แม่เกตุเปิดหมดเปลือก สาเหตุมีรักครั้งใหม่ ไม่อยากนั่งเหงา รอน้อยใจลูกฝ่ายเดียว

แม่เกตุเปิดหมดเปลือก สาเหตุมีรักครั้งใหม่ ไม่อยากนั่งเหงา รอน้อยใจลูกฝ่ายเดียว

แม่เกตุเปิดหมดเปลือก สาเหตุมีรักครั้งใหม่ ไม่อยากนั่งเหงา รอน้อยใจลูกฝ่ายเดียว

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.01 น.

‘แม่เกตุ’ เปิดใจปมรักครั้งใหม่ ไม่อยากเหงา-เลิกน้อยใจลูก แฮปปี้มีเพื่อนคู่คิดในวัยนี้

กลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่แฟนคลับต่างเข้าไปร่วมยินดี เมื่อ “แม่เกตุ” คุณแม่คนเก่งของสองนักร้องสาว เจนนี่-ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุการตัดสินใจเปิดประตูหัวใจรับรักครั้งใหม่

โดยแม่เกตุยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การมีแฟนในครั้งนี้เพราะอยากมี “เพื่อนคู่คิด” ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างและเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันได้ตลอดเวลา ที่สำคัญยังช่วยเติมเต็มความเหงาในวันที่ลูกๆ ต้องออกไปทำงานหนัก โดยระบุว่า “ที่ตัดสินใจมีแฟน เพราะอยากมีคนที่อยู่ข้างๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้ แม่จะได้ไม่เหงา และไม่ต้องมานั่งน้อยใจลูกๆ ว่าทำไมเจนนี่กับลิลลี่ไม่มาหาเลย” จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด เพื่อให้ชีวิตมีความชีวา และไปไหนมาไหนได้แบบไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

ขอบคุณภาพ : Somruay Phetrit

‘อิงฟ้า’ควงคู่ ‘ชาล็อต’พร้อมนำทัพศิลปิน-นางงาม ร่วมยินดีกับ ‘บอสณวัฒน์’

'อิงฟ้า'ควงคู่ 'ชาล็อต'พร้อมนำทัพศิลปิน-นางงาม ร่วมยินดีกับ 'บอสณวัฒน์'

‘อิงฟ้า’ควงคู่ ‘ชาล็อต’พร้อมนำทัพศิลปิน-นางงาม ร่วมยินดีกับ ‘บอสณวัฒน์’

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.08 น.

สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้งสำหรับ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI หลังประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ “THE GRAND CLINIC” ศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนและแฟนคลับจำนวนมาก ณ ศูนย์การค้า เดอะวอล์ค เกษตรนวมินทร์

ภายในงาน คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยวิสัยทัศน์การขยายธุรกิจครั้งสำคัญ ภายใต้ชื่อ บริษัท เดอะ แกรนด์ คลินิก จำกัด (THE GRAND CLINIC CO., LTD.) งบประมาณการลงทุนราว 30 ล้านบาท  เน้นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และนวัตกรรมด้านความงามที่ครอบคลุมทั้งรูปร่าง ใบหน้า สุขภาพองค์รวมทั้งภายในและภายนอก โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นทั้งหุ้นส่วนและกำลังหลักของคลินิก อย่าง “หมอฟอส” นพ.ชยุตม์ ตั้งต่อสกุล, “หมอมิ้ว” พญ.ภิษัชชนม์ ภัทรกุล และ พญ.ฐิติรัตน์ ตั้งต่อสกุล เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร

บรรยากาศภายในงานยิ่งคึกคักเมื่อเหล่านักแสดง ศิลปิน และนางงามในสังกัด MGI มาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น อิงฟ้า วราหะ ควงคู่ ชาล็อต ออสติน , วีนา ปวีนา ซิงห์ , แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง , อ๋อ ญาดา เทพนม , ฯลฯ รวมถึงผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 ทั้ง 77 คน และ PD หรือผู้อำนวยการกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์  เดินทางร่วมงานคับคั่ง

สำหรับ “THE GRAND CLINIC” ถูกวางให้เป็นศูนย์สุขภาพและความงามครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่

เวชกรรมความงาม (Aesthetic Medicine) การดูแลสุขภาพองค์รวมและชะลอวัย (Holistic Wellness & Anti-Aging) โดยเน้นแนวคิด Personalized Care หรือการดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ปลอดภัย และยั่งยืนระยะยาวในเชิงกลยุทธ์ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ MGI ในการต่อยอดจากธุรกิจบันเทิงและนางงาม สู่ธุรกิจสุขภาพที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมเป้าหมายในอนาคตในการเติบโตและเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ธุรกิจยักษ์ใหญ่” ที่น่าจับตามองในปีนี้เลยทีเดียว

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV

Facebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

#นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์ #WeAreGRANDthe1andOnly #MGT2026 GrandEvolution #MissGrandSoftPowerOfThailand #MissGrandThailand #MissGrandThailand2026

#เวทีอันดับ1ของประเทศไทย  #มิสแกรนด์เวทีเพื่อประชาธิปไตย

‘ชมพู่ อารยา’ฟาดลุคเขียววิบวับออร่าพุ่งปิดโชว์ SIRIVANNAVARI

'ชมพู่ อารยา'ฟาดลุคเขียววิบวับออร่าพุ่งปิดโชว์ SIRIVANNAVARI

‘ชมพู่ อารยา’ฟาดลุคเขียววิบวับออร่าพุ่งปิดโชว์ SIRIVANNAVARI

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.49 น.

ทำรันเวย์ลุกเป็นไฟอีกครั้ง ชมพู่ อารยา ที่ปรากฏตัวใน ช่วงฟินาเล่ของโชว์ SIRIVANNAVARI Spring/Summer 2026 แบบสวยสะกดทุกสายตาลุคนี้โดดเด่นด้วยโทนสีเขียวแวววาวสะท้อนแสง ให้ฟิลสดจัดจ้าน แต่ยังคงความหรูในแบบแฟชั่นชั้นสูง ดีไซน์ของชุดมีการจับเลเยอร์อย่างลงตัว ผสมผสานรายละเอียดงานปักที่ช่วยเพิ่มมิติ ทำให้ภาพรวมดูแพง และมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ส่วนเครื่องประดับก็มาแบบจัดเต็มตามสไตล์สายแฟ เพิ่มความโดดเด่นให้ลุค ยิ่งดูมีพลัง และน่าจับตามอง  ปิดท้ายด้วยแอ็กเซสซอรีดีเทลพลิ้วไหว ที่ช่วยเติมความสนุกให้ทั้งลุคดูมีชีวิตกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโชว์ครั้งนี้

ส่องความแซ่บ ‘พราด้า-ธันย์สิตา’นางงามคนเก่งโปรไฟล์สุดว้าว เปิดตัวหวานใจลงโซเชียล

ส่องความแซ่บ ‘พราด้า-ธันย์สิตา’นางงามคนเก่งโปรไฟล์สุดว้าว เปิดตัวหวานใจลงโซเชียล

ส่องความแซ่บ ‘พราด้า-ธันย์สิตา’นางงามคนเก่งโปรไฟล์สุดว้าว เปิดตัวหวานใจลงโซเชียล

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงหนาหูที่สุดในนาทีนี้สำหรับ “พราด้า-ธันย์สิตา ดิลกอนันต์สกุล” เจ้าของตำแหน่งรองอันดับ 3 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 และ Miss Globe Thailand 2024 เพราะนอกจากดีกรีความสวยแกร่งระดับพรีเมียม ล่าสุดเธอยังสร้างปรากฏการณ์ฮือฮาด้วยการเปิดตัวหวานใจคนสำคัญที่ทำเอาชาวเน็ตต้องขยี้ตาและร่วมยินดีกันสนั่นหวั่นไหว

สำหรับ พราด้า (หรือชื่อเดิม “ปอม รุจิรดา”) เป็นสาวกทม. โดยกำเนิด จบการศึกษาจากวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอไม่ได้มีดีแค่ใบหน้า ที่เก็และดูอินเตอร์ แต่ยังมีพรสวรรค์ด้านดนตรีที่ลันเหลือ โดยเคยแจ้งเกิดในรายการ Show Me The Money Thailand 2 โชว์สกิลการแร็ปที่เฉียบคมจนได้รับฉายาแร็ปเปอร์สาวสุดมั่นที่วงการนางงามต้องจับตามอง

บนเส้นทางมิสแกรนด์ พราด้าคือตัวแทนของหญิงสาวยุคใหม่ที่ “กล้าคิด กล้า พูด” เธอสร้างชื่อจากการเป็นมิสแกรนด์กาญจนบุรี 2021 ที่โดดเด่นเรื่องการตอบคำถามฟาดประเด็นคอร์รัปชันอย่างตรงไปตรงมา และคัมแบ็กอย่างสง่างามในนามมิสแกรนด์ลำปาง 2024 จนคว้ามงกุฎรองอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ พร้อมสร้างไวรัลการ “ตัดผมสั้น” หลังเวที

‘เอ-ไชยา’ควง‘แป้ง-มิตรชัย’ นั่งแท่นพิธีกร ประกบ ‘เอ๋-ดาเรศ’ ในรายการวาไรตี้สุดคิวท์

‘เอ-ไชยา’ควง‘แป้ง-มิตรชัย’ นั่งแท่นพิธีกร ประกบ ‘เอ๋-ดาเรศ’ ในรายการวาไรตี้สุดคิวท์

‘เอ-ไชยา’ควง‘แป้ง-มิตรชัย’ นั่งแท่นพิธีกร ประกบ ‘เอ๋-ดาเรศ’ ในรายการวาไรตี้สุดคิวท์

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.24 น.

ช่อง 3HD เตรียมผุดรายการใหม่สุดคิวท์ เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ รายการวาไรตี้อารมณ์ดีอบอุ่นและสร้างความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องในรายการ“PET PLANET รักนี้มีหาง” ผลิตโดย บริษัท เทล ทู เทล จำกัด ได้ฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวง เอาฤกษ์เบิกชัย โดยได้รับเกียรติจาก คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสำนักกิจการและสื่อสารองค์กรสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, ปุ๊กกี้-สินีนารถ, ธัญญาเรศ เองตระกูล, สมบูรณ์ พัฒนรัตน์เจริญ และดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีบวงสรวง

โดย ได้สองพ่อลูกอารมณ์ดี “เอ ไชยา” และ “แป้ง มิตรชัย” มาทำหน้าที่ พิธีกรดำเนินรายการ ร่วมกับผู้บริหารสาวคนเก่ง “เอ๋’ดาเรศ” สามพิธีกรเผยความรู้สึกถึงการทำงานในรายการนี้ 

ไชยา มิตรชัย พิธีกร กล่าวว่า “ผมเลี้ยงนกและสุนัข เขาแสดงออกถึงความรัก โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้รู้สึกว่าคลายเครียด และเติมเต็มความสุขทางใจ สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกของครอบครัวที่ให้ความรักความผูกพันสร้างบรรยากาศที่น่ารักและเกิดความสุขภายในบ้าน ผมดีใจมากที่คุณเอ๋ ดาเรศ ชวนมาร่วมเป็นพิธีกร ในรายการ “PET PLANETรักนี้มีหาง”  โดยส่วนตัวเรารู้จักและร่วมงานกันมาหลายปีแล้ว เป็นน้องสาวที่น่ารักเสมอมา”

แป้ง มิตรชัย พิธีกร กล่าวว่า “ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่มีมุมมองต่อสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนลูก แถมยังมองว่าตนเองไม่ใช่เจ้านาย แต่เป็นพ่อหรือแม่ของสัตว์เลี้ยง ทุ่มเทเอาใจใส่น้องทั้งการใช้ชีวิต การกินและดูแลสุขภาพ ไม่ต่างจากการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีสาเหตุหลักๆ ที่คนสนใจเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งด้วยหน้าตาสุดน่ารักและนิสัยแสนขี้อ้อนที่ทำให้เหล่าทาสรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ใกล้ชิด  เป็นเหมือนเพื่อนเล่นคลายเหงาและช่วยเยียวยาจิตใจให้กับเจ้าของไปในตัว”

เอ๋-ดาเรศ พัฒนรัตน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทล ทู เทล จำกัดและพิธีกร กล่าวว่า

“Pet Planet รักนี้มีหาง” เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์ แต่คือสมาชิกสำคัญในครอบครัว จึงตั้งใจสร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขที่รวมทั้งรอยยิ้มและให้สาระ เพื่อให้ทุกหัวใจทั้งคนและเพื่อนมีหางได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุดอีกทั้งเล็งเห็นว่าการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจึงเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ รวมถึงกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ยากไร้ในอนาคต”

ติดตามชมรายการน่ารักๆ จาก 3 พิธีกรอารมณ์ดี เอ ไชยา, แป้ง มิตรชัย และ เอ๋ ดาเรศ ที่จะมาเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงได้ในรายการ “PET PLANET รักนี้มีหาง” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.30 น. ทางช่อง 3HD  เริ่มวันอาทิตย์ที่  5 เมษายน 2569 และติดตามชมทางออนไลน์ได้ทาง

 youtube:Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th ,   Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหางแอป : ch3plus.com

‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

'นารา เครปกะเทย' ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เปิดหมดเปลือกผ่านรายการ Woody Talk ย้อนเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตาถึงเส้นทางชีวิตที่พุ่งสุดแล้วร่วงแรงของ นารา เครปกะเทย ในวันที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับทำให้เห็นคุณค่าของอิสรภาพ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาตลอด เผยคำพูดในอดีตที่เคยทำร้ายจิตใจแม่จนวันนี้กลายเป็นบาดแผลที่อยากขอโทษ ยอมรับตรง ๆ ว่ายิ่งโดนด่ายิ่งได้เงิน ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือสร้างกระแส และโอกาสที่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในชีวิต

ในวันที่ความเกลียดของคนดูคือเครื่องผลิตเงินของคุณ รู้สึกยังไงกับประโยคนี้ ?

นารา : หนูรู้สึกว่าถูกต้องนะ เพราะว่ายิ่งคนด่าเราเยอะ เขาจะยิ่งเกิดความสนใจ แต่ในที่นี้ด่าเราในขั้นไหนบ้าง ด่าเพราะเราทำผิดหรือว่าด่าจากผลงานของเรา วันนี้คนที่ด่าเยอะๆ คือด่าจากการอินผลงานของเรา มันทำให้คนเปิดการมองเห็น ทำให้คนรู้สึกว่าอยากจะดูว่าเขาด่าเราในเรื่องอะไร เลยทำให้ดึงดูดคนมาดูเยอะ พอด่าแล้วมีความสนุกเข้าไปในตัวเนื้อเรื่องนั้นด้วย ไม่ใช่ด่าแบบว่าจะเอาให้ตายเลย แบบให้มันจมดินเหมือนคนที่ทำผิดดราม่า แต่รายการเราเป็นรายการที่แบบคนด่าแล้วคนชอบ ด่าในสิ่งที่เขาไม่รู้ หมายความว่า เช่น เรามีเบื้องหลังมีอีกแบบหนึ่ง เราอาจจะเตรียมไว้บ้าง เราอาจจะผลิตไว้แบบนี้ แต่เขาก็ด่าแบบจริงจัง เรารู้สึกดีใจ เขาอินในสิ่งที่เราทำ แน่ใจว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ที่บอกว่าคนด่าเป็นเครื่องผลิตหาเงินจริงไหม หนูว่าจริงนะ อย่างโพสต์นั้นเราได้แล้วนะ 30,000 บาท เยอะนะ คนด่าอยู่ได้นั่นแหละว่ารายการออนไม่ตรงบ้าง อะไรไม่ตรงบ้าง งั้นเราก็ทำเป็นแถลงการณ์เลย เวลาเราทำผิดมันจะต้องมีการมาแถลงการณ์ขอโทษ เพราะคนเขาอยากรู้อยู่แล้ว เราก็ไล่เรียงไปเลย สุดท้ายเข้าขายของคลินิกไป แล้วคนเขาก็บอก “นาราแกหลอกฉันอีกแล้ว ฉันโดนหลอกอีกแล้ว” คนแชร์เยอะก็เปิดการมองเห็น

บาลานซ์ยังไงว่าควรที่จะต้องเบรกแล้ว เพราะคนจับทางได้ ?

นารา : คือหนูดูจากคอมเมนต์ค่ะ ซึ่งเวลาหนูทำคลิป คือถ้าคนไม่รู้ควรจะแชร์เยอะ แต่ถ้าสมมติคนรู้ คนจะเริ่มแชร์ไม่ถึง 100 แล้ว ถ้าแชร์ไม่ถึง 100 คนรู้แล้วว่าเราไปทางไหน ก็ต้องเบรกแล้ว และก็กลับมานั่งคิดทบทวนกับตัวเองว่าจะไปแผนไหนต่อดี หรือไม่ว่าต้องรอดูสถานการณ์ว่าสถานการณ์ไหนที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เราเอามาเล่นก็ค่อยใส่ไปตอนนั้น เพราะว่าหนูรู้สึกว่า คือโลกสมัยนี้มันไม่ได้เหมือนสมัยก่อนที่ต้องมีคนชมตลอด สมัยนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือว่าเหตุการณ์ใด ๆ ต่าง ๆ มันจะมีคนเห็นต่างอยู่แล้ว จะมีคนเห็นดีกับเราแล้วก็เห็นต่างกับเรา ซึ่งหนูรู้สึกว่าเวลาคนที่ด่าบางครั้งด่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยนะ เหมือนแค่อยากด่า อยากระบายอารมณ์ของตัวเองอย่างที่พี่วู้ดดี้พูด หนูก็เลยเอาจุดตรงนี้มาทำให้คนได้รู้ว่า เวลาคุณจะด่าใครสักคนหนึ่ง ลองอ่านให้มันจบก่อน ถ้าคุณอ่านไม่จบแล้วคุณไม่รู้เรื่องของเขาจริงๆ แล้วคุณด่า น่าอายนะ ก็เลยเอาจุดตรงนี้ขึ้นมาทำผลงานด้วย

เหตุการณ์ไหนคือบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้เราโตขึ้น ?

นารา : อย่างการติดคุกนี่แหละ หนูไม่เคยพูดในรายการไหนนะว่าการติดคุกมันเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับหนู การติดคุกของมันเป็นสิ่งที่หนูเป็นคนที่อยากทำอะไรหลายอย่างในชีวิตมาก แต่พอเราอยู่ในคุก มันทำไม่ได้ เราอยากกลับไปกอดแม่ก็ออกไม่ได้ อยากออกไปทำหลายอย่างในชีวิตบ้าง ทำไม่ได้เลย ทำให้คิดทบทวนกับตัวเองว่าการติดคุกเป็นประสบการณ์ที่ฉันหาซื้อไม่ได้เลย แล้วจะไม่กลับมาซื้ออีก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ได้ทบทวนกับตัวเองว่าฉันทำอะไรผิดพลาดมากเหรอถึงต้องไปอยู่ในนี้มาอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แล้วออกไปต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องทำยังไงบ้างให้คนมองเราไปว่าไม่ใช่อีคนขี้คุก แต่มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ก็เลยมองกับตัวเองว่า งั้นถ้าเราทำไม่ได้ ต้องเริ่มต้นใหม่ให้มันดี มีเสียน้ำตาแรก ๆ ตอนที่ติดคุกสงสารครอบครัว สงสารแม่ที่เขาไม่รู้อะไรเลย และเขาจะต้องมารับความเจ็บปวด ยังจำได้แบบวันที่นักข่าวเขารุมสัมภาษณ์แม่ แม่มายืนรอหนูที่หน้ากองปราบ ไม่รู้ว่าลูกจะได้กลับมาหรือเปล่า เพราะหนูบอก “แม่เดี๋ยวหนูกลับมานะ บอกน้องด้วยว่าเดี๋ยวหนูกลับมา” แม่เขาคงมีความหวัง เขาก็ยืนรอหนูยัน 20:00 น. ซึ่งตอนที่หนูออกมาแล้วได้ดูภาพที่นักข่าวบันทึกไว้ สุดท้ายแล้วแม่ก็รอเก้อ ไม่ได้ออกมา ก็รู้สึกว่าเราทำให้เขาเจ็บปวด

เชื่อว่าตอนออกมาก็คงทำทุกทางให้แม่ไม่เจ็บปวด ?

นารา : ใช่ คือช่วงนี้ไม่ค่อยได้รับสายโทรศัพท์แม่ เพราะเขาจะถามมาตลอดว่าไหวไหม เขาจะมาเล่นโซเชียลเยอะขึ้นและจะเห็นทุกคำด่า เวลาหนูโดนด่า เขาจะไปคอมเมนต์ตอบกลับให้ตลอด เขาก็บอกกับเรา บอกว่าไม่ต้องตอบกลับเดี๋ยวแม่ตอบให้เอง เวลาแม่โทรมาหนูก็จะตัดสายเพราะรู้สึกโกรธ โกรธตัวเองว่าทำไมจะต้องทำให้แม่เดือดร้อน พอเวลาแม่เขาไปด่ากับคนอื่นใช่ไหม ก็จะต้องมีคนด่ากับเขาเหมือนแม่มารับแรงกระแทกแทนเรา ทั้งที่แม่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ความรู้สึกของเขาต้องเป็นอยู่แล้วเพราะคนเป็นแม่ เรารู้สึกโกรธ อยากจะขอพรให้ข้อหนึ่งแบบเกิดมาไม่ต้องเป็นลูกแม่อีกเลย เพราะรู้สึกทุกครั้งที่หนูเป็นลูกแม่ แม่จะพูดกับหนูตลอดเลยว่า “แม่ยอมเหนื่อย ยอมอดทน ยอมสู้เพื่อลูก” เราก็รู้สึกว่าแม่เขายอมทนเพื่อเรา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไม่ได้เกิดมาเป็นแม่ของเรา แล้วถ้าเขาเกิดไปเป็นแม่ที่ดีของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมาทนเพราะเรา ไปเกิดในครอบครัวดีๆ ก็อยากให้แม่เราไปอยู่ในจุดนั้นด้วยซ้ำ จะไม่ต้องมาเหนื่อยแทนเรา

ทุกวันนี้ยังตัดสายแม่อยู่ไหม ?

นารา : ก็ตัดสายอยู่ค่ะ เพราะว่าเวลาทุกครั้งที่คุยกับแม่หนูจะบ่นเหนื่อยตลอด จะแบบ “แม่หนูเหนื่อยมาก เหนื่อยมาก” เขาก็จะแบบพยายามหาทุกวิถีทาง “เดี๋ยวขับรถไปหาไหม” อะไรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เขาอยู่อยุธยาแล้วหนูอยู่กรุงเทพฯ เขาก็จะแบบหาทุกทางที่ทำให้หนูจะหายเหนื่อย ก็รู้สึกแบบไม่ได้อยากคุยกับเขามาก ๆ จนกว่าหนูพร้อมแล้วก็จะกลับไปบ้านแล้วก็จะคุยกับเขาเต็มที่เลย

แต่ขอแนะนำให้ครั้งหน้าที่แม่โทรมาก็แค่ฟัง เขาแค่อยากได้ยินเสียงเรา

นารา : เขาจะมีหลายอย่างมากที่เขาอยากทำแต่ไม่กล้าทำเพราะกลัวเราว่าด้วย ซึ่งหนูเคยว่าแม่ครั้งหนึ่งจำได้ไม่อยากให้แม่มายุ่ง อยากอยู่กับเพื่อนไม่ได้อยากอยู่กับแม่ หนูพูดว่า “อยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าที่อยู่กับแม่” วันนั้นจะไปเที่ยวกันแล้วแม่ก็อยากไปด้วย แม่เลยบอก “แม่ไม่ไปแล้ว” เราก็เลยเสียใจถึงทุกวันนี้ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกไป เพราะว่า ณ ตอนนั้นเรายังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีแม่อยู่แล้วเราอยู่ไม่ได้ จะเจอเหตุการณ์ที่ต้องมีเพื่อนอยู่ตลอด ให้ตัวเองมีความสุขไปวัน ๆ แต่พอเจอเหตุการณ์ที่ติดคุก ทำให้รู้เลยว่าเพื่อนไม่อยู่เลยมีแต่แม่ อยู่แค่เพื่อนบางคน แต่แม่อยู่กับเราทุกวัน

อยากบอกอะไรกับแม่ ?

คือหนูอยากขอโทษแม่มาก เพราะว่ามีหลายอย่างที่ทำผิดกับแม่มาก หนูเคยพูดกับแม่หลายคำพูดมากที่ทำให้แม่รู้สึกไม่ดี บางครั้งที่พูดไปหนูจะไม่คิดแต่คนที่คิดคือแม่ เคยบอกกับแม่ครั้งหนึ่งว่า “แม่บ้านหลังนี้หนูจะซื้อ แต่แม่ไม่ต้องมาอยู่นะ หนูอยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับแม่” ทุกครั้งที่อยากจะซื้อบ้านหลังนี้ เวลาแม่ผ่านจะไม่หันมามองเลยเพราะเขาเสียใจว่าลูกเคยพูดแบบนี้กับเขา อยากจะบอกแม่ว่าขอโทษแม่ทุกอย่างที่เคยพูดจาไม่ดีกับแม่ แล้วก็วันนี้หนูอาจจะไม่ได้กลับไปมีบ้านเหมือนคนอื่นเขา แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีโอกาสสร้างบ้านให้แม่อยู่ไหม หนูจะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ให้แม่ได้มีความสุขที่สุด อะไรที่มันเคยทำให้แม่ทุกข์หนูก็จะไม่กลับไปทำอีก

มีประโยคหนึ่งที่นาราเคยพูดตอนที่มีคนโอนเงินมาให้ตอนที่คุณลำบาก รู้สึกเหมือนกับเขาทำบุญให้กับคนตาย ?

นารา : ใช่ คือเอาตรง ๆ ตอนวันที่ติดคุก หนูรู้สึกว่าคนเราชีวิตจะตกต่ำ มีไม่กี่อย่างหรอกที่คนจะลืม คือ 1. ติดคุก 2. ตาย หนูยังโชคดีที่ว่าตัวเองตอนที่อยู่ในคุก จะคิดกับตัวเองเสมอว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เรายังไม่ตาย เพราะการที่มีชีวิตอยู่ ได้เรียนรู้กับเพื่อนมนุษย์รอบข้างเลยว่า ทุกครั้งที่เราจริงใจกับเพื่อนไปจะได้อะไรกลับมาบ้าง อย่าบอกว่าการที่คุณคบเพื่อนคุณไม่หวังอะไร ทุกคนหวังอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไม่หวัง ทีนี้ตอนที่อยู่ในเรือนจำหนูมีเพื่อนรอบข้างเยอะมาก ไม่ว่ารูปแบบไหน เพื่อนธรรมดา เพื่อนอินฟลูฯ เพื่อนนักธุรกิจ มีหมด มีไม่กี่คนเองที่ซื้อข้าวมาให้หนู ข้าวมื้อหนึ่งในนั้นมันมีค่าสำหรับเรามาก แกงเขียวหวานถุงหนึ่งก็มีค่าสำหรับเรา มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ลืมเรานะ เพราะอยู่ในนั้นมันหากินไม่ได้จะต้องกินในแบบที่เขามีให้เรากิน ซึ่งมันไม่ถูกปากเราอยู่แล้ว เราได้รู้ว่าเขายังไม่ลืมเรานะ การถูกลืมเป็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุด ถ้าฉันตาย แกคงแค่มาหาฉันแค่ 7 วัน ใช่ไหม 7 วันในที่จัดงานศพ แล้วถ้าหลังจากนั้นก็คงไม่มีแล้ว สุดท้ายตายไปคนก็ลืม หนูจะบอกเสมอว่าตายไปยังไงคนก็ลืมแน่นอน บางคนมีคู่เป็นแฟนรักกัน พอวันหนึ่งตายจากกันก็ลืมกัน อีกคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ก็ไปมีชีวิตใหม่ เพราะทุกคนรักตัวเอง

จุดไหนที่คิดว่าจะไม่เอาแล้ว ?

นารา : ตอนที่ได้กลับมาเจอเพื่อน แก๊งหิ้วหวี ค่ะ เพราะ ณ ตอนนั้นวันที่เกิดเรื่องเกิดราวทั้งหมดในชีวิต หนูโดนเฟดออกมาจากแก๊งพี่ ๆ เพราะทุกครั้งที่อยู่ในแก๊งพี่ ๆ เรามีความสุขตลอด จะมีความสุขทุกครั้งที่แบบว่าได้อยู่กับพวกเขา รู้สึกว่าเราเป็นคนที่โตขึ้นแล้ว และวันหนึ่งที่เราออกมา พี่นิสามณีไม่คุยกับเรา หลาย ๆ คนก็เปลี่ยนไปก็รู้แล้วนี่แหละคือเหตุผลจากตัวนาราเอง และอย่างคดีถ้าใครไปย้อนดูใน Google ประวัติจะมีเยอะมาก หนูยังมองกับตัวเองว่าเราจะผ่านไปยังไง แล้ววันนั้นออกมาจากเรือนจำแล้วได้เข้าไปเจอกับแก๊งหิ้วหวีอีกรอบหนึ่ง พี่นิสาได้คุยกับเรา พี่มิกซ์ได้กลับมาคุยกับเรา ทุก ๆ คนได้กลับมาคุยกับเรา นั่นคือจุดที่ทำให้รู้สึกว่าฉันจะไม่กลับไปทำผิดพลาดอีก เพราะไม่อยากเสียสิ่งดี ๆ ออกจากชีวิตไป ณ วันนั้นทำให้ได้ฉุกคิดว่า โอกาสกลับมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มี FC เข้ามาอีกแล้ว มีคนรักเราอีกแล้ว มีเจ้าของแบรนด์เอ็นดูใจดีกับเรา เรารู้สึกว่าฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสตรงนี้ไปอีกแล้ว มันเลยเป็นจุดคิดที่ทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะไม่ใช่นาราคนเดิม แต่จะเป็นนาราคนใหม่

พอเราล้มแล้วใครหายไป ?

นารา : เยอะมาก ไม่ใช่แค่คนที่ติดคุกอย่างหนูนะ มันมีหลายคนบนโลกนี้มากที่มีคนรอบข้างเยอะแยะมาก แต่พอตัวเองเกิดปัญหาจริงๆ แล้วมันจะได้รู้เลยว่าใครที่อยู่กับเราบ้าง ใครที่เขาอยากจะเดินออกจากชีวิตเราไป จะได้ยินคำตลอดว่า “ไม่มีเงินก็เหมือนหมาตัวหนึ่ง” หนูไม่เคยเชื่อเลย เพราะตัวเรายังไม่เกิดกับตัวเอง พอเกิดกับตัวเอง เข้าใจแล้วจริง ๆ ว่า “หมาตัวหนึ่ง” เป็นยังไง เพราะวันที่เราไม่เหลืออะไรแล้ว คือนิสัยคนเราก็ได้เห็นว่าเขาเป็นยังไงกับเรา ร้องไห้กับตัวเองตลอด เพราะว่าบางครั้งหนูจะอธิบายกับใครไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะตัวเองเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง จะโดนด่าตลอด (เสียงสั่นจะร้องไห้)

อะไรที่อยากเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้เราไปต่อ ?

นารา : รู้สึกว่าถ้าเรายอมแพ้ ณ ตอนนั้น ร้องไห้กับคอมเมนต์ในโซเชียล เขารอเหยียบเราอยู่ หนูไม่อยากให้ใครมาทำร้ายหนูได้ พยายามนะ อยากเป็นคนพูดให้รู้เรื่อง อยากจะเป็นคนไล่เรียงคำพูด อยากประดิษฐ์คำพูดเป็นคนให้เก่งๆ แต่ทำกี่ครั้งก็ทำไม่ได้ พยายามอยากเรียนกับใครหลาย ๆ คน อยากอ่านหนังสือเยอะ ๆ นะ ก็ทำไม่ได้

มีปมอะไรในชีวิตที่รู้สึกว่าทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ นิสัยอะไรบางอย่าง ?

นารา : ขี้วีน เป็นคนที่จะพูดจาไม่รักษาน้ำใจคน เวลาทำงานปากหนูจะไม่ค่อยดี เพราะตัวหนูเองอยากให้งานมันประสบความสำเร็จที่ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่างานเวลามันสื่อออกไปแล้วมันต้องดี มันต้องเพอร์เฟกต์ จะด่าคนว่า “โง่” คือสิ่งที่เมื่อก่อนนะ แล้วก็ชอบด่าคนต่อหน้าคนอื่น มันเลยทำให้คนเขาอาย กลายเป็นว่าเราทำงานเป็นคนที่ดูเด็กด้วยซ้ำไป ไม่มีวุฒิภาวะ นั่นคือข้อเสียของหนูอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่โต แต่หนูก็ค่อย ๆ ปรับตัวเองมาตลอด

ยังรู้สึกอยู่ไหมกับคำคอมเมนต์ต่าง  ?

นารา : มันจะมีค่ะ คือหนูก็เป็นคนที่พยายามจะไม่ตอบคอมเมนต์อะไรนะ แต่รู้สึกว่าบางอันหนูก็บล็อก บางอันก็ทำไม่ได้ ก็จะมีการตอบโต้เพื่อให้เขารู้บ้างว่าสิ่งที่คุณมอบให้เรามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือในคอมเมนต์ “อีขี้โกง” หนูไม่เคยซีเรียสเลย เรื่อง “อีขี้คุก” ชินชาไปกับมันแล้ว แต่คำที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่โอเคที่สุดคือการที่แบบว่า “นาราอยู่ในจุดที่เตือนแล้วไม่ฟัง” หนูก็เลยตั้งคำถาม  การเตือนมีหลายรูปแบบมากเลยนะ “น้องนาราพี่ว่าเป็นแบบนี้ดีไหม” อันนี้เตือนในฐานะที่เป็นแฟนคลับแล้วกัน เรารู้สึกก็โอเคขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวเราจะปรับปรุงให้ จะไม่บอกตัวเองว่าหนูเปลี่ยนเป็นนาราคนใหม่ 100% แต่สำหรับตัวหนู 60% ถึง 70% ที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้แล้ว เพราะบางอย่างที่ผ่านมาในอดีตมันเยอะมากที่เราทำตัวแย่ ทุกครั้งที่เจออะไรแบบนี้ หนูจะเอาเรื่องดราม่าให้มันเป็นเรื่องตลกตลอด เพื่อให้ตัวเองไม่ไปคิดเยอะกับพวกคอมเมนต์ต่าง ๆ เราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรพวกนั้น แล้วคนเขาจะไม่พูดถึงเราแบบนั้นอีก

ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครสนใจคุณแล้วจะกลับไปขายเครปเหมือนเดิมไหม ?

นารา : เอาตรงๆ กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ แต่จะไม่ขายเครป จะไม่ทำอะไรที่มันเคยทำมาแล้ว เพราะหนูเชื่อในตัวเองตลอดว่าถ้าวันหนึ่งไม่ได้เป็นนาราเครปกะเทยแล้ว หนูจะทำอะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ เพราะหนูก็เริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย แล้วมันเป็นนารา เครปกะเทยได้ วันหนึ่งถ้ามันพังไปหนูสามารถเป็นอย่างอื่นได้ แต่หนูต้องทำทุกอย่างให้มีความสุข วันที่ขายเครปวันนั้นคงไม่ได้มีความทุกข์เยอะขนาดนี้ ในตอนนั้นความสุขก็คือได้เจอคน ได้เจอเด็ก ๆ “พี่นารา หนูอยากกินเครปพี่นารา” ทั้ง ๆ ที่เครปไม่ค่อยได้กำไรหรอกนะ แต่ได้ชื่อเสียง ได้คนแชร์ ได้เจอเด็ก ๆ มานั่งต่อแถวรอกินของที่เราทำ รู้สึกดีใจมากที่เขาแบบมาหาเรา เพราะอยากมากินฝีมือเรา

อยากจะบอกคนที่มองว่าชีวิตมันยากลำบากมากในวันนี้ว่าอะไร ?

นารา : ที่หนูไม่กลัวอะไรเลยเพราะหนูกลัวจะกลับไปเจ็บปวดเหมือนเดิม ความเจ็บปวดมันจะสอนทำให้หนูก้าวข้ามผ่านสิ่งนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ ทุกคนจะเจอเรื่องราวในชีวิตเยอะแยะมากมายต่างกันไป คุณก็ต้องแก้ไขต่างกันไปเหมือนกัน คนจะถามหนูเสมอว่า “ทำไมนารา เครปกะเทยไม่กลัวอะไรเลย ถึงเป็นแบบนี้เพราะอะไร?” ก็เพราะหนูกลัวความเจ็บปวด หนูติดคุกก็เพราะว่าหนูทำผิดพลาด ทุกวันนี้หนูเริ่มต้นใหม่หนูระวังตัวเอง เพราะหนูกลัวจะกลับไปติดคุก เพราะตอนติดคุกหนูมีแต่ความเจ็บปวดมาตลอด หนูถึงบอกกับทุกคนว่าในวันนี้ใครที่ล้มเหลวในชีวิตหรืออะไรก็ตามให้จำไว้เสมอว่า ถึงแม้จะไม่มีใครรักเรา คนที่รักเราที่สุดก็คือตัวเราเอง ไม่ต้องไปอยากได้อยากมีแบบคนอื่นเขา เพราะคนอื่นที่เขามีหรือที่เราได้เห็นเขามีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า ถามกับตัวเองว่าคุณต้องการอะไร ก็ทำอย่างงั้น และนึกเสมอว่าผลของการที่เราอยากได้มันน่ะมันจะดีกับตัวเราหรือเปล่า ทุกคนมีสมอง ทุกคนคิดได้ ทุกคนทำได้

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.51 น.

“แม่แก้ว” อวดการ์ดแต่งงาน “ณเดชน์-ญาญ่า” เผยฤกษ์ดี 17 เม.ย. นี้ จัดเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน ณ บ้านสวนยิ่งเย็น ขอนแก่น

นับถอยหลังสู่งานวิวาห์แห่งปี! ล่าสุด “แม่แก้ว” คุณแม่ของซุปตาร์หนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้ออกมาสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดคลิปแกะซองการ์ดแต่งงานของลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ “ญาญ่า อุรัสยา” ให้แฟนๆ ได้ชมเป็นขวัญตา พร้อมระบุข้อความเชิญชวนผ่านอินสตาแกรมว่า “ร่วมเปิดการ์ดงานแต่งณเดชน์ญาญ่านำกันกับแม่เด้อ…จ้า”

โดยงานแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจุดสตาร์ทความหวานกันที่ จ.ขอนแก่น ณ “บ้านสวนยิ่งเย็น” ซึ่งเป็นบ้านสวนส่วนตัวของฝ่ายชาย บรรยากาศโอบล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแมกไม้ร่มรื่น โดย “ณเดชน์” ได้ลงพื้นที่คุมงานและตรวจเช็กความพร้อมด้วยตัวเอง

สำหรับรายละเอียดพิธีการสำคัญมีดังนี้

ฤกษ์ดี วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.09 น. จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือ โดยเน้นเชิญเพียงผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาร่วมงาน

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีที่บ้านเกิดฝ่ายชาย ทั้งคู่มีแพลนจะบินลัดฟ้าไปจัดงานแต่งงานต่อที่ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสาวญาญ่าทันที ก่อนจะกลับมาจัดงานฉลองวิวาห์สุดอลังการที่ กรุงเทพฯ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

 ในขณะที่โลกของคอนเทนต์กำลังโหยหา “ความแปลกใหม่” ที่มีรากเหง้าอันทรงพลัง ชื่อของ “อาจารย์ยอด” กำลังจะกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ครั้งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงไทย เมื่อประกาศความพร้อมนำผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “โนรี” บินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกง เพื่อร่วมประกาศศักดาในงาน FILMART 2026

นิยามใหม่ของคำว่า “International Standards”

การไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเรื่องเล่าไปโชว์ แต่คือการนำ “งานศิลปะที่มีชีวิต” ไปแสดงให้โลกเห็นว่า คอนเทนต์ไทยยุคใหม่ภายใต้การนำของอาจารย์ยอดนั้น “ไปไกลกว่า” ที่ใครจะคาดคิด “โนรี” ถูกเจียระไนด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล (Global Production Value) ตั้งแต่การตีความบทใหม่ที่เข้าถึงใจคนทุกวัฒนธรรม ไปจนถึงงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ประณีตจนโลกต้องตะลึง นี่คือการประกาศว่าเราไม่ได้แค่ก้าวตามเทรนด์โลก แต่เรากำลังจะเข้าไป “กำหนดเทรนด์” ใหม่ด้วยซ้ำ

ความก้าวหน้าที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

ในขณะที่หลายคนยังคงย่ำอยู่กับสูตรสำเร็จเดิมๆ แต่อาจารย์ยอดกลับเลือกที่จะทุ่มเท พลิกแพลง และสร้างสรรค์จน “โนรี” ก้าวข้ามขีดจำกัดของงานดราม่าพีเรียดแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น High-End Content ที่พร้อมจะลงจอดในทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ความล้ำหน้าทางความคิดและการนำเสนอในครั้งนี้ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า “เพดานบินของเรา สูงกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น”

หยาดเหงื่อและความพยายาม : เมื่อความทุ่มเทกลายเป็น “ความสมบูรณ์แบบ”

กว่าจะมาเป็น “โนรี” เวอร์ชันที่พร้อมสู่สายตาชาวโลก อาจารย์ยอดและทีมงานได้เททั้งชีวิตและความเป็นมืออาชีพลงไปในทุกเฟรมภาพ:ความละเอียดระดับไมครอน: ทุกรายละเอียดของคอสตูมและฉาก คือผลลัพธ์ของความพยายามที่ไม่มีคำว่า “พอแล้ว”นวัตกรรมการเล่าเรื่อง: การผสมผสานเสน่ห์แบบไทยดั้งเดิมเข้ากับจังหวะจะโคนระดับสากล จนกลายเป็นผลงานที่มี “เสน่ห์ลุ่มลึก” และ “ทรงพลัง” จนยากจะหาใครมาเลียนแบบได้”มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จ แต่มันคือการพิสูจน์ว่า เมื่อความทุ่มเทมาเจอกับวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้น… สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลงานที่โลกต้องยอมสยบ”‼เตรียมตัวพบกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จากเมืองไทยที่ฮ่องกง เพราะเมื่อ “โนรี” ปรากฏตัวใน FILMART 2026 มันจะไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงาน แต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องหันกลับมามองตัวเองว่า… “เราจะตามความสำเร็จระดับนี้ทันได้อย่างไร?”

#FILMART2026   #เรื่องเล่าอาจารย์ยอด #JatingjaComplex #โนรี #NOREE

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

เป็นคลิปเรียบง่ายแต่ความหมายลึกซึ้ง พิ้งกี้ สาวิกา  ไชยเดชโพสต์คลิปกับคุณพ่อสมาน ไชยเดช พร้อมแคปชั่นสุดกินใจ สะท้อนความรัก ความอบอุ่น ที่ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้สึกได้

งานนี้ทำเอาแฟนคลับแห่คอมเมนต์กันรัว ๆ เมื่อ พิ้งกี้ สาวิกา ออกมาโพสต์คลิปโมเมนต์สุดอบอุ่นกับคุณพ่อ ผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยในคลิปทั้งคู่นั่งชิลอยู่ด้วยกัน บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันไฮไลต์อยู่ที่แคปชันและข้อความในคลิปที่ว่า “กลัวว่าวันนึงจะคิดถึง… แต่พ่อไม่อยู่ให้เจอแล้ว” ยิ่งทำให้หลายคนอินหนัก เพราะสะท้อนความรู้สึกของการมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ ในวันนี้แฟน ๆ ต่างเข้ามาชื่นชมในความน่ารักและความอบอุ่นของพ่อลูกคู่นี้ พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นโมเมนต์ที่ดูแล้วทั้งยิ้มและแอบน้ำตาซึมในเวลาเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งมุมละมุนของพิ้งกี้ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ แต่สัมผัสได้ถึงความรักแบบเต็มหัวใจ

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.51 น.

จบลงไปอย่างยิ่งใหญ่และสวยงามเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สำหรับงานประกาศรางวัล TOTY MUSIC AWARDS Shining Forwards Thai Music 2025 งานประกาศรางวัลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลังในสาขาต่างๆ ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา สำหรับงานในปีนี้ ได้ถูกปรับเปลี่ยนชื่อจาก T-POP Of The Year เป็น Shining Forwards Thai Music งานประกาศรางวัลเพลงไทยทุกประเภท เพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลัง ความพิเศษของงานในปี้นี้ ยังมีรางวัล Special International Award Best Japan 2025 Song of the Year ซึ่งรางวัลตกเป็นของ Creepy Nuts จากเพลง Bling-Bang-Bang-Born

เปิดประเดิมงานด้วยการเดิน Pink Carpet (พรมชมพู) กับกองทัพศิลปินมากมาย ทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหน้า และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ของวงการเพลงไทย อาทิ 4EVE, ATLAS, JINWOOK & NEX OF BUS because of you i shine, YOUNGOHM, violette wautier, LITTLE JOHN, Paper Planes, VVV, Ink Waruntorn, fellow fellow, Lipta, JMNK, ily, PlusOne, ALTERS และอีกมากมาย และมาถึงช่วงสำคัญของงานประกาศรางวัล รางวัล TOTY MUSIC AWARDS Shining Forwards Thai Music 2025 สำหรับรางวัลได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รางวัลยอดนิยม (MOST POPULAR) ที่ตัดสินจากการโหวต และการเพิ่มยอดสตรีม ของผู้ชมและผู้ฟังจาก Finalist จำนวน 10 รางวัล และ รางวัลยอดเยี่ยม (THE BEST) ที่ได้คัดสรรจากคณะกรรมการ Finalist จำนวน 15 รางวัล สำหรับงานในปี้นี้ ศิลปิน และผู้อยู่เบื้องหลังวงการ TPOP ท่านใดจะได้รับรางวัลอะไรบ้าง สรุปผลให้ดังนี้

รางวัลยอดเยี่ยม (THE BEST) ได้แก่

1. รางวัลยอดเยี่ยม สาขา THE BEST COVER ART OF THE YEAR | ศิลปิน : YANT – FORD TRIO (Designer : Zendake)

2. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ALBUM PACKAGING OF THE YEAR | อัลบั้ม ตึกโป๊ะ-Lipta Design: 4×100 studio

3. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST HIDDEN GEM OF THE YEAR | ศิลปิน : Pami

4. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST NEW ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : Purpeech

5. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST MUSIC VIDEO OF THE YEAR|เพลง I’m ok // not ok ศิลปิน : BOYdPOD Ft.Billkin (Director : Thasom Boonyanate)

6. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST R&B ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : Tobii

7.รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST HIP HOP / RAP ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : TangBadVoice

8. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ROCK / ALTERNATIVE ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : LITTLE JOHN

9.รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST POP ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE

10. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST GROUP ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE

11. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST SOLO ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : INK WARUNTORN

12. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ALBUM OF THE YEAR | ศิลปิน : MILLI

13. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST PRODUCER OF THE YEAR | Song Writer : ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล จากผลงาน Album : puffette – pami /กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ – PURPEECH

14. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST RECORD OF THE YEAR | DISCOENTELECHY Supergoods Producer: Jean-David Caillouët & Supergoods

15. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST SONG OF THE YEAR | ใจฉันตามเธอไป – YOUNGOHM

รางวัลยอดนิยม (MOST POPULAR) ได้แก่

1. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR ORIGINAL SOUNDTRACK OF THE YEAR| ศิลปิน : BILLKIN เพลง See You Somewhere OST. ซองแดงแต่งผี

2. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR COLLABORATION OF THE YEAR | ศิลปิน : Bowkylion x NONT TANONT เพลง ที่คั่นหนังสือ

3. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR GROUP PERFORMANCE OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE เพลง Keep a Secret

4. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MALE ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : BLVCKHEART เพลง อยากจะกอดเธอนานๆ  (HAVE A GOOD TIME)

5. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR ROOKIES OF THE YEAR| ศิลปิน : FirstOne  เพลง First Love

6. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR FEMALE ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : INK WARUNTORN เพลง สักวันฉันจะหายดี

7. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR FEMALE GROUP OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE เพลง Salsa No Drama

8. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MALE GROUP OF THE YEAR | ศิลปิน : BUS because of you i shine เพลง ‘BOW WOW’

9. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR BAND OF THE YEAR | ศิลปิน : purpeech เพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ (Fear)

10. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MUSIC OF THE YEAR | ศิลปิน : purpeech เพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ (Fear)

นอกจากนี้ภายในงานยังมีโชว์สุดพิเศษจากเหล่าศิลปินที่นำเพลงใหม่ สุดฮิต มาโชว์กันแบบจัดเต็มภายในงาน เปิดด้วยโชว์สุดพิเศษจาก 2 สาว landokmai ก่อนจะต่อด้วยแดนซ์สุดมันส์จาก 2 ศิลปินน้องใหม่อย่าง วง ALTERS และ INC จาก XEBIS นอกจากนี้ยังมีโชว์เพลงสุดฮิตของค่าย XOXO Entertainment จาก 2 ศิลปิน JMNK และดูโอ้น้องใหม่ Plus One และโชว์คอลแลปส์เพราะๆ จากวง FULL และ  เล็ก รัชเมศร์ รวมไปถึงโชว์สุดฮอตจากอีกหลากหลายศิลปินทั้ง LITTLE JOHN, CIR*CLE ปิดท้ายด้วยโชว์เพลงฮิตสุดๆ อย่างเพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ จากวง PURPEECH เรียกได้ว่าเป็นงานประกาศรางวัลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะมอบรางวัลให้กับผู้ผลักดันวงการ T-POP ให้ขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมเพลงไทยทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง สำหรับปีหน้าทางงานจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์อีกต้องรอติดตาม