‘ลิซ่า ลลิษา’เจิดจรัส! สื่อแฟชั่นทั่วโลกยกให้เป็น’Best Dressed’บนพรมแดงEmmy Awards

'ลิซ่า ลลิษา'เจิดจรัส! สื่อแฟชั่นทั่วโลกยกให้เป็น'Best Dressed'บนพรมแดงEmmy Awards

‘ลิซ่า ลลิษา’เจิดจรัส! สื่อแฟชั่นทั่วโลกยกให้เป็น’Best Dressed’บนพรมแดงEmmy Awards

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

15 กันยายน 2568 หลังจากที่ ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ปรากฏตัวสง่างามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย  เข้าร่วมงานประกาศรางวัล ด้านรายการโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Emmy Awards 2025 ณ Peacock Theater ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนักแสดงซีรีส์เรื่อง The White Lotus ซีซั่น 3 จากบทของ ‘มุก’ พนักงานประจำรีสอร์ท ซึ่งได้รับคำชมไม่น้อยสำหรับบทบาทการแสดงครั้งแรกในชีวิต

‘ลิซ่า ลลิษา’ ปรากฎตัวด้วยชุดราตรีสีชมพูจากแบรนด์ Lever Couture ดีไซน์โดย Lessja Verlingieri พร้อมใส่เครื่องประดับของแบรนด์ BVLGARI (บุลการี) ที่เธอเป็น Global Brand Ambassador ในคอลเลกชั่น High Jewelry Serpenti ประดับหินสีชมพู  ด้วย สร้อยคอ High Jewelry Serpenti ตัวเรือนทองคำเหลือง ประดับด้วยทับทิมทรงรี 1 เม็ด (3.27 กะรัต) ไพลินแฟนซีทรงหยดน้ำและทรงมาร์คีส์ 18 เม็ด (8.35 กะรัต) ทับทิมสีส้มหยดน้ำ 2 เม็ด และเพชรฝังแบบปูเต็มเม็ด

สร้อยข้อมือ High Jewelry Serpenti ตัวเรือนทองคำเหลือง ประดับด้วยพลอยโกเมนทรงรีแมนดาริน 1 เม็ด (1.99 กะรัต), ไพลินสีชมพูทรงหยดน้ำ 8 เม็ด (3.84 กะรัต), ไพลินสีชมพูทรงมาร์คีส์ 10 เม็ด (3.75 กะรัต), พลอยโกเมนทรงหยดน้ำ 2 เม็ด และเพชรฝังแบบปูเต็มเม็ด

ต่างหู High Jewelry Serpenti ตัวเรือนทองคำเหลือง ประดับด้วยพลอยแมนดารินทรงรี 2 เม็ด (1.79 กะรัต) ไพลินสีชมพูรูปหยดน้ำ 16 เม็ด (2.64 กะรัต) พลอยแมนดารินรูปหยดน้ำ 4 เม็ด และเพชรฝังแบบปูเต็มเม็ด

แหวน High Jewelry Serpenti ทองคำสีเหลืองประดับด้วยทับทิมแมนดารินทรงรี 1 เม็ด, ไพลินทรงหยดน้ำ 8 เม็ด (1.37 กะรัต), ไพลินทรงมาร์คีส์ 3 เม็ด, ทับทิมทรงหยดน้ำ 2 เม็ด และเพชรฝังแบบปูเต็มเม็ด  คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าสีชมพูอ่อนจาก Christian Louboutin

โดยลุคนี้ของ ‘ลิซ่า ลลิษา’ ได้รับความสนใจจากสื่อนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น TooFab ที่บอกว่าลิซ่าลอยมาบนพรมแดงงานเอ็มมี่ราวกับฝัน ต้องตะลึงในชุดผ้า Tulle สีชมพูและการเว้าสูงที่งดงามนอกจากนี้ ลิซ่ายังติดอันดับ Best Dressed หรือ ผู้แต่งการยอดเยี่ยมจากการจัดอันดับของสื่อแฟชั่นและสื่อบันเทิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ELLE, VOGUE, InStyle, COSMOPOLITAN, USA TODAY, CNN, E! Online, BUSINESS INSIDER ฯลฯ

สำหรับลุคนี้แฟนซีรีส์อาจมองว่าลิซ่าอาจจะมาในคอนเซปต์ดอกบัวชมพูให้เข้ากับซีรีส์ The White Lotusแต่สื่อแฟชั่นระดับโลกหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Harper Barzaar, Cosmopolitan ต่างเรียกลุคนี้ของลิซ่าว่า “Glinda Glam” หรือ ลุคของแม่มดกลินดาจากพ่อมดอ๊อซ ขณะที่บางสำนักเรียกว่า cotton-candy dream

LOVEiS จัดหนักเนรมิตอิมแพคอารีน่ากลายเป็นเวทีสุดอลังการคฤหาสน์พันล้าน

LOVEiS จัดหนักเนรมิตอิมแพคอารีน่ากลายเป็นเวทีสุดอลังการคฤหาสน์พันล้าน

LOVEiS จัดหนักเนรมิตอิมแพคอารีน่ากลายเป็นเวทีสุดอลังการคฤหาสน์พันล้าน

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.52 น.

เปิดเวทีด้วย VTR สุดรวยที่พาเข้าสู่คอนเซ็ปต์ “สุรุ่ยสุร่าย” ก่อนม่านใหญ่จะเปิดเผยคฤหาสน์หรูราวหลายร้อยเอเคอร์ และถึงเวลาแล้วที่ NONT TANONT เจ้าของคฤหาสน์เปิดตัวบนเวทีกับกิจกรรม ในชีวิตประจำวันง่ายๆ ในห้องน้ำ ทั้งแช่อ่าง ทำธุระส่วนตัว โกนหนวด อาบน้ำ ในเพลง “คลั่งเธอ” พร้อมแดนเซอร์กว่า 20 ชีวิต พลุระเบิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะเทือนทั้งอิมแพค

ต่อด้วย “กำลังจะ” ที่จัดเต็มบนเวทีหมุน 360 องศา สร้างพลังไม่หยุด ก่อนเปลี่ยนฉากเป็นบันไดหรูใต้แชนเดอเลียร์กับเพลง “จำนน” แล้วเข้าสู่ห้องนั่งเล่นแสนอบอุ่นกับเมดเลย์จากยุค LOVEiS อาทิ “เธอมีคนเดียวบนโลก”, “ถ้าเธอไม่อยากโชคร้าย”, “คนใหม่”, “Dark Choc”, “Memories”, “Back to you”, “น้อยใจ”, “คบแล้วห้ามเลิก”, “ผ้าพันแผล” และ “Not Romantic” ที่ทั้งฮอลล์ร้องตามกันดังสนั่น

แขกพิเศษสุดสุรุ่ยสุร่ายไม่ซ้ำทุกวัน 5 ก.ย.  BUS because of you i shine อินโทร “วันครบเลิก”    ดังขึ้นพร้อมการโหนสลิงของสมาชิกทั้งวง เสียงกรี๊ดถล่มอิมแพคแทบแตก! ต่อด้วย “ไม่เป็นไรที่รัก” และปิดด้วย “แน่ใจไหม” เวอร์ชั่นพิเศษที่เพิ่มแร็ปสดสุดมัน ทำเอาคนดูทั้งฮอลล์เฮกันไม่หยุด ก่อน BUS because of you i shine จะพูดคุยกับแฟน ๆ และฝากผลงานอัลบั้มใหม่ไว้แบบสมศักดิ์ศรี

 6 ก.ย.  PiXXiE สลิงอีกฝั่งพาสามสาวขึ้นเวทีด้วยลุคเปรี้ยวสุดพลัง เปิดด้วย “FEAT” สร้างความสดใสทันที ต่อด้วยเพลงใหม่ “BADLY” ที่ร่วมร้องและเต้นกับนนท์ เสียงกรี๊ดดังลั่นทั้งฮอลล์ ก่อนจะพาแฟน ๆ ซึ้งไปกับ “ติดฝน” และปิดด้วย “DEJAYOU” ที่ทั้งร้องและเต้นบนเวทีแสงสีสุดอลัง

7 ก.ย.  Bodyslam ไฟมืดลง เสียงกลองและกีตาร์ดุดันจากด้านหลังเวทีสะท้อนกึกก้อง Bodyslam ปรากฏตัวพร้อมเสียงกรี๊ดสะเทือนอิมแพค ร่วมกับนนท์ใน “คนที่ถูกรัก” และ “นาฬิกาตาย” ก่อนจะแลกบทบาทให้พี่ตูนร้องเพลง “แน่ใจไหม” ของนนท์ และปิดด้วย “ยาพิษ” เพลงฮิตตำนานที่ทำให้ทั้งฮอลล์ลุกขึ้นโยก

8 ก.ย. K-OTIC เสียงจังหวะสนุกดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของ 5 หนุ่ม K-OTIC ที่คัมแบ็กสุดเท่ ทำเอาแฟนเพลงอึ้ง ขนเพลงฮิตกลับมาทั้ง “เหงาปาก”, “แฟนใหม่”, “ไม่เป็นไรที่รัก” และ “รักไม่ได้หรือไม่ได้รัก” สร้างบรรยากาศคิดถึงและสนุกไปพร้อมกัน เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่เต็มฮอลล์

นอกจากแขกพิเศษแล้ว ยังมีสุ่มรางวัลจากสปอนเซอร์ที่แจกแฟนๆที่เข้ามาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ หลังจากนั้น พ่อบ้าน “พี่จี๊บ เทพอาจ” ขึ้นเวทีเสิร์ฟอาหารไม่ซ้ำในแต่ละรอบ ทั้งไข่เจียวปู เค้กส้ม มิ้นท์ช็อค ฯลฯ แถมอวยพรนนท์ทุกครั้งว่า “รวย” เรียกเสียงหัวเราะทั้งฮอลล์

จากนั้นเข้าสู่เพลง “หมื่นคำลา”, “จดหมายรักจากเมียเช่า” และฉากไพรเวทเจ็ตสุดอลัง นนท์ลอยไปหาคนดูอย่างใกล้ชิดกับเพลง “I Miss You” พร้อมโปรยเงินที่ระลึกทั่วฮอลล์

คอนเสิร์ตพาเข้าสู่เพลงโรแมนติก “ใช่เธอใช่เลย”, “เปลี่ยนเป็นรัก”, “ธรรมดาที่แสนพิเศษ”, “เจ็บที่ยังรู้สึก” เมื่อเวทีเปลี่ยนเป็นบรรยากาศโรแมนติก นนท์พาแฟน ๆ ล่องไปพร้อมเพลง “รักแรก” บนเรือจริงที่แล่นออกไปหาผู้ชมอย่างใกล้ชิด ก่อนส่งต่อด้วย “พิง” และ “เพียงนิทาน” ท่ามกลางม่านน้ำโปรยปราย เหมือนถ้อยคำในเพลงหล่นลงมาจากฟ้า ทุกสายตาในฮอลล์ต่างจับจ้องด้วยความอิ่มเอม

ต่อด้วยช่วงแขกพิเศษสาย Talk  เติมสีสันไม่ซ้ำทุกวัน(5 ก.ย.) แก๊งค์บุฟเฟ่ต์ รับบทเป็นโจรบุกคฤหาสน์หรู สร้างความชุลมุนอย่างสนุกสนาน (6 ก.ย.) น้าเน็ก ยกรายการ Lady Night มาไว้กลางเวที ให้ผู้ชมได้ขึ้นมาพูดคุยกับนนท์ใกล้ชิด ฟินกันไม่หยุด (7 ก.ย.) Farose ที่ยก People you may know มาคุยกันบนเวที ย้อนอดีตนนท์ตั้งแต่เด็กจนโต เรียกเสียงหัวเราะทั้งฮอลล์ (8 ก.ย.) น้าเน็ก กลับมาอีกครั้งกับ คอนเซ็ปต์ “อย่าหาว่าน้าสอน” บนเวทีที่เปิดโอกาสให้ คุณอิ้งค์ อาชีพนักร้อง โทรสายตรงเข้ามาพูดคุยสดบนเวที มาปรึกษาเรื่องที่ (NONT TANONT) พูดถึงเรื่องอายุที่มากกว่าไม่หยุด และให้โอกาส NONT TANONT ได้มีโอกาสได้อธิบายอย่างสนุกสนาน

เวทีเปลี่ยนเป็นจักรวาล NONT TANONT , Jeff Satur , THE TOYS ลอยมาหาผู้ชม เริ่มด้วย “End of the Road”, ต่อด้วย “ลาก่อน” และ “ดอกไม้ที่รอฝน” ที่ทอยหยิบกีตาร์มารีดสด ๆ เรียกเสียงปรบมือไม่หยุด NONT TANONT , Jeff Satur ลอยมากับแคปซูลขาวในเพลง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” ก่อนเปิดตัวเพลงใหม่ “Time Flies” ที่จะปล่อยเร็ว ๆ นี้ พร้อมโปรยการ์ดกลางฮอลล์เป็นของที่ระลึก ปิดท้ายด้วยการพูดคุยถึงมิตรภาพ ก่อนทั้งสาม NONT TANONT , Jeff Satur , THE TOYS จะร่วมร้อง “ทิ้งแต่เก็บ”, “แค่เธอ” และ “ทุกนาทีที่สวยงาม” ที่ทั้งไพเราะและลึกซึ้งเป็นความทรงจำที่ดี

เสียงกีตาร์อะคูสติคดังขึ้น Singto Numchok ปรากฏตัวพร้อมความสนุก เปิดด้วย “อยู่ต่อเลยได้ไหม” ต่อด้วย “คืนที่หมาเต็มวัด” ที่แฟน ๆ ทั้งฮอลล์โยกตามอย่างสนุกสนาน และปิดด้วย “I Just Wanna Pen Fan You” ที่งานนี้มีปลาวาฬตัวโตล่องลอยไปทั่วทั้งฮอลล์

และเมื่อถึงช่วงสุดท้าย นนท์ปิดคอนเสิร์ตด้วย “แค่แอบหวัง”, “โต๊ะริม”, และ “ความทรงจำที่แสนดี” ขณะที่เสียงร้องของแฟน ๆ ประสานกับศิลปินจนกลายเป็นหนึ่งเดียว

จบคอนเสิร์ต… “พี่จี๊บ เทพอาจ” ผู้บริหารใหญ่แห่ง LOVEiS   ส่งแฟนเพลงกลับบ้านทุกค่ำคืนด้วยการจัดอาหารมาให้แฟน ๆ ได้อิ่มอร่อยครบทั้ง 4 รอบ

นับว่าเป็นคอนเสิร์ตแห่งปีที่หลอมรวมทุกมิติของคำว่า “สุรุ่ยสุร่าย” ได้ลงตัวที่สุด  และจะกลายเป็นความทรงจำที่จะอยู่กับผู้ชมไปอีกแสนนาน

จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ไทยประกันชีวิต presents 90’s x2 SUPER CONCERT ปรากฏการณ์คู่กัน มันคูณสอง

จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ไทยประกันชีวิต presents 90’s x2 SUPER CONCERT ปรากฏการณ์คู่กัน มันคูณสอง

จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ไทยประกันชีวิต presents 90’s x2 SUPER CONCERT ปรากฏการณ์คู่กัน มันคูณสอง

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.39 น.

เต็มอิ่มคุ้มค่าทุกนาทีจริง ๆ สำหรับคอนเสิร์ตที่หลายคนรอคอย ไทยประกันชีวิต presents 90’s x2 SUPER CONCERT ปรากฏการณ์คู่กัน มันคูณสอง ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยทีมผู้จัดมืออาชีพอย่าง IDEA FACT ภายใต้ GMM SHOW ที่สร้างสรรค์คอนเสิร์ตคุณภาพมาแล้วมากมาย ครั้งนี้ได้เนรมิตโปรดักชันสุดอลังการ ทั้งแสง สี เสียง เวที และจอ LED แบบจัดเต็มในทุกมุมมอง ให้แฟนเพลงได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์คอนเสิร์ตที่สมบูรณ์แบบที่สุด ชวนทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่วัยรุ่นยุค 90’s – 2000’s แบบอัดแน่นกว่า 7 ชั่วโมง รวมเพลงฮิตกว่า 100 เพลงมาให้แฟน ๆ ได้ร้องตาม

บรรยากาศความสนุกของคอนเสิร์ตตลอด 2 วัน เต็มไปด้วยวัยรุ่นยุค 90’s บ้างมากับแก๊งเพื่อนซี้ หลายคนจัดเต็มกับการแต่งตัวสุดจี๊ด หน้างานมีทั้งโซนถ่ายรูปและบูธกิจกรรมมากมาย เติมสีสันให้บรรยากาศคึกครื้น แถมยังมีจุดนวดคลายเส้นฟรี ๆ ให้แฟน ๆ ผ่อนคลาย ก่อนที่ประตูฮอลล์จะเปิดต้อนรับทุกคนสู่ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง การแสดงเปิดฉากด้วย OPENING SCENE สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อ 10 ศิลปินปรากฏตัวตามจุดต่าง ๆ ทั่วทั้งฮอลล์ ไล่เรียงตั้งแต่ แอม เสาวลักษณ์ ดา อินคาโบ สุนิตา พลพลมาช่า วัฒนพานิช นูโวคริสติน่า อากีล่าร์ เจ เจตริน ที่ต่างขนเพลงฮิตมาร้องสลับกันแบบต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศสนุกตั้งแต่วินาทีแรก ก่อนจะส่งไม้ต่อเข้าโชว์แรกกับคู่แดนซ์สะบัด มอส ปฏิภาณ และ ทาทา ยัง ที่ขนเพลงแดนซ์สุดมันอย่าง แมลง, เหลวไหล, โอ๊ะ…โอ๊ย มาเขย่าฮอลล์จนไม่มีใครนั่งอยู่กับที่ ไฮไลท์ที่ทำให้แฟน ๆ ยิ้มแก้มปริคือการที่ลูก ๆ ของทั้งสองศิลปิน น้องโสน และ น้องเร มาร่วมสร้างสีสันด้วยการเป็นแดนซ์เซอร์ประกบคุณพ่อ คุณแม่บนเวที ซึ่งบอกเลยว่าทั้งท่าเต้น และความสดใส เรียกเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์ทันที ถือเป็นโมเมนต์พิเศษที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก และยังเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความสุข

อารมณ์ถูกเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นด้วยโชว์ของ แอม เสาวลักษณ์ และ ดา อินคา ที่พาแฟน ๆ อินไปกับเพลงรักอมตะ ฉันยังเป็นของเธอ, ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ, เพื่อเธอตลอดไป, ครึ่งหนึ่งของชีวิต และที่พิเศษคือ แอมยังขอแดนซ์ในเพลงที่ตัวเองแต่ง สุดฤทธิ์สุดเดช และ เสียมั้ย เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่น ต่อด้วย ดา อินคา ที่ขนเพลงช้าจัดเต็ม โดยเฉพาะ ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ ที่แฟน ๆ ร้องตามได้เสียงดัง ก่อนปิดด้วยลิสต์เพลงไฮไลต์อย่าง เพื่อเธอ ตลอดไป และครึ่งหนึ่งของชีวิต เรียกว่าสร้างช่วงเวลาที่ทั้งซึ้งกินใจและเต็มไปด้วยความทรงจำอันยิ่งใหญ่ก่อนที่ดาจะปิดพาร์ทด้วยพลังเสียงที่ตรึงใจทุกคนในฮอลล์

บรรยากาศถูกเติมเต็มด้วยความเซอร์ไพรส์เมื่อแขกรับเชิญทยอยขึ้นเวที เริ่มจาก ตุ้ย ธีรภัทธ์ กับเพลงใจบอกว่าใช่, ต่อด้วย MR.TEAM (มิสเตอร์ทีม) กับเพลงเจ้าช่อมาลี, ตามด้วย อ้อม สุนิสา ในเพลงถอยดีกว่า มันกันต่อกับ ไท ธนาวุฒิ ที่โชว์พลังเต็มที่ในเพลงประเทือง ตามมาด้วยอีกหนึ่งแขกรับเชิญที่แฟน ๆ รอคอย ญารินดา ในเพลงแค่ได้คิดถึง ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลง บอกได้เลยว่าการปรากฏตัวของ 5 แขกรับเชิญสุดพิเศษในครั้งนี้ได้สร้างช่วงเวลาที่แฟน ๆ ไม่อาจลืม ทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงร้องตาม ทุกเพลงฮิตที่แฟน ๆ คิดถึงถูกคัดสรรมาอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็น ไม่ไว้ใจตัวเอง, สองใจ, ไม่ต้องมีคำบรรยาย, ใจหายไปเลย, ใช่เลย, สัญญาเมื่อสายัณต์ และ อย่ายอมแพ้ ทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

จากนั้นส่งต่อให้กับคู่เพลงรักอบอุ่น โบ สุนิตา และ พลพล ที่ถ่ายทอดเพลงรักกินใจทั้งร้องเดี่ยวและร้องคู่ จัดเต็มทุกเพลงฮิต ไม่ว่าจะเป็น คนเดินถนน, เจ้าหญิงในนิยาย, ชั่วฟ้าดินสลาย, พรุ่งนี้จะไปกับเธอ, คนไม่สำคัญ, ขอเป็นคนของเธอ และอีกหลากหลายเพลงฮิต ที่แฟน ๆ ร้องตามกันได้ ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรก 15 นาที ให้แฟน ๆ ในฮอลล์ได้พัก แต่ก็ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ อย่างยืดเส้น, เมดเลย์เซียนโอเกะ และ Love Shot ให้แฟนเพลงไม่รู้สึกว่าความสนุกหยุดลงแม้แต่วินาทีเดียว

ก่อนจะต่อความมันคูณสองกับคู่ร็อกสุดสุด กับซีนเปิดตัวยืนเรียงสุดเท่ที่สะกดทุกสายตา มาช่า วัฒนพานิช และ นูโว เมื่อเสียงกีตาร์ของนูโวดังขึ้นในเพลงสัญชาตญาณบอก ต่อเนื่องกับ มาช่า ในเพลงความดันทุรังสูง ก่อนที่ดีกรีความมันจะพุ่งทะยานแบบสุดขีดไปกับพาเหรดเพลงเร็วสนุกๆ ของนูโว ทั้งไร้กันมัก..บ่าม็อก, เพื่อนกับพ่อ, ถังขยะเลย ต่อเนื่องด้วยเซ็ตเพลงเพราะสุดฮิตของมาช่า อย่างผิดไปแล้ว, ขอเวลาตั้งตัว, รอ และผู้ชายห่วย ๆ ต่อด้วยพาร์ทห้องรับแขก กับเมดเลย์เพลงฮิตในเวอร์ชั่นอะคูสติก ไม่ว่าจะเป็น อดใจไม่ไหว, ใครสักคน, ลึกสุดใจ, นิยามรัก และปิดท้ายด้วย 2 เพลงฮิตของทั้งคู่ กับเพลงสุดสุดไปเลย และ แตกหัก ถือว่าจบโชว์คู่ร็อกแบบสมบูรณ์

ความมันถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นกับคู่ท้าดวลแดนซ์ให้สุดระดับตำนาน คริสติน่า อากีล่าร์ และ เจ เจตริน ที่จัดเต็มเพลงแดนซ์แบบไม่มีพัก ทั้งนินจา, ฝากเลี้ยง, ยุ่งน่า, ไปด้วยกันนะ ที่ทำเอาแฟน ๆ ไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้เลยทีเดียว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ลืมที่จะนำเพลงช้าสุดฮิต มาให้แฟน ๆ ได้ร้องตามอย่าง อยากให้รู้ว่าเหงา, อย่าไปเสียน้ำตา, กองไว้, ฝากความยินดี, เปล่าหรอกนะ ก่อนจะปิดท้ายปรากฏการณ์คู่กัน มันคูณสองด้วยเพลย์ลิสต์เพลงแดนซ์ในเวอร์ชั่นรีมิกซ์สุดมัน ที่ทั้งสองพาคนดูเต้นกันทั้งฮอลล์ ไม่ว่าจะเป็น ประมาณนี้รึเปล่า, เลิกเหอะ และ ประวัติศาสตร์ ก่อนที่ทุกศิลปินออกมาสนุกด้วยกันบนเวทีในเพลง All I Wanna Do ทั้งหมดนี้คือบทสรุปความมันแบบคูณสองที่ครบทุกรสชาติ ทั้งความสุข ความสนุก และความประทับใจ ให้กับทุกคนที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนนี้อย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งเรื่องราวที่สุดพิเศษจากคอนเสิร์ตของ GMM SHOW ที่วันนี้ได้กลายเป็นความทรงจำอันยอดเยี่ยมของแฟนเพลงหลาย ๆ คนอย่างไม่อาจลืม และด้วยความตั้งใจในการมอบประสบการณ์การชมคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดให้กับแฟน ๆ ในทุกงาน สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ IG : 90s2000sconcerts

#90sx2SuperConcert #ปรากฏการณ์คู่กันมันคูณสอง #ให้รักดูแลชีวิต #ไทยประกันชีวิต #IdeaFact #GMMSHOW

สปีชทรงพลัง! 2นักแสดงดังฮอลลีวูดชื่นชม’ประเทศไทย’บนเวทีระดับโลกEmmy Awards

สปีชทรงพลัง! 2นักแสดงดังฮอลลีวูดชื่นชม'ประเทศไทย'บนเวทีระดับโลกEmmy Awards

สปีชทรงพลัง! 2นักแสดงดังฮอลลีวูดชื่นชม’ประเทศไทย’บนเวทีระดับโลกEmmy Awards

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.01 น.

15 กันยายน 2568 งานประกาศผลรางวัล Emmy Awards ครั้งที่ 77 กำหนดจัดขึ้นที่เมืองลอสแองเจลิส ซึ่งนอกจากในงานจะมีศิลปินสาวสัญชาติไทย ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล เข้าร่วมงานฐานะนักแสดงจากซีรีส์เรื่อง The White Lotus ซีซั่น 3 จากบทของ ‘มุก’ พนักงานสาวประจำรีสอร์ทสุดหรูผู้มีความทะเยอทะยาน ซึ่งได้รับคำชมไม่น้อยสำหรับบทบาทการแสดงครั้งแรกในชีวิต

อีกหนึ่งโมเมนต์สุดประทับใจของแฟนๆ ชาวไทยเกิดขึ้นเมื่อ ‘วอลตัน กอกกินส์’  (Walton Goggins) และ ‘ปาร์กเกอร์ โพซีย์’ (Parker Posey) 2 นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง The White Lotus กล่าวชื่นชมประเทศไทย บนเวทีประกาศรางวัล Emmy Awards ครั้งที่ 77 ขณะที่ทั้งสองทำหน้าที่ผู้ประกาศรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม โดยทั้ง 2 ได้ทำหน้าที่ ผู้ประกาศรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม

โดย ‘วอลตัน กอกกินส์’ ได้กล่าวขึ้นมาว่า “เราเพิ่งใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยนาน 8 เดือนเพื่อถ่ายทำ The White Lotus ซีซัน 3” และ ‘ปาร์กเกอร์ โพซีย์’ ก็กล่าวเสริมทันทีด้วยรอยยิ้มว่า “ที่นั่นสวยงามมาก และอาหารก็ยอดเยี่ยมจริงๆ” ซึ่งการสปีชสั้นๆ บนเวทีระดับโลกนี้เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมในฮอลล์

ซึ่งหลังจากที่ทั้ง 2 คนได้กล่าวถึงความสวยงามของประเทศไทยออกไปบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ นอกจากถือเป็นการช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยได้อย่างทรงพลัง ด้านผู้ใช้เอ็กซ์ชาวไทยแห่แชร์บทสนทนานี้ออกมาชื่นชมอย่างมากมาย

โดยซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 ได้ยกกองมาถ่ายทำในหลายโลเคชันของไทย ทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเกาะสมุย และยังเป็นการรวมตัวของนักแสดงระดับโลก ซึ่งรวมถึงซูเปอร์สตาร์ชาวไทยอีกมากมาย อาทิเช่น ลิซ่า ลลิษา , ดอม เหตระกูล, ครูเล็ก ภัทราวดี , ปู ไปรยา , เทม เมธี รวมถึง สุทธิชัย หยุ่น

‘เบลล่า ราณี’ทำไอจีลุกเป็นไฟ! สลัดลุคหวานใส่เดรสแดงสุดปัง

'เบลล่า ราณี'ทำไอจีลุกเป็นไฟ! สลัดลุคหวานใส่เดรสแดงสุดปัง

‘เบลล่า ราณี’ทำไอจีลุกเป็นไฟ! สลัดลุคหวานใส่เดรสแดงสุดปัง

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

15 กันยายน 2568 เรียกได้ว่าไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยจริงๆ สำหรับนางเอกซุปตาร์ “เบลล่า ราณี แคมเปน” ที่ล่าสุดขอเปลี่ยนลุคจากสาวหวานมาเป็นลุคแซ่บหรูดูแพง ด้วยเดรสสีแดงสดสุดสง่างาม ที่เผยความเซ็กซี่เบาๆ พร้อมแคปชั่นภาษาอังกฤษว่า “So in love with this look. Thanks everyone who brought it to life”

งานนี้ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันกดไลก์ คอมเมนต์ชื่นชมในความสวยสง่ากันเพียบเลยทีเดียว

‘ไมกี้ ปณิธาน’นำทีมศิลปิน–แพทย์ ร่วมจุดพลังใจในงาน’MIRACLE 11’รณรงค์วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

'ไมกี้ ปณิธาน'นำทีมศิลปิน–แพทย์ ร่วมจุดพลังใจในงาน'MIRACLE 11'รณรงค์วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

‘ไมกี้ ปณิธาน’นำทีมศิลปิน–แพทย์ ร่วมจุดพลังใจในงาน’MIRACLE 11’รณรงค์วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.39 น.

ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย ผลึกกำลังกับเหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วย และ ศิลปินดารา  ร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งกำลังใจในงาน “MIRACLE 11: GLOW from WITHIN  (ปาฏิหาริย์ เปลี่ยนมะเร็ง ให้เป็นสุข: เปล่งประกายจากภายใน)” ได้รับการสนับสนุนจาก โรช ไทยแลนด์  เนื่องในวันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กันยายนของทุกปี กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น  เพื่อส่งต่อข้อความแห่งความหวังที่ว่า “มะเร็งต่อมน้ำเหลืองรักษาหายได้” ณ โซน Eden ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานนอกจากจะมุ่งเน้นการสร้างความรู้ภายในงานนอกจากจะมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเตือนเบื้องต้นและวิธีการรักษาที่ทันสมัยแล้ว ยังเป็นเวทีส่งต่อพลังใจจากผู้ป่วยที่สามารถต่อสู้จนหายขาด พร้อมการให้กำลังใจจากศิลปินชื่อดัง “ไมกี้–ปณิธาน บุตรแก้ว” ซึ่งได้มาร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยมีความหวังและกำลังใจต่อสู้กับโรคต่อไป

ไฮไลต์ของงานยังรวมถึง การเปิดตัวภาพยนตร์สั้น “THE LIGHT WITHIN (แสงแห่งความหวัง)” ที่ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตจริงของผู้ป่วยจากความมืดมิดสู่การกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง และ ประกาศผลกิจกรรม “TikTok Short Drama: Lymphoma Challenge” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์คลิปสั้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคร้ายชนิดนี้ ที่พร้อมเปิดตัวโครงการการกุศล “Growing Tote Bag” ผลงานคอลแลบสุดพิเศษกับศิลปิน Artmeesri ที่สื่อถึง “แสงสว่าง” แห่งกำลังใจ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะมอบให้ชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย

ความก้าวหน้าทางการแพทย์กุญแจสู่การรักษา

ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ชมรมฯ ถือเป็นเครือข่ายที่รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศมาทำงานร่วมกัน ปัจจุบันอัตราการพบโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึงประมาณ 7,000 รายต่อปี และจัดอยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 6.6 ของมะเร็งทั้งหมด แต่ข่าวดีคือมะเร็งชนิดนี้ถือเป็นหนึ่งในโรคมะเร็ว เพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ชนิดฮอดจ์กิน ซึ่งพบไม่บ่อยแต่มีโอกาสหายสูงถึงร้อยละ 95 และชนิดนอน-ฮอดจ์กินซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทยและต้องตรวจแยกย่อยตามเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อกำหนดแนวทางการรักษา อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ ต่อมน้ำเหลืองที่โตนานเกิน 3 สัปดาห์ มีไข้เรื้อรัง เหงื่อออกกลางคืนน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุและอ่อนเพลียผิดปกติ กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยคือเพศชายมากกว่าหญิงในอัตรา 1.5 ต่อ 1 และผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป[1]

สำหรับการรักษาในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่ใช้เคมีบำบัดเพียงอย่างเดียวมาสู่การใช้เคมีบำบัดร่วมกับยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ยามุ่งเป้าเป็นยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อ โจมตีเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะ เช่น การยับยั้งโปรตีนที่ช่วยให้มะเร็งเติบโตหรือการใช้แอนติบอดีเข้าไปจับกับผิวเซลล์มะเร็งเพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าไปทำลายผลการรักษาที่ผ่านมาด้วยวิธีนี้จึงมีประสิทธิภาพสูงและตรงจุดทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายในขณะที่เซลล์ปกติได้รับความเสียหายน้อยมากที่ผ่านมาผลการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองถือเป็นมะเร็งที่ตอบสนองกับการรักษาได้ดี และมีโอกาสหายขาดสูงถึงแม้จะตรวจพบในระยะ 3 หรือ 4 แนวทางการรักษามาตรฐานขั้นถัดไป คือ การทํา stem cell transplantation ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ร่างกายมีความพร้อม และอายุไม่เกิน 65 ปี เนื่องจากมีการใช้ยาเคมีบําบัดในขนาดสูงร่วมด้วย

ปัจจุบันมีทางเลือกของนวัตกรรมการรักษาที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาด้วยการทำ Stem Cell Transplantation ได้แก่ การรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด (CAR-T Cell) หรือ Targeted Therapy กลุ่มใหม่ ๆ เช่น Bi-Specific Antibody หรือ กลุ่ม Antibody-Drug Conjugate ร่วมกับ Chemotherapy ซึ่งให้ผลการรักษาดีในระดับที่น่าพอใจ

ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทยเน้นย้ำว่า การรู้เท่าทันอาการเตือนและการเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็วคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดได้และเหนือสิ่งอื่นใดคือการมีขวัญและกำลังใจที่เข้มแข็งจะซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคนี้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

แสงแห่งความหวังสองเรื่องจริงจากผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

นอกจากนี้ในงานยังมีพลังใจสู่แสงใหม่จากเรื่องจริงของผู้ป่วย: ในช่วง “Glowing Patients: แสงในตัวเรา” จากประสบการณ์จริงของผู้ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและหายขาดเพื่อเป็นพลังและแรงบันดาลใจแม้ “มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” จะเป็นโรคร้ายที่ใครก็ไม่อยากพบเจอ แต่เรื่องราวการต่อสู้ของผู้ป่วยที่ผ่านพ้นมาได้ กลับเป็นพลังสำคัญที่ช่วยส่งต่อกำลังใจให้กับอีกหลายคนที่กำลังเผชิญอยู่ 

จากเด็กหญิงวัย 16 ปี สู่ผู้ใหญ่ที่หายขาดแล้ว 17 ปี
“ต๊อย – ปริญญ์ คุปตะเวทิน” เคยเป็นเพียงเด็ก ม.4 ที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่ชีวิตต้องหยุดลงเมื่อพบก้อนเล็กๆ ที่ไหปลาร้าก่อนจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดHodgkin ระยะที่ 3 สิ่งที่เธอกังวลที่สุดในตอนนั้น ไม่ใช่ความตาย แต่คือ “ฉันจะยังมีผมอยู่ไหม จะไปโรงเรียนยังไงถ้าไม่มีผม?” เธอต้องเผชิญกับการทำคีโมถึง 12 เข็ม ผมร่วงจนต้องโกนหัว ความเจ็บปวดรุมเร้า แต่เธอเลือกที่จะสู้ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ จนในที่สุด วันนี้เธอคือผู้หญิงอายุ 33 ปี ที่หายขาดมาแล้ว 17 ปี พร้อมส่งต่อประสบการณ์และเป็นแสงนำทางให้ผู้ป่วยรุ่นใหม่

จากชายหนุ่มวัย 35 ปี ที่เกือบสิ้นลมหายใจสองครั้ง
“ปัณฑ์ – จันทร์แก้ว” พบอาการผิดปกติจากน้ำหนักที่ลดลงเรื่อยๆ ไข้กลางคืน เหงื่อออกมาก และก้อนที่คอ จนในที่สุดก็ได้รับการยืนยันว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ระยะที่ 4 ลุกลามถึงปอด ตับ ม้าม และไขกระดูกการรักษาไม่ง่าย เขาแพ้คีโมอย่างรุนแรงจนหยุดหายใจไปถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยศรัทธาในแพทย์และพลังใจ เขาผ่านมันมาได้ แม้โรคจะกลับมาเป็นซ้ำในอีก 3 เดือนต่อมา แต่เขาก็ไม่ถอย ยอมรับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งทำให้เขามีโอกาสหายขาดสูงขึ้นปัจจุบัน หลังผ่านการปลูกถ่ายมา 2 ปี เขากลับมาใช้ชีวิตที่อยากทำ ทั้งท่องเที่ยว ลงเวทีประกวด แม้จะไม่ชนะ แต่เขาบอกว่า “ภูมิใจที่ได้ทำ” และหวังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยที่กำลังลังเลว่าการรักษาจะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตและหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้จริง

ทั้งสองเรื่องราว คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบและรักษาอย่างถูกต้อง รวมถึงมีกำลังใจที่เข้มแข็ง


[1] https://thaicancersociety.com/lymphoma-hub/lymphoma/

WTF รับจัดการมันส์ ภูมิใจเสนอร็อคทุกที่เฮฟวี่ทุกดอก Heavyweight 8 วงสายหนัก

WTF รับจัดการมันส์ ภูมิใจเสนอร็อคทุกที่เฮฟวี่ทุกดอก Heavyweight 8 วงสายหนัก

WTF รับจัดการมันส์ ภูมิใจเสนอร็อคทุกที่เฮฟวี่ทุกดอก Heavyweight 8 วงสายหนัก

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.17 น.

เปิดตัวแถลงข่าวทางการอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกองทัพนักข่าวจากสื่อดังมากมาย ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมาสำหรับงานคอนเสิร์ต ร็อคทุกที่ เฮฟวี่ทุกดอก 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดย WTF หรือ ดับเบิ้ลยู ที เอฟ รับจัดการมันส์ ซึ่งปีนี้ไม่ได้จัดในร้านสถานบันเทิงเหมือนเคย ไม่ได้เป็นแค่เทศกาลดนตรีขนาดเล็ก แต่กลุ่มของแฟนเพลงวงการดนตรีร็อคของไทยยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม MassUnderground ได้เดินเคียงข้างกันอย่างมั่นคงและสวยงาม

งานนี้ทีมผู้จัด WTF ต้องขยับมาจัดงานในสถานที่ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม นั่นคือ Unformat Studio ย่าน เกษตร นวมินทร์ ภายใต้ความจุมากกว่าหนึ่งพันคน เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่เข้าวงมอตพิชที่ตัวเองต้องการ ระเบิดพลังความมันส์ดีกรีเดือดทะลุปรอท ออกมาเต็มที่ แบบไม่เคยทำมาก่อนตลอด 8 ชั่วโมงเต็มจาก 8 วงแถวหน้า ขนเซ็ตลิสต์มันส์ๆแบบหาฟังกระแทกรูหูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ในงาน  ร็อคทุกที่ เฮฟวี่ทุกดอก Heavyweight  ในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมที่จะถึงนี้  ศิลปิน วงสายหนัก ไลน์อัพตัวจริงนำทัพโดย EBOLA, DEZEMBER  สองขาใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการดนตรีร็อคบ้านเราด้วยประสบการณ์ที่สะสมมายาวนาน การันตีคุณภาพ และความบ้าระห่ำอย่างแน่นอน พร้อมด้วย 4 วงร็อคเมทั่ล ชั้นนำเพียบด้วยดีกรีจาก Vom Records ของ พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ หรือ พี่โอ๊ค Big Ass และ ณัฐนันท์ ศรีศรานนท์ “สมเมย์ Labanoon” 2 ผู้บริหารคนเก่งของค่าย โดยจะมี TRAGEDY OF MURDER มาเขย่าความหนักในวันแถลงข่าวเรียกน้ำย่อยส่งสารถึงแฟนๆผ่านสื่อมวลชนไปเรียบร้อย ซึ่งพี่ๆสื่อทุกสำนักพูดเสียงเดียวกันนี่คือคอนเสิร์ตในฝันของชาวร็อคทุกคน

ฝั่งตัวแทนศิลปินของงานอย่าง Dezember, Tragedy of Murder  ยืนยันหนักแน่นบนเวทีแถลงข่าวว่า สมาชิกทุกคนเต็มที่กับงานนี้ คุ้นเคยในการทำงานร่วมกับ WTF มาแล้ว ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังหอบความมันส์ความประทับใจกลับบ้านเป็นของขวัญส่งท้ายปี แถมจะมีของเด็ดเซอร์ไพรส์ในงาน ขณะที่วง Obvious, Rat’s eye view, Owl Town, Overheat เตรียมปล่อยหมัดน็อคโดนๆในงาน 13 ธันวาคมนี้เช่นกัน อ้อ! อุบไต๋วงสุดท้ายวงที่ 8 ของงานเอาไว้ ยังไม่บอกว่าวงไหนจะมาผนึกกำลัง แต่เซอร์ไพรส์แน่

ด้านผู้จัด นาย สุทธิพงศ์ ศรีสุข และ นางสาวพันทิวา สาดเสาเงิน 2 ผู้บริหารหลัก WTF พูดถึงโปรเจ็กต์นี้ว่านี่คือเทศกาลดนตรีที่แฟนพันธ์ร็อคเฮฟวี่รอคอย พวกเราคือครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น สถานที่จัดงานก็ใหญ่ขึ้นตาม ไม่ต้องห่วงเรื่องระบบแสง เสียง จัดเต็มให้กระหึ่มถึงอกถึงใจแบบเดือดๆตลอด 8 ชั่วโมงเต็ม ฝากถึงแฟนเพลงด้วยงานนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิน มีบูธให้เลือกมากมาย จัดเตรียมห้องน้ำรองรับมากพอ และสะดวกสบายเรื่องพื้นที่จอดรถ และ รถรับส่ง รวมถึงของที่ระลึกเจ๋งๆสุดแนวจากตลาดนัดเฮฟวี่ของพี่ๆเพื่อนๆน้องๆในวงการด้วยกัน

อ้น อีกา นาย ศมทัตต์ ไรแสง ซีอีโอ EKA VIP หนึ่งในผู้จัดงาน และ รับดูแลเรื่องภาพลักษณ์ของ ร็อคทุกที่ เฮฟวี่ทุกดอก Heavyweight อยากให้แฟนคอร็อค เตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อเข้าสู่โลกแห่งร็อคที่ทั้งลึกและบ้าคลั่งแบบไร้ขีดจำกัด ไลน์อัพนี้ครบเครื่องที่สุดเท่าที่เคยมีที่ไหนจัดมา รับรองความสนุก เดือดอย่างแน่นอน อย่าได้ลังเลซื้อบัตรมาเติมพลังบวกให้ชีวิตด้วยกัน  จองบัตรได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้ที่ช่องทาง TICKET MELON

วันที่ : 13 ธันวาคม 2568

สถานที่ : Unformat Studio

ราคา : Early Ticket 890 บาท ( เฉพาะวันนี้ถึง 30 ก.ย.68 เท่านั้น )

Regular 990 บาท และ หน้างาน

คอนเสิร์ตที่สายร็อค ห้ามพลาด!  “ร็อคทุกที่ เฮฟวี่ทุกดอก” ????HEAVYWEIGHT

Line UP ศิลปิน ทั้งหมด 8 วง

1). Owl town

2). Tragedy of Murder

3). Ebola

4). Dezember

5.) Oblivious

6). overheat

7). Rat’s eye view

8). ……?…… (รอเซอร์ไพรส์)

สามารถจองบัตรได้แล้ว ที่ TICKET​ MELON : https://www.ticketmelon.com/wtf/HEAVYWEIGHT/

สอบถามข้อมูล​เพิ่มเติม Line@ : @WTF2024 หรือ  https://lin.ee/Ph4sOs3

กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทย ประกาศผลรางวัลการทูตสาธารณะ 2568 ตอกย้ำ Soft Power อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่สายตาโลก

กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทย ประกาศผลรางวัลการทูตสาธารณะ 2568 ตอกย้ำ Soft Power อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่สายตาโลก

กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทย ประกาศผลรางวัลการทูตสาธารณะ 2568 ตอกย้ำ Soft Power อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่สายตาโลก

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.05 น.

กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทย แถลงข่าวประกาศผลรางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2568 (Thailand’s Public Diplomacy Award 2025 – TPDA2025) โดยในปีนี้ คณะกรรมการมีมติมอบรางวัลให้แก่องค์กรบันเทิงชั้นนำของไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ และสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ ผ่านพลังของ Soft Power ไทย
การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในการใช้ Soft Power ถ่ายทอดเรื่องราว ศิลปวัฒนธรรม และค่านิยมร่วมสมัยของไทยไปสู่ผู้ชมต่างชาติ ผลงานของผู้ได้รับรางวัลไม่เพียงได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ยังช่วยกระตุ้นความสนใจเรียนรู้ภาษาไทย การท่องเที่ยว และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
 
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ““รางวัลการทูตสาธารณะเป็นเครื่องยืนยันว่าการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยไม่จำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานของรัฐ แต่ประชาชนและภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม กรณีของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม และค่านิยมร่วมสมัยมาประยุกต์จนเกิดการยอมรับและชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลก”
 
บริษัท GMMTV ก่อตั้งและดำเนินกิจการด้านการผลิตสื่อบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งซีรีส์ ละคร ภาพยนตร์ และวาไรตี้โชว์ โดยเฉพาะ Y Series ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และละตินอเมริกา มีผู้ติดตามทั่วโลกกว่า 440 ล้านคน พร้อมซับไตเติลหลายภาษา อาทิ อังกฤษ โปรตุเกส เวียดนาม และอินโดนีเซีย ผลงานเด่นอย่าง 2gether The Series ยังเป็นแรงบันดาลใจให้นวนิยายไทยถูกแปลและดัดแปลงเป็นมังงะและมังฮวาในต่างประเทศ กระตุ้นความสนใจในภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยได้อย่างกว้างขวาง
 
นอกจากนี้ GMMTV ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย ผ่านการจัดทำรายการท่องเที่ยวกว่า 300 ตอนต่อปีในทุกจังหวัดของประเทศ รวมทั้งการส่งเสริม “BL Tourism” หรือทัวร์ตามรอยซีรีส์วาย ที่เกิดจากความนิยมซีรีส์วาย จนชาวต่างชาติตามรอยโลเคชันถ่ายทำอย่างจริงจัง อีกทั้งยังร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ จัดงานแฟนมีตติ้ง คอนเสิร์ต และนิทรรศการกว่า 400 กิจกรรมใน 18 ประเทศ ครอบคลุม 48 เมืองใหญ่ทั่วโลก พร้อมสอดแทรกการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย และทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ
 
นายธฤต จรุงวัฒน์ เลขาธิการมูลนิธิไทย กล่าวว่า “คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า ผู้ได้รับรางวัลมีบทบาทสำคัญและต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปีในการสร้างการรับรู้และความนิยมชมชอบประเทศไทย ทั้งในเชิงวัฒนธรรม ภาษา และการท่องเที่ยว สิ่งนี้สะท้อนถึงพลังของการทูตสาธารณะที่สามารถสร้างความผูกพันระหว่างประชาชนกับประชาชนในนานาประเทศได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ยังไม่คุ้นเคยกับไทยมาก่อน เช่น ละตินอเมริกา”
 
นายธฤต กล่าวปิดท้ายว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับรางวัล ได้แก่ 1) การจารึกชื่อผู้ได้รับรางวัลบนถ้วยรางวัลที่มีชื่อว่า “Goodwill” หรือ “ความปรารถนาดี” ซึ่งจะจัดแสดงที่กระทรวงการต่างประเทศ 2) ถ้วยรางวัลที่มีการสลักชื่อมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ได้รับรางวัล 3) การจารึกชื่อบนแผ่นป้ายเกียรติยศที่กระทรวงการต่างประเทศ 4) ประกาศนียบัตรประกาศเกียรติคุณ และ 5) เงินรางวัลจำนวน 300,000 บาท/รางวัล ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิไทย จะประกาศวัน เวลาและรายละเอียดของพิธีมอบรางวัลการทูตสาธารณะในโอกาสต่อไป

ลุคนี้เต็มสิบ! ‘หนูแหม่ม สุริวิภา’อวดลุคผมสั้นสุดชิค

ลุคนี้เต็มสิบ! 'หนูแหม่ม สุริวิภา'อวดลุคผมสั้นสุดชิค

ลุคนี้เต็มสิบ! ‘หนูแหม่ม สุริวิภา’อวดลุคผมสั้นสุดชิค

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

15 กันยายน 2568 ต้องบอกเลยว่าโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อล่าสุดพิธีกรและนักแสดงมากฝีมือ “หนูแหม่ม สุริวิภา” เผยลุคใหม่สุดปังผ่านโพสต์บนอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยทรง ผมสั้นสุดชิค ที่เปลี่ยนลุคจากเดิมไปแบบสิ้นเชิง พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “Morning Monday…”

แม้ผมจะสั้น แต่ความสวยของพี่หนูแหม่มกลับไม่ลดน้อยลงเลยสักนิด จนแฟนคลับและเพื่อนในวงการบันเทิงต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมลุคใหม่กันอย่างล้นหลาม

ส่องหุ่นใหม่ ‘ลาล่า’3 เดือน ลดไป 20โล ผอมสุดในชีวิต ประกาศพร้อมมีผัวแล้ว

ส่องหุ่นใหม่ 'ลาล่า'3 เดือน ลดไป 20โล ผอมสุดในชีวิต ประกาศพร้อมมีผัวแล้ว

ส่องหุ่นใหม่ ‘ลาล่า’3 เดือน ลดไป 20โล ผอมสุดในชีวิต ประกาศพร้อมมีผัวแล้ว

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.58 น.

ลุกขึ้นมาเขย่าวงการอีกครั้ง! สำหรับ “ลาล่า ขวัญนภา เรืองศรี” นักร้องดาราสายฮาที่แฟน ๆ คุ้นตากับความตลกสดใสและวิถีอีสานบ้านเฮา แต่ใครจะเชื่อว่า วันนี้ ลาล่าในวัย 40+ จะสามารถ ลดน้ำหนักได้ถึง 20 กิโลกรัม ภายในเวลาแค่ 3 เดือน! จากสาวเอว 34 นิ้ว วันนี้เหลือเพียง 24 นิ้วเป๊ะ จนแฟน ๆ ตาค้างทั่วโซเชียล!

ลาล่ายอมรับตรง ๆ ว่า ข้าวเหนียวกับปลาร้า คือชีวิต! เลิกไม่ได้ และไม่เคยคิดจะเลิก เพราะมันคือความสุขของคนอีสานโดยแท้ แต่วันหนึ่งเธอก็ต้องยอมรับว่า สุขภาพและรูปร่างไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป เวลาออกกล้องกับดาราคนอื่น ฉันรู้สึกได้เลย ตัวฉันใหญ่กว่าคนอื่นมาก ทนดูตัวเองในกระจกไม่ได้ นั่นแหละถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แค่เปลี่ยนวิธีดูแลตัวเองให้ถูกทาง จากละคร “เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง” ที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้ จะเห็นเลยว่า รูปร่างของลาล่าเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้