที่สอง อยู่ที่คลองเตยตกแต่งสไตล์ Chi art serie Hotel รูปแบบถ้ำสีแชมเปญแอฟริกันสไตล์

นางนุชนารถเล่าถึงที่มาการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มาพร้อมกับสายกรีนอย่างยั่งยืนว่า มาจากแรงบันดาลใจเมื่อครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปทำรายงานโทรทัศน์ที่ประเทศญี่ปุ่น และ มีการสอนปั้นเซรามิกส์ ซึ่งงานศิลปะนี้สามารถเข้าไปแก้ปัญหาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื่องกล้ามนิ้วมือและผู้สูงอายุได้  

“นุชอยู่ในวงการโทรทัศน์มา 30 กว่าปี เราอยู่กับครอบครัวที่พ่อแม่เป็นผู้สูงอายุ คุณพ่อเป็นสถาปนิก คุณแม่เป็นแม่บ้าน ทั้งสองท่านรีไทร์ทั้งคู่ แล ะเริ่มป่วย เริ่มเครียด และ เราก็รู้สึกเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงคนที่เขาเกษียณ เขาไม่มีอะไรทำ เราก็ต้องเริ่มดูแลเป็นพิเศษ วันหนึ่งก็ไปที่จังหวัดหนึ่งในญี่ปุ่น ไปทำรายการ เราได้เห็นคนที่มีปัญหาเรื่องกล้ามนิ้วมือ และ ผู้สูงอายุ มีอะไรทำระหว่างวัน ระหว่างที่เราทำก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปั้นดิน ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจซึ่งมาจากสิ่งที่เราเห็นผู้คนในขณะนั้น และไปที่ญี่ปุ่น เราก็เห็นว่าการปั้นนี้ดีน่ะ เราก็รู้สึกภาคภูมิใจ และ เก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ไว้ วันหนึ่งก็ไปเห็นเครื่องปั้นดินเผาที่ตุรกี และ อิตาลี ก็ไปทำรายการแล้วก็ได้ไปเห็นงานศิลปะ นุชก็พริ้นท์ภาพถ่ายสวยๆเหมือนเป็นเรฟเฟอร์เรนท์ คุณพ่อก็งงว่า เอาอะไรมาให้เขาปั้น เครื่องมือก็ซื้อมาให้แบบเต็มเรียบร้อย เพราะว่าเราก็ต้องไปทำงานต่างประเทศ ปรากฎว่าเป็นทริปที่คุณพ่อและคุณแม่ไม่โทรหาเรา และ หลังๆก็มีน้อยมากที่จะโทรหาเรา พอกลับมาจากทำรายการ มาเห็นผลงานของคุณพ่อและคุณแม่ก็เลยรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ คุณพ่อปั้นสวยมาก ภาพแรกเป็นปราสาทอยู่หน้าภูเขา ซึ่งความรู้เรื่องแลนสเคป (Landscape) ของคุณพ่อทำให้ออกมาสวยมาก และ คุณแม่ก็ช่วยทาสี ตอนนั้นท่านก็ปั้นเยอะเลย ต่อมาก็นำชิ้นงานมาผสมผสานกับต้นไม้ที่เราชอบ เพราะเราชอบต้นไม้ มีปราสาทในแฟนตาซี พอปั้นไปเรื่อยๆคุณพ่อเองไม่ต้องการตัวอย่างแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณพ่ออายุจะ 81 รู้สึกว่า การที่ท่านแสดงออกงานปั้นผ่านงานศิลปะ เป็นตัวของตัวเอง เราไม่เคยเห็นที่ไหน อย่างงานเลดี้กับผู้หญิง และตอนนี้งานปั้นของคุณพ่อมีเป็นหมื่นๆชิ้น ก็ประทับใจ แล้วก็มันเริ่มเยอะขึ้น และก็เริ่มให้ซื้องานของคุณพ่อให้ลูกน้องก่อน และ ต่อมาก็ให้เพื่อนมาช่วยซื้อ งานปั้นมีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงแสนบาท เราก็เลยต้องใช้ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องการตลาด และ เรื่องดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง ตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว เพราะเราต้องทำแพลตฟอร์มของออนไลน์ เช่น เรื่องยูทูบ อินสตราแกรม เฟสบุ๊ค” นางนุชนารถเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

สำหรับชื่อ “สนิท” นั้น นางนุชนารถเล่าว่า ชื่อ “สนิท” มาจากนามสกุล “กลิ่นสนิท” ซึ่งเป็นความภูมิใจที่นำท้ายนามสกุลมาตั้งชื่อร้าน และ เป็นการสื่อว่าร้านนี้จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนได้มาสนิทกัน 

“อย่างคนที่มาเรียนที่นี่ไม่รู้จักกัน ก็มาสนิทกัน เป็นคอมมูนิตี้ (community)เล็กๆ ต่อมาก็ทำการตลาดออนไลน์ขึ้นมา โดยเปิดพื้นที่สวนในบ้านทีี่สัมมากร เปิดสอนจนรถจอดหน้าบ้านเต็ม ก็ต้องไปเช่าบ้านเพิ่ม คุณพ่อพอได้มาสอน จากที่เคยป่วยทุกโรค ก็หายทุกโรค เพราะจับเงิน คุณแม่ก็สุขภาพดีขึ้น น้องสาวจบเพาะช่าง ชื่อลาวัลย์ทิพย์ กลิ่นสนิท หรือ ครูอพอลโล ก็ให้มาช่วย จากที่เขาก็มีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วนพี่ชายอีก 2 คน เป็นสถาปนิก ก็มาช่วยกันวางแผนคิดโน่นคิดนี่ พี่น้องไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆ ทำให้เรามีความสุขมาก ทำให้เห็นว่า เราได้อยู่กับครอบครัวซึ่งพื้นที่ร้านที่สนิทปรากฎว่า มีลูกค้าที่เป็นหมอที่ทำงานเครียด เอเจนซี่ที่ต้องทำงานให้ลูกค้า พนักงานประจำที่ทำงานเครียด หรือ บางคนที่ทำงานเครียดมาก ก็จะหนีมาหา “สนิท” 

เราก็รู้เลยว่า เขาต้องการความสงบ ต้องการสมาธิ หรือ ต้องการฉีกจากโลกที่เขาอยู่ นุชก็เลยมีเพื่อนหลากหลายอาชีพ ทำให้ธุรกิจในช่วงแรกๆเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ก็ขยับขยายไปเรื่อยๆตั้งแต่ เริ่มซื้อหลังคา เก้าอี้ แอร์ตู้ และ เริ่มเกรงใจเพื่อนบ้าน เพราะที่จอดรถหน้าบ้านเริ่มเต็ม ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีโควิด ซึ่งนุชชอบทำอาหาร ทำส้มตำ เอามะละกอหลังบ้านมาทำ เราจะชอบการจัดอาหารสวยๆ เราทำอาหารเลี้ยงกินกันฟรี ก็แชร์กันปากต่อปากว่า มาเรียนที่สนิทแล้วแล้วมีอาหารเลี้ยงฟรี ต่อมาเราก็คิดว่า ถ้าธุรกิจจะเจริญรุ่งเรืองได้ ต้องวางแผนที่เหมาะสม 

เราก็เลยขยายเรื่องพื้นที่สอน ก็ได้ที่ตรงนี้ติดกับทะเลสาป ทำให้สนิทเต็มรูปแบบ เป็นสไตล์โมรอคโค โดยเธอเล่าวว่า เป็นคนที่ชอบสไตล์โมรอคโค ซึ่งมีสีสันที่สัมผัสแล้วไม่ง่วง ทำให้คนที่เข้ามาในร้านจะมีความรู้สึกแอคทีฟ

“สไตล์โมรอคโคจะเป็นศิลปะที่ทำให้มีมุมที่ถ่ายรูปสวย และ แตกต่างกันในแต่ละมุม และที่สำคัญจะมีงานศิลปะหลอกหลอนเราในแต่ละที่ รวมทั้งด้วยความชอบทำอาหารนุชกับลูกชายคนโตคือ น้องจัสติน หรือ นายมหาสมุทร รัตนเวโรจน์  ไปเรียนเลอ กอร์ดอง เบลอ และ เรียนดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง มาด้วยกัน ตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว นุชก็จะสนิทกับลูกชายคนโตมาก และ นุชใช้หลักบริหาร 3 แปดให้ได้ คือ นอน 8 ชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง ให้ครอบครัว 8 ชั่วโมง รวมไปถึงยังมองว่าการทำงานยุคนี้ต้อง Passive income คือ ทางรอดของธุรกิจยุคนี้ ดังนั้น ความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่ เรามาสอดแทรกในงานศิลปะ และ จิวเวอร์รี่ ถ้าคนมาเรียนเราจะถามก่อนว่า เรียนเป็นงานอดิเรก หรือ เรียนเป็นอาชีพ ถ้าเรียนเป็นอาชีพเราก็จะใส่เรื่องดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งให้” นางนุชนารถทิ้งท้ายเรื่องมุมมองการนำศิลปะมาประยุกต์กับโลกยุคดิจิตอล ซึ่งเมื่อพัฒนารูปแบบงานศิลปะสู่โลกแห่งต้นไม้แล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นั้นคือเรื่องหลักการตลาดและการบริหารงานนั่นเอง โดยเธอนำความละเอียดในการบริหารงานนี้ ส่วนหนึ่งมาจากงานอาชีพเดิมคือ การเป็นแอร์โฮสเตส ในสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ 

นอกจากนี้ งานปั้นทุกชิ้นในร้าน “สนิท” ยังนำดินที่เหลือจากการปั้น และ ผลงานเก่าๆ มารีไซเคิลทำใหม่ เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย 

สำหรับท่านใดที่สนใจงานศิลปะที่เหมาะกับคนเมืองสายกรีนนั้น สามารถไปได้ที่ร้าน “สนิท” เลขที่ 245/7 หมู่บ้านสัมมากร ถ.รามคำแหง 110 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. 10240 หรือ โทร.081-818-1148    

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด ‘สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง’ คอหวยเชื่อมาให้โชค

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694102

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด 'สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง' คอหวยเชื่อมาให้โชค

ขอเลขเด็ดลูกหมูประหลาด ‘สีเผือกมีงวงคล้ายช้าง’ คอหวยเชื่อมาให้โชค

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

วันนี้ (24 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 157 หมู่ 1 บ้านอีโครต ต.ศรีโครต อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกหมูประหลาดคลอดออกมามีสีเผือกและมีงวงเหมือนช้าง เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังพากันดูลูกหมูประหลาดที่ดังกล่าว โดยนายเรียน นามโครต เจ้าของลูกหมูประหลาดได้นำลูกหมูตัวดังกล่าวมาให้ดู พบมีรูปร่างร่างแปลก ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมาขอดูและพูดเหมือนกันว่า ลูกหมูตัวนี้เหมือนกับลูกช้างมาก

นายเรียน นามโครต เจ้าของหมู เล่าให้ฟังว่า ได้เลี้ยงแม่หมูป่าสีดำอายุประมาณ 5 ปี ล่าสุดได้คลอดลูกออกมาทั้งหมด 12 ตัว ลูกหมูที่คลอดออกมาตายไปทั้งหมด 3 ตัวเหลืออยู่ 9 ตัว ลูกหมูทุกตัวที่คลอดออกมามีสีดำปกติ และมีลูกหมูตัวเมีย 1 ตัว มีรูปร่างลักษณะและสีที่แปลกแตกต่างจากตัวอื่นๆ คือมีสีเผือก มีงวงโผล่ออกมาเหมือนกับงวงช้าง มีตาทั้งสองข้างแนบชิดติดกัน

ลูกหมูตัวดังกล่าวคลอดออกมาเป็นตัวสุดท้าย ตนเห็นว่าแปลกประหลาดจึงนำร่างหมูเผือกตัวดังกล่าวมาเก็บไว้ในตู้แช่แข็งที่ร้านค้าชุมชนกลางหมู่บ้าน เพราะเชื่อว่าน้องหมูเผือกตัวนี้อาจจะมาให้โชค เพราะตั้งแต่เลี้ยงหมูมาไม่เคยเจอลูกหมูที่คลอดออกมาแล้วมีลักษณะที่แปลกแบบนี้ พอชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า มีลูกหมูแปลกประหลาด ต่างพากันแห่มาชมและขอโชคขอลาภ นำดอกไม้ธูปเทียน ธูปเสี่ยงทายมาจุดขอเลขเด็ด เช่นเดียวกัน 

ด้าน น.ส.นารี วรรณสิงห์ อายุ 42 ปี ชาวบ้านอีโครต ต.ศรีโครต อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า พอตนทราบข่าวก็รีบมาดู เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอลูกหมูที่มีลักษณะแปลกประหลาดแบบนี้ เชื่อว่าคงมาให้โชค เพราะก่อนที่ตนจะเดินทางมาที่นี่เมื่อคืนได้ฝันว่า ที่บ้านได้จัดงานรื่นเริงมีแขกมาร่วมงานมากมายคล้ายกับมาร่วมแสดงความยินดีอะไรสักอย่าง ซึ่งเชื่อว่าในความฝันลูกหมูตัวนี้คงมาให้โชคแน่นอน จึงเดินทางมาดูเผื่อได้โชคใหญ่จากลูกหมู ซึ่งตนเชื่อว่าจะถูกรางวัลใหญ่ในงวดนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลขเด็ด’แมวมารวย’ ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694084

เลขเด็ด'แมวมารวย' ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

เลขเด็ด’แมวมารวย’ ทายาทเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียน ให้โชคถูกหวยมาแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

เลขเด็ด’แมวมารวย’ทายาท’เจ้าโทน’แมวแม่ตะเคียน แห่งวัดใหม่โคกมะรุม ใช้ปากคาบตัวเลขเสี่ยงทายให้โชคหญิงชาวกรุง เมื่องวดที่ผ่านมา ถูกสามตัวตรงๆ  

24 พฤศจิกายน 2565 ที่บริเวณวัดใหม่โคกมะรุม ตำบลม่วงเตี้ย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ชาวบ้านเดินทางขอตัวเลขเสี่ยงทายจากแมวชื่อมารวย ซึ่งเป็นแมวที่อาศัยอยู่ภายในวัดใหม่โคกมะรุม หลังเมื่องวดที่ผ่านมานั้น ได้คาบตัวเลขเสี่ยงทายให้หญิงสาวชาวกรุงเทพฯ ถูกเลขเด็ดจากแมวมารวยมาแล้ว

ครั้งชาวบ้านทราบข่าวต่างเดินทางมาให้แมวมารวย คาบตัวเลขเสี่ยงทายกันอย่างคึกคัก โดยการนำกระดาษเขียนตัวเลข 0-9 จำนวน 3 ชุด ใส่ไว้ในพาน แล้วทำการล่อหลอก ให้แมวมารวยคาบตัวเลขออกมาได้อย่างสมใจ ครั้งนี้ได้ตัวเลข 449 ไปเสี่ยงดวง

ลุงเปี๊ยก วัย 67 ปี กรรมาการวัด เล่าให้ฟังว่า มารวยเป็นแมวเพศเมีย สีส้มแซมดำ อายุประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นลูกของเจ้าโทนแมวแม่ตะเคียนกับแมวที่วัด เจ้าโทนนั้นเป็นแมวที่ชอบใบ้หวยให้นักเสี่ยงดวง ถูกเป็นประจำ จนเป็นที่โด่งดัง มีแฟนคลับจำนวนมาก หลังได้ตายไป กรรมการวัดได้ทำการสตาฟร่างเจ้าโทนไว้ ให้ชาวบ้านได้ขอตัวเลขเสี่ยงทาย

ล่าสุดเมื่องวดที่ผ่านมา ได้มีหญิงสาวเดินทางมาจากรุงเทพฯ และได้ขอเลขเสี่ยงทายจากเจ้าโทน จู่ๆเจ้าแมวมารวย ได้เดินเข้ามแล้วคาบตัวเลข ที่เป็นกระดาษม้วนวางไว้ในพาน แล้วคาบไปให้กับหญิงสาวจำนวน 3 ตัว และถูกตัวเลข 3 ตัวตรงๆ เมื่องวดที่ผ่าน

ชาวบ้านทราบข่าวไม่พลาด นำกระดาษเขียนตัวเลข พร้อมเดินหาแมวมารวยที่ชอบนอนอยู่ภายในโพรงต้นตะเคียน แล้วอุ้มมา ให้แมวมารวยคาบเลขเสี่ยงทาย นำไปเสี่ยงดวงกันอย่างคึกคัก 

ทั้งนี้บริเวณวัดใหม่โคกมุรุม มีแม่ต้นตะเคียนที่ชาวบ้านนำมาถวายอยู่ภายในวัดกว่า 50 ต้น ซึ่งมีต้นตะเคียนภายในวัดมากที่สุด กว่าทุกวัดในประเทศไทย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าลืม’พุโซดาบาดาล’แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694048

อย่าลืม'พุโซดาบาดาล'แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

อย่าลืม’พุโซดาบาดาล’แม่ค้าอาหารตามสั่งวอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบน้ำพุ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.02 น.

“เจ้พิม” แม่ค้าอาหารตามสั่ง วอนปรับภูมิทัศน์รับนักท่องเที่ยวรอบ “พุโซดาบาดาล” อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนายกเล็กเทศบาลตำบลห้วยกระเจา ชวนดื่มน้ำแร่โซดาเพื่อสุขภาพ อนาคตพร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร

วันที่ 24 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจพุโซดาบาดาล โครงการศึกษา สำรวจและรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ในการหาแหล่งน้ำมาบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งซ้ำซากให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งพุโซดาที่ค้นพบตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ 12 บ้านสระตาโล ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย

สำหรับพุโซดาบาดาลค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงเดือน ก.พ.2564 โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)จากนั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในระดับประเทศ ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 คนเดินทางมาทดลองดื่มน้ำพุที่มีรสชาดคล้ายกับโซดา รวมทั้งถ่ายภาพเซลฟี่กับน้ำพุที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าระดับ 10-20 เมตร เอาไว้เพื่อเป็นที่ระลึก ทำให้เกิดร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งร้านกาแฟผุดขึ้นโดยรอบบริเวณ แต่หลังจากเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวเริ่มซบเซาลงการพัฒนาไม่สามารถเดินต่อไปได้

ทั้งนี้นางพิมพา ไชยลังกา เจ้าของร้านเจ้พิม เล่าว่า ตนเปิดร้านขายอาหารจานเดียวมาตั้งแต่สมัยพุโซดาบาดาลเริมรุ่งเรื่อง สมัยก่อนมีร้านค้าอยู่นับร้อยร้านทำให้เม็ดเงินสะพัดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่หลังจากเชื้อโควิด-19 ระบาด สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เริ่มซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าต่างๆที่มีอยู่เริ่มทยอยปิดตัวลง ปัจจุบันนี้เหลืออยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 100 คน ทำให้พอขายอาหารได้บ้างอย่างน้อยวันละกว่า 1 พันบาท หรือ 800 บาท แต่ก็มีบางวันที่ขายไม่ได้เลยโดยเฉพาะวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ภาพรวมก็ยังพออยู่ได้ แต่ต้องใช้จ่ายกันอย่างประหยัด ทั้งนี้อยากฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้มาช่วยพัฒนาพื้นที่พุโซดาบาดาลให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต เบื้องต้นขอให้มาสร้างที่นั่งพักให้กับนักท่องเที่ยวที่มาในวันหยุดเพื่อหลบแดด เพราะช่วงเวลากลางวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนจัด

ด้านนายอภิชาต สืบศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระเจา กล่าวว่า ปัจจุบันที่พุโซดาบาดาลยังคงมีแร่โซดา ห้วยกระเจา จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเช่นเดิน โดยจำหน่ายเป็นแพคๆละ 1 โหล ในราคา 100 บาท เงินที่ได้มาจะนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าและจ่ายค่าแรงให้กับผู้ดูแล

อนาคตทางเทศบาลจะนำตัวอย่างน้ำแร่ไปตรวจที่ อย.เมื่อ อย.ผ่านให้แล้ว เราจะเริ่มทำเป็นแพคเกจให้สวยงาม เพื่อนำไปเป็นของฝากสำหรับเทศบาลในอนาคต และนอกจากนี้จะทำการโฆษณาเพื่อโปรโหมดไปถึงเทศบาล หรือ อบต.และหน่วยงานต่างๆให้ทราบ เมื่อหน่ายงานเหล่านั้นมีการจัดกิจกรรม ทางเทศบาลของเราก็จะนำไปแจกหรือจำหน่ายเพื่อให้ทุกคนได้ทดลองดื่ม

ที่ผ่านมามีชาวบ้าหลายคนที่ได้ดื่มน้ำแร่โซดาห้วยกระเจา พบว่าสุขภาพดีขึ้น จึงมีการบอกต่อๆกันไป บางคนเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่และอีกหลายจังหวัดได้นำกลับไปดื่มที่บ้านเมื่อดื่มแล้วรู้สึกสุขภาพดีขึ้น จึงโทรหาญาติที่อยู่ใกล้ มาซื้อแล้วส่งไปให้ บางรายถึงกับเดินทางมาซื้อแบบเหมาเพื่อนำไปฝากญาติพี่น้องก็มี

สำหรับวันหยุดหรือช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็อยากจะเชิญชวนทุกคนมาเที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น คือพุโซดาบาดาลที่ขุดเจาะพบมาแล้วร่วม 2 ปี แต่พุโซดาก็ยังพวยพุ่งอย่างสวยงามไม่ยอมหยุดและไม่มีท่าทีว่าปริมาณจะลดลง ซึ่งสุดท้ายนี้ก็หวังว่า ประชาชนชาวตำบลห้วยกระเจา รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรีและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่เคยมาจะยังคงจำกันได้และไม่ลืมว่า แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ยังคงมีอยู่เช่นเดิม และอนาคตทางเทศบาลจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังอย่างถาวรต่อไป

ด้านนายสุเวทย์ สินสถาพรพงศ์ หรือลุงเกี๊ย อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนได้มอบที่ดินบริเวณพบพุโซดาบาลให้กับหน่วยงานรัฐไปจำนวน 2 งาน และที่บริเวณจุดจ่ายน้ำให้กับประชาชนอีกประมาณ 2-3 ไร่ ครั้งแรกที่พบพุโซดาบาล ทาง อบจ.ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้เข้ามาสำรวจ และต้องใช้พื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 60-100 ไร่ แต่ก็คงเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะพื้นที่โดยรอบพุโซดาบาดาลมีอยู่กว่า 10 เจ้าของ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

Posted on November 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694042

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

แบกภาระไม่ไหว! วอนผู้ใจบุญอุปการะสุนัข เจ้าของสถานสงเคราะห์เสียชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.42 น.

24 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าสถานสงเคราะห์สัตว์ลุงสวาท ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมปศุสัตว์ ซึ่งในวันนี้พบป้าบุศบง พึ่งสลุด อายุ 64 ปี ภรรยาของลุงสวาท พึ่งสลุด เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ กำลังเลี้ยงหมาจรไว้กว่า 200 ตัว ภายในพื้นที่ถูกจัดแยกส่วนอย่างเป็นระเบียบ อยู่เพียงลำพัง หลังจากลุงสวาท สามี ได้เสียชีวิตลง เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ป้าบุศบง ต้องแบกภาระในการดูแลสุนัขจรจัด แต่เพียงผู้เดียว

คุณป้าบุศบง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เดิมทีนั้นป้ากับลุงสวาท สามี ได้รับเลี้ยงสุนัขจรจัด มานานกว่า 10 ปีแล้ว เนื่องจากสงสารที่เห็นสุนัขถูกทอดทิ้งตามสถานที่ต่างๆ จึงได้ไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ ไว้อย่างถูกต้องเพื่อรับเลี้ยงน้องหมา ตอนนี้ก็เลี้ยงไว้เพียง 10-20 ตัวเท่านั้น เวลาผ่านไปสุนัข ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 200 ตัว

ที่ผ่านมาลุงสวาท จะเป็นตัวหลักในการดูแลสุนัข หาข้าว หาอาหารให้กิน โดยสุนัขสัปดาห์หนึ่งจะกินข้าว 1-2 มื้อ ที่เหลือก็จะกินอาหารสุนัข ที่ได้รับจากการบริจาคของผู้ใจบุญทั่วไป บางคนก็นำเงินมาช่วยบริจาคบ้าง ก็ทำให้พอจุนเจือ และสามารถเลี้ยงสุนัขมาได้จนถึงทุกวันนี้

ป้าบุศพง เล่าต่อว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณลุงสวาทได้เสียชีวิตลง ส่งผลให้คุณป้าบุศบง ต้องรับภาระในการเลี้ยงดูน้องหมาทั้ง 200 ตัวเพียงลำพัง และในช่วงหลังมีหลายเพจเข้าไปถ่ายทำ โพสต์เพื่อรวบรวมรายได้เข้ากองทุนเพื่อน้องหมา แต่รายได้ดังกล่าวเข้าบัญชีบ้าง ไม่ได้เข้าบัญชีบ้าง

ขณะที่รายจ่ายแต่ละเดือนในการเลี้ยงดูสุนัข เหล่านี้ต้องใช้เงิน ประมาณ 6,000-8,000 บาทต่อเดือน ทั้งๆที่ตนนั้นแทบไม่มีรายได้อะไร นอกจากเงินผู้สูงอายุ 600 บาทเท่านั้น จึงอยากให้ผู้ใจบุญนำน้องหมาไปเลี้ยงหรือหาบ้านใหม่ให้น้องหมา เพื่อแบ่งเบาภาระได้บ้าง ซึ่งตนอยากพอจะมีกำลังเลี้ยงน้องหมา ได้ประมาณสัก 30-50 ตัวก็พอ

เบื้องต้นวันนี้นางสาวธมลวรรณ ศรีบรรเทา นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก นำอาหารน้องหมาไปมอบจำนวน 10 กระสอบ และทีมงานจิตอาสาหมาแมวพิศณุโลกย์ บางแก้วเมตตาธรรม นำข้าวสาร 10 กระสอบ ไปมอบให้กับคุณป้าบุศบง เพื่อช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น

โดยหากมีผู้ใจบุญอยากจะรับน้องหมาไปเลี้ยงต่อ คุณป้าบุศบง ก็ยินดีให้มารับได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด ส่วนใครที่อยากช่วยคุณป้า สามารถส่งบริจาคของได้ที่ บ้านเลขที่ 65/2 ม.7 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65230 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 098 004 6474 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย’เงินประกันข้าว’ แห่ถอนแน่นธนาคาร

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694036

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย'เงินประกันข้าว' แห่ถอนแน่นธนาคาร

ชาวนาดีใจ! ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่าย’เงินประกันข้าว’ แห่ถอนแน่นธนาคาร

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.23 น.

ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ร่วมกับพาณิชย์กาฬสินธุ์ สำนักงานเกษตรกาฬสินธุ์ คิกออฟจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน

24 พฤศจิกายน 2565 นายเชาวฤทธิ์ เกตุดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายวิรุฒ มณีวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางสุภาวดี เอกรักษา ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.ร่วมกับนายวีระพงศ์ สืบค้า พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าหน้าที่สำนักงาน พาณิชย์จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เกษตร จ.กาฬสินธุ์

ร่วมกันเปิดคิกออฟโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์

โดยบรรยากาศที่ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์วันนี้ ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากมีเกษตรกรชาวนา ที่ร่วมโครงการฯเดินทางนำสมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็มมารอเตรียมเบิกเงินกันอย่างต่อเนื่อง หลังทราบข่าวว่า ทางรัฐบาลและ ธ.ก.ส.จะโอนเงินรอบแรกเข้าบัญชีของเกษตรกรพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ 24 พฤศจิกายน 2565

นายวิรุฒ มณีวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามมติ ครม. ได้เห็นชอบดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมมาตรการคู่ขนานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างยั่งยืน วงเงิน 81,265 ล้านบาท ผ่าน 4 โครงการ ประกอบด้วย

1.โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือที่เรียกว่าค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท 2.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 3.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 4.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66  มีเป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตั้งแต่ 24 พ.ย. 65 เป็นต้นไป

นายวิรุฒ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ วันนี้ทางธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดคิกออฟโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน

ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นการคลิกออฟ และดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ โดย จ.กาฬสินธุ์ มีเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือโครงการครั้งนี้ 137,574 ราย วงเงิน 29.05 ล้านบาท และในวันนี้เป็นการโอนเงินรอบแรก ให้กับเกษตรกรที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนตุลาคมรวมจำนวน 24,726 ราย วงเงิน 5 ล้านกว่าบาท

นายวิรุฒ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือที่เรียกกันว่าช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทนั้น

ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานเกษตร เพื่อที่จะดำเนินการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้อีกประมาณ 2 วัน  ซึ่งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์มีเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือกว่า 130,000 ราย

นอกจากนี้ทางธ.ก.ส.ยังได้ดำเนินการมาตรการคู่ขนานโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2565/66 เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ และโครงการสินเชื่อ เพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 สำหรับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไปอีกด้วย

ด้านนายอภิยุทธ ภูหมั่นคิด ผู้ใหญ่บ้านดงเมือง ม.13 ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการ กล่าวว่า ตนเองปลูกข้าวนาปี ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 20 ไร่ ทราบว่าจะไดรับเงินประกันรายได้ไร่ละ 15,000 บาท ส่วนตัวดีใจ และมองว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะอย่างน้อยเกษตรกรจะได้เงินไปจ่ายหนีสินที่กู้ยืมมาลงทุนทำนา ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งค่ารถไถ ค่าแรงปักดำ ค่ารถเกี่ยว ค่าขนส่งนำข้าวไปขาย  โดยเฉพาะค่าปุ๋ย ที่ขณะนี้มีราคาแพงมาก 

ทั้งนี้แม้จะเป็นเงินที่ไม่มากมายนักสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเกษตรกรแล้วถือว่าช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะการทำนาในปีนี้นอกจากเกษตรกรจะประสบปัญหาปุ๋ยแพงแล้ว ยังประสบปัญหาน้ำท่วมและโรคระบาด ทำให้ชาวนาหลายรายได้ผลผลิตน้อยและต้องขายข้าวขาดทุน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/694003

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

หนุ่มซาเล้งขายกุยช่ายตลาดนัดปลื้มจนน้ำตาไหลคนใจดีช่วยส่งถึงบ้านหลังรถเสีย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.48 น.

หนุ่มวัย 41 ชาวอุดรธานีสู้ชีวิตขับซาเล้งขายกุยช่ายเลี้ยงครอบครัวขับมาไกลเกือบ 50 กม.รถซาเล้งเครื่องเกิดน็อคกลับบ้านไม่ได้ คิดไม่ออกจะขับกลับบ้านอย่างไร คิดถึงพี่อุ้ยบ้านดุงอัพเดตร้องขอความช่วยเหลือขับรถมารับทันที เจ้าตัวปลื้มจนน้ำตาไหล ชาวโซเซียลแห่ชื่นชมครอบครัวสู้ชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.คืนวันที่ 23 พ.ย.65 ที่ผ่านมา นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง แอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” ได้รับแจ้งจากนายพี อายุ 41 ปี ชาว อ.บ้านดุง หนุ่มขายกุ้ยช่ายตามตลาดนัดคลองถมเดินทางมาขายของที่บริเวณวัดสระแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แต่รถซาเล้งเกิดเครื่องน็อคหลังเสร็จจากการขายของขับกลับบ้านไม่ได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือ 

ต่อมานายวีระพล จึงขับรถไปรับพบว่า รถซาเล้งของนายพี สตาร์ทไม่ติด สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ปรากฎว่าน้ำมันซึมไหลออกตรงน็อตขันน้ำมันเครื่องจนแห้งทำให้เครื่องน็อตสตาร์ทไม่ติดและขับกลับบ้านไม่ได้

นายพี บอกอีกว่า ตนและภรรยามีอาชีพขายกุยช่ายตามตลาดนัด วันนี้ขับจาก อ.บ้านดุง มาขายที่ตลาดนัดบ้านเชียงระยะทางเกือบ 50 กม.ปกติก็มาขายประจำทุกวันพุธโดยตนจะขับรถซาเล้งมีภรรยาขับรถ จยย.อีกคันตามกันมา แต่ปรากฏว่าวันนี้รถมีปัญหาตั้งแต่ตอนขับจะมาตลาดนัด เครื่องรถเสียครั้งแรกที่ อ.ทุ่งฝน ขับมาดีๆ เครื่องก็ดับ เพื่อนๆ จึงช่วยเข็นมาขายของให้เสร็จ

แต่พอตลาดนัดเลิกจะขับรถกลับบ้านปรากฏว่าสตาร์ทไม่ติดจึงบอกให้ภรรยาขับรถ จยย.คนเดียวขับกลับบ้านมาก่อนเพราะมีลูกรอที่บ้าน จากนั้นจึงทักไปหาพี่อุ้ยแอดมินเพจ “บ้านดุงอัพเดท” เพื่อขอความช่วยเหลือพอพี่อุ้ยมาถึงก็มีเจ้าหน้าที่ป้องกันเทศบาลตำบลบ้านเชียง ขับรถสายตรวจผ่านมาพอดีจึงได้ช่วยกันยกรถซาเล้งขายกุยช่ายขึ้นกระบะ เพื่อไปส่งตนที่บ้าน

โดยนายพี ได้ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนในวันนี้ หากไม่ได้พี่อุ้ยวันนี้คงไม่ได้กลับบ้านเป็นแน่ พูดไปน้ำตาคลอไป นายพี บอกอีกว่า คงต้องเก็บเงินสักระยะเพื่อหารถมือสองมาใช้ขายของ เมียจะได้ไม่ลำบากขับรถมอไซด์ไปขายกุ้ยช่ายไกล ขณะที่ชาวโซเซียลแห่ชื่นชมสองสามีภรรยาคู่นี้ที่เป็นคนสู้ชีวิตตระเวณขายกุยช่ายไปเกือบทุกอำเภอ 

เรื่องราววันนี้ชื่นชมคนทำมาหากินชีวิตสู้ไม่ถอย ตระเวนขายของแม้ไกลเกือบ 50 กม. และชื่นชมคนที่ไปช่วยไกล แค่ไหนก็ไม่หวั่น สุขใจทั้งคนขอให้ช่วยและคนไปช่วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693925

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’  ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ปิดสวิตช์สว.-แก้รัฐธรรมนูญ’ ประเด็นผลักดัน‘เลือกตั้ง2566’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

เข้าสู่ช่วง “โค้งสุดท้าย” ของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะหมดวาระซึ่งนั่นหมายถึง “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2566 “บรรยากาศการเมืองไทย ณ ปัจจุบันจึงค่อนข้างคึกคัก” ในการเปิดตัว (ว่าที่) ผู้สมัครรวมถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวของแนวร่วมทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชุดปัจจุบันที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างใช้พื้นที่ทั้งออฟไลน์และออนไลน์แสดงออกจุดยืนทางการเมืองของตนอย่างแข็งขันและเข้มข้น

เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ The Active จัดเสวนาหัวข้อ “เลือกตั้งครั้งต่อไป อนาคตประเทศไทยเอาไงต่อ?” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) โดยมีตัวแทนจาก 4 พรรคการเมืองเข้าร่วม และ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของวงเสวนาครั้งนี้ อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (2560) คือการที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกนายกฯ

“การเลือกตั้งครั้งนี้มันกำลังจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ฝ่าย พรรคการเมืองที่ชนะแน่ๆ แต่อาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่แพ้แน่ๆ แต่อาจจะเป็นรัฐบาล ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ประเทศมีการเลือกตั้งแล้วมีการแข่งขันกันของ 2 ฝ่ายนี้ประเทศนั้นกำลังมีปัญหาอย่างสำคัญในทางการเมือง และผมไม่มีทางเชื่อว่าประเทศที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งแบบนี้จะเจริญเดินหน้าสถาพรต่อไปได้” ณัฐวุฒิ กล่าว

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเป็นการตัดโอกาสที่ สว. จะเข้ามามีบทบาท ซึ่งปัญหาคือ ก่อนเลือกตั้งบอกว่า สว. เลือกนายกฯ เป็นปัญหา แต่หลังเลือกตั้งกลับไปยกมือให้ฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งเป็นรัฐบาล เรื่องนี้เป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่เสนอตัวมาเป็นตัวแทนประชาชน

พริษฐ์ วัชรสินธุ Policy Campaign Manager พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีมากกว่ามาตรา 272 ว่าด้วยการให้ สว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะ สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 250 คน มาจากการเลือกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บวกกับ สว. โดยตำแหน่งของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยังมีอำนาจออกเสียงกฎหมายปฏิรูปประเทศร่วมกับ สส. รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ดังที่เห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 272 ถูกปัดตกเพราะไมได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 แม้จะได้เสียงจาก สส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนมากถึงร้อยละ 88 ก็ตาม อำนาจของ สว. ยังเชื่อมโยงกับการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ ทำให้องค์กรเหล่านั้นถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ดังนั้นอำนาจของ สว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งต้องถูกแก้ไขเพราะขัดกับหลักประชาธิปไตยสากล สว. ที่มาจากการแต่งตั้งควรมีอำนาจน้อย แต่หากจะให้มีอำนาจมากก็ควรมาจากการเลือกตั้ง

“ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ถกเถียงกันได้ว่าเป็นประโยชน์หรือไม่กับการคาดการณ์อนาคต 20 ปี แต่ผมคิดว่าใจความสำคัญไม่ใช่ว่ามันเป็นประโยชน์หรือไม่ ใจความสำคัญคือปัจจุบันมันไปบรรจุอยู่ในกฎหมาย ว่าถ้ารัฐบาลไหนที่มาจากการเลือกตั้ง สมมุติปี 2566 มีรัฐบาลพรรคหนึ่งได้เสียงท่วมท้น มีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนจำนวนมาก แต่ขัดกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจจะสามารถถูกขับออกจากตำแหน่งได้โดยใช้กลไกการร้องเรียนและวินิจฉัยโดย สว.-ป.ป.ช.-ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกัน” พริษฐ์ กล่าว

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นอกจากมาตรา 272 เรื่อง สว. มีอำนาจร่วมเลือกนายกฯ แล้ว ยังมีมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.อย่างน้อย 1 ใน 3 ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรถูกแก้ได้ง่าย แต่ก็ไม่ควรนำเงื่อนไข สว. 1 ใน 3 มาเบรกการแก้ไข ขณะที่แนวคิดการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องกำหนดประเด็นให้ชัดว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ ไม่เช่นนั้นก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เช่น มุ่งเน้นแต่ไปแก้ไขระบบเลือกตั้ง

นอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่รัฐธรรมนูญไทยไม่เคยแก้ไขตามความเปลี่ยนแปลง คือ “โทษกับการมีผลทางกฎหมายย้อนหลัง” เช่น มาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ระบุว่า“บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทําการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทํานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกําหนดโทษไว้” ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ

โดยแม้โทษทางอาญาซึ่งมี 5 สถาน คือ ประหารชีวิต จำคุกกักขัง ริบทรัพย์และปรับ จะไม่มีผลย้อนหลังตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีโทษทางวินัย โทษทางแพ่ง รวมไปถึงตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมาที่มีองค์กรอิสระเกิดขึ้นหลายองค์กร นำมาสู่การมีระบบโทษใหม่ๆ นอกเหนือจากโทษทางอาญา การที่มาตรานี้ยังไม่ถูกแก้ไขตามไปด้วย ทำให้โทษอื่นๆ ที่ไม่ใช่โทษทางอาญายังมีผลย้อนหลังอยู่

“เรื่อง ส.ส.ร. คิดให้ดี ตั้งประเด็นก่อนว่าเป้าไหนต้องแทงไปที่หัวใจ ให้การบ้านก่อน โหวตกันตามนี้ก่อน จะทำประชามติโหวตไปก่อนก็ได้ แต่ต้องโหวตก่อนว่าคุณจะเอาอะไร ไม่ใช่ว่าไปโปรยไว้ก่อน ถ้าโปรยอย่างนี้ เกมการเมืองที่เขาถึงบอกว่าแสบที่สุด ดังเวลาทอดเวลานี่อันตรายที่สุด” อรรถวิชช์ กล่าว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในข้อแรกเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญต้องถูกแก้ไข แต่ความพยายามแก้ไขไปติดอยู่ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจาก สว. ด้วย 1 ใน 3 เป็นเงื่อนไขที่ล็อกไว้ ดังนั้นทางออกคืออยากให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ขณะเดียวกัน “คนทำงานการเมืองก็ต้องไม่หยอดสิ่งที่จะเป็นเงื่อนไขเพิ่มความขัดแย้งในสังคมเข้าไป” โดยต้องมีความยืดหยุ่น สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มเติม

“2 โครงสร้างนี้ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นความหวัง มันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในอนาคตได้แน่นอน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693985

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

รสชาติจัดจ้าน! ผัดไทยสูตรต้นฉบับระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้ง-ปูม้าตัวโตๆ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.26 น.

“บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช”ต่อยอด ขายผัดไทยสูตรต้นฉบับของระยองแท้ เสริมท็อปปิ้งกุ้งและปูม้าที่เคี่ยวด้วยน้ำโล้จนชุ่มฉ่ำซึมเข้าเนื้อใน และยังมีข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ออเดอร์เพียบ ลูกค้าแน่นร้าน

ถนนยมจินดา เป็นถนนเมืองเก่า ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ติดกับตลาดวัดลุ่ม สองฝั่งถนนเส้นนี้ยังคงมีบรรยากาศของระยองเมืองเก่า เช่นตึกและบ้านทรงโบราณ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แบบดั้งเดิม เช่นขนมทองม้วนสด และทองม้วนกรอบ ที่ตั้งร้านบรรจงขายอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ปลายซอย แม่ลูกช่วยกัน ทำสดๆ ขายกันใหม่ๆ สุดแสนอร่อย

ส่วนร้านที่โด่งดังอยู่ในตำนานอีกร้านหนึ่ง ที่อยู่คู่กับถนนยมจินดามาเนิ่นนาน คือ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” ร้านนี้เปิดขายขนมกุยช่าย ที่ทำเองด้วยสูตรเฉพาะ มีเพียง 3 ไส้ แต่เด็ดที่น้ำจิ้ม นอกจากนี้ ยังขายอาหารจานเดียวจานด่วนหลากหลายอย่าง แต่ละวันก็มีอยู่หลายเมนู เช่น ข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง และผัดไทยโบราณ

อาริสา เกียรติถาวรชัย อายุ 51 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เริ่มแรกที่ร้านทำขนมกุยช่ายขาย ทำมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มี 3 ไส้ คือ ไส้ผัก ไส้เผือก ไส้หน่อไม้ ซึ่งหน่อไม้จะใส่กุ้งแห้งเข้าไป เพื่อให้ได้กลิ่นไอของทะเลระยอง ส่วนเผือก ใช้มันม่วงที่มีเอกลักษณ์ คือความหวาน ความพิเศษของกุยช่ายที่นี่คือแป้งบางนุ่ม ใส้แน่น กินได้เต็มคำ น้ำจิ้มแซบจี๊ดจ๊าดมาก ทำให้ขายดีมีออเดอร์ไม่เคยขาด ชาวระยองจะรู้จักกันในชื่อ “บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช” เป็นแบรนด์ของทางร้าน และถูกคัดเลือกให้เป็นของดีของ จ.ระยอง

ต่อมาก็เพิ่มเมนู ข้าวขาหมู ที่เราไม่ใส่น้ำตาลปกติ แต่ใส่หญ้าหวาน และน้ำผึ้ง ทำให้ได้รสชาติความหวานจากธรรมชาติ ส่วนขาหมูก็จะตุ๋นจนนุ่มกลมกล่อม ขายคู่กับข้าวหมูแดง ที่เนื้อหมูไม่แข็งกระด้าง เพราะเราใช้เทคนิคการทำหมูแดงให้ได้รสชาติอร่อย เนื้อหมูแดงนุ่มกำลังดี สำหรับข้าวขาหมูและข้าวหมูแดง ขายจานละ 50 บาท

ปัจจุบันซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เพิ่มมาอีกเมนู คือ ผัดไทยระยอง ที่เป็นระยองแท้ๆ สูตรต้นตำรับจากเมืองแกลง เคล็ดลับอยู่ที่น้ำโล้ ที่เคี่ยวจากน้ำมะขามเปียก ผัดไทยระยองของแท้ จึงไม่มีสิ่งอื่นในจาน ไม่มีถั่วคั่ว ไม่มีเต้าหู้ ไม่มีไข่ จะมีเพียงเส้นกับหมูสามชั้น ที่ถูกผัดเข้ากับน้ำโล้จนเข้าเนื้อ ตอนจัดใส่จานก็เสริมด้วยการใส่ถั่วงอกและขึ้นฉ่ายดิบก่อนเสริฟ

เคล็ดลับจึงอยู่ที่เวลาผัดเส้นต้องผัดจนน้ำโล้ซึมเข้าเนื้อ ผัดจนกว่าเส้นจะเหนียวหนึบ เพื่อให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ลูกค้าไม่ต้องเติมอะไรอีก เพราะทุกอย่างลงตัวในความเป็นเส้นผัดไทยระยอง ส่วนหมูสามชั้นก็เคี่ยวจนหนึบแต่ไม่เหนียว นอกจากนี้ ทางร้านได้เสริมท็อปปิ้งให้เหมาะกับความเป็นระยอง ต้องมีกุ้งและปูม้าตัวโตๆ เคี่ยวกับน้ำโล้จนกรอบนอกแต่เนื้อในชุ่มฉ่ำ เวลาทานจะได้รสชาติที่จัดจ้านอร่อยลงตัว ซึ่งราคาผัดไทยนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกท็อปปิ้งของลูกค้า เริ่มที่จานละ 50 บาท แต่ถ้าสั่งจานใหญ่ ใส่ทั้งหมูสามชั้น ปูม้า และกุ้ง ราคาจานละ 100 บาท

บ้านขนมกุยช่ายคุณนุช ตั้งอยู่เลขที่ 13 ถนนยมจินดา หรือถนนเมืองเก่า ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 14.00 น.โทร 0868312616 ลูกค้าส่วนใหญ่หากไม่มานั่งรับประทานที่ร้าน ก็จะโทรสั่ง เมื่อขับรถมาจอดที่หน้าร้านรับของโดยไม่ต้องลงจากรถ เพราะทางร้านบริการจัดตามออเดอร์ส่งให้ที่รถ เป็นการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าในเวลาเร่งด่วน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

Posted on November 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693980

บรรยากาศสุดคันทรี! 'ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล' อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

บรรยากาศสุดคันทรี! ‘ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล’ อิ่มอร่อยนั่งชมโชว์ขี่ม้า

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.41 น.

คู่รักหนุ่มบาวสาวปาน! จากความต่างสู่จุดลงตัวที่”ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้าสตูล”จุดเช็คอินใหม่ อิ่มอร่อยนั่งชมการแสดงขี่ม้าโชว์

พิกัดที่บ้านควนสงขลา หมู่ที่ 5 ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล จ.สตูล เนรมิตพื้นที่ใกล้สวนยางพาราเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ที่ทางเจ้าของร้านภูมิใจนำเสนอ จากความชื่นชอบของภรรยาที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยว และตัวสามีเองก็ชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอย จนมาลงตัวกันที่ “ร้านก๋วยเตี๋ยวคอกม้า” ให้คนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวและชื่นชอบการขี่ม้าแต่งคาวบอยมาเป็นจุดนัดพบกันที่นี่ โดยเฉพาะครอบครัวพาเด็กๆ ได้ขี่เล่นและถ่ายรูปเช็คอินหนึ่งในกิจกรรมวันหยุดสุดหรรษากับครอบครัวได้อย่างสบาย

นักท่องเที่ยวหรือคนที่ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยว นอกจากจะได้ทานก๋วยเตี๋ยวที่มีทั้งไก่และหมูเด้ง แยกน้ำสองหม้อสำหรับคนไม่ทานเนื้อหมู ในราคาเพียงชามละ 35 บาท เด็ก ผู้ใหญ่ ธรรมดา 40 – 60 บาทพิเศษ นั่งทานแล้ว ยังมีการแสดงโชว์การหวดแซ่ การขี่ม้า ในสนามม้าที่เตรียมไว้อย่างสวยงาม ให้เด็กๆ สามารถขึ้นขี่ได้ครั้งละ 30 บาท ถ่ายรูปเช็คอินได้ตามความชื่นชอบ เป็นกิจกรรมที่สองสามีภรรยาเนรมิตขึ้นมาจากใจรักในสิ่งที่ทำ

บรรยากาศที่ตกแต่งสวยงามให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าได้เช็คอิน ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความชื่นชอบ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมาลิ้มลองรสชาติก๋วยเตี๋ยวจัดว่าเด็ด และบรรยากาศสุดคันทรีและอากาศที่สดชื่น

ซึ่ง คุณอุเทน บุญศิริ อายุ 47 ปี กล่าวว่า จากความชื่นชอบของเราสองคน (นางปัทมาวัลย์ ปานแก้ว ภรรยา) จนมีวันนี้ ในการทำในสิ่งที่รักและชื่นชอบ แม้วันนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก แต่ก็พร้อมบริการ โดยอนาคตจะมีพิชซ่าเตาถ่าน และกาแฟสดให้นั่งชิวถ่ายรูป ขี่ม้า และเชื่อว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาติ่งม้า และเมนูขายดี ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูเด้ง-ลูกชิ้น วันหนึ่ง 80 – 100 ถ้วย มีรายได้ถึง 3,000 – 6,000 บาท/ต่อวัน

ร้านเปิด 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 4 โมงเย็น (ทุกวัน ) โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ วันพักผ่อนครอบครัว จะมีคาวบอยโชว์ขี่ม้าต้อนวัวเข้าคอก หากใครสดใจ โทรสอบถามเส้นทางได้เบอร์ 063 475 2951

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,881 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
อนุทิน โยนถาม สุริยะ แจงดราม่าย้าย อธิบดีฝนหลวง
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
"อียู" ตั้งข้อหา "เมตา" ปล่อยเด็กต่ำกว่า 13 ปีเล่น เฟซบุ๊ก-IG เสี่ยงโดนปรับ 6% ของรายได้ทั่วโลก
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d