‘แหม่ม คัทลียา’เปิดใจวัย 52 ชีวิตแม่ไม่ง่ายแต่สุขที่สุด!

'แหม่ม คัทลียา'เปิดใจวัย 52 ชีวิตแม่ไม่ง่ายแต่สุขที่สุด!

‘แหม่ม คัทลียา’เปิดใจวัย 52 ชีวิตแม่ไม่ง่ายแต่สุขที่สุด!

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.13 น.

จากซูเปอร์สตาร์ยุค 90 สู่แม่บ้านยุคใหม่ “แหม่ม คัทลียา” เปิดใจในรายการ WOOD FM ทุกมุมมองทั้งเรื่องครอบครัวและตัวเอง ชีวิตวัย 52 เผยเคล็ดลับเลี้ยงลูกแบบ Free Range ปล่อยแต่มีขอบเขต ยอมรับเป็นแม่จอมย้ำคิดย้ำทำขัดห้องน้ำทุกวันจนลูกบ่นรำคาญ!

ได้เห็นกระบวนการชีวิตพี่แหม่มตั้งแต่เป็นโสด แต่งงาน มีลูก ตอนนี้ลูกๆอายุเท่าไรกันแล้ว ?

แหม่ม คัทลียา : น้องแมค 20  คนกลางน้องคิน 15 น้องเนสซี่ 13 ค่ะ

เห็นในวันนี้ว่าชีวิตมันเร็วเหลือเกินจนบางทีตั้งตัวไม่ทันเกี่ยวกับบ้านตัวเอง ?

แหม่ม คัทลียา เห็นจากลูกเลย ที่ผ่านมาเราทำงานก็ไม่ได้รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็ว ตั้งส่งลูกไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่โรงเรียนประจำ จนตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัย ก็เลยรู้สึกว่าหรือว่าเราแก่ ยอมรับก็ได้แต่เราไม่ยอมแพ้นะ ตอนมีลูกก็เลยเข้าใจว่าที่ผู้ใหญ่เขาพูดว่าทำไมเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน เขาให้เรามองเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะไม่มีใช่เบบี๋ เขาคงอยู่ในวัยที่อยากให้รับรองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว เราก็จะต้องสะกดตัวเองเหมือนกันว่าเขาก็สอนเราว่าพูดเยอะมาก ซึ่งเราจะไม่หลอกตัวเอง ไม่เอาแต่ใจตัวเองด้วย เพื่อเรียกร้องสิทธิประโยชน์ว่าความเป็นแม่ ว่าคงบ่นเยอะจริงเดี๋ยวต้องปรับตัว เริ่มที่เราก่อนดีกว่า 

ตอนไหนที่เริ่มเห็นว่าเด็กก็มีเหตุผลของเขาที่เราต้องเคารพ ?

แหม่ม คัทลียา ไม่ได้เป็นใหญ่สุดในบ้านมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าตัวเองใหญ่สุดนะ ไม่ได้แบบโอ้โหจะต้องมีกฎ บ้านนี้เลี้ยงแบบ Free Range ปล่อยอิสระเลย (หัวเราะ) โอเคบางอย่างเขาก็จะอย่าเรียกว่าย้อน เขาไม่ได้ย้อนเพราะเขาไม่ได้มีท่าทางก้าวร้าว แต่บางอย่างก็จะมีเหตุผลของเขา ยุคนี้ก็จะต้องมองว่าเขาแค่ชี้แจงความคิดเห็นว่าแล้วทำไมไม่ยังงี้ เราก็พยายามจะฟังแล้วก็บอกโอเค คือเราไม่ได้เลี้ยงเขาแบบ 1 2 3 4 เปิดกว้างให้ลูกได้อิสระในการใช้ชีวิต

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมีอะไรที่เราสามารถพิจารณาได้บ้างในการเลี้ยงลูกให้มีความรู้สึกที่อยู่ในโลก Free Range ?

แหม่ม คัทลียา ไม่บังคับจนเกินไป อิสรภาพมันมาจากการที่ไม่ได้อยู่ในคอกไม่ได้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมของเขา ก็คือมีพื้นที่แต่ก็มีขอบเขตที่ไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดแล้วก็โดนกักขัง

เรื่องของการใช้โซเชียลใช้มือถือที่บ้านส่วนไหนที่เรามองว่าอันนี้ต้องละเว้นต้องวางก่อน ?

แหม่ม คัทลียา ตอนทานข้าวไม่มีการจะมาถือมือถือ หรือมือถือวางไว้บนโต๊ะ No ห้ามมือถือเอามาที่โต๊ะทานข้าวเลย ห้ามมือถือ ห้าม iPad มานั่งวางตั้งอะไรอย่างงี้ไม่ได้

แนะนำหน่อยได้ไหมว่าเวลามีบทสนทนาเกิดขึ้น Flow ในการคุยแบบไหนที่จะทำให้เด็กอยากอยู่กับเรา ?

แหม่ม คัทลียา เด็กๆ ชอบแกล้งกันมากกว่า ชอบแหย่ บางทีแม็กก็จะแหย่คินนี่ คินนี่ก็จะแหย่เนสซี่ เนสซี่แหย่แม็กอะไรวนกันอยู่อย่างนี้ ซึ่งมันก็เป็นไวป์ที่มีความสุข เราไม่ได้ต้องมานั่งโต๊ะทานข้าวเล่ามาสิวันนี้เรียนมา 7 วิชาเรียนอะไรบ้าง No เพราะเราก็ไม่ได้มาแบบนั้น ก็แล้วแต่ก็จะเล่าเรื่องตลกปกฮา จะเล่าเรื่องเพื่อนคนนั้น จะไปเล่นกอล์ฟ จะไปเทนนิสก็เล่ามา หรือแม้กระทั่งบางทีเขาก็แหย่พ่อ ล้อแม่ด้วยนะ คือเราไม่ได้ว่าโต๊ะทานข้าวจะต้องเป็นที่คุยเรื่องธุรกิจเรื่องงานเป็นจริงเป็นจัง ไม่จำเป็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางทีพ่อแม่คุยกันคุยกันเราก็ลืมไปว่าเด็กเขาอยู่ด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่คุยไม่ได้ พ่อแม่คุยได้และในบางทีเขาก็จะได้ซึมซับเรื่องที่เราคุยไปด้วย แล้วเราก็จะคุยเรื่องเขาด้วย คือมันก็ต้องเอาทุกคนเข้ามาเกี่ยว

เวลาที่เราอาจจะมีเรื่องราวที่ไม่เข้าใจกับสามีในบางเรื่องแล้วเกิดขึ้นต่อหน้าลูกในอดีตที่ผ่านมาในบางเรื่อง การสื่อสารของเราเป็นยังไงเพราะว่ามันเป็นแบบอย่าง ?

แหม่ม คัทลียา เผอิญว่าเราเหมือนเพื่อนกันด้วย เป็นทั้งคนรักเป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งพ่อเป็นทุกอย่าง ถามว่ามีอารมณ์ขึ้นลงบ้างอะไรบ้างไหมมี แต่สิ่งที่เราพยายามจะทำที่สุดก็คือเอาเหตุผลเป็นที่ตั้ง ถ้าเกิดสมมุติว่ามีลูกอยู่ก็จะยังไม่ให้มันบานปลายไปไกล แล้วก็ค่อยมาคุยกันทีหลังว่าอันนี้ไม่ดีนะ เราไม่ควรจะทะเลาะกันต่อหน้าลูก แต่ถ้าเกิดถกเถียงบางอย่างที่มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ลูกมีสิทธิ์รับรู้ได้ ลูกก็สามารถเข้ามาเห็นด้วยได้ มันก็อยู่ที่อยู่ที่ดีกรีของของเรื่องมากกว่า

ตอนนี้คนโตไปในทางไหนเขาเจอหรือยังว่าชอบอะไร ?

แหม่ม คัทลียา ถ้าเรียนเขาก็ชอบเรื่องตัวเลข เรื่องการเงิน เพราะถามว่าแม็กอยากเป็นอะไร อยากทำอะไรในอนาคต อยากประกอบอาชีพอะไร เขาบอกอยากรวย โอเคเงินอาจจะไม่ใช่สำคัญที่สุดแต่เงินจะอำนวยความสะดวกในชีวิตเราได้ดี อันนี้เราก็ต้องปฏิเสธไม่ได้

ลูกๆ ปรึกษาคุณแม่ไหมในเรื่องที่บางทีอาจจะไม่กล้าปรึกษาผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไป เราโตมาบางเรื่องเราก็ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ บ้านพี่เด็กๆ เป็นยังไง ?

แหม่ม คัทลียา คุยกับแม่ทุกเรื่องนะคะ แชร์กับคุณพ่อทุกเรื่องเหมือนกัน คิดว่าด้วยวัยที่มีอยู่ตอนนี้เขาก็น่าจะคุยกับแม่ง่ายขึ้นหน่อยง่ายกว่าพ่อ เพราะบางทีพ่ออาจจะเป็นคนจริงจังแล้วก็ไม่ได้ต้องอย่างงี้ต้องอย่างงั้น เขาก็เลยจะบางอย่าง ลูกผู้ชายก็จะเลี้ยวมาทางแม่ก่อนว่าไปคุยกับพ่อให้หน่อย แต่พี่อย่างหนึ่งคือพี่ก็ชอบที่จะทำให้บรรยากาศในบ้านมันดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ให้เรายอมที่สุดก็ยินดี เพื่อให้ทุกคนมีความสุข เรายอมเสียสละ

Mindset ของเด็กเข้าไปในโซเชียลก็อาจเห็นอะไรที่มันเป็นลบก็ได้ เชื่อว่าพ่อแม่ก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว อยากรู้ว่าคุยกันยังไงให้เขาพิจารณาให้เป็น ?

แหม่ม คัทลียา เราก็ต้องอ้างอิงโรงเรียน เพราะโรงเรียนมันก็จะมีหลักสูตรที่เขาจะพอถึงเกรดนี้จะเริ่มสอน เริ่มแนะนำให้เป็นที่รู้จักทีละนิด แล้วก็มีวิธีการว่าภาพอาจจะไม่ได้เป็นภาพสมจริงมากก็อาจจะเป็นการ์ตูน แต่มันเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องสอนให้ลูกค่อยๆเรียนรู้ไปตามวัย เพื่อเวลาเขาไปประสบปัญหาหรือไปเจอหรือไปเห็นอะไรแบบนี้ เขาก็จะได้มีการตัดสินที่ดีที่จะรู้ว่าต้องจัดการกับมันยังไง บางทีเราปิดกั้นมากเกินไป ถ้าเกิดเขาคิดเองได้ก็โชคดีไป แต่ถ้าเกิดเขาตบะแตกหรืออะไรแบบนี้เราควบคุมไม่ได้เลย

มีอยู่คำหนึ่งคือคำว่า OCD Obsessive Compulsive disorder ย้ำคิดย้ำทำในบางเรื่อง เลยไม่แน่ใจว่าการขัดห้องน้ำของพี่แหม่มเป็นหนึ่งในสิ่งที่ชอบ enjoy หรือว่าเป็นกิจวัตรมันคืออะไร ?

แหม่ม คัทลียา ชอบทำความสะอาดบ้าน ถ้าว่างเลยก็ทำไปเรื่อยๆ บ้านมันไม่มีวันหยุดนะในการทำ มันมีเรื่องให้ทำทั้งวัน พี่เป็นคนทำหมดจนบางทีก็ลูกๆ ก็จะรำคาญ รู้ตัวด้วยแล้วก็ยอมรับด้วยแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ พี่เป็นคนชอบสะอาดก็ขัดไปเรื่อย ห้องน้ำใช้ทุกวันมันก็ต้องทำความสะอาด ถ้าเราทำทุกวันมันก็จะสะอาด พี่ก็บอกกับทุกคนเลย ลูกทุกคนแล้วก็สามีด้วยบอกว่า ทุกคนพรมทำไมเดินเข้าห้องน้ำแล้วมันจะต้องบิดๆเบี้ยวๆ มันก็วางของมันดีๆจะยืนยังไงให้มันอย่างงี้ ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยชอบสวยงาม

ถ้าพูดถึง แหม่ม คัทลียา ในวันนี้ก็เข้ามาสู่ครึ่งศตวรรษ ?

แหม่ม คัทลียา ใช่ค่ะ 52 แล้ว ไม่อายที่จะบอกอายุเลย ว้าย! บอกไปเลยเจ็บน้อยกว่า เราอาจจะเคยละเลยสมัยเราสาวๆ เพราะเราไม่ค่อยดูแลตัวเอง ต้องขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ที่ให้ทุนเดิมมาดีใช้ได้ประมาณหนึ่ง ตากแดดสมัยก่อนกันแดดบ้างนิดๆหน่อยๆ ก็เห็นอยู่รอดมาได้ดีไม่เป็นไม่มีฝ้าอะไร แต่พอถึงอายุหนึ่งที่แบบมากันหมดเลยจ้าไม่ได้เชิญเข้ามาฝ้ากระจุดด่างดำใดๆ เริ่มด้วยอายุที่เราเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ต้องออกกำลังกายจริงจัง ตอนนี้ก็มาฟิตชอบออกกำลังกาย เราก็ต้องอยู่เพื่อลูกให้ได้ ต้องห้ามเจ็บห้ามป่วยห้ามตายต้องแข็งแรงมีแรงบันดาลใจ รูปร่างสุขภาพที่ดีแล้วผิวพรรณก็ต้องดี ผู้หญิงก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก พยุงให้มันอยู่ได้นานที่สุดต้องมาดูแลเรื่องผิวพรรณเรื่องความชุ่มชื้นของผิวเรื่องหน้าตาเรื่องสุขภาพผิวโดยรวมทั้งหมด

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’สวยสะกดใจ ออร่าจับทุกลุค ทุกชุดคือรันเวย์ส่วนตัว

'เจี๊ยบ พิจิตตรา'สวยสะกดใจ ออร่าจับทุกลุค ทุกชุดคือรันเวย์ส่วนตัว

‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’สวยสะกดใจ ออร่าจับทุกลุค ทุกชุดคือรันเวย์ส่วนตัว

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.06 น.

แฟน ๆ พร้อมใจกันอวยยศให้ “เจี๊ยบ พิจิตตรา” เป็นหนึ่งในไอคอนความสวยของวงการบันเทิงไทยอีกคนหนึ่งอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะไม่ว่าเจี๊ยบจะปรากฏตัวในลุคไหน เรียบหรู ดูแพง หรือแฟชั่นสุดปังก็สามารถสะกดทุกสายตาได้ทันที ออร่าความเปล่งประกายของผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองเปล่งประกายแบบไม่ต้องพยายาม

บนโซเชียลเต็มไปด้วยเสียงอวยจากแฟน ๆ ที่ต่างพร้อมใจกันยกตำแหน่ง “เจ้าแม่ความสวย” ให้แบบไม่มีพัก พร้อมคำชื่นชมอย่าง “สวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ”, “ออร่าจับทุกมุม”, “ทุกชุดคือรันเวย์ส่วนตัวของเจี๊ยบ” และ “ยิ่งโต ยิ่งดูแพง ยิ่งสวยจับตา”นี่ไม่ใช่เพียงแค่แฟชั่น แต่คือความมั่นใจที่ฉายออกมาจากภายในของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แฟน ๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยแบบมีเอกลักษณ์” ต้อง #เจี๊ยบพิจิตตราของแทร่

‘หนุ่ม กรรชัย’กราบขอโทษ’อังคณา-สุณัย’ ลั่นผมพลาดเอง-ขอน้อมรับผิดเพียงผู้เดียว

'หนุ่ม กรรชัย'กราบขอโทษ'อังคณา-สุณัย' ลั่นผมพลาดเอง-ขอน้อมรับผิดเพียงผู้เดียว

‘หนุ่ม กรรชัย’กราบขอโทษ’อังคณา-สุณัย’ ลั่นผมพลาดเอง-ขอน้อมรับผิดเพียงผู้เดียว

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.12 น.

20 ตุลาคม 2568 จากกรณีที่ ‘กัน จอมพลัง’ กับ ‘อังคณา นีละไพจิตร’ สมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่ากันเปิดเครื่องเสียงขนานใหญ่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ไม่อยากให้ไทยเพลี้ยงพล้ำในเวทีโลก โดยทาง ‘กัน จอมพลัง’ ได้ออกรายการโหนกระแส เผยถึงกรณีนี้ส่งผลให้อังคณา รวมทั้ง ‘สุณัย ผาสุข’ นักวิชาการอาวุโส ถูกวิจารณ์เดือด ถูกขู่ฆ่า ล่าแม่มด จนต้องร้องผบ.ตร.คุ้มครองความปลอดภัย ต่อมา ‘อังคณา นีละไพจิตร’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเผยสาเหตุไม่รับสายหนุ่ม กรรชัย เหตุถูกพิธีกร-แขกรับเชิญพูดลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จี้ให้ขอโทษต่อสาธารณชน และต้องมีผู้รับผิดชอบ

ความคืบหน้าล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’  ได้เปิดใจขอโทษ สว.อังคณา และ ‘สุณัย ผาสุข’  น้อมรับความผิดพลาดไว้แต่เพียงผู้เดียว กล่าวว่า ” ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ไม่นาน เป็นเรื่องราวเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เรื่องราวการนำเสนอในรายการโหนกระแส เรื่องราวของคุณกัน จอมพลัง กับนักสิทธิมนุษยชน คือ คุณอังคนา กับพี่สุณัย ผาสุข จริงๆ ผมมีโอกาสขอโทษไปแล้วในวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา ในมุมมองของการทำรายการ ผมต้องกราบขออภัยอีกครั้ง

ล่าสุดคุณอังคณาได้โพสต์ข้อความ มีชื่อตัวผมอยู่ในนั้นด้วย ผมก็ฝากถึงคุณอังคณาเอาไว้ตรงนี้ รวมทั้งพี่สุณัย ก่อนอื่นผมต้องกราบขออภัยจริงๆ นะครับ (ยกมือไหว้) ถ้าเกิดผมทำให้คุณอังคณารู้สึกเสียหายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วตัวผมเองยืนยันอีกครั้ง ผมไม่มีเจตนาทำให้เรื่องราวมันเป็นแบบนั้น

นอกเหนือจากนั้นผมยอมรับว่าวันนั้นผมพลาดเองจริงๆ ผมยอมรับทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว เพราะวันนั้นเป็นการนำเสนอแบบไม่รอบด้าน นำเสนอข้างเดียว ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับทางคุณอังคณา หรือคุณสุณัยเลย จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ไม่เป็นไรครับ ผมน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว และขอโทษคุณอังคณาด้วย

ส่วนตัวพี่สุณัยเองผมมีโอกาสโทรศัพท์ไปขอโทษพี่สุณัยเองกับตัว แล้วได้พูดคุยกันหลายเรื่อง พี่สุณัยน่ารักกับผมมากนะครับ มีการสอนเรื่องสิทธิมนุษยชนหลายเรื่องเลยครับ ว่าจริงๆ แล้วมนุษย์ไม่ว่าชนไหน ชาติไหนก็ตามแต่ เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน นี่คือมุมมองนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาจเป็นการมองต่างมุมกันกับหลายๆ ท่าน แต่สุดท้ายพี่เขาก็บอกว่าทุกๆ คนก็มีความรักชาติเหมือนๆ กัน

ฉะนั้นผมถือโอกาสนี้กราบขออภัยทั้งสองท่านอีกครั้ง (ยกมือไหว้) ถ้าเกิดว่ามีการนำเสนอแล้วทำให้เสื่อมเสียหรือมีเรื่องราวไม่บังควรเกิดขึ้นกับทั้งสองท่าน ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งนะครับ ผมขอโทษด้วยนะครับ”

ขอบคุณ : โหนกระแส

‘โดม ปกรณ์ ลัม’มาแล้ว! สลายมโน’นางงามกัมพูชา’แบบเจ็บจี๊ด หลังโดนกล่าวหาเคยจีบ

'โดม ปกรณ์ ลัม'มาแล้ว! สลายมโน'นางงามกัมพูชา'แบบเจ็บจี๊ด หลังโดนกล่าวหาเคยจีบ

‘โดม ปกรณ์ ลัม’มาแล้ว! สลายมโน’นางงามกัมพูชา’แบบเจ็บจี๊ด หลังโดนกล่าวหาเคยจีบ

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.52 น.

20 ตุลาคม 2568 หลังจาก ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดช็อกหลังจากที่เจ้าตัวเคยไปทำงานที่พนมเปญ และปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้เห็นตึกสแกมเมอร์หลายที่พร้อมทั้งเจ้าตัวยังบอกอีกว่าตอนนั้นกลัวมากถึงขนาด  Wi-Fi โรงแรมยังไม่กล้าต่อเพราะกลัวโดนแฮกข้อมูล เวลาหิวข้าวก็ไม่กล้าออกไปซื้อเพราะกลัวว่าจะโดนลักพาตัว 

ต่อมา ‘โสธิดา โปกิมเทง’ นางงามชาวกัมพูชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า  “ตนเองเคยร่วมงานกับ โดม ปกรณ์ ลัม และตอนเดินชนกันหน้าห้องน้ำที่บาร์แห่งหนึ่งในกัมพูชา โดมได้ทำสายตาเย้ายวน พยายามจีบด้วยสายตาใส่ และยังบอกอีกว่า “Not My Type” ไม่ใช่สเป็กฉัน อย่าโอ้อวดเลยจ้า และเรื่องนี้ ฉันไม่ได้โม้ สาบานได้เลย เราเคยร่วมงานกัน แต่ฉันจะไม่ลงรูปคู่กับเขา” หลังจากนั้นชาวเน็ตไทยแห่ปกป้องโดมจนนางงามคนดังกล่าวถึงกับปิดคอมเมนต์ 

ล่าสุด ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ เคลื่อนไหวแล้วผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Dome Pakorn Lam” ระบุว่า “อยู่ดีๆโดนของขมอยเข้าแล้วกรู” พร้อมยังเข้าไปพิมพ์ตอบกลับในคอมเมนต์อีกว่า นี่สินะที่มาของคำว่า โหนกระสวย , ปุ๊เปล่าน้าาาา , ซีม่าเข้าได้นะครับไม่ติด หลังจากที่โดมออกมาเคลื่อนไหวนั้นทำชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

เกินกว่าฝัน ‘กชเบล ศรัณย์รัตน์’คว้ารองชนะเลิศอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ปลดล็อคทุกอย่างตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ

เกินกว่าฝัน 'กชเบล ศรัณย์รัตน์'คว้ารองชนะเลิศอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ปลดล็อคทุกอย่างตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ

เกินกว่าฝัน ‘กชเบล ศรัณย์รัตน์’คว้ารองชนะเลิศอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 ปลดล็อคทุกอย่างตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

เปิดใจครั้งแรก กชเบล ศรัณย์รัตน์ หลังคว้าตำแหน่งรองอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ กวาดสองรางวัลสำคัญ ทั้ง ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม เล่าโมเมนต์จับมือมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ แถมงานนี้เจ้าตัวยังเล่าถึงการต่อสู้กับเส้นทางที่ผ่านมา อุปสรรคทางภาษาที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอหวั่นไหว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

ท่านั่งฝึกนานไหม?

กชเบล : 2 อาทิตย์

มีชื่อไหม?

กชเบล : ท่านั่งรอรับมง

ขอแสดงความยินดีกับ กชเบล ที่คว้ารองอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025?

กชเบล : ดีใจและภูมิใจที่สุดในชีวิต

ยังตื่นเต้นอยู่ไหมมันเพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่ชั่วโมง?

กชเบล : รู้สึกได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ภูมิใจมากกว่า

หนูบอกว่าการรับมงไม่สำคัญเท่าการได้ใจคนไทยทั้งประเทศ?

กชเบล : ด้วยความที่ตอนประกวดแกรนด์ไทย เราใหม่มากๆ กับการประกวดนางงาม แล้วพยายามทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์กับสิ่งที่องค์กรอยากได้ ทีนี้แฟนนางงามมองว่ากชเบลแหกกฎกับคำว่านางงาม ในเรื่องของบิวตี้ควีน ความสูง ภาษาที่เราไม่แข็งแรง แล้วไม่ได้เลย เราต้องทะลายกำแพงตรงนี้หนักมาก มันเลยเป็นแผลในใจเรา ตรงที่ เราร้องได้ เต้นได้ เอนเตอร์เทนได้ เราสามารถสร้างความสนุกให้กับคนดูได้ แต่ว่าทำไมเค้าถึงไม่รักเรา ก็เลยรู้สึกว่าการที่เราไม่ได้ภาษา มันจะทำให้เราไม่สมมงใช่ไหม แต่ ณ วันนี้ พอเราได้มาเป็นตัวแทนประกวดแกรนด์อินเตอร์ ในฐานะตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ โอเค จะเอาแรงผลักดัน แล้วคำพูดทั้งหมดมาพัฒนาตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้น

พอเจอกระแสแบบนี้เราถึงขั้นลงทุนเรียน และอยู่กับมันช่วงเวลานึงเลย?

กชเบล : ตอนนั้นคิดว่าจะทำยังไงให้เราพูดภาษาอังกฤษป๋อเลย เราต้องทำได้สิ ขนาดเต้นเรายังต้องผ่านการฝึกฝนเหมือนกัน ทุกสิ่งต้องใช้เวลา ก็เลยหาคอร์สลงเรียน แล้วต้องขอบคุณองค์กรด้วย เพราะบอสก็หาคอร์สให้เหมือนกัน

ถามถึงวินาทีที่ยืนจับมือกับมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ ตอนนั้นความรู้สึกเป็นยังไง แอบหวังมงไหม?

กชเบล : ตอนนั้นแทบไม่ได้หวัง และไม่ได้คิดอะไรแล้วจริงๆ ใครก็ได้ สำหรับตัวเบลเองคือเกินความคาดหมาย

หมายถึงว่าพอได้เข้าไปถึง top5 มันฟินสุดสำหรับเราแล้ว?

กชเบล : สุดๆ เลย ต้องบอกก่อนว่าภาษาเราไม่เก่ง ทุกคนพูดอังกฤษได้หมด ยกเว้นคนไทย แล้วเราเป็นคนไทยที่ไม่กลัว ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ เพราะเค้าคือสนามที่ทำให้เราได้ลองภาษาอังกฤษเราได้เก่งมากยิ่งขึ้น จังหวะนั้นเข้าtop 20 ก็คือดีใจมากแล้ว พอได้เข้าtop10 มีโอกาสได้ตอบสปีดอีก แล้วเราก็ตัดสินใจว่าเราจะตอบภาษาอังกฤษ ยิ่งชนะใจตัวเองเข้าใหญ่ คนไทยเป็นห่วงเรามาก ว่าตอบภาษาไทยเถอะ อยากให้หนูได้เข้าลึกๆ เค้าเป็นห่วง

แต่เราก็มีความมั่นใจว่าเราสามารถทำได้สามารถตอบได้?

กชเบล : หนูเชื่อว่าการที่หนูได้ชนะใจตัวเอง ถ้าเราทำได้ มันจะปลดล็อคทุกอย่าง แล้วคนไทยทั้งประเทศที่ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ วันนี้อย่างน้อยได้เห็นเราแล้วว่าเรากล้า

ตอนจับมือเหมือนมีคุยอะไรกับมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์?

กชเบล : ยูเก่งมาก ใครก็ได้ เป็นฟิลนี้ ก็ยืนกรี๊ดเพราะไม่คิดว่ารูมเมทของเราจะมาเป็นคู่จับมือในวันนี้ แล้วก็เป็นเหมือนที่เราคิดไว้ในห้องดำ เราพูดว่าถ้าสมมติไม่ใช่เราก็จะให้เอ็มม่า ตอนนั้นใครก็ได้ เอ็มม่าก็เก่งแล้วสวยมากๆ 

ตอนประกวดวันแรกคิดไหมว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้?

กชเบล : เกินกว่าฝัน และเชื่อว่าไม่มีใครทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจและเราลงมือ และเราพยายามจริงๆ มันก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ลองดูสักตั้ง ทำให้สุด ใส่ให้สุด โอกาสมีแค่ครั้งเดียว และ ณ วันนี้ บอส องค์กรเลือกเราแล้ว โอกาสมาอยู่ในมือเราแล้ว ทำให้เต็มที่ที่สุด โอกาสจะไปจบที่เท่าไหร่เราไม่รู้ ผลลัพธ์จะเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่เราจะสร้างผลงานไว้ให้ดีที่สุดให้กับประเทศไทย

นอกจากได้รางวัลรองอันดับ1 ยังได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม?

กชเบล : ชุดผีตาโขน เบลรู้สึกว่าเราถูกโฉลกกับชุดนี้ ด้วยความที่มีลวดลายสีสัน ความสนุกสนานที่เหมือนกับตัวเรา แล้วตัวชุดจะเป็นกางเกง เรารู้สึกว่าอยากพรีเซนต์ชุดนี้ แล้วคนไทยหลายๆ คนก็เห็นด้วยกับเรา

ฝึกนานไหม?

กชเบล : 2 วัน

แล้วน้ำหนักชุดล่ะ?

กชเบล : หนักมาก กางเกงกับชุดตรงนี้อาจจไม่หนักมาก แต่หน้ากากกับตัวปีกข้างหลังที่เราจะต้องกาง ถ้ากางไม่ดีลมจะตีแล้วจะทิ้งลงไปข้างหลัง ทุกอย่างจะต้องผ่านการฝึกซ้อม คิดท่า คิดโชว์ คิดจังหวะออกมาเป๊ะๆ  เบลเป็นคนที่ชอบการฝึกฝน เราต้องดูมุมกล้องว่าเราจะเปิดมาตอนไหน จังหวะไหน พูดตรงๆ ตอนใส่หน้ากาก แล้วตอนปิดหน้า เกือบเป็นลม เพราะไทยแลนด์อยู่ท้ายๆ ด้วย นั่งไม่คุยกับใครเลยเพราะมันปิดอยู่ ทวนท่าในหัวเอา แต่พอจังหวะจะถึงประเทศไทย มันแค่ครั้งเดียว เอาให้สุด กลับมาดูแล้วจะต้องไม่เสียใจ มีแต่ความภูมิใจ ประเทศไทยทั้งประเทศเค้ารอดูอยู่กับชุดผีตาโขน เราอยากสร้างตำนาน และอยากเผยแพร่วัฒนธรรมผีตาโขน ของชาว จ.เลย ให้เค้ารู้สึกภูมิใจ และให้ชุดนี้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านการแสดงของกชเบล เราไม่มีทางได้เห็นตัวเองเพราะเราอยู่ภายใต้หน้ากาก อินเนอร์ล้วนๆ

ชุดว่ายน้ำก็เป็นไวรัลมาก ทำไมวันนั้นถึงเลือกสกิล นั่งบนรองเท้าส้นสูงแล้วเดินถอยหลังอีกแล้วเวลีลื่น แล้วถ้ามันพลาดสักนิด มันคือการเดินเราทั้งรันเวย์เลย?

กชเบล : ถามเหมือนบอสเลย ว่าทำไมถึงกล้าทำ เพราะนี่คือการโชว์จริง ถ้าพลาดมาคือจบ แสดงว่าต้องชัวร์ คือเราต้องตั้งที่มายด์เซ็ทเราว่าเราออกมาโชว์ ให้ทุกคนได้เห็น ว่านี่แหละไทยแลนด์ มีกี่ประเทศมาดูไทยไทยแลนด์ วันนี้ชาวโลกต้องได้เห็นสายสะพายไทยแลนด์ ยูทำได้ไง ทำได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ความกล้าด้วย หนูรู้สึกว่าควบคุมสติ แล้วค่อยๆ ใจเย็นๆ 

ยิ่งเดินถอยหลังอีกไม่มีนางงามคนไหนทำ?

กชเบล : เวทีลื่นใช่ไหม เราใช้รองเท้าของสปอนเซอร์ แล้วพยายามฝึกซ้อมอยู่อย่างนั้น เราซ้อมตั้งแต่ประมาณ 8-9 โมง ถึงบ่าย2 อยู่อย่างนั้น ซ้อมจนกว่าเรารู้สึกว่าเราชัวร์

ตอนประกาศรางวัลชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม หน้าเรายังเอ๊ะ ตอนนั้นงงจริงไหม เค้าประกาศชื่อเราจริงหรือเปล่า?

กชเบล : จุดที่เบลยืนอยู่ไม่ค่อยได้ยินมอนิเตอร์ คือเพื่อนหันมาบอก แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นไทยแลนด์ที่ได้

คิดว่าเป็นเพราะลีลา  ท่าทางเราไหม  จากท่านั่งแล้วลุกขึ้นยืน แล้วมันเป็นคำถามมาก ทำไมกชเบลต้องเดินถอยหลัง?

กชเบล : เบลตั้งใจเสิร์ฟในทุกวัน แพชชั่นจากที่เราเป็นเจ้าภาพ อยากดูแลเพื่อนด้วยความจอย ความสนุก ดังนั้นเราต้องเป็นตัวอย่าง และเป็นต้นแบบของคำว่าเอนเตอร์เทน ทำให้เพื่อนเห็นจริงๆว่านี่คือโชว์ ใช่มันคือการประกวด แต่คนดูต้องการความสนุก ดังนั้นอะไรก็ได้ที่เป็นความแปลกใหม่ และเราอยากเป็นตำนานในการสร้างซิกเนเจอร์

เดินถอยหลังยากนะ เพราะเดินถอยไปเราต้องตรงมาร์คด้วย?

กชเบล : เราทำการบ้าน พอเราดูกล้องเสียไทม์มิ่งนะเนี่ย จังหวะโพสต์ปุ๊บเราต้องเดินเข้าไปมาร์ค คนจะรอดูแค่ตอนเสิร์ฟ ตอนเดิน ทีนี้เรารู้สึกว่าเราต้องพลิก ทำให้คนดูรู้สึกว่าเรามีเซอร์ไพรส์

ดูแล้วเหมือนดูโชว์จริงๆ?

กชเบล : เนี่ยเค้าเรียกว่าสะใจ แล้วก็ได้ใจหนูมากๆ หนูถึงบอกว่าความพยายาม และกาลเวลาทั้งหมดมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะโชว์ ไม่มานั่งพูดว่า ให้กำลังใจหนูเถอะ เราทำให้เห็นไปเลย

อีกหนึ่งกำลังใจที่สำคัญในการประกวดครั้งนี้ คือคุณแม่?

กชเบล : แม่ภูมิใจมากๆอยู่แล้ว แม่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แม่ภูมิใจตั้งแต่ประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์แล้ว นั่นคือของขวัญที่ใหญ่ที่สุด เราไม่ได้แค่ให้ตัวเอง แต่ให้กับแม่และครอบครัวด้วย มาถึงวันนี้แม่ไม่มีความกดดันเลย ส่งกำลังใจให้ และพิมพ์ข้อความมา เพราะไม่ค่อยมีเวลาคุยกับแม่เท่าไหร่ แม่ก็บอกว่า เบลพรุ่งนี้ทำให้เต็มที่ และมีความสุขที่สุด สิ่งที่แม่อยากเห็นที่สุดคือรอยยิ้มของลูก ทุกๆก้าวที่ลูกเดินออกมา อยากเห็นลูกมีความสุข ลูกจะได้ที่เท่าไหร่แม่ก็ภูมิใจมากที่สุดแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันเกิดของคุณแม่

อยากพูดอะไรกับคุณแม่ไหม?

กชเบล : รักแม่มากๆ มากที่สุดในชีวิตเลย ขอบคุณที่เลี้ยงหนูมาเป็นอย่างดี แม่เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่สู้ชีวิต คนที่อดทน และไม่เคยท้อ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่แม่เป็น เหมือนเป็นเส้นทางให้หนูได้ก้าวเดินตามแม่ เลยทำให้หนูมีวันนี้ หนูอยากจะบอกว่าความสำเร็จที่หนูได้มาทั้งหมดที่เป็นหนูในวันนี้ นี่ก็คือของขวัญที่หนูตั้งใจทำให้แม่ทั้งหมด ตอบแทนเพื่อจะเป็นโรคที่ดีให้กับแม่นะคะ มงกุฎนี้ไม่ใช่แค่ของหนู แต่เป็นของแม่ด้วยนะ รักแม่มากๆ

ถือว่ากชเบลสร้างประวัติศาสตร์ให้กับแฟนนางงาม ในเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากวันแรกที่ประกวดแล้วได้มง มันก็มีกระแสดราม่าต่างๆ แล้วหนูก็หายไปจากหน้าสื่อพักนึง แล้วหนูก็มาฝึกฝนจนทุกคนคอยลุ้น คอยเชียร์ จนถึงวินาทีนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

กชเบล : ภูมิใจ จริงๆกระแสก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นแรงผลักดันให้เรากลับมารีเช็คตัวเองว่า จุดไหนที่ยังคงต้องเรียนรู้และพัฒนา เพื่อเสริมให้เราปิดจุดที่ไม่แข็งแรง อย่างเช่น เรื่องความสวย ภาษา หรือเรื่องอะไรที่เราแก้ได้และแก้ไม่ได้ และนำทุกอย่างมาเป็นแพชชั่นและแรงผลักดัน เชื่อเสมอว่าความตั้งใจและความพยายามของเรา บวกกับเรารู้ตัวดีว่าเราเริ่มมาจากตรงไหน แล้ววันนี้เราเดินมาถึงจุดนี้ เราภูมิใจมากๆแล้ว ใครจะไม่เห็นไม่เป็นไรเลย แล้วเบลก็ไม่เคยโกรธนะคะ ทุกวันนี้เบลภูมิใจมากที่สุดเพราะเบลได้พิสูจน์ให้คนไทยได้เห็นแล้ว อย่างที่เบลบอกไปมงกุฎมงนี้ มีความหมายกับเบลมาก เพราะเราก็อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นเหมือนกันว่า เราเดินมาไกลได้มากน้อยแค่ไหน สามารถสร้างตำนานให้กับประเทศไทยได้ไหมกับมงแรก ที่ไม่ใช่เราเป็นเจ้าของเวที หรือเป็นเจ้าภาพในปีนี้ แต่พิสูจน์ทุกอย่างและได้มาด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ ได้ใจคนไทยทั้งประเทศคือที่สุดของหนูแล้ว

เห็นว่าอยากขอบคุณชาวเน็ตที่กดดันเราในเรื่องของภาษาอังกฤษ และเราพยายามที่จะไปเรียนเพิ่มเติมจนสามารถสื่อสารได้ วันนี้เป็นยังไงบ้างในเรื่องของภาษา?

กชเบล : กำแพงความกลัวมันหายไปหมดเลย ถ้าเมื่อวานหนูเลือกตอบภาษาไทย มันก็จะมีอะไรบางอย่างติดอยู่ วันนี้เรียกว่าไม่มีอะไรค้างคา การจะไปพูดหน้าเวทีด้วยความตื่นเต้น คนทั้งโลกจับตาดูเราอยู่ เราคือคนเดียวที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่กล้าบวกกับคำดูถูกมันเหมือนแรงทวีคูณหลากหลายอย่าง แล้วนี่แหละคือโมเมนต์ที่เราจะได้พิสูจน์ตัวเองว่า คุณทำได้แล้ว จังหวะนั้นคือตั้งสติ และค่อยๆ พูด พูดออกมาจากใจ รอบสปีดหลายคนบอกว่าท่องมา ท่องค่ะ เพราะว่ารอบสปีดทุกคนได้เตรียมตัวเหมือนกันหมด ในหัวข้อเดียวกัน อยู่ที่ว่าใครจะคุมสติได้มากกว่ากัน เนื้อหาของใครจะโดนใจคณะกรรมการ

เราใช้เวลาฝึกภาษา 4 เดือน?

กชเบล : 4 เดือน ไปเรียนคุณครูบอกว่าอยู่เกรด1 

ตอนนั้นทำไมไม่ตอบภาษาไทย?

กชเบล : ช่วงเก็บตัวบอสจะเรียกไปขายของบ่อยมาก nd เราเลิศนะ ขณะเก็บตัวเรียกออกไปไลฟ์ขายของ พอเราทำยอดให้บอสได้ปุ๊บ เราก็ถาม หนูมีคำถามจะถามบอส 12 ปีมันถึงเวลาหรือยัง ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยเป็นมงแรก เราเลยรู้สึกว่าการที่กชเบลทำทุกอย่าง มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเป็นมงแรกคาบ้าน จัดที่ไทย ประกวดที่ไทย แล้วเป็นมงแรกที่ไทย บอสก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ทีนี้หนูก็เลยถามต่อว่า ถ้าตอบภาษาไทย บอสว่าได้ไหม จะทำให้ไม่มงไหมถ้าตอบภาษาไทย แกก็เลยบอกว่าตอบได้ก็ใช้ล่าม แต่ทำไมไม่ตอบอังกฤษล่ะ ก็พูดได้นิ กับเพื่อนพูดป๋อเลย มั่นใจ ผมก็ไม่ได้เก่ง แค่สื่อสารได้ แล้วคนฟังรู้เรื่อง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หนูรู้เลยว่า แค่มั่นใจ แล้วกล้าที่จะพูด ไม่มีใครบูลลี่เราเลย

กลายเป็นว่าเพื่อนนางงามให้กำลังใจเราด้วย?

กชเบล : ให้กำลังใจ เมื่อวานเป็นภาพที่ประทับใจมาก เรารับมงเสร็จ เพื่อนๆ เข้ามากอด กชเบลตอบภาษาอังกฤษ นี่คือที่สุดแล้ว ทุกคนภูมิใจมากๆ และหนูก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ เหมือนกัน หนูรู้สึกว่ามงคือมงที่เหมาะกับหนูมากที่สุด มันเหมือนเรามงแล้วจริงๆ เพราะว่าเราจะทำงานในประเทศและหาเงินให้บอสต่อไป

สามารถทำลายความกลัว กล้าที่จะตอบภาษาอังกฤษ แถมยังจับใจด้วยเพลงชาติไทย พอได้ย้อนกลับมาดูเป็นยังไงบ้าง หรืออยากกลับไปแก้ไขอะไรไหม?

กชเบล : ไม่มีเลย คำเดียวเลยที่หนูคิดไว้ก่อนขึ้นเวที จะไม่มีวันไหนที่ฉันกลับมานั่งดู วันนี้จะเป็นวันที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เป็นดิจิตอลฟุตปริ๊นที่กลับมาดูแล้วรู้สึกว่าเลิศ ทำไว้เลิศมากกชเบล นี่แหละกชเบลตัวจริง ไม่แบกความกดดันออกไปขึ้นเวที จังหวะที่ออกไปสปีดคือมันมั่นใจ และออกไปพูดให้เค้าฟัง

ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ไหน?

กชเบล : ภูมิใจมากที่สุด ที่สุด ที่สุดแล่วจริงๆ ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจหรือเสียดายเลย หนูได้พิสูจน์ตัวเองแล้วและชนะใจตัวเอง คำนี้เกินจริง การที่เราได้ชนะใจตัวเองและได้พิสูจน์เส้นทางนางงาม กับการประกวดนางงามครั้งแรก หลังประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์จบ เราออกไปเป็นนักแสดง เล่นภาพยนตร์ ออกอีเวนต์ ทำงานไลฟ์สดขายของ พอถึงจุดที่เราจะต้องกลับมาประกวดนางงามอีกครั้ง กับคนไทยที่ไม่ได้คาดหวังกับกชเบลมาก คิดว่าเข้า top20 คือหรูแล้ว ดีมากเลยที่เป็นแบบนี้ เพราะว่ามันทำให้เรารู้สึกว่า โอเค เราจะทำให้เต็มที่ คิดดีกว่าว่าจะให้ของขวัญอะไรกับเพื่อนในทุกวัน วันนี้ให้พัด พรุ่งนี้ให้ยาดม อีกวันให้ชนม อีกวันเลี้ยงชานม วันพรีลิมแจกกระจกสลักชื่อ

‘ทาทา ยัง’เปิดใจหลังควง’น้องเร’ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

'ทาทา ยัง'เปิดใจหลังควง'น้องเร'ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

‘ทาทา ยัง’เปิดใจหลังควง’น้องเร’ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

“อมิตา ทาทา ยัง” อดีตสาวน้อยมหัศจรรย์ วันนี้มาเปิดใจหลังควงลูกชายสุดหล่อ “น้องเร” ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต พร้อมเผยเหตุผลลดน้ำหนักเพราะกลัวตาย เปิดสถานะหัวใจโสดหรือไม่โสด? ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี หนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 คนว้าวกับน้องเรมาก?

“ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูเร ตอนนี้เร 9 ขวบแล้วค่ะ”

 ล่าสุดทำไมอยู่ดีๆไปอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตได้?

“ทุกคอนเสิร์ตเขาจะถามอยู่แล้ว ว่าครั้งนี้เขาต้องขึ้นไปให้ดอกไม้มั้ย พอเราเห็นว่าครั้งนี้เขาเริ่มรู้เรื่องแล้วก็เลยถามว่าเรอยากขึ้นไปให้ดอกไม้แม่มั้ยล่ะ เขาบอกว่าไม่ค่อยเท่าไหร่เราก็แอบตกใจ พอถามว่าแล้วเรอยากทำอะไรเขาบอกว่าเขาอยากเต้น ทุกครั้งเรจะเป็นตัวแทนของครอบครัวเอาดอกไม้ไปให้ แต่ครั้งนี้เขาบอกว่าเขาเต้นได้นะ ก็เลยบอกว่าเรนี่เวทีอิมแพค ด้วยเวลากระชั้นชิดมาก ตอนอยากทำไม่มีคนไง คนยังไม่เข้า เขาบอก 4 วันก่อนโชว์ ทางแกรมมี่ก็คอนเฟิร์มมา 2 วันก่อนโชว์ เท่ากับเรไม่มีเวลาซ้อมเลย นี่ก็คือสดจริงๆ ทาพยายามบอกเขาตลอดเวลา คนอื่นเขาต้องซ้อม พี่เรต้องให้เขาเลยนะ เพราะพี่เรมาทีหลัง”

เป็นคอนเสิร์ตมาราธอนมาก 7 ชั่วโมง เห็นว่าเพลงรบกวนมารักกัน เขารีเควสเองอยากเต้นกับคุณแม่?

“ใช่ เขาอาจคิดว่าเขาสบายตัวในการเต้นเพลงนี้ เพราะเขารู้จักเพลงนี้ดี แต่จริงๆ เขาเต้นได้หลายเพลง แต่เลือกเพลงนี้ด้วยท่าเต้น จังหวะ เขาบอกเขาชอบชุดแดนเซอร์อยากใส่ด้วย”

 พอลงจากเวที หลานว่ายังไง?

“จะเป็นกระแสหลังคอนเสิร์ตซะมากกว่า เขาถามว่าคนดูเขาเยอะมั้ย เขาอยากรู้ว่ากระแสไวรัลในโลกโซเชียลดูเขาเยอะมั้ยนางอยากรู้ว่าคนดูนางเยอะมั้ย เราก็ตอบตอบว่าเยอะนะ แต่ก็เยอะจริงๆ” 

ในฐานะคุณแม่เป็นศิลปิน ให้คะแนนผลงานครั้งนี้ของลูกยังไง?

“ทาว่าก็มาตรฐาน 4 วันที่ทำได้ ถ้ามีต้นทุนที่รู้จักเพลงนี้อยู่แล้ว แต่ว่าดิฉันก็เป็นพวกเปย์บ้านโป่งราชบุรี (หัวเราะ) ก็อยากให้เขามีเวลามากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ ก็ภูมิใจในตัวลูกมากๆ ทาว่าเรื่องที่ภูมิใจที่สุดคือการขึ้นไปอยู่กับคนดูเยอะๆ ตอนเราพูด เราพูดได้ แต่เวลาจัดการความรู้สึกของความตื่นเต้น น้อยคนที่จะจัดการได้ง่ายดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามว่าเขาตื่นเต้นมั้ยเขาตื่นเต้นนะ มี Behind The Scene นางจะมีอาการนิดหน่อย”

เขาพอใจกับผลงานตัวเองมั้ย?

“อันนี้ทาไม่ได้ถาม แต่ถ้าถามเขา เขาก็จะตอบว่าเอาที่แม่รู้จักลูกเนอะ ทาว่าเรทำได้ดีกว่านี้ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่นะ แต่คิดว่าเขาค่อนข้างรู้ จากรอบแรกกับรอบที่สองต่างกัน รอบนี้เขาเดินหมุนช้าไป เขามีการแก้ไขเรื่องบล็อกกิ้ง รอบแรกกับรอบสองไม่ได้เหมือนกัน ทารู้สึกว่าเขาไม่ได้ขึ้นไปงั้นๆ เขาเช็กงานตัวเองและแก้ไข”

 คิดว่าเขาติดใจมั้ย?

“น่าจะติดค่ะ (หัวเราะ) มีถามว่าเมื่อไหร่มีอีก ขึ้นไปได้อีกหรือเปล่า ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวรอดูแล้วกัน แต่แม่จะมาเสนองานเรเนิ่นๆ แล้วกันนะลูก”

จะผลักดันเขาเป็นศิลปินมั้ย?

“ทารู้สึกว่าชีวิตของเรเป็นชีวิตของเร เรอยากทำอะไรทาสนับสนุนทุกอย่าง ทาไม่อยากให้เรต้องคาดหวังว่าเรจะเป็นอะไรในชีวิต หรืออยากเป็นเหมือนทา อยากให้เรตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่อยากชี้โพรงให้กระรอก วันนี้เขาอาจสนุกก็ได้ แต่ใครจะรู้อีก 10 ปีหลังจากนี้เขาจะอยากเป็นอะไรก็ไม่รู้ การเป็นลูกดาราไม่ได้ง่าย ความกดดันสูง และความคาดหวังสูง ทั้งที่เขาเป็นลูก ไม่ใช่ดารา”

 วันออกมาสัมภาษณ์สื่อเขาไม่ตายไมค์ เขาเป็นธรรมชาติและรับมือได้ ทุกอย่างกลายเป็นมีมไปหมด เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนั้นมายืนอยู่หน้าสื่อด้วยกัน?

“วันนั้นเป็นงานแถลงข่าวของมารายห์ แครี่ เรก็ไปยืนกับทารอแม่อยู่ข้างๆ เขาก็มาแอบดู ว่าน้องโตมากเลย เอาน้องมาสัมภาษณ์ได้มั้ย เราก็ขออนุญาตเขาก่อนเพราะนี่คือเขาไม่ใช่เรา ทาก็บอกว่าพี่ๆ เขาอยากคุยกับเรนะ ไมค์เยอะขนาดนี้ จะเจอคำถามอะไรก็ไม่รู้ เรพร้อมหรือเปล่า เขาก็บอกว่าโอเค แล้วก็เข้ามายืน เป็นอะไรที่ทาว้าวเพราะไม่มีการเตี๊ยมกันเลย ไม่มีการบรีฟสคริปต์ว่าวันนี้เราจะมาคุยกัน 1 2 3 4 5 เรื่องอะไรบ้าง แล้วมันธรรมชาติค่ะ”

หลังจากเป็นมีม เขาดูตัวเขาแล้วว่ายังไงบ้าง?

“เขาไม่ว่าอะไร แต่เขาบอกว่าเห็นมั้ยสิ่งที่เรทำมันไวรัล มันเป็นมีมไปเลย แล้วคนก็บอกว่าเขาเกิดมาเพื่อฆ่าทาทา ยัง วันนี้ก็เห็นด้วยว่านางเกิดมาเพื่อฆ่าดิฉันจริงๆ”

คลิปเต้น คลิปรำ ถูกแชร์ในติ๊กต๊อก ซึ่งรำเป็นสิ่งที่คนเซอร์ไพรส์มาก รำโขนที่มาที่ไปคืออะไร?

“เรเป็นเด็กที่เขาคล้ายทามาก ตอนเด็กเวลาทาสนใจอะไร ต้องมีเรื่องราวกับเรื่องราวนั้นๆ เหมือนเราชอบละครเรื่องนึง มันเป็นหนังผี หรืออะไร พอเป็นเรื่องรำ เรื่องเต้น เขาก็ชอบไปอ่านประวัติ เขาไม่ได้ชอบแค่ของไทยนะคะ เขาชอบของบาหลีที่น่ากลัวหน่อย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้ไปดูบัลเล่ต์ โอเปร่า เขาชอบอะไรสายมิวสิเคิลหมดเลย ตอนเด็กทาก็เริ่มจากบัลเล่ต์ แจ๊สมาก่อน ทาว่าทุกคนจะหาเวย์ของตัวเองไปได้เอง เขาก็ชอบอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มีคำพูดนึงที่ฟังจากลูกแล้วรู้สึกประทับใจ เขาบอกบางอย่างสมัยนี้มาแล้วไปง่าย แต่อย่างนี้มีเรื่องราวให้เรากลับไปค้นดูแล้วเราอยากจะรู้ว่ามีจริงหรือเปล่า”

ขึ้นเวทีรู้จักตรงไหนแก้ไข ปรับปรุง ชอบอะไรแล้วค้นคว้าอยากรู้อะไรลึกๆ แม่สอนลูกยังไงให้คิดอย่างนี้?

“ทาน่าจะได้ที่ปรึกษาดี นั่นคือคุณแม่เพื่อนสนิทของทาเลย คุณแม่เป็นคนเก่งมาก คุณแม่บอกว่าถ้าเราไม่บอกลูกว่าทำอาชีพการงานหรือเราเหนื่อย ก็ต้องบอกลูก ถ้าเราไม่เคยให้เขาได้ออกไปเห็นว่าเราทำอะไร เขาจะไม่รู้เลย ฉะนั้นบางทีต้องพาเขาไปด้วยให้ดูตรงนั้นตรงนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเรา แต่เขาจะได้เห็นว่าตัวเราตอนเราไม่อยู่เราทำอะไรให้เขา แต่มันเป็นผลพลอยได้”

ให้เขาได้เห็นว่าภาพที่ทุกคนชื่นชมความสำเร็จกว่าจะได้มามันยากขนาดไหน?

“ใช่ แต่มันดันไปตรงประเด็นเดียวกับที่เขาชอบ เขาอาร์ตอยู่แล้ว เพียงแต่ทาไม่แน่ใจว่าเขาจะมาสายศิลปะการแสดง เขาก็เป็นเด็กชอบวาดรูปวาดเขียนต่างๆ นานา”

เข้มงวดด้านวิชาการมั้ย?

“ไม่ค่ะ เพราะทาเป็นคนถูกเลี้ยงมาให้เชื่อเรื่องนี้ว่าคนเราอีคิวดีกว่าที่ต้องไอคิวดี แต่ถ้าทำสองอย่างได้ดีทั้งคู่ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ทาว่าคนเราอีคิวดี มันเอาตัวรอดได้” 

ไม่ได้ส่งเรียนอะไรเลย กิจกรรมอย่างเดียวที่ให้เรียนคือโขนเท่านั้น?

“เมื่อวานนี้เพิ่งได้รับการตอบรับเพิ่มมาอีก แต่ขออุบไว้ก่อน แต่ดีใจมาก เป็นศาสตร์ที่เขาอยากเรียนมาก แล้วทาเพิ่งหาครูได้ จริงๆ เรเขาอยากมีโอกาสได้ลองเรียนบัลเล่ต์ดู แต่ครูสอนบัลเลต์ผู้ชายในประเทศไทยแทบจะไม่มีเลย ตอนนี้กำลังหาอยู่ กำลังจะแชตจะคุย ได้เจอคุณครู ดูสิว่าเมื่อเขาไปเรียน เขาจะชอบมั้ย”

เขามีแววเป็นนักร้องมั้ย?

“เขาฟังไม่ผิดคีย์ ไม่เพี้ยน แต่เรื่องเทคนิค ทารอจังหวะ พูดตรงๆ ว่าเราเองเรียนร้องเพลงตั้งแต่เด็ก เด็กผู้หญิงสำหรับทาเสียงไม่เปลี่ยน เสียงไม่แตก แต่พอผู้ชายเสียงแตก ก็จะมีผลกระทบนิดนึง อย่างจัสติน บีเบอร์ ไม่ได้หมายถึงลูกเราจะไปดังอะไรแบบนั้นนะ มันคือสังคมที่มากระทบลูกเรา ว่าทำไมตอนเด็กๆ เสียงดีจัง ตอนโตจะบอกว่าไม่ดี ทางนี้สู้ตายอยู่แล้วอย่ามาว่าลูกเรา แต่เรากลัวว่าลูกเราพอไปเห็นแบบนี้แล้วจะรู้สึกว่าทำไม กว่าเขาจะเข้าใจว่าอันนี้คือวิวัฒนาการสรีระของร่างกาย แต่เขาอยู่กับทา มีการบิวต์กันอยู่ตลอด แต่อีกไม่นานหรอกค่ะ อาจให้เริ่มบ้างบางอย่าง แต่ไม่อยากให้เขาไปแหกปากอย่างเต็มที่ วันนี้เขาไม่ได้พูดมากเรื่องอยากเรียนร้องเพลง แต่อยากลองให้เขาทำให้ถูกต้อง เพราะไม่อยากให้มันพัง อยากลอง เราเป็นพ่อแม่ก็อยากให้ลองไปก่อน ลูกอยากทำอะไรลองไปให้หมด อยากให้เขาลองดูเรื่องการร้องเพลง แต่เรื่องเต้นนี่นางอยากมาก” 

เรฮีลใจทาทาได้ดีที่สุด เขาสวีตมาก?

“สวีต แล้วเป็นเด็กแคร์ริ่งจิตใจโอบอ้อม เขาจะห่วงผู้หญิง อย่างเขาเห็นน้าเป็กกับป้าหนิงใส่ชุดอย่างนี้นมา เขาก็จะบอกว่าระวังนะครับ กลัวสะดุด”

มีเหตุการณ์นึงกี่ยวกับเรื่องการใส่ใจในโรงเรียน เล่าให้ฟังหน่อย?

“เพื่อนที่โรงเรียนทะเลาะกัน ตามประสาอายุเท่านั้น แย่งหินดินทรายก็ว่ากันไป ทาจะลูกเสมอว่าผู้หญิง สัตว์ คนแก่ ช่วยได้ช่วย บางทีเราเป็นผู้ชายเราต้องช่วย แต่ผู้ชายตีกันไม่ต้องไปยุ่ง เฉยๆ ปล่อยเขาไป มีเหตุการณ์เขาไปเจอน้องผู้หญิงคนนึงในโรงเรียน โดนเพื่อนๆ แกล้ง เรก็ไปปัดแล้วบอกว่าพวกยูไม่ทำอย่างนี้นะ ไม่น่ารัก แม่บอกว่าถ้าทำแบบนี้ให้บอกคุณครูเลย ซึ่งเด็กก็จะพูดว่าเด็กขี้ฟ้อง อะไรแบบนี้ ซึ่งเขาก็บอกว่า เหมือนที่แม่พูดไว้เลย พวกยูต้องพูดแบบนี้ (หัวเราะ) เรก็ไม่สนใจเพราะเขาต้องห่วงผู้หญิง ได้เจอคุณแม่เขาที่โรงเรียน เขาก็เดินมาขอบคุณ”

เรื่องนี้เรไม่ได้เล่า แต่ทาทารู้จากแม่ของเด็ก?

“ใช่ (หัวเราะ) แต่เรไม่สนใจ ฟ้องครู ทาจะบอกเขาเสมอว่าฟ้องไปเลย เพราะตอนนั้นหม่ามี้ก็ไม่สามารถดูแลยูได้ และผู้ใหญ่ที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ดีที่สุดในตอนนั้นคือครู”

ลูกเราดื้อกี่เปอร์เซ็นต์จากดีเอ็นเอเรา?

“เรดีกว่าทาทาเยอะค่ะ ตอนนี้โรงเรียนคงบอกว่าเธอส่งเด็กคนนี้มาเหมือนมาแก้ไข เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันกับทา เราไม่มีปัญหาเรื่องอะไรเลย มีแค่ลืมหนังสือเรียน” 

มากอบกู้เกียรติยศให้คุณแม่กับสถาบันเก่ง?

“(หัวเราะ)”

ความให้เกียรติของเขา เขาจะห่วงใยคนรอบข้าง?

“ใช่ ตอนนั้นที่เราไปนาคากัน เรไม่ได้ไป ถ้าเขาเห็นพี่หนิงที่ไม่สบายในวันนั้น แต่พี่หนิงบากบั่นจะไปให้ได้ เขาจะถามตลอด ถ้าเขาสนิทกับพี่หนิงมากๆ เขาจะเดินไป เอาน้ำให้ เอาพัดให้ ป้าหนิงดีขึ้นหรือยัง จับตัว อยางวันก่อนอยู่กับคุณยายทวด ตอนนี้คุณยายทวดเดินไม่คล่องแล้ว อายุ 94 แล้ว เรกลัวคุณยายสะดุดหรือล้ม นั่งคุยกับคุณยายทวด คุณยายทวดลุกปั๊บ เรเสียงหลงเลย แม่ ทำไงดี คว้าไม้เท้าให้ พยุง เสื้อคุณยายจะตกก็ไปจับ เรทำถูกหรือเปล่าเนี่ย กลัวคุณยายทวดล้ม”

แฮปปี้นะมีลูกแบบนี้?

“แฮปปี้ค่ะ”  

พอเป็นไวรัล จะมีคนบางประเภทจับผิด เริ่มเกิดขึ้นมาแล้ว จะบอกยังไงคนจับผิดวิพากษ์วิจารณ์ลูกเรา?

“ทาไม่ได้สนใจ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้สนใจ ทาว่าผู้ใหญ่ที่จับผิดเด็กได้ก็ไม่น่ารักแล้ว ไม่ได้ใส่ใจ ก็ไปพิจารณาตัวเองดีกว่าว่ายังไง ทามีหน้าที่เป็นคุณแม่ เราก็ต้องปกป้องลูกเราให้ดีทีสุด ขอวิจารณญาณจากผู้ใหญ่แล้วกันค่ะ”

 เวลาเรโดนวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล จากคนโตแล้วไม่รู้จักโต จะมีคนประเภทนึงออกมาปกป้อง เข้าไปเถียงให้โดยคุณไม่ต้องเถียงอะไรเลย?

“จริงค่ะ ทาอยู่เฉยๆ สำหรับคนพูดถึงไม่อยากพูดถึงอะไรเลย แต่สำหรับคนปกป้องเอ็นดูเมตตาเร ทาก็ขอบคุณจริงๆ ทาก็ดีใจ บางทีเราไม่ต้องทำอะไรเลย ตอนนี้ไปออกงานทีนึงจะถามว่าเรมามั้ยคะ เอาของมาให้เร แล้วเราล่ะ (หัวเราะ) เจอมาแล้ว ให้เราหลบไป เขามาขอถ่ายรูปแต่ขอถ่ายรูปเร (หัวเราะ)”

เพราะอะไรกลับมาทวงบัลลังก์ยืนหนึ่ง?

“หลายอย่างค่ะ สุขภาพด้วย ก็อยากกลับมาสวย ทำไมล่ะ เรื่องงานด้วย เรื่องลูกด้วย พอถึงจุดนึงเราจะรู้ว่ายังไงกระแสความเป็นดาราต้องขาวและผอม ตัวเล็ก”

กลัวตุยด้วย?

“อันนี้เป็นคำสั่งของคุณหมอ ยังไงก็ต้องจัดการเรื่องสุขภาพก่อนเลย มันซีเรียส เพราะทาเข้ารพ.ทีนึงนานมาก ออกมาแป๊บเดียวก็เข้ารพ.อีกแล้ว มันต้องดูแลทั้งหมดเลย ต้องไปแก้ 1 2 3 4 5 ก่อน คุณหมอบอกว่าถ้าลดน้ำหนักได้ก็จะดี เพราะการนอนของทาก็จะดีขึ้นด้วย” 

น้องเรชมว่านอกจากสวย ตอนนี้ยังแข็งแรง ไม่ค่อยเข้ารพ. ผอมแต่ผอมแบบมีความสุข เป็นทาทา ยัง เวอร์ชั่นที่มีความสุขที่สุด มันเกิดจากอะไร?

“คงเกิดจากพลังที่มีความสู้อยู่ เมื่อปีที่แล้วป่วยหนักมากๆ จะตายค่ะ ใช้คำนี้แล้วกัน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา มันใกล้แล้ว ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว เราต้องดูแลตรงนี้ก่อนทำอะไรก็ตาม มันก็ค่อยๆ คุยกับทางคุณหมอโรคต่างๆ ที่ทาเป็น เพื่อแก้ไขปัญหา” 

หัวใจสีชมพูมั้ย?

“ฉ่ำค่ะ”

 โสดหรือไม่โสด?

“โสดค่ะ มีคนคุยด้วย ที่ใช้คำว่าฉ่ำคือชีวิตตอนนี้มันดีค่ะ” 

คุยอยู่กี่คน?

“ไม่ได้คุยกับใครเลย ไม่ถูกใจ รำคาญ ที่ฉ่ำหมายถึงอยู่กับลูกแล้วฉ่ำใจกว่า มีความสุขกว่า”

 เรเชียร์ให้มีแฟนมั้ย?

“มีครั้งนึงทาไปชี้โพรงให้กระรอกว่าถ้าแม่มีแฟน เรอาจไม่เหนื่อยเท่านี้ก็ได้นะ เขาบอกว่าเหรอ แม่ลองคุยกับใครบ้างก็ได้นะ (หัวเราะ)”

 สเปกต้องเป็นยังไง?

“สูงค่ะ ชอบผู้ชายสูงๆ อายุไม่ติดค่ะ แต่ต้องเลี้ยงดูตัวเองให้ได้ ดิฉันไม่เลี้ยง ดิฉันเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูก และสุนัขที่บ้านพอแล้ว แต่ถ้าเขาจะมาร่วมเลี้ยงเราด้วยไม่ว่าจะให้อะไรก็ได้ จะให้บ้านให้รถ แต่เซ็นมาให้เลยนะ”

สเปกยังไงต้องเข้ากับลูกได้ มีส่วนในการเลือกด้วยมั้ย?

“อย่างแรกต้องเป็นคนใจดี เป็นผู้ชายที่ใจดี ค่อนข้างรับฟังทาและเร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นชีวิตของทา ทาก็เชื่อว่าในฐานะเป็นแม่คน เราต้องเลือกคนที่จะเข้ากับลูกเราได้ ยังไงลูกเราก็มาก่อน” 

ต้องเข้ากับทา ลูก และหมาได้ด้วย?

“หมาของทาก็คือลูกของทาเหมือนกัน ทารักหมา”

‘นางงามเขมร’ถึงขั้นสาบาน! ลั่น’โดม ปกรณ์ ลัม’พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

'นางงามเขมร'ถึงขั้นสาบาน! ลั่น'โดม ปกรณ์ ลัม'พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

‘นางงามเขมร’ถึงขั้นสาบาน! ลั่น’โดม ปกรณ์ ลัม’พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

20 ตุลาคม 2568 หลังจากที่นักแสดง-นักร้องชื่อดัง ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดช็อกผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Dome Pakorn Lam” หลังจากที่เจ้าตัวเคยไปทำงานที่พนมเปญ และปอยเปต ประเทศกัมพูชา และได้เห็นตึกสแกมเมอร์ด้วยตาเนื้อของตัวเอง พร้อมทั้งเจ้าตัวยังบอกอีกว่าตอนนั้นกลัวมากถึงขนาด  Wi-Fi โรงแรมยังไม่กล้าต่อเพราะกลัวโดนแฮกข้อมูล เวลาหิวข้าวก็ไม่กล้าออกไปซื้อเพราะกลัวว่าจะโดนลักพาตัว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’เล่าเคยเห็น’ตึกสแกมเมอร์’ด้วยตาเนื้อ ผวากลัวโดนลักพาตัว-ไม่กล้าต่อเน็ตโรงแรม)

ต่อมาทำเอาตะลึงกันทั้งโซเชียลเมื่อ ‘โสธิดา โปกิมเทง’ นางงามชาวกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เข้าร่วมประกวดเวทีนางงามระดับประเทศของกัมพูชา ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเธอเองเป็นภาษาเขมร บอกว่า “ตนเองเคยร่วมงานกับ โดม ปกรณ์ ลัม และตอนเดินชนกันหน้าห้องน้ำที่บาร์แห่งหนึ่งในกัมพูชา โดมได้ทำสายตาเย้ายวน พยายามจีบด้วยสายตาใส่ และยังบอกอีกว่า “Not My Type” ไม่ใช่สเป็กฉัน อย่าโอ้อวดเลยจ้า และเรื่องนี้ ฉันไม่ได้โม้ สาบานได้เลย เราเคยร่วมงานกัน แต่ฉันจะไม่ลงรูปคู่กับเขา”

หลังจากที่ ‘โสธิดา โปกิมเทง’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นชาวโซเชียลไทยแคปข้อความของเธอมาวิพากษ์ วิจารณ์กันสนั่นทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะชาวเน็ตไทยที่ต่างพากันปกป้อง’โดม ปกรณ์ ลัม’ จนต่อมา ‘โสธิดา’ ทนแรงกดดันไม่ไหวจนต้องปิดคอมเมนต์ทันที 

‘แน็ก ชาลี’โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

'แน็ก ชาลี'โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

‘แน็ก ชาลี’โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.06 น.

20 ตุลาคม 2568 ทำเอานักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี ‘แน็ก ชาลี’ เดือดจัดเลยก็ว่าได้จนถึงขั้นออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ‘Charlie Potjes’ ร่ายยาวหลังถูกกลุ่มโจรที่คุ้นเคยกัน ‘ยกเค้า’ ทรัพย์สินมีค่าไปเกือบหมดบ้านเป็นจำนวนนับแล้ว 500 ชิ้น โดยระบุข้อความว่า “จิตใจพวกเธอทำด้วยอะไร 

ปั๊มน้ำ เธอก็ตัดไป ก๊อกน้ำเธอก็ถอดไป มิเตอร์น้ำ เธอก็ตัดไป แล้ว กู จะอาบน้ำ ราดขี้ ยังไง 

แอร์ เธอก็ถอดกันไปทั้งบ้าน 6 ตัว ไม่เหลือให้นั่งสบายๆเลย

ของมีค่าอีกมากมาย กระเป๋าที่ลูกค้าให้ หลายใบ  

ทองแท่ง ที่ซื้อสะสมไว้ เงินสด ทั้งตู้เซฟเธอก็เจาะเอาไป

ไวโอลินเก่า กีต้าร์ เครื่องดนตรีที่ผมรัก 400-500ชิ้น

คันเบ็ด รอกตกปลา คันตกกุ้ง อีกหลายร้อยชิ้น เธอก็เอาไป 
 
ฉันดีใจด้วยนะ กับเครื่องดนตรีที่ฉันรัก หากใครที่ไม่รู้จริงๆ แล้วซื้อต่อจากขโมยไปด้วยความที่ไม่รู้จริงๆ และ ได้ตัวดีๆไป ก็ขอให้เก็บดูแลรักษา กันดีๆนะครับ ผมมีความสุขหากมันได้ไปอยู่กับคนที่รักและเก็บรักษาได้ดีกว่าผมหรืออาจจะเป็นเด็กๆได้ไปใช้ ไปเรียน ผมยินดีด้วย เครื่องดนตรี ไม่ต้องเอามาคืนผมแม้แต่ชิ้นเดียวสำหรับใครที่ซื้อไปแล้ว 

แต่ ปืน ปืน!!!!   เป็นสิ่งที่ผมอยากได้คืน และเอากลับมาดูแลต่อเพื่อให้มันสมบูรณ์ เหมือนที่ผมดูแลมันมา10 ปี ไม่แม้แต่ยิง เก็บใส่กล่องอย่างดี อยู่ในตู้เซฟแน่นหนา อย่างดี  และตั้งใจเก็บรักษามานานเป็น10 ปี แต่ละกระบอกมีเรื่องราว กว่าผมจะได้มันมา ผมผูกพัน ผมใช่เวลาหาทุกวันบางกระบอกใช้เวลาหาทุกวัน 7 ปีเต็มๆถึงจะได้รับมาเก็บไว้  แม้วันที่ผม ไม่มีจะกิน ผมก็ยังไม่ขายมันเลย ผมเรียนรู้หาข้อมูลและศึกษาปืนเล็กเก่ามาเป็น10ปี และเก็บอย่างถูกต้องปืนถูกกฎหมาย รถเรือของผมเป็น100คันผมไม่เคยดูแล เด็กแถว บ้านใครอยากขี่อยากเอาไปใช้ผมให้ได้หมด

แต่ผมรักปืนของผมมาก ผมมีผมไม่เคยเอามาอวดใคร หรือให้ ใครได้รู้ ไม่เคยลงรูป ผมเก็บใส่ตู้เซฟผมอย่างดี แต่พวกคุณมา ขโมย เจาะตู้เซฟ เอาปืนผมไป 65 กระบอก กับของอีกหลายร้อย ชิ้น ใครใกล้ตัว คนที่เอาไป บอกเขา คืนปืนผมเถอะครับ 

ผมให้โอกาสพวกคุณมานานมากพอแล้ว นานมากเกินจริงๆ จนพวกคุณคิดว่าผมใจดี ผสม โง่ ใช่ไหมครับ คงใช่แหละครับ ผมชอบให้โอกาสคนมาตลอด จะโดนโกงเงิน หรือต้องเสียอะไรมากมาย. ปีนี้ผมเจอแต่เรื่องแย่ๆ 

ขโมยครับ โจรครับ xxx ผมพูดกับคุณหลายรอบแล้ว แล้วจะพอแล้วนะครับเอาปืนมาคืนผมเถอะ ผมจะไม่อะไรเลย เครื่องดนตรี ผมไม่เอาคืนเลยเพราะผมรู้ว่าจุดจบมันจะไปอยู่กับคนที่ชอบ คนที่รักและได้ใช้งานมันจริงๆ แต่ปืน พวกคุณรู้อยู่แล้ว ว่า ขโมยปืนมันผิด และก็คงแบ่งกันจนเครียด ว่าจะคืนยังไงดีวะ 

เอาเป็นว่า ผมยังให้โอกาสอีก 1 อาทิตย์นะครับ ตามที่คุยกันเลย เอาไปวางในบ้านผมนะ คืนให้ครบ ปืนมันตามกันไม่ยากมากสักเท่าไหร่หรอก ถ้าเจอตำรวจดีๆที่จะตามจริงๆ อีก 64 กระบอก ช่วยเอามาวางคืนไว้กันด้วยนะ ใน 1 อาทิตย์นี้ เท่านั้นนะ ไม่งั้นผมจะทำให้พวกคุณได้เข้าคุกกันจริงๆนะครับ ไม่ก็คงจำคำที่ผมพูดกับคุณได้นะ xxx ว่าถ้าไม่อยากให้ผมตาม xxx ก็มายิงผมทิ้งซะ เพราะคุณมีคดีฆ่าคนอยู่แล้วนิ ก็ไม่น่ายากอะไร ปืนผมคุณก็มีอยู่แล้ว เพราะตำรวจปล่อยคุณไปแล้วบอกให้คุณเอามาคืนผมแค่ 1 กระบอก ปรบมือชมกันใหญ่ แต่อีก 64 กระบอก เก็บไว้ที่ไหนแบ่งกับใครไว้บ้าง ก็รีบรวมเอามาคืนให้ครบนะ ใน 1 อาทิตย์นี้ ผมจะไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ก็ลองคิดๆ ดูนะ ผมเตือนครั้งสุดท้ายจริงๆแล้ว  ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะครับ”

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอสหลง ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ ร่วมโปรโมตซีเกมส์ 2025 ในฐานะ “Friends of SEA Games” เมื่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผนึกกำลังภาคเอกชน สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย สร้างมิติใหม่ ให้วงการกีฬาไทย เปิดตัว โครงการ “Friends of SEA Games 2025” 

สร้างสีสันและแรงบันดาลใจให้กับวงการกีฬาไทยโดยร่วมมือกับภาคเอกชนและสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทยดึง 7 ศิลปินคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นกระบอกเสียง โปรโมตกีฬาพร้อม เปิดรายชื่อ 12ศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่จะร่วมถือ “ป้ายประเทศ”

พิธีเปิดการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 “มอสหลง” ซึ่งได้รับหน้าที่เป็นตัวแทน นักกีฬาฟันดาบ ในฐานะ “Friends of SEA Games” น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “มอสหลง” เคยรับบท “นักกีฬาฟันดาบ” มาก่อนในซีรีส์เรื่อง “ฝันของฉัน คือฟันดาบ” และครั้งนี้ได้กลับมาอีกครั้งในบทบาทที่เชื่อมโยงกับกีฬาจริง ถือเป็นการต่อยอดจากบทบาทบนหน้าจอสู่การเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในสนามจริง

เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมกีฬาชวนคนไทยร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน ในสนามจริง รวมถึงสร้างความสุขและความภาคภูมิใจร่วมกันในนามตัวแทนของชาติ “มอสหลง” เผย ความรู้สึกว่า ดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้มีส่วนร่วมในงานสำคัญระดับภูมิภาคครั้งนี้อยากชวนทุกคนมาร่วมสนับสนุนกีฬาไทยและนักกีฬาทุกคนให้เต็มที่ครับ

ที่สำคัญ มอสหลง ภาณุวัฒน์” กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง ตาโขน (TA KHON : THE CURSED MASK) ภาพยนตร์สยองขวัญ เขย่าประสาท สั่นศรัทธา อำนวยการสร้างโดย บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ บริษัท ไอ-ฉีอี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สิงคโปร์ จำกัด “ที่เจ้าตัวตั้งใจ และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดผลงานให้ผู้ชมทั่วโลกได้จับตามอง ผลงานชิ้นนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ “มอสหลง” ในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่ที่มากความสามารถเตรียมชมพร้อมกัน ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

เปิดโปรไฟล์! ‘เอ็มม่า แมรี่’สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

เปิดโปรไฟล์! 'เอ็มม่า แมรี่'สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

เปิดโปรไฟล์! ‘เอ็มม่า แมรี่’สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

การประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 (Miss Grand International 2025) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย เมื่อคืนวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 คือ เอ็มมา แมรี ทิกเลา (Emma Mary Tiglao) สาวงามจากฟิลิปปินส์ ในขณะที่ กชเบล ศรัณย์รัชต์ ตัวแทนสาวไทยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 

เอ็มมา แมรี ทิกเลา เอาชนะผู้เข้าประกวดจากทั้งหมด 76 ประเทศ สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้ามงกุฎให้กับฟิลิปปินส์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยคริสติน จูเลียน โอเปียซา (Christine Juliane Opiaza) มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2024 จากประเทศฟิลิปปินส์ เป็นผู้มอบมงกุฎและสายสะพายให้

ประวัติ เอ็มมา แมรี ทิกเลา

เอ็มมา แมรี ฟรานซิสโก ทิกเลา (Emma Mary Francisco Tiglao) เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1994 ในเมืองมาบาลากัต ปัมปังกา ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันอายุ 30 ปี ส่วนสูง 175 เซนติเมตร 

สำเร็จการศึกษาในปี 2014 จากมหาวิทยาลัยโฮลีแองเจิลในเมืองแองเจลิส จังหวัดปัมปังกา สาขาการจัดการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ  

เอ็มมาเคยทำงานเป็นนางแบบในหลายประเทศทั่วเอเชีย เช่น กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมทั้งในฟิลิปปินส์ด้วย

เส้นทางนางงามของ เอ็มม่า ทิกเลา

เมื่อปี 2012 เอ็มม่า ทิกเลา เข้าประกวดบนเวที Mutya ng Pilipinas 2012 และคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มาครอง ซึ่งผู้ชนะในปีนั้นคือ ริซซินี อเล็กซิส โกเมซ (Rizzini Alexis Gomez)

ต่อมาในปี 2014 เอ็มม่า เข้าร่วมการประกวดเวที Binibining Pilipinas 2014 และผ่านเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย

ในปี 2015 เธอเข้าร่วมประกวด Miss World Philippines 2015 และคว้าตำแหน่ง “เจ้าหญิงลำดับที่ 4” (Fourth Princess) ไปครอบครอง

ก่อนที่ เอ็มม่า ทิกเลา จะหยุดเดินสายประกวดนางงามไปประมาณ 4 ปี จากนั้นในปี 2019 เธอกลับมาประกวดอีกครั้ง และคว้าตำแหน่ง Binibining Pilipinas 2019 เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มอีก 2 รางวัลจากเวทีเดียวกัน คือ Best in National Costume และ Miss Pizza Hut

ต่อมาในปีเดียวกัน ทิกเลา เป็นตัวแทนประเทศฟิลิปปินส์เข้าประกวด Miss Intercontinental 2019 ที่ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2019 และสามารถผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย พร้อมคว้ารางวัลพิเศษอีก 2 รางวัล ได้แก่ Miss Popularity และ Miss May Care

จากนั้นในปี 2022 เอ็มม่า ทิกเลา ก็ได้ประกาศอำลาวงการนางงามชั่วคราว

หลังห่างหายจากเวทีนางงามไปหลายปี เอ็มม่า ทิกเลา ประกาศหวนคืนสู่การประกวดนางงามอีกครั้ง และเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการของ Miss Grand Philippines 2025 ตัวแทนจังหวัดปัมปังกา
ในค่ำคืนประกวด เธอสวมชุดราตรีที่ออกแบบโดย ไรอัน เฟอร์นานเดซ (Rian Fernandez) และคว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ 2025 มาครอง

ภาพจาก  : @emmatiglao