สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม ‘ห่มสไบใส่ยีนส์’ออร่าท้าแดด

สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม 'ห่มสไบใส่ยีนส์'ออร่าท้าแดด

สวยสับฉบับตัวมารดา! ‘แม่เจ็ง-เซย่า’ แท็กทีม ‘ห่มสไบใส่ยีนส์’ออร่าท้าแดด

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

แดดเมืองไทยที่ว่าแน่ ยังแพ้ความเป๊ะของคู่แม่ลูกสุดแซ่บ! เมื่อ “คุณแม่เจ็ง วิไลลักษณ์ ทองเจือ” และลูกสาวคนสวย “เซย่า ณิชฏา ทองเจือ” รับงานควงคู่กันมาเผยเคล็ดลับผิวใสสะท้านแสง “ห่มสไบใส่ยีนส์”  งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา!  เพราะออร่าของทั้ง2แม่นั้นแรงเกินต้าน

‘เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา’ม้ามืดปาดมง’มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา’ตอบคำถาม’การเมือง’แซ่บโดนใจ

'เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา'ม้ามืดปาดมง'มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา'ตอบคำถาม'การเมือง'แซ่บโดนใจ

‘เหมยลี่ ฉะเชิงเทรา’ม้ามืดปาดมง’มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา’ตอบคำถาม’การเมือง’แซ่บโดนใจ

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เรียกว่าลุ้นกันสนุกทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญในค่ำคืนนี้กับการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 : มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา  ณ โรงแรม วินด์แฮม จอมเทียน พัทยา จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางแฟนคลับ และแฟนด้อมมาเชียร์กันแน่นฮอลล์ เปิดเวทีด้วย Opening Show แบรนด์เสื้อผ้าอบเชย เจ้าภาพเมืองพัทยา (Pattaya The Host City) คุณทัศนัย โคตรทอง และ คุณทิพวรรณ พันธุ์แตง กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้สนับสนุน รวมถึง คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Grand Thailand และ Miss Grand International โดย บอสณวัฒน์ ยังตอกย้ำให้แฟนคลับร่วมโหวตให้นางงามที่ตัวเองชื่นชอบ เพื่อเปิดทางให้พวกเธอเข้ารอบ  โดยผู้ที่มีคะแนนโหวตสูงสุด 5 อันดับ จะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แต่ก่อนจะได้ทราบผล นางงามทุกคนโชว์ความสวยในชุดราตรี จากนั้น 2 พิธีกร กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ และ แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ ประกาศผลผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย พร้อมแสดงทัศนคติจากคำถามทางการเมือง

จากนั้นพิธีกรประกาศผลผู้เข้ารอบ 7 คนสุดท้าย โดยคนแรกคือนางงามที่ได้คะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ตามมาด้วย มิสแกรนด์ภูเก็ต มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร มิสแกรนด์ตราด มิสแกรนด์สระบุรี มิสแกรนด์นครปฐม มิสแกรนด์ชลบุรี เข้าสู่รอบการตอบคำถาม

โดยคำถามมีอยู่ว่า หากคุณสามารถกำหนดบทลงโทษใหม่สำหรับนักการเมืองหรือข้าราชการที่โกงกินและคอรัปชั่น ได้คุณจะกำหนดบทลงโทษนั้นอย่างไรและเพราะอะไร? ซึ่งนางงามทุกคนทำได้ดี ไม่มีตายไมค์ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มฮอลล์ โดยเฉพาะคำตอบของ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ที่คม ตรง และ จริงแล้ว โดยเธอตอบว่าสำหรับ “เหมยลี่” ไม่โปร่งใสและมีการทุจริตอย่าง 100เปอร์เซ็นต์ ประชาธิปไตยคืออำนาจของประชาชน แต่เหตุการณ์นับคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการโกงกินมากมายไม่ว่าจะเป็นบัตรเขย่งจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งการปกปิด การนับคะแนนที่ชลบุรี ในวันนี้ในฐานะที่ตนเองเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ อยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ฝากไปถึง กกต. ว่าหากวันนี้คุณคิดว่าสิ่งที่ทำ คือประชาธิปไตย มันไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะบ้างครั้งอำนาจแห่งเวรแห่งกรรมจะลงโทษตัวคุณเอง

ก่อนถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยพิธีกรประกาศ รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา ได้แก่ มิสแกรนด์สระบุรี มิสแกรนด์ภูเก็ต และมิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร ตำแหน่งรองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์ตราด ตำแหน่งรองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์นครปฐม เหลือคู่จับมือ 2 คนสุดท้ายคือ มิสแกรนด์ชลบุรี และ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางการลุ้นระทึก พิธีประกาศผล

มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา ได้แก่ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา เหมยลี่ พัชรมนต์ เทพรักษา คว้ามงกุฎ The Icon of Pattaya City จาก Chada Crown พร้อมสายสะพาย และ เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ส่งผลให้ตัวเต็ง มิสแกรนด์ชลบุรี หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ รั้งตำแหน่งรองอันดับ 1 โดย เหมยลี่ เปิดใจว่า ดีใจมากกับตำแหน่ง มิสแกรนด์ขวัญใจเมืองพัทยา หนูสู้มาก เห็นได้ชัดว่าตอนประกาศผลคือร้องไห้ออกมาเลย มาประกวดทุกคนก็ต้องคาดหวังความสำเร็จ แต่ก็มีคนถามว่าถ้าได้มงจังหวัดแล้ว อาจจะเป็นอาถรรพ์ไม่ได้มงใหญ่  “หนูจะเป็นคนทำลายอาถรรพ์นั้นเองค่ะ….” เหมยลี่กล่าวอย่างอารมณ์ดี หลังจากนี้เจ้าตัวยืนยันว่าเต็มที่กับทุกรอบการแข่งขันเช่นเดิม แม้จะไม่ใช่ตัวเต็งมาตั้งแต่แรกก็ตาม ซึ่งวันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เหมยลี่ สามารถทำได้    

สำหรับการประกวด Miss Grand Thailand 2026 #Grand Evolution ยังมีรอบสำคัญ ที่ MGI Hall กับ 4 อีเว้นท์หลัก

19 มีนาคม เวลา 10.00-15.00 น.  :Close Door Interview (รอบสัมภาษณ์) (สถานที่ : Grand Richmond Hotel)

18.00-21.00 น.  :Opening Ceremony “The Grand Clinic”

22 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :National Costume Competition (รอบชุดประจำชาติ)(สถานที่ : MGI Hall)

23 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :The Grand Concert “The Timeless Song” (สถานที่ : MGI Hall)

25 มีนาคม เวลา 19.00-21.00 น.  :Preliminary Competition  (สถานที่ : MGI Hall)

ห้ามพลาดกับรอบ Grand Final ในค่ำคืนวันที่  28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00-21.00 น.  ณ MGI Hall  ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ทาง Grand Ticket และอย่าลืมร่วมโหวตให้กับนางงามที่คุณชื่นชอบ ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 11 คนสุดท้าย ในรอบ Grand Final MGT 2026 กับรางวัล Miss Popular Vote การันตีตำแหน่งอย่างน้อย รองอันดับ 5 โหวตได้ทางเว็บไซต์ Missgrandthailand.com

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

หัวอกแม่เจ็บจี๊ด‘โอ๋ ภัคจีรา’ป้องลูกสาวได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเพราะเป็นลูกดารา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

ทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ถึงกับนั่งไม่ติด สำหรับโอ๋ ภัคจีราที่ล่าสุดต้องออกมาเปิดใจป้องลูกสาวอย่าง น้องแสนดี และ น้องณิริน หลังเจอกระแสคอมเมนต์แง่ลบวิจารณ์สนั่นโซเชียลว่า การได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินนั้นเป็นเพราะอภิสิทธิ์การเป็น “ลูกดารา” โดยแม่โอ๋ยอมรับว่ารู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องมาเจอความคิดแบบนี้ พร้อมเผยคำสอนที่ฝังใจลูกเสมอว่าในเมื่อเราเปลี่ยนชาติตระกูลหรือเปลี่ยนแม่ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการวางตัวให้นอบน้อมและน่ารักต่อทุกคน

อย่างไรก็ตาม แม่โอ๋ยืนยันเสียงแข็งว่าความสำเร็จของเด็กทั้งสองคนมาจากความพยายามและพรสวรรค์ล้วนๆ เพราะทั้งร้อง เต้น เล่นเปียโน และกีตาร์ได้ครบเครื่อง ซึ่งเก่งเกินตัวจนคนเป็นแม่ยังยอมรับว่าลูกไปไกลกว่าตนเองมาก จึงอยากให้สังคมมองเห็นถึงความตั้งใจจริงของเด็กๆ ในฐานะศิลปินคนหนึ่งไม่อยากให้ต้องมาถูกตราหน้าด้วยคำพูดบั่นทอนจิตใจเพียงเพราะเกิดมาเป็นลูกคนดัง ทั้งที่ความสามารถที่มีนั้นพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาเป็นศิลปินได้ด้วยตัวเองจริงๆ

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.

เกิดการถกเถียงกันอย่างหนัก ในหมู่ประชาชนคนไทยกับโลกออนไลน์ของกัมพูชา  เมื่อมีการเผยแพร่ภาพเศียรพระพุทธรูปที่ติดอยู่กับรากต้นโพธิ์ที่วัดสวายจรม (Svay Chrum) จังหวัดกันดาล ว่าเป็นการพยายามทำเลียนแบบเศียรพระในรากโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของไทยหรือไม่

โดยที่เศียรพระพุทธรูปดังกล่าวนั้น   ชาวกัมพูชาบอกว่าเป็นอันซีนกัมพูชาที่อยากนำเสนอให้โลกรู้ หลังไปพบอยู่ที่วัดสวายจรุม เมืองอารียกษัตริย์ (Areyksat) จังหวัดกันดาล (Kandal) ประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันออกของกรุงพนมเปญ

ชาวกัมพูชาพากันตื่นเต้น และเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล  และเป็นไปตามคาด มีชาวกัมพูชาบางคนบอกว่า นี่คือต้นฉบับของจริง เกิดก่อนอันซีนเศียรพระที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากต้นโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้ง ๆ ที่สภาพเศียรพระของกัมพูชา คือ ดูใหม่ แวววาว คล้ายถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือ น้ำยาเคมีบางอย่าง  ส่วนรากไม้รอบ ๆ เศียรพระ ดูคล้ายกับถูกเจาะแล้วนำเศียรพระไปวางไว้ไม่กี่ปี ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติแบบของไทย

ชูร์ โสภานหา  ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า กัมพูชาลอกเลียนแบบไทยในการฝังเศียรพระพุทธรูปไว้ที่รากต้นไม้ เหมือนที่วัดมหาธาตุ จังหวัดอยุธยา พวกเขายืนยันว่า ลักษณะดังกล่าวแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันร่ำรวยและเป็นอิสระของกัมพูชา ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ

 เขาเตือนว่า การเปรียบเทียบเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความสับสน กระตุ้นความรู้สึกชาตินิยม และบิดเบือนประวัติศาสตร์
โสภานหากล่าวด้วยว่า อารยธรรมกัมพูชามีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นอิสระ  ตั้งแต่ยุคฟูนันในศตวรรษที่ 1-7 ต่อเนื่องมาถึงยุคเจนละ และถึงจุดสูงสุดในยุคนครวัด  กัมพูชาได้สร้างวัดโบราณ จารึก และศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางศาสนา วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ก้าวหน้าของภูมิภาคนี้

พระพุทธศาสนาเข้ามาในกัมพูชาราวศตวรรษที่ 5 ผ่านการค้าทางทะเลกับอินเดีย วางรากฐานอิทธิพลทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มานาน ก่อนการเกิดขึ้นของอาณาจักรอยุธยาในศตวรรษที่ 14

เขากล่าวว่า ความคล้ายคลึงกันในงานศิลปะหรือประติมากรรมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ “การลอกเลียนแบบ”

โสภานหากล่าวว่า เศียรพระพุทธรูปที่วัดสวายจรม  ถูกค้นพบในปี 2562  ตั้งแต่นั้นมา สถานที่ดังกล่าวได้รับการทำความสะอาด จัดระเบียบใหม่

เขากล่าวว่า การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นการตีความทางอารมณ์มากกว่าการวิจัยที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เขาเรียกร้องให้สื่อในไทยหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ

ประวัติศาสตร์ควรส่งเสริมความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ความขัดแย้ง” โสภานหากล่าว

จอต บุญทัง นักปรัชญาจากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา กล่าวว่า แม้ว่าทั้งสองประเทศมักจะถกเถียงกันเรื่องมรดกทางวัฒนธรรม แต่การวิจัยของกัมพูชามีหลักฐานที่แข็งแกร่งกว่า  การปฏิบัติทางพุทธศาสนาเถรวาดที่คล้ายคลึงกัน อาจอธิบายถึงความคล้ายคลึงกันโดยบังเอิญในงานศิลปะทางศาสนา รวมถึงเศียรพระพุทธรูปที่ฝังอยู่กับรากไม้
ขณะที่ “เศียรพระในรากโพธิ์” ของวัดมหาธาตุ อยุธยานั้น ข้อมูลปรากฏว่า  ในช่วงการบูรณะวัดมหาธาตุเมื่อปี พ.ศ. 2511-2513

ในขณะนั้น นายช่างผู้ปฏิบัติงานได้นำเศียรพระที่พบบริเวณวัดมาตั้งวางไว้ใต้ต้นโพธิ์เล็กๆ ใกล้วิหารรายเพื่อความเรียบร้อย  แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี  ต้นโพธิ์ก็เจริญเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ จนรากค่อยๆ แผ่เข้าปกคลุมแลโอบอุ้มเศียรพรไว้อย่างสวยงาม กลายเป็นภาพมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปัจจุบัน

วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง ที่สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ เสด็จสวรรคตเสียก่อน และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในสมัย สมเด็จพระราเมศวร โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธาน และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา

ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่าง ๆ ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ภายในวัด ส่วนพระสังฆราช ฝ่ายอรัญวาสีนั้น ประทับอยู่ที่วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ ๆ พระศรีศิลป์และจมื่นศรีสรรักษ์ พร้อมคณะได้ซุ่มพลที่ปรางค์วัดมหาธาตุ ก่อนยกพลเข้าพระราชวังทางประตูมงคลสุนทร เพื่อจับกุมสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปรางค์ของวัดองค์เดิมที่สร้างด้วยศิลาแลง ยอดพระปรางค์ได้ทลายลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ  แต่จะด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ จึงยังมิได้ซ่อมแซมให้คืนดีดั้งเดิมในรัชกาลนั้น  ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงบูรณะใหม่ รวมเป็นความสูง 25 วา เมื่อปี พ.ศ. 2176 และในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2275 – 2301 จนถึงช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 วัดมหาธาตุโดนทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพังและถูกทิ้งร้าง ต่อมายอดพระปรางค์ได้พังทลายลงมาอีกครั้งในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศบรรยายเอาไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

และมีวิหารเล็ก วิหารน้อย  ซึ่งมีรากไม้แผ่ขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ กลายเป็นภาพจำของคนทั่วโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาเที่ยวชมวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ตาม ความสวยงามนี้แฝงไปด้วยความกังวลในเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากต้นโพธิ์มีการเจริญเติบโตทุกปี จากการเก็บสถิติและเปรียบเทียบภาพถ่ายเก่าช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา พบความเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2560-2561: รากต้นโพธิ์ขยายตัวห่อหุ้มพื้นที่เศียรพระเพิ่มขึ้นถึง 0.5-2.5 เซนติเมตร หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในที่สุดรากโพธิ์จะห่อหุ้มเศียรพระจนมิดและหายลับไปจากสายตาผู้คน

เพื่อรักษาจุดหมายสำคัญนี้ไว้ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับรุกขกรกรมป่าไม้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการใช้ “สารสังเคราะห์ควบคุมการเจริญเติบโต” ซึ่งจะเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ผลลัพธ์คือ

1. ต้นโพธิ์จะหยุดการขยายขนาดชั่วคราวเป็นเวลา 4-6 เดือนต่อการฉีดหนึ่งครั้ง

2. ใบและกิ่งก้านยังคงเขียวสดใส แข็งแรงตามปกติ ไม่ยืนต้นตาย

3. ช่วยลดแรงกดทับของรากที่จะส่งผลเสียต่อตัวเศียรพระและโครงสร้างโบราณสถาน

ปัจจุบันต้นโพธิ์ประวัติศาสตร์นี้ยังคงแข็งแรงดี แม้จะผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่และยอดหักมาแล้ว ทั้งยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล “รุกขมรดกของแผ่นดิน” เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งทางอุทยานฯ ยืนยันว่าจะดูแลรักษาสมดุลระหว่าง “ธรรมชาติ” และ “โบราณวัตถุ” นี้ให้คงอยู่คู่เมืองอยุธยาต่อไปให้นานที่สุด
ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวชม “แนวหน้า” ขอเชิญชวนให้ท่านไปชมกันได้ โดยเฉพาะในเวลาที่กระแสการถกเถียงระหว่างไทย-กัมพูชา กำลังร้อนแรง.

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? 'สุรชัย'แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

หลักฐานเด็ดมีเพียบ? ‘สุรชัย’แฉไม่หยุดอดีตเมียสวมเขา-ขู่ฆ่า บังคับจดทะเบียนสมรส

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

กลายเป็นมหากาพย์ภาค 3 ที่ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ  สำหรับ ภาระและหน้าที่ที่แบกไว้กว่า 40 ปี วันนี้ถึงจุดระเบิด “สุรชัย สมบัติเจริญ” ล่าสุดได้ออกแฉอย่างต่อเนื่องพฤติกรรมอดีตภรรยาและคนใกล้ชิด ทั้งเรื่องหนี้สิน คลิปขู่ฆ่า และความลับในลิ้นชักที่ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามานาน

โดยเปิดคลิบ 2/2 ในเพจเฟสบุ๊ค  ‘สมบัติเจริญ สุรชัยไดอาน่า’  ประโยคแรกก็ฟาดทันที เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมาได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะนายสุรบดินทร์ กี่ครั้งที่เขาออกรายการ เขามีเรื่องที่ต้องการแสง ต้องการเสียง และต้องการที่ยืน เขาจะร้องไห้ตลอด บอกว่าทรงอย่างผมมันไม่ใช่ เดี๋ยวคุณไปดูเรื่องของบดินทร์ในพาร์ท 3 เอาคนนี้ก่อน… คุณเจี๊ยบ

ไม่ใช่มากล่าวหาว่าผมมีชู้กับเมียที่จดทะเบียนสมรส มันจะมีชู้ได้ยังไง โลกคงบอกว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้ แต่ไม่เป็นไร คุณจะใส่ความผมยังไงก็ใส่ไป เมื่อวานผมดูรายการคุยแซ่บโชว์ ดิสเครดิตผมทั้งรายการ แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมมองว่าเขาเก่งนะที่แสดงภาพออกมา

เมื่อคุณทำร้ายหรือทำลายผม ผมจะเล่าความเป็นจริง เรื่องพยานหลักฐานที่ว่าไปกับผู้ชายคนไหน ถ้าใครอยากได้พยานที่ไหน เดี๋ยวผมหาให้ ส่วนเขาจะยอมรับหรือไม่ก็เรื่องของเขา ระยะเวลา 30 ปี หลังจาก 15 ปีที่เขาขนของออกจากบ้านผมไป ผมเครียด แต่ผมไม่กล่าวหาลูกผู้หญิงเพราะผมก็รัก เดี๋ยวค่อยเล่าวีรกรรมทีละคนว่าใครเป็นยังไง แต่ความเป็นลูกผู้ชายของผมมันเสียใจ บดินทร์จะพูดยังไงผมไม่สนใจ ไม่ได้อยู่ในหัวสมอง ส่วนลูกสาวผมไม่ได้หนักหนาอะไรถ้าเขาจะสร้างแสงให้แม่และต้องการให้ครอบครัวดูดี พูดตรงๆ เรื่องนี้ผมไม่ต้องเริ่มอะไรเลย ผมใช้ชีวิตมา 15 ปี โดยไม่ได้อยู่กินกันก็เหมือนหย่าร้าง…

คุณเจี๊ยบพูดเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงที่น่ากราบมาก เขาทิ้งผมไป 15 ปี วันดีคืนดีช่วงปีที่ 8-9 เขากลับมาบ้าน ผมถามว่าจะนอนห้องเดียวกันไหมหรือคนละห้อง เขาก็บอกต้องการความเป็นส่วนตัว เขากลับมากับน้องดิ๊งค์ซึ่งมีอีกห้องหนึ่ง

ช่วงปี 2554 หรือปี 2550 กว่าๆ มีการบอกว่าผมชวนเขาไปแต่งงาน โกหกหน้าด้านๆ คุณบังคับให้ผมขับรถไปเซ็นเอกสาร ผมถามว่าจะไปไหน เขาบอกไปเซ็นรับรองลูก ซึ่งสมัยก่อนลูกเกิดมาก็ต้องรับรองเป็นธรรมดา คุณรู้ไหมการจดทะเบียนของผมคือจดข้างถนน เขาบังคับให้ผมจดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวตรงพุทธมณฑล ผมไม่อยากมีเรื่องและคิดว่าทำแบบนี้ผมคงไม่มีทางหลุดไปได้ ก็เลยเซ็นไป ลูกก็โตกันหมดแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ คุณเจี๊ยบโปรไฟล์จบนอก เป็นดีไซน์เนอร์ จะจบบ้าอะไรอายุ 16 พูดได้นิ่งมากนะ และยังบังคับให้ผมไปทำหมันอีก

ส่วนสถานที่ที่นายบดินทร์เกิด เขาบอกเป็นสถานผดุงครรภ์แต่ไปด้อยค่าเขา ตรงสี่แยกบางแขก คุณยังไม่เกิดเลย เอาสมองส่วนไหนคิด ให้นักข่าวไปดูได้ว่าสถานผดุงครรภ์ตรงนั้นเลิศเลอขนาดไหน ผมไม่ได้เป็นคนเลือก พูดออกมาได้ว่าแม่พาหลบเพราะกลัวแฟนเพลงเห็น คุณคิดว่าแฟนเพลงจะไม่รู้เหรอ? ไม่ว่ากันมันคือพฤติกรรมของคุณ

ตอนผมคบกับเจี๊ยบผมสร้างบ้าน เขาบอกอยากเปิดโรงเรียนผมก็เห็นด้วยเพื่อให้เขามีอะไรทำ ผมไปสร้างอาคารเพิ่มเติมในที่ดิน 4 ไร่ที่สามพราน บังเอิญน้องสาวผมอยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนก็ช่วยกันสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา แต่เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม อารมณ์เสียขึ้นมาก็เอาปืนยิงในบ้านเลย น้องสาวผมตกใจมาก เขาขู่ว่าที่นี่เขาเป็นเจ้าของ ผมฟังแล้วก็ลำบากใจเพราะนั่นก็ครอบครัว นั่นก็น้อง จนตอนนี้น้องสาวยังไม่คุยกับผมเลยเพราะเขารังเกียจที่พี่สะใภ้ทำขนาดนี้ ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เรื่องนี้มีพยานมาก ทั้งสุรเดชที่ตายไปแล้ว สมพงษ์ สุรชาติ และสรินทิพย์น้องสาวผมที่พร้อมให้ปากคำ แฟนเพลงก็รู้ แต่คุณต้องเอาหลักฐานมาว่าผมมีชู้ คุณไดอาน่าเขาสวยใครๆ ก็อยากได้ แต่เขาไม่เอาผมหรอก เพราะเขารู้ว่าผมมีภาระหน้าที่ต้องดูแลตรงนั้น กับการที่ 15 ปีเขาทำร้ายผมทุกอย่าง ในโซเชียลที่เห็นผมมีกิจกรรมต่างๆ ก็เพราะน้องดิ๊งค์ ลูกสาวผม

แม้แต่รายการคุยแซ่บโชว์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลูกสาวมาบอกว่า “พ่อ หนูเป็นดี้ ให้พ่อไปออกรายการหน่อยได้ไหม” เพื่อความสุขของลูก ผมก็ไปยืนยันให้เลย ส่วนที่เขากล่าวหาว่าผมผลักเขาล้มหน้าศาล หรือที่นายบดินทร์บอกว่าผมเอาหัวไปโขกศาล ไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง ผมไม่อยากสร้างมหากาพย์อะไร แต่ที่ต้องพูดเพราะผมถูกทำร้าย

เรื่องของคุณบดินทร์ ผมจะเล่าเป็นฉากๆ ว่าพฤติกรรมและความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร โรงเรียนดำเนินการมา 10 ปีไม่เคยมีกำไร ผมเข้าใจดีเพราะเป็นโรงเรียนราษฎร์ จึงไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่คุณลองคิดดูว่าภาระที่ผมต้องดูแลในบ้าน นอกจากตัวผมแล้ว ผมยังย้ายสำมะโนครัวของตระกูลคุณมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแม่ พี่สาว คุณดวงชีวัน ตัวคุณ น้องสาว น้องชาย และพี่เขย รวม 8 ชีวิตอยู่ในบ้านผม ผมพูดไม่ได้เพราะรายได้มันยังมีอยู่ เมื่อโรงเรียนเดือดร้อนผมก็ซัพพอร์ตมาตลอด

จนกระทั่งมันสุดจะทน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ก่อนขึ้นปีใหม่ช่วงน้ำท่วมแรง เธอขนของออกไปอยู่คอนโดของผู้ชาย ผมก็ไม่ว่าอะไร สมัยก่อนลูกทุกคนคือหน้าที่และภาระที่ผมต้องดูแล คำว่า “หน้าที่และภาระ” นี้มันอยู่ในหัวใจผมมาตลอด 40 กว่าปี ล่าสุดพอกลับมาอยู่บ้านไม่กี่วันก็อยากซื้อบ้านใหม่ ทั้งที่ผมมีเงินแค่นี้ ผมมีหลักฐานการรับเงินและสิ่งที่พูดทั้งหมด ไม่ได้พูดลอยๆ การใส่ร้ายคนอื่นมันบัดซบและเป็นการโกหกให้โลกดูสวย แต่ผมมีหลักฐานยืนยัน

ส่วนเรื่องเงิน ผมไม่รู้เขาเอามาจากไหน วันดีคืนดีเขาก็ไปยืมเงินทอมที่เป็นแฟนน้องดิ๊งค์ มา 1 แสนบาท ปัจจุบันก็ยังไม่คืนจนเขาเลิกกันไป นอกจากนี้คุณเจี๊ยบยังไปขอยืมเงินจากเด็กคนนี้อีก 1 แสนบาท โดยบอกให้มาเก็บกับพ่อ ผมมีหลักฐานการคุยกัน เด็กเขาก็ไม่ยอมเพราะเสียเงินไปฟรีๆ พอไม่คืนเงินเขายังไปขู่ฆ่าเขาอีก ผมมีคลิปทุกอย่างและจะเอาออกมาให้ชาวโลกดู ผมไม่อยากทำร้ายใคร แต่วันนี้เขาทำร้ายผมก่อน ผมจะทำให้ลูกรู้ว่าผู้หญิงที่หน้าใสตาซื่อแท้จริงเป็นอย่างไร

กรณีที่คุณเจี๊ยบบอกว่าผมฟ้องไม่สำเร็จ ที่ผมฟ้องเพราะอยากให้ขาดจากกัน ส่วนเรื่องคุณบดินทร์และน้องดิ๊งค์ บนศาล ผมขอเก็บไว้เล่าในภาค 3 คุณเจี๊ยบข่มขู่เด็กและโยนภาระมาให้ผม ทั้งที่ผมไปบ้านนั้นไม่เกิน 10 ครั้ง ผมจำคำพูดที่เขาทำกับผมได้ดีว่า “กูชนะแล้ว จะเอาให้มึงหมดตัว” นี่คือคำพูดที่หลุดมาจากปากเขา ซึ่งลูกเขยทอมของผมมาเล่าให้ฟังหมด ผมมีความจริงและพยานหลักฐานใกล้ชิดที่ไปศาลด้วยกัน ไม่ได้มีสคริปต์ ผมรังเกียจชื่อบดินทร์มาก ไม่ว่ามันจะแปลว่าอะไรก็ตาม

คุณเจี๊ยบเคยขอให้ผมถอนฟ้องและขอให้เขาเป็นฝ่ายชนะแทน ดูวิธีคิดเขาสิครับ ผมบอกว่าตกลงเพราะอยากให้หมดภาระต่อกัน จะได้ต่างคนต่างอยู่ ลูกก็โตหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นลูกไม่เคยไปเยี่ยมแม่ผมเลย ผมมีพยานทั้งพี่สาวและเพื่อนแม่ ผมสร้างบ้านให้แม่แต่แม่ต้องอพยพหนีเสียงปืนขู่หนีไปอยู่เมืองกาญจน์ ผมเจ็บใจจนน้ำตามันตกใน ไม่จำเป็นต้องมาร้องไห้ออกรายการเพื่อสร้างภาพ จนวันหนึ่งหลังจากเขาทิ้งผมไป ผมไปเจอของใช้ผู้ชายในเก๊ะเก่าๆ ทำให้รู้ว่าถูกสวมเขามาตั้งนาน แต่ผมก็คิดว่าช่างมัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า แต่ที่ต้องออกมาพูดวันนี้เพราะสิ่งที่เขาทำมันยังเป็นปัญหาลามมาถึงปัจจุบัน ถ้าคุณไม่ออกมาขอโทษ ผมจะทำให้ทั้งโลกรู้ว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ ออร่าพุ่งสุด ร่วมงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Ultherapy PRIME Expo’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.26 น.

ออร่าความสวยเปล่งประกายตั้งแต่ก้าวแรกที่ปรากฏตัว สำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ที่มาร่วมสร้างสีสันในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปีของ Ultherapy PRIME นวัตกรรมยกกระชับระดับ Gold Standard อันดับหนึ่งของโลก ในงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Ultherapy PRIME Expo” โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Merz Aesthetics Thailand) ซึ่งเนรมิตพื้นที่ ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้า EMSPHERE
ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งนวัตกรรมความงามระดับพรีเมียม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการดูแลผิวที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พญ.สุรัสศวัลย์ วงศ์เกียรติขจร หรือ หมออุ๋ม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระดับแนวหน้าของประเทศไทย มาร่วมแบ่งปันความรู้ด้านการดูแลผิว พร้อมสร้างสีสันให้บรรยากาศยิ่งคึกคักด้วยมินิคอนเสิร์ตจากบอยแบนด์สุดฮอต PERSES ที่มามอบความสนุกและพลังความสดใสให้กับผู้ร่วมงาน

งานนี้สาวเกรซยังได้ร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองในแบบฉบับ People of PRIME ที่ช่วยให้เธอดูสดใสและเปล่งประกายอยู่เสมอ โดยเจ้าตัวเผยว่า “สำหรับเกรซ ผิวสวยไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบค่ะ แต่คือผิวที่ดูสุขภาพดี แข็งแรง และมีชีวิตชีวา อีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยเสริมความมั่นใจของเกรซคือการทำหัตถการค่ะ โดยทุกครั้งหลังทำหัตถการ เกรซจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูผิว เติมความชุ่มชื้น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้บอกเลยว่าหายห่วงมากค่ะ เพราะมี Ultherapy Mask ที่ช่วยดูแลผิวหลังทำหัตถการ พร้อมช่วยลดอุณหภูมิผิวได้ทันทีถึง 7 องศา ช่วยปลอบประโลมผิว และทำให้ผิวกลับสู่สมดุลได้เร็วยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นสูตรลับฉบับ PRIME ของเกรซเลยค่ะ”

ภายในงานยังเต็มไปด้วยไฮไลต์น่าสนใจ โดยเฉพาะเทคโนโลยีของ Ultherapy PRIME ที่โดดเด่นด้วยระบบ Real-time Visualization ซึ่งสามารถมองเห็นโครงสร้างชั้นผิวขณะทำการรักษาได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเมิร์ซ เอสเธติกส์ และได้รับการพัฒนาให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่คมชัด พร้อมระบบประมวลผลที่รวดเร็ว ช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษา มอบประสบการณ์การยกกระชับที่เหนือระดับ “ยกชัด ลืมเจ็บ อยู่นาน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงานคือการเปิดตัว Ultherapy Mask” นิยามใหม่ของความ PRIME กับ The First Care for post-lifting treatment ทรีตเมนต์ดูแลผิวหลังการยกกระชับครั้งแรกของโลก ด้วยมาตรฐานระดับ Gold Standard นวัตกรรมเอกสิทธิ์เดียวจาก Ultherapy ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการดูแลผิวหลังทำทุกหัตถการยกกระชับ โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ Segmented 3-Part Mask ซึ่งออกแบบให้แนบสนิทกับรูปหน้าและลำคอ ช่วยปลอบประโลมผิว ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว และเติมเต็มความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึก

งาน Ultherapy PRIME Expo ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์ความงามแบบ Multi-sensory Experience ที่เชื่อมโยงประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านโซนต่าง ๆ ภายในงาน ได้แก่ PRIME Innovation, PRIME Screen, PRIME Station, PRIME Lounge และ PRIME Stage เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสไลฟ์สไตล์ความงามระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Merz Aesthetics Thailand และ Line OA: @MerzBeautyConnect

‘มิสแกรนด์บุรีรัมย์’เฮลั่นคว้า’Best Performance’

'มิสแกรนด์บุรีรัมย์'เฮลั่นคว้า'Best Performance'

‘มิสแกรนด์บุรีรัมย์’เฮลั่นคว้า’Best Performance’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

เรียกได้ว่าระอุเดือดกันเลยทีเดียวสำหรับบรรยากาศความร้อนแรงจากการประกวดรอบ swimsuit competition เมื่อคืนที่ผ่านมา กับการประชันพลังบนเวที เพื่อเฟ้นหา Best Performance! สำหรับ “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งปีนี้ พัทยา จังหวัดชลบุรี เจ้าภาพหลัก โดยขอแสดงความยินดีกับ “Best Performance ” ได้แก่ มิสแกรนด์บุรีรัมย์รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ มิสแกรนด์ชลบุรีรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต

สุดร่มรื่น’นก สินจัย’กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

สุดร่มรื่น'นก สินจัย'กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

สุดร่มรื่น’นก สินจัย’กลับบ้านเกิดพาสัมผัสบ้านไม้2ชั้นสุดคลาสิก

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.52 น.

นก สินจัย เปล่งพานิช เผยภาพการเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัด สุพรรณบุรี เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับโดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “ทำบุญให้ผู้ล่วงลับที่บ้านสุพรรณบุรี” 

ซึ่งนอกจากภาพการทำบุญแล้ว สิ่งที่สะดุดตา เป็นอย่างมากก็คือบ้านไม้สองชั้นหลังงามที่ปรากฏอยู่ในภาพตัวบ้านยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านไม้ไทยสมัยก่อนเอาไว้อย่างชัดเจน โครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย แต่แฝงด้วยเสน่ห์ความคลาสสิกที่ดูสง่างามตามกาลเวลาอีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้คือบรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้พื้นที่ดูร่มรื่นและสงบอย่างมาก เหมาะกับการพักผ่อนและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติ

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์’ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง’

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์'ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง'

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ละครอิงประวัติศาสตร์’ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ในงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดงานการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างอย่างเนืองแน่น

พลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมชมการแสดงอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรกรรมอันเสียสละของบรรพชน ที่ทำให้มีจังหวัดภูเก็ตมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมระบุว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เคยบัญชาการสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ทำให้ตระหนักดีว่าการทำศึกสงครามต้องอาศัยความเสียสละอย่างมาก จึงอยากให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงคุณงามความดีของวีรชนในอดีต

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีความตั้งใจที่จะสืบสานและถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ให้คงอยู่ในความทรงจำของคนไทย และส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงบรรพชนผู้กล้า แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับประเทศและนานาชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับทั้งความรู้ ความประทับใจ และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ จากการแสดงในครั้งนี้

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รักชาติ ปกป้องแผ่นดิน วีรสตรีศรีถลาง” ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองถลาง โดยเฉพาะวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้กล้าที่รวบรวมกำลังชาวเมืองปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สะท้อนถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของคนในชาติ

การแสดงโดดเด่นด้วยเทคนิคแสง สี เสียงสุดตระการตา ฉากขนาดใหญ่ การแสดงที่สมจริง และนักแสดงจำนวนมาก ผสานกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ชม พร้อมทั้งยังมีการจัดลานวัฒนธรรมและกิจกรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ทั้งนี้ งานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของการแสดง และร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของวีรสตรีแห่งเมืองถลาง

สุดตื้นตันใจ’แม่แก้ว’น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

สุดตื้นตันใจ'แม่แก้ว'น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

สุดตื้นตันใจ’แม่แก้ว’น้ำตาไหลอวดโฉมการ์ดงานแต่ง‘ณเดชณ์- ญาญ่า’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.20 น.

หลังแฟนคลับรอลุ้นกันจนตัวเกร็งว่าเมื่อไรคู่นี้จะได้ลั่งระฆังเข้าสู่ประตูวิวาห์สักที ล่าสุด ‘แม่แก้ว’ ได้โพสต์รูปการ์ดเชิญงานแต่งของ ณเดชน์ และ ญาญ่า ลงในไอจีส่วตัว  Keaw_Jung พร้อมระบุข้อความว่า

 WOW ทำเอาแม่จนน้ำตาไหล ..กับภาพที่ลูกชายส่งมาให้ครับพ่อ …ดูหลายรอบก็ไหลหลายรอบ ..ชื่นใจดีใจกับลูกที่สุดครับ ถ้าแม่ได้เห็นของบจริงจะขนาดไหนครับพ่อ..แม่กะป๊าขอบคุณลูกที่สุดครับการ์ดงานแต่งงดงามเหลือเกินสมกับเป็นลูกอิสานที่สุดครับพ่อ ญาติพี่น้องขอนแก่นเตรียมพร้อมรับการ์ดงานแต่งรับลูกสะใภ้เฮาเด้อ.. พี่น้อง  @Kugimiyas @urassayas ขอบคุณลูกที่สุดขอให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดลมหายใจนะครับพ่อ

นับว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว!จากโพสต์ใน IG ของแม่แก้ว (keaw_jung) ในภาพคือการ์ดที่ระบุชื่อแขกผู้มีเกียรติอย่างชัดเจน(ในภาพคือชื่อ “คุณนราวดี คูกิมิยะ”) ซึ่งแสดงว่าการเตรียมงานเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายคือการเชิญแขก

ด้านทางฝั่ง คุณแม่อุไรของญาญ่า ก็ได้มีการโพสต์ภาพการ์ดเชิญลงในไอจีส่วนตัว psperbu เช่นเดียวกัน (ในภาพคือชื่อ “คุณอุไร-คุณชิกู๊ด เสปอร์บันต์”) ระบุข้อความว่า ลุก ๆเอาการ์ดเชิญงานแต่งมาให้  @Kugimiyas @urassayas  ป๊าป๊ากับแม่ดีใจมากๆ ดีใจกับลูกๆ มากๆ ด้วยการ์ดสวยดีเทลรายละเอียดบ่งบอกถึงคึวามตั้งใจของทั้ง2คนเป็นอย่างมาก แม่จะเก็บใส่กล่องใส่ตู้ไว้เป็นอย่างดีเลย

สำหรับการดีไซน์การ์ดมาในสไตล์ Rustic/Minimal ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ใช้กระดาษคราฟท์หรือผ้ากระสอบสีน้ำตาล ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้งสีขาว-ครีม ดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความอบอุ่นและคลาสสิกตามสไตล์ที่ญาญ่าชอบ