‘จอย ศิริลักษณ์’สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

'จอย ศิริลักษณ์'สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

‘จอย ศิริลักษณ์’สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.02 น.

11 กันยายน 2568 เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ “จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” อดีตนางเอกชื่อดังขวัญใจแฟนละครยุค 90 ได้เผยภาพสุดแซ่บ ขณะเดินเล่นชิลๆ ริมทะเล ในชุดบิกินี่สีดำสุดเซ็กซี่ แมตช์เข้ากับผ้าพันเอวแสนเก๋ งานนี้มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม

‘เป๊ก-เพลง’ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

'เป๊ก-เพลง'ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

‘เป๊ก-เพลง’ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.02 น.

หลังจากที่ “เป๊ก” เศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนสาว “เพลง” ชนม์ทิดา อัศวเหม บุตรสาวของ “ตู่” นันทิดา แก้วบัวสาย และนักการเมืองผู้ล่วงลับ “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แต่งงานไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา หลังคบหาดูใจกันมายาวนานหลายปี ก็ทำให้แฟนๆ ต่างชื่นชมในความรักที่มั่นคงของทั้งคู่

ไม่เพียงแค่ความรักของสองหนุ่มสาวที่สวีตจนหลายคนอิจฉา ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวยังแน่นแฟ้นไม่แพ้กัน โดยมักจะเห็นครอบครัวชาญวีรกูล และอัศวเหม ร่วมทำกิจกรรมหรือท่องเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ อย่างเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ยังโชว์ฝีมือเล่นเปียโนเพลง “Happy Birthday” เซอร์ไพรส์วันเกิดครบรอบ 61 ปีให้กับ “ตู่ นันทิดา” แม่ของเพลง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น จนหลายคนคาดการณ์ว่าทั้งสองครอบครัวอาจจะเกี่ยวดองกันอย่างเป็นทางการในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของ “เป๊ก-เพลง” เริ่มมีประเด็นให้จับตามอง เมื่อแฟนๆ สังเกตว่าไม่มีโมเมนต์หวานๆ ระหว่างทั้งคู่บนอินสตาแกรมมานานกว่า 5 เดือน โดยโพสต์สุดท้ายที่ทั้งคู่ปรากฏตัวด้วยกันคือคลิปฉลองครบรอบความรัก 7 ปี ซึ่งถูกโพสต์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น วันเกิดของ “ตู่ นันทิดา” เมื่อเดือนสิงหาคมที่เพิ่งผ่านมา ยังไร้เงาของ “เป๊ก” เข้าร่วมงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามักจะไม่เคยพลาดช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวฝ่ายหญิง

ยิ่งไปกว่านั้น “เพลง” ยังได้โพสต์คลิปเล่าถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม ทำให้แฟนๆ ต่างพากันตีความไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ของทั้งสองในปัจจุบัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา “เพลง” ได้โพสต์เปิดตัวธุรกิจใหม่เกี่ยวกับรถยนต์ พร้อมข้อความภาษาอังกฤษที่หลายคนอ่านแล้วต้องตั้งคำถามว่าเธอกำลังจะส่งสัญญาณบางอย่างหรือไม่ “Still the same girl, with the same name. Just a different mindset, And a new game – PCA” หรือแปลว่า “ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดิม ชื่อเดิม แต่มีทัศนคติที่เปลี่ยนไป และมีเกมใหม่ที่ต้องเล่น”

ในขณะที่วันที่ 7 กันยายน ซึ่งเป็นวันสำคัญของครอบครัว “เป๊ก” เพราะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 “เป๊ก” ได้ปรากฏตัวร่วมพิธีพร้อมครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น แต่กลับไร้เงา “เพลง” เข้าร่วมแสดงความยินดี ทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

อย่างไรก็ตาม เพลง ชนม์ทิดา ยังคงเดินหน้าธุรกิจส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ไลฟ์ขายเสื้อผ้าคอลเล็กชันใหม่จากแบรนด์ MATTERS ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องสุขภาพจิต และการอนุญาตให้ตนเอง “รู้สึก” อย่างอิสระ พร้อมทั้งชวนคุณแม่ “ตู่ นันทิดา” มานั่งพูดคุยและแบ่งปันแนวคิดในไลฟ์ครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ แหล่งข่าววงในกระซิบว่า “เป๊ก” และ “เพลง” อาจเตรียมออกมาแถลงข่าวร่วมกันถึงสถานะความสัมพันธ์ หลังจากที่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้น

งานนี้ความสัมพันธ์ของ “เป๊ก-เพลง” จะเดินหน้าไปอย่างไร? ยังหวานเหมือนเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลง? แฟนๆ คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด!

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.12 น.

“ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด” อดีตนางเอกชื่อดัง วัย 47 ปี ย้อนเล่าถึงชีวิตช่วงที่ต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยโรคร้ายหลายโรคจนต้องหยุดรับงาน ทำให้สูญเสียทั้งรายได้และเงินเก็บไปหลายล้านบาทเพื่อการรักษา

แต่ด้วยความกตัญญูที่ดูแลคุณพ่ออย่างเต็มที่จนท่านอาการดีขึ้น ทำให้เธอเชื่อว่านี่คืออานิสงส์ที่ส่งผลให้ปัจจุบันเธอมีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิต นอกจากได้หุ่นดีกลับคืน ยังกวาดพรีเซ็นเตอร์ปังๆ ถึง 3 ตัวรวด! ได้ผลิตภัณฑ์ ชัวร์พลัส, ชัวร์ไนท์, ไฟเบอร์แล็กซ์ชัวร์

“ปีนี้อายุ 47 ย่าง 48 ปี ใกล้จะอายุ 50 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ ด้วยความที่เราผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลังเป็นสิบๆ ปี แล้วไม่ได้ดูแลตัวเองเลย จนน้ำหนักเคยขึ้นไปสูงสุดเลย ถึง 76 กิโล เราก็พยายามลดด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ ด้วยความที่เราต้องทำงานเยอะ

จนเรารู้จักกับ อีฟ เจ้าของอีฟ แอนด์ จึงรู้สึกว่าอยากมีผลิตภัณฑ์ดีๆ สักตัวในการเอาน้ำหนักเรากลับมาได้เหมือนสมัยเราเป็นวัยรุ่นอีกครั้งนึง ก็เลยคุยกัน จากนั้นอีฟก็ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชัวร์พลัสมาให้ เราก็กินแล้วก็ทดสอบ ทดลองด้วยตัวเองอยู่ประมาณ 6 เดือน จนปัจจุบันน้ำหนักอยู่ที่ 47 กิโล อีฟเลยอยากให้ตุ๊กตามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวนี้ และมีการต่อสัญญามาเรื่อยๆ จนได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งสามตัว”

มั่นใจรูปร่าง กล้าถ่ายชุดว่ายน้ำอีกครั้ง แม้วัยใกล้ 50 ปี

“ด้วยความที่เราอายุใกล้ 50 แล้ว เราก็ไม่ได้ถ่ายชุดว่ายน้ำมานานมากแล้ว เกือบ 30 ปีอยู่ในวงการมา เคยถ่ายสมัยเป็นวัยรุ่น เข้าวงการใหม่ๆ เลย และไม่เคยถ่ายอีกเลย พอตอนนี้เรามั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยความอายุก็ใกล้จะ 50 ก็คิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีโอกาสได้ถ่ายอีกแล้ว ตอนนี้เราได้กินผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้ มันทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น และเรามีการไปตรวจด้วยหลังเราทานผลิตภัณฑ์มา เราไปตรวจว่าตอนนี้ในร่างกายเรามีไขมันอยู่เท่าไหร่ มีไขมันเยอะหรือน้อย ปรากฏว่าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ดีหมดเลย ไปตรวจมาน้ำในร่างกายก็อยู่ในเกณฑ์ดี กล้ามเนื้อก็อยู่ในเกณฑ์ดี  แต่ที่เหลือน้อยมากๆ คือไขมัน มันเลยยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าถ้าเราไม่ถ่ายชุดว่ายน้ำตอนนี้ ก็ไม่รู้จะถ่ายชุดว่ายน้ำตอนไหนแล้ว เพราะอายุเราใกล้จะ 50 แล้ว”

กวาดพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3 ตัวรวด

“ตอนแรกก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะได้พรีเซ็นเตอร์ถึง 3 ตัว มันเกิดจากที่เรากินผลิตภัณฑ์ของเขาจริงๆ ก่อนได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แล้วผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัว เรากินจริงๆ เราใช้เวลาทดลอง ทดสอบทุกตัว ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเรามองว่าการที่เราจะกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้วได้ผลลัพธ์ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และถูกกฎหมาย อย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลาในการลอง อย่างน้อย 6 เดือนทำให้เรารู้เลยว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถ้าเรากินต่อเนื่องมันจะเห็นผลลัพธ์จริง คุณอีฟเห็นว่าเรากินจริง เราอิน และเห็นผลลัพธ์จริงๆ เขาก็เลยอยากให้เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งสามตัวนี้”

เชื่ออานิสงส์ความกตัญญู  

“ค่อนข้างเชื่อว่าเป็นเพราะความกตัญญู เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ตุ๊กตาไม่ได้รับงานเลย แทบไม่ได้ทำงานเลย เพราะว่าตุ๊กตาต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยตัวเอง คุณพ่อเป็นหลายโรคมากๆ เป็นทั้งสโตรก เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดที่ขาตีบ เป็นทั้งไตวายเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เบาหวาน ไขมัน ความดัน จนทำให้คุณพ่อล้ม”

“เราเป็นลูกคนเดียวก็ต้องดูแลคุณพ่อ เราเลยยอมสละงานหลายๆ งาน โอกาสดีๆ หลายๆ โอกาสที่เข้ามา เพื่อเลือกดูแลคุณพ่อด้วยตัวเอง หลังจากคุณพ่อออกจากรพ. ซึ่งการดูแลผู้ป่วยติดเตียงมันเป็นอะไรที่ยากมากๆ ส่วนใหญ่ถ้าคุณพ่อป่วยติดเตียง หรือมีญาติป่วยติดเตียง เขาจะเอาไปอยู่ศูนย์ หรือไม่ก็จ้างคนมาดูแลที่บ้าน แต่เราเลือกดูแลคุณพ่อด้วยตัวเราเองในช่วงคุณพ่อเจ็บหนัก เลยทำให้เรารู้สึกว่าน่าจะเป็นอานิสงส์ของการที่เราดูแลคุณพ่อด้วยตัวเราเอง และพยายามต่อสู้ทุกอย่างเพื่อรักษาคุณพ่อ จนคุณพ่อกลับมามีอาการดีขึ้น น่าจะเป็นอานิสงส์จากตรงนี้ ทำให้อยู่ๆ ปีนี้ก็ไม่คิดว่าจะได้พรีเซ็นเตอร์เข้ามาสามตัวในเวลาเดียวกันก็ได้พรีเซ็นเตอร์ค่ะ ที่ผ่านมาตุ๊กตาไม่ได้รับงานเลย ดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยตัวเอง ตุ๊กตาใช้เงินในการรักษาคุณพ่อ หมดไปหลายล้านอยู่เหมือนกันนะคะ ต่อสู้เพราะอยากรักษาคุณพ่อให้ดีที่สุด ก็จะเลือกใช้ตัวยาที่ดีที่สุด รพ.ที่ดี คุณหมอดี คุณหมอเก่งๆ ทำให้เราต่อสู้ คุณพ่อก็ไม่ได้มีประกัน เราก็ใช้เงินเก็บของเรา เราไม่ได้รับงานเลย แทบไม่ได้ทำงานเลย มันก็เลยทำให้คิดว่าอานิสงส์จากตรงนี้ ทำให้อยู่ๆ ก็มีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาให้เราได้เงิน ในเงินที่เราเสียไป ก็น่าจะเป็นอานิสงส์จากตรงนี้ด้วยค่ะ”

สวยแซ่บในวันเกือบ 50 ปีจริงๆ สำหรับ “ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด” และด้วยกตัญญูของเธฮทำให้ปีนี้เป็นทองของผู้หญิงคนนี้

-(016)

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

'Thai Music Meetup – Gan Bei'กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.06 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน ภายใต้โครงการผลักดัน Soft Power ผ่านธุรกิจบริการศักยภาพ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก พร้อมสร้างโอกาสเจรจาธุรกิจ คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาทภายใน 5 ปี

ตามแผนงานสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของ DITP ในสาขาต่างๆ เช่น หนังสือ เกม ดนตรี และแฟชั่น เพื่อต่อยอดทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดใหม่ๆ พร้อมบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ จึงได้จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” โดยมุ่งเน้นตลาดไต้หวัน ซึ่ง มีประชากรมากกว่า 23 ล้านคน และมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเพลงดิจิทัล คาดว่าภายในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 1.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 45,000 ล้านบาท) โดยร้อยละ 88 ของรายได้มาจาก Music Streaming  ศิลปินไทยมียอดรับฟังจากผู้ใช้งานในไต้หวันสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย และมีการสร้างกระแส (Buzz) พร้อมการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบผ่านสื่อออนไลน์ วิทยุ โทรทัศน์ และ Social Media ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จำเป็นต่อการผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการรับรู้ สร้างฐานแฟนคลับ และสร้าง Country of Origin Branding ให้ศิลปินไทยเป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวแทนในการส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ

สำหรับงาน“Thai Music Meetup – Gan Bei” จะจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน 2568 นี้ ที่ไต้หวัน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการเจรจาธุรกิจ การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และความร่วมมือทางการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จัดเทศกาลดนตรี ผู้นำเข้าศิลปินไทยและสื่อมวลชน เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ อุตสาหกรรมดนตรีไทยไปไกลได้แค่ไหน โดยได้รับเกียรติจาก คุณนัดส์ เจดีย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ลาวด์ลี่ พรีเฟอร์ จำกัด กล่าวว่า “การสนับสนุนศิลปินไทยไปแสดงในต่างประเทศ เป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่เวทีโลก ทั้งการสร้างฐานแฟนเพลงใหม่และการเปิดตลาดสากล ขณะเดียวกันการมีพื้นที่แสดงและรางวัลเชิดชูเกียรติภายในประเทศ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวไประดับนานาชาติ”

อุตสาหกรรมดนตรีไทยยังมีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้ระดับโลก แต่ก็ยังเผชิญกับอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านการเดินทาง การขอวีซ่า และภาษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ศิลปินไทยต้องเตรียมความพร้อมอย่าง

รอบด้าน หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ก็จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและโอกาสในการขยายผลงานสู่เวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลล่าสุดจาก IFPI Global Music Report 2024 สะท้อนชัดว่า อุตสาหกรรมดนตรีของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ในปี 2567 รายได้จากอุตสาหกรรมดนตรีโลกมีมูลค่ากว่า 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังคงเติบโตต่อเนื่องปีละกว่าร้อยละ 10 สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมดนตรีมีมูลค่าตลาดกว่า 107 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือ 3,400 ล้านบาท)  เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 18.1 จากปีก่อนหน้า และได้รับการจัดอันดับว่า เป็นประเทศที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมเพลงติดอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับที่ 26 ของโลก ซึ่งสะท้อนว่า อุตสาหกรรมดนตรีของไทยกำลังก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะ Soft Power ที่สร้างทั้งรายได้ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจ

‘อ๋อม สกาวใจ’โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง’ทักษิณ’ เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

'อ๋อม สกาวใจ'โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง'ทักษิณ' เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

‘อ๋อม สกาวใจ’โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง’ทักษิณ’ เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

11 กันยายน 2568 อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ อดีตที่ปรึกษา แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาโพสต์ภาพ และข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@oomsakaojai” เป็นภาพยืนคู่กับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ระบุว่า “ขออนุญาตลงภาพร่วมกับท่านนายกทักษิณ หลายคนถามว่าทำไมอ๋อมยังอยู่เพื่อไทย ขอตอบแบบตรงไปตรงมาแบบสั้นๆนะคะ เพื่อไทยคือบ้าน “หลังแรก” ที่เปิดประตูให้อ๋อมทำงานด้านการเมือง 

พร้อมกับคำสอนที่ท่านนายกทักษิณ บอกกับอ๋อมในครั้งแรกที่ได้พบท่าน เราต้องตอบแทนแผ่นดินเกิดและต้องทำงานให้ประชาชนนะอ๋อม สู้นะเรา ตัวเล็กนิดเดียว อ๋อมจำคำสอนท่านไว้เสมอค่ะท่าน เพราะท่านให้โอกาส เพราะเพื่อไทยคือบ้านหลังแรก เพราะเชื่อว่าเราจะกลับมาได้ 1 ปีแปปเดียว รอท่านค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูง อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ *ทุกพรรคต่างมีข้อดีต่างกันและเคารพในความเห็นต่างค่ะ*”

ผู้เข้าประกวด ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2568’ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่

ผู้เข้าประกวด 'นางสาวถิ่นไทยงาม 2568'ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่

ผู้เข้าประกวด ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2568’ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.12 น.

ยังคงอวดเสน่ห์ความงามอย่างไทยและความสวยสดใสกันแบบเต็มที่กับการเก็บตัวผู้เข้าประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2568” ในวันที่สองด้วยกิจกรรมท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลคลองสาม หมู่ที่ 16 ปทุมธานี โดยเหล่าสาวงามได้ร่วมทำกิจกรรม  Workshop ผ้ามัดย้อม และการทำเดคูพาจ (Decoupage) บนพัดสานไม้ไผ่ ซึ่งจัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวด

โดยหลังจากที่เหล่าสาวงามได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าของการปรับใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนคลองสามจากผู้นำชุมชน พร้อมเดินชมป่าสวนครัวและเลือกวัตถุดิบเพื่อใช้ทำอาหารกลางวันแล้ว ต่อจากนั้นยังได้รับความรู้ด้านทฤษฎีการเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงทราบที่มาของการผลิตผ้ามัดย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการทำเดคูพาจ (Decoupage) บนพัดสานไม้ไผ่สุดน่ารักจากเหล่าวิทยากรที่มแบความรู้ให้อย่างเต็มที่ งานนี้ เมื่อเหล่าสาวๆ ได้ลงมือปฏิบัติทำผ้ามัดย้อมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกด้วยฝีมือตนเอง และตกแต่งพัดสานจึงทำอย่างตั้งใจ ซึ่งเหล่าสาวงามก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาได้อย่างน่าทึ่ง และถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างการรับรู้ให้กับสินค้าของชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้เกิดการมีส่วนร่วมกันจากหลากภาคส่วน อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ YEC ปทุมธานี และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีปทุมธานี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดสำหรับกิจกรรมวันที่สามของการเก็บตัวนั้น บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA)ผู้นำหนึ่งในธุรกิจพลังงานทดแทนชั้นนำของประเทศ  เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าประกวดฯ เยี่ยมชมบริษัทในเครือ อีเอ ไบโอ อินโนเวชั่น จำกัด (EBI) จังหวัดระยอง เพื่อเรียนรู้กระบวนการผลิต Bio Innovation Products นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ Bio PCM ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอ (ผ้าไทย), ผนัง เพดานหรือฉนวน เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร รวมถึง น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่กำลังเป็นพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งเหล่าสาวงามต่างให้ความสนใจ ตั้งใจฟังบรรยาย และชื่นชมในความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสะอาด ที่สะท้อนถึงการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

‘แจ็คกี้’เล่าประสบการณ์ความรักสุดพีค ถูกหลอกยืมเงินเกือบล้าน

'แจ็คกี้'เล่าประสบการณ์ความรักสุดพีค ถูกหลอกยืมเงินเกือบล้าน

‘แจ็คกี้’เล่าประสบการณ์ความรักสุดพีค ถูกหลอกยืมเงินเกือบล้าน

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวสายฮา ที่แฟนๆ ต่างเชียร์ให้มีความรักดีๆ สักที สำหรับ “แจ็คกี้ ชาเคอลีน” ซึ่งตลอดที่ผ่านมา มักถูกแซวเรื่องหัวใจอยู่บ่อยครั้งว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน และใครจะมาเป็นเจ้าของหัวใจสาวอารมณ์ดีคนนี้

แต่ล่าสุด (8 กันยายน 2568) แจ็คกี้ ชาเคอลีน ได้ออหมาเล่าถึงประสบการณ์ความรัก ทั้งพีค ทั้งช้ำ ผ่านรายการ แฉ ซึ่งก็ทำเอาเหล่าพิธีกรถึงกับอึ้ง เพราะความรัก 3 ครั้งของ แจ็คกี้ มีการเรื่องราวที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมยังถูกหลอกซ้ำ ซึ่งทุกคนนั้นคบหลักเดือน และตรงสเปกทั้งหมด 

โดย แจ็คกี้ เล่าว่า ความรักกับคนแรกคือพีคสุด มาในรูปแบบของทางบ้านมีปัญหา ซึ่งเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน เราก็ศึกษากัน เขาก็ปูมาแต่แรกว่ามีภาระครอบครัว จู่ๆ เขาก็มาบอกว่าต้องการเงินส่งเสียหลานเรียน มาขอยืมเงินค่าเทอมหลาน เราก็ให้ไป ก้อนแรก 50,000 ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายสารพัด ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเลี้ยงพ่อแม่ ฯลฯ จนสุดท้ายหมดไปเกือบ 1 ล้านบาท มองว่าคนเรารักกัน เดี๋ยววันไหนเขามีเขาก็คืน แต่หลังจากนั้นก็เลิกกันไป ซึ่งเราก็บอกว่ามีแล้วค่อยมาคืนทีหลัง 

แต่มาโป๊ะหลังจากนั้นเพราะไปเห็นในไอจีสตอรี่ว่าเขาขับรถชน แถมเป็นรถยุโรปซูเปอร์คาร์ซึ่งเมื่อก่อนไม่ใช่คันนี้ เลยคิดว่าก่อนจะซื้อรถไม่คืนเงินฉันสักนิดเหรอ หลังจากนั้นเลยสืบถึงได้รู้ว่าเขามี แต่เขาไม่คืน เลยต้องใช้พี่กะเทยไปช่วยทวงเงิน ก็ได้คืนมาบ้าง ใช้เวลาทวงนานถึง 2 ปี ซึ่งเรื่องนี้ผ่านมาแล้วกว่า 6-7 ปี ตอนนี้ก็ยังได้เงินไม่ครบ จนเหนื่อยที่จะทวงแล้ว ก็เลยปล่อยไป

ส่วนในวงการหรือนอกวงการ บอกไม่ได้ แต่เขาหล่อเลย ยอมรับว่าเป็นคนใกล้ๆ เรานี่แหละ เล่นเอา มดดำ คชาภา ถึงกับร้องลั่นว่า “รู้แล้วว่าเป็นใคร ! เขาไม่ได้มีแกคนเดียว” ขณะที่ แจ็คกี้ก็ ร้อง “ว้าย ! อย่ารู้ ! แรงมากแม่ !” และเมื่อถูกมดดำถามว่า ทุกวันนี้ยังเจอหน้าได้ไหม แจ็คกี้ ก็บอกว่า เขากล้าเจอเราหรือเปล่า ตอนไปงานเดียวกันเขาใช้วิธีหลบหน้า ก็คิดจะว่าเงินที่ไม่ได้คืนเป็นเงินค่าคอนเทนต์ที่เอามาเล่าเป็นเรื่องตลก เพราะเขาก็ไม่มีเจตนาจะคืน แต่สุดท้าย แจ็คกี้ ก็บอกว่าไม่ใช่คนที่ มดดำ พูดถึง แต่ยอมรับว่าเป็นแก๊งเตะฟุตบอล 5 ทุ่ม

คนที่สอง คนนี้เป็นคนนอกวงการ รู้จักกันผิวเผิน ฟีลเป็นลูกค้าที่จ้างงาน รู้จักกันจากการทำงานและคุยผ่าน DM ตอนแรกก็ดูดีเลยว่าจะเปิดใจคุย เขาหล่อ ตรงสเปก เดินมาแล้วสโลโมชั่น แต่พอคุยได้สักพัก ใจมันไปไวเรารักเขาไปแล้ว ก็สืบพบว่า มีลูก มีภรรยาอยู่แล้ว คุยกันแค่ 5 วันก็จบ เคยไปกินข้าวกันครั้งเดียว

คนที่สาม เราพยายามเปิดใจอีกครั้งเพราะเพื่อนแนะนำ แม้ไม่ตรงสเปกมาก แต่ผิวคล้ำ แต่ก็มองว่าว่าควรมองที่จิตใจ เลยลองเปิดใจ เขาดูอยากคุยกับเรามาก เราก็แบบ รู้ว่าคนนี้วะ แต่พอสืบอีกครั้งก็พบว่า มีลูกมีเมียอีกแล้วเหมือนกัน ! แล้วเชื่อไหมว่าเพื่อนที่เป็นคนแนะนำ เขาคบกันมาเป็น 10 ปี ก็ไม่รู้ว่ามีลูกมีเมียแล้ว จนเราไปคุยกับนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายชายว่า เขาก็บอกว่า “เขาซุกลูกซุกเมียไว้อำเภอข้างๆ นี้จ่ะ”   

แจ็คกี้ ยังพูดติดตลกว่า เล่าไปเหมือนจะเป็นคอนเทนต์ แต่นี่คือชีวิตจริง เด็ดๆ เอา 3 คนพอ ทุกคนที่เข้ามาเหมือนเป็นบทเรียนให้รู้ว่าอย่าคุยไปเรื่อย เป็นเรื่องของความรักบังตา ไม่เอะใจเลยว่าถูกหลอก ส่วนตอนนี้โสดมา 4 ปีแล้ว แต่หมอดูบอกว่า แต่งแน่ปี 2570 

‘คาบูกิ’ ตำนานศาสตร์การแสดงจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดการแสดงในไทย

‘คาบูกิ’ ตำนานศาสตร์การแสดงจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดการแสดงในไทย

‘คาบูกิ’ ตำนานศาสตร์การแสดงจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดการแสดงในไทย

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.49 น.

นับเป็นอีกหนึ่งศาสตร์การแสดงที่หาชมได้ยาก ล่าสุดเตรียมกลับมารูดม่านเปิดฉากให้คนไทยได้ชมกันแล้วในรอบ 29 ปีกับ “KABUKI Otokodate Hana No Yoshiwara By Ichikawa Danjuro XIII in Bangkok 2025″ สุดยอดการแสดงคาบูกิเต็มรูปแบบจากญี่ปุ่น จัดขึ้นโดย Sync Circle และ 3Top ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ สมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย พร้อมความร่วมมือจาก Shochiku และ Kinki Nippon Tourist ภูมิใจนำเสนอสุดยอดการแสดงแห่งยุคสมัย ที่พร้อมจะไปพาอารมณ์ของคนดูอิ่มเอมไปกับการชมศาสตร์การแสดงที่สุดประทับใจ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568  เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์

โดยไฮไลต์สำคัญคือการแสดงนอกประเทศครั้งแรกของ อิจิคาวะ ดันจูโร ฮาคุเอน รุ่นที่ 13” ศิลปินคาบูกิผู้สืบทอดนามอันทรงเกียรติและเป็นหนึ่งในนักแสดงระดับตำนานของญี่ปุ่น ที่จะมานำแสดงในบทบาทสำคัญ ถ่ายทอดเสน่ห์ของละครคาบูกิแท้ๆ อย่างเต็มรูปแบบกับศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า  400 ปี จากเรื่องราวที่สะท้อนแก่นแท้ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น สู่การแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง เทคนิคการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ และฉากเวทีอันวิจิตร ซึ่งคาบูกิไม่ใช่เพียงการแสดง แต่เป็นงานศิลป์ที่ละเอียดลออทุกกระเบียดนิ้ว เริ่มตั้งแต่ เครื่องแต่งกาย ที่หรูหราและซับซ้อน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ตกแต่งลวดลายแบบญี่ปุ่นโบราณที่สะท้อนตัวตนของตัวละคร ไปจนถึง เมคอัพแบบคุมาโดริ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์และบุคลิกของนักแสดงแต่ละคน  ที่สำคัญเทคนิคการแสดงของคาบูกินั้น เป็นงานละเอียดทรงพลังทั้งแววตา และ การก้าวเดิน ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวของนักแสดง สามารถสื่อสารอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง แสดงถึงพลังอารมณ์ของตัวละครที่ยิ่งขับเน้นความมีชีวิตชีวาบนเวที ด้วยองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดนี้ทำให้คาบูกิเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับผู้สนใจสามารถจับจองบัตรที่นั่งชมการแสดง “KABUKI Otokodate Hana No Yoshiwara By Ichikawa Danjuro XIII in Bangkok 2025″ เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งหมด 3 รอบการแสดง ในวันที่ 13 ธันวาคม 2025 เวลา 15.00-17.00 และ 19.00-21.00 และรอบวันที่ 14 ธันวาคม 2025 เวลา 16:00 – 18:00 บัตรราคา: 5,000 / 4,000 / 3,000 / 2,000 บาท ได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com และ Call center โทร 0-2262-3456 ติดตามข่าวสารอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่ Facebook / Instagram / X (Twitter): Sync Circle และ For more info : info@sync-circle.com

คอนเสิร์ตระดับโลก ‘Mariah Carey’ พร้อมโครงการ ‘We Belong Together’ เชื่อมความสุขกับการให้เพื่อสังคมไทย

คอนเสิร์ตระดับโลก ‘Mariah Carey’ พร้อมโครงการ ‘We Belong Together’ เชื่อมความสุขกับการให้เพื่อสังคมไทย

คอนเสิร์ตระดับโลก ‘Mariah Carey’ พร้อมโครงการ ‘We Belong Together’ เชื่อมความสุขกับการให้เพื่อสังคมไทย

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.44 น.

กลุ่มบริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด หรือ “เบนซ์ธนบุรี” ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรที่ไม่เพียงขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ แต่ยังมุ่งสร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านการผสาน ไลฟ์สไตล์ ศิลปะ ดนตรี และการให้ เข้าด้วยกัน โดยล่าสุดได้ร่วมสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์  “Mariah Carey: The Celebration of MIMI – Live in Bangkok” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของ Diva ระดับโลกที่แฟนเพลงทั่วโลกต่างเฝ้ารอ และยังพิเศษยิ่งกว่านั้น เพราะทุกเสียงดนตรีจะถูกส่งต่อเป็น “พลังแห่งการให้” ผ่านโครงการ “We Belong Together” โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตร จะสมทบทุนแก่ 5 หน่วยงานทางการแพทย์และการสาธารณสุข ได้แก่

  • ศิริราชมูลนิธิ (กองทุนห้องผ่าตัด)
  • มูลนิธิรามาธิบดีฯ (อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี)
  • มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  • มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี (กองทุนสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์)
  • องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์

คุณปภณ วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารกลุ่มธนบุรีพานิช กล่าวว่า  “สำหรับเบนซ์ธนบุรี ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดจากการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่คือการสร้างคุณค่าและความหมายให้กับสังคม คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ความบันเทิงระดับโลก แต่เป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ร่วมทำบุญ ทำกุศลไปด้วยกัน ภายใต้โครงการ We Belong Together”

โครงการ “We Belong Together” เปิดตลอดเดือนกันยายน 2568 หรือจนกว่าบัตรจะหมด โดยบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตจำหน่ายผ่าน www.thaiticketmajor.com โทร. 02-262-3456 และเคาน์เตอร์ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ราคาบัตร 3,500 / 5,000 / 6,500 / 7,500 / 9,000 / 12,000 / 15,000 / 20,000 บาท  นี่จึงเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ไม่ควรพลาด ไม่เพียงเพราะเป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สิ่งดีงามเพื่อสังคมไทยร่วมกัน

Miss World 2025 ‘โอปอล สุชาตา’ ชวนเช็คอินแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง

Miss World 2025 ‘โอปอล สุชาตา’ ชวนเช็คอินแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง

Miss World 2025 ‘โอปอล สุชาตา’ ชวนเช็คอินแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุง

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.36 น.

โซเชียลยังฮอตต่อเนื่องกับ ‘Central Park’ พื้นที่ของคนทุกเจเนอเรชั่นที่สามารถมาใช้ชีวิตได้ทุกรูปแบบ Here for all of you ครั้งนี้เมื่อ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย ทางCentral Park จึงไม่รอช้าส่ง Exclusive Invitation มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ “ศูนย์การค้าแห่งอนาคต” รองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมืองครบทุกมิติที่สุด

โดยมีคุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล และคุณคุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ เซ็นทรัล พาร์ค บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ให้การต้อนรับและแนะนำจุดต่างๆ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินสุดเอ็กคลูซีฟ กับจุดไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ Infinity Skyline จุดชมวิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯแบบพาโนรามา 180 องศา บน Roof Park พื้นที่สีเขียวลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมด้วย Natural Walk Trail เส้นทางเดินออกกำลังกายยาว 750 เมตร, Kids Park, Pets Park, Amphitheatre สำหรับกิจกรรมชุมชน และ Happening ด้าน Art & Culture ที่สร้างสีสันให้ชีวิตเมือง และมุมมหาชน โถงบันไดเลื่อนที่จะเป็น Must-visit photo landmark ที่ต้องมาเช็คอินให้ได้

อย่าพลาดมาเช็กอินถ่ายรูปที่ Central Park แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่แม้แต่ Miss World 2025 ยังไม่ยอมตกเทรนด์ Social! ใครยังไม่มีรูปสวยๆ ที่นี่ รีบตามมาได้ง่ายๆ ด้วย BTS สถานีศาลาแดง หรือ MRT สถานีสีลม