‘แอลลี่ อชิรญา’ ทะยานสู่ฮอลลีวูด! เปิดตัวร่วมแสดงหนัง K-Pop ระทึกขวัญ Perfect Girl โปรเจกต์ยักษ์ระดับโลก

'แอลลี่ อชิรญา' ทะยานสู่ฮอลลีวูด! เปิดตัวร่วมแสดงหนัง K-Pop ระทึกขวัญ Perfect Girl โปรเจกต์ยักษ์ระดับโลก

‘แอลลี่ อชิรญา’ ทะยานสู่ฮอลลีวูด! เปิดตัวร่วมแสดงหนัง K-Pop ระทึกขวัญ Perfect Girl โปรเจกต์ยักษ์ระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.33 น.

แฟน ๆ ชาวไทยเตรียมกรี๊ด! “แอลลี่ – อชิรญา นิติพน” สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศเข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ–K-Pop เรื่องใหม่ “Perfect Girl”

ภาพยนตร์เรื่องนี้รวมทีมนักแสดงนานาชาติสุดฮอตจากทั้งวงการ K-Pop และฮอลลีวูด อาทิ Jeon Somi, Arden Cho, May Hong, Adeline Rudolph, Nancy (MOMOLAND), AC Bonifacio, Siyoon (Billlie), Chaerin (Cherry Bullet), Peter Lee Jae Yoon, และ Samantha Cochran โดยมี แอลลี่-อชิรญา เป็นตัวแทนศิลปินที่ได้รับคัดเลือกจากประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียว

“Perfect Girl” ได้ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลี Hong Won-ki (จาก Goedam และผู้ก่อตั้ง Zanybros*) และเขียนบทโดย Lynn Q. Yu จาก The Black List 2023 พร้อม Scott Staruss(Badlands) โปรดิวเซอร์จากประเทศอเมริกา และทีมสร้างระดับโลกจาก Thunder Road (John Wick), Desert Bloom โดย “Perfect Girl” ได้เริ่มถ่ายทำแล้วในประเทศไทยและเตรียมเปิดตัวที่งาน American Film Market (AFM) โดยมี CAA Media Finance ดูแลในสหรัฐฯ

ขอบคุณกำลังใจ! ‘หนุ่ม กรรชัย’เล่าอาการป่วย แถมฝากถึงคนสาปแช่ง

ขอบคุณกำลังใจ! 'หนุ่ม กรรชัย'เล่าอาการป่วย แถมฝากถึงคนสาปแช่ง

ขอบคุณกำลังใจ! ‘หนุ่ม กรรชัย’เล่าอาการป่วย แถมฝากถึงคนสาปแช่ง

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.00 น.

3 พฤศจิกายน 2568 “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจ หนุ่ม กรรชัย อัพเดตอาการป่วยและต้องเข้ารับการผ่าตัดอาการนิ่วในท่อน้ำดีว่า

“สวัสดีครับ ผมกรรชัยเองนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกๆท่านมากๆนะครับ ที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจมาให้
ตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีอาการป่วยตั้งแต่วันจันทร์ก่อน มีอาการเป็นไข้ ตั้งแต่วันที่ 27-29ตค. ซึ่งผมเข้าใจว่าอาการของผมคือไข้หวัดใหญ่ เพราะมีอาการปวดหัว ปวดตัว ปวดหลัง
ผมจึงหยุดงานไปสามวัน จนเข้าสู่วันพฤหัสที่30 ผมมีอาการปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่อย่างรุนแรง เป็นการปวดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนลุกยืนไม่ได้ พูดไม่ได้ จนต้องไปที่โรงพยาบาลแห่งแรก ได้มีการตรวจเลือดผลปรากฏว่ามีค่าตับสูงซึ่งขณะนั้นไม่ได้มากนัก
ทางคุณหมอให้ยาลดกรดทางเส้นเลือด และให้ผมได้กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ และทางคุณหมอบอกให้ผมนอนโรงพยาบาล เพราะสงสัยเรื่องนิ่วในท่อน้ำดี
แต่ทางผมไม่ค่อยอยากนอน พออาการบรรเทาขึ้น ผมจึงขอกลับที่พัก จากนั้นผมได้มีการนำเอาเอกสารการตรวจที่ได้มา ส่งให้คุณหมอที่ดูแลผมดูซ้ำ และได้มีการปรึกษาอาจารย์หมออีกหลายท่าน
จนทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่าผมควรต้องรีบกลับไปแอดมิดที่โรงพยาบาลโดยด่วน ผมจึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ตามคำแนะนำของคุณหมอที่ดูแลผม
พอไปถึงมีการเช็คเลือดซ้ำ พบว่าค่าตับ ALP, AST, ALT, GGT ที่ตรวจไปตอน 5 โมงเย็น พุ่งสูงกว่าเดิมจากระดับร้อยกว่าเป็นเก้าร้อยกว่าเกือบพัน(ปกติห้ามเกิน50) และยังมีค่าสารเหลืองในเลือดเพิ่มขึ้น มีค่าอักเสบต่างๆของร่างกายเพิ่มขึ้น
โดยคืนนั้นผมไม่สามารถนอนได้เลยเพราะกลับมาปวดท้องตลอดทั้งคืน ถึงแม้จะได้ยาแก้ปวดทางเส้นเลือดไปหลายชนิดก็ตาม
คุณหมอแจ้งว่าอาการดังกล่าวเข้ากับภาวะ การติดเชื้อในกระแสเลือดจากท่อน้ำดีอักเสบติดเชื้อ (acute cholangitis) ซึ่งเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดลงมาอุดตันท่อน้ำดี
คุณหมอจึงให้รีบทำหัตถการด่วน เพื่อเอานิ่วออก (ERCP with stone removal) โดยการวางยาให้หลับ ใช้กล้องและเครื่องมือใส่ผ่านช่องคอลงไป(คอนะครับไม่ใช่คลอด) และผ่าเข้าไปบริเวณรูเปิดท่อน้ำดี คุณหมอพบว่ามีนิ่วค้างอยู่ตามคาดและยังพบว่าน้ำดีจากสีเหลืองทองทั่วไปได้กลายเป็นสีดำ นั่น คือ การเริ่มติดเชื้อแล้ว คุณหมอจึงล้างทำความสะอาดท่อน้ำดี พร้อมให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเพื่อควบคุมการติดเชื้อลุกลาม
หลังจากนี้ คุณหมอแนะนำให้รับการผ่าตัดถุงน้ำดีออก เพื่อป้องกันการเกิดนิ่วและการอักเสบติดเชื้อซ้ำในอนาคต
ทางคุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนคือ ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งเกิดได้เนื่องจากรูเปิดของท่อน้ำดีและท่อตับอ่อนมาเปิดรวมกันบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น
โดยภาวะตับอ่อนอักเสบมักมีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หรือชายโครงขวา อาการปวดร้าวไปด้านหลัง และจะตรวจพบระดับเอนไซม์ของตับอ่อนสูงกว่าปกติ
สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณสำหรับความห่วงใยของทุกๆท่านที่รักผม และต้องขอโทษสำหรับความผิดหวังของบางคนที่เกลียดชังและคอยสาปแช่งผมด้วยนะครับ เพราะกูรอดครับ ขอบคุณครับ
ปล.ตอนนี้คุณหมอยังต้องให้ยาฆ่าเชื้ออยู่ตลอดและให้พักฟื้นเพื่อรอประเมินอาการต่อไปครับอาจมีผ่ารอบสองสำหรับถุงน้ำดีครับ”

‘ณวัฒน์’ เดือด!พาตำรวจลงตรวจสอบกอง MU หลังนำป้ายโปรโมทเว็บพนันวางในโรงแรมเก็บตัวนางงาม

'ณวัฒน์' เดือด!พาตำรวจลงตรวจสอบกอง MU หลังนำป้ายโปรโมทเว็บพนันวางในโรงแรมเก็บตัวนางงาม

‘ณวัฒน์’ เดือด!พาตำรวจลงตรวจสอบกอง MU หลังนำป้ายโปรโมทเว็บพนันวางในโรงแรมเก็บตัวนางงาม

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.16 น.

ณวัฒน์  อิสรไกรศีล Executive Director องค์กร Miss Universe (MUO) และ เป็นประธานเจ้าภาพจัดงาน Miss Universe 2025 ประเทศไทย นำตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกองMiss Universe 2025   เนื่องด้วยเพราะทีมงาน Miss Universe 2025 จากทางฝั่งลาติน นำเอาป้ายเว็บการพนัน มาตั้งในโรงแรมที่ใช้เก็บตัวผู้เข้าประกวด และให้นางงามโปรโมทเว็บพนัน โดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และไม่มีในข้อตกลงใดในการทำสัญญากับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานการประกวด Miss Universe 2025  

คุณแม่สวยมาก! ‘ไอซ์ อภิษฎา’อุ้มท้อง 8 เดือนเดินเล่นริมทะเลกับ’น้องเลอา’

คุณแม่สวยมาก! 'ไอซ์ อภิษฎา'อุ้มท้อง 8 เดือนเดินเล่นริมทะเลกับ'น้องเลอา'

คุณแม่สวยมาก! ‘ไอซ์ อภิษฎา’อุ้มท้อง 8 เดือนเดินเล่นริมทะเลกับ’น้องเลอา’

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.01 น.

3 พฤศจิกายน 2568 นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แฟนๆ ก็จะได้เห็นหน้าลูกชายคนเล็กของคุณแม่คนสวย “ไอซ์ อภิษฎา” กันแล้ว งานนี้ “น้องเลอา” ลูกสาวคนโต ก็กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพี่สาวเต็มตัว

ล่าสุด ไอซ์ อภิษฎา ได้เผยภาพอัปเดตช่วงโค้งสุดท้ายของการตั้งครรภ์ 8 เดือน ขณะพาลูกสาวไปเดินเล่นชิลๆ ริมชายทะเล บรรยากาศสดใสอบอุ่น แม่ลูกดูแฮปปี้สุดๆ

โดยเฉพาะคุณแม่ไอซ์ ที่แม้จะท้องโตใกล้คลอด แต่ยังคงความสวยเป๊ะ หุ่นดีและออร่าความเป็นแม่จับมาก ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชมกันล้นหลาม ทั้งบอกว่า “คุณแม่สวยมาก”, “รอเจอน้องชายของเลอาไม่ไหวแล้ว”

‘วีนา’สวยเด่นเป็นสง่ากับลุคเข้ากองประกวด Miss Universe 2025

'วีนา'สวยเด่นเป็นสง่ากับลุคเข้ากองประกวด Miss Universe 2025

‘วีนา’สวยเด่นเป็นสง่ากับลุคเข้ากองประกวด Miss Universe 2025

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.40 น.

เริ่มต้นแล้ว สำหรับการประกวด Miss Universe 2025 ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดในครั้งนี้ ซึ่งในวันนี้บรรดาเหล่าสาวงามเดินทางมาเข้ากองเป็นวันแรก ท่ามกลางการต้อนรับสุดอบอุ่น ที่โรงแรม Chatrium Hotel Riverside และ วีนา ปวีนา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ตัวแทนของประเทศไทย ก็ได้เดินทางมาถึงกองประกวดแล้วเช่นกัน กับลุคเข้ากองวันแรก บอกเลยว่าวีนาสวยโซจึ้งตาแตกแบบสุดๆ ถูกใจพี่กะเทย ทำเอาแฟนนางงามกดไลก์และคอมเมนต์ให้กำลังใจวีนากันรัวๆ เลยทีเดียว 

‘ต้าห์อู๋’เปิดชีวิตเติบโตจากโรงงิ้ว เรียนโรงเรียนเอกชนแต่ต้องผ่อนค่าเทอม พร้อมเผยสิ่งที่เสียดายที่สุด

'ต้าห์อู๋'เปิดชีวิตเติบโตจากโรงงิ้ว เรียนโรงเรียนเอกชนแต่ต้องผ่อนค่าเทอม พร้อมเผยสิ่งที่เสียดายที่สุด

‘ต้าห์อู๋’เปิดชีวิตเติบโตจากโรงงิ้ว เรียนโรงเรียนเอกชนแต่ต้องผ่อนค่าเทอม พร้อมเผยสิ่งที่เสียดายที่สุด

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.24 น.

“ต้าห์อู๋ พิทยา” วันนี้ขอย้อนเล่าชีวิตที่เติบโตมากับโรงงิ้ว  หาเงินจากอาชีพนักร้องกลางคืน สู่ศิลปิน T-POP ครองใจแฟนคลับ ด้วยความพยายามแบบไม่พึ่งโชคชะตา ด้วยเชื่อเสมอว่าตนเองเป็นคนไม่มีดวง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 มีแฟนคลับอินเตอร์เยอะมาก?

“ตอนนี้ใช้คำว่าทั่วโลกครับ มันหลายกลุ่มมาก ในไทยเราได้จากฐานซีรีส์ ละคร ฐานเพลง และติ๊กต๊อก ฝั่งจีนก็มาจากซีรีส์และต้าห์อู๋-ออฟโรดด้วย และแผ่ไปไกลมาก อเมริกา ละตินอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น เขาเจอเราจากซีรีส์บ้าง ติ๊กต๊อกบ้าง”

อยากให้ย้อนชีวิตวัยเด็ก โตมาในครอบครัวแบบไหน?
“ครอบครัวทำโรงงิ้วครับ เป็นเจ้าของโรงงิ้ว ฐานะต่ำกว่าปานกลางอีก มีค่าใช้จ่ายเยอะกว่า เราโตมาหลากหลายสังคมมาก เพราะ ป๊ากับม๊าเวลาไปทำงาน เขาจะทำงานตั้งแต่ 1 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เขาก็จะออกจากบ้านประมาณ 5 โมง ซึ่ง 5 โมงเป็นเวลากลับบ้านเรา เราไม่ค่อยได้เจอกันสักเท่าไหร่ ทำให้เราได้อยู่ในหลายสังคมมาก โตมากับอาม่าเป็นคนเลี้ยง อาอี้เป็นคนเลี้ยงเสาร์อาทิตย์ ช่วงวันหยุดก็ไปโรงงิ้วกับป๊า ปิดเทอมก็ไปโรงงิ้ว ป๊าเดินทางไปเล่นทั่วประเทศเลย ขอนแก่น พิษณุโลก อะไรอย่างนี้ครับ”

ถือว่ากิจการโรงงิ้วดีมั้ยในยุคนั้น?

“เป็นขาลงครับ มันสิ้นสุดช่วงพีคไปแล้วเรียบร้อย เวลาคนจะจ้างก็คือศาลเจ้าจ้างเวลามีเทศกาล คนพวกนี้เริ่มค่อยๆ หายไป บุคลากรทางงิ้วเองก็ค่อยๆ อายุเยอะขึ้นเรื่อยๆ ป๊าก็เล่นด้วย ทำทุกอย่าง ป๊าเข้าวงการงิ้วตั้งแต่ 14”

ต้าห์อู๋เคยเล่นงิ้วมั้ยตอนเด็กๆ?

“เคยครับ ป๊าเขาจะจับเราแต่งหน้า สมัยก่อนเป็นทหาร ไม่มีร้องครับ เขาไม่ค่อยผลักดัน เวลาเรานั่งตีขิม เขาพยายามให้เราออกมา เพราะเขาคงรู้แหละ เขาอยากให้เรากลับไปเรียน ไม่ได้อยากให้เราไปอยู่ตรงนี้ เพราะเขาคงรู้ว่ามันคงไม่ได้อยู่อีกนาน ด้วยความเรามีพี่ชายสืบต่อแล้วด้วย” 

เวลาร้องเพลงงิ้ว ทำให้เราร้องเพลงเสียงสูงมากตอนนี้?

“ก็มีส่วนนะ เพราะหม่าม้าเป็นคนร้องเพลง คนที่ผมไปอยู่มาตามต่างๆ โตมากับป๊า ผมเจอมาหลายสังคมมากนะ ป๊าส่งเราให้เรียนโรงเรียนเอกชน เราจะเจอลูกคุณหนู แต่เราอยู่ปลายๆ เลย  ค่าเทอมผ่อนเอา อยู่บ้านก็อีกแบบนึง เวลาอยู่โรงงิ้วก็ปรับตัวให้เข้ากับเด็กแถวนั้น แล้วคนอยู่โรงงิ้วเขาเป็นจับกัง เป็นลูกอีสาน ผมฟังอีสานได้ทุกวันนี้ เพราะก่อนเขาเล่นงิ้ว เขาเปิดเพลงอีสานก่อน ก็ได้หลากหลาย”

มีพี่น้อง แต่อายุห่างกันมาก?

“พี่สาวห่างจากผม 15 ปี ตอนนี้เขาอายุ 42 – 43 แล้ว พี่ชายก็ห่าง 10 ปี เป็นลูกหลงครับ”

พออายุห่างกัน ทำให้การเติบโตในช่วงวัยเด็กเป็นยังไง?

“ผมเป็นเด็กอะเลิทมาก ไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นด้วย แต่ไม่เป็นไร เล่นคนเดียวได้ ผมอยู่บ้านกับอาม่าที่เลี้ยงเรามา อยู่กันแค่สองคนเลย เราจะรบกวนอาม่าตลอด เราชอบดูบู๊แอ็กชั่น อาม่าชอบดูละครดราม่า เราก็ไม่สนุก ช่วงนั้นอินคมแฝก เอาผ้ามาผูกแล้วตี อาม่าก็บอกให้ไปเล่นไกลๆ (หัวเราะ)”

เล่นอะไร เล่นคนเดียว?

“เล่นต่อสู้ อาม่าเป็นตัวร้าย แต่เขาจะด่าเรา เป็นระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว เราก็ไม่กล้าเล่นมาก เพราะอาม่าดุ อาม่าตี แต่ชอบกวนประสาท กับพี่น้องก็ห่าง ไม่ได้เล่นกันเลย แต่ผมมีเพื่อนที่โรงเรียน มีเพื่อนที่หมู่บ้าน”

ทำให้เรามีความสามารถดนตรีที่หลากหลาย?

“ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย ผมอยากเล่นดนตรีมาก อยากมีแบนด์เป็นของตัวเอง  มีวงดนตรีเล่นดนตรียังไม่เป็นเลย แต่ตอบว่าเล่นได้ไปก่อน เอาคีย์บอร์ดตัวไม่ถึงพันมานั่งกดไปเรื่อยๆ แล้วเราเริ่มเล่นด้วยตัวเองได้ เราไม่รู้จะไปเรียนจากไหน ก็กดไปมั่วๆ จนเราเข้าใจว่าคอร์สมันกดแบบนี้ๆ แต่ความโชคดีเราเล่นกีต้าร์ได้อยู่แล้ว กีต้าร์ก็ฝึกเอง เลยเล่นได้”

เล่นดนตรีอะไรได้บ้าง?

“คีย์บอร์ด กีต้าร์ ขลุ่ยจีน ซึ่งเป่ายากมาก มันไม่ได้เป่าแล้วมีเสียงเลย ลมต้องถูก  สมมติมีโน้ตแค่ 6-7 ตัว จะไปเสียงสูงต้องเปลี่ยนลมใหม่ เรารู้สึกว่าเราเป่าไม่ได้แน่เลย แต่ป๊าเป็นคนที่เป่าเก่งมาก เป็นคนที่เล่นดนตรีได้ทุกชนิด เขาบอกขลุ่ยเป็นอีกอย่างที่เกือบจะยากที่สุด มันเป็นความทรงจำมาตั้งแต่เด็กว่าเราเป่าไม่ได้ แต่ตอนป๊าเสีย เราเอาขลุ่ยนั้นมา เพราะช่วงนั้นคุยกับแม่เยอะมาก ป๊าจีบหม่าม้าด้วยการเป่าขลุ่ยเพลงจีน ใส่เทป แล้วไปนั่งในห้องน้ำจะได้เป็นรีเวิร์ฟ ส่งให้คุณแม่ เรารู้สึกว่าช่วงนั้นหม่าม้าเศร้าจังเลย เราก็ลองจับดูแล้วลองว่าเราเป่าได้มั้ยสุดท้ายแค่ 2 ชม. มันเป่าได้ มันนั่งคิดได้ตอนนั้นว่าเขาก็คงอยากให้เราไปเรียนจริงๆ ถ้าวันนึงเราจับแล้วเราไปด้านศิลปินงิ้ว เราอาจไม่ได้มานั่งตรงนี้ เราอาจไปนั่งทำด้านอื่นมากกว่านี้หรือเปล่า ไม่เรียน แต่เขาก็ไม่ได้ถามด้วยนะว่าเราเรียนเก่งหรือเปล่า (หัวเราะ)”

พออยู่ในช่วงขาลง โดนทวงค่าเทอมบ่อยๆ ด้วย?


“ใช่ เพราะผมเรียนเอกชน ตอนนั้นค่าเทอม 13,000 มันต้องแบ่งจ่าย 3 ครั้ง แต่ว่าผมจ่ายเลทมากๆ ทุกครั้งตลอด เวลาทวงเขาจะมีใบมา และแต๊มมาว่าด่วนมาก ถ้าไม่จ่าย เราจะไม่ได้เข้าห้องสอบ” 

เลยไปหาอาชีพเสริมช่วย?

“เสริมคืออยากลองทำ อยากหาเงิน เรารู้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าเงินไม่ได้หาง่าย เราไปขายของวันอาทิตย์ที่ตลาดนัดกับอาอี้ เขาก็ไปตั้งแผง เขาขายถุงน่อง ขายตามกระทรวง เขาเริ่มขายตั้งแต่ตี 5 จนถึงบ่ายสอง เขาขายของโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด เราก็อยากลองหาเงิน เพื่อนชวนไปเสิร์ฟอาหารที่ร้านอู่ข้าวอู่น้ำ หรืออิมปลาเผา ไม่แน่ใจ ผมได้ค่าแรงชม.ละ 24 บาท จำได้ว่าทำนาน เช้าขัดถู ก่อนมาเสิร์ฟ มันเยอะมาก 10 ชม. 240 บาท”

เป็นไงเงินก้อนแรกหาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง?

“สลดครับ เหนื่อย (หัวเราะ) เหนื่อยมาก ผมเป็นเด็กตัวใหญ่ยกสบาย แต่ก็เหนื่อยนะ มีไปยืนขายของตามห้างด้วย ได้เยอะหน่อย ชม.ละ 40 บาท ฟีลตอกบัตร 10 โมงเช้า ออก 4 ทุ่ม”

ช่วงเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานรับจ๊อบในห้าง มีความคิดแว้บมามั้ยว่าอยากเข้าวงการ?

“โอ้โห ไม่มีครับ ไม่มีจนถึงเข้ามหาวิทยาลัย”

ร้องเพลง ดนตรีได้ หน้าตาก็ดีซะด้วย?

“เรื่องหน้าตาผมขอเถียง เพราะผมเป็นเด็กอ้วนที่ไม่ได้หน้าตาดี มีสิวเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป ผมไม่เคยมานั่งมองว่าตัวเองหล่อ เพราะเราเห็นคนหล่อเยอะมาก สมัยนั้นพี่พุฒอย่างนี้ เราเห็นแต่ละคน เราเป็นเด็กอ้วน มีความคิดแค่ว่าแค่ร้องเพลงก็พอแล้ว ไม่น่าได้เห็นดาราอะไรกับเขา แต่ผมเป็นเด็กกิจกรรม ผมชอบร้องเพลง ชื่อวงแข็งโป้กแบนด์ คือแข็งแรง”

เลือกทำอาชีพเสริมคือไปร้องเพลง?

“ไปร้องกลางคืน ตอนอายุ 18 ร้านเล่นใหญ่ แถวรัชโยธิน จากผมร้องปัจฉิม เจ้าของร้านเขาได้ยิน บวกกับนักร้องสมัยนั้นเขาชอบไปร้องต่างประเทศ เราว่างพอดี เขาเลยเอาเราไปร้อง  ร้านแรกร้องหินเลย ร้องตรงข้ามม.มหิดล แล้วเด็กคณะดุริยางค์ เขาชอบมานั่งฟังดนตรี เราเกร็งเลยสมัยนั้น เราเด็กอายุ 18 เราไม่มีความรู้ ต้องตามเก็บเพลงสากล เพลงไทย โชคดีเราอยู่กับวงรุ่นพี่ อายุ 30 กว่า ตอนนั้นทำให้เรากล้าเวทีมาก เราเจอวงหนักๆ มาแล้ว เจอรุ่นใหญ่มาแล้ว พอเล่นให้เด็กมหาวิทยาลัย มันก็คือชิลมาก ผมร้องตั้งแต่รังสิต ไล่ยาวมาถึงแยกปทุมวัน ปิ่นเกล้าก็มี สมัยนั้นเป็นฟีลมันส์ๆ แต่ผมชอบร้องกลางคืนมาก 

ชอบร้องสไตล์ไหน?

“กักขฬะเลยครับ ผมเป็นคนร้องเพลงหลายแนวมาก แล้วแต่ร้าน ถ้าร้องแบบร้านนักศึกษาจะเป็นอีกแบบ ร้องร้านผู้ใหญ่ก็เป็นอีกแบบ ตามสถานการณ์ ถ้าสาวเล็กเด็กน้อย ก็จะร้องเพลงเต๊าะก่อน”

 ช่วงนั้นก็ฮอต ทำรายได้สูงสุดเท่าไหร่?

“วันนึง 7 พันนะ วันนึง 3 ร้าน ผมซื้อบิ๊กไบก์มาเพื่อวิ่งงาน หัวค่ำ รอบดึก รอบดึกสุดๆ”

นอกจากร้องเพลงกลางคืน วันนึง 3 ร้าน กลางวันรับจ้างไลฟ์ขายของ?

“ใช่ ผมนำ 1 ก้าวนะ สมัยนั้นไม่ค่อยมีคนไลฟ์นะ ส่วนใหญ่จะไลฟ์ในแพตฟอร์ม ขายของออนไลน์อันนึง สีส้ม แบรนด์เขาจ้างเราไปไลฟ์ ได้เงินเยอะมากนะ ชม.ละ 3 พัน ก็อเมซิ่งเหมือนกัน แต่สมัยนั้นยังไม่มีคนไลฟ์ บวกกับเราพูดไม่หยุด เราไลฟ์ต่อเนื่อง 3 ชม. มันก็มันส์ ยอดขายถล่มทลาย”

เลยไม่ต้องพึ่งเงินครอบครัว?

“คนก็จะสงสัย ได้เรียนมั้ย หลับครับ (หัวเราะ) เวลาเรียนไปหลับเอา แต่ผมถือคติว่าเราต้องทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เร็วๆ เพื่อที่เราจะไปแคปปิตอลเกมส์”

ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ตอนเรียน แต่กว่าจะเป็นต้าห์อู๋ ไม่ง่าย?

“ใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย มีรุ่นพี่เขาเรียนม.เกริก เป็นมหาวิทยาลัยจีน ทางจีนก็มาเปิดออดิชั่นทีนี่พอดี เราก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่เราเคยดูรายการแข่ง เราจะไปแข่งครับ ผมก็จะไปครับ ไปเลย เรียบร้อย พูดจีนไม่ได้ เขาให้แนะนำตัวเป็นภาษาจีนได้มั้ย เราไม่ได้เตรียมตัวมา ก็มาใหม่ ไปรอบนี้ก็เตรียมเป็นเพลงจีน แล้วแนะนำตัวเป็นภาษาจีน ตอนนั้นเขียนเป็นคาราโอเกะภาษาไทย เขาก็เห็นในความพยายาม เราเป็นคนเดียวเลยที่มาแบบอิสระ น่าจะมีผมแค่คนเดียวที่ได้เข้าร่วมรายการ ไปเทรน”

ได้ไปโกอินเตอร์แล้วเกิดอะไรขึ้น?

“ช่วงถ่ายทำรายการ มันเกิดโควิดพอดี เป็นช่วงที่เราต้องกลับมาพักก่อนเขาจะส่งเราบินไปถ่ายที่ฉางซา แต่เราไม่สามารถทำวีซ่าไปได้แล้ว แต่เพื่อนสองคนเขาไปได้นะ เพราะเขามีบริษัท เขาอยู่กับช่อง 3 คนนึง แต่เราไม่สามารถไปได้ เราก็ยอมรับความจริง ไปไม่ได้ก็ไปไม่ได้ เราก็กลับมาตั้งต้นทำงานใหม่” 

ตอนไปก็ไม่มีทุนทรัพย์มากมาย ถึงกับขายทรัพย์สินก่อนไป?

“ใช่ครับ รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์ รอบแรกไม่เท่าไหร่ พอกลับมาได้ไปอีกรอบคือที่เซี่ยงไฮ้ มันหนักเหมือนกัน มันยาวกว่า กลายเป็นว่าต้องเทรนอีก 4 เดือน แล้วรอบนี้มีดราม่าที่ไม่ให้มีรายการเซอร์ไวเวอร์ ก็ต้องกลับมาอีกแล้ว”

ท้อหนัก เห็นเพื่อนถ่ายรายการ ตัวเองไม่ได้ถ่าย ก็ร้องไห้น้ำตาไหล?

“เราแค่รู้สึกว่า โห อีกก้าวเดียวเอง เราจะได้ทำสิ่งที่เราอยากทำเราเห็นเพื่อนที่เทรนมาด้วยกัน เขาไปกันแล้ว แต่ไม่เป็นไรวะ ยอมรับความจริง”

 แต่ไม่ถอดใจ มีแรงไปประกวดอีกเวที?

“ชื่อว่าลาสไอคอน พิธีกรหล่อมาก ตอนนั้นถึงตอนนี้ 5 ปี พี่พุฒไม่เปลี่ยนเลย”

ดึงออฟโรดที่ไม่ถนัดเต้นขึ้นมา เขาไม่คิดว่าคะแนนอันดับหนึ่งจะเลือกเขาเป็นพาร์ตเนอร์ จนตอนนี้กลายเป็นคู่พาร์ตเนอร์ที่ดีเลย ตอนนั้นได้คะแนนโหวตสูงสุดรู้สึกยังไง?

“ผมมีความคิดมาตลอดว่าเราเป็นดาราไม่ได้หรอก ไม่มีคนชอบหรอก วันนั้นที่เราไป เราไม่ได้อยากเป็นที่หนึ่งนะ เราไม่ได้อยากชนะ แต่เราแค่อยากทำตามความฝัน เราอยากขึ้นเวทีร้องเพลงสักเวทีว่ะ อยากรู้ว่าตัวเราไปได้ถึงไหน เราแค่อยากทำโชว์ มันคงกลายเป็นธรรมชาติ เป็นแพสชั่นของเราจนคนเห็น และชื่นชม เชียร์เรา”

วันไฟนอลไม่ได้มา เพราะเป็นโควิด แต่ก็ได้รับคะแนนโหวตสุงที่สุด เป็นคะแนนโหวตออแกนิคด้วย พอลาสไอคอนเสร็จก็ออกมาเป็นศิลปินลาสวันกัน แล้วก็ร้องเพลงกับพี่โต๋ เพลงจีนที่เสียงสูงมากๆ หลายคนโดนตกจากรายการนี้ ตอนเขาติดต่อไปให้ร้อง รู้สึกยังไง?

“ผมดีใจมาก ใจฟูมากๆ แม่ผมดีใจมาก เรารู้สึกว่าพี่โต๋เก่ง แต่ละคนที่ไปออก มันถูกเขาเลือกมาแล้ว เขาเล่นสด ซ้อมนิดเดียวแล้วก็ไปถ่ายเลย”

พอดวงเปิดแล้วเปิดยาว ได้ประกวด เป็นศิลปิน ได้เดบิวต์ เล่นซีรีส์ ดังมากๆ ซีรีส์รักไม่รู้ภาษา เล่นคู่กับออฟโรด?

“เราทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ลาสวันอยู่แล้ว เราสนิทกันมากๆ อยู่แล้ว พอได้เล่นซีรีส์ด้วยกัน ตอนนั้นจำความรู้สึกได้ว่ามันท้าทาย มันต้องมาทำงานกันซึ่งเหลือสองคนแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เพราะมันใหม่สำหรับทั้งคู่ แต่ออฟโรดเป็นรุ่นพี่ เขาแสดงมาก่อนแล้ว เข้าวงการก็โตมากับผมเลยนะ เหมือนอีกคนหนึ่งที่เราเดินจากความฝันสู่ชีวิตจริง ก็มีออฟโรดเลย ตั้งแต่วันแรกที่แข่ง ก็กลายเป็นว่าเราเจอเขาแล้ว เราอยู่ทีมเดียวกันแล้ว ไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรืออะไร แต่ตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้เราก็ยังอยู่ด้วยกัน พูดแล้วย้อนกลับไปมันก็ตื้นตันเหมือนกันนะ จากวันนั้นจนวันนี้ก็ 4-5 ปีแล้ว อยู่กับเขาทุกวันเลย”

ต้าห์อู๋ถูกชะตาออฟโรดตั้งแต่ตอนนั้นเลยมั้ย?

“มันไม่ได้คิดด้วยซ้ำ ตอบตรงๆ ไม่รู้ว่าเลือกแล้วจะไปยังไงต่อ รูปแบบการแข่งขันคืออะไร แต่คิดว่าถ้าเราจะเลือกเซฟใครสักคนก็คือออฟโรด เพราะรู้สึกว่าคนอื่นเอาตัวรอดได้หมด”

ออฟโรดแบ็กกราวน์ชีวิตคล้ายๆ ต้าห์อู๋ เป็นคนช้าที่สุดเรื่องเต้น เรื่องร้อง ต้าห์อู๋คงอยากดึงน้องขึ้นมา อยากบอกอะไรพาร์ตเนอร์?

“โห อยากบอกว่าดูเราตอนนั้นกับตอนนี้สิ ไม่รู้จะพูดอะไร แค่ดีใจที่มีกันและกันเสมอ” 

งานเยอะ ทำงานหนักมาก เวลาพักผ่อนไม่ค่อยมี?

“ผมถ่ายซีรีส์ ออกอีเวนต์ อัดเพลงด้วย ซ้อมคอนเสิร์ตด้วย เรานอนน้อยมากๆ กลายเป็นไม่สบาย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผมกระพริบตาถี่มาก กล้ามเนื้อกระตุก มีงานถ่ายสายตา สู้กับไฟทุกอัน ช่วงคอนเสิร์ตพอดี เราต้องถ่ายรูปเป็นพันๆ รูป มันก็ค่อนข้างหนักมาก”

วันที่ประสบความสำเร็จ แต่กลับต้องสูญเสียคุณพ่อตลอดกาลจากอุบัติเหตุ?

“ตอนนั้นช็อก เป็นเรื่องไม่คาดคิดกับการที่เราสูญเสียใครสักคนจากอุบัติเหตุ แล้วมีเรื่องเข้ามาหลายเรื่อง เกิดอะไรขึ้น ต้องทำอะไรต่อ และจะเป็นยังไงต่อไปบ้าง ป๊าเป็นคนที่มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างเยอะเหมือนกัน มันกลายเป็นเราแล้ว เราจากเป็นลูกก็ต้องกลายเป็นช้างเท้าหน้าไปเลย สิ่งที่น่าเสียดายคือสิ่งที่เราเตรียมไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะจริงๆ ปีนั้นป๊ากับม๊าจะเล่นงิ้วปีสุดท้ายแล้ว เขาเตรียมแขวนนวมแล้ว เตรียมออกมาใช้ชีวิตแล้ว น่าเสียดายตรงที่เขาทำงานหนักเพื่อเรามา 45 ปี เหมือนเขาปลูกต้นไม้มากำลังจะได้กินผลแล้ว แต่เขาไม่ได้อยู่กิน”

 ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ได้คุยได้ชื่นชมกับความสำเร็จเรามั้ย?

“ป๊าอยู่ทันช่วงประสบความสำเร็จของเรา ป๊าก็อยู่ตั้งแต่วันที่เราล้มลุกคลุกคลานมาจากจีน เขาบอกว่ากลับบ้านนะลูก ยังโชคดีที่เขายังได้เห็นเราในหลายๆ อันแล้ว”

วันทราบข่าว ตอนนั้นทำอะไรอยู่?

“อยู่ชายแดนไทย-พม่าครับ ไปดูค่ายทหาร”

 คุณพ่อได้รับหนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อพิจารณาเป็นศิลปินแห่งชาติด้วย ณ ตอนนั้น?

“ใช่ สาขาศิลปะพื้นบ้าน เราก็แบบ ป๊าไม่เห็นเล่าให้เราฟังเลย มันน่าเสียดาย ในงานศพป๊า คนมาเยอะมาก คนในวงการงิ้ว ทุกคนชื่นชมป๊าหมดว่าเขาคือบุคลากรที่มีคุณภาพ เขาทำทุกอย่าง เขารู้ทุกเรื่องจริงๆ แล้วรู้ลึก เขาเป็นตัวจริง เราเสียดายป๊าในฐานะพ่อ แต่คนก็เสียดายเขาในฐานะคนที่มีคุณค่า แต่มันก็หลายอย่าง ความโชคดีของผมคือผมไม่ได้เสียใจเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่ได้เกิดมากับเขา เพราะว่าประโยคสุดท้ายที่เราคุยกัน คือป๊าทำบุญให้เรา ในแชต เราก็ส่งเซลฟี่ไปให้ อันนี้คือสิ่งที่สอนเราเลย ที่ผมไม่เศร้าสุดๆ ในชีวิต เพราะว่าผมแสดงความรักกับคุณพ่อคุณแม่ตลอด เขารับรู้ว่าเรารักเขา รับรู้มาเสมอว่าลูกคนนี้โตมาได้ใคร” 

ตั้งแต่เสียคุณพ่อ ไปไหนมาไหนพาคุณแม่ไปด้วยตลอด?

“ใช่ครับ เพราะป๊ากับม๊าอยู่ด้วยกันตั้งแต่อายุอายุ 20 ไม่เคยแยกจากกันสักวัน ประโยคที่เสียใจกับม๊าที่สุด คือม๊าขับรถไม่เป็นด้วยซ้ำ มีอะไรป๊าทำให้หมด มันคือสิ่งที่เราวาดฝันไว้เลยว่า เราเตรียมอะไรไว้ให้หมดแล้ว ป๊ากับม๊าจะมีความสุขแล้ว แต่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว เรื่องราวเป็นแบบนี้ก็เป็นแบบนี้”

ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว?

“2 ปีแล้วครับ อยากบอกป๊าว่า ป๊าไม่ให้เลขลูกมาเลยนะครับ ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว  ยังแซวกับหม่าม้าว่านี่ตั้งแต่ส่งขึ้นสวรรค์ไปแล้วไปลับเลย ผมก็คุยเล่นกับหม่าม้า ไม่อยากให้เครียด ม๊าบอกว่าคิดถึงป๊าว่ะ เราก็บอกว่าตอนม๊าเผากงเต็กไป ม๊าส่งแม่บ้านไป เขาไปตกหลุมรักแม่บ้านในกงเต็กหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะมีตุ๊กตาเผาไปด้วย เขาเลยไม่ลงมา ม๊าบอกถ้าลงมาจะด่า เราก็เลยบอกว่านี่ไง ม๊าจะด่าป๊า ป๊าเลยไม่กล้ามาแล้ว เป็นฟีลรักและคิดถึงตลอด แต่เขาอยู่ในหัวใจเราแล้ว เรารู้ว่าคุณค่าที่เขาส่งมาให้เราคืออะไร มันเลยไม่ได้รู้สึกว่าเขาหายไปแล้ว หายไปเลย”

 เล่นขลุ่ยจีนคิดถึงป๊า?

“ใจลึกๆ ไม่ค่อยกล้าฟังดนตรีอะไรพวกนั้นสักเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เราคิดถึงมากๆ”

เขาไม่มาเพราะเราทำงานร่ำรวยแล้ว?

“มีช่วงนึงเหมือนกันนะ เคยฝันครั้งนึง มันยิ่งใหญ่มาก อเมซิ่งมาก ตอนนั้นฝันว่าเรากลับไปอยู่ในบ้านเก่า ประตูก็เปิด เราเห็นป๊าเตะเรา เราก็ถามว่าป๊าเตะเราทำไม เราก็เตะป๊ากลับ แล้วสักพักก็กลับไปอยู่ในความเงียบ เป็นความอบอุ่นที่รู้สึกได้ แล้วก็กอดกัน แล้วก็จบแค่นั้นเลย ยิ้ม หลังจากป๊าเสียไป 3 หรือ 6 เดือน นานเหมือนกัน เราพยายามเชื่อเรื่องพวกนี้ว่ามันจะกลับมาเจอกันบ้างมั้ย หรือแค่ได้รู้ว่าเห็นอยู่ก็โอเคแล้ว มันเป็นยังไง เราไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนั้น แต่พอเจอแบบนี้ จริงหรือไม่จริงไม่รู้ มันเป็นความรู้สึกข้างในลึกๆ ที่ตอบตัวเองได้ว่า เราจากกันด้วยความสุข และยังมีกันอยู่ข้างในเสมอ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ลิลลี่ เหงียน’เปิดใจชีวิตโสด ลั่นไม่ติด ถ้าผัวเป็น ‘ขอทาน’เผยมุมคิด ‘เราต้องหาความรักจากตัวเราเอง’

'ลิลลี่ เหงียน'เปิดใจชีวิตโสด ลั่นไม่ติด ถ้าผัวเป็น 'ขอทาน'เผยมุมคิด 'เราต้องหาความรักจากตัวเราเอง'

‘ลิลลี่ เหงียน’เปิดใจชีวิตโสด ลั่นไม่ติด ถ้าผัวเป็น ‘ขอทาน’เผยมุมคิด ‘เราต้องหาความรักจากตัวเราเอง’

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.07 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแม่ที่โสดมากกว่า 6 ปี สำหรับสาวโสดสายคอนเทนต์ ลิลลี่ เหงียน ล่าสุดมาเปิดใจในรายการวิดีโอพอดแคสต์ “โสดโซไซตี้ (Single Society)” ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment หรือ https://youtu.be/moOH7O2LuGM?si=HCzLyQiriRCh5F9a  งานนี้ เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น เจ้าแม่สายโสด ถามจี้ปมแบบเปิดใจ เจาะลึกจนหมดเปลือก โดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย หากเข้ามาหลอก ลิลลี่ เหงียน จะรู้ตัวหรือไม่ พร้อมตอบชีวิตนี้สามารถมีสามี 100 คนได้ แถมฝากแง่คิดบอกผู้หญิงด้วยกัน ให้หาความรักจากตัวเราเองก่อน อย่ามัวแต่ตามหารักจากผู้ชาย ไม่งั้นชีวิตจะเจ็บอยู่ซ้ำๆ

สมมติว่า ผู้ชายที่เข้ามาหาเรา เราจะรู้ตัวไหม ถ้าเขาเข้ามาหลอก?

ลี่ต้องบอกอย่างงี้ว่า ลี่โง่ทุกเรื่อง ฉลาดเรื่องเดียวคือการเลือกผัว ลี่ไม่เคยพลาด เหตุผลที่ไม่เคยพลาดคือมีปมไงค่ะ มีปมพ่อแม่เลิก นี่ก็คิดว่าโอ้ ชีวิตคู่นี่มันไม่ธรรมดาแล้วเนี่ย เลือกคู่ต้องเลือกให้ดีนะ ต้องอยู่ที่ว่าเข้ารับพลังงานความสุขจากลี่ได้แค่ไหน แล้วลี่ได้รับความอบอุ่น จากเขาได้ไหม ถ้าคนไหนก็แล้วแต่ที่ลี่รับพลังงานอบอุ่นเจาะเลย มึงไปไหนกับกูไม่รอดแล้ว เป็นผัวลิลลี่แล้วแน่นอน จริงๆ

แสดงว่า ภาพลักษณ์ของเราเป็นคนลั้นลา น่าจะใครเข้ามาก็ได้หมด ไม่ใช่ ใช่ไหม กว่าจะเคาะเป็นคนนี้?

เอาก็สามีเนี่ย ก็ยังคิดเลยว่าลี่ ไม่บริสุทธิ์แล้ว ด้วยความที่ลี่ชอบเที่ยวผับ ตอนเด็กๆเที่ยวก็ไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ชอบเสียงเพลง ให้ทำอย่างไร เพลงมันอยู่ในหัวใจ ฉันชอบเที่ยวมันผิดหรือไงฯลฯ แล้ววันนึง เขาคงคิดว่าลี่ไม่บริสุทธิ์แล้ว ด้วยแบบนั้น คงคิดว่าลิลลี่คงไม่เหลือซากอะไรแล้วแหละ

แต่พี่เชื่อนะ พี่เคยเจอเหมือนมีภาพลักษณ์ลั่นล้าเวลาเจอคน ดูไปกับคนนั้นคนนี้ แต่จริงๆไม่ใช่ถ้าวันนึงที่มันต้องจริงใจ จริงจังเขาจะเลือก ไม่ใช่ได้ทั้งหมด?

คือตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา เราใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวด แล้วเราใช้ชีวิตด้วยความรักของจริงๆ เราก็คิดว่า เราก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่สตรองเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดเราต้องเลือกผู้ชายเข้ามา หน้าที่ของคุณไม่ต้องทำอะไรเลยนะ คุณแค่รอรับความสุขจากลี่ไป แต่คุณไม่ต้องคิดว่าคุณต้องร่ำรวย เหมือนอดีตสามี คนเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว หรือเป็นขอทานใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าพลังงานของคุณทำให้ลี่มีความสุขได้ ลี่ก็เอาคุณฯลฯ

แต่ว่า ต้องเข้ามาต้องเข้ามาต้องมาถาวรไหม ต้องอยู่กันยาวๆไหม?

จากที่ลี่ได้อยู่กับตัวเองมา ได้สัมผัสกับตัวเอง เราเลิกกับแฟนผ่านๆมา เราไม่ได้มีคู่คนเดียวนะ เราจิตวิญญาณเราเกิดมาหลายภพ หลายชาติมากเลย เราไม่รู้ เราไปก่อกรรม สร้างบุญกรรมใคร เป็นคู่กรรมคู่บารมีกับใคร ลี่ได้คู่อุปถัมภ์กลับมา 3 คนแล้ว แต่คู่เวรคู่กรรมจะมาถึงหรือยังไม่รู้ คู่บุญคู่บารมีอีก ก็ยังไม่รู้ ชีวิตคนเรา ลี่เชื่อว่า ลี่มี 100 ผัวได้ หรือทำไม ก็คุณไม่มีความสุขกับลี่แล้วก็ออกไป ลี่ก็สามารถมอบความสุขให้กับคนอื่นได้  ถ้าคนอื่นรับความสุขของลี่ไม่ได้ ลี่ก็สามารถมอบความสุขให้กับตัวเองได้ คิดแค่นี้

สุดท้าย ลิลลี่ เหงียน ฝากถึงเหล่ารุ่นน้องผู้หญิงด้วยกัน(แง่คิดตนเอง) ฟังพี่นะลูก การที่เราเป็นผู้หญิง เราอยากมีความรักดีๆนะลูก เราจะต้องหาความรักจากตัวเราให้เจอก่อน อย่าเพิ่งรีบมี จะมีผัวต้องพิถีพิถันลูก ถ้าอยากหาผัวเลย เราเจ็บเองนะ คนอื่นช่วยไม่ได้นะ อย่ามาบอก แม่(เสียงร้องไห้) เขาเลิกกับหนูแล้วจะทำไงดี แล้วก็ไปดื่มเรา หาใหม่ก็เจ็บอีก ดังนั้นจงสนิทกับความเหงา ความเหงาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเรา เราจะเข้าใจมันจริงๆ

แฟนๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ “โสดโซไซตี้ (Single Society)”  ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment  #โสดโซไซตี้ #singlesociety #โสดแต่มีความสุข #โสดเป็นสุข #โสดเป็นเพื่อนกัน #โสดที่แปลว่าไม่มีใคร

น้ำตาร่วง! ‘ลาล่า’ย้อนเล่าเห็น ‘ใบเตย อาร์สยาม’ในชุดยูนิฟอร์มตอนขึ้นศาล

น้ำตาร่วง! 'ลาล่า'ย้อนเล่าเห็น 'ใบเตย อาร์สยาม'ในชุดยูนิฟอร์มตอนขึ้นศาล

น้ำตาร่วง! ‘ลาล่า’ย้อนเล่าเห็น ‘ใบเตย อาร์สยาม’ในชุดยูนิฟอร์มตอนขึ้นศาล

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.02 น.

2 ตัวแม่แห่งวงการลูกทุ่ง ลาล่า โปงลางสะออน และ ใบเตย อาร์สยาม ที่วันนี้ควงคู่มาเม้าท์ฉ่ำ พร้อมเล่ามิตรภาพกว่า 15 ปีที่อยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะยามทุกข์หรือสุข แถมยังมีเรื่องราวที่ทำเอากรี๊ดสนั่นเมื่อสาวลาล่าเปิดเรื่องรักต่างแดนมีหนุ่มฝรั่งตาสีเขียวมาจีบ แถมบุ๊คกิ้งตั๋วเครื่องบินจะมาหาที่ประเทศไทย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

มาสนิทกันได้ยังไง?

ใบเตย : ตอนใบเตยเข้ามาโปงลางสะออนดังมาก ช่วงนั้นอัลบั้มท้ายๆ ยุคปี 2000

ใครมาก่อน?

ลาล่า : พี่ล่ามาก่อน

ใบเตย : เขาคือศิลปิน 10 ล้านตลับ ตอนนั้นหนูจำได้หนูมาเป็นศิลปินฝึกหัด และได้บัตรคอนเสิร์ตไปดู ที่เป็นบันทึกภาพแสดงสด เฮียทำแผ่นซีดี ขายได้ 10,000,000 ตลับ พอเตยมาอยู่ค่าย คนที่ทำเพลงให้พี่ล่าก็คือคนที่ทำเพลงให้ใบเตย ใบเตยก็เลยได้มาลองไกด์ให้เขา เป็นแบบเงาเสียงแรก

แล้วเริ่มมาสนิทกันยังไง?

ใบเตย : ตอนนั้นก็รู้จักแล้ว แล้วเจอกันในออฟฟิศ ก็ผ่านกันไปมา ช่วงนั้นเขาทัวร์คอนเสิร์ตหนักมาก แต่ว่าได้มาทำงานร่วมกันจริงจังก็คือ ตอนที่เป็นละคร แล้วเขาคือเป็นครูที่สอนภาษาอีสานคนแรก เพราะเรื่องนั้นต้องพูดภาษาอีสานทั้งเรื่อง

ตอนที่ใบเตยเจอวิกฤต ลาล่าก็ไม่เคยทิ้งเลย?

ลาล่า : เอาจริงๆ เราไม่ชอบยูนิฟอร์มน้อง วันนั้นที่เห็นครั้งแรก รู้สึกว่าคนๆ นึงที่ทำเพื่อครอบครัว ทำไมต้องมาเจออะไรบ้าบอแบบนี้

ใบเตย : เขาร้องไห้ เล่าให้ฟัง เอาจริงๆ ใครอยู่กับใบเตย ทำงานด้วยกันมา พอเห็นชีวิตเรา ณ วันนั้น ทุกคนเจอหน้าเราร้องไห้ใส่เราหมด เพราะว่าความเป็นใบเตยไม่ควรจะมีอะไรที่ไปถึงจุดนั้นได้เลย

ลาล่า : เขาเป็นคนที่ 1. รักครอบครัว แล้วจริงใจกับทุกคน มีอะไรก็พูดตรงๆ เป็นคนสนุกสนานเฟรนลี่ ในสิ่งที่เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว กับสิ่งที่เขาต้องเจอ เรากำลังงงว่ามันยุติธรรมสำหรับเขาแล้วหรอ ไหนจะเบบี๋ที่เขาต้องดูแลอีก สิ่งที่เกิดขึ้นกับเตยแล้วยังไงต่อ สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบ ภาพที่เป็นยูนิฟอร์มที่ออกไป จะยังไง ดีที่เวทมนต์ยังจำความ ไม่รู้สึกอะไรเลย

วันที่ใบเตยไปขึ้นศาล พี่ลาล่าก็ไปให้กำลังใจด้วย?

ใบเตย : ดีใจมากเวลาเห็นทุกคน เวลาขึ้นศาลเพื่อนก็จะไปเพราะทุกคนอยากเห็นหน้า อยากเจอเรา

ลาล่า : เรามารู้สึกเจ็บใจตรงที่เราอยากพุ่งกอดน้อง ปกติเราเจอกันกอดกัน เล่นกัน แต่มันไปไม่ได้ มันได้แต่มองแล้วยังไงต่อ ได้แต่ส่งสายตาหากัน รู้สึกว่าใบเตยเป็นคนเก่ง เก่งที่ผ่านตรงนี้มาได้ เราไม่คิดว่าเขาจะเป็นแม่ที่ดีของลูกด้วยซ้ำไป แต่เขาเป็นแม่ที่ดี มีลูกที่น่ารัก มีสามีที่น่ารัก ใบเตยเก่ง ดีที่มีกัลยาณมิตรที่ดี ตอนแรกเราคิดว่าเขาจะไม่เหลือใครแล้ว กลัวคนไม่จริงใจกับเขา กลัวมาคุยเพื่อผลประโยชน์ เป็นห่วงเขาตรงนี้มาก

ใบเตยคิดไหมว่าพี่ลาล่าจะไปหา จะไปเยี่ยมเรา?

ใบเตย : ณ วันนั้นไม่ได้คิดหรือไม่ได้คาดหวังให้ใครไปหาเลย แต่ขอแค่แบบอย่าลืมฉัน ก็รู้ว่าเป็นพี่ล่า พี่ลู่ และทุกคนที่ทำงานกับเรา ใบเตยเชื่อมาตลอดว่าเขารู้จักเราดีที่สุด เขาเชื่อมั่นในตัวเราแน่นอน เราก็รู้สึกว่าถ้าวันไหนได้ออกมา ก็รู้ว่าทุกคนจะยังอยู่ข้างๆ แต่ไม่นึกว่าจะมาเยี่ยม

ลาล่า : ก็บอกเขาตลอดว่า เตยพี่จะไม่มาหาเตยที่นี่อีกแล้วนะ พรุ่งนี้เราเจอกันข้างนอกนะเตย เราจะบอกเขาพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ตลอด ไม่อยากมาเห็นน้องสภาพนี้

เมื่อวานนี้เห็นว่าอยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ เกิดอะไร?

ลาล่า : มันงง มีคนพยายามไปแก้ไขข้อมูลของพี่ โดยการที่มีการจดทะเบียนสมรส

หมายถึงว่าแก้ประวัติเราในวิกิพีเดีย?

ลาล่า : ใช่ค่ะ เดิมถ้าเราเซิร์ชประวัติเราก็จะโสด มีประวัติ จบการศึกษา ผลงาน แต่ในประวัติที่เขาเอาไปโพสต์ พี่ผู้ชายที่โพสต์ มันเป็นประวัติว่าเราแต่งงานกับผู้ชาย โดยจดทะเบียนในปี64

แล้วทีนี้มันเกิดผลกระทบอะไรกับเราบ้าง? 

ลาล่า : พ่อกับแม่โทรมาถามมันถึงขั้นจะฟ้องร้องลูกแต่ไปจดทะเบียน ชาวบ้านแบบลูกคุณมีชู้หรอ มันเลยกลายเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่งง และเสียใจว่าทำไมลูกแต่งงานไม่บอก แล้วจดทะเบียน คือตาสีตาสาแถวบ้าน คือพ่อแม่ไม่สบายใจ ก็เลยมาถามว่าเขาจะฟ้อง เราไปมีชู้กับคนที่เป็นฝรั่ง

เขาจะมาฟ้องเราด้วย?

ลาล่า : เขาจะฟ้องเราด้วย เขาก็นัดเราทำคลิป เขาน่าจะทำเล่นๆ ประมาณว่าเห็นเราไปแอ๊วผู้บ่าวฝรั่ง ก็เลยทำคลิปแบบหนุกๆ ขึ้นไปว่าจะทำการฟ้อง แต่ทีนี้ในกรณีทำคลิปหนุกๆ มันกลายเป็นฟีดแบคที่กลับมาเป็นคนลบ คนก็เชื่อจริงๆ

ทีนี้ก็โดนทัวร์ลงว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี?

ลาล่า : ถูก

ทำยังไงปรึกษาทนายหรือยัง?

ลาล่า : ก็มีการคุยกับผู้ใหญ่ประมาณหนึ่ง สุดท้ายมันต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มันแบบขี้เกียจเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ มันไม่ใช่เรื่องจริง สมมติถ้าเราต้องไปศาล แล้วคุยเรื่องนี้ใหม่อีก เรื่องนี้มันก็ไม่จบ เราอยากให้เรื่องนี้มันจบ

ประกาศตรงนี้เลยไหมว่าสถานะจริงเป็นยังไง?

ลาล่า : ตอนนี้ยังโสดนะคะ ส่วนความซิงก็ประมาณหนึ่งตอนนี้ก็ยังเปิดรับ ทั้งไทยและต่างชาติ เวลคัมทูไทยแลนด์ ยังโสดอยู่ ยังไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีใบทะเบียนสมรส

แล้วตอนนี้ประวัติในวิกิพีเดียแก้หรือยัง?

ลาล่า : ก็ยังไม่ได้ไปส่อง เหมือนจะแก้แล้ว แต่มันยังมีคลิปที่มันยังบันทึกอยู่ เรากลัวมันเป็นประวัติพอเราเซิร์ช

แล้วใครเป็นคนบันทึกคลิปนี้?

ลาล่า : เขาทำเป็นคลิป โชว์เลยว่านางสาว ขวัญนภา ได้จดทะเบียนสมรสอะไรอย่างนี้ มันก็กลายเป็นแบบถ้าใครมาเซิร์ชข้อมูลเรา เรากลายเป็นคนจดทะเบียนไปแล้ว อย่างหนุ่มๆ ใครจะกล้าเข้ามา

ในคลิปหอไอเฟลหวานกับหนุ่มปารีส เขามีเม้าท์อะไรให้ใบเตยฟังบ้าง? 

ใบเตย : ไม่ได้เม้าท์เลย แต่นี่คือไปเมนต์ทุกอันที่เขาลง คือดีใจมาก

ลาล่า : คือเขาลุ้นอยากให้พี่มีลูก มีผัว ไม่ใช่ไปโอ๋เอ๋แต่ลูกชาวบ้าน

ใบเตย : ใช่ เราบอกตลอดเพราะพี่ล่ามีน้องสาวที่ฝรั่งเศส พี่สาวไปอยู่ที่นั่นเลยนะ ไปหาสามีที่นั่นเลยนะ เพราะเรารู้สึกว่าเนี่ยน่าจะเทสต์ต่างชาติ ถ้าเขาไปอยู่คงจะได้

ไม่ได้ได้ยังไง วันนั้นเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้ชายถึงมาขอแอดทุกอย่างของเรา?

ลาล่า : ณ วันนั้นเป็นอะไรที่อะเมซซิ่งมากจริงๆ คือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เหล่าบรรดาตัวแทนของสินค้า ก็ไปนั่งถ่ายรูป ทำคลิป แล้วเขาก็เดินเข้ามาคุยกับเรา เราไม่เกท

เห็นบอกว่าช็อคให้โทรศัพท์ผู้ชายไปเลย?

ลาล่า : ตัวมันลอย มันคือสเปค ตาสีเขียว ผิวขาวๆ ขนแพมๆ เรางงว่าเดินเข้ามาอะไรยังไง เหมือนตอนกลางจังหวะเรายื่นโทรศัพท์ ใจมันลอย มันไปแล้ว อยู่ดีๆก็ยื่น ลืมไปว่าตัวเองอยู่ฝรั่งเศส มันไม่ใช่บ้านเรา เขาเลยกดไอจีเขาให้ แล้วก็ฟอลโล่เรา ตามภาษาเราพอเราเห็นผู้ชายหล่อเราก็โพสต์รูปเล่นๆ เขาก็เลยเห็นคลิปที่เราลง แล้วมาคอมเมนต์ ซียูไทยแลนด์ ทีนี้รอแฟนคลับก็เข้าไปฟอลโล่เขา พี่ล่าเขาเป็นดารา นู้นนี่ เขารู้ก่อนเรา ตอนนั้นเรายังทำงานยังไม่รู้อะไรเลย

เดิมทีเห็นว่ารู้ด้วยว่าเขามาจีบ คิดว่าทีมงานเซตมาแกล้ง?

ลาล่า : ใช่ ต้องแบบว่าต้องมีใครสักคนแน่ๆ เลย  เขาบอกว่าจะบ้าเหรอใครจะไปดิลฝรั่งเข้ามาแกล้งเราขนาดนั้น เขาก็มีความเป็นส่วนตัว

เจอกันปุ๊บไปกินกาแฟเลยเหรอ?

ลาล่า : หลังจากที่เขาได้ไอจี เขาก็ทัก คุยกันความงูๆ ปลาๆ ของเราจะถามเขาว่ายังไงดี

ใบเตย : เขารู้ไหมว่าเราเป็น Artis

ลาล่า : ตอนแรกจะยังไม่เปิด เปิดทีไรหายทุกที ตอนนั้นที่เปิดหนุ่มดูไบก็ไปเลย ทีนี้ก็กะเงียบๆ แต่เขาเห็นในอินสตาแกรมแล้ว ก็มาลุ้นกัน ถ้าเปิดครั้งนี้จะไปอีกไหม

สรุปสุดท้ายก็ยังคุยกันอยู่?

ลาล่า : ยังคุย แสดงว่าผู้ชายคนนี้ไม่ชอบความไพรเวท บอกเขาว่าถ้าฉันโพสต์รูปเธอคนไทยจะตามหาเธอนะ เขาก็อัพทูยู

คุณแม็กเขาไม่ธรรมดา ป้าข้างบ้านไปสืบมาเขาเป็นนักแสดงด้วย?

ลาล่า : ใช่ ก็เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ เราไม่ต้องสืบ ไม่ต้องหา ป้าข้างบ้านทำงานกันเก่งมาก

อันนี้ตรงสเปคไหม?

ลาล่า : ก็ได้นะ เราชอบตาที่เป็นสีสันอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นตาสีเขียวเลิศมากเลย คือฝรั่งเวลามันมองเรามันมองเหมือนจะกลืนกิน

กับหนุ่มคนนี้มีไปมูไหม? 

ใบเตย : ขอผัวมากี่ที่แล้ว

ลาล่า : ปกติหนูจะขอเรื่องงาน เรื่องเงิน แต่วันนั้นไม่รู้มีใครบอก เธอเคยขอเรื่องความรักดีๆ สักครั้งไหม เอาวะ ครั้งนี้พอคิดได้จังหวะนั้นเราของ่ายๆ เหมือนลูกพูดกับพ่อ พ่อค่ะ งานมาแล้ว น้ำหนักก็ทำได้แล้ว เรื่องผู้ ขอให้ลูกไปเที่ยวนี้ขอให้ลูกเฉิดฉาย ขอให้ผู้คนทุกคนจับจ้องที่ตัวลูก ขอให้ลูกเป็นที่น่าสนใจกับทุกเพศ ทุกวัย ด้วยหุ่นลูกขอให้โดนตา ตอนกระซิบกับหนูมุสิกะบอกว่าลัดคิวเลยนะ

เห็นว่าผู้ชายจะบินมาเมืองไทย?

ลาล่า : อันนี้ว้าวมาก ในขณะที่เรากำลังไลฟ์ขายของก็มีตั๋วเครื่องบินขึ้นมา ตอนแรกเราคิดว่าเขาส่งรูป คือเขาเอาให้ดูว่าเราจะจะว่างวันไหนถ้าเขามาเมืองไทย เธอจะว่างมาเจอฉันไหม แล้วแบบยังไงต่อ ต้องเป็นทูตวัฒนธรรมแบบไหน ต้องพาเขาไปยังไง อันดับแรกเราต้องเซย์ฮัลโหลแบบไหน

สรุปมาไหม มาวันไหน?

ลาล่า : ตอนนี้ยังส่งบุ๊คกิ้งอยู่

ตอนนี้พี่สาวเป๊ะ ปังแล้ว?

ใบเตย : ดีใจมากเลย ชื่นชมในความพยายามรู้สึกว่านี่แหละผู้หญิงที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง วัยของพวกเราการที่จะผอมขนาดนี้มันยากมาก ซึ่งเขาทำได้ ผู้หญิงเมื่อเราสวยทุกอย่างดีๆ จะเข้ามา แล้วมันก็จริง

‘ดิว อริสรา’เคลื่อนไหว! หลังถูกโยงเป็นมือที่สาม’ธัญญ่า-เป๊ก’ ซัดเมนต์ที่มีความคิดเลอะเทอะ

'ดิว อริสรา'เคลื่อนไหว! หลังถูกโยงเป็นมือที่สาม'ธัญญ่า-เป๊ก' ซัดเมนต์ที่มีความคิดเลอะเทอะ

‘ดิว อริสรา’เคลื่อนไหว! หลังถูกโยงเป็นมือที่สาม’ธัญญ่า-เป๊ก’ ซัดเมนต์ที่มีความคิดเลอะเทอะ

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.56 น.

3 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลหลังมีคนใกล้ชิดของ ‘ธัญญ่า ธัญญาเรศ’ ออกมาเปิดเผยว่าการลดสถานะความสัมพันธ์กับ ‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ เกิดจากปัญหานอกใจ ซึ่งทำให้ชาวเน็ตแห่โยงไปที่ดาราสาว ‘ดิว อริสรา’ ทันที เพราะช่วงที่ผ่านมานั้นทางเป๊กก็ได้ให้ความช่วยเหลือดิวในหลายๆ เรื่อง ต่อมาทางด้าน ‘ธัญญ่า’ ก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านในไลฟ์ว่า “ไม่เกี่ยวกับดิวนะคะ ไม่เกี่ยวเลย น้องดิวเป็นคนน่ารักค่ะ มันเป็นเรื่องของเรา 2 คน ปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับดิวเลยค่ะ”

ความคืบหน้าล่าสุด ‘ดิว อริสรา’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า ปล. ไม่ได้โกรธหรือถือสาอะไรน๊า แต่ดิวอยากใช้โอกาสนี้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในเรื่องมุมมองที่มีต่อคน สังคมรอบตัวเราว่า

จริงๆแล้วชีวิตคนเราพอผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ หนักๆ มามันก็ทำให้เราเห็นอะไร ทั้งบทเนียนที่สอนเรา สิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง และสิ่งที่มีค่าสำหรับชีวิตเรา ซึ่งบนเหตุการณ์ร้ายร้ายของดิว ในมุมดีๆ ดิวก็ได้เห็นว่าจริงๆแล้ว ดิวก็ยังมีพี่ๆหรือใครๆ ที่เป็นตัวจริงยังคงอยู่ในชีวิต หรือคนที่เค้าให้โอกาส และ ยื่นมือมาช่วยเหลือมันก็ยังมีอยู่ คือโลกมันไม่ได้โหดร้าย และก็ยังมีมุมน่าอยู่ กว่าที่ใครๆอาจจะมองเป็นแง่ลบไปหมด ดัง
นั้นการที่เราจะอยู่แบบมีความสุขและเป็นคนคิดบวกบ้าง มันจะดีต่อใจเราเองไม่ใช่อะไรเลย

..จากประสบการณ์ของคนที่มีหลายคนที่เดินจากไป .. และยังมีหลายคนที่ยังอยู่ในชีวิต .. 

ดังนั้นถึงคอมเมนต์ การละคร อย่าเอาความคิดที่คิดคิดถึงคนอื่นว่าเค้าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ มาทำให้ความดีของคนดีๆ เค้าต้องเลอะเทอะ แบบพวกคอมเมนต์ที่มีความคิดเลอะเทอะเลย เรื่องบางเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ยิ่งเป็นเรื่องของคนอื่น การไม่แสดงความคิดเห็น นั่งดู และใช้ชีวิตของเราไปทำชีวิตของเราให้ดี จริงๆแล้วมันก็ดีต่อตัวเราเหมือนกันนะยูววว

‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ลั่นกลางไลฟ์คนเรานี้มีเลวมีดีคละกันไป ‘ตั๊ก มยุรา’โต้ทันทีขอเข้าข้าง’ธัญญ่า’

'เป๊ก สัณณ์ชัย'ลั่นกลางไลฟ์คนเรานี้มีเลวมีดีคละกันไป 'ตั๊ก มยุรา'โต้ทันทีขอเข้าข้าง'ธัญญ่า'

‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ลั่นกลางไลฟ์คนเรานี้มีเลวมีดีคละกันไป ‘ตั๊ก มยุรา’โต้ทันทีขอเข้าข้าง’ธัญญ่า’

วันจันทร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.11 น.

3 พฤศจิกายน 2568 เป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าไปร่วมไลฟ์สดกับทาง ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล สำหรับพิธีกร-นักแสดงรุ่นใหญ่ ตั๊ก มยุรา เศวตศิลา หลังจากที่ไลฟ์ขายผลิตภัณฑ์ยอดพุ่งกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งทาง ‘ตั๊ก มยุรา’ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางไอจีส่วนตัว “@tuckmayura” ระบุว่า ไลฟสดเมื่อคืนนี้ ขอบคุณธัญญ่า คุณเป๊ก อ้น และอาตุ่ย และแฟนๆ Yura ทุกคนที่อุดหนุนค่าาา ทางด้าน ‘ธัญญ่า’ ก็มาคอมเมนต์แปะหัวใจให้กับทางพี่ตั๊ก 

ขณะที่โซเชียลแชร์ไลฟ์บางช่วงบางตอนที่ ‘เป๊ก สัณณ์ชัย’ ได้พูดว่า “คนเราก็เป็นแบบนี้มีเลวมีดีคละเคล้ากันไป” ซึ่ง ‘ตั๊ก มยุรา’ ก็บอกตรงๆว่า “แต่พี่ต้องเข้าข้าง ธัญญ่า อยู่แล้ว” ทำเอา เป๊ก บอกบ๊ายบายเดินออกไปก่อนจะเดินกลับมาใหม่ 

ทั้งนี้ขณะไลฟ์สดนั้น ‘อาตุ่ย’ ได้พูดชมธัญญ่าว่า เมียแก้วเมียขวัญเสริมบารมีสามี เป็นแบบอย่างที่ดีของคนในวงการ ‘ตั๊ก’ก็ได้พูดต่อว่า “ต้องยกไว้ เมียนะต้องยกไว้” และเป๊ก ก็ได้เอ่ยออกมาว่า “ผมยกไว้อยู่แล้วพี่”