77 สาวงามผู้เข้าประกวด’Miss Grand International 2025’เดินเครื่องเก็บตัวหัวหิน สัมผัสเสน่ห์ไทยสุดประทับใจ

77 สาวงามผู้เข้าประกวด'Miss Grand International 2025'เดินเครื่องเก็บตัวหัวหิน สัมผัสเสน่ห์ไทยสุดประทับใจ

77 สาวงามผู้เข้าประกวด’Miss Grand International 2025’เดินเครื่องเก็บตัวหัวหิน สัมผัสเสน่ห์ไทยสุดประทับใจ

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.30 น.

77 สาวงามผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 (Miss Grand International 2025) จากทั่วโลก เดินทางถึงหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทำกิจกรรมเก็บตัวอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของเมืองชายทะเลสุดคลาสสิก โดยเข้าพักที่ โรงแรม InterContinental Resort Hua Hin

เริ่มต้นวันด้วยการรับประทานอาหารค่ำที่ CIAO Restaurant Hua Hin สมกับคอนเซ็ปต์ “กินหรู อยู่สบาย สไตล์แกรนด์” ต่อด้วยกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย อาทิ ตักบาตรยามเช้า, คลาสโยคะออกกำลังกาย, นั่งรถไฟเล็กชมบรรยากาศอันร่มรื่นของรีสอร์ต จากนั้นค่ำคืนแห่งความประทับใจถูกเติมเต็มด้วยงาน “Welcome to Hua Hin” Gala Dinner โดยได้รับเกียรติจากดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ และยังได้รับเกียรติจาก ท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ The Host City of Miss Grand International at Hua Hin  ต้อนรับเหล่าสาวงามจากทั่วโลกอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์​เนชั่นแนล รวมถึงเหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดเป็นอย่างมาก ในขณะที่ กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand 2025 ตัวแทนนางงามไทย ก็ให้การต้อนรับเพื่อนนางงามอย่างเต็มที่เช่นกัน

นอกจากนี้ นางงามได้เข้าชม Museo Auto Classica พิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถยนต์คลาสสิกและงานศิลปะสุดหรู ณ ศูนย์การค้า Bluport Hua Hin ร่วมเดินแบบในงาน BLUPORT FASHION SHOW ที่ Hua Hin Convention Center ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Proud Thai Fashion Show” มีโอกาสสวมใส่ชุดไทยร่วมสมัยจากดีไซเนอร์แบรนด์ชั้นนำต่างๆ อาทิ Khomapastr , Pim Collection, Chayanna, Akara, Kamonmanee, KAYA ,PAH GAH MAH, Baanbai, Mudyom, FAI NGERN FAI THONG, NITDA – Mai Taem Mee และ KNAM KAAN ปิดท้ายกิจกรรม ปิดท้ายชุดฟินาเล่ด้วย คริสติน จูเลียน โอเปียซา (Cristine Julian Opiasa) มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 งดงามสมตำแหน่งควีนแกรนด์จริงๆ เสียงชื่นชมจากแฟนนางงามทาง Youtube : Grand TV ล้นหลาม

โดยกิจกรรมสำคัญที่หัวหินยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะที่ สวนน้ำ Vana Nava Hua Hin กิจกรรม sport Arena (กีฬา)  การประกวดชุดว่ายน้ำรอบคัดเลือก และ Close Door Interview (รอบสัมภาษณ์)สำหรับการประกวด Miss Grand International 2025 รอบตัดสิน จะจัดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK ใครจะได้ครองมงกุฎทองอันทรงเกียรติแห่งปี 2025 ห้ามพลาดติดตามกิจกรรม Miss Grand ได้จากทุกช่องทาง YouTube

Chanel : Grand TV

Facebook : Miss Grand International , Miss Grand Thailand

Instagram : missgrandinternational , missgrandthailand และ TikTok

#MissGrandInternational #MissGrandInternational2025

#MissGrandThailand #MissGrandThailand2025 #WeAreGRANDthe1andOnly

‘บอย ถกลเกียรติ’นำทัพ ‘ซีเนริโอ’ ส่งเสริม-แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านธุรกิจละครเวที

‘บอย ถกลเกียรติ’นำทัพ ‘ซีเนริโอ’  ส่งเสริม-แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านธุรกิจละครเวที

‘บอย ถกลเกียรติ’นำทัพ ‘ซีเนริโอ’ ส่งเสริม-แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านธุรกิจละครเวที

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ค่ายซีเนริโอ ที่ล่าสุดได้รับเกียรติจาก Agency of Creative Industries ภายใต้รัฐบาลกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เชิญ คุณบอย–ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ซีเนริโอ จำกัด พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าร่วมงานภารกิจทางธุรกิจ (Business Mission) ภารกิจครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและสร้างเครือข่ายด้านศิลปะการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแขนงละครเวที ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของรัสเซียกับนานาประเทศ ผ่านกิจกรรมและงานวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิด นำเสนอผลงาน รวมถึงพบปะกับตัวแทนจากโรงละครชั้นนำในกรุงมอสโก

การเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ เป็นเครื่องสะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานอันโดดเด่นของซีเนริโอ เจ้าของ “เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์” โรงละครคุณภาพมาตรฐานสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่ตลอดเวลากว่า 20 ปี ได้สร้างสรรค์ละครเวทีคุณภาพระดับพรีเมียม ควบคู่กับการนำเข้ามิวสิคัลระดับโลกให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสียงชื่นชมและการตอบรับอย่างล้นหลาม จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำแห่งอุตสาหกรรมละครเวทีในประเทศไทยมาโดยตลอดวันนี้ ซีเนริโอ ไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ หากแต่ยังทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมพลังความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของคนไทย ไปสู่สายตานานาชาติ ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ศิลปะการแสดงของไทยมีศักยภาพทัดเทียมเวทีโลกซีเนริโอ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็น ตัวแทนประเทศไทยบนเวทีโลก เพื่อสร้างชื่อเสียง เชื่อมโยงวัฒนธรรม และเผยแพร่ศักยภาพของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์อย่างสง่างามในระดับสากล

สะใภ้หมื่นล้าน! ‘มายด์ ลภัสลัล’สวมชุดไทยสวยสง่า เข้าพิธีแต่งงานกับ’พาย สุนิษฐ์’ทายาทภิรมย์ภักดี

สะใภ้หมื่นล้าน! 'มายด์ ลภัสลัล'สวมชุดไทยสวยสง่า เข้าพิธีแต่งงานกับ'พาย สุนิษฐ์'ทายาทภิรมย์ภักดี

สะใภ้หมื่นล้าน! ‘มายด์ ลภัสลัล’สวมชุดไทยสวยสง่า เข้าพิธีแต่งงานกับ’พาย สุนิษฐ์’ทายาทภิรมย์ภักดี

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

8 ตุลาคม 2568 ความรักสุกงอมเต็มที่สำหรับคู่ของสาวมายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล กับหวานใจนักธุรกิจหนุ่ม พาย สุนิษฐ์ (สก๊อต) ทายาทหมื่นล้านบ้านภิรมย์ภักดี แห่งอาณาจักร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ท่ามกลางบรรยากาศเรียบหรู อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่ง ‘สาวมายด์’ มาในชุดไทยศิวาลัยสีงาช้าง ส่วนเจ้าบ่าว’พาย สุนิษฐ์’มาในชุดสีขาวดูภูมิฐาน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและเป็นทางการ มีครอบครัวทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญอย่างชื่นมื่น

ต่อมาสาวมายด์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@wjmild” ระบุข้อความว่า “นานน๊านนทีใส่ชุดไทย ดูเรียบร้อยไหมละ ” ส่วนทางด้านห้องเสื้อมิลาน ได้ออกมาเผยรายละเอียดสุดประณีตว่า คุณมายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล นักแสดงสาวชื่อดัง สวมชุดไทยศิวาลัยจากห้องเสื้อมิลาน 

เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับห้องเสื้อมิลาน ทีมงานทุกคนขอแสดงความยินดีกับคุณมายด์ และ คุณพาย-สุนิษฐ์ ภิรมย์ภักดี ในวันมงคลนี้ค่ะ

Dress Detail : ชุดไทยศิวาลัย ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกดอกลำพูน สีออฟไวท์บริสุทธิ์ ทอยกดิ้นเงิน สอดไหมขาว งดงามวิจิตรทั้งเชิง หน้านาง และเกสร สะท้อนประกายหรูด้วยลวดลาย ดอกพิกุลหลวงเชิงใหญ่ อันทรงคุณค่า การันตีด้วยตรานกยูงพระราชทาน ผืนผ้าทอจากไหมจุลเกรดพรีเมียมที่ ซึ่งผ่านการคัดสรรอย่างประณีต สื่อความหมายมงคลคือ “ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ อายุมั่นขวัญยืน และเกียรติยศสูงส่ง” 

และตัวสไบแบบเข้ารูป วาดลายและปักมืออย่างประณีต โดยทีมช่างศิลป์จากห้องเสื้อมิลาน ถ่ายทอดลวดลายเครือเถาว์โบราณในโทนสีครีมทองอ่อนที่อ่อนช้อยละเมียดละไม เพิ่มมิติความหรูหราแต่แฝงความหวานละมุน เมื่อนำมาสวมใส่จึงเผยความงามแบบไทยที่ทั้ง เรียบหรู ทันสมัย สะท้อนเสน่ห์อ่อนเยาว์ได้อย่างสง่างาม พร้อมสวมคู่กับเครื่องประดับทองโบราณของแท้ สืบทอดจากต้นตระกูล ที่เพิ่มทั้งความสง่างามและเรื่องราวแห่งคุณค่าที่ลึกซึ้ง

ผลงานการตัดเย็บโดยช่างชั้นครู มากประสบการณ์กว่า 30 ปี จากห้องเสื้อมิลาน ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างเลอค่า ให้เจ้าสาวผู้คู่ควรกับความงามอันประณีต และความหมายลึกซึ้งทรงคุณค่า เหนือกาลเวลา 

‘แอ๊ด คาราบาว’ สร้างกีต้าร์ไม้ไทย วาดลวดลายสื่อถึงเอกลักษณ์

'แอ๊ด คาราบาว' สร้างกีต้าร์ไม้ไทย วาดลวดลายสื่อถึงเอกลักษณ์

‘แอ๊ด คาราบาว’ สร้างกีต้าร์ไม้ไทย วาดลวดลายสื่อถึงเอกลักษณ์

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.41 น.

น่าทึ่งตัวเดียวในโลก! แอ๊ด คาราบาว สร้างกีต้าร์ไม้ไทย“เมดอินไทยแลนด์” วาดลวดลายที่สื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย

นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิต ได้สร้างกีต้าร์ไม้ไทยด้วยตัวเอง ทั้งออกแบบทรง , หัวกีต้าร์ , บอดี้ , เลือกไม้ จนถึงการออกแบบลวดลายที่วาดลงบนกีต้าร์ ซึ่งกีต้าร์ตัวล่าสุดที่น้าแอ๊ด เพิ่งจะทำเสร็จสมบูรณ์ นั้นก็คือกีต้าร์ไม้ไทยที่มีชื่อว่า “เมด อินไทยแลนด์” และถือได้ว่าเป็นกีต้าร์ตัวเดียวหนึ่งเดียวในโลก

แอ๊ด คาราบาว เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่ตนได้เริ่มทำกีต้าร์นั้นมาจากที่ตนได้ดูรายการของช่องซินดี้ กีต้าร์ ที่อยู่ที่นิวยอร์ก ซึ่งตนเห็นการวาดลายลงบนกีต้าร์ด้วยหัวแร้ง โดยใช้ความร้อนจี้ไปบนไม้ จากนั้นก็เลยนำคลิปมาให้ทีมงานช่างทำกีต้าร์ดู ก่อนจะทดลองทำ ซึ่งลวดลายของกีต้าร์ตัวแรกที่ทดลองทำขึ้นมานั้นมีชื่อว่า “รัตนโกสินทร์” เป็นลวดลายของสถานที่ต่างๆของกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากนั้นตัวที่ 2 ก็ตามมา ซึ่งตนก็ได้ใช้ไม้จำปาในการสร้างกีต้าร์ เพราะตนอยากจะสนับสนุนไม้ไทย จากนั้นตนก็นึกชื่อขึ้นมาว่า กีต้าร์ตัวนี้น่าจะมีชื่อว่า “เมด อินไทยแลนด์” เพราะตนอยากจะนำไม้ไทยเข้ามาสู่วงการตนตรีไทย และอยากจะสนับสนุนช่างทำกีต้าร์ที่เป็นคนไทย ให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยบอดี้ของกีต้าร์ตัวนี้ ทำมาจากไม้จำปา ( ไม้ที่ใช้ทำโลงศพ) เพราะตนมองว่า เนื้อไม้มีความคล้ายกับไม้เอลเดอร์ และไม้แอช ของฝรั่ง ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าจะออกมาดีมากน้อยขนาดไหน ซึ่งหลังจากเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว ตนก็จะนำกีต้าร์ตัวนี้ขึ้นไปโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตเลย ที่แรกที่ จ.สุรินทร์

แอ๊ด คาราบาว ยังเล่าว่า ลวดลายที่วาดลงบนกีต้าร์ตัวนี้ ไอเดียเริ่มมาจากโจทย์ที่ตั้งขึ้นมาคือ เมด อินไทยแลนด์ จากนั้นตนก็มานั่งคิดว่าอะไรคือจุดเด่งของประเทศไทย คำตอบก็คือมวยไทย เพราะฉะนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องมีรูปของบัวขาวลงบนกีต้าร์ นอกจากนั้นก็ยังมีรูปของสถานที่ต่างๆ รูปของวัฒนธรรมต่างๆ รูปของเรือสุพรรณหงส์ ที่สื่อถึงความเป็นไทย รวมถึงรูปของไก่ชน และที่สำคัญยังมีศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงฝั่งไว้ด้วย โดยกีต้าร์ตัวนี้ใช้เวลาในการทำประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนลวดลายที่วาดลงไปนั้นใช้เวลาอยู่ 2 วัน โดยได้โปรดิวเซอร์ “อั๋น หมาหลง” เป็นคนวาดให้ ซึ่งกีต้าร์ตัวนี้ที่ตนทำขึ้นมาก็พูดได้ว่าเป็นกีต้าร์หนึ่งเดียวในโลก เพราะตนไม่ได้ทำเป็นอุสาหกรรม กีต้าร์ทุกชิ้นมีแค่ตัวเดียว

นอกจากนี้ แอ๊ด คาราบาว ยังเล่าต่ออีกว่า ตอนนี้ตนก็ไม่รู้ว่าความพิเศษของไม้ไทย กับไม้ต่างประเทศนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร อันไหนดีกว่ากัน แต่ตนก็เคยดูคลิปของฝรั่งคนหนึ่ง ที่เป็นช่างทำกีต้าร์ เขาบอกว่า ( คุณไม่จำเป็นต้องไปหาไม้เหมือนที่ฝรั่งเขาใช้หรอก เพราะว่าบ้านของเขามีไม้แบบนี้แค่นั้น เขาถึงใช้ไม้แค่นี้ ) ต่างจากบ้านเราที่เป็นเมืองร้อน ซึ่งเรามีไม้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ที่เหลือก็อยู่ที่เราจะนำมันมาทดลอง มาสร้าง ซึ่งตอนนี้ตนนั้นชื่นชอบไม้อยู่ประมาณ 2-3 อย่าง ที่นำมาทำคอ ทำบอดี้ และ ณ ปัจจุบัน ก็เริ่มมีการยอมรับ และความนิยมในการนำไม้ไทยมาทำกีต้าร์ในวงการดนตรีไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และตนคิดว่าช่างในเมืองไทยก็มีเยอะหลายสิบคน หรืออาจจะไปถึงหลักพันคนก็ได้ ซึ่งทีมงานช่างที่ทำกีต้าร์ของตนก็จะมี ช่างแสง กีต้าร์ , ช่างนุ กีต้าร์ และทั้งนี้ทั้งนั้น ตนก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวกีต้าร์ ชาวนักดนตรี ถ้ามีโอกาสก็อยากให้สนับสนุนไม้ไทย ช่างไทย อยากให้ทุกคนช่วยๆกัน ดีไม่ดี ก็อาจจะเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่จะนำไปสู่เวทีโลก นอกจากมวยไทยแล้ว ก็อาจจะมีเรื่องของกีต้าร์ด้วยก็ได้

ด้านบัวขาว บัญชาเมฆ ยอดมวยไทยระดับโลก ทราบเรื่องก็ได้เดินทางมาชมคอนเสิร์ตของวงคาราบาว ที่ จ.สุรินทร์ และได้เข้ามาชมกีต้าร์ “เมด อินไทยแลนด์” ที่มีรูปใบหน้าของตัวเองวาดลงไปบนนั้น ซึ่งบัวขาว เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ และประทับใจมากๆที่น้าแอ๊ดนำรูปของตนไปวาดลงบนกีต้าร์ ซึ่งตนก็ไม่รู้มาก่อนล้วงหน้า เพิ่งจะรู้แค่ไม่กี่วันที่ผ่านมา พอทราบว่าน้าแอ๊ดจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่ จ.สุรินทร์ ตนก็รีบเคลียร์งาน แล้วรีบบินมาจากกรุงเทพฯเลย เพื่ออยากจะมาเห็นกีต้าร์ตัวนี้กับตาตัวเอง

‘High Potential’ คะแนนท่วมท้น ทำเรตติ้งสูงสุดของช่อง ABC

‘High Potential’ คะแนนท่วมท้น ทำเรตติ้งสูงสุดของช่อง ABC

‘High Potential’ คะแนนท่วมท้น ทำเรตติ้งสูงสุดของช่อง ABC

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมสนุกไปกับการเดาคนร้ายกันอีกครั้งกับ “High Potential”  ซีซัน 2 ซีรีส์สืบสวนสอบสวนระดับคุณภาพสุดฮิตที่ทั้งผู้ชมชาวไทยและอเมริกันต่างยกนิ้ว การันตีคุณภาพด้วยการขึ้นแท่นเป็นซีรีส์อเมริกันที่มียอดรับชมสูงสุดบน Disney+ Hotstar ในประเทศไทย ในเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างท่วมท้นจากคะแนนจากนักวิจารณ์บน Rotten Tomatoes ที่สูงถึง 96% และคะแนนรีวิวจากผู้ชมใน Popcornmeter ที่สูงถึง 81% (ณ วันที่ 17 กันยายน 2568) ทำให้ซีซันแรกมียอดผู้ชมตอนจบสูงทะลุ 13 ล้านคน อีกทั้งยังครองตำแหน่งซีรีส์เรตติ้งสูงสุดของช่อง ABC สหรัฐฯ ในรอบ 6 ปีอีกด้วย

ในซีซัน 2 นี้ เตรียมพบกับการกลับมาของ Morgan” คุณแม่บ้านนักสืบ IQ 160 ที่ไม่ได้เก่งแค่การแกะรอยคดี แต่ยังคงคอนเซปต์แฟชันสุดจี๊ดที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว จากแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานบ้านในกรมตำรวจ พลิกบทบาทมาเป็นที่ปรึกษาทีมตำรวจ LAPD เพื่อลุยคดีชุดใหม่มากมายที่น่าเอาใจช่วย แถมคราวนี้เธอยังต้องเผชิญกับคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อฉายา “Game Maker” ที่อาจเป็นภัยกับครอบครัวของเธออีกด้วย

ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้ทีมนักแสดงมากฝีมือมาร่วมแสดงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Javicia Leslie ที่รับบท Daphne, Deniz Akdeniz รับบท Lev “Oz” Ozdil, Amirah J รับบท Ava, Judy Reyes รับบท Selena

โดยซีรีส์ยังได้รับการสร้างสรรค์โดย Drew Goddard (จากผลงานเรื่อง “The Good Place,” “The Martian”) พร้อมด้วย Todd Harthan ในฐานะโชว์รันเนอร์ ภายใต้การอำนวยการสร้างของ 20th Television

เตรียมพบกับทั้ง 4 เสือ ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์ – มาริโอ้ เมาเร่อ – เป้ อารักษ์’ และ ‘โตโน่ – ภาคิน’

เตรียมพบกับทั้ง 4 เสือ ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์ – มาริโอ้ เมาเร่อ – เป้ อารักษ์’ และ ‘โตโน่ – ภาคิน’

เตรียมพบกับทั้ง 4 เสือ ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์ – มาริโอ้ เมาเร่อ – เป้ อารักษ์’ และ ‘โตโน่ – ภาคิน’

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์แห่งปี “เสือ” (4 Tigers) แท็กทีม 4 ซูเปอร์สตาร์มากฝีมือของไทย “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ”“โอ้-มาริโอ้ เมาเร่อ”, “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” และ “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์”  ปืนดวลปืน อาคมกระแทกอาคม ผลงานกำกับชิ้นเอกของ “ก้องเกียรติ โขมศิริ” จาก “จักรวาลขุนพันธ์”

โดยในตัวอย่างหนังได้เผยเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเสือกับเสือระดับ 4 มหาโจรอย่าง “เสือฝ้าย – เสือมเหศวร – เสือใบ – เสือดำ” ที่จะมีการเปลี่ยนขั้ว เลือกข้าง หักหลัง และห้ำหั่นกัน โดยการว่าจ้างจาก รสริน” นางนกต่อระดับซูเปอร์สตาร์ในภารกิจลอบสังหาร จอมพลเลิศ”

การกลับมาของนักแสดงชื่อดังทั้ง 4 ครั้งนี้ จะเรียกกระแสได้ท่วมท้นแค่ไหน ผู้ชมเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของพวกเขา

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2025 จัดเวทีสัมมนา ชูหนังไทยเป็น Soft Power

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2025 จัดเวทีสัมมนา ชูหนังไทยเป็น Soft Power

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2025 จัดเวทีสัมมนา ชูหนังไทยเป็น Soft Power

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.54 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้ชมที่ท้าทายอุตสาหกรรมบันเทิง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2025 (Bangkok International Film Festival 2025) กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้สร้างภาพยนตร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และผู้ชมเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมมากมาย ทั้งการฉายภาพยนตร์ระดับนานาชาติ และกิจกรรม “ตลาดหนัง” ที่เป็นโอกาสสำคัญให้ผู้สร้างคอนเทนต์ได้พบปะกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และนักลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยไฮไลท์ในปีนี้ เทศกาลฯ ได้ร่วมมือกับ BrandThink จัดงานสัมมนาหลากหลายหัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อชวนสำรวจบทบาทใหม่ของภาพยนตร์ในฐานะ Soft Power ที่ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็น “พลังขับเคลื่อน” สำคัญทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ พร้อมเปิดมุมมองว่าคอนเทนต์ไทยสามารถต่อยอดสู่เวทีโลก สร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน

คุณพิมพกา โตวิระ Executive Director ผู้ดูแล “ตลาดหนัง” เปิดเผยว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปีนี้ คือการจัดกิจกรรม “ตลาดหนัง” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยตลาดหนังจะทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์กับนักลงทุนและผู้ซื้อจากทั่วโลก ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งการเจรจาธุรกิจ กิจกรรม Pitching Project จากผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทยและเอเชีย ตลอดจนมาสเตอร์คลาสจากผู้กำกับและนักแสดงระดับโลก ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจให้แก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอย่างรอบด้าน และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานกับเวทีสัมมนา ที่จัดร่วมกับ BrandThink ครอบคลุมหัวข้อสุดเข้มข้น เพื่อขยายมุมมองของการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากภาพยนตร์ และตอกย้ำว่าภาพยนตร์คืออนาคตที่ไม่ควรมองข้าม

Beyond the Screen — หนังไทยกับโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องจับตา

เริ่มต้นเวทีแรกด้วยหัวข้อ Beyond the Screen — หนังไทยกับโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องจับตา” ที่สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะการเล่าเรื่อง แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สร้างงาน สร้างรายได้ และต่อยอดไปจนถึงการสร้าง “อิทธิพลทางวัฒนธรรม” ที่มีคุณค่าต่อประเทศอย่างมหาศาล

หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล อดีตประธานคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ของ THACCA ฉายให้เห็นถึงความสำคัญของภาพยนตร์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ภาพยนตร์ไม่ใช่เพียงแค่สื่อบันเทิงที่สร้างอารมณ์และแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ตั้งแต่การลงทุน การจ้างงาน และการใช้จ่ายในหลากหลายมิติ สิ่งเหล่านี้คือเม็ดเงินที่หมุนเวียนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยตรง อีกทั้งประเทศไทยยังมีมาตรการส่งเสริมที่แข็งแรง เช่น Cash Rebate ที่ดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติให้เลือกประเทศไทยเป็นโลเคชันสำหรับการถ่ายทำ ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับมาตรฐานสากล เราจึงมีศักยภาพในการแข่งขันสูงบนเวทีโลก รวมถึงหลายจังหวัดเริ่มผลักดันตัวเองสู่การเป็น Film City เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการถ่ายทำโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคต่างๆ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน คุณยงยุทธ ทองกองทุน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ประจำประเทศไทย Netflix เล่าว่า “การมาของแพลตฟอร์มสตรีมมิงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับคอนเทนต์ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และเปิดโอกาสให้คอนเทนต์ไทยเผยแพร่ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก พร้อมได้สัมผัสเรื่องราวจากมุมมองของคนไทย หลายผลงานจาก Netflix Thailand ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าภาพยนตร์และซีรีส์ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างแท้จริง ซึ่งช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ การร่วมมือกับหน่วยงานอย่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ในการพัฒนานักสร้างสรรค์คอนเทนต์รุ่นใหม่ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ถือเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าและสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้จริง”

คุณอิศรา เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เสริมว่า “CEA ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย ทั้งการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน เราจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาทักษะให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Content Lab ให้มีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานให้มีความโดดเด่นและคุณภาพที่ตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและสากล ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้ในระดับสากล”

Thailand as Film Destination — เมื่อ Hyper Local Content พาไทยสู่หมุดหมายของโลกภาพยนตร์

ต่อด้วยหัวข้อที่สอง Thailand as Film Destination — เมื่อ Hyper Local Content พาไทยสู่หมุดหมายของโลกภาพยนตร์” ที่จะชวนสำรวจศักยภาพของไทยในการเป็นจุดหมายสำคัญของผู้สร้างหนังต่างชาติ และสร้าง Film-induced Tourism จากคอนเทนต์ไทยเอง โดยมีจุดแข็งคือ Hyper Local Content ที่หยั่งรากในวัฒนธรรมแต่เล่าได้อย่างร่วมสมัย

คุณอนุชา บุญยวรรธนะ อดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ได้ให้คำนิยามของคำว่า Hyper Local ไว้ว่า “การเล่าเรื่องคือ หัวใจสำคัญที่ทำให้ Hyper Local Content ถ่ายทอดออกมาอย่างจริงใจและซื่อสัตย์ต่อผู้ชม ผ่านตัวตนและประสบการณ์จริงของคนสร้างซึ่งเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นท้องถิ่นให้น่าจดจำและมีเสน่ห์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ชมที่มีรากฐานวัฒนธรรมเดียวกัน และเปิดโอกาสให้ผู้ชมต่างชาติสัมผัสความแตกต่างในมิติใหม่ นอกจากนี้ การจะทำให้ภาพยนตร์สามารถไปสู่ระดับ Global ได้จริง ผู้สร้างต้องกล้าออกไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้ชมต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับสมดุลระหว่างการรักษาเอกลักษณ์ กับการทำให้คอนเทนต์นั้นสามารถสื่อสารกับโลกได้อย่างเข้าถึงและเป็นสากล ซึ่งหากเราทำได้ ความเป็น Hyper Local ของไทยจะกลายเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดสายตาโลก และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Film Destination ที่สำคัญ”

คุณกฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารค่าย Be On Cloud เล่าถึงประสบการณ์ปั้นภาพยนตร์ไทยให้ดังระดับโลกว่า “Be On Cloud มุ่งนำเสนอความเป็นไทยอย่างจริงใจและเป็นธรรมชาติ ด้วยการหยิบวัฒนธรรมท้องถิ่นมาผสมผสานกับเรื่องเล่าร่วมสมัย เพื่อให้ผู้ชมทั้งไทยและต่างชาติสัมผัสเอกลักษณ์แท้จริงโดยไม่ปรุงแต่งเกินจริง เราเชื่อว่าความเป็น Hyper Local คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ผลงานไทยโดดเด่นบนเวทีโลก เพราะผู้ชมยุคใหม่ต้องการคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตนและสื่อสารอย่างจริงใจ ขณะเดียวกันกระแสแฟนดอมและโซเชียลมีเดียยังมีส่วนช่วยในการผลักดัน Hyper Local Content ให้กลายเป็น Global Content ได้อย่างรวดเร็ว จนประสบความสำเร็จทั้งในระดับประเทศและสากล ส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมหลากหลายสาขา”

ด้าน คุณธิติ ศรีนวล ผู้กำกับภาพยนตร์ สัปเหร่อ และผู้สร้างจักรวาล ไทบ้าน เล่าว่า “สิ่งที่ผมตั้งใจมาตลอดคือ การเล่าเรื่องอีสานให้ผู้ชมได้สัมผัสเอกลักษณ์อย่างแท้จริง ผ่านภาพยนตร์ที่ยังคงรากเหง้าและความดั้งเดิมโดยไม่ถูกปรุงแต่งจนเสียตัวตน เราศึกษาและเข้าใจอินไซต์ของผู้ชมอย่างลึกซึ้ง เพื่อเปลี่ยนมุมมองของคนที่เคยไม่สนใจ ให้หันกลับมาเปิดใจและชื่นชมความเป็นท้องถิ่นที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ด้วยการหยิบเอาภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต รวมถึงความเชื่อมาถ่ายทอดในภาพยนตร์ ที่ไม่เพียงทำให้คนอีสานรู้สึกภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง แต่ยังทำให้ผู้ชมจากต่างถิ่นและต่างชาติมองเห็นเสน่ห์และความจริงใจที่แตกต่าง ซึ่งนี่คือพลังของ Hyper Local Content ที่สามารถขยายไปสู่ระดับสากลได้ และทำให้ผู้คนอยากเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมด้วยตัวเอง”

ปิดท้ายที่ คุณศราวุธ แก้วน้ำเย็น Production Designer และ CEO บริษัท พันธุ์ทาง อาร์ตเวิร์ค จำกัด เล่าว่า “ในมุมมองของผู้สร้างสรรค์ ความท้าทายของการทำงานภาพยนตร์คือ การทำให้สิ่งที่เป็นท้องถิ่น หรือ Local กลายเป็นคุณค่าที่ทั้งคนไทยและต่างชาติสามารถมองเห็นและยอมรับได้ โดยไม่ต้องปรุงแต่งจนเสียอัตลักษณ์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาหรือวัฒนธรรมที่อาจเคยถูกมองข้าม แต่เมื่อถูกหยิบมาเล่าในภาพยนตร์ กลับกลายเป็นเอกลักษณ์และสร้างความหมายใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ รวมถึงวันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เรามีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและโซเชียลมีเดียที่สามารถทำให้คอนเทนต์ท้องถิ่นเข้าถึงผู้คนนับล้านได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้ ‘Local ไทย’ ก้าวไปสู่เวทีโลกและผลักดันให้ไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญของโลกภาพยนตร์”

When Movies move brand impact — เมื่อ ‘แบรนด์เจอหนัง’ คือการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ

สำหรับหัวข้อ When Movies move brand impact — เมื่อ ‘แบรนด์เจอหนัง’ คือการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ” ที่ชวนมองภาพยนตร์ในมิติใหม่ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์เพื่อความบันเทิง แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารแบรนด์ที่ทรงพลังและยั่งยืน พร้อมเจาะลึกโอกาสในการร่วมมือระหว่างภาพยนตร์และแบรนด์ ตลอดจนถอดรหัสกลยุทธ์ Movie Marketing ที่ช่วยขยายศักยภาพให้ทั้งหนังและแบรนด์ไปได้ไกลกว่าที่เคย

คุณชวนา แพร่ศรีสกุล Chief Strategy and Services Officer จาก BrandThink เล่าว่า “ภาพยนตร์เป็นฟอร์แมตที่ทรงพลังสำหรับการทำการตลาด เพราะสะท้อนชีวิต ผู้คน และประสบการณ์ ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในความเชื่อและประสบการณ์ของผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ การร่วมมือกับภาพยนตร์จึงไม่ใช่เพียงแค่ Tie-in หรือ Product Placement แต่คือการสร้าง ‘คุณค่าร่วม’ ระหว่างหนัง ผู้ชม และแบรนด์ ซึ่งสามารถช่วยสร้าง Brand Love และต่อยอดสู่ยอดขายผ่านแคมเปญหรือโปรโมชัน ดังนั้น การหาพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมสำหรับ Co-Branding พร้อมสนับสนุนคอนเทนต์ Spin-off จะช่วยขยายฐานแฟนคลับ ในขณะเดียวกัน คนทำหนังต้องสามารถ ‘ขายความเชื่อ’ เพื่อให้เจอแบรนด์ที่มีภาพและความเชื่อสอดคล้องกัน”

คุณภาคย์ วรรณศิริ Chief Creative Officer จาก VML Thailand อธิบายเสริมว่า “การที่แบรนด์เข้ามาอยู่ในภาพยนตร์ทำให้กลายเป็น ‘เครื่องมือทางวัฒนธรรม’ ที่ดึงผู้ชมให้มีส่วนร่วมและแตกต่างจากโฆษณาแบบเดิม การร่วมมือกับหนังช่วยให้แบรนด์เข้าใจและเข้าถึงความเชื่อของผู้คนอย่างแท้จริง รวมถึงแบรนด์ยังสามารถเล่าเรื่องราว วัฒนธรรมองค์กร หรือวิสัยทัศน์ของตนเองได้อย่างลึกซึ้ง และในอนาคต Marketing จะเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การเขียนบท การผสมผสาน Storytelling ที่เป็นมนุษย์ และการสร้างประสบการณ์จริงจากหนังจะยิ่งมีคุณค่า ดังนั้น หัวใจของ Movie Marketing คือการหาจุดลงตัวระหว่างหนังและแบรนด์เพื่อประโยชน์ร่วมกันสูงสุด”

Roundtable: Next Chapter — ภาพยนตร์จะเป็นอย่างไร เมื่อการฉายในโรงภาพยนตร์ลดน้อยลง

ปิดท้ายด้วยหัวข้อสำคัญ Roundtable: Next Chapter — ภาพยนตร์จะเป็นอย่างไร เมื่อการฉายในโรงภาพยนตร์ลดน้อยลง” ที่ได้ผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์มาร่วมสะท้อนมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุคที่สตรีมมิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า “คุณภาพ ยังคงเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ไม่ว่าจะฉายในโรงหรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะสิ่งสำคัญคือการถ่ายทอดอารมณ์และประสบการณ์ที่เข้าถึงผู้ชมได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน ผู้กำกับยุคใหม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจรอบด้าน ทั้งด้านการผลิต การตลาด และพฤติกรรมผู้ชม เพื่อขับเคลื่อนผลงานให้ตอบโจทย์ทั้งบนจอใหญ่และในโลกดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าสนใจว่า โรงภาพยนตร์และสตรีมมิ่งไม่ใช่คู่แข่ง หากแต่เป็นพลังเสริมที่ช่วยต่อยอดซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองช่องทางต่างมีเสน่ห์และฐานผู้ชมเฉพาะตัว ซึ่งสามารถหลอมรวมเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ได้ในอนาคตอีกด้วย

อีกทั้ง ยังมีการหยิบยกประเด็นสำคัญเรื่อง “ความเท่าเทียมของคนทำหนัง” โดยเสนอให้เกิดแนวทางสนับสนุนผู้สร้างรายย่อยให้มีอำนาจต่อรองและพื้นที่นำเสนอผลงานที่หลากหลาย เพื่อให้ภาพยนตร์ทุกเรื่องได้รับโอกาสเติบโตอย่างเป็นธรรม และช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

‘เจนิส เจณิสตา’ซ้อนท้ายวินสะเทือนโซเชียล สวยแซ่บจนกลายเป็นไวรัล

'เจนิส เจณิสตา'ซ้อนท้ายวินสะเทือนโซเชียล สวยแซ่บจนกลายเป็นไวรัล

‘เจนิส เจณิสตา’ซ้อนท้ายวินสะเทือนโซเชียล สวยแซ่บจนกลายเป็นไวรัล

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

7 ตุลาคม 2568 กลายเป็นไวรัลขึ้นมาทันทีเมื่อนักแสดงสาว ‘เจนิส’ เจณิสตา พรหมผดุงชีพ ได้ออกมาโพสต์คลิปในช่องติ๊กต็อก “@janistarrr” พร้อมแคปชั่น เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเพราะฉะนั้นอย่าทำให้ใครต้องรอ…#เจนิส #tiktok

โดยเป็นคลิปที่เธอซ้อนท้ายวินมอเตอร์ไซค์แบบสวยจึ้ง สวมเดรสสั้นสายเดียวผ้าลูกไม้ซาตินเนื้อบางเบาสีชมพูแต่งสวยออกงาน โดยหลังจากที่เธอลงคลิปนี้นั้นคนดูขณะนี้แตะ3.4ล้านวิวอย่างรวดเร็ว งานนี้เอาชาวเน็ตตกตะลึงในความสวยบอกเป็นการนั่งวินที่เริ่ดที่สุด

https://www.tiktok.com/embed/v2/7558073688097082642?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F919405

ร่วมลุ้น!’HOMEROOM 29 ตัวประกัน’ เข้าชิงรางวัลใหญ่ เวที 30th ASIAN TELEVISION AWARDS

ร่วมลุ้น!'HOMEROOM 29 ตัวประกัน' เข้าชิงรางวัลใหญ่ เวที 30th ASIAN TELEVISION AWARDS

ร่วมลุ้น!’HOMEROOM 29 ตัวประกัน’ เข้าชิงรางวัลใหญ่ เวที 30th ASIAN TELEVISION AWARDS

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.04 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพที่น่าจับตามองของวงการซีรีส์ไทย ที่เตรียมไปสร้างชื่อในเวทีระดับเอเชีย เมื่อผลงานชิ้นเยี่ยมอย่างซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน”  จาก TrueID ผลิตโดยค่าย จูเวไนล์(JUVE9) มีชื่อเข้าชิงรางวัลสาขา Best Adaptation of Exisiting Format ในเวที 30th ASIAN TELEVISION AWARDS ตอกย้ำความสำเร็จของซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวการบูลลี่ที่ควรได้รับการตระหนักและเกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสังคมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในในกลุ่มเยาวชนในรั้วสถานศึกษา

HOMEROOM 29 ตัวประกัน” เป็นการนำซีรีส์น้ำดีกระแสแรงของญี่ปุ่น เรื่อง “Mr.Hiiragi’s Homeroom”  มาดัดแปลงในเวอร์ชั่นไทยให้เข้มข้นขึ้นในแบบฉบับไทย ผ่านการรังสรรค์โดยฝีมือ2ผู้กำกับการแสดงมือทอง โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ และ เก้า-วิรดา คูหาวันต์ ที่รวบรวมเอาทีมนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังมาอย่างคับคั่ง นำโดย มิว ศุภศิษฏ์  จงชีวีวัฒน์ ที่พลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตกับการเล่นเป็นครูสุดโหดโหมดดราม่าจัดๆ กับบท ครูวิณณ์  ประกบด้วยแกงค์นักเรียนตัวประกันตัวจี้ด เจน-กุลจิราณัฐ วรรักษา , เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ , มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ , พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม ,มาร์ค-ศิวัช จำลองกุล , พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง , เจเจ-รัชพล พรพินิต , คิ้ว-อนงค์นาถ ยูสานนท์ , ชาลี-ชาลีดา กิลเบิร์ต  ร่วมด้วย วินเนอร์-ธนทัต คูณอเนกสิน , เทป-วรชัย ศิริคงสุวรรณ , มัช-มนัสสิตา จารุศะศิ , แอมมาย-ทัชชกร คามะเชียงพิณ , น้ำตาล-พลอยพรรณ์ แสวงจิตร , คิราร่า-กิรณา จันพรพงษ์ , นัทตี้-ณฐมน จันทราวิภาต , คิรี-ดีรินดา ตันทีปธรรม , ตงตง-ธนธัช จุฑาพฤฒิกร , หยาง-เพชรเตชินธ์ เพชรศิริพันธุ์ , เพชร-ณภัทร กลางประพันธ์ , เฟ่ย-ธนารุจิรัตน์ วาจาสุจริต , แซนแวน-ปัณณธร วรัญญวัฒนา , ไบรท์-ธนพล อภิสุทธิไมตรี , มิ้น-ณัฐสินี เจริญสิทธิทรัพย์ , บิ๊ก-ปรัชญา สุรกิจพิบูลย์ , เจด-สาธิตา นิลสุวรรณกุล , มิว-ศดานันท์ ทิพย์จันทร์ , จีโน่-แทนปิติ สุภัทรวณิชย์ และ ปกป้อง-วรัญช์ธิตา วงษ์ขันเมือง เท่านี้ยังไม่พอยังเสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ, ปริม-อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร , เพทาย-ภูริต พลอยมีค่า , แพรว-หัสยา อิสริยะกุล , หนึ่ง-ชลัฏ ณ สงขลา , เอ็ดดี้-สาโรจน์ แจ่มศรีใส และอีกมากมาย

นับเป็นความภาคภูมิใจและสะท้อนถึงความทุ่มเทของเหล่านักแสดง ผู้กำกับ พร้อมด้วยทีมงานเบื้องหลัง ที่ร่วมสรรค์สร้างซีรีส์คุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับเอเชีย มาร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้ซีรีส์ “HOMEROOM 29ตัวประกัน” ไปพร้อมกัน กับเข้าชิงรางวัลในรางวัลสาขา Best Adaptation of Exisiting Format ในงานประกาศรางวัล 30th ASIAN TELEVISION AWARDS ที่จะจัดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายน นี้ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

และสำหรับแฟน ๆ ที่ยังคิดถึงซีรีส์ “HOMEROOM 29 ตัวประกัน” ยังสามารถรับชมได้ยาวๆ แบบจุใจ 16 ตอนรวด ทางแอปพลิเคชัน TrueID ดูฟรีที่เดียวที่ ทรูไอดี

‘แจ็ค ไททัส’นายแบบไทยหนึ่งเดียว บนเวที Paris Fashion Week กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย

'แจ็ค ไททัส'นายแบบไทยหนึ่งเดียว บนเวที Paris Fashion Week กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย

‘แจ็ค ไททัส’นายแบบไทยหนึ่งเดียว บนเวที Paris Fashion Week กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

หลังจากที่สร้างชื่อให้ประเทศไทยด้วยการคว้าตำแหน่ง Mister Model International 2025 การันตีความหล่อระดับโลก ล่าสุด “แจ็ค ไททัส” นายแบบสายเลือดไทย ก็ได้ไปเฉิดฉายบนรันเวย์ Paris Fashion Week 2025 บอกเลยว่า ไม่ธรรมดา เพราะนายแบบนางแบบที่จะได้มาเดินในงานนี้ ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างหนัก และแจ็คในฐานะ Mister Model International 2025 ก็ได้รับการคัดเลือกมาเฉิดฉายบนรันเวย์

การปรากฏตัวของแจ็ค ไททัส สร้างความฮือฮาไม่น้อย หลายคนเซอร์ไพร์สเมื่อรู้ว่าเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตานึกว่าเป็นหนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน โดยแจ็คได้เดินแบบให้กับ JBL ft. ZARA MEN ,  JavanfarSPARKLE by KAREN CHAN , A Dark Secret by Alexandre , Hanzhang Wang , Ryunosuke TOKYO , HIROMI ASAI , Aldo’s house of formals และอีกหลายแบรนด์ ซึ่งแจ็คมีตารางการเดินแบบในงานจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม เบื้องหลังในการทำงานยังมีทีมไทย โต๊ส ธาดา สิงห์คลี และ กุ้งผกามาส ฟรองคอซ คอยประกบช่วยจัดการทุกดีเทล นอกจากนั้นแล้วก็ยังมี ปีใหม่ ศรุดา ปัญญาคํา Miss Tiffany Universe 2024 มาเดินแบบในงานอีกด้วย

“ดีใจที่ได้รับมาทำงานที่รันเวย์ระดับโลก นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในอาชีพนายแบบ กว่าจะได้งานนี้ก็ต้องผ่านการคัดเลือกมาค่อนข้างหนักเหมือนกัน การทำงานต้องแข่งกับเวลา ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ก็ถือเป็นประสบการณ์ในการทำงานที่เราจะใช้ในการพัฒนางานต่อไปครับ”