‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

'นารา เครปกะเทย' ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เปิดหมดเปลือกผ่านรายการ Woody Talk ย้อนเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตาถึงเส้นทางชีวิตที่พุ่งสุดแล้วร่วงแรงของ นารา เครปกะเทย ในวันที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับทำให้เห็นคุณค่าของอิสรภาพ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาตลอด เผยคำพูดในอดีตที่เคยทำร้ายจิตใจแม่จนวันนี้กลายเป็นบาดแผลที่อยากขอโทษ ยอมรับตรง ๆ ว่ายิ่งโดนด่ายิ่งได้เงิน ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือสร้างกระแส และโอกาสที่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในชีวิต

ในวันที่ความเกลียดของคนดูคือเครื่องผลิตเงินของคุณ รู้สึกยังไงกับประโยคนี้ ?

นารา : หนูรู้สึกว่าถูกต้องนะ เพราะว่ายิ่งคนด่าเราเยอะ เขาจะยิ่งเกิดความสนใจ แต่ในที่นี้ด่าเราในขั้นไหนบ้าง ด่าเพราะเราทำผิดหรือว่าด่าจากผลงานของเรา วันนี้คนที่ด่าเยอะๆ คือด่าจากการอินผลงานของเรา มันทำให้คนเปิดการมองเห็น ทำให้คนรู้สึกว่าอยากจะดูว่าเขาด่าเราในเรื่องอะไร เลยทำให้ดึงดูดคนมาดูเยอะ พอด่าแล้วมีความสนุกเข้าไปในตัวเนื้อเรื่องนั้นด้วย ไม่ใช่ด่าแบบว่าจะเอาให้ตายเลย แบบให้มันจมดินเหมือนคนที่ทำผิดดราม่า แต่รายการเราเป็นรายการที่แบบคนด่าแล้วคนชอบ ด่าในสิ่งที่เขาไม่รู้ หมายความว่า เช่น เรามีเบื้องหลังมีอีกแบบหนึ่ง เราอาจจะเตรียมไว้บ้าง เราอาจจะผลิตไว้แบบนี้ แต่เขาก็ด่าแบบจริงจัง เรารู้สึกดีใจ เขาอินในสิ่งที่เราทำ แน่ใจว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ที่บอกว่าคนด่าเป็นเครื่องผลิตหาเงินจริงไหม หนูว่าจริงนะ อย่างโพสต์นั้นเราได้แล้วนะ 30,000 บาท เยอะนะ คนด่าอยู่ได้นั่นแหละว่ารายการออนไม่ตรงบ้าง อะไรไม่ตรงบ้าง งั้นเราก็ทำเป็นแถลงการณ์เลย เวลาเราทำผิดมันจะต้องมีการมาแถลงการณ์ขอโทษ เพราะคนเขาอยากรู้อยู่แล้ว เราก็ไล่เรียงไปเลย สุดท้ายเข้าขายของคลินิกไป แล้วคนเขาก็บอก “นาราแกหลอกฉันอีกแล้ว ฉันโดนหลอกอีกแล้ว” คนแชร์เยอะก็เปิดการมองเห็น

บาลานซ์ยังไงว่าควรที่จะต้องเบรกแล้ว เพราะคนจับทางได้ ?

นารา : คือหนูดูจากคอมเมนต์ค่ะ ซึ่งเวลาหนูทำคลิป คือถ้าคนไม่รู้ควรจะแชร์เยอะ แต่ถ้าสมมติคนรู้ คนจะเริ่มแชร์ไม่ถึง 100 แล้ว ถ้าแชร์ไม่ถึง 100 คนรู้แล้วว่าเราไปทางไหน ก็ต้องเบรกแล้ว และก็กลับมานั่งคิดทบทวนกับตัวเองว่าจะไปแผนไหนต่อดี หรือไม่ว่าต้องรอดูสถานการณ์ว่าสถานการณ์ไหนที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เราเอามาเล่นก็ค่อยใส่ไปตอนนั้น เพราะว่าหนูรู้สึกว่า คือโลกสมัยนี้มันไม่ได้เหมือนสมัยก่อนที่ต้องมีคนชมตลอด สมัยนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือว่าเหตุการณ์ใด ๆ ต่าง ๆ มันจะมีคนเห็นต่างอยู่แล้ว จะมีคนเห็นดีกับเราแล้วก็เห็นต่างกับเรา ซึ่งหนูรู้สึกว่าเวลาคนที่ด่าบางครั้งด่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยนะ เหมือนแค่อยากด่า อยากระบายอารมณ์ของตัวเองอย่างที่พี่วู้ดดี้พูด หนูก็เลยเอาจุดตรงนี้มาทำให้คนได้รู้ว่า เวลาคุณจะด่าใครสักคนหนึ่ง ลองอ่านให้มันจบก่อน ถ้าคุณอ่านไม่จบแล้วคุณไม่รู้เรื่องของเขาจริงๆ แล้วคุณด่า น่าอายนะ ก็เลยเอาจุดตรงนี้ขึ้นมาทำผลงานด้วย

เหตุการณ์ไหนคือบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้เราโตขึ้น ?

นารา : อย่างการติดคุกนี่แหละ หนูไม่เคยพูดในรายการไหนนะว่าการติดคุกมันเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับหนู การติดคุกของมันเป็นสิ่งที่หนูเป็นคนที่อยากทำอะไรหลายอย่างในชีวิตมาก แต่พอเราอยู่ในคุก มันทำไม่ได้ เราอยากกลับไปกอดแม่ก็ออกไม่ได้ อยากออกไปทำหลายอย่างในชีวิตบ้าง ทำไม่ได้เลย ทำให้คิดทบทวนกับตัวเองว่าการติดคุกเป็นประสบการณ์ที่ฉันหาซื้อไม่ได้เลย แล้วจะไม่กลับมาซื้ออีก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ได้ทบทวนกับตัวเองว่าฉันทำอะไรผิดพลาดมากเหรอถึงต้องไปอยู่ในนี้มาอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แล้วออกไปต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องทำยังไงบ้างให้คนมองเราไปว่าไม่ใช่อีคนขี้คุก แต่มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ก็เลยมองกับตัวเองว่า งั้นถ้าเราทำไม่ได้ ต้องเริ่มต้นใหม่ให้มันดี มีเสียน้ำตาแรก ๆ ตอนที่ติดคุกสงสารครอบครัว สงสารแม่ที่เขาไม่รู้อะไรเลย และเขาจะต้องมารับความเจ็บปวด ยังจำได้แบบวันที่นักข่าวเขารุมสัมภาษณ์แม่ แม่มายืนรอหนูที่หน้ากองปราบ ไม่รู้ว่าลูกจะได้กลับมาหรือเปล่า เพราะหนูบอก “แม่เดี๋ยวหนูกลับมานะ บอกน้องด้วยว่าเดี๋ยวหนูกลับมา” แม่เขาคงมีความหวัง เขาก็ยืนรอหนูยัน 20:00 น. ซึ่งตอนที่หนูออกมาแล้วได้ดูภาพที่นักข่าวบันทึกไว้ สุดท้ายแล้วแม่ก็รอเก้อ ไม่ได้ออกมา ก็รู้สึกว่าเราทำให้เขาเจ็บปวด

เชื่อว่าตอนออกมาก็คงทำทุกทางให้แม่ไม่เจ็บปวด ?

นารา : ใช่ คือช่วงนี้ไม่ค่อยได้รับสายโทรศัพท์แม่ เพราะเขาจะถามมาตลอดว่าไหวไหม เขาจะมาเล่นโซเชียลเยอะขึ้นและจะเห็นทุกคำด่า เวลาหนูโดนด่า เขาจะไปคอมเมนต์ตอบกลับให้ตลอด เขาก็บอกกับเรา บอกว่าไม่ต้องตอบกลับเดี๋ยวแม่ตอบให้เอง เวลาแม่โทรมาหนูก็จะตัดสายเพราะรู้สึกโกรธ โกรธตัวเองว่าทำไมจะต้องทำให้แม่เดือดร้อน พอเวลาแม่เขาไปด่ากับคนอื่นใช่ไหม ก็จะต้องมีคนด่ากับเขาเหมือนแม่มารับแรงกระแทกแทนเรา ทั้งที่แม่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ความรู้สึกของเขาต้องเป็นอยู่แล้วเพราะคนเป็นแม่ เรารู้สึกโกรธ อยากจะขอพรให้ข้อหนึ่งแบบเกิดมาไม่ต้องเป็นลูกแม่อีกเลย เพราะรู้สึกทุกครั้งที่หนูเป็นลูกแม่ แม่จะพูดกับหนูตลอดเลยว่า “แม่ยอมเหนื่อย ยอมอดทน ยอมสู้เพื่อลูก” เราก็รู้สึกว่าแม่เขายอมทนเพื่อเรา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไม่ได้เกิดมาเป็นแม่ของเรา แล้วถ้าเขาเกิดไปเป็นแม่ที่ดีของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมาทนเพราะเรา ไปเกิดในครอบครัวดีๆ ก็อยากให้แม่เราไปอยู่ในจุดนั้นด้วยซ้ำ จะไม่ต้องมาเหนื่อยแทนเรา

ทุกวันนี้ยังตัดสายแม่อยู่ไหม ?

นารา : ก็ตัดสายอยู่ค่ะ เพราะว่าเวลาทุกครั้งที่คุยกับแม่หนูจะบ่นเหนื่อยตลอด จะแบบ “แม่หนูเหนื่อยมาก เหนื่อยมาก” เขาก็จะแบบพยายามหาทุกวิถีทาง “เดี๋ยวขับรถไปหาไหม” อะไรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เขาอยู่อยุธยาแล้วหนูอยู่กรุงเทพฯ เขาก็จะแบบหาทุกทางที่ทำให้หนูจะหายเหนื่อย ก็รู้สึกแบบไม่ได้อยากคุยกับเขามาก ๆ จนกว่าหนูพร้อมแล้วก็จะกลับไปบ้านแล้วก็จะคุยกับเขาเต็มที่เลย

แต่ขอแนะนำให้ครั้งหน้าที่แม่โทรมาก็แค่ฟัง เขาแค่อยากได้ยินเสียงเรา

นารา : เขาจะมีหลายอย่างมากที่เขาอยากทำแต่ไม่กล้าทำเพราะกลัวเราว่าด้วย ซึ่งหนูเคยว่าแม่ครั้งหนึ่งจำได้ไม่อยากให้แม่มายุ่ง อยากอยู่กับเพื่อนไม่ได้อยากอยู่กับแม่ หนูพูดว่า “อยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าที่อยู่กับแม่” วันนั้นจะไปเที่ยวกันแล้วแม่ก็อยากไปด้วย แม่เลยบอก “แม่ไม่ไปแล้ว” เราก็เลยเสียใจถึงทุกวันนี้ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกไป เพราะว่า ณ ตอนนั้นเรายังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีแม่อยู่แล้วเราอยู่ไม่ได้ จะเจอเหตุการณ์ที่ต้องมีเพื่อนอยู่ตลอด ให้ตัวเองมีความสุขไปวัน ๆ แต่พอเจอเหตุการณ์ที่ติดคุก ทำให้รู้เลยว่าเพื่อนไม่อยู่เลยมีแต่แม่ อยู่แค่เพื่อนบางคน แต่แม่อยู่กับเราทุกวัน

อยากบอกอะไรกับแม่ ?

คือหนูอยากขอโทษแม่มาก เพราะว่ามีหลายอย่างที่ทำผิดกับแม่มาก หนูเคยพูดกับแม่หลายคำพูดมากที่ทำให้แม่รู้สึกไม่ดี บางครั้งที่พูดไปหนูจะไม่คิดแต่คนที่คิดคือแม่ เคยบอกกับแม่ครั้งหนึ่งว่า “แม่บ้านหลังนี้หนูจะซื้อ แต่แม่ไม่ต้องมาอยู่นะ หนูอยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับแม่” ทุกครั้งที่อยากจะซื้อบ้านหลังนี้ เวลาแม่ผ่านจะไม่หันมามองเลยเพราะเขาเสียใจว่าลูกเคยพูดแบบนี้กับเขา อยากจะบอกแม่ว่าขอโทษแม่ทุกอย่างที่เคยพูดจาไม่ดีกับแม่ แล้วก็วันนี้หนูอาจจะไม่ได้กลับไปมีบ้านเหมือนคนอื่นเขา แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีโอกาสสร้างบ้านให้แม่อยู่ไหม หนูจะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ให้แม่ได้มีความสุขที่สุด อะไรที่มันเคยทำให้แม่ทุกข์หนูก็จะไม่กลับไปทำอีก

มีประโยคหนึ่งที่นาราเคยพูดตอนที่มีคนโอนเงินมาให้ตอนที่คุณลำบาก รู้สึกเหมือนกับเขาทำบุญให้กับคนตาย ?

นารา : ใช่ คือเอาตรง ๆ ตอนวันที่ติดคุก หนูรู้สึกว่าคนเราชีวิตจะตกต่ำ มีไม่กี่อย่างหรอกที่คนจะลืม คือ 1. ติดคุก 2. ตาย หนูยังโชคดีที่ว่าตัวเองตอนที่อยู่ในคุก จะคิดกับตัวเองเสมอว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เรายังไม่ตาย เพราะการที่มีชีวิตอยู่ ได้เรียนรู้กับเพื่อนมนุษย์รอบข้างเลยว่า ทุกครั้งที่เราจริงใจกับเพื่อนไปจะได้อะไรกลับมาบ้าง อย่าบอกว่าการที่คุณคบเพื่อนคุณไม่หวังอะไร ทุกคนหวังอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไม่หวัง ทีนี้ตอนที่อยู่ในเรือนจำหนูมีเพื่อนรอบข้างเยอะมาก ไม่ว่ารูปแบบไหน เพื่อนธรรมดา เพื่อนอินฟลูฯ เพื่อนนักธุรกิจ มีหมด มีไม่กี่คนเองที่ซื้อข้าวมาให้หนู ข้าวมื้อหนึ่งในนั้นมันมีค่าสำหรับเรามาก แกงเขียวหวานถุงหนึ่งก็มีค่าสำหรับเรา มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ลืมเรานะ เพราะอยู่ในนั้นมันหากินไม่ได้จะต้องกินในแบบที่เขามีให้เรากิน ซึ่งมันไม่ถูกปากเราอยู่แล้ว เราได้รู้ว่าเขายังไม่ลืมเรานะ การถูกลืมเป็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุด ถ้าฉันตาย แกคงแค่มาหาฉันแค่ 7 วัน ใช่ไหม 7 วันในที่จัดงานศพ แล้วถ้าหลังจากนั้นก็คงไม่มีแล้ว สุดท้ายตายไปคนก็ลืม หนูจะบอกเสมอว่าตายไปยังไงคนก็ลืมแน่นอน บางคนมีคู่เป็นแฟนรักกัน พอวันหนึ่งตายจากกันก็ลืมกัน อีกคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ก็ไปมีชีวิตใหม่ เพราะทุกคนรักตัวเอง

จุดไหนที่คิดว่าจะไม่เอาแล้ว ?

นารา : ตอนที่ได้กลับมาเจอเพื่อน แก๊งหิ้วหวี ค่ะ เพราะ ณ ตอนนั้นวันที่เกิดเรื่องเกิดราวทั้งหมดในชีวิต หนูโดนเฟดออกมาจากแก๊งพี่ ๆ เพราะทุกครั้งที่อยู่ในแก๊งพี่ ๆ เรามีความสุขตลอด จะมีความสุขทุกครั้งที่แบบว่าได้อยู่กับพวกเขา รู้สึกว่าเราเป็นคนที่โตขึ้นแล้ว และวันหนึ่งที่เราออกมา พี่นิสามณีไม่คุยกับเรา หลาย ๆ คนก็เปลี่ยนไปก็รู้แล้วนี่แหละคือเหตุผลจากตัวนาราเอง และอย่างคดีถ้าใครไปย้อนดูใน Google ประวัติจะมีเยอะมาก หนูยังมองกับตัวเองว่าเราจะผ่านไปยังไง แล้ววันนั้นออกมาจากเรือนจำแล้วได้เข้าไปเจอกับแก๊งหิ้วหวีอีกรอบหนึ่ง พี่นิสาได้คุยกับเรา พี่มิกซ์ได้กลับมาคุยกับเรา ทุก ๆ คนได้กลับมาคุยกับเรา นั่นคือจุดที่ทำให้รู้สึกว่าฉันจะไม่กลับไปทำผิดพลาดอีก เพราะไม่อยากเสียสิ่งดี ๆ ออกจากชีวิตไป ณ วันนั้นทำให้ได้ฉุกคิดว่า โอกาสกลับมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มี FC เข้ามาอีกแล้ว มีคนรักเราอีกแล้ว มีเจ้าของแบรนด์เอ็นดูใจดีกับเรา เรารู้สึกว่าฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสตรงนี้ไปอีกแล้ว มันเลยเป็นจุดคิดที่ทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะไม่ใช่นาราคนเดิม แต่จะเป็นนาราคนใหม่

พอเราล้มแล้วใครหายไป ?

นารา : เยอะมาก ไม่ใช่แค่คนที่ติดคุกอย่างหนูนะ มันมีหลายคนบนโลกนี้มากที่มีคนรอบข้างเยอะแยะมาก แต่พอตัวเองเกิดปัญหาจริงๆ แล้วมันจะได้รู้เลยว่าใครที่อยู่กับเราบ้าง ใครที่เขาอยากจะเดินออกจากชีวิตเราไป จะได้ยินคำตลอดว่า “ไม่มีเงินก็เหมือนหมาตัวหนึ่ง” หนูไม่เคยเชื่อเลย เพราะตัวเรายังไม่เกิดกับตัวเอง พอเกิดกับตัวเอง เข้าใจแล้วจริง ๆ ว่า “หมาตัวหนึ่ง” เป็นยังไง เพราะวันที่เราไม่เหลืออะไรแล้ว คือนิสัยคนเราก็ได้เห็นว่าเขาเป็นยังไงกับเรา ร้องไห้กับตัวเองตลอด เพราะว่าบางครั้งหนูจะอธิบายกับใครไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะตัวเองเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง จะโดนด่าตลอด (เสียงสั่นจะร้องไห้)

อะไรที่อยากเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้เราไปต่อ ?

นารา : รู้สึกว่าถ้าเรายอมแพ้ ณ ตอนนั้น ร้องไห้กับคอมเมนต์ในโซเชียล เขารอเหยียบเราอยู่ หนูไม่อยากให้ใครมาทำร้ายหนูได้ พยายามนะ อยากเป็นคนพูดให้รู้เรื่อง อยากจะเป็นคนไล่เรียงคำพูด อยากประดิษฐ์คำพูดเป็นคนให้เก่งๆ แต่ทำกี่ครั้งก็ทำไม่ได้ พยายามอยากเรียนกับใครหลาย ๆ คน อยากอ่านหนังสือเยอะ ๆ นะ ก็ทำไม่ได้

มีปมอะไรในชีวิตที่รู้สึกว่าทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ นิสัยอะไรบางอย่าง ?

นารา : ขี้วีน เป็นคนที่จะพูดจาไม่รักษาน้ำใจคน เวลาทำงานปากหนูจะไม่ค่อยดี เพราะตัวหนูเองอยากให้งานมันประสบความสำเร็จที่ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่างานเวลามันสื่อออกไปแล้วมันต้องดี มันต้องเพอร์เฟกต์ จะด่าคนว่า “โง่” คือสิ่งที่เมื่อก่อนนะ แล้วก็ชอบด่าคนต่อหน้าคนอื่น มันเลยทำให้คนเขาอาย กลายเป็นว่าเราทำงานเป็นคนที่ดูเด็กด้วยซ้ำไป ไม่มีวุฒิภาวะ นั่นคือข้อเสียของหนูอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่โต แต่หนูก็ค่อย ๆ ปรับตัวเองมาตลอด

ยังรู้สึกอยู่ไหมกับคำคอมเมนต์ต่าง  ?

นารา : มันจะมีค่ะ คือหนูก็เป็นคนที่พยายามจะไม่ตอบคอมเมนต์อะไรนะ แต่รู้สึกว่าบางอันหนูก็บล็อก บางอันก็ทำไม่ได้ ก็จะมีการตอบโต้เพื่อให้เขารู้บ้างว่าสิ่งที่คุณมอบให้เรามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือในคอมเมนต์ “อีขี้โกง” หนูไม่เคยซีเรียสเลย เรื่อง “อีขี้คุก” ชินชาไปกับมันแล้ว แต่คำที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่โอเคที่สุดคือการที่แบบว่า “นาราอยู่ในจุดที่เตือนแล้วไม่ฟัง” หนูก็เลยตั้งคำถาม  การเตือนมีหลายรูปแบบมากเลยนะ “น้องนาราพี่ว่าเป็นแบบนี้ดีไหม” อันนี้เตือนในฐานะที่เป็นแฟนคลับแล้วกัน เรารู้สึกก็โอเคขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวเราจะปรับปรุงให้ จะไม่บอกตัวเองว่าหนูเปลี่ยนเป็นนาราคนใหม่ 100% แต่สำหรับตัวหนู 60% ถึง 70% ที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้แล้ว เพราะบางอย่างที่ผ่านมาในอดีตมันเยอะมากที่เราทำตัวแย่ ทุกครั้งที่เจออะไรแบบนี้ หนูจะเอาเรื่องดราม่าให้มันเป็นเรื่องตลกตลอด เพื่อให้ตัวเองไม่ไปคิดเยอะกับพวกคอมเมนต์ต่าง ๆ เราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรพวกนั้น แล้วคนเขาจะไม่พูดถึงเราแบบนั้นอีก

ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครสนใจคุณแล้วจะกลับไปขายเครปเหมือนเดิมไหม ?

นารา : เอาตรงๆ กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ แต่จะไม่ขายเครป จะไม่ทำอะไรที่มันเคยทำมาแล้ว เพราะหนูเชื่อในตัวเองตลอดว่าถ้าวันหนึ่งไม่ได้เป็นนาราเครปกะเทยแล้ว หนูจะทำอะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ เพราะหนูก็เริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย แล้วมันเป็นนารา เครปกะเทยได้ วันหนึ่งถ้ามันพังไปหนูสามารถเป็นอย่างอื่นได้ แต่หนูต้องทำทุกอย่างให้มีความสุข วันที่ขายเครปวันนั้นคงไม่ได้มีความทุกข์เยอะขนาดนี้ ในตอนนั้นความสุขก็คือได้เจอคน ได้เจอเด็ก ๆ “พี่นารา หนูอยากกินเครปพี่นารา” ทั้ง ๆ ที่เครปไม่ค่อยได้กำไรหรอกนะ แต่ได้ชื่อเสียง ได้คนแชร์ ได้เจอเด็ก ๆ มานั่งต่อแถวรอกินของที่เราทำ รู้สึกดีใจมากที่เขาแบบมาหาเรา เพราะอยากมากินฝีมือเรา

อยากจะบอกคนที่มองว่าชีวิตมันยากลำบากมากในวันนี้ว่าอะไร ?

นารา : ที่หนูไม่กลัวอะไรเลยเพราะหนูกลัวจะกลับไปเจ็บปวดเหมือนเดิม ความเจ็บปวดมันจะสอนทำให้หนูก้าวข้ามผ่านสิ่งนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ ทุกคนจะเจอเรื่องราวในชีวิตเยอะแยะมากมายต่างกันไป คุณก็ต้องแก้ไขต่างกันไปเหมือนกัน คนจะถามหนูเสมอว่า “ทำไมนารา เครปกะเทยไม่กลัวอะไรเลย ถึงเป็นแบบนี้เพราะอะไร?” ก็เพราะหนูกลัวความเจ็บปวด หนูติดคุกก็เพราะว่าหนูทำผิดพลาด ทุกวันนี้หนูเริ่มต้นใหม่หนูระวังตัวเอง เพราะหนูกลัวจะกลับไปติดคุก เพราะตอนติดคุกหนูมีแต่ความเจ็บปวดมาตลอด หนูถึงบอกกับทุกคนว่าในวันนี้ใครที่ล้มเหลวในชีวิตหรืออะไรก็ตามให้จำไว้เสมอว่า ถึงแม้จะไม่มีใครรักเรา คนที่รักเราที่สุดก็คือตัวเราเอง ไม่ต้องไปอยากได้อยากมีแบบคนอื่นเขา เพราะคนอื่นที่เขามีหรือที่เราได้เห็นเขามีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า ถามกับตัวเองว่าคุณต้องการอะไร ก็ทำอย่างงั้น และนึกเสมอว่าผลของการที่เราอยากได้มันน่ะมันจะดีกับตัวเราหรือเปล่า ทุกคนมีสมอง ทุกคนคิดได้ ทุกคนทำได้

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.51 น.

“แม่แก้ว” อวดการ์ดแต่งงาน “ณเดชน์-ญาญ่า” เผยฤกษ์ดี 17 เม.ย. นี้ จัดเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน ณ บ้านสวนยิ่งเย็น ขอนแก่น

นับถอยหลังสู่งานวิวาห์แห่งปี! ล่าสุด “แม่แก้ว” คุณแม่ของซุปตาร์หนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้ออกมาสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดคลิปแกะซองการ์ดแต่งงานของลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ “ญาญ่า อุรัสยา” ให้แฟนๆ ได้ชมเป็นขวัญตา พร้อมระบุข้อความเชิญชวนผ่านอินสตาแกรมว่า “ร่วมเปิดการ์ดงานแต่งณเดชน์ญาญ่านำกันกับแม่เด้อ…จ้า”

โดยงานแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจุดสตาร์ทความหวานกันที่ จ.ขอนแก่น ณ “บ้านสวนยิ่งเย็น” ซึ่งเป็นบ้านสวนส่วนตัวของฝ่ายชาย บรรยากาศโอบล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแมกไม้ร่มรื่น โดย “ณเดชน์” ได้ลงพื้นที่คุมงานและตรวจเช็กความพร้อมด้วยตัวเอง

สำหรับรายละเอียดพิธีการสำคัญมีดังนี้

ฤกษ์ดี วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.09 น. จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือ โดยเน้นเชิญเพียงผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาร่วมงาน

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีที่บ้านเกิดฝ่ายชาย ทั้งคู่มีแพลนจะบินลัดฟ้าไปจัดงานแต่งงานต่อที่ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสาวญาญ่าทันที ก่อนจะกลับมาจัดงานฉลองวิวาห์สุดอลังการที่ กรุงเทพฯ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

 ในขณะที่โลกของคอนเทนต์กำลังโหยหา “ความแปลกใหม่” ที่มีรากเหง้าอันทรงพลัง ชื่อของ “อาจารย์ยอด” กำลังจะกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ครั้งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงไทย เมื่อประกาศความพร้อมนำผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “โนรี” บินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกง เพื่อร่วมประกาศศักดาในงาน FILMART 2026

นิยามใหม่ของคำว่า “International Standards”

การไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเรื่องเล่าไปโชว์ แต่คือการนำ “งานศิลปะที่มีชีวิต” ไปแสดงให้โลกเห็นว่า คอนเทนต์ไทยยุคใหม่ภายใต้การนำของอาจารย์ยอดนั้น “ไปไกลกว่า” ที่ใครจะคาดคิด “โนรี” ถูกเจียระไนด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล (Global Production Value) ตั้งแต่การตีความบทใหม่ที่เข้าถึงใจคนทุกวัฒนธรรม ไปจนถึงงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ประณีตจนโลกต้องตะลึง นี่คือการประกาศว่าเราไม่ได้แค่ก้าวตามเทรนด์โลก แต่เรากำลังจะเข้าไป “กำหนดเทรนด์” ใหม่ด้วยซ้ำ

ความก้าวหน้าที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

ในขณะที่หลายคนยังคงย่ำอยู่กับสูตรสำเร็จเดิมๆ แต่อาจารย์ยอดกลับเลือกที่จะทุ่มเท พลิกแพลง และสร้างสรรค์จน “โนรี” ก้าวข้ามขีดจำกัดของงานดราม่าพีเรียดแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น High-End Content ที่พร้อมจะลงจอดในทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ความล้ำหน้าทางความคิดและการนำเสนอในครั้งนี้ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า “เพดานบินของเรา สูงกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น”

หยาดเหงื่อและความพยายาม : เมื่อความทุ่มเทกลายเป็น “ความสมบูรณ์แบบ”

กว่าจะมาเป็น “โนรี” เวอร์ชันที่พร้อมสู่สายตาชาวโลก อาจารย์ยอดและทีมงานได้เททั้งชีวิตและความเป็นมืออาชีพลงไปในทุกเฟรมภาพ:ความละเอียดระดับไมครอน: ทุกรายละเอียดของคอสตูมและฉาก คือผลลัพธ์ของความพยายามที่ไม่มีคำว่า “พอแล้ว”นวัตกรรมการเล่าเรื่อง: การผสมผสานเสน่ห์แบบไทยดั้งเดิมเข้ากับจังหวะจะโคนระดับสากล จนกลายเป็นผลงานที่มี “เสน่ห์ลุ่มลึก” และ “ทรงพลัง” จนยากจะหาใครมาเลียนแบบได้”มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จ แต่มันคือการพิสูจน์ว่า เมื่อความทุ่มเทมาเจอกับวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้น… สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลงานที่โลกต้องยอมสยบ”‼เตรียมตัวพบกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จากเมืองไทยที่ฮ่องกง เพราะเมื่อ “โนรี” ปรากฏตัวใน FILMART 2026 มันจะไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงาน แต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องหันกลับมามองตัวเองว่า… “เราจะตามความสำเร็จระดับนี้ทันได้อย่างไร?”

#FILMART2026   #เรื่องเล่าอาจารย์ยอด #JatingjaComplex #โนรี #NOREE

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

เป็นคลิปเรียบง่ายแต่ความหมายลึกซึ้ง พิ้งกี้ สาวิกา  ไชยเดชโพสต์คลิปกับคุณพ่อสมาน ไชยเดช พร้อมแคปชั่นสุดกินใจ สะท้อนความรัก ความอบอุ่น ที่ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้สึกได้

งานนี้ทำเอาแฟนคลับแห่คอมเมนต์กันรัว ๆ เมื่อ พิ้งกี้ สาวิกา ออกมาโพสต์คลิปโมเมนต์สุดอบอุ่นกับคุณพ่อ ผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยในคลิปทั้งคู่นั่งชิลอยู่ด้วยกัน บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันไฮไลต์อยู่ที่แคปชันและข้อความในคลิปที่ว่า “กลัวว่าวันนึงจะคิดถึง… แต่พ่อไม่อยู่ให้เจอแล้ว” ยิ่งทำให้หลายคนอินหนัก เพราะสะท้อนความรู้สึกของการมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ ในวันนี้แฟน ๆ ต่างเข้ามาชื่นชมในความน่ารักและความอบอุ่นของพ่อลูกคู่นี้ พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นโมเมนต์ที่ดูแล้วทั้งยิ้มและแอบน้ำตาซึมในเวลาเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งมุมละมุนของพิ้งกี้ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ แต่สัมผัสได้ถึงความรักแบบเต็มหัวใจ

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

‘TOTY MUSIC AWARDS 2025’ งานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ของคนดนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.51 น.

จบลงไปอย่างยิ่งใหญ่และสวยงามเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สำหรับงานประกาศรางวัล TOTY MUSIC AWARDS Shining Forwards Thai Music 2025 งานประกาศรางวัลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 เพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลังในสาขาต่างๆ ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา สำหรับงานในปีนี้ ได้ถูกปรับเปลี่ยนชื่อจาก T-POP Of The Year เป็น Shining Forwards Thai Music งานประกาศรางวัลเพลงไทยทุกประเภท เพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปิน และผู้ทำงานเบื้องหลัง ความพิเศษของงานในปี้นี้ ยังมีรางวัล Special International Award Best Japan 2025 Song of the Year ซึ่งรางวัลตกเป็นของ Creepy Nuts จากเพลง Bling-Bang-Bang-Born

เปิดประเดิมงานด้วยการเดิน Pink Carpet (พรมชมพู) กับกองทัพศิลปินมากมาย ทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหน้า และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ของวงการเพลงไทย อาทิ 4EVE, ATLAS, JINWOOK & NEX OF BUS because of you i shine, YOUNGOHM, violette wautier, LITTLE JOHN, Paper Planes, VVV, Ink Waruntorn, fellow fellow, Lipta, JMNK, ily, PlusOne, ALTERS และอีกมากมาย และมาถึงช่วงสำคัญของงานประกาศรางวัล รางวัล TOTY MUSIC AWARDS Shining Forwards Thai Music 2025 สำหรับรางวัลได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รางวัลยอดนิยม (MOST POPULAR) ที่ตัดสินจากการโหวต และการเพิ่มยอดสตรีม ของผู้ชมและผู้ฟังจาก Finalist จำนวน 10 รางวัล และ รางวัลยอดเยี่ยม (THE BEST) ที่ได้คัดสรรจากคณะกรรมการ Finalist จำนวน 15 รางวัล สำหรับงานในปี้นี้ ศิลปิน และผู้อยู่เบื้องหลังวงการ TPOP ท่านใดจะได้รับรางวัลอะไรบ้าง สรุปผลให้ดังนี้

รางวัลยอดเยี่ยม (THE BEST) ได้แก่

1. รางวัลยอดเยี่ยม สาขา THE BEST COVER ART OF THE YEAR | ศิลปิน : YANT – FORD TRIO (Designer : Zendake)

2. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ALBUM PACKAGING OF THE YEAR | อัลบั้ม ตึกโป๊ะ-Lipta Design: 4×100 studio

3. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST HIDDEN GEM OF THE YEAR | ศิลปิน : Pami

4. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST NEW ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : Purpeech

5. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST MUSIC VIDEO OF THE YEAR|เพลง I’m ok // not ok ศิลปิน : BOYdPOD Ft.Billkin (Director : Thasom Boonyanate)

6. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST R&B ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : Tobii

7.รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST HIP HOP / RAP ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : TangBadVoice

8. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ROCK / ALTERNATIVE ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : LITTLE JOHN

9.รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST POP ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE

10. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST GROUP ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE

11. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST SOLO ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : INK WARUNTORN

12. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST ALBUM OF THE YEAR | ศิลปิน : MILLI

13. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST PRODUCER OF THE YEAR | Song Writer : ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล จากผลงาน Album : puffette – pami /กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ – PURPEECH

14. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST RECORD OF THE YEAR | DISCOENTELECHY Supergoods Producer: Jean-David Caillouët & Supergoods

15. รางวัลยอดเยี่ยม THE BEST SONG OF THE YEAR | ใจฉันตามเธอไป – YOUNGOHM

รางวัลยอดนิยม (MOST POPULAR) ได้แก่

1. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR ORIGINAL SOUNDTRACK OF THE YEAR| ศิลปิน : BILLKIN เพลง See You Somewhere OST. ซองแดงแต่งผี

2. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR COLLABORATION OF THE YEAR | ศิลปิน : Bowkylion x NONT TANONT เพลง ที่คั่นหนังสือ

3. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR GROUP PERFORMANCE OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE เพลง Keep a Secret

4. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MALE ARTIST OF THE YEAR| ศิลปิน : BLVCKHEART เพลง อยากจะกอดเธอนานๆ  (HAVE A GOOD TIME)

5. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR ROOKIES OF THE YEAR| ศิลปิน : FirstOne  เพลง First Love

6. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR FEMALE ARTIST OF THE YEAR | ศิลปิน : INK WARUNTORN เพลง สักวันฉันจะหายดี

7. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR FEMALE GROUP OF THE YEAR | ศิลปิน : 4EVE เพลง Salsa No Drama

8. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MALE GROUP OF THE YEAR | ศิลปิน : BUS because of you i shine เพลง ‘BOW WOW’

9. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR BAND OF THE YEAR | ศิลปิน : purpeech เพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ (Fear)

10. รางวัลยอดนิยม THE MOST POPULAR MUSIC OF THE YEAR | ศิลปิน : purpeech เพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ (Fear)

นอกจากนี้ภายในงานยังมีโชว์สุดพิเศษจากเหล่าศิลปินที่นำเพลงใหม่ สุดฮิต มาโชว์กันแบบจัดเต็มภายในงาน เปิดด้วยโชว์สุดพิเศษจาก 2 สาว landokmai ก่อนจะต่อด้วยแดนซ์สุดมันส์จาก 2 ศิลปินน้องใหม่อย่าง วง ALTERS และ INC จาก XEBIS นอกจากนี้ยังมีโชว์เพลงสุดฮิตของค่าย XOXO Entertainment จาก 2 ศิลปิน JMNK และดูโอ้น้องใหม่ Plus One และโชว์คอลแลปส์เพราะๆ จากวง FULL และ  เล็ก รัชเมศร์ รวมไปถึงโชว์สุดฮอตจากอีกหลากหลายศิลปินทั้ง LITTLE JOHN, CIR*CLE ปิดท้ายด้วยโชว์เพลงฮิตสุดๆ อย่างเพลง กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ จากวง PURPEECH เรียกได้ว่าเป็นงานประกาศรางวัลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะมอบรางวัลให้กับผู้ผลักดันวงการ T-POP ให้ขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมเพลงไทยทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง สำหรับปีหน้าทางงานจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์อีกต้องรอติดตาม 

3 นางงามตัวท็อป Miss Universe Thailand ปรากฏตัวพร้อมหน้าสะกดทุกสายตาในลุคสวยแพงสมมงตัวแม่!

3 นางงามตัวท็อป Miss Universe Thailand ปรากฏตัวพร้อมหน้าสะกดทุกสายตาในลุคสวยแพงสมมงตัวแม่!

3 นางงามตัวท็อป Miss Universe Thailand ปรากฏตัวพร้อมหน้าสะกดทุกสายตาในลุคสวยแพงสมมงตัวแม่!

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.14 น.

เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ 3 สาวตัวตึงแห่งจักรวาลไทยอย่าง แอนชิลี, วีนา และแอนนาเสือ แท็กทีมออกงานเดียวกันในงาน “บัลลังก์ deal” งานนี้แต่ละคนจัดเต็มลุคสวยเฉี่ยว คนละสไตล์แต่ลงตัวสุด ๆโดย แอนชิลี มาในลุคมั่นใจสมกับคอนเซ็ปต์ Real Size Beauty ขณะที่วีนาออร่าความหวานผสมความแพงยังคงโดดเด่นไม่เปลี่ยน ส่วนแอนนาเสือก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับลุคสวยคมสะกดทุกช็อตการรวมตัวครั้งนี้ทำเอาแฟนนางงามแห่โฟกัส เพราะไม่บ่อยที่จะได้เห็นตัวแม่จากคนละปีมายืนเฟรมเดียวกัน บอกเลยว่างานนี้ไม่มีใครยอมใคร สมศักดิ์ศรีตัวท็ปของเวที #MissUniverseThailand 

‘ไอซ์- จักรพงษ์’ Manhunt Thailand 2026 เปิดบทใหม่ของเวทีนายแบบไทย ‘สุภาพบุรุษเพื่อสังคม’

‘ไอซ์- จักรพงษ์’ Manhunt Thailand 2026 เปิดบทใหม่ของเวทีนายแบบไทย 'สุภาพบุรุษเพื่อสังคม'

‘ไอซ์- จักรพงษ์’ Manhunt Thailand 2026 เปิดบทใหม่ของเวทีนายแบบไทย ‘สุภาพบุรุษเพื่อสังคม’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

จบการประกวดไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับเวทีการประกวด Manhunt Thailand 2026 มิติใหม่ของการค้นหาตัวแทนชายหนุ่มไทยสู่เวทีระดับโลก ภายใต้แนวคิด “สุภาพบุรุษเพื่อสังคม” (Gentleman for Society) โดยในปีนี้ได้รับการจัดขึ้นโดย Local Alike องค์กรเพื่อสังคมที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องการยกระดับความหมายของคำว่า “สุภาพบุรุษ” ให้สะท้อนคุณค่าทางสังคมมากยิ่งขึ้น โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ ไอซ์- จักรพงษ์ ขยันการนาวี หนุ่มมาดเข้มมากความสามารถ

ล่าสุด ไอซ์ จักรพงษ์ นำทีมรองชนะเลิศทั้ง3อันดับเข้าพบ ‘ทีมข่าวบันเทงแนวหน้าออนไลน์’ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน พร้อมทั้งยังพูดคุยถึงความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่งและการเตรียมตัวเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประกวด Manhunt International ที่ประเทศศรีลังกา ในช่วงเดือนกันยายนนี้

สง่างามสมตำแหน่งมงโลก’โอปอล สุชาตา’ปรากฏตัวบนรันเวย์ SIRIVANNAVARI BANGKOK

สง่างามสมตำแหน่งมงโลก'โอปอล สุชาตา'ปรากฏตัวบนรันเวย์ SIRIVANNAVARI BANGKOK

สง่างามสมตำแหน่งมงโลก’โอปอล สุชาตา’ปรากฏตัวบนรันเวย์ SIRIVANNAVARI BANGKOK

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.11 น.

เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเมื่อ “โอปอล สุชาตา” เจ้าของตำแหน่ง Miss World 2025 ของประเทศไทยก้าวขึ้นสู่รันเวย์ในแฟชั่นโชว์ SIRIVANNAVARI Bangkok Spring/Summer 2026 ด้วยลุคที่สะท้อนความงดงามสง่าผ่าเผยอย่างโดดเด่น การปรากฏตัวครั้งนี้ ‘โอปอล’ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของผู้หญิงไทยผ่านท่วงท่าที่มั่นใจ ผสานความอ่อนช้อยและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว สอดรับกับแนวคิดของคอลเลกชันที่เน้นความหรูหราเหนือกาลเวลา (Timeless Elegance)บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากเหล่าคนดังในวงการแฟชั่นและบันเทิง ที่มาร่วมชมโชว์ระดับไฮเอนด์ของแบรนด์ไทย ซึ่งยังคงสะท้อนศักยภาพของแฟชั่นไทยบนเวทีระดับสากล นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “โอปอล สุชาตา” ในฐานะตัวแทนความงามของไทย ที่สามารถถ่ายทอดทั้งความสง่างามและความร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ

‘ออม-กรณ์นภัส’สวยสง่าหรูหราเหมาะสมกับตำแหน่ง Friend of the House คนล่าสุด’บุลการี’

‘ออม-กรณ์นภัส’สวยสง่าหรูหราเหมาะสมกับตำแหน่ง Friend of the House คนล่าสุด'บุลการี'

‘ออม-กรณ์นภัส’สวยสง่าหรูหราเหมาะสมกับตำแหน่ง Friend of the House คนล่าสุด’บุลการี’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.57 น.

สวยสง่าหรูหราเหมาะสมกับตำแหน่ง Friend of the House คนล่าสุดของ บุลการี ประเทศไทย สำหรับ ‘ออม-กรณ์นภัส’ล่าสุด บุลการี (Bvlgari) ช่างอัญมณีแห่งโรมัน กลับมาอีกครั้งเพื่อเปิดประสบการณ์ป๊อป-อัพสโตร์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม  โดยบุลการี ป๊อป-อัพ ณ เซ็นทรัลชิดลมนั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว บริเวณ Luxe Galerie ของห้างสรรพสินค้าลักชัวรีระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวป๊อป-อัพสโตร์โฉมใหม่ บุลการี ได้จัดงานค็อกเทลเอ็กซ์คลูซีฟ ณ บุลการี ป๊อป-อัพ เซ็นทรัล ชิดลม โดยได้รับเกียรติจาก ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ในฐานะ Friend of the House คนล่าสุดของ บุลการี ประเทศไทย พร้อมด้วย Roberta Pellacci, Thailand Country Director รวมถึงทีมผู้บริหารของเซ็นทรัล ชิดลม ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองครั้งพิเศษนี้ โดยบรรยากาศภายในงานเปล่งประกายด้วยเสียงดนตรีจากดีเจ นท พนายางกูร (NOTEP) ที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวและพลังอันมีชีวิตชีวา เติมเต็มค่ำคืนให้มีสีสันอย่างลงตัว

ป๊อป-อัพสโตร์อันสง่างามแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่วงกลมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบสถาปัตยกรรมของ อิล คาเฟ่ (Il Caffè) ภายในโรงแรมบุลการี โรมา (Bvlgari Hotel Roma) ณ วันนี้ ป๊อป-อัพสโตร์แห่งนี้ ได้มอบบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย โดยมีพื้นที่อันกว้างขวาง ด้วยโครงสร้างของพื้นที่โดยรอบที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยพืชพรรณอันเขียวชอุ่ม การจัดวางโซฟาบิวท์อินแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง อีกทั้งบริเวณพื้นที่ภายนอกยังเชื่อมต่อกับภายในได้อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง และเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เลาจ์ที่ถูกจัดสรรขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยออกแบบมาให้เข้ากับโครงสร้างภายนอกอย่างลงตัว เชิญให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนและสัมผัสประสบการ์แห่งบุลการีในบรรยากาศอันผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น โดยมีเคาน์เตอร์ใหม่สองแห่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านนอกพาวิลเลียนทรงกลม ทำหน้าที่เป็นจุดดึงดูดสายตาได้อย่างแนบเนียน เชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสเอกลักษณ์ของเมซง ผ่านคอลเลคชั่นเซอร์เพนติ (Serpenti), ดีวาส์ ดรีม (Divas’ Dream), บีซีโรวัน (B.zero1), และบุลการี ทูโบกาส (Bvlgari Tubogas) รวมทั้งนาฬิกาและแอคเซสเซอรีส์ของบุลการี

ป๊อป-อัพสโตร์แห่งนี้ใช้โทนสีอันอบอุ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบุลการี ด้วยพื้นผิวสุดประณีต และวัสดุลักชัวรี สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมโรมันของเมซงและกลมกลืนเข้ากับบรรยากาศของกรุงเทพมหานคร

บุลการีเชิญทุกท่านร่วมเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ที่รวมผลงานอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับจิตวิญญาณแห่งกรุงโรม เพื่อสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครท่านสามารถเยี่ยมชมบุลการีป๊อป-อัพสโตร์ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 1

‘นาวิน ต้าร์’เล่าย้อนวินาทีชีวิตเฉียดตาย ‘นาวิน ต้าร์’ ฟื้นมาแล้วจำชื่อภรรยาไม่ได้ จำชื่อลูกไม่ได้

'นาวิน ต้าร์'เล่าย้อนวินาทีชีวิตเฉียดตาย 'นาวิน ต้าร์' ฟื้นมาแล้วจำชื่อภรรยาไม่ได้ จำชื่อลูกไม่ได้

‘นาวิน ต้าร์’เล่าย้อนวินาทีชีวิตเฉียดตาย ‘นาวิน ต้าร์’ ฟื้นมาแล้วจำชื่อภรรยาไม่ได้ จำชื่อลูกไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

เมื่อ นาวิน ต้าร์ ควงคู่ ไฮโซน้ำหวาน มารายการ Club Friday Show  เปิดสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนจนเกือบจะหย่ากัน !? นาวิน ต้าร์” เผยอดีตเคยเกเร เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะวีรกรรมสุดแสบ !? แล้วอะไรที่ทำให้เด็กเกเรคนหนึ่งเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้… เรียนหนัก กดดันตัวเอง จนอยู่ในภาวะซึมเศร้ นาวิน ต้าร์ – ไฮโซน้ำหวาน” เผยขอแต่งงานตอนเช้าตอนเย็นก็แต่งกันเลย “ไฮโซน้ำหวาน” เผยที่ห้าม “นาวิน ต้าร์” ออกกำลังกายหนักเพราะเรื่องนี้ จนทะเลาะกันหนัก! ทั้งนี้ นาวิน ต้าร์” ยังเล่าย้อนวินาทีชีวิตเฉียดตาย “ฟื้นมาแล้วจำชื่อภรรยาไม่ได้ จำชื่อลูกไม่ได้

เรื่องใหญ่ถึงขนาดที่ตั้งใจจะหย่ากันเลยเหรอ ??

นาวิน ต้าร์ บอกเลยว่าขนาดนั้นแล้วคนที่ทำผิดก็คือตัวผมเองก็ตั้งใจไปหย่ากันจริง

ไฮโซน้ำหวาน : เจ็บก็ขอให้เจ็บครั้งเดียวแล้วก็เจ็บที่สุดไปเลย

นาวิน ต้าร์ เรื่องนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอนจริงๆ ตอนนี้เรายังไม่ได้ก้าวข้ามมันไป

ไฮโซน้ำหวาน : เสียใจพูดกับใครก็ไม่ได้นี่คือสิ่งที่น้องควรจะได้รับ นี่คือสิ่งที่พี่มอบให้น้องไง

เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนถึง 2 สถาบันเลย

นาวิน ต้าร์ เกเรมากแกล้งเพื่อนเหมือนไปบูลลี่ ไประเบิดกำแพงโรงเรียนเอาประทัดที่เป็นสามเหลี่ยมมัดรวมกันแล้วก็เอาไปใส่ที่กำแพงคือระเบิดเป็นรูเลยไม่สำนึกเลย โดนไล่ออกครั้งที่สองเป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาทเหตุการณ์ชกต่อยกันทั้งโรงเรียน เรียนก็ยังเรียนไม่จบอยู่ม.5

ชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เกเรแล้วยังไม่สำนึกในตอนนั้นจุดเปลี่ยนคือคุณพ่อ

 นาวิน ต้าร์” เรียนหนัก กดดันตัวเอง จนอยู่ในภาวะซึมเศร้า

นาวิน ต้าร์ : ตอนเรียนจบก็ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง กำลังมีชื่อเสียงเยอะมากที่สุดเลย พอเรียนจบได้ทุนอานันทมหิดล ทิ้งทุกอย่างแล้วไปอเมริกาไปอยู่ 9 ปีครับ เรียนเครียดหนักรู้สึกผิดหวังเราทำไม่ได้เป็นซึมเศร้า โทษตัวเองมันซึมเศร้าขนาดที่ว่าไม่รับโทรศัพท์ใครเลยในห้องไม่มีการทำความสะอาด มีแต่ขยะเต็มไปหมดผมก็นอนอยู่ในห้องแบบนั้น

ทั้งคู่ไปเจอกันได้ยังไงเอ่ย

นาวิน ต้าร์ เราปิ๊งเขาตกตะลึงในความแบบนี่คนหรือนางฟ้า

 ไม่กี่เดือนแล้วแต่งงาน

ไฮโซน้ำหวาน : ไม่เคยคบกันแบบสองต่อสองเลยแต่ขอแต่งงาน

 แต่ขอแต่งงานพูดประโยคที่น่าตกใจ

ไฮโซน้ำหวาน : พูดความรู้สึกของเขาว่าอยากมีลูก เขาอยากสืบพันธุ์แต่เขาไม่ได้อยากมีแม่ของลูก

ซึ่งแปลกไปกว่านั้นก็คือขอแต่งงานตอนเช้า ตอนเย็นก็แต่งกันเลย

ไฮโซน้ำหวาน : ตอนนั้นยังไม่กล้าบอกคุณพ่อคุณแม่แต่งเสร็จแล้วคืนนั้นค่อยบอก

แล้วเขารู้ไหมว่าเราเป็นแฟนกับ นาวิน ต้าร์

ไฮโซน้ำหวาน : ไม่รู้ค่ะ

 ทะเลาะกันหนักสุด

ไฮโซน้ำหวาน : ทะเลาะกันอยู่ 6 เดือน สะโพกร้าวจากการจักรยานล้ม เขาก็จะไปวิ่งทุกเช้า น้ำหวานก็ห้ามทุกเช้าเขาก็หงุดหงิดว่าน้องเกลียดการกีฬาของพี่ เกลียดสิ่งที่พี่ชอบ

นาวิน ต้าร์ ด้วยความดื้อ

ไฮโซน้ำหวาน : คุณหมอบอกว่าถ้าเขายังวิ่งแบบนี้ไปเขาจะต้องตัดขา

 มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนเป็นอุบัติเหตุฟื้นขึ้นมาเหมือนจำใครไม่ได้

นาวิน ต้าร์ หมดสติที่รุนแรงมากเป็นประสบการณ์ที่เฉียดเราตายไปแล้วหรือยัง ตอนที่ตื่นมามีสายเต็มไปหมด

ไฮโซน้ำหวาน : อยู่ ICU ประมาณ 7 วัน ไตวาย ปั๊มหัวใจกันพอเขาฟื้นเขาก็มองหน้าเรา เราเป็นใครเหมือนเขาไม่รู้จัก

นาวิน ต้าร์ จำชื่อเขาไม่ได้ จำชื่อลูกไม่ได้